SET Hamburger

มีคนกล่าวไว้ว่า ในตลาดหุ้นขาลงนั้น 3 ใน 4 ของหุ้นทั้งตลาดจะลงไปพร้อมกับดัชนีตลาดโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตลาดกลายเป็นขาลงครั้งใหญ่อย่างเต็มตัวนั้น การอยู่เฉยๆอาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดก็ได้ ในบทความนี้ เราจะลองมาดูกันว่าคำกล่าวนี้จะเป็นจริงแค่ไหนกันครับ

เมื่อพูดถึงปรากฏการณ์ของตลาดหุุ้นในขาลงนั้น สำหรับตลาดหุ้นขาลงครั้งใหญ่ที่สุดที่พึ่งจะผ่านมากับตลาดหุ้นไทยนั้น (และตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในโลก) คงจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ช่วงวิกฤติ Subprime หรือ Hamburger Crisis ในปี 2008 คือช่วงเวลาที่ตลาดหุ้น SET ของเรา ได้กลายเป็นขาลงอย่างเต็มตัว และมันได้ทำให้นักเล่นหุ้นหลายต่อหลายคน ต้องเจ็บตัวไปตามๆกันด้วยเหตุผลต่างๆนาๆ อย่างไรก็ตาม เหตุผลหนึ่งที่เป็นเหตุผลสำคัญก็คือ

คนส่วนใหญ่นั้นพยายามที่จะฝืนกระแสของตลาดขาลง หรืออย่างน้อยที่สุด พวกเขาเชื่อว่าหุ้นที่ดีจะไม่ลงไปตามตลาด

แน่นอนครับ! อาจมีหลายคนเถียงว่า สุดท้ายแล้วหากมันเป็นหุ้นที่ดีจริงๆ ราคาของมันจะกลับขึ้นมาใหม่อีกครั้ง … สิ่งเหล่านั้นจะเป็นจริงในระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับหุ้นที่คุณถือด้วยว่า จริงๆแล้วมันดีอย่างที่คุณได้ตั้งสมมุติฐานเอาไว้จริงๆไหม หรือตลาดจะเป็นขาลงยาวนานเท่าไหร่ด้วย และถึงมันจะขึ้นหรือไม่ขึ้น ก็ไม่ได้แปลว่าคุณจะมีกำไรจากมัน เพราะระหว่างทางนั้น มีหลายอย่างที่จะเกิดขึ้น คุณอาจขายเพราะทนไม่ไหวหรือมีเหตุผลอื่นที่ดีกว่าก็เป็นได้ ดังนั้น น่าจะเป็นการดีที่เราจะย้อนมองถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะวางแผนรับมือกับมัน หรือทำใจล่วงหน้าสำหรับบางคนที่ยังต้องการจะทนถือให้ผ่านช่วงเวลาแย่ๆไป

มีหุ้นตัวไหนบ้างไหม ที่ยังสามารถวิ่งขึ้นได้เมื่อตลาดเข้าสู่ขาลง?

ผมได้ทำการทดลองย้อนกลับไปในปี 2008 เมื่อเกิด Hamburger Crisis ขึ้น เพื่อที่จะเก็บข้อมูลว่ามีหุ้นอยู่กี่ตัวในตลาด (568 ตัวตามฐานข้อมูลที่ผมมีอยู่) และเป็นตัวใดบ้างที่ยังสามารถจะทำกำไรออกมาได้ (มีอัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาที่เป็นบวก) ในช่วงเวลาที่ตลาดเป็นขาลงใหญ่ในขณะนั้น โดยนับช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ตลาด Peak ในวันที่ 22/5/2008 ถึงวันที่ตลาด Bottom ในวันที่ 29/10/2008 ออกมา และหุ้นที่ยังเหลือรอดสามารถทำกำไรให้คุณได้เมื่อตลาดขาลงได้จบลงนั้น มีทั้งหมด 13 ตัวดังนี้


Ticker End
Date/Time
Begin Close End Close Rate of Change % Hi-Lo
Range
Average Value ฿
(120 days)
SST 29/10/2008 4.22 6.8 61.14 221.25 4,171,055
DM 29/10/2008 10 13.5 35 155 55,921
CIMBT 29/10/2008 0.79 1 26.52 154.4 13,775,493
UKEM 29/10/2008 0.67 0.83 24.81 236.84 20,673,278
OISHI 29/10/2008 30.5 36.5 19.67 127.83 2,803,744
UBIS 29/10/2008 3.04 3.28 7.89 135.46 1,099,465
NC 29/10/2008 3.5 3.7 5.71 165.44 9,272
ICC 29/10/2008 40.5 42 3.7 107.69 1,446,007
JAS 29/10/2008 0.33 0.34 3.03 176.67 41,564,424
BOL 29/10/2008 1.38 1.4 1.45 146.43 69,913
ASIAN 29/10/2008 1.38 1.39 0.72 208.4 1,663,977
PB 29/10/2008 71 71.5 0.7 119.15 368,572
STHAI 29/10/2008 1.68 1.69 0.6 156.03 294,454

 

กฏ 3 ใน 4 ของตลาดขาลง
เราจะเห็นได้ว่าผลที่ออกมานั้น น่าตกใจกว่าคำกล่าวอ้างในตอนต้นที่ว่า 3 ใน 4 ของหุ้นทั้งตลาดจะลงเช่นกันเสียอีก! เพราะเมื่อเทียบเป็นอัตราส่วนร้อยละแล้วเราจะพบว่า มันเป็นจำนวนเพียงแค่ 2.28% ของหุ้นในตลาดเท่านั้นเอง!! นอกจากนี้แล้วเรายังพบอีกว่า
  • หุ้นส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่ไร้สภาพคล่องที่มีมูลค่าการซื้อขายที่ค่อนข้างต่ำเอามากๆเสียด้วย
  • มีหุ้นอยู่เพียง 5 ตัวหรือเพียง 0.88% ที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากับความเสี่ยง (10% ขึ้นไป)
  • ระยะของการเคลื่อนไหวหรือ Hi-Low Range นั้นค่อนข้างกว้างเมื่อเทียบกับอัตราการเปลี่ยนแปลงเมื่อสิ้นสุดการทดลอง นั่นจึงหมายความว่าคุณต้องเผชิญกับความผันผวนมากพอสมควร ในการที่จะอยู่ร่วมกับขาลงจนมันจบสิ้นไป
สิ่งเหล่านี้บอกอะไรกับเราอย่างนั้นหรือ?

หากคุณคิดว่าคุณเป็นอัจฉริยะแห่งตลาดหุ้น ที่สามารถจะเลือกเฟ้นเอาสุดยอดหุ้นแบบนี้ออกมาได้ในตลาดขาลงล่ะก็ ยินดีด้วยล่วงหน้า (ขอให้สำเร็จครับ) แต่ถ้าหากคุณคิดว่าคุณไม่ใช่ หรือคุณยอมที่จะเผื่อใจไว้ให้กับความเสี่ยงบ้างล่ะก็ คุณก็น่าจะพอรู้คำตอบได้แล้วว่าควรทำเช่นไรเมื่อขาลงใหญ่มาถึง เพราะมันเป็นเรื่องค่อนข้างยากมากๆเลยทีเดียว ที่คุณจะสามารถค้นพบหุ้นเหล่านี้และทำกำไรจากมันได้ได้เมื่อขาลงใหญ่เกิดขึ้นจริงๆ และหากว่าคุณคิดว่าหยุดลงทุนไม่ได้จริงๆนั้น อย่างน้อยที่สุด คุณก็ควรที่จะผ่อนน้ำหนักลงมาบ้างเพื่อความปลอดภัยกันบ้าง เพื่อรักษาเงินทุนหากเหตุการณ์ดำเนินไปจนสุดกู่จริงๆนั่นเอง

อย่าลืมว่าสิ่งสำคัญในการทำกำไรก้อนใหญ่ก็คือ การมีหุ้นอยุ่เมื่อแนวโน้มใหญ่มาถึง ไม่ใช่การฝืนแนวโน้มหรือหลอกตัวเองเมื่ออยู่ในขาลงไปวันๆ หากว่า Buy and Hold – Forever ไม่ใช่กลยุทธ์หลักของคุณแล้ว นั่นมีแต่จะยิ่งทำให้คุณต้องเจ็บปวดโดยไม่จำเป็น

เมื่อขาลงใหญ่มาถึง อย่าลืม … กฏ 3 ใน 4 ครับ

แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management

  • http://mangmaoclub.com Mod

    สำหรับหลายๆคนที่สงสัยว่าผมหายไปไหน ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้ตอบคอมเมนท์หรือเมล์ต่างๆนะครับ พอตลาดเป็นขาลงผมไม่ค่อยได้ดูตลาดเท่าไหร่เพราะไม่จะไม่ค่อยมีหุ้นเข้าระบบโดยอัตโนมัติ เลยเริ่มเกิดอาการอู้ไปพักผ่อน + ทำการบ้านสักพักครับ

    ยังไงเดี๋ยวผมจะค่อยๆกลับไปไล่ตอบคอมเมนท์และเมลตามลำดับครับ อย่าพึ่งเคืองกันนะครับผม :D

  • jumb1101

    ขอบคุณสำหรับบทความดีดี อีกแล้วครับท่าน :D

  • http://www.facebook.com/people/Yong-Siri/558435420 Yong Siri

    ช่วงนี้ยุ่งเหมือนกันครับ คุณมด ติดตามตลอดครับสำหรับผลงาน

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @facebook-558435420:disqus ไว้ว่างๆ นั่งคุยกันต่อครับ ไม่รู้ระบบไปถึงไหนแล้ว :D

