(วิดีโอคลิปหุ้น) จิตวิทยาการลงทุน ตอนที่ 1

หายไปสามสี่วัน เพราะคอมพิวเตอร์ผมขาดสติไปช่วงหนึ่ง ทำเอาระบบทีเขียนไว้หายไปหมด ต้องนั่งเขียนใหม่อยู่นานทีเดียว กลัวไม่ทันหุ้นขึ้น อิอิ วันนี้เปลี่ยนอารมณ์เอาวิดีโอคลิปหุ้น จิตวิทยาการลงทุนมาแปลต่อครับ คราวนี้เป็น Series 2 ตอน เดี๋ยวพรุ่งนี้เอาตอนที่ 2 มาต่อให้อีกทีครับ

YouTube Preview Image

เรื่องจิตวิทยาการลงทุนนี้ ผมมองว่าแท้จริงแล้วก็คือการควบคุมอารมณ์และสติของตนเองให้อยู่กับเนื้อกับตัว โดยต้องต่อกรกับความโลภและความกลัวของเราให้ดี ซึ่งจริงๆแล้วไม่ว่าจะเป็นในส่วนของอาชีพไหนๆที่ต้องพึ่งพาทักษะทางด้านการปฎิบัติ ก็ย่อมก็ต้องใช้ตัวแปรคล้ายๆกันกับการเล่นหุ้นทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นกีฬา ดนตรี หรือแม้กระทั่งการขับรถในชีวิตประจำวัน คนที่เก่งคือคนที่สามารถ “กระทำ” ได้อย่่างที่คิด ซึ่งนั่นเป็นผลมาจากทักษะความชำนาญและสมาธิประกอบกัน ซึ่งเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนซ้ำๆจนเกิดเป็นความเคยชินและประสบการณ์ หาใช่มีเพียงความรู้ไม่!

คนส่วนใหญ่มักมองไปในส่วนของเรื่องความรู้เพียงอย่างเดียว แต่หลงลืมไปว่าการเล่นหุ้นนี่มันเป็น “ทักษะ” ของการควบคุมตนเองต่างหาก เราจึงมักเห็นทุกคนพยายามที่จะหา “ถ้วยศักดิสิทธ์ หรือ “Holy Grail” ในการเล่นหุ้นซึ่งไม่มีอยู่จริง ยิ่งค้นก็ยิ่งดำดิ่งลึกลงไปเรื่อยๆ แต่แล้วก็พบว่ายังไม่เจอถ้วยศักดิสิทธ์ใบนั้นเสียที (ทั้งที่มันอยู่ข้างในตัวเราต่างหาก!) :)

ทางออกของเรื่องนี้จึงอยู่ที่เรื่องจิตวิทยาการลงทุนนั่นเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยการฝึกฝนประกอบคู่กันไป จนทุกอย่างเริ่มกลายเป็นธรรมชาิติ เป็นความเคยชิน เป็นความเชื่อที่ถูกต้อง และเป็นสัญชาติญาณของเราขึ้นมา ผมจึงขอนำเรื่องจิตวิทยาการลงทุนมาเสนอบ่อยๆในบล็อกแห่งนี้นะครับ บางคนอาจจะเบื่อไม่ชอบใจ แต่ผมคิดว่านี่เป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตการเล่นหุ้นดีขึ้นจริงๆครับ

ปล. มีคนทักว่าไม่แปล Turtle Trader ต่อแล้วหรือ? ใจจริงอยากแปลต่อแต่ยังหาจังหวะลงต่อไม่ได้เลย พอดีมันมีหลายอย่างอยากเอาลงไปหมด อิอิ ยังมีใครอยากอ่านต่อรึปล่าว บอกกันหน่อยนะครับ ผมจะได้แปลมาลงไว้ต่อครับ แล้วแวะมาเยี่ยม แมงเม่าคลับ.คอม ใหม่นะครับ ขอบคุณครับ

  • kindly

    แวะมาตามอ่านทุกวัน

    ลองกู้ไฟล์หรือยังครับ เผื่อมันอาจจะยังอยู่

  • mod

    หาไม่เจอน่ะครับ คุณ Kindly

    ขอบคุณที่แวะมาอ่านครับผม

  • rot

    ขอบคุณครับ

  • http://plamuek76.blogspot.com/ plamuek76

    ลง turtle ต่อด้วยครับอยากอ่านต่อ

    ส่วนเรื่องจิตวิทยาการลงทุนผมชอบนะครับ ไม่เบื่อหรอก
    เพราะมันสำคัญมากๆ
    อยู่ใกล้ๆตัวเรา(ในตัวเรา) แต่มักจะมองข้ามมันไป
    ผมพยายามฝึกอยู่ครับ ^^

  • mod

    ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ

    Turtle Trader เดี๋ยวรอผมลง Psychology of trading ตอนที่ 2 เสร็จเดี๋ยวเอามาลงต่อให้ครับ

