บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น : William Eckhardt วิทยาศาสตร์แห่งการเล่นหุ้น (ตอนที่ 3)


WilliamEckhardt สุดยอดเซียนหุ้น Trend Following

ตอนนี้คงเป็นตอนสุดท้ายจากบทสัมภาษณ์ของ William Eckhardt กูรูหุ้นระดับโลกคนนี้แล้วนะครับผมพยายามจะคัดในส่วนที่แปลแล้วจะเข้าใจง่ายๆได้ประโยชน์กันเยอะๆครับ แล้วเดี๋ยวจะขอเปลี่ยนเรื่องบ้างแล้วครับ เดี๋ยวจะเบื่อกันหมด :) ต่อเลยนะครับ

…..

…..


Q: นักเล่นหุ้นที่ล้มเหลวจะสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเอง ?

A: ผมสามารถจะบอกคุณได้สองอย่าง ถ้านักเล่นหุ้นไม่สามารถบอกได้ว่าทำไมเขาถึงขาดทุน มันก็เปล่าประโยชน์ที่จะหวังอะไร จนกว่าเขาจะรู้ว่าเขาผิดอย่างไร คำแนะนำของผมก็นั้นง่ายมากๆ เขาควรจะหยุดทำเรื่องที่เขาได้ทำผิด ถ้าเขาเปลี่ยนตัวเองไม่ได้ เขาก็คงจะต้องเรียกตัวเองว่าไอ้พวกหัวดื้องี่เง่านั่นแหละ

…..

Q: เคยมีครั้งใหนบ้างใหมที่คุณรู้สึกว่ามันช่างยากต่อการควบคุมอารมณ์ในการเล่นหุ้นของคุณจริงๆ ?

A: มีอยู่วันนึงในช่วงแรกของการเล่นหุ้นของผม ผมเข้าซื้อ soybean(ถั่วเหลือง) ตลาดเริ่มขยับขึ้นลงสลับ ไปมาอยู่ประมาณ 3 นาที สิ่งที่ผมเห็นทำให้ผมตัดสินใจ ขาย Short แทน สองนาทีต่อมา ตลาดก็ขึ้นไปอีกครั้ง

…..

Q: ประสบการณ์ครั้งนั้นสอนอะไรให้คุณบ้าง ?

A: นั่นเป็นบทเรียนแรกในการจัดการความเสี่ยง ผมเสียเงินมากกว่าครึ่งหนึ่งของพอร์ทจากการเทรด สองครั้งนี้ไปภายใน 5 นาที

…..

Q: คุณกลับมาทำกำไรคืนทุนจากการเทรดสองครั้งนั้นได้อย่างไร ?

A: จากการเทรดหุ้นทีละน้อย จากการซื้อขายทำกำไรทีละน้อยแทนการเทรดหุ้นล้อทใหญ่ๆในคราวเดียว

…..

Q: คุณรู้สึกยากใหมกับการที่ต้องจัดการกับความรู้สึกของคุณเมื่อต้องประสบกับการขาดทุนจากการเล่นหุ้นครั้งใหญ่ ?

A: ในหลายครั้งผมคิดว่า การที่ทำกำไรก้อนใหญ่ได้ในคราวเดียวมีผลเสียต่อจิตใจมากกว่าการขาดทุนครั้งใหญ่เสียอีก ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญมากที่เราต้องไม่หลงระเริงไปกับการทำกำไรก้อนใหญ่ได้ เมื่อคุณสามารถทำกำไรก้อนใหญ่ได้ มันมักจะทำให้คุณหลงคิดว่าคุณทำบางอย่างได้วิเศษ ซึ่งจะทำให้คุณมั่นใจมากเกินไป คุณจะเริ่มคิดว่าคุณสามรถรับผลของการตัดสินใจที่ผิดพลาดได้ของคุณได้ ผมคิดว่าคุณน่าเริ่มเข้าใจสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปแล้ว หลักการพื้นฐานก็คือ “การขาดทุนทำให้คุณเข็มแข็ง กำไรจะทำให้คุณอ่อนแอลง”

…..

Q: คุณมีคำแนะนำบ้างใหมกับการจัดการทางอารมณ์ในการเล่นหุ้น ?

A: คนบางคนนั้นอาจจะสามารถควบคุมอารมณ์ในสถานการณ์ที่พวกเขาไม่สามารถควบคุมได้เป็นอย่างดี แต่ไม่ไช่สำรับผม เคยมีเซียนหุ้นคนหนึ่งบอกไว้ว่า “ อย่าไปคิดว่าตลาดจะไปทางใหน คุณไม่มีทางควบคุมหรือคาดเดามันได้หรอก แต่จงคิดว่าคุณควรจะทำอย่างไรเมื่อตลาดขยับไปทางใหน ”

โดยหลักแล้วคุณไม่ควรจะเสียเวลาไปกับการคาดเดาตลาดว่าจะต้องเป็นไปอย่างที่คุณคิด เพราะมันเกินความสามารถของคุณที่จะบังคับมันได้ แต่จงเตรียมตัวรับมือหากตลาดไม่เป็นไปอย่างที่คุณหวังให้ดีที่สุด

…..

