ลงทุนอย่างเป็นระบบผมเชื่อว่ามันคงเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะประสบความสำเร็จในการลงทุนโดยไม่มีความหลงใหลในสิ่งที่คุณทำอยู่  วันนี้เลยอยากชวนทุกคนมาช่วยกันเล่าถึงแรงบันดาลใจในการลงทุนของแต่ละคนกันหน่อยครับ!

ช่วงหลังๆมานี้ผมถูกถามอยู่บ่อยครั้งว่าทำไมผมจึงชอบที่จะลงทุนอย่างเป็นระบบด้วย Technical Analysis? ความจริงแล้วคำถามในข้อนี้อาจดูเหมือนว่าผมจะสามารถตอบได้อย่างไม่ยากนัก แต่ความจริงแล้วก็คือมันทำให้ผมต้องมานั่งคิดถามตัวเองอยู่หลายวันเลยทีเดียวว่า

“ทั้งๆที่แนวทางการลงทุนก็มีอยู่ตั้งหลายรูปแบบ (ไม่ว่าจะเป็นในเป็นการลงทุนพื้นฐาน, เก็งกำไร เล่นสั้น, เล่นรอบและอีกหลายๆอย่าง) เหตุใดผมจึงยังคงดื่มด่ำและเคลิบเคล้มอยู่กับการลงทุนอย่างเป็นระบบหรือ Systematic Trading มากขึ้นเรื่อยๆ?”

… มันอธิบายยากเหมือนกันนะครับว่าทำไมคนที่เคยเกลียดตัวเลขมาตั้งแต่สมัยเป็นเด็กอย่างผม จึงค่อยๆหันเหเข้ามาสู่การลงทุนในรูปแบบนี้ แต่หลังจากนั่งคิดสักพักผมก็ค่อยๆไล่เรียงความรู้สึกออกมาได้ประมาณนี้ครับ

ความเรียบง่าย

ผมพบว่า Technical Analysis ตอบโจทย์ของผมได้ในเรื่องนี้ ถึงแม้ผมเริ่มต้นกับมันด้วยความชอบในการที่จะมองภาพกราฟมากกว่าการคำนวณงบการเงิน แต่สิ่งที่ทำให้ผมหลงใหลกับมันขึ้นเรื่อยๆก็คือการที่ผมต้องการเพียงแค่ฐานข้อมูล Open, High, Low, Close และ Volume ในแต่ละวันเท่านั้น! ผมคงต้องบอกว่าสำหรับผมแล้วมันเหนื่อยน้อยกว่าการเสพข่าวสารของแต่ละบริษัทในเชิงลึกเป็นอย่างมากเลยทีเดียวครับ

จินตนาการ

ผมเป็นคนที่ชอบคิดโน่นคิดนี่ไปเรื่อยๆ ผมชอบนั่งวาดรูปหรือเล่นดนตรีมาตั้งแต่เด็กๆ การได้ออกแบบระบบการลงทุนจาก Idea ความคิดแผลงๆของผมดูจะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ตอบสนองความต้องการในข้อนี้ได้เป็นอย่างดี (มากๆ) มันดูเหมือนจะเป็นพื้นที่ไม่กี่แห่งในตลาดหุ้นที่จะช่วยให้ผมปลดปล่อยจินตนาการของผมได้ และมันทำให้ผมจมปลักอยู่กับตลาดได้เป็นวันๆโดยไม่รู้สึกเบื่อแม้แต่น้อย

ความเป็นวิทยาศาสตร์

ถึงแม้ผมจะไม่ค่อยถูกกับวิชาเลขเพียวๆสักเท่าไหร่แต่ผมก็เป็นคนขี้สงสัยมาตั้งแต่เด็กและชอบที่จะทำอะไรอย่างเป็นวิทยาศาสตร์อยู่เสมอ หากผมไม่สามารถหาเหตุและผลมารองรับการกระทำของผมได้ ผมก็มักจะไม่อยากทำสิ่งนั้นต่อไป … การเป็น System Trader ทำให้ผมสามารถที่จะตอบคำถามได้ว่า Idea ต่างๆของผม Work จริงหรือไม่! ดีแค่ไหนและมี Profile ต่างๆเป็นอย่างไร ผลการทำ System Test ที่ออกมาในแต่ละครั้งนั้นให้ความรู้สึกไม่แตกต่างกับการนั่งดูช่อง Discovery Channel ทั้งวันเลยทีเดียว

จิตวิทยาการลงทุน

ด้วยความที่ผมลงทุนอย่างเป็นระบบ มันบังคับให้ผมต้องมองสิ่งต่างๆอย่างเป็นรูปธรรม อธิบายได้ในเชิงของตัวเลข สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมใช้อารมณ์น้อยลงกับการลงทุน มันช่วยเพิ่มความสม่ำเสมอและแน่นอนให้กับการตัดสินใจในแต่ละครั้งของผม ซึ่งผมคิดว่านี่เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงผลการลงทุนของผมจากหน้ามือเป็นหลังมือเช่นเดียวกัน

กำไรชีวิต

ผมรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าด้วยการทำให้การลงทุนของผมเป็นระบบนั้น ผมมีเวลาและความสุขในชีวิตมากขึ้น ผมไม่ต้องนั่งเฝ้าหน้าเจอดูกราฟหรือติดตามข่าวสารทั้งวันอีกต่อไป สิ่งที่ผมต้องทำก็แค่เปิดโปรแกรมแล้ว Run ระบบในแต่ละวันเพื่อตรวจสอบสัญญาณต่างๆซึ่งถูกสรุปออกมาจากแนวคิดที่ผมได้สร้างขึ้นเรียบร้อยแล้ว Process ตรงนี้หากจะคิดเป็นเวลาจริงๆก็กินเวลาเพียงไม่กี่นาทีต่อวันเท่านั้น มันเป็นความสุขที่เทียบไม่ได้เลยกับการที่ผมต้องเผชิญกับ Noise ต่างๆในการลงทุนในรูปแบบที่ผมเคยทำมาเป็นอย่างมากครับ

flyingmachine Darwinci

ภาพวาดของ Leonardo Darvinci ในปีศตวรรษที่ 15 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพลังของการจินตนาการอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ที่จะสร้างสรรค์ประดิษฐ์กรรมชิ้นใหม่ของเขาเพื่อช่วยให้มนุษย์นั้นสามารถ … บินได้!

และนี่ก็เป็นเหตุผลโดยสรุปคร่าวๆที่ทำให้ผมหลงใหลไปกับการลงทุนอย่างเป็นระบบมาหลายปี หากจะถามว่าแล้วผมไม่กลัวที่จะแตกต่างกับคนอื่นๆในตลาดหุ้นบ้างหรือ หรือผมไม่ต้องการที่จะดำเนินรอยตามนักลงทุนเก่งๆระดับโลกอีกหลายๆคนในแนวทางอื่นๆบ้างหรือไร?

คำตอบก็คือ ผมคิดว่าผมพอใจและสุขใจที่จะเป็นนักลงทุนในแบบที่ผมเป็น (หรือบางคนอาจบอกว่าผมเป็นนักเก็งกำไรหรือนักพนันก็ว่ากันไป) ผมเองไม่ได้อยากจะเป็น Buffet หรือเป็น Soros สักเท่าไหร่ และผมเชื่อว่าสิ่งที่เราเป็นก็คือของขวัญที่ธรรมชาติหรือพระเจ้าได้สร้างให้กับเรามาตั้งแต่เกิดแล้ว … จะมีอะไรดีไปกว่าการที่เราได้ทำในสิ่งที่เรารักและมีความสุขกับมันไปเรื่อยๆจริงไหมครับ ^_^

อะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณหลงใหลในแนวทางการลงทุนของคุณ?

แล้วเพื่อนๆล่ะครับ อะไรที่เป็น Passion ผลักดันให้ลงทุน หรือลงทุนในรูปแบบที่ทำอยู่ทุกวันนี้ อยากให้ช่วยแบ่งปันความเห็นกันหน่อย (จะเป็นแนวพื้นฐานหรือเทคนิคก็ได้) ผมเชื่อว่ามันน่าจะทำให้เราเข้าใจตัวเองและผู้อื่นมากขึ้น เราจะได้ไม่ต้องมานั่งทะเลาะกันว่าแนวทางไหนดีกว่ากันอีกด้วย เขียนเข้ามาคุยกันหน่อยนะครับผมรออ่านอยู่ ขอบคุณครับ

แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management

  • BlueSky

    ผมชอบ Mechanical Trading เพราะระบบที่ผมใช้มันเรียบง่าย ผมสามารถเข้าใจได้ สร้างกำไรได้พอประมาณ สามารถเข้าได้กับนิสัยขี้กังวลของผม ที่ดีที่สุดคือไม่ต้องใช้เวลากับการลงทุนมากนัก ทำให้ไม่ต้องแบ่งเวลาไปจากครอบครัวจนเกินไป…. เจ้าของเงินลงทุนก็ Happy…….. 

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      แสดงว่า Mechanical Trading ทำให้คนใช้มีความสุข อย่างน้อยก็คงไม่ใช่แค่ผมคนเดียวแล้ว ^_^ 

  • Vacanttime

    รู้สึกดีทุกครั้งที่เห็นคนอื่นๆได้พบทางที่มีความสุขของตัวเอง โดยส่วนตัว ตอนนี้ยังคงหาอยู่เลยค่ะ หวังว่าจะพบในไม่ช้า ขอบคุณคุณมดที่แบ่งปันความรู้และความคิดนะคะ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      หวังว่าจะพบสิ่งที่ใช่ในเร็ววันเช่นกันนะครับ ขอบคุณที่แวะมาคุยกันเหมือนกันครับ :D

  • LUGE

    ชอบพนัน

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      55 เยี่ยมเลย

  • Rachot P

    อ่านแล้วรู้สึกดีมากเลยครับ ปกติเวลาอ่านหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนหลายๆแบบทั้งพื้นฐานหรือเทคนิกเจอผู้เขียนที่ประสปความสำเร็จในทางของเค้า ทำให้เราอยากทำตามเค้าบ้าง แต่มันขัดกับธรรมชาติของเรา ทำให้เราอึดอัด ทำตามวิธีที่เราชอบและสบายใจดีกว่าเนอะ ถึงแม้มันอาจจะไม่ได้ให้ผลตอบแทนทางกำไรที่มากเท่ากับวิธีของคนอื่นแต่ให้ผลตอบแทนทางใจที่ทำให้เราอยู่ในตลาดต่อไปได้ก็พอแล้ว :)

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ผมเห็นว่าเราควรศึกษาจากนักลงทุนที่เก่งๆหรือประสบความสำเร็จอย่างแน่นอนครับ แต่ผมก็คิดว่าสุดท้ายแล้วเราก็ควรเป็นในสิ่งที่เราเป็นอยู่ดีนั่นแหละครับ มันถึงจะได้ทั้งกำไรทางเงินและทางใจ ^_^ 

  • Trading

    นอกจากให้ระบบทำงานต้องรวมถึงการแบ่งกองเงินใช้ลงทุนหุ้นต่างๆ money management ด้วยนะครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ครับผม พอดีผมรวมทุก components ที่จำเป็นเอาไว้ในคำว่าระบบแล้วน่ะครับ สงสัยวันนี้เขียนไม่เคลียร อิอิ :D

  • caeruleus

    Good job.

  • berno

    ผมชอบ trade forex กับ หุ้น ไม่รู้มันจะแปลกประหลาดหรือขัดกันรึเปล่านะครับ แต่ผมทำแล้วมันดีพอแล้ว trade forex ผ่าน iphone อย่างเดียวเลยเพราะไม่มีเวลาดูหน้าจอ พอมีกำไรก็จะเอาออกมาเข้าพอร์ตหุ้นซึ่งใช้แนวทางหุ้นห่านทองคำ แต่ก็ไม่ดูพื้นฐานจริงๆจังๆซักเท่าใหร่เนื่องจากขี้เกียจ อาศัยดูกราฟเอามีพักฐานก็ซื้อลดต้นทุน แพงไปก็ขายออกบ้างแล้วรอเก็บเมื่อพักฐาน คิดว่าเก็บไว้กินปันผล

    หลักๆก็เท่านี้ครับ ก็รอฟังนักลงทุนท่านอื่นเป็นยังไง ผมจะได้เปิดมุมมองใหม่ๆบ้าง

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ผมยอมรับคนที่เทรดผ่านมือถือจนคล่องนะครับว่าทำได้ยังไง แต่ก่อนเคยลองทำแต่กดซื้อไม่เคยทันเลย 55 คุณ berno นี่แปลกดีนะครับเหมือนมีสองโลกการลงทุนที่ paradox กันน่าดูเลย อิอิ

      • berno

         ผมเองก็เสพติดเว็บแมงเม่าเหมือนกันครับ มีเมล์เข้ามาเมื่อใหร่ต้องคลิกดูก่อนเลย (เรื่องงานไว้ที่หลัง ฮิ ฮิ) ในอนาคตอยากทำ system trade แบบนี้เหมือนกันครับ เป็น automatic trading คงจะสนุกน่าดู ตอนนี้ก็เก็บๆความรู้ในนี้ไปก่อน

  • เอิกๆ

    ผมหลงใหลการเทรดโดยใช้ price action คับ นำการเทรดแนวนี้มาปรับเป็นสไตล์ของตัวเอง บางครั้งก็เทรดเป็นระบบ บางครั้งก็เทรดไม่เป็นระบบ เพราะบางครั้งมีเหตุผลมาบอกว่ามันขึ้นก็เทรดตามระบบแล้วมันก็ขึ้น แต่บางครั้งก็มีความรู้สึกว่ามันจะขึ้นแต่ไม่มีเหตุผลมารองรับแล้วก็เข้าเทรด  สุดท้ายแล้วมันก็ขึ้น  ผมกำลังฝึกการเข้าเทรดแบบไม่มีเหตุผลมารองรับอยู่คับ  เห็นหลายๆคนเรียกว่าการเทรดโดยใช้ GUT  แต่ตอนนี้ก็ยังไม่สำเร็จหรอกนะคับ ก็ต้องพยายามกันต่อไปคับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      สำเร็จวิชาแล้วอย่าลืมมาแบ่งปันบ้างนะครับ Gut Trading นี่ผมไม่เคยลองทำแบบจริงๆจังสักทีเลยเหมือนกัน :D

  • Neo_potato_Th

    ผมชอบmechanical เพราะมันควบคุมความเสี่ยงได้ชัดเจนครับ เวลาโดนตลาดเล่นงานหนักๆเราก็ยังมีplan action ชัดเจน
    อีกข้อที่สำคัญคือ มันไม่ต้องใช้เวลามากครับ:D

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ไม่ใช้เวลาเทรด แต่ใช้เวลานั่งทดสอบระบบ อิอิ :D

      • Kenne_cee

        จะเทรด เป็นระบบ แบบพี่ จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องการเขียน อินดี้ หรือ อีเอ อะไรพวกนั้นรึเปล่าครับ

        อยากเทรดแบบ merchan เหมือนกันเพราะคิดว่า มันคงช่วยเรื่องจิตวิทยากับเวลาในการเทรดได้ดี

        รบกวนช่วยอธิบายได้มั้ยครับ ขอบคุณครับ

        • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

          ต้องเป็นบ้างครับ แต่ไม่จำเป็นต้องถึงขนาดเซียนเขียน Program ก็ได้ เพราะเดี๋ยวนี้เทคนโนโลยีมันช่วยเราขึ้นเยอะแล้ว ถ้าดู Code ไม่ออกเลยก็จะไม่รู้ว่าสูตรมันมีที่มาอย่างไร ถ้าผิดหรือจะแก้ตรงไหนก็ทำเองไม่ได้ยิ่งแย่หนักครับ ถ้าเขียนเอง Test เองเราจะรู้ตื้นลึกหนาบางของระบบที่เราใช้ได้ดีกว่าเยอะมากๆ ตรงนี้จะส่งผลต่อจิตใจเวลาลงทุนเป็นอย่างมากครับ คนที่หวังจะก็อบสูตรคนอื่นไปเล่นส่วนใหญ่ใช้ได้สักพักก็จะถอดใจเพราะมันไม่ถูกจริตครับ

      • Neo_potato_th

        Planในการคุมควบมเสี่ยงชัดเจนดีครับน่าจะมากกวูแบบอื่น

        • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

          ผมเห็นว่าเป็นการลงทุนไม่กี่แบบของรายย่อยที่พูดถึงเรื่องของ Drawdown อย่างจริงจัง :D

  • Pathfinder

    ผมชอบแนวทางนี้เพราะว่า
    – มีหลักการ ทั้งสถิติ ความน่าจะเป็น  money management ที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยการทดสอบ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากที่ใช้ convince ตัวผมเองให้เชื่อมั่นว่าทำไมต้องเป็นแนวทางนี้้

    – มีความยืดหยุ่น และสามารถรองรับสถานการณ์ต่างๆ รวมถึงจินตนาการในการออกแบบทั้งเรื่องการ กรองหุ้น และ Indi ต่างๆ  รวมทั้ง time frame ของการลงทุนที่เหมาะสมกับเรา

    – และที่สำคัญที่สุดที่ช่วยจุดประกายความคิด คือมี คุณมด และmangmaoclub.com ซึ่งช่วยแบ่งปันแนวคิด แม้กระทั้งเทคนิคต่างๆที่สำคัญ ซึ่งมากจากประสบการณ์และการทดสอบ  ซึ่งจะช่วยให้ผมมีการพัฒนาแนวคิดพื้นฐานที่ถูกต้อง แบบที่ควรจะเป็น ซึ่งจะช่วยพัฒนาความสามารถได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ขอบคุณครับ ดีใจที่บทความผมเป็น Inspiration ให้นะครับเนี่ย วู้วว +o+

      • Tammy

        สำหรับผมตรากตรำแทบตายกว่าจะเรียนจบโทการเงิน และยังเสียเงินเสียทองเสียเวลาไปกับการเตรียมสอบ cfa level1(
        สอบตั้ง2รอบกว่าจะผ่าน55)
        -ตอนแรกตั้งใจว่าจะเป็นviเพราะจะได้ใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาได้คุ้มที่สุด(ด้วยเหตุผลเพียงเท่านี้จริงๆ
        ) แต่พอได้รู้จักแนวคิด trend following จากในblogนี้และที่อื่นๆ หรืออาจจะเป็นเพราะหน้าที่การงานด้วยอ่ะครับ คือตอนนี้ผมเป็นมาเก็ตติ่งอยู่ จึงทำให้ผมอยากหันมาเดินสายนี้อย่างเต็มตัว แต่ผมชอบmanaul trading มากว่าแบบระบบอ่ะครับ
        -สำหรับแนวทางการวิเคราะห์ของผมก็ไม่มีอะไรมากครับ highเดิม lowเดิม trend line อาจจะดูtrendและ momentum จากmacdบ้าง แล้วก็รูปแบบราคาเช่นพวกสามเหลี่ยม ไม่รู้เรียบง่ายไปรึป่าว55

  • Muffin

    จินตนาการ ….ครับผม

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      จิตนตนาการ … อย่างนี้น่าคิดนะครับพี่แบงค์ :D

  • TOPPY

    เทรดด้วย Systematic Trading ทำให้รู้สึกถึงความเป็นตัวของตัวเอง ระบบบอก cut loss ก็ดำเนินการ ไปตามที่ระบบของเรา บอก ไม่ต้องตรวจสอบมากนัก ไม่ต้องหาข่าว ถามคนนั้นคนนี้ ให้ปวดหัว ครับ

    Let Profit Run แสดงออกถึงความไม่โลภ ขายก็ต่อเมื่อระบบ มีsignal ขาย ไม่ใช่เพราะโลภชิงขาย หมู เพราะกลัวไม่ได้กำไร ใช้วิธีนี้แล้วทำให้เรารู้สึก เครียดน้อยลง

    สรุปแล้ว เหมือนจะเสพติดนะ เพราะระบบ ทำให้สบายขึ้น เครียดน้อย กำไรนิดหน่อยแต่ต่อเนื่องช้าๆไม่รีบ เหมาะสำหรับมนุษย์เงินเดือน มีเวลาน้อย เครียดกะงานอยู่แล้ว ไม่อยากเครียดกะหุ้นเพิ่ม 55555

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ^_^ ผมชอบนะครับเนี่ยคำว่า “เสพติดการลงุทนอย่างเป็นระบบ” มันดูให้อารมณ์แบบเห็นภาพดีครับ 55

      • TOPPY

        ผมเสพติดการลงทุนแบบเป็นระบบ จริงๆครับ และชอบมากๆๆ กับการทำ back test ของคุณ มด ด้วยสมมุติฐานที่เรียบง่าย แต่เป็นระบบ เป็นวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เรื่องวิเศษ หรือสูตรพิสดารอะไร ทำให้คนธรรดาๆอย่างเราเข้าใจ อยากลองพิสูจน์ด้วยตัวเอง ขอบคุณสำหรับความรู้จาก เว็บไซต์ นี้

        ผมซื้อหนังสือ ลิเวอร์มอร์ ของ แมงเม่าคลับ มาอ่านแล้ว ได้ความรู้ และมั่นใจมากขึ้นไปอีก
        แต่อยากให้คุณ มด เปิดคอร์ท สอนการทำ back test หรือหนังสือ รายละเอียด การเขียนสูตร back test ของ meta stock เป็นวิทยาทาน จะอุดหนุนเป็นคนแรกเลยครับ

    • Unsign

      กำไรเนี่ย ก็ไม่น้อยนะครับ อิอิ… 

  • Hturiva

    ยังคงค้นหาและยังหาไม่เจอครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      กัมบัตเตะเนะ … สู้ต่อไปครับ ^_^

  • http://www.welovetutoring.net/ AonzZung

    สำหรับผม ส่วนใหญ่ผมได้อิทธิพลจาก idea และ concept ในการลงทุน จาก Buffet และ Peter Lynch ครับ ด้วยความเป็นคนชอบคิด(อาจจะถึงขั้นคิดลึก คิดมาก ฮา) ชอบวิเคราะห์พื้นฐาน จินตนาการภาพของบริษัทว่าในอนาคตจะเป็นอย่างไรได้บ้าง ทำให้ผมรู้และช่วยให้ผมแยกแยะว่าในตลาด(SET) ปลาตัวไหนดี ตัวไหนเน่า ปลาตัวไหนกำลังโต แล้วราคา(คร่าวๆ)มันเป็นอย่างไร แพงหรือไม่ คุ้มมั้ยที่จะซื้อ

    แต่หลังจากลงทุนจริงๆ มันไม่ง่าย แม้ว่าเราจะแยกแยะปลาดีออกจากปลาเลวได้แล้ว แต่การทำกำไรก็ไม่ได้ง่าย ซื้อปุ๊บจะหวังให้ขึ้นปั๊บ เป็นไปไม่ได้(จิงๆก็แอบหวังอยากให้เป็นแบบนั้น หุหุ) บางทีซื้อมาแล้วปลาเราดันราคาตกทั้งๆที่วิเคราะห์มาดีแล้วว่าปลาตัวนี้มันเจ๋งนะ พื้นฐานดี รอร๊อรอ ราคาก็ไม่ไปไหน คิดไปคิดมา เฮ้ย! นี่มันคล้ายๆโรนัลโด้(คริสเตียโน่)ช่วงแรกๆที่เล่นให้แมนยูนะ ทักษะมันดี มันเก่ง แต่ทำไมมันเล่นกากๆ สับขาอยู่คนเด๊ว ไม่เข้ากับเพื่อน ไม่เข้ากับจังหวะทีมว่ะ…ปัญหาน่าจะอยู่ที่จังหวะมั้ง?

    ด้วยความเป็นคนไม่ยึดติดอยู่แล้วว่าต้องยึดหลัก VI เพียวๆเท่านั้นนะ ห้ามใช้เทคนิค(เห็นหลายๆคนชอบยึดติด แล้วชอบทับถมคนอื่นที่ลงทุนด้วยแนวทางตรงข้ามกับตนเอง) ผมก็เลยลองมาแวะหาความรู้ทางเทคนิคบ้างซิ เผื่อจะมีไรดี…แต่หลังจากหาความรู้ทางเทคนิค(คร่า่วๆผ่านๆ) ก็ยอมรับว่าไม่ได้มี passion กับสายนี้มากนัก
    …แต่…เออ มันก็มีประโยชน์นะ เอาไว้ดูเทรน ดูแนวโน้มได้ ว่าตอนนี้สภาพอากาศเป็นยังไง ท้องฟ้าโปร่ง หรือพายุเข้า ทำให้แม้รู้ว่าจะอยากจับปลาชั้นดี แต่ถ้าพายุมาก็รอดีกว่า ไม่ออกเรือไปเสี่ยงท้าพายุ 

    ก็เลยพัฒนาวิธีการดูกราฟ ดูเทรนแบบง่ายๆ (จะบอกว่าง่ายและ simple มากๆ ด้วยความที่ผมโง่ และไม่ค่อยถนัดกราฟ และรู้สึกเวียนหัวเวลาเห็นเค้าลากเส้นอะไรไม่รู้เต็มไปหมด) แต่ก็ไม่มีความสามารถ ทำ back test, สร้างกราฟแบบที่คุณเม่าทำในเว็ปนี้(แต่ผมชอบอ่านนะ แต่ทำไม่เป็นงะ…)

    สรุป ผมก็เลยพยายามหา technical tools ที่มันใช้งานง่ายๆ ดูง่ายๆ 2-3 tools เพื่อเอาไว้หาจังหวะตัดสินใจซื้อและขาย โดยที่หลักการหลักๆโดยรวมยังคงยึดถือการลงทุนระยะยาวและเน้นคุณค่า ครับ

    ปล. ช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่าานมานี้ หลังจากที่ได้รู้จัก mangmaoclub ทำให้ผมเหมือนเสพติดบทความที่นี่เลยครับ ไล่อ่านจะจะหมดทั้งเว็ปแล้ว ชอบเพราะบทความส่วนใหญ่เป็น concept+idea ซึ่งสำหรับผมมันสำคัญกว่าวิธีการ(ดีกว่ามาบอกว่าต้องทำตามขั้นตอน 1 2 3 นะถึงจะสำเร็จ) เพราะถ้า idea/concept ถูก วิธีกาีรที่ถูกต้องจะตามมาเอง

    พร่ามมากละ ไปดีกว่า…

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ประทำใจ Comment นี้มาก เขียนยาวๆแบบเปิดใจให้อ่านเลยทีเดียว ขอบคุณมากครับที่ทำให้ผมรู้ว่ามีคนเสพติดบทความผม 55

      ปล. Technical Tools ไม่จำเป็นต้องไปใช้ยากๆหลายเสต็ปหรอกครับ ใช้ง่ายๆดีกว่าไม่ Curve Fit แถมเสถียรกว่าด้วย ^_^

      • http://www.welovetutoring.net/ AonzZung

        อ่อ…ผมสงสัยอยู่เรื่องนึง และเท่าที่อ่านบทความในนี้ยังไม่ได้คำตอบครับ

        จากบทความนี้ 
        http://www.mangmaoclub.com/losers-average-losers/ 
        ไอเดียในบทความคือยิ่งขึ้นยิ่งซื้อ เกาะเทรนด์ไป

        คำถามผมคือว่า
        – มีข้อแนะนำหรือเปล่าว่าควรซื้อตอนไหน?
        – รอย่อตัวแล้วค่อยซื้อหรือเปล่าครับ?
        – คือถ้ามั่นใจว่าเป็น uptrend จริงๆ จะซื้อตรงไหน ราคาเท่าไรก็ไม่สน ซื้อๆไปเลย หรือเปล่าครับ?
        – ทำไงถ้าซื้อแล้วเจอ draw down ทันทีครับ (มันอาจจะเป็นดอยเล็ก หรือดอยใหญ่ก็ไม่รู้)? หรือก็แค่อดทน ทนถือหุ้น?

        • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

          - สัญญาณซื้อมีหลายรูปแบบมากๆ คงให้คำตอบฟันธงไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่ที่ Woek และไม่ซับซ้อนเกินไปจะมีจุดร่วมคือเกิดอยู่ใน Long Term Trend ครับ

          – เคาะขวาครับ ของดีเมื่อเริ่มวิ่งแล้วมักไม่กลับมาที่เดิมเท่าไหร่ มัวแต่ต่อราคากันช่องสองช่องผมเห็นได้แต่มองกันน้ำลายไหลกันมาเยอะแล้ว

          – เล่นตามแนวโน้มต้องซื้อแนวโน้มไม่ใช่ซื้อราคาครับ เหมือนเล่นพื้นฐานก็ซื้อ Value ไม่ได้ซื้อราคาประมาณนั้นครับ

          – อดทนตามแผน แต่ไม่ใช่ทู่ซี้ครับ ก่อนซื้อต้องมีจุดซื้อจุดหนีเรียบร้อยแล้ว รวมถึงได้คำนวนความเสี่ยงต่อหุ้น หรือของทั้งพอร์ทแล้วเช่นกันครับ

    • Unsign

      ช่วยเสริมนิดนึงครับ ถ้าเราแน่ใจในตัวหุ้นแล้ว ด้วยปัจจัยพื้นฐาน การใช้กราฟประกอบควรเป็นกราฟที่ดู trend ง่ายๆ และ เป็นระยะยาวหน่อยครับ …

  • http://www.welovetutoring.net/ AonzZung

    ขอบคุณ คุณ Mod ครับที่มาตอบ

    ถ้าไม่กวนเวลาคุณ Mod เกินไป ขออีกข้อเดียวครับ 

    จะมีจุดร่วมคือเกิดอยู่ใน Long Term Trend ”
    จุดร่วมที่ว่าคืออะไรหรอครับ?

  • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

    ผมหมายถึงว่าสัญญาณซื้อต่างๆส่วนมากมันจะมีน้ำหนักขึ้นเมื่อเกิดในทิศทางเดียวกับแนวโน้มใหญ่ของมันน่ะครับ

  • MegaMan

    ชอบทั้งบทความและแนวคิดของผู้ตอบด้วย
    เปิดมุมมองใหม่เลยทีเดียวเชียว ^ ^

    สำหรับผม เทรดเพื่อฝึกใจครับ
    ระบบเทรด มันจะแยกใจเราจากพอร์ตโดยอัตโนมัติ
    ใครเทรดมานานๆ ลองเหลือบไปดูใจตัวเองเวลาเทรดสิครับ

    มันโลภ มันไม่ได้ดั่งใจ เห็นชัดๆเลยแหละ 555

  • Tsunami2p

    ขอแบ่งเป็นหัวข้อๆ ตามคุณมดแล้วกันนะครับ อ่านง่ายดี

    1. ผมขี้เกียจติดตามข่าว
    ผมมองว่าการลงทุนนั้น เราไม่จำเป็นต้องติดตามข่าวสารมากก็สามารถประสบความสำเร็จได้
    “แก่น”…ที่สำคัญๆเท่านั้น ที่ผมจะให้ความสนใจ อาทิเช่น กฏระเบียบการซื้อขาย maintenance margin เป็นต้น เพราะผมเชื่อในกฏ Price Discount Everything

    2. กำไรชีวิต (ขอลอกมาเลยครับ เห็นด้วยสุดๆ)
    ผมนั้นเคยเห็นคนที่เล่นหุ้นที่นั่งเฝ้าหน้าจอตลอดทั้งวัน ดู Bid Offer ดูนักวิเคระห์หุ้นมาพูด อ่านบทวิเคราะห์อย่างเอาเป็นเอาตาย
    ผมรู้สึกว่าต่อให้เราเป็นนักลงทุนอาชีพ เราน่าจะหาเวลาไปทำอย่างอื่นแล้วแบ่งเวลาแค่ส่วนหนึ่งมาตัดสินใจลงทุนได้ เหตุผลนี้เหมือนกับคุณมดครับ

    3. Technical Analysis ถูกจริตกับผม
    แปลได้ว่า ผมรู้สึกสบายใจในแนวทางการลงทุนแบบนี้ ผมชอบอะไรที่จับต้องได้ นั่นคือ “กราฟ”
    ผมชอบเหตุผลและหลักการที่กำหนดได้ชัดเจนก่อนการลงทุน นั่นแปลว่า Stop Loss หรือ Target Price ทำให้ผมสบายใจทุกครั้งก่อนเริ่ม Trade แต่ละไม้
    เทียบกับ VI ซึ่้งผมยังถามตัวเองตลอดว่า Stop Loss ของการลงทุนแนวนี้อยู่ตรงไหน จริงอยู่ที่เราอาจกำหนดเอาไว้เองว่าถ้าหุ้นลงมาเกิน 5% ของ Port ให้ Cut Loss แต่เอาัเข้าจริง ผมก็อยากได้สูตรหรือกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนในการกำหนด Stop Loss มากกว่า

    ขอจบด้วย Quote ของคุณลุงโฉลกที่ผม Print มาแปะข้างฝาที่ทำงานครับ
    “การลงทุน เราเอาทุนอะไรมาลง…
    ทุนคือเงิน + ชีวิต ได้แก่เวลาที่ลงไป
    ไม่ใช่เงินอย่างเดียว
    ดังนั้น เมื่อมีกำไรได้เงินเพิ่มขึ้น
    แต่คุณค่าของชีวิตลดลง
    การลงทุนนี้ก็ขาดทุน
    ลุงโฉลกสอนระบบที่ได้กำไรเป็นเงิน
    เพิ่มขึ้นแค่พอเพียง
    และสอนให้หากำไรคือชีวิตที่ดี
    ให้เพิ่มมากขึ้น”

  • Itroj

    ก่อนหน้านี้เป็นพวกดูพื้นฐานและซื้อๆขายๆตามข่าวบ้าง แต่เพื่อนชวนให้เทรดแบบกราฟเทคนิค ด้วยความรำคาญเพื่อน เลยลองเทรดดูเริ่มเทรดครั้งแรกต้นปี 2008 ระบบสั่งให้ขายล้างพอร์ตตอน 8xx จุด ก็ลองเชื่อดู พอขายปุ๊บ มันหล่น 5 เดือนรวดเหลือ 3xx จุด ทำให้ผมรอดพ้นจากวิกฤตตลาดหุ้นครั้งใหญ่ได้โดยบังเอิญ  เลยประทับใจการเทรดแบบนี้สุดๆ และฝังใจว่าการเทรดแบบนี้เราจะทำให้เราอยู่รอดปลอดภัยจากทุกสถานการณ์อันเลวร้ายของตลาดหุ้นได้เสมอ ตอนหลังยิ่ง Back test ระบบมากๆเลยยิ่งชอบและหลงใหลการเทรดแบบ TA สุดๆ ทุกวันนี้ไม่หันไปแนวทางเดิมอีกเลย สรุป ผมชอบการเทรดแบบ TA เพราะมันปลอดภัยดี และไม่ต้องคิดเยอะ แค่ทำๆตามสัญญาณเทคนิคไป(แต่ตอนสร้างระบบและทดสอบระบบมันจะเหนื่อยหน่อย 555)

  • http://twitter.com/teeradechable Teeradech Boonchou

    ส่วนตัวของผมตั้งแต่เริ่มเล่นมาจนถึง4-5ปีแรก ผมคิอย่างเดียวอยู่เสมอว่าผมสามารถชนะตลาดและออกมาอย่างมหาเศรษฐีได้ ผมคิดอยู่เสมอเวลาที่ผมได้แนวความคิดใหม่ๆว่ามันจะวิเศษและสามารถจำทำกำไรคืนมาให้กับผมได้อย่างรวดเร็วและมหาศาลด้วยแผนการที่ผมวางเอาไว้ในโปรแกรม EXCEL ทุกกๆครั้งที่เข้าเทรดแล้วเห็นพอร์ตของผมมีกำไรผมจะดีใจจนจนไม่กล้าที่จะปิดทำกำไรแต่รุ่งขึ้นมาก็ตืนมาพบตัวเองว่าราคาวิ่งย้อนกลับไปเสียแล้ว ยิ่งติดลบก็ยิ่งไม่กล้าปิดโดยเฉพาะเมื่อเล่นในตลาด FOREX และเมื่อยิ่งขาดทุนมากเริ่มจะเล่นหนักขึ้นไปอีก จนบางครั้งผมก็พยายามอ่านมากแต่ก็กลับผิดพลาดมากขึ้นไปอีก จนทำให้ผมก็ไม่กล้าอ่านเลยเพราะกลัวว่าจะทำให้แนวความคิดอื่นๆเข้ามาผสมกับแนวความคิดของผมจนทำให้เกิดความไขว้เขวไป และพยายามไม่เปิดโปรแกรมเข้าไปในพอร์ตตัวเอง อดทนอดกลั้นไม่เข้าไปเทรด อ่านหนังสือประเภทอื่นๆ พูดง่ายๆคือผมพยายามไม่หมกมุ่นกับมัน จนในที่สุดเรื่องแปลกๆก็เกิดขึ้น ผมมีกำไรสม่ำเสมอทุกอาทิตย์ มันไม่มากหรอกครับแต่ก็ยังดีที่ไม่ขาดทุน ผมคิดว่าการมีวินัยในชีวิต การวางแผน การพักผ่อน จะช่วยให้ผมมีศักยภาพในการเทรดมากที่สุด มากกว่าการนั่งเฝ้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อติดตามราคาทั้งวัน

  • http://twitter.com/teeradechable Teeradech Boonchou

    โอ้ว…ขอโทษที ที่แสดงความคิดเห็นผิดประเด็นไป ” อะไรคือสิ่งที่ทำให้หลงใหลในแนวทางการลงทุนของคุณ” ขอตอบว่า การคาดการณ์ที่แม่นยำ การเข้าใจลึกซึ้งกับเทคนิคที่ผมใช้ครับเพราะเวลาที่คาดการณ์ผิดทีไรผมรู้สึกแย่ทุกทีเลย

  • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

    @804d8af9377bf9562514fb08678812fd:disqus @a6a772ba443e13b15aaad8eae364aa51:disqus @6af7c1cae4a58a1743d124170a783fc5:disqus @twitter-630383589:disqus  ขอบคุณทุกความเห็นนะครับ พอดีพึ่งกลับมาเชครายละเอียดเว็บเลยพึ่งรู้ว่ามองไม่เห็น Comment ที่ Update ขึ้นมา แต่ว่าเยี่ยมทุกคนเลยครับ เวลาใครผ่านมาอ่านก็น่าจะได้แรงบันดาลใจขึ้นอีกด้วย ^_^

  • Tiger25

    เพิ่งเทรดมาได้สองปีเต็มเดือนสิงหา คิดว่าแนวทางของการเข้าซื้อช่วงวิกฤษซึ่งเป็น Motto ของ Warren Buffett ทีเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส  and Peter Lynch ที่เขามีวิธีการเข้าซื้อที่เรียบง่ายและการทำการบ้านที่ละเอียดรอบครอบ นำมาใช้เป็นหลักในการเทรดของผม ถ้าเข้าซื้อที่ช่วงวิกฤตหรือจะเป็นช่วงที่ราคาตกลงมามากๆแล้ว จะได้เปรียบเพราะราคาจะต่ำมากจนใครๆก็หนีตายเพื่อขายออกมา ถ้าเราได้ที่ราคานัันเราจะลืมหรือตัดปัญหาในเรื่อง cut loss ไปเลย มันจะมีแต่เพียงคำว่า Let profit runs เช่นกรณีย์เมือปลายปี 2008, ช่วงปลายกันยาต้นตุลาปี 2010 และเมื่อเร็วๆนี้เมื่อต้นมิถุนายน ผมโชคร้ายที่ไม่ได้เข้าเทรดเมื่อปี 2008 แต่รถคันใหม่ก็รอผมปี 2010 และเมื่อมิถุนายนที่ผ่าน แต่ระหว่างที่ไม่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ผมจะทำการบ้านตัวที่ผมชอบและเก็บไว้เป็น wish list  และรอเวลาที่ราคาจะลงต่ำมา โดยไม่จำเป็นต้องเกิดวิกฤตหรือไม่ก็ตาม ถ้าผมพอใจ หรือผมซื้อหุ้นเพิ่มไม่มาก ส่วนใหญ่จะเป็นตัวใหม่เสียมากกว่า และในช่วงระหว่างที่ผมรอ ผมก็เล่นแบบซื้อมาขายไปแบบเก็งกำไร พอเป็นค่าขนมหรือสะสมทุนไว้รอโอกาสให้ตกหนักๆอีกหรือตกมาเป็นที่พอใจในราคาที่ผมคิดว่าไม่แพงสำหรับธุระกิจประเภทนี้ ผมไม่เคยสนใจติดตามข่าวหุ้นไม่ว่าทางใดก็ตาม แต่จะอ่านเพื่อไม่ให้ตกข่าว การเทรดผมง่ายมาก ใช้ทั้ง Fundamental and Technical ร่วมกัน Indicators ผมก็ใช้ไม่มาก ผมเขียน Fibonanci ไม่เป็น อ่าน Elliot waves ไม่เก่ง ต้องไปอ่านที่เขาวิจารณ์ในเว็บนี้หรือที่ Chalok.com เพราะขืนทำเองจะไม่ประสพผลสำเร็จ  ในการเข้าซื้ออย่างไม่กลัวจะไปรับมีด ก็รอให้กร็าฟเกิดเป็นรูป Big W ให้ลากเส้นตัดลงมา ให้เข้าซื้อ แต่ต้องหาทางออกไว้เพื่อผิดพลาด แต่เท่าที่จากการดูกร๊าฟแบบนี้ ปี 08/10 มันยังไม่เคยพลาด สรุปช่วงนี้จะเป็นการเข้าซื้อที่ Motto ของ Buffett จะ works แน่นอน ปีนึงจะมีเหตุการณ์แบบนี้เข้ามาอย่างน้อยก็สองครั้ง ไม่แน่ก่อนสิ้นปีนี้อาจจะได้เห็นอีกครั้งก็ได้ เล่นหุ้นปีละสองครังก็พอถมเถ ไม่เล่นก็ไม่เสียเงิน แต่เล่นวิธีนี้ผมคิดว่าคุณคงไม่เสียเงินแน่นอน ยิ่งได้ต้นทุนที่ปี 08 คุนซือบ้านปูปีนั้น คุณก็ยังกำไรอยู่ดี เพราะราคาเมื่อเดือนพฤษจิฯไม่ถึงสองร้อยบาท แต่อยากจะบอกว่าระหว่างสองปีที่ผ่านมา หลังจากแจ้งเกิดแล้ว ผมก็ยังพลาดขายหมูหลายหน ตัวแดงก็มีบ่อย แต่กำไรสะสมผมยังคงเดินหน้า วิ่งแรงบ้าง ช้าบ้าง ลดลงมากว่าครึ่งก็มี ยาวไปหน่อย แต่คิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์ได้บ้าง  อีกอย่างได้กำไรก็ทำบุญบ้างก็ดีนะครับ