    ปล.ช่วงนี้อัพทุกวันไม่ทัน ขอโทษด้วยพอดีสัญญาณเกิดเลยเข้าไปคลุกคลานในตลาดอีกรอบครับ แหะๆ แต่จะพยายามเขียนลงทุกวันครับ เพราะถือว่าได้ทบทวนความรู้ไปด้วยเช่นกันครับ

  • magic

    ชอบเรื่องจิตวิทยาลงทุน เพราะ เป็นจุดอ่อนในการเทรดของตัวเองอยู่

    รอตอน 2 ค่า…

  • BlueSky

    รบกวนลง turtle ต่อด้วยครับ ยังเหลือเรื่องเทคนิคที่ยังไม่ได้ลงและคุณมด ทิ้งท้ายไว้ให้รออ่านต่อ ผมยังรออยู่นะครับ ^^

    ตอนนี้เป็นแฟนประจำแมงเม่าคลับไปแล้วครับ

    ขอบคุณครับสำหรับเรื่องราวดีๆที่นำมาแบ่งปันกัน

  • mod

    ขอบคุณครับ แหมเดี๋ยวนี้เริ่มมีแฟนคลับและเหรอเนี่ย เอิ้กๆ

    ผมลงให้ต่อแล้วครับ http://mangmaoclub.com/turtle-trader-8 ตามไปอ่านกันได้ครับ

  • aro189

    รอตอน 2 อยู่นะคร๊าบบบบบบบบบบ

    ขอบคุณครับ

  • mod

    ตอนที่ 2 มาแล้วครับ http://mangmaoclub.com/trading-psychology-clip-2 คลิ้กไปได้เลยครับ

  • nae

    ขอบคุณมากครับ มี clip และหนังสือดีๆเยอะเลยที่นี่

    • mod

      ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยม

      ผมจะพยายามอาศัยช่วงขยันนี้แปลลงเยอะๆครับ

  • Mr.H

    ยอมรับเลยว่าเป็นเวบที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคที่ดีมากๆเวบนึง จะติดตามเรื่อยๆครับ

    • mod

      ขอบคุณที่ติดตามและจะติดตามต่อไปครับ มีกำลังใจขึ้นทุกครั้งที่ได้ยินแบบนี้ครับ

  • daandart

    ขอบคุณนะค่ะสำหรับสิ่งดีๆที่นำมาถ่ายทอดค่ะ

    ติดตามอ่านตลอดเลยค่ะ

  • mod

    ขอบคุณครับ ว่างๆแวะมาคุยกันบ่อยๆนะครับ

  • Audi

    ขอบคุณมากครับ “เคล็ดลับในการเล่นหุ้นก็คือ การสามารถควบคุมตัวเองให้มีวินัยและทำตามระบบที่วางไว้” เป็นคำพูดที่ถูกต้องที่สุดในการลงทุนนะผมว่า

  • mod

    test

  • http://mangmaoclub.com Mod

    test

  • http://mangmaoclub.com Mod

    test all

  • Witz j@

    จิตวิทยา สำคัญฉะไหน อิอ ^_^ บอกเลยว่าสำคัญมากมาย ขอบคุณบทความดีๆนะครับ ^_^

  • Cheraim

    เราเริ่มคอร์ส 30 Challenges โดยการรู้จักกับวิธีต่างๆในการวิเคราะห์หุ้น เช่น การวิเคราะห์ด้วยปัจจัยพื้นฐาน
    หรือการวิเคราะห์ทางเทคนิค คุณเคยสงสัยไหมว่า
    วิธีการเหล่านี้ได้ผลดีจริงๆหรือ คำถามคือ “ถ้าอย่างนั้นทำไมนักเล่นหุ้นส่วนใหญ่จึงยังขาดทุนอยู่”
    เราได้เรียนรู้ไปแล้วว่าการวิเคราะห์พื้นฐานเป็นที่ยอมรับขึ้นมาก่อน
    ซึ่งอาศัยการวิเคราะห์จากตัวแปรต่างๆ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อฐานะการเงินของบริษัท
    เราจะวิเคราะห์ถึงความต้องการสินค้าและปัจจัยทางเศรษฐกิจต่างๆ
    แล้วคาดคะเนว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่มันไม่ได้นำเอาพฤติกรรมของนักลงทุนมาวิเคราะห์รวมเข้าไปด้วย
    ต่อมาจึงมีการใช้หลักการวิเคราะห์ทางเทคนิคขึ้น โดยเชื่อว่า นักเก็งกำไร
    คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังสิ่งต่างๆในทุกๆตลาด และทุกๆช่วงเวลา และนักเก็งกำไรเหล่านี้มักจะทำสิ่งเดิมๆซ้ำไปซ้ำมา
    หรือเรียกว่า มันกลายเป็นรูปแบบพฤติกรรมมวลชนขึ้นมา โดยรูปแบบพฤติกรรมเหล่านี้สามารถที่จะสังเกตเห็นได้
    และมักจะเกิดขึ้นช้าๆ จนเกิดเป็นสถิติที่น่าเชื่อถือขึ้นมา ในความคิดผลการวิเคราะห์ทางเทคนิคมีข้อได้เปรียบเหนือกว่าการวิเคราะห์ทางพื้นฐานอยู่มากมาย
    มันคือการวิเคราะห์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างปัจจุบัน
    ซึ่งเป็นผลมาจากอดีตโดยไม่เกี่ยวข้องกับว่าอนาคตจะต้องเป็นอย่างไร การวิเคราะห์ทางเทคนิคมันไม่ใช่สูตรสำเร็จในการช่วยให้คุณสามารถที่จะมีกำไร
    ได้อย่างสม่ำเสมอ มันไม่ใช่แค่คุณเล่นตาม Indicator ต่างๆ
    หรือมองหารูปแบบต่างๆในกราฟแล้วจึงจะมีกำไรสม่ำเสมอ เพราะถึงจะมีเครื่องมือวิเคราะห์ดีแค่ไหน
    แต่นักเก็งกำไรส่วนใหญ่ก็ยังจะขาดทุนอยู่ดี คุณเคยรู้สึกบ้างไหมว่ามีกำแพงขวางกั้นระหว่างการวิเคราะห์ของคุณกับสิ่งที่คุณจะกล้าทำลงไป
    และซื้อ-ขาย ตามสิ่งที่คุณคิดอยู่จริงๆ
    Mark Douglas ผู้เขียนหนังสือ “Trading
    In The Zone” เรียกมันว่า “ช่องว่างทางจิตวิทยา”
    และช่องว่างนี้เอง ที่ทำให้การเก็งกำไร
    เป็นสิ่งที่ยากยิ่งและต้องใช้ความพยายามอย่างมากมาย การที่เราสามารถเห็นโอกาสบางอย่างขึ้นมาและทำในสิ่งต่างๆอย่างที่เราคิดนั้น
    ดูเหมือนเป็นเรื่องที่ง่าย แต่นี่คือสิ่งที่แยกนักเก็งกำไรที่ล้มเหลวออกจากนักเก็งกำไรที่ประสบความสำเร็จ
    นักเก็งกำไรที่ประสบความสำเร็จนั้นได้เรียนรู้ที่จะคิดและสร้างทัศนคติในทางที่ต่างออกไป
    ซึ่งช่วยให้พวกเขาสามารถตอบสนองต่อสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี พวกเราส่วนมากมักจะหาทางที่จะเรียนรู้วิธีการหาสัญญาณซื้อ-ขาย
    ที่ดีขึ้น แต่การพยายามเรียนรู้วิธีการซื้อขายใหม่ๆ
    ไม่ได้แปลว่าคุณได้เรียนรู้ที่จะคิดอย่าง “นักเก็งกำไร” ข้อแตกต่างระหว่างนักเก็งกำไรที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก
    ออกจากคนทั่วไป คือ พวกเขาได้เข้าถึงความเชื่อบางอย่าง
    ซึ่งเป็นทัศนคติที่แตกต่างออกไป ซึ่งช่วยให้พวกเขาสามารถรักษาวินัยและสมาธิเอาไว้ได้
    และยิ่งไปกว่านั้นคือ “ความเชื่อมั่นในตนเอง” แม้ในช่วงเวลาที่ย่ำแย่ที่สุด นักเก็งกำไรชั้นยอดนั้นต้องสามารถซื้อ-ขายได้โดยไร้ความลังเลใจแม้ในช่วงเวลาที่ขาดทุน พวกเขาทำสิ่งต่างๆได้อย่างเป็นธรรมชาติ
    โดยยอมรับถึงการขาดทุนที่เกิดขึ้นครับ
    การเก็งกำไรที่ดี คือ การที่คุณสามารถเข้าซื้อ-ขาย ได้ตามกฎหรือระบบของคุณ ซึ่งไม่เกี่ยวกับว่าคุณจะได้กำไรหรือขาดทุน
    และนี่คือสิ่งที่นักเก็งกำไรขั้นยอดทำครับ Mark Douglas ได้พูดเอาไว้ว่า “นักเก็งกำไรที่ดี
    ต้องสามารถตัดขาดทุนได้โดยไร้ความลังเลใจ
    โดยไม่เกิดความรู้สึกไม่สบายใจขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม ”
    และนี่คือสิ่งที่ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างนักเก็งกำไรชั้นเยี่ยมกับนักเก็งกำไรทั่วไป ซึ่งมันคือความสามารถในการที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า เช่น
    หากว่าคุณขายมันทิ้งไปแล้ว หรือวันนี้จบลงแล้ว คุณต้องก้าวต่อไปและคุณต้องเตรียมตัวสำหรับวันใหม่และสำหรับโอกาสใหม่ๆ
    แต่หากว่าคุณยังถูกครอบงำจากการเก็งกำไรครั้งที่ผ่านมาซึ่งคุณขาดทุนมาล่ะก็ คุณจะถูกครอบงำโดยอารมณ์และคุณจะไม่สามารถตั้งสมาธิไปยังโอกาสครั้งใหม่ได้ครับ
    เหตุผลหนึ่งซึ่งนักเก็งกำไรส่วนใหญ่มักจะถือหุ้นขาดทุนอยู่ก็เพราะ
    พวกเขายังคงติดอยู่กับความรู้สึกที่เจ็บปวดจากการขาดทุนที่เกิดขึ้น นั่นเพราะพวกเขาไม่ยอมรับถึงความเสี่ยงจากการลงทุนได้นั้นเอง
    คุณควรรู้สึกอย่างซาบซึ้งว่า
    เมื่อคุณเข้าซื้อหุ้น คุณอาจคิดผิดก็ได้และมันยังจะเกิดขึ้นอยู่เรื่อยไป
    และเมื่อคุณสามารถยอมรับความจริงที่ว่าคุณไม่สามารถวิเคราะห์ได้ถูกต้องทุกครั้ง
    หรือกราฟอาจไม่เป็นจริงก็ได้ การเก็งกำไรของคุณจึงอาจผิดพลาดได้ แต่หากคุณไม่สามารถยอมรับความจริงว่ามันอาจไม่เป็นอย่างที่คุณคิดก็ได้
    เมื่อไหร่ที่มันวิ่งสวนทางกับคุณหรือคุณได้วิเคราะห์ผิดไป
    โดยคุณยังไม่สามารถยอมรับความเสี่ยงและความผิดพลาดได้ล่ะก็
    คุณก็จะถือขาดทุนอยู่ต่อไป
    และนี่จะทำให้คุณเริ่มตาบอดจนมองไม่เห็นสิ่งต่างๆเลย ดังนั้นคุณควรขายมันทิ้งไปซะ และคุณควรเตรียมตัวสำหรับการเก็งกำไรครั้งต่อไปครับ
    Mark Douglas
    ยังได้พูดเอาไว้อีกว่า “กว่า 95% ของความผิดพลาดต่างๆที่เกิดขึ้นในการเก็งกำไร
    ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เงินของคุณหายไปกับตานั้น เกิดมาจากทัศนคติของคุณเอง นั่นก็คือ
    ความกลัวที่จะผิดพลาด ความกลัวที่จะขาดทุน
    กลัวที่จะพลาดโอกาส และกลัวที่กำไรจะหายไปนั่นเอง” เขาได้เรียกมันว่า “ความกลัวในการเก็งกำไร 4
    ประเภท” นั่นคือ 1.ความกลัวที่จะผิดพลาด 2.ความกลัวที่จะขาดทุน
    3.ความกลัวที่จะพลาดโอกาสไป 4.ความกลัวที่จะสูญเสียกำไรไป ตราบใดที่คุณยังคงหวั่นไหวจากความกลัวเหล่านี้
    ซึ่งเป็นผลมาจากอารมณ์ของคุณไม่ว่าจะเป็น ความลังเลใจ ความงมงาย
    หรือแม้แต่ความบ้าบิ่นต่างๆ คุณจะไม่สามารถเชื่อมั่นในตนเองได้ และหากคุณไม่สามารถที่จะเชื่อมั่นในตนเองหรือแม้กระทั่งทำในสิ่งที่คุณคิดได้ล่ะก็
    ความสำเร็จอย่างสม่ำเสมอในการเก็งกำไรจะไม่มีวันเป็นไปได้สำหรับคุณครับ คุณคงได้เรียนรู้ไปแล้วว่าอะไรคือความแตกต่างระหว่างนักเก็งกำไรที่ประสบความสำเร็จและคนทั่วๆไป
    มันคือความสามารถในการที่จะตอบสนองกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม นักเก็งกำไรที่ประสบความสำเร็จนั้นได้พัฒนาความเชื่อที่ถูกต้องขึ้นมา
    พวกเขาสามารถเข้าทำการซื้อ – ขาย โดยปราศจากความกลัว
    พวกเขาสามารถที่จะปล่อยวางและก้าวเดินต่อไปข้างหน้า ทำให้เขามองเห็นโอกาสในตลาดได้อยู่เสมอ
    และไม่ยึดติดอยู่กับความเจ็บปวดจากการขาดทุนที่ผ่านมา หรือติดอยู่กับความผิดหวังกับสิ่งที่ได้ทำผิดพลาดไปแล้ว