Q: คุณมีคำแนะนำกับการจัดการกับช่วงเวลาที่เราขาดทุนจากการเล่นหุ้นใหม ?

A: มันเป็นการดีที่คุณจะไม่ร้อนรนไปว่าคุณจะขาดทุนก่อนที่คุณจะเทรดหุ้น ถ้าคุณกังวล ใช้ความกังวลนั้นไปเป็นพลังในการค้นคว้าเพิ่มเติมซะ จากระยะเวลาทีเราทำงานที่ C&D (บริษัทที่ Eckhardt กับ Richard Dennis ร่วมก่อตั้งขึ้น) เรามักจะค้นพบบางอย่างที่ดีที่สุดจากการค้นคว้าในช่วงเวลาที่เรากำลังขาดทุน

…..

Q: คุณคิดว่านั่นเป็นเพราะช่วงเวลาที่ขาดทุนเป็นช่วงเวลาที่จะทำให้เกิดแรงผลักดันในการเล่นหุ้นสูงที่สุดไช่ใหม ?

A: ก็คงจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ

…..

Q: จากการที่คุณได้เล่นหุ้นและสังเกตุตลาดหุ้นมายาวนาน มีอะไรที่ทำให้คุณประหลาดใจเป็นพิเศษบ้างใหม?

A: บางปีก่อนๆ บริษัทของผมได้จัดให้มีการแข่งขันการวิเคราะห์หุ้นขึ้น โดยที่จะให้มีการวิเคราะห์คาดเดาตลาดภายในระยะเวลาที่กำหนด บางคนในบริษัทของเราใช้การคาดเดาแบบสุ่มขึ้นและเขาก็กลายเป็นหนึ่งใน 5 จาก 50 กว่าคนที่ทำได้ดีที่สุด

การแข่งขันครั้งนี้มีคนเข้าร่วมหลาย 100คนและกว่าร้อยละ 99 ทำได้แย่กว่าการเดาสุ่มเสียอีก ความสุดโต่งของผลที่ออกมาในเรื่องนี้ดูจะรองรับกับสิ่งที่ผมได้สังเกตุมานานหลายปี และนักเล่นหุ้นหลายๆคนเล่นหุ้นได้แย่กว่านักเล่นหุ้นที่ใช้การเดาสุ่มเสียอีก

…..

Q: คุณกำลังสันนิฐานว่านักเล่นหุ้นส่วนใหญ่ควรจะเล่นหุ้นแบบปาเป้าเดาสุ่มมากกว่าการใช้การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคด้วยวิธีการของเขางั้นเหรอ คุณช่วยอธิบายเพิ่มเติมได้ใหม?

A: ตลาดนั้นมักจะทำตัวเหมือนคู่ต่อสู้ของคุณที่พยายามจะทำให้คุณเล่นหุ้นได้แย่ที่สุด ผมไม่อยากจะบอกว่าตลาดพยายามจะทำอย่างนั้น เพราะมันไม่ได้ต้องการหรอก !! บางครั้งมันก็เหมือนกับการยก ทฤษฏีวิวัฒนาการขึ้นมา ซึ่งคุณอาจจะอนุมานได้ว่าการวิวัฒนาการนั้นมีเหตุผลของมัน ยกตัวอย่างเช่น นกวิวัฒนาการปีกของมันขึ้นมาเพื่อบิน แต่ความเป็นจริงแล้วไม่ไช่ นกไม่ไช่ ชาร์ล ดาร์วินส์ และคุณก็น่าจะรู้ว่าไม่มีนกตัวใหนตั้งใจจะวิวัฒนาการให้ตัวมันมีปีก แต่อย่างไรก็ตามนี่คือการคัดสรรจากธรรมชาติ

คุณก็สามารถพูดถึงตลาดได้ในทางเดียวกัน นักเล่นหุ้นที่เล่นหุ้นไปได้ซักระยะหนึ่งจะเริ่มรูสึกว่าตลาดมีบุคลิกอย่างหนึ่งของมันเอง และบ่อยครั้งคุณมักจะรู้สึกว่า “ตลาดพยายามจะทำให้คุณขาดทุน” และนั่นก็เป็นกระบวนการของมัน สิ่งที่ผมยกมาสามารถที่จะอธิบายให้คุณเข้าใจได้ว่า ตลาดนั้นมีพฤติกรรมที่เหมือนกับครูที่พยายามจะสอนให้เราเล่นหุ้นได้แย่ที่สุดนั่นเอง

…..

Q: อยากให้คุณช่วยแสดงสิ่งที่ตลาดพยายามสอนให้เราเล่นหุ้นได้แย่ที่สุดหน่อย ?

