หุ้น_Stock_Maket_Ticker_Tape เทคนิคการอ่านโวลุ่มในการเล่นหุ้น Tape Reading By Linda Bradford Raschke (Part 1)

วันนี้นำเรื่องน่าสนใจอีกเรื่องมาให้อ่านกันครับ เป็นเรื่องที่หาข้อมูลศึกษาค่อนข้างยากพอสมควรแม้จะเป็นในต่างประเทศก็ตาม ผมพยายามหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ที่ยังมีขายกันอยู่ก็มีเพียงไม่กี่เล่มที่เป็นหัวข้อเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะเท่านั้น นั่นก็คือเรื่องของการอ่านโวลุ่มการซื้อขายจากบิด-ออฟเฟอร์ หรือที่เรียกกันว่า Tape Reading ครับ โดยวันนี้ผมนำมาจากบทความของคุณ Linda Bradford Raschke เจ้าเก่ามาให้อ่านครับ

 

วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค

การอ่านโวลุ่มการซื้อขายจากบิด-ออฟเฟอร์ในการเล่นหุ้น

ในบางครั้งมันก็เป็นสิ่งที่ดีที่เราจะย้อนกลับมาทบทวนความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดง่ายๆ ในขณะที่ตลาดหุ้นกำลังมีความผันผวนที่สูงมากอย่างในขณะนี้ ถึงแม้ว่าระบบการลงทุนและรูปแบบของราคาต่างๆนั้น จะมีประโยชน์เป็นอย่างมากในการที่จะวิเคราะห์ถึงสภาพการณ์โดยรวม แต่อย่างไรก็ตาม แม้กระทั่ง Richard Dennis ก็ยังเคยพูดถึงการเรียนรู้ที่จะ “คาดการณ์” สัญญาณซื้อ-ขายที่จะเกิดขึ้นขึ้น เพื่อที่ในบางครั้งอาจช่วยในการขายหุ้นได้เร็วขึ้น และช่วยในการแยกแยะว่าการซื้อ-ขายของเราในครั้งนี้ได้ผลหรือไม่

วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค

การอ่านโวลุ่มการซื้อขายหุ้นด้วย  Tape Reading

“เทคนิคในการเล่นหุ้นต่างๆนั้น แท้จริงแล้วก็คือความสามารถเฉพาะตัวของนักเล่นหุ้น จากการที่เขาได้เรียนรู้ สังเกต และทำการทดลองสมมุติฐานของเขา เพื่อช่วยในการที่จะหาสัญญาณซื้อ-ขายหุ้นในสภาวะต่างๆของตลาดนั่นเอง”

-George Douglas Taylor

วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค

เราอาจกล่าวได้ว่า Tape reading นั้น คือการศึกษาและฝึกฝนการเคราะห์หุ้นจากโวลุ่มและการเคลื่อนไหวของราคา ที่เกิดขึ้นในรูปแบบของ Ticker Tape ของคนสมัยก่อน เพื่อช่วยในการคาดการณ์ถึงสภาพของตลาดในขณะนั้นนั่นเอง

แท้จริงแล้ว Tape Reading นั้นไม่มีอะไรที่มากไปกว่าการมองไปที่ราคาของหุ้นแล้วถามตัวคุณเองว่า “ในตอนนี้นั้นราคาอยู่ในแนวโน้มขึ้นหรือลง?” มันไม่มีความเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคสมัยใหม่ สิ่งที่คุณต้องทำก็คือการเปิดใจของคุณให้กว้างเอาไว้ตลอดเวลา

แม้กระทั่งนักเล่นหุ้นมือใหม่นั้น ก็ยังมีความสามารถที่จะสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นกับราคาหุ้นได้ว่า มันกำลังวิ่งขึ้นหรือวิ่งลงในขณะนั้น หรือแม้กระทั่งรู้ได้ว่าราคาหุ้นนั้นไม่ได้วิ่งไปไหนเลย (ราคาหุ้นไม่จำเป็นที่จะต้องเคลื่อนไหวไปมาตลอดเวลาก็ได้!) และมันยังก็ยังเป็นการง่ายมากที่จะสังเกตเห็นว่า ราคาหุ้นได้วิ่งขึ้นไปและเริ่มที่จะหยุดนิ่งเช่นกัน ถึงแม้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นอาจเป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงชั่วขณะก็ตาม

วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค

หุ้น LindaRaschkeฉันได้รู้จักกับนักเก็งกำไรมืออาชีพหลายต่อหลายคนจากประสบการณ์ที่ผ่านมาในอาชีพของฉัน จริงๆแล้วฉันไม่อยากที่จะทำให้คุณผิดหวังหรอกนะ แต่ฉันอยากจะบอกว่า ฉันรู้จักคนแค่เพียงสองคนเท่านั้น ที่สามารถที่จะหาเลี้ยงตนเองได้จากการเล่นหุ้นด้วยการใช้ระบบการลงทุนอัตโนมัติในการเล่นหุ้น (ไม่นับรวมคนที่เป็นผู้บริหารกองทุนชั้นนำ) นักเก็งกำไรที่สามารถอยู่ได้ด้วยการเล่นหุ้นนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะมีความสามารถในการที่จะวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคาไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเสมอ

หากคุณนั้นสามารถที่จะวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวของราคาได้ล่ะก็ นั่นหมายถึงว่าคุณจะมีความได้เปรียบกว่านักเก็งกำไรคนอื่นได้ถึงสองก้าวเลยทีเดียว เนื่องจากว่าราคาที่เคลื่อนไหวอยู่นั้นคือข่าวสารที่เร็วที่สุดมากกว่าสิ่งใดๆนั่นเอง คุณอาจจะเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “ข้อมูลที่เป็นความจริงนั้นอยู่ในการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นนั่นเอง” งานของคุณในฐานะของนักเก็งกำไรหุ้นจะง่ายขึ้นกว่าเดิมเป็นสิบๆเท่าหลังจากคุณได้ยอมรับความจริงข้อนี้ นั่นหมายถึงคุณควรที่จะ เลิกฟังข่าวสาร, ความเห็น, หรือแม้กระทั้งความคิดของใครบางคนนั่นเอง

วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค

แน่นอนว่า การจ้องมองไปที่การเคลื่อนไหวของราคาอย่างเดียวนั้นสามารถที่จะสร้างความสับสนกับคุณเป็นอย่างมาก หากคุณนั้นไม่มีแนว ทางในการวิเคราะห์มัน เปรียบเหมือนกับการล่องเรืออกทะเลโดยไม่มีหางเสือนั่นเอง คุณจะโดนคลื่นซัดไปซัดมาอยู่กลางทะเลโดยไม่รู้ว่าจะไปทางใด อย่างไรก็ตาม มีเทคนิคหลักๆอยู่ 2 อย่างในการวิเคราะห์ถึงการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น อย่างแรกก็คือ การเปรียบเทียบราคาในปัจจุบันกับ “จุดอ้างอิง” บางอย่าง และนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมนักเล่นหุ้นหลายๆคนจึงเลือกที่จะใช้ แนวรับ-แนวต้านนั่นเอง ซึ่งมันก็ใช้ได้ผลดีทีเดียว มันคือหนทางที่ง่ายที่สุดที่คุณจะสามารถบอกได้ว่า ตลาดกำลังวิ่งไกลออกไป หรืออยู่ใกล้ๆจุดอ้างอิงนั้น และนี่เป็นเหตุผลอีกอย่างหนึ่งที่ว่า ทำไมคุณจึงสามารถที่จะรับความรู้ได้ดีกว่า หลังจากที่คุณได้เข้าซื้อหุ้นไป เพราะจุดอ้างอิงที่ว่านั้นก็คือ ระดับราคาของหุ้นในขณะที่คุณได้เข้าซื้อไปนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม จุดอ้างอิงบางอย่าง เช่น จุดสูงสุด-ต่ำสุดในแต่ละวันนั้น อาจมีความสำคัญมากกว่าจุดอ้างอิงอื่นๆ (ซึ่งบางคนอาจเถียงว่าจุดอ้างอิงบางจุดที่พวกเขาได้คำนวณเอาไว้มีความสำคัญมากกว่า ซึ่งฉันคงไม่ไปเถียงด้วยหากว่ามันสามารถใช้ได้ดีกว่าจริงๆ) ฉันมักที่จะเพ่งสมาธิและให้ความสำคัญไปที่แนวรับ-แนวต้านซึ่งทุกคนที่มีส่วนร่วมอยู่ในตลาดเห็นพ้องกัน พูดย่อๆแล้วก็คือ เมื่อคุณต้องการจะวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคานั้น คุณจำเป็นที่จะต้องรู้ถึงสิ่งเหล่านี้ นั่นก็คือ มันวิ่งไปไกลแค่ไหน เร็วแค่ไหน และในทิศทางใดนั่นเอง โดยคุณจำเป็นที่จะต้องมีจุดอ้างอิงสองจุดในการที่จะวัดสิ่งต่างๆเหล่านี้ นั่นก็คือ ระดับราคาในขณะนี้ และระดับแนวรับ-แนวต้านนั่นเอง

*อย่าเอาแต่มองไปที่ราคาเพียงอย่างเดียว คุณควรมองราคาของหุ้นด้วยความพยายามที่จะวิเคราะห์ถึงบางสิ่ง หรือไม่ก็เพื่อคาดการณ์ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อถึงระดับราคานั้นๆ

วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค

เราจะมาว่ากันต่อในวันพรุ่งนี้เกี่ยวกับหลักข้อที่สองในการวิเคราะห์หุ้นด้วยวิชา Tape Reading กันนะครับ เจอกันใหม่ที่ แมงเม่าคลับ.คอม นะครับ หากใครมีเทคนิคหรือแนวทางการมองโวลุ่มการซื้อขายหรือรูปแบบบิด-ออฟเฟอร์ที่น่าสนใจ ก็คอมเมนท์แบ่งปันกันได้เลยนะครับ รอฟังอยู่เช่นกัน สวัสดีครับ

  • sehju

    ขอบคุณสำหรับบทความครับ ท่าน mod ช่วยหาเรื่องเกี่ยวกับการดู bid-offer มาลงบ่อยๆก็ดีนะครับ ผมว่ามันเป็นศาสตร์ที่สอนกันยากเหมือนกันนะ ต้องคอยสังเกตเอา

  • anatarsia

    แชร์ประสบการณ์การส่วนตัวเพื่อให้วิจารณ์กันนะครับ
    ตอนที่ผมเริ่มสนใจ tape reading ใหม่ๆนั้น ผมเริ่มจากการอ่าน
    ticker ก่อน เพื่อหาว่าไม้ใหญ่ที่ซื้อ-ขายหุ้นนั้น เข้ามารึยัง (เคาะซื้อ-ขายหุ้นครั้งเดียวจำนวนมาก)แต่เฝ้าตลาดตลอดไม่ไหว
    ต่อมาเลยมานั่งดู record การเทรดหุ้นตัวนั้นๆ ก็ดูเหมือนเดิมว่าไม้ใหญ่เข้ามาซื้อขายรึยัง
    อันนั้นอยู่ภายใต้สมมุติฐานของผมที่ว่า คนที่คุมหุ้นอยู่(เจ้ามือ)น