  • http://www.facebook.com/maneenavamon Natthawat Maneenavamon

    กระทืบ like ให้เลยครับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @facebook-1759669790:disqus กระทืบ like ได้ แต่อย่าเผลอกระทืบผมแล้วกันครับ 55

  • Joe

    ช่วงนั้นมีหุ้นอยู่ตัวนึงในที่คุณมดlist อยู่เลยคับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @805b935918f4263e3d9f2e420d64d7cf:disqus เยี่ยมเลยที่หาเจอครับ :D (ผมเองช่วงนั้นได้นั่งเล่น 55)

  • Tsunami2p

    สิ่งที่ทำได้ยากที่สุดในช่วงตลาดขาลงคือ
    การอยู่เฉยๆ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @a6a772ba443e13b15aaad8eae364aa51:disqus ต้องหาอะไรทำแก้เซ็ง ไม่ก็ไปเที่ยวกันบ้างดีกว่าครับ อิอิ

  • emika

    ขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆๆค๊ะ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      ขอบคุณคอมเมนท์เช่นกันครับ

  • Yingyos

    หอบเงินหนีเรียบร้อยครับ แบบไม่เจ็บตัวเท่าไหร่
    เห็นตกหนักๆ เริ่มคันมือ แต่รอก่อนดีกว่า กลัวมือแหก

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @ae41d670bbec451c93c8daf2af6fe86f:disqus ดีครับ ไม่งั้นมือแหกขึ้นมา เดี๋ยวจะเล่นคอมไม่ได้เอา 55

  • splek

    สิ่งที่ผมควรทำในช่วงตลาดขาลง คิดว่าคงเป็นการมาหาความรู้ใน mangmaoclub นี่แหละครับ ขอบคุณคุณมดสำหรับความรู้ดีๆ ในทุกสภาวะตลาดครับ

  • Mumagagi

    ขอบคุณมากครับ
    มีประโยชน์ต่อมือใหม่อย่างผมมากครับ

  • Dogcia

    ช่วงนี้นั่งดูเฉยๆเลย ถือว่าเป็นช่วงหาความรู้เพิ่ม
    ก็รออ่านจากแมงเม่าคลับนี่แหละครับ

  • Mr.H

         เสน่ห์อย่างนึงของบทความ คุณมด ก็ตรงที่นำเอาข้อมูลจริงๆมาพิสูจน์ให้เห็นๆกันเลย ไม่พูดกันลอยๆ ไม่เอาความน่าเชื่อถือส่วนตัวมาทำให้คนเชื่อ ต้องขอบคุณคุณมดมากที่เหนื่อยเอาข้อมูลมารวบรวมเพื่อทำข้อพิสูจน์ออกมา เป็นอีกบทความหนึ่งที่ยอดเยี่ยมมากๆครับ (ทำให้ผมหยุดอ่านเวบนี้ไม่ได้เลยจริงๆ 555)
          ขอแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมจากบทความ ในสภาวะตลาดขาลง วิธีที่ดีที่สุดก็คือถือเงินสด เพราะหากคุณถือหุ้นชั้นดียอดเยี่ยมแม้ยามตกมันอาจจะตกน้อยกว่าตลาด แล้วตอนเด้งกลับมันเด้งแรงกว่าตลาด แต่ประเด็น คือ แล้วทำไมเราต้องเสียโอกาสในเงินทุนที่จมกับหุ้นแล้วนั่งดูมันมูลค่าลดลงไปทุกวัน! สำหรับผมแล้วในยามตลาดขาลงเงินสดก็คือโอกาสครับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @6af7c1cae4a58a1743d124170a783fc5:disqus ความจริงผมนึกว่าคงไม่ค่อยมีใครเชื่อถือ เลยเอาหลักฐานมาให้ดูตัดสินใจกันเองมากกว่ามั้งครับ 55
      เรื่องการถือเงินสดในขาลง ผมมองว่ามันก็เป็น beat the market สบายๆในอีกรูปแบบหนึ่ง ส่วนถ้าใครต้องการมากกว่านั้น และมั่นใจก็อาจพิจารณาเล่น Short ต่อไป ซึ่งสำหรับคนธรรมดาๆผมว่าค่อนข้างอันตรายพอสมควรหากไม่มีวินัยครับ :D

  • chitaro

    ขอบคุณบทความดีๆครับ การพยายามสวนกระแสนี่ risk/reward ไม่คุ้มเลยจริงๆ

  • Random Walk

    มั่นใจได้อย่างไรครับว่าตอนนี้อยู่ในช่วงขาลงใหญ่
    ไม่มีใครทำนายอนาคตได้หรอกครับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @113ee70c906617bf70a61581c6330db8:disqus สงสัยคุณ Random Walk จะอ่านแล้วเข้าใจผิด ผมบอกว่า “เมื่อขาลงใหญ่มาถึง อย่าลืม … กฏ 3 ใน 4 ครับ” :D
      อีกอย่างผมไม่ได้ทำนายอนาคตให้ใครฟังครับ ไม่คิดจะทำนายอะไรด้่วย เพราะไงเดี๋ยวก็ถูกๆผิดๆอยู่แล้ว 55

      ผมแค่อยากเตือนไม่ให้คนฝืนตลาดครับ เพราะตอนนี้ SET หลุดแนวรับใหญ่ลงมาแรงพอสมควร สำหรับผมถือเป็นจุดตัดสินใจอย่างหนึ่ง ส่วนอนาคตจะเป็นยังไงแบบไหนผมก็ไม่รู้จริงๆหรอกครับ ผมคงบอกได้แค่ after fact แต่ถ้าคุณ Random Walk อาจมองว่ามันยังไม่ใหญ่ก็ได้ เพราะมองคนละ Point กันก็ไม่เป็นไรครับ ถือว่าแลกความเห็นกัน อิอิ

      • Ssjs

        ประเด็นอยู่ที่ว่าคุณบอกไม่ทำนายอนาคต แต่คุณไปคาดเดาว่ามันจะต้องลงอีกเยอะ มันขัดกัน
        มันเป็นไปได้ทั้งลงแรงต่อไปอีก และ รีบาวด์ขึ้นต่อ
        คุณเลือกทดลองแต่ครั้งที่เกิดวิกฤต ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ออกมาแล้ว ผลก็ต้องเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว
        ถ้าครั้งนี้ไม่ใช่วิกฤต ผลก็เป็นอีกแบบนึง
        คุณตั้งโจทย์ในการทดลองผิดตั้งแต่แรก
        คุณควรทดลองว่าเหตุการณ์ที่ลงแรง 200 จุดที่ผ่านมาในอดีต เกิดวิกฤตกี่ครั้ง และ เกิดการรีบาวด์กี่ครั้งมากกว่านะครับ

        • Hddj

          20 ปีที่ผ่านมา เกิดวิกฤต 3 ครั้ง แต่มีเหตุการณ์ลงแรงแบบนี้เป็นร้อยครั้ง ลองทดสอบดูนะครับ ไม่เช่นนั้นจะเป็นการ bias หรือไม่ต่างอะไรกับ curve fit ของคุณ

          • Ddj

            การทดลองต้องครอบคุมเหตุการณ์ทั้งหมดครับ จะมองภาพรวมของSeT ไม่ได้ เพราะในตลาดมีทั้งบริษัทดี และ แย่ ปนกันไป แต่ถ้าคุณมีความรู้คัดเลือกบริษัทดีและถือยาว มันดีและสบายใจกว่าคุณมานั่งเฝ้าตลาดเข้าออกเข้าออก แน่นอนครับ
            ยกตัวอย่างคุณถือ buy and hold BANPU ที่ผ่านมาสิบปี ถึงว่ามีวิกฤตกี่รอบยังไง ผลตอบแทนเฉเลี่ยต่อผีเท่าไหร่ ลองคิดให้ผมดูหน่อยครับ

          • Hdk

            วิธีของคุณไม่ได้เรียกว่าการลงทุนครับ แต่เป็นการเล่นพนันโดยใช้ข้อได้เปรียบเชิงสถิติ ซึ่งมันก็ได้ผลกำไรที่ดีเหมือนๆกัน แต่อยากจะบอกว่า
            การลงทุนจริงๆแล้วไม่จำเป็นต้องเข้าออกก็ได้ครับ แต่ต้องดูในภาพระยะยาวแบบครอบคลุมทั้งหมด ปลูกต้นไม้คงไม่ได้ปลูกภายในสัปดาห์เดียวนะครับ

          • Djid

            สรุปแล้วการเกิดวิกฤตของการ buy and hold มันเปรียบได้กับ การเกิด major drawdown ในระบบของคุณครับ ระบบของทุกคนก็จะต้องมี ช่วงที่เป็นวิกฤตแบบนี้แน่นอน อยากให้คุณเปิดใจ และยอมรับสิ่งหใ่ที่เรียกว่าการลงทุนที่แท้จริงด้วยครับ

          • = =!

            Buy and hold banpu ตอนนี้เป็นอย่าง/รมั่งหรอครับ-..-! อยากทราบผลของระบบครับ

  • sudtui

    +100 like เลยครับ  แบบนี้คุณมดต้องเปลี่ยนชื่อเวปแล้วครับ เพราะ แม่งเม่าไม่เชื่อแบบนี้หรอกครับ
    แถมจะโดนว่าเอานะครับ อิอิ
    ขอบคุณคุณมดมากครับที่เอามาเตือนสติกัน ก่อนจะเสียหมด

  • Bozz_zo

    เป็นกำลังใจให้คุนมดนะครับ ผมติดตามาตลอด อย่าไปสนคนบางกลุ่มที่ไม่หัดรู้จักเปิดกว้างเลยครับ :)

  • http://mangmaoclub.com Mod

    @113ee70c906617bf70a61581c6330db8:disqus ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าน้ำเสียงคุณไม่เป็นมิตรเอาเสียเลยนะครับ e-mail ให้กรอกก็ใส่มั่วมาหมด ไม่เหมือนปถุชนทั่วๆไปเขาทำกัน แถมยังใส่ผมเป็นชุดอย่างนี้ ไม่รู้เอาหลักมารยาทข้อไหนมาใช้กับผม มาแบบนี้ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงลบทิ้งไปแล้ว แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ผมชอบทำ ผมก็เลยขอตอบแบบตามความเหมาะสมแล้วกัน ถ้าผมเข้าใจผิด ก็ขอให้บอกมาแล้วปฏิบัติกับผมอย่างเป็นมิตรกันด้วย แล้วผมก็โทษด้วยล่วงหน้าแล้วกันครับ

    ***** ประเด็นอยู่ที่ว่าคุณบอกไม่ทำนายอนาคต แต่คุณไปคาดเดาว่ามันจะต้องลงอีกเยอะ มันขัดกัน *****มีตรงไหนที่ผมบอกว่าผมคาดเดา ผมออกตัวมานานเป็นปีๆตั้งแต่เริ่มเขียนว่าผมเป็น Trend Follower ไม่เคยอยากเดาอนาคตครับ! และผมก็ไม่ได้บอกว่ามันจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่นี่เป็นช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่เขามองว่าจะเป็นครับ ผมเลยจับมาเขียนให้อ่านกัน ซึ่งพูดตรงๆผมก็คิดแล้วว่าจะโดนคนว่าเรื่อง Curve fit ไหม หากว่าผมจับครั้งไหนมาลงครั้งเดียว ซึ่งพูดตรงๆอีกทีนะครับ ว่าผมไม่ได้มีเวลาทั้งวันมานั่งเขียนบทความครับ ผมหยิบมาเล่าให้ฟังครับ***** คุณเลือกทดลองแต่ครั้งที่เกิดวิกฤต ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ออกมาแล้ว ผลก็ต้องเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว ถ้าครั้งนี้ไม่ใช่วิกฤต ผลก็เป็นอีกแบบนึง คุณตั้งโจทย์ในการทดลองผิดตั้งแต่แรก ******ก็นี่เป็นบทความเกี่ยวกับสภาวะเมื่อเกิดวิกฤติขาลงครั้งใหญ่นี่ครับ ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับวิกฤติที่ผมคิดว่าจะต้องเกิดในครั้งนี้ ผมตั้งผิดตรงไหนครับ? ถ้าผมเขียนหัวข้อว่า Sideway แล้วผมมาทดลองแบบนี้ก็ว่าไปสิครับ***** 20 ปีที่ผ่านมา เกิดวิกฤต 3 ครั้ง แต่มีเหตุการณ์ลงแรงแบบนี้เป็นร้อยครั้ง ลองทดสอบดูนะครับ ไม่เช่นนั้นจะเป็นการ bias หรือไม่ต่างอะไรกับ curve fit ของคุณ ….. ยกตัวอย่างคุณถือ buy and hold BANPU ที่ผ่านมาสิบปี ถึงว่ามีวิกฤตกี่รอบยังไง ผลตอบแทนเฉเลี่ยต่อผีเท่าไหร่ ลองคิดให้ผมดูหน่อยครับ ****คุณว่าว่าผม Curve fit กับเหตุการณ์ทั้งที่ผมเพียงแค่หยิบเอาปี 2008 มาทดลองให้คนเขาดูกันว่ามันเป็นอย่างไรบ้าง … แต่ให้ผมหา CAGR ของ Banpu ตัวเดียวออกมา มันต่างกับกับการ Curve fit เพื่อหาประสิทธิภาพของ Buy and Hold อย่างไรครับ? และมีความน่าจะเป็นสักแค่ไหนที่คนส่วนใหญ่ในตลาดจะได้ผลประโยชน์จากมันอย่างเต็มที่ จะมีสักกี่คนที่เลือกถือได้ถูกตัว และถือจนผ่านมาเป็น 10 ปีได้จริงๆในตลาด คิดเป็นร้อยละกี่ % ครับ มีหุ้นสักกี่ตัวที่เป็นแบบนั้น ผมมองว่าไม่เยอะหรอก ผมถึงได้เขียนบทความซึ่งแสดงให้คนที่เล่นหุ้นในแนวทางอื่นที่ไม่ใช่ Buy and Hold forever ได้ศึกษากันครับอีกอย่างหนึ่งก็คือ ผมไม่ใช่ผู้ให้บริการ Backtester Service ที่ต้องลองโน่นนี่ให้ใครตามคำสั่งนะครับ ผมเป็น Blogger เขียนบทความแบ่งให้คนอ่านกันครับ อย่าใช้คำพูดเหมือนลองเชิงกับผมเลยครับ อีกอย่างคุณก็น่าจะรู้ดีว่ามันเท่าไหร่อยู่แล้ว จะมาถามผมทำไมครับ***** วิธีของคุณไม่ได้เรียกว่าการลงทุนครับ แต่เป็นการเล่นพนันโดยใช้ข้อได้เปรียบเชิงสถิติ ซึ่งมันก็ได้ผลกำไรที่ดีเหมือนๆกัน แต่อยากจะบอกว่า การลงทุนจริงๆแล้วไม่จำเป็นต้องเข้าออกก็ได้ครับ แต่ต้องดูในภาพระยะยาวแบบครอบคลุมทั้งหมด ปลูกต้นไม้คงไม่ได้ปลูกภายในสัปดาห์เดียวนะครับ *****อยากจะเรียกอะไรก็เรียกไปเถอะครับผมไม่ว่า คุณจะมายึดติดกับคำว่าการพนันการลงทุนกันทำไม ทั้งๆที่แต่ละคนก็ให้ความหมายไม่เหมือนกัน 100% หรอก ไม่เชื่อก็ลองไปตั้งกระทู้ถามคนที่ไหนก็ได้ครับ ว่ามันต่างกันยังไง เดี๋ยวคุณก็ได้คำตอบต่างกันเป็น 100 แบบอยู่ดี ประเด็นสำคัญคือคุณมาเล่นหุ้นเพื่อเป็นนักลงทุน หรือจะมาเอากำไรครับ?มีประโยชน์อะไรที่คุณต้องมาชี้ว่าใครเป็นแบบนั้นแบบนี้ ทั้งๆที่คุณรู้จักผ่านหน้าจอเพียงเท่านี้ อย่าเอาตัวเองเป็นศูยน์กลางตัดสินโลกทั้งใบเลยครับ***** สรุปแล้วการเกิดวิกฤตของการ buy and hold มันเปรียบได้กับ การเกิด major drawdown ในระบบของคุณครับ ระบบของทุกคนก็จะต้องมี ช่วงที่เป็นวิกฤตแบบนี้แน่นอน อยากให้คุณเปิดใจ และยอมรับสิ่งหใ่ที่เรียกว่าการลงทุนที่แท้จริงด้วยครับ *****ผมยังไม่ได้ไปว่าใครเลยนี่ครับ เข้าใจอะไรผิดเลยหรือปล่าว? ผมบอกว่าถ้าเราไม่ใช่ไสตล์ Buy and Hold แล้วจะไปทนทำไม หุ้นที่ถืออยู่มันจะดีจริงหรือปล่าวยังไม่รู้เลย แล้วมันไปทำอะไรให้คุณเคืองครับ? ทำไมต้องของขึ้นกับผมขนาดนี้ครับ?อีกอย่างนักลงทุนที่ผมรู้จักกันดีๆก็มีสาย Investor ตั้งเยอะแยะ ดังๆก็หลายคน เราก็คุยกันได้ไม่เคยจะมีปัญหามา ใจเย็นๆแล้วอ่านบทความผมแบบเปิดใจหน่อยครับ ผมเองไม่เคยปิดใจกับวิธีการลงทุนแบบไหนหรอกครับ แต่ถ้าผมจะเขียนอะไรสักอย่างมันก็ควรเป็นเรื่องที่ผมถนัดสิครับ และถ้าปิดใจผมไม่มานั่งตอบให้ยาวๆแบบนี้หรอกครับถ้าผมจะว่าผม Anti วิธีการลงทุนแบบไหนคงจะไม่ใช่ เพราะถ้าผมจะ Anti จริงๆ … คงจะเป็นนักลงทุนที่ชอบปิดใจเอาโลกของตัวเองตัดสินว่า นี่แหละคือหลักแห่ง “การลงทุน” ของข้า ดีที่สุดในจักรวาล ของคนอื่นมันมวยวัดนักพนัน แต่คนอื่นมาแตะต้องวิถีการลงทุนของข้าไม่ได้อย่างที่คุณว่านั่นแหละครับสุดท้ายนะครับ นี่เป็นบล็อกแบ่งปันแนวคิดการเล่นหุ้นครับ ไม่ใช่ที่ๆมานั่งจับผิดเบลมกัน ถ้าคิดว่าไม่ใช่ไม่ดีอย่าเอาแต่ด่าเลยครับ ช่วยนำเสนอมาให้คนได้อ่านกันจะดีกว่า ติโน่นตินี่เสร็จแล้วก็ไปทั้งที่คุณก็ดูไม่ใช่คนไม่มีความรู้ … ทำแบบนี้ไม่เห็นมีประโยชน์ครับ

    • Random Walk

      ก่อนอื่นต้องบอกว่าไม่มีเจตนาจะต่อต้านหรือจับผิดอะไรครับ แค่อยากจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นให้มีมุมมองใหม่ๆมากขึ้น ไม่ย้ำคิดย้ำทำอยู่ที่เดิมครับ ถ้าล่วงเกิน หรือใช้คำพูดที่แรงไป ต้องขอโทษมา ณ โอกาสนี้ครับ
      เว็บของคุณมดผมขอชื่นชมว่าเขียนดีมาก คล้ายกับหนังสือต่างประเทศที่ผมอ่านหลายเล่ม แต่เอามาแปลเป็นภาษาไทยด้วยภาษาที่ชัดเจน เข้าใจง่าย เรียกได้ว่าเป็นเว็บให้ความคิดในเรื่องระบบ และสถิติที่ดีที่สุดของประเทศ แต่ผมเพียงแค่ไม่อยากพูดเยินยอหรือเห็นด้วย คล้อยตามกับบทความของคุณทุกบทความไปหมดเหมือนคนอื่นทั่วไป ผมจะคิดตาม และใช้ความรู้ที่มีของผมในการกลั่นกรองอีกที ถ้าอันไหนผมมีความคิดต่างอย่างเช่นบทความนี้
      ผมก็อยากจะขอแลกเปลี่ยนความคิดเห็นครับ

      1. ด้วยการที่คุณเอาบทความนี้มาลงในช่วงนี้ ผมถือว่าเป็นการชี้นำให้คนที่ผ่านมาอ่านว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะต้องเป็นวิกฤตครั้งต่อไป และหุ้นต้องลงต่อไป ซึ่งในความเป็นจริงอาจจะเป็นหรือไม่เป็นก็ได้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าคุณชี้นำจริงๆครับ

      2. อยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นว่า buy and hold เป็นอีกระบบหนึ่งในหลายๆระบบ ซึ่งไม่จำเป็นว่าทุกระบบจะต้อง cut loss (เพราะคุณเน้นย้ำเหลือเกินว่าทุกระบบต้อง cut loss) ซึ่งคุณเข้าใจผิด กลยุทธ์การ limit loss ของ buy and hold จะถูกปกป้องโดยการเลือกลงทุนในบริษัทที่ดี ซึ่งต้องอาศัยความรู้ในการวิเคราะห์ เมื่อคุณใช้ระบบนี้คุณก็ต้องมีวินัยกับระบบนี้ ไม่เปลี่ยนระบบกลางทาง เพราะระหว่างทางอาจเกิด drawdown ได้ เหมือนกับระบบทั่วไปครับ 

      สรุป.. อยากให้คุณเข้าใจว่ามีบางระบบไม่จำเป็นต้อง cut loss โดยวิธีการขายเมื่อราคาลงโดยใช้วิธีปริมาณครับ แต่ใช้การ limit loss โดยใช้วิธีคุณภาพได้ครับ

      3. โดยส่วนตัวแล้วผมลงทุนมาแล้วหลายปี มีหลายระบบทั้งคุณภาพ และปริมาณ รวมถึงระบบ trend following ของคุณ จากประสบการณ์ของผมของแชร์ว่า มันใช้ได้ผลตอบแทนทุกระบบถ้าคุณใช้มันอย่างถูกต้องครับ

      ผมอาจใช้คำแรงเกินไปเพื่อให้เกิดการสะดุดทางความคิด ต้องขอโทษอีกทีครับ

      • Random Walk

        เพิ่มเติมนะครับ ขอแลกเปลี่ยนประสบการณ์นะครับ ไม่อยากให้คุณแยกแนวคิดแต่ละแบบออกจากกันเหมือนศาสนาอะไรของคุณ Mr.H แต่คุณต้องเข้าใจภาพรวมในวิธีการได้กำไรจากตลาด ซึ่งมีหลายรูปแบบครับ มันไม่เหมือนกัน
        Buy and hold เกิด drawdown ตอนตลาดรวมลงTrend Following เกด drawdown ตอนตลาด sidewayตลาด จะมี ขึ้น, ลง, side way โดยเวลาส่วนใหญ่จะเป็น sideway เป็นหลัก หมายถึงเวลาส่วนใหญ่ของ trend following จะเกิด drawdown แต่ถึงแม้ว่าช่วงเวลาขึ้นและลงจะมีสัดส่วนที่น้อยกว่า sideway แต่ magnitude ของการขึ้นและลงมันมีขนาดใหญ่พอที่จะชดเชยกันครับ เป็นผลทำให้ขนาด drawdown ของ ทั้ง 2 ระบบนี้ มีค่าใกล้เคียงกันครับ ขึ้นอยู่กับช่วงจังหวะเวลา

        • Random Walk

          แนะนำว่า ถ้าคุณใช้ 2 ระบบ พร้อมกัน
          มันจะช่วยชดเชยกันในยามที่อีกระบบหนึ่งไม่ดีครับคุณไม่จำเป็นต้องนับถือศาสนาเดียวครับ

          • http://mangmaoclub.com Mod

            ผมไปตอบไว้ด้านล่างนะครับ กล่อง Comment มันอาจจะเล็กไปเดี๋ยวจะอ่านไม่ถนัดกัน :)

  • O Wathin

    มือใหม่คะ ประโยค “Buy and Hold – Forever ” มันเจ็บแปล๊บแปล้บ..

  • Pan

    คุณมดคะ เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ
    บทความของคุณมดดีมาก  อย่าไปใส่ใจnoise ค่ะ
    เรานำเสนอในสิ่งที่เราสนใจก็ถูกต้องแล้ว ใครไม่เห็นด้วยก็เห็นแย้งได้ไม่มีปัญหา
    แต่ไม่ใช่วิธีที่บอกว่า วิธีนั้น ดีกว่าวิธีนี้ เหมือนคุณความเห็นข้างบน
    เรื่องนี้ เป็นปัญหาให้เถียงกันมาทุกเวปแล้วค่ะ ไม่มีประโยชน์อะไรเลย
    ถ้าคุณสนใจเรื่อง buy&hold ก็ไปคุยที่เวปอื่นได้ ที่นี่เค้าสนใจกันในเรื่องนี้ ก็ไม่เห็นผิดอะไร
    ชอบอะไรก็ทำตามจริตของแต่ละคนไปเถอะค่ะ อย่ามาบอกว่าวิธีไหนดี ไม่ดี เสียเวลา ไม่มีประโยชน์ค่ะ

    เป็นกำลังใจให้คุณมดค่ะ

    • Random Walk

      ลองอ่านความเห็นของผมที่ตอบคุณ mod ของผมข้างบนดูครับ
      คงจะไม่เสียเวลา และมีประโยชน์บ้างนะครับ
      ถ้าไม่มีประโยชน์จริงๆ ก็ ignore มันไปครับ

  • Mr.H

    ขออนุญาตแจมนะครับ ผมอ่านเวบของคุณมดมาตั้งแต่เปิดจนถึงปัจจุบัน อ่านมาแทบทุกบทความ เท่าที่จำได้ผมไม่เคยเห็นคุณมดต่อต้านการเล่นหุ้นสไตล์ลงทุนนะครับ เพียงแต่คุณมดนั่นชัดเจนมากว่าตัวเองเป็นแนวเก็งกำไร(ซึ่งใครจะเรียกว่าพนันก็ว่ากันไป)ซึ่งคุณมดก็ออกตัวมาตลอดว่าเป็นแนวที่ถนัดที่สุด แม้แต่บทความนี้คุณมดก็ไม่ได้เขียนออกมาเพื่อต่อต้านการลงทุนนะครับ เพียงแต่ชี้ให้ทำนองเตือนๆว่าสำหรับพวกนักเก็งกำไรทั้งหลายที่คิดจะเล่นหุ้นในช่วงเกิดวิกฤตขาลงใหญ่ๆนั้นมันเล่นยากทำกำไรยาก โดยเอาข้อมูลเชิงประจักษ์มาพิสูจน์ให้เห็นกัน  โดยส่วนตัวผมค่อนข้างเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ที่เข้ามาอ่านในเวบนี้ล้วนตกผลึกทางความคิดมาแล้วทั้งสิ้นว่าตัวเองชอบแนวแบบนี้ ชอบการเก็งกำไร(จะสั้นจะยาวอีกเรื่องนึง) เล่นแบบนี้แล้วมีความสุขกินอิ่มนอนหลับ ผมเชื่อว่าหลายๆคนที่อ่านเวบนี้เคยซื้อขายหุ้นสไตล์ลงทุนมาก่อนด้วยซ้ำ แต่ท้ายที่สุดก็คงรู้แล้วว่าไม่เหมาะกับตัวเอง ไม่เหมาะกับนิสัยเลยมองหาแนวทางอื่น เช่น TA  ซึ่งเวบนี้ก็เป็นแนวนี้ซะด้วย
         จะว่าไปมันก็คล้ายๆ(ย้ำว่าคล้ายๆ)กับคุณมดประกาศตัวเองว่าเป็นเจ้าสำนักทางด้านนี้ ถนัดแบบนี้ ชอบแนวนี้  ใครชอบแบบนี้ก็เข้ามานะ มารวมกันมาแบ่งปันความรู้กัน(ซึ่งเท่าที่ผ่านมาคุณมดจะเป็นคนแบ่งปันความรู้ซะฝ่ายเดียวมากกว่า 555) เพราะฉนั้นมันเป็นเรื่องที่พิลึกนะ ถ้าคุณเดินเข้าไปวัดของศาสนานึงแล้วเห็นเจ้าอาวาสเค้ากำลังเทศนาหลักคำสอนของศาสนาเค้าอยู่ คุณทนไม่ได้เพราะคุณเป็นคนอีกศาสนานึงเลยไปบอกเจ้าอาวาสว่าเปิดใจไปนับถือหลักคำสอนของอีกศาสนานึงบ้างซิ เทศน์อย่างนี้ไม่ถูกนะ ที่วัดของอีกศาสนานึงเค้าไม่ยอมรับคำสอนแบบนี้นะ ผมว่าพฤติกรรมแบบนี้มันพิลึกโคตรๆ

    • Random Walk

      อ่านความคิดเห็นผมที่ตอบคุณ mod ข้างบนนะครับ
      ลองอ่านความเห็นพิลึกโคตรๆของผมดู

  • Mr.H

    1.   ด้วยการที่คุณเอาบทความนี้มาลงในช่วงนี้ ผมถือว่าเป็นการชี้นำให้คนที่ผ่านมาอ่านว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะต้องเป็นวิกฤตครั้งต่อไป และหุ้นต้องลงต่อไป ซึ่งในความเป็นจริงอาจจะเป็นหรือไม่เป็นก็ได้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าคุณชี้นำจริงๆครับ
    -ขอตอบคำถามนี้แทนคุณมดนะครับ เอาอย่างนี้นะครับ ตอนนี้มีเหตุการณ์น้ำท่วม สื่อก็เลยออกข่าวเยอะ วิเคราะห์ต่างๆมากมาย หมายความว่าสื่อชี้นำว่าน้ำจะท่วมอีกอย่างหนัก? การพูดเรื่องน้ำท่วมในช่วงที่เกิดน้ำท่วม ไม่ได้หมายความว่าน้ำจะท่วมเพิ่มขึ้นนะครับมันไม่เกี่ยวกัน   ผมว่าคุณมดเค้าก็แค่ intrend มากกว่า เห็นว่าช่วงนี้หุ้นลงเยอะก็เลยอยากจะออกมาพูดว่าช่วงตลาดเกิดขาลงใหญ่ๆสำหรับนักเก็งกำไร ย้ำนะครับว่านักเก็งกำไร ควรและไม่ควรทำอะไร โดยยกตัวอย่างจากเหตุการณ์จริงปี 2008 นำข้อมูลเชิงประจักษ์มาวิเคราะห์ให้ดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น ซึ่งผมพูดตรงๆเลยว่าผมอ่านบทความนี้ใหม่หลายรอบ ก็ไม่พบว่าตรงไหนในบทความนี้ชี้นำว่าตอนนี้จะเกิดหรือกำลังเกิดขาลงใหญ่  

    2. อยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นว่า buy and hold เป็นอีกระบบหนึ่งในหลายๆระบบ ซึ่งไม่จำเป็นว่าทุกระบบจะต้อง cut loss (เพราะคุณเน้นย้ำเหลือเกินว่าทุกระบบต้อง cut loss) ซึ่งคุณเข้าใจผิด กลยุทธ์การ limit loss ของ buy and hold จะถูกปกป้องโดยการเลือกลงทุนในบริษัทที่ดี ซึ่งต้องอาศัยความรู้ในการวิเคราะห์ เมื่อคุณใช้ระบบนี้คุณก็ต้องมีวินัยกับระบบนี้ ไม่เปลี่ยนระบบกลางทาง เพราะระหว่างทางอาจเกิด drawdown ได้ เหมือนกับระบบทั่วไปครับ สรุป.. อยากให้คุณเข้าใจว่ามีบางระบบไม่จำเป็นต้อง cut loss โดยวิธีการขายเมื่อราคาลงโดยใช้วิธีปริมาณครับ แต่ใช้การ limit loss โดยใช้วิธีคุณภาพได้ครับ
    -ขอแสดงความเห็นนะครับ ผมว่าจริงๆแล้วนักเก็งกำไรเล่นรอบ ไม่มีใครรังเกียจหรือต่อต้านกลยุทธ Buy and hold นะครับ เพียงแต่ว่านักเทคนิคอาจจะไม่เก่งเรื่องดูพื้นฐานเท่าไร และหลายๆคนเค้าไม่ชอบ มันอาจจะไม่เหมาะกับนิสัยของเค้า เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของความชอบมากกว่านะครับ  buy and hold มันเป็นกลยุทธที่ดีผมไม่เถียงหรอกครับ ถ้าผมมองพื้นฐานกิจการหุ้นขาด มองออกว่าจะมีกำไรเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ 5 ปี 10 ปี ผมก็คง buy and hold เหมือนกัน แต่ผมไม่เก่งขนาดนั้นวิเคราะห์งบการเงินก็ไม่เก่ง  ก็ต้องหาวิธีอื่นที่ทำกำไร ในเมื่อผมไม่รู้อนาคตผมก็ต้อง cut loss  ให้เป็น เพราะผมไม่รู้หรอกว่าพื้นฐานมันเปลี่ยนหรือยัง ย้ำนะครับว่า Buy and hold เป็นกลยุทธที่ดี แต่ความชอบของเรามันไม่เหมือนกันก็แค่นั้น และเพราะความไม่รู้ของเรา เราจึง cut loss เพื่อ limit ความเสี่ยงพวกเราเทรดไปตามแผนครับเราไม่ได้เทรดไปตามความคาดหวัง trade with plan don’t trade with hope
    3. โดยส่วนตัวแล้วผมลงทุนมาแล้วหลายปี มีหลายระบบทั้งคุณภาพ และปริมาณ รวมถึงระบบ trend following ของคุณ จากประสบการณ์ของผมของแชร์ว่า มันใช้ได้ผลตอบแทนทุกระบบถ้าคุณใช้มันอย่างถูกต้องครับ
    – อันนี้ผมเห็นด้วยกับคุณนะ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @6af7c1cae4a58a1743d124170a783fc5:disqus ขอบคุณที่เข้ามาแลกเปลี่ยนความเห็น และช่วยตอบ Comment นะครับ :D แชร์ความคิดกันเยอะๆอย่างนี้สนุกมากครับ

  • http://mangmaoclub.com Mod

    @113ee70c906617bf70a61581c6330db8:[email protected]:[email protected]:disqus พึ่งจะได้กลับมาอ่า ในเมื่อคุณ Random Walk มาดีผมก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆครับ (แต่ยังไงการลงเมล์ไว้ก็เป็นมารยาทต่อกันนะครับ เพราะผมไม่ได้ Restrict Spam Comment ระดับสูงสุดเอาไว้) และต้องขอบคุณคำติชมเรื่องเวบด้วย ถ้ายังไงครั้งหน้าไม่ต้องใช้ภาษาแรงก็ได้ครับ จะเข้าใจผิดปล่าวๆ ยังไงผมก็อ่านครับ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่เปิดให้ Comment กันไว้หรอกครับ :P
    1. ผมจะขอแก้ต่างให้ตัวเองนะครับ จะเชื่อไม่เชื่อยังไงคงจะไปบังคับไม่ได้ แต่อยากบอกว่าในฐานะของนักเขียน ผมก็อยากเขียนเรื่องอะไรแล้วมี Impact มีคนอ่านเยอะๆครับ การนำเรื่องที่ In-Trend อยู่ในกระแสเป็นเทคนิคหนึ่งในการหาหัวข้อที่น่าสนใจมาเขียนครับ ผมเองทำด้วยเจตนาบริสุทธ์ครับ ออกจะระวังด้วยซ้ำว่าคนจะคิดว่าผมเป็นหมอดู ผมไม่ต้องการชี้นำอะไร ซึ่งผมเชื่อว่าคนที่เข้ามาอ่านเวบนี้ก็มีวิจารณญาณในระดับหนึ่งอยู่แล้ว และจริงๆแล้วถ้าอยู่ดีๆพรุ่งนี้ตลาดทำ New High ผมก็พร้อมลุยเข้าไปใหม่โดยไม่ติดขัดเช่นกันครับ ที่เหลือต้องแล้วแต่คุณ Random Walk แล้วว่าจะเชื่อผมแค่ไหน ซึ่งผมคงไม่ขอโต้แย้งอะไรแล้ว :)

    2. ผมจำเป็นต้องเน้นย้ำเรื่องการ Cut loss ครับ เพราะเนื้อหาในเวบนี้เป็นไปในแนวทางเทคนิคแทบทั้งนั้น กลุ่มคนอ่านก็เป็นนักเล่นหุ้นด้วยเทคนิคแทบทั้งนั้นเช่นกัน นอกจากนี้แล้ว ระบบที่คนส่วนใหญ่ใช้ก็เป็นระบบแบบมิติเดียว ไม่ได้เล่นอยู่กับตราสารหลายๆอย่าง หรือใช้กลยุทธ์ที่ซับซ้อนอะไรมากมายนัก เพื่อที่จะช่วยแก้ทางกันได้เมื่อผิดพลาดไป ดังนั้น ผมก็คิดว่ามันน่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ที่ผมจะเน้นย้ำให้กับคนกลุ่มนี้ที่ตามอ่านผมอยู่ รู้จักกับวินัยในการ Cut loss เพื่อรักษาเงินทุนเอาไว้ครับ

    นอกจากนี้แล้ว ความหมายในการ Cut loss ของผม หากตามอ่านมาเรื่อยๆจะพบว่า ผมไม่ได้ให้ความหมายของมัน = คำว่า “ขาย” แต่มันคือการยอมรับและแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดไปโดยไม่หลอกตัวเอง เพราะผมเชื่อว่าแนวทางการแก้ไขข้อผิดพลาดของแต่ละระบบการลงทุนนั้น ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันเสมอนั่นเองครับ

    หากจะพูดถึงการบริหารความเสี่ยงของกลยุทธ์ Buy n Hold การไม่ Cut loss ด้วยราคาก็น่าจะสมเหตุสมผลตามที่คุณ Random Walk ว่ามา (แต่ผมก็เชื่อว่าแต่ละคนก็ต้องมีเงื่อนไขที่จะ Take action บางอย่างเมื่อเขารู้ว่าเขาคิดผิด จะทำอะไรหรืออยู่เฉยก็ว่ากันไป) เพราะในเมื่อเราไม่ได้ Entry ด้วยเงื่อนไขของราคาเชิงปริมาณ มันก็ไม่แปลกที่เราจะควบคุมความเสี่ยงด้วยเงื่อนไขอื่น เช่นเงื่อนไขในเชิงคุณภาพอย่างที่ว่ามาก็ว่ากันไปครับ แต่ส่วนใหญ่คนที่นี่เขาใช้เงื่อนไขในเชิงปริมาณกัน ในเมื่อตัดสินใจกันด้วยการเคลื่อนไหวของราคา เมื่อมันไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง ผมเองเห็นว่าก็ไม่ควรทู่ซี้อยู่ต่อไปให้เสียเวลาทำเงินครับ

    3. ผมเองก็เชื่อเช่นนั้น และเคยเขียนเคยตอบมาหลายทีแล้วว่า ความจริงผมคิดว่าระบบที่เผยแพร่กันทั่วๆไปตามสาธรณะหลายๆระบบนั้น มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะคายกำไรในระยะยาวออกมาได้อยู่แล้ว เพียงแต่มันมีตัวแปรอีกสิ่งที่สำคัญก็คือ “คน” ที่ใช้ระบบนั่นเอง เราจึงไม่ได้เห็นช่องว่างตรงนี้ถูกเติมเต็มกันบ่อยนัก (พูดง่ายๆว่าระบบอาจเวิรค แต่คนใช้ไม่เวิรค 55) สิ่งที่นำมาเขียนคือตัวอย่าง เพื่อที่จะแสดงถึงแนวคิดของการสร้างและการใช้ ไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะชูว่ามันคือสุดยอดระบบใดๆทั้งสิ้นครับ

    4. เรื่องศาสนาอะไรนั่น ผมว่าคุณ Mr. H เขาต้องการเปรียบเทียบในแง่ของ “ประเด็น” ที่คนกลุ่มหนึ่งกำลังสนใจกันอยู่มากกว่า เหมือนกับคนกำลังเรียนคาราเต้อยู่แล้วมีครูฝึกมวยไทยเดินเข้ามาบอกว่าเฮ้ย เอ็งมันเตะผิดท่าเว่ย จะเอาจมูกเท้ายื่นไปเตะก็ได้นะแต่เบา ต้องใช้หน้าแข้งสิมันหนักหน่วงต้นกล้วยหักเลยนะไอ้น้อง ทั้งที่มันคนละ Use กัน (ผมยกตัวอย่างขำๆนะครับ)

    ความจริงแล้วผมคิดว่าเรื่องนี้มันไม่เห็นมีอะไรที่เราต้องมาเถียงกันเหมือนเด็กเลย ใครอยากทำอะไร ใครเหมาะกับสิ่งไหนก็ว่ากันไปเถอะครับ เพียงแต่ที่นี่เน้นเรื่องนี้เพราะผมถนัดกว่าก็เท่านั้นเอง

    5. เรื่องของ Drawdown ผมก็เห็นด้วยครับว่าระบบไหนก็ต้องเจอ และคิดว่าจริงๆแล้วตัวแปรของมันไม่ใช่อยู่เพียงแค่ในส่วนของ Model การซื้อขายด้วยซ้ำ ผมมองว่า DD มันมีัผลจากเรื่องของ Money Management อยู่มากพอควร แม้ระบบเดียวกัน แต่ถ้าจัด Position Size หรือจัดการความเสี่ยงด้วยวิธีการต่างๆไม่เหมือนกัน ผลมันก็แปรเปลี่ยนกันไปเช่นกัน เรื่องของระบบหรือแนวทางการเล่นจึงไม่ใช่สิ่งที่ผมนำมาเขียนบ่อยๆอย่างที่อื่นเท่าไหร่

    Edge ของระบบในตลาดมันก็หมุนวนเปลี่ยนกันไปอย่างที่คุณ Random Walk ว่าครับผมเห็นด้วย ส่วนเรื่องที่จะใช้กี่ระบบพร้อมกัน อันนี้ก็เป็นเงื่อนไขของแต่ละคน ที่จะไปคนคว้าสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองกันต่อน่าจะดีกว่า (เพราะบางทีจะกี่ระบบมันก็อาจไม่ช่วยอะไรกันก็ได้ถ้า DD period มันตรงกัน แถมบางทีบางคนไปหาระบบที่มันไม่ตรงกัน ก็กลายเป็น Curve fit ระบบเข้าหากันก็มี) 

    ผมคงไม่ไปขายความคิดว่าเขาต้องมาฝังหัวอยู่กับแนวทางของผมอย่างเดียวเหมือนเป็นลัทธิอะไรสักอย่าง ผมเองก็ไม่ได้สนใจแต่เรื่องของเทคนิคครับ คิดว่าตลาดยังมีเรื่องน่าสนใจอีกเยอะ เพียงแต่ผมมีความสุขกับแนวทางเล่นหุ้นแบบที่ผมเขียนในเวบนี้มากที่สุด และก็อยากจะเขียนในสิ่งที่ผมชอบผมถนัดก็เท่านั้นเองครับ

    ปล. วันหลังคุณ Random Walk ว่างๆก็เอาเรื่องการสร้างระบบด้วยปัจจัยพื้นฐานเชิงคุณภาพมาแชร์ด้วยกันสิครับ ผมว่าคนที่เขาอ่านอยู่เขาก็อยากรู้เหมือนกัน เล่นยั่วน้ำลายกันมาขนาดนี้แล้ว :)

  • http://www.facebook.com/profile.php?id=1189970753 Punlert Soontharuch

    แหม อ่านบลอคคุณมดอยู่เพลินๆ มีคนมาต้มมาม่าให้กินซะงั้น
    ยังไงก้ขอบคุณคุณมดสำหรับบทความดีๆเช่นเคยนะครับ 
    อยากให้เขียนบทความต่อไปเรื่อยๆ อย่าท้อนะครับ ผมคนนึงล่ะที่ตามอ่านอยู่ และเหนว่าบทความคุณมีประโยชน์ครับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @facebook-1189970753:disqus ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ ยังไงผมคิดว่ามาม่าชามนี้คงซดกันหมดเกลี้ยงแล้ว ตอนนี้คงเป็นการจิบน้ำชากันแทนครับ :D

  • Barnsham

    บทความ update ดีครับ

    ตามให้กำลังใจอยู่ตลอดครับ

    modfollowing

  • dome

    คุณ มด ครับ รบกวนอยากให้คุณมดช่วยครับ อยากให้คุณมดช่วยทำ back test ย้อนหลัง 10 ปี โดยมีเงื่อนไขเลือกเฉพาะแนวโน้มขาขึ้น ที่ยืนเหนือ ema 90 และเข้าซื้อที่  breakout  Ema 20 และ Exit ที่ ema 15 ครับ รบกวนคุณ มดได้ไหม ครับเพราะผมทำ back test ไม่เป็นและไม่ได้ใช้ meta stock อ่ะครับ ใช้ efinance เหมือนกับที่คุณ มด ทำไว้ที่ คอลัม นี่อ่ะครับ
    http://mangmaoclub.com/random-entry-testing/ถ้าไม่ลำบากเกินไปรบกวน ส่ง mail ให้หน่อยนะครับ ที่ [email protected] เพราะกำลังทำระบบ แต่ไม่รู้จะ back test อย่างไรรบกวนถามอีกคำถามหนึ่งครับ เนื่องจากว่า ema 20 กับ จุดต่ำสุดหรือแนวรับภายใน 20 วัน มีความแตกต่างกันมากไหม เพราะผมไม่มีเครื่องมือ ที่สองอ่ะครับ ใน efinance หาไม่เจอ เป็นแฟนประจำเลยครับ อ่านทุกบทความเลย เอาใจช่วยผู้ให้ทุกคนนะครับ ขอให้ได้รับกลับไปยิ่งกว่านะครับdome !!

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @dome ก่อนอื่นต้องบอกว่าดีใจที่เห็นคนอื่นๆสนใจในเรื่องของการ System Test กันนะครับ

      ส่วนเรื่องที่จะให้ช่วยนั้น ไม่ใช่ว่าผมจะไม่มีน้ำใจให้นะครับ แต่ถ้ามีความสนใจจริงๆ แนะนำให้ลองหาโปรแกรมมานั่งทดสอบทำเองจะดีกว่าครับ เพราะเดี๋ยวมันจะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่คุณจะอยากรู้ต่อไปเรื่อยๆ แล้วผมก็จะต้องช่วยหาปลาไม่จบไม่สิ้นครับ

      เอาเป็นว่าถ้าสนใจจริงๆ ผมว่าลองหาโปรแกรม amibroker หรือ metastock กับฐานข้อมูลมาลองทำดูดีกว่าครับ จริงๆมันไม่ได้ยากอะไรขนาดนั้น แถมโปรแกรมก็ให้พี่ Google ช่วยหาได้สบายๆ ติดปัญหาอะไรแล้วค่อยๆเมลคุยกันก็ได้ ระยะยาวน่าจะเป็นประโยชน์กับตัวคุณ Dome มากกว่าครับ :D

      ปล. ขอบคุณที่ติดตามมาตลอดเช่นกันครับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @290ffe985500ed69d6b3529ac6e49370:disqus  ก่อนอื่นต้องบอกว่าดีใจที่เห็นคนอื่นๆสนใจในเรื่องของการ System Test กันนะครับ
      ส่วนเรื่องที่จะให้ช่วยนั้น ไม่ใช่ว่าผมจะไม่มีน้ำใจให้นะครับ แต่ถ้ามีความสนใจจริงๆ แนะนำให้ลองหาโปรแกรมมานั่งทดสอบทำเองจะดีกว่าครับ เพราะเดี๋ยวมันจะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่คุณจะอยากรู้ต่อไปเรื่อยๆ แล้วผมก็จะต้องช่วยหาปลาไม่จบไม่สิ้นครับ

      เอาเป็นว่าถ้าสนใจจริงๆ ผมว่าลองหาโปรแกรม amibroker หรือ metastock กับฐานข้อมูลมาลองทำดูดีกว่าครับ จริงๆมันไม่ได้ยากอะไรขนาดนั้น แถมโปรแกรมก็ให้พี่ Google ช่วยหาได้สบายๆ ติดปัญหาอะไรแล้วค่อยๆเมลคุยกันก็ได้ ระยะยาวน่าจะเป็นประโยชน์กับตัวคุณ Dome มากกว่าครับ :D

      ปล. ขอบคุณที่ติดตามมาตลอดเช่นกันครับ

  • Barnsham

    อ่าน ment บางอันแล้ว ต้องกลับมาให้กำลังใจคุณมดอีกสักรอบครับ
    บางทีเอาblog นี้ไปรวมเล่ม ได้ค่าลิขสิทธิ์มากกว่าคนที่สถาปนาตัวเองว่าเป็นนักลงทุนซะอีกครับ
    คำว่านักเก็งกำไร หรือ trader มันเป็นคำแสลงครับ สังคมดัดจริตชนรับไม่ได้หรอกครับ ต้องปล่อยวาง
    แล้วมุ่งมั่นในสิ่งที่เรามี เราเป็น นี่สิของจริง สู้ต่อไปไอ้มดแดง!!! 

    สังคมแบบนี้ใครทำดี ใครรู้จักแบ่งปัน มันต้องโดนสกัดดาวรุ่ง เป็นปกติวิสัยครับ 

    รังมดแดง บ้านนักเก็งกำไร
    ModFollowing

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @c6a681149125629cc59f9af04b2c105b:disqus ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ ยังไงแล้วก็แล้วกันไปดีกว่าครับ อย่าคิดมาก :D

  • Crimson

    แวะมาให้กำลังใจอีกครั้งครับ ยังมีพวกแปลกๆ หลงมาในบ้านของเหล่า trader อีก
    คุณที่ชอบ Buy n Hold .. ถ้าคุณชอบวิธีนี้มาก คุณควรไปอ่านบอร์ดอื่นที่เข้ากับแนวคุณนะ
    ไม่ใช่มาวิจารณ์ คอยจับผิด คนที่คิดไม่เหมือนคุณ
    เหมือนคุณไปบ้านคนอื่น แล้วคุณไปวิพากษ์ วิจารณ์ ว่าเค้าจัดบ้านไม่ดียังงั้นยังงี้ ทั้งๆที่เค้าจัดตามความสบายใจของเค้า แล้วคุณมายุ่งอะไรด้วย
    คุณมาพร่ำเพ้อเรื่อง การลงทุนระยะยาว ในที่นี้ คุณจะเป็นตัวตลกซะเปล่าๆ
    แต่ถ้าคุณอยู่ถูกที่ทาง ถูกกาลเทศะ ผมว่าคุณก็คงเป็นคงเก่งคนนึงแหละ

     ชอบอัันนี้ >> อยากจะเรียกอะไรก็เรียกไปเถอะครับผมไม่ว่า คุณจะมายึดติดกับคำว่าการพนันการลงทุนกันทำไม

    เคลียร์มากครับ คุณมด .. มันจะอะไรนักหนา ถ้าไม่มีนักเก็งกำไร เทรดเดอร์ นักพนัน หรือแม้แต่แมงเม่าในตลาด
    ถ้าพวกนี้ไม่มาไล่ราคาหุ้นให้ ไอ้หุ้นที่เทพ VI มาสถิตย์ จะขึ้นมั้ย คุณจะมีปัญญาขายหุ้นได้กำไรหลายเด้งมั้ย

     

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @ae41d670bbec451c93c8daf2af6fe86f:disqus ผมว่าตอนนี้ก็คงเข้าใจกันแล้วระดับหนึ่ง 
      ยังไงก็ขอบคุณมากสำหรับกำลังใจทุกครั้งครับ อิอิ

  • Solsjaerdonut

    จิงๆ ผมว่ามันไม่ใช่มาม่า อย่างที่หลายคนคิดนะคับ ผมว่ามันเปนการโต้เถียงกันอย่างมีเหตุผลมากก่า มาม่ามันไร้สาระ แต่แบบนี้ผมว่ามันสร้างสรรมากก่านะคับ เพราะผมได้ความรุจากการถกเถียงกันค่อนข้างมาก และผมก้อคิดว่าการถกเถียงกันอย่างมีเหตุผลสนับสนุน มันได้ความรุมากก่าการนำเสนอทางเดวเหมือนกันนะคับ

    อยากถามคุนมดว่า นักเกงกำไรที่ประสบความสำเรจนั้นมียุจิงมั้ยคับ turtle trader มันใช่เรื่องจิงมั้ยคับ เพราะหาข้อมุลได้ยากมากเลย ไม่เหมือนปุ่บัฟเกลื่อนเยอะมาก และตัวจิงก้อยังเปนๆ ยุ อยากรุว่า turtle trader รวยแล้วไปไหนกันหมดคับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @7ba8e72969b5991b6efba6a147303550:disqus มันคงไม่ถึงกับเป็นมาม่าหรอกครับ แต่มันกลายเป็นคำที่ใช้กันฮิตใน internet ไปแล้ว เวลาที่ใครคุยกันหนักๆหน่อยเท่านั้นเองครับ :D
      เรื่องนักเก็งกำไรที่ประสบความสำเร็จมีอยู่จริงไหม มีอยู่หลายคนครับ อย่างน้อยก็ Soros คนนึงไงครับ เพียงแต่ไม่ดังเท่าปู่บัฟเท่านั้นเอง (โดนกลบรัศมี 55) ต้องยอมรับว่ายุคนี้เป็นยุคของบัฟเฟตครับ เขาคือ No.1 ในแง่ของความร่ำรวยจากการลงทุนครับ 

      จริงๆผมมีลิงค์รวบรวมคนพวกนี้อยู่แต่ตอนนี้หาไม่เจอ เอาลิงค์นี้ไปแก้ขัดก่อนแล้วกันนะครับ http://gulmohar-tree.blogspot.com/2010/02/famous-billionaire-traders.html จริงๆยังขาดอยู่หลายคน แต่น่าจะพอกล้อมแกล้มได้นะครับ

      ส่วนที่ถามว่า Turtle เรื่องจริงไหมก็เรื่องจริงครับ หลายๆคนที่เคยอยู่ในโปรแกรมตอนนี้ก็ออกมาตั้งกองทุนของตัวเองกันครับ ผมหาลิงค์ไม่เจอว่ามีใครบ้างอีกแล้ว แต่ถ้าอยากรู้ลองอ่าน The Complete Turtle Trader ของ Michael Covel ดูได้ครับ มี Performance ในอดีตของแต่ละคนให้ดูด้วย

      ปล. ผมว่า Trader ส่วนใหญ่ไม่ค่อยออกสื่ออยู่แล้ว เลยหาข้อมูลยากนิดนึง โดยเฉพาะเมืองไทยเรายังไม่เป็นที่ยอมรับเท่าไหร่เลยยิ่งยากหนักครับ :D

  • Randomwalk

    เอาเป็นว่าจบละกันนะครับ ผมอาจจะพิมพ์ไปเรื่อย เลยเถิด ขอโทษด้วย
    สำหรับคนที่ประสบความสำเร็จในแนวทางนี้มีหลายคนครับ ดูได้จาก website turtletrader ของเขาเองก็ได้
    ถ้าเทียบกันแล้วคงไม่มีแบบไหนดีกว่าหรอกครับ ขึ้นอยู่กับสไตล์ที่ถนัด และความรู้ที่มี

  • dragon

    ขอบคุณครับ คุณมด ^^
    การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งบันเทิง  5555

  • Kulwallop

    .

  • Firm

    ขอบคุณมากครับ ที่เอาผลการทดสอบมาดูเสริมความหนักแน่นกับสิ่งที่ผมเชื่อและทำอยู่เหมือนกัน

  • Pathfinder

    ผมติดตาม blog นี้มากซักระยะหนึ่งแล้ว ชอบที่มีบทความทั้งหลักการ แนวคิด และการใช้ข้อมูลมา support  
    ทำให้ผมเปลี่ยนทัศนคติที่เคยมีกับ Technical analysis เลยทีเดียว ตอนนี้ blog นี้อยู่ต้นที่ผม add ใน Google Reader และต้องเข้ามาอ่านประจำ  ขอบคุณมดสำหรับบทความดีๆใน blogนี้ครับ

    นอกจากนี้ต้องขอบคุณ comment ของท่านอื่นๆ ด้วยเช่นกันครับ ที่ทำให้ได้เห็นมุมมองที่แตกต่างออกไป 

    • http://mangmaoclub.com Mod

      ขอบคุณครับ :D

  • Randomwalk

    3 เดือนผ่านไป ตอนนี้ SET new high คงจะมีคนที่ cut loss ไปเพราะตกใจแล้วยังไม่ได้ซื้อคืนมา แต่คุณมดคงจะซื้อกลับตามระบบอยู่แล้ว

    ไม่ได้จะมาโพสต์ว่าผมเก่งทายถูกนะครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะขึ้นหรือลง แต่ตอนที่คุณมดโพสบทความนี้ตลาดมันได้ลงมามากแล้ว และดูจากสถิติแล้วมีเพียง 2 ใน 100 เท่านั้นที่มันจะลงต่อ

    ผมยังยืนยันนะครับว่า ไม่จำเป็นต้อง cut loss เสมอไป และพื้นฐานของบริษัทที่ดีจะไม่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วอย่างที่คุณมดชอบกล่าวถึงครับ

    แวะมาทักทายแบบเป็นมิตรครับ อยากแบ่งปันความเห็นครับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @113ee70c906617bf70a61581c6330db8:disqus  เรื่องทายตลาดผมบอกมาเสมอว่า ไว้ให้เป็นหน้าที่ของคนอื่นที่ไม่ใช่ผมแทนแล้วกันครับ :D

      สำหรับเรื่องการ Cut loss นั้นผมเน้นย้ำเสมอเพราะคนที่นี่ส่วนใหญ่เป็นนักเก็งกำไรเล่นกับราคาไม่ใช่พื้นฐาน คนเป็นเทรดเดอร์เล่นกับราคาต้องจัดการความเสี่ยงตรงนี้เสมอ จะถูกหรือผิดไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะถ้าโดนแจ๊คพอทเข้าไปที่สะสมมามันหายหมดแล้วปีนยากครับ -_-”
      อีกอย่างผมเชื่อว่าถ้าใครที่คัทไปตอนนั้นแล้วเข้าหุ้นที่แข็งกว่าตลาดในช่วงที่ผ่านมาผลตอบแทนก็คงไม่ขี้หมูขี้หมาอะไรแน่นอน จริงๆผมว่าอย่างผมน่ะคุยอะไรก็คุยได้หมดแหละครับ 
      ขอใครอย่ามาชวนทะเลาะกันก็พอเพราะผมขี้เกียจพิมพ์ 55  (ความจริงผมก็ซี้กับพวก funnymental หลายคน แต่มันไม่ใช่ทางของผมจริงๆนะ :P) วันหลังว่างๆก็แวะมาเมนท์กันอีกนะครับ บล็อกจะได้ไม่เหงา :D

      ปล. น่าเสียนะครับที่มันไม่มีโปรแกรมที่ผมจะนำข้อมูลพื้นฐานมา Test แบบเป็น portfolio ได้บ้าง เพราะตัวตนจริงๆของผมเป็นพวกชอบสร้างระบบ ไม่ใช่พวกชอบสายเทคนิคหรือพาณิชย์ขนาดนั้น คิดว่าถ้ามีโปรแกรมอย่างว่ามาช่วยผมคงจะมันส์ขึ้นอีกไม่น้อยเลยทีเดียว อิอิ

      • Randomwalk

        จริงๆแล้วผมสนใจทั้ง 2 แบบเลยนะ ระบบเทคนิคแบบ cut loss ที่สนใจแต่เรื่องราคาผมก็ใช้ แบบพื้นฐานไม่ cut loss ก็ใช้ ผลที่ได้ก็ดีคนละช่วงเวลา

        แต่ผมก็เข้าใจนะครับ ขึ้นอยู่กับความถนัดและความเชื่อของแต่ละคน

        ต่อไปผมจะไม่แย้งอีก เพราะเหมือนไม่มีประโยชน์ แต่จะตุยเกี่ยวกับเรื่องระบบอย่างเดียวละกันครับ

        ขอบคุณครับ

        ข้อมูลพื้นฐานที่คุณมดบอกอยากทดสอบ ผมแนะนำให้เทสใน excel เนี่ยแหละครับ เขียนสูตร เขียน macro ไม่ยากเท่าไรนัก เชื่อว่าคุณมดน่าจะทำได้

        แต่ข้อมูลพื้นฐาน หรืออัตราส่วนต่างๆผมก็คิดว่าไม่เพียงพออยู่ดีครับ มันต้องใช้ qualitative อยู่มาก ซึ่งมันไม่ได้ออกเป็นตัวเลข

        • http://mangmaoclub.com Mod

          @f3f07ebdd615176896234279ee3e1129:disqus จริงๆ discuss กันได้ไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ ผมเองก็ไม่ใช่คนชอบเชื่ออะไรงมงาย ถ้ามี fact มาวางเปรี้ยงๆจะสนุกมากเลย ทุกวันนี้ผมใช้ระบบก็เพราะผม Verify มันได้เนี่ยแหละ ไม่งั้นก็ไม่ใช้ 55

          excel นี่ไม่แน่ใจว่าจะทำ portfolio test ได้ไหม ถ้าได้น่าสนใจเลยนะครับ จริงๆหลายๆคนมองว่ามันข้อมูลเชิงคุณภาพเยอะ แต่ความจริงผมก็อยากลองประสิทธิภาพในเชิงตัวเลขมันดูบ้าง เพราะอย่างระบบทางเทคนิคตอนแรกๆหลายคนก็บอกว่ามันสู้ discretion ไม่ได้หรอกมันมีหลายปัจจัยที่เขียนออกมาเป็นสูตรไ่มได้ แต่ทำไปทำมามันก็ใช้ได้ดีกว่าที่คิดแถมยังช่วยต่อยอดความคิดได้ด้วย หรือไม่มันก็เป็นข้อมูลที่ backup เราได้จริงๆว่ามัน valid เวลาใช้จริงก็ยิ่งมันใจยิ่งนิ่งขึ้นน่ะครับ :)

  • เม่าน้อยคอยเด้ง

    ขอบคุณครับพี่มด สุดยอดบทความครับสู้ๆ^^
    แต่เวลาหุ้นลงผมคงไม่นึกถึงกฏ3/4แบบที่พี่มดทักนะครับ
    แต่…นึกถึงผลวิจัย 1/100ของพี่มดมากกว่า 555+

    พี่ครับถ้าเราทำวิจัยไปต่อว่า หุ้นที่ลบไม่เกิน10% และลบไม่เกิน20% มีกี่%ของตลาดจะยากไหมครับ
    ตรงนี้น่าจะแสดงถึงกลุ่มหุ้นที่มีความแข็งแกร่งว่ามีกี่%ของตลาดในภาวะขาลง^^

    • http://mangmaoclub.com Mod

      ขอบคุณครับสำหรับกำลังใจ

      เรื่องทดสอบที่ว่าก็ไม่ยากครับ ถ้ามีเวลาเดี๋ยวจะลองทำแล้วเอามาลงให้ดูกันครับ :D

  • Pingback: สภาพตลาดหุ้นที่เอื้ออำนวยต่อการทำกำไร | แมงเม่าคลับ.คอม()

  • Attaphon NineO

    แนะนำครับเทรดค่าเงินกับ Exness Broker
    เปิดบัญชี Forex ใหม่ เริ่มต้นได้ตั้งแต่ 1$ ครับ *** https://www.exness.com/a/s0ame05b ***
    – ทำการฝากถอนเงินได้ง่าย รวดเร็ว ปลอดภัย รองรับการฝากถอนผ่านธนาคารออนไลน์ของไทย เช่น กสิกร กรุงไทย ไทยพาณิชย์ กรุงเทพ หรืออื่นๆ และ E-Currency ยอดนิยมต่างๆ เช่น Webmoney, Momeybooker ฯ
    – เงินฝากเแรกเข้าในระดับที่ต่ำสุดสำหรับบัญชี Mini ก็คือ: 1 เหรียญสหรัฐ การถอนเงินสามารถถอนได้ทันที
    – การฝากและการถอนเงินแบบไม่มีค่านายหน้า ฝากและถอนเงินได้มากกว่า 35 วิธี และมีค่าคอมมิชชั่น 0%
    – ช่วงกว้างของราคาที่แคบ: ตั้งแต่ 0.1 จุดในบัญชี Mini และ Classic จาก 0.0 จุดในบัญชี ECN
    – เลเวอเรจ 1:2000 (ล่าสุดมีระบบเลเวอเรจแบบไม่จำกัด) มีคู่สกุลเงินมากกว่า 120 คู่
    – มีความมั่นคงสูง และคนไทยนิยมมาก มีการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง รองรับ EA ทุกรูปแบบ ฟรีบริการ VPS hosting
    – สะดวกสะบายด้วยระบบต่างๆ ที่ทันสมัย บริการ Live Support ตลอด 24 ชั่วโมง
    – คำสั่งซื้อขายสมบูรณ์ตั้งแต่ 0.1 วินาที สร้างรายได้รายวันง่ายๆ 20 -30 $ หรือหลายร้อยเหรียญด้วย Forex ซึ่งทำกำไรได้ดีกว่าการเล่นหุ้น
    – แพลตฟอร์มสำหรับการซื้อขายบนมือถือ Metatrader 4, Metatrader 5 และซื้อขายบนเวป WebTerminal MT4
    – แนะนำวิธีการสมัคร เทคนิคซื้อ-ขาย ฝาก-ถอน และอื่นๆ ทุกขั้นตอนสนใจสมัครคลิ๊กที่นี้ *** https://www.exness.com/a/s0ame05b ***
    สำหรับสมาชิกที่สมัครผ่านลิ้งสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ >>> [email protected] <<< ไม่มีค่าสมัครหรือค่าบริการใดๆทั้งสิ้น