A: เช่น จากการที่กำไรก้อนเล็กที่เรามีมักจะหายไป ตลาดจะสอนให้คุณชิงสุกก่อนห่าม ก่อนที่มันจะหายไป หรือจากการที่ตลาดมักจะใช้เวลาอยู่ใน ระยะการสะสมหุ้น ( Consolidation or sideway ) มันสอนให้คุณซื้อเมื่อหุ้นตกมาต่ำๆขายเมื่อขึ้นมาสูงๆ อีกทั้งจากการที่ตลาดมักจะเทรดอยู่ที่ราคาซ้ำๆเดิม มันสอนให้คุณไม่ยอมขายหุ้น เพื่อรอให้ราคาของมันกลับไปที่เดิม และนั่นก็อเป็นสิ่งที่ ตลาดพยายามลวงให้คุณเข้าสู่ ความคิดที่สนใจต่อเทคนิคการเล่นหุ้นที่มีความแม่นยำสูงที่สุด ซึ่งมักจะทำให้คุณพ่ายแพ้ในระยะยาว ซึ่งจริงๆแล้ว สิ่งที่ได้ผลดีในเวลาส่วนใหญ่มักจะ ก่อให้เกิดผลตรงข้ามต่อผลกำไรของคุณในระยะยาว *( เนื่องจาก เทคนิคที่ แม่นยำสูงมักจะ มี Reward/risk Ratio ที่ไม่ดีทำให้เวลากำไรแล้วไม่คุ้มการขาดทุนแต่ละครั้ง :) )*

…..

จบแล้วครับ สามตอนกับบทสัมภาษณ์ William Eckhardt สุดยอดเซียนหุ้นแห่งระบบ Turtle trading system และเป็นนักเล่นหุ้นชั้นนำในแนวทางของ Trend following ครับ อาจจะเหนื่อยหน่อยที่จะอ่านแต่ได้ประโยชน์จริงๆนะครับ ถ้าสนใจก็ลองหา New Market Wizard ของ Jack Schwager มาอ่านดูนะครับ จบแล้วครับพรุ่งนี้ค่อยอัพต่อครับเจอกันใหม่ที่ แมงเม่าคลับ.คอม ครับ

  • magic

    ของเซียนท่านนี้เข้าใจยากนะ ขอบคุณที่อุตสาหะแปลให้รับชมฟังอ่าน

    ได้ประโยชน์มาก ๆ อ่านมาสองสามวันเพิ่งได้ประมาณว่า

    เราต้องหาสไตล์ของตัวเองให้เจอก่อน

    แต่ไม่ว่าเล่นสไตล์ไหน ต้องใช้ระบบมาช่วย ไม่ว่าจะใช้เทคนิค ใช้พื้นฐาน ใช้ MM

    หรือจะผสมผสานกันดีนะ เฮ้อ ยากจิงวุ้ย

    • mod

      จริงๆ ไม่ได้ยากเลยนะครับ มองให้เป็นเรื่องง่ายๆสิครับ จะทำอะไรก็ต้องมองหาความได้เปรียบให้เจอก่อน ซึ่งจุดนี้ก็คือ ระบบที่มีค่า Expectacy เป็นบวกในระยะยาว และเข้ากับนิสัยเราได้ หลังจากได้เป้าหมายยุทธศาสตร์ใว้โจมตีแล้ว ก็ค่อยกำหนดและวางกลยุทธ์ ซึ่งก็คือ MM หลังจากได้สองอย่างแล้ว ก็นำไปปฎิบัติโดยพยายามควบคุมตนเองเอาใว้

      ผมมองอย่างนี้นะครับ มองง่ายๆ

      นี่คือรวมถึงระบบที่เป้นการลงทุนแบบ Fundamental ก็ได้เช่นกัน

      ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ

  • kindly

    “เรามักจะค้นพบบางอย่างที่ดีที่สุดจากการค้นคว้าในช่วงเวลาที่เรากำลังขาดทุน”

    ผมชอบประโยคนี้มากๆ เพราะทุกครั้งที่ขาดทุน ผมมักจะได้ไอเดียดีๆมาทดสอบเพิ่มเติมเสมอเลย

    : )

    • mod

      เป็นกันทุกคนนะครับผมว่า เวลาได้กำไรเยอะๆนี่จะสบายใจเกินไป อิอิ

  • panther

    สุดยอดครับ

  • Futions

    สรุปได้อย่างนึงก็คือ จงอย่าพยายามเอาชนะตลาด ใช่มั๊ยครับ
    โดยส่วนตัวผมเห็นด้วยมากๆ

    ผมมักคิดอยู่เสมอว่า เริ่มต้นต้องหาทางเอาตัวรอดในตลาดให้ได้ก่อน
    (Expectacy เป็นบวกในระยะยาว)

    ส่วนกำไรนั้น ช่วงไหนจะมาก จะน้อย หรือแม้แต่ขาดทุน
    ก็สุดแล้วแต่ตลาดจะเป็นผู้กำหนด

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ

  • pradtayaporn songkrod

    ชอบพระคุณอย่างยิ่ง เป็นมือใหม่ที่เคยขาดทุนอย่างหนักจนขยาดไปนาน จะตั้งใจศึกษาจากพี่ๆเพื่อนๆและหลานๆค่ะ/ ป้าหมวย

  • ขอบคุณครับ เราจะมองเห็น ในสิ่งที่เรามองหา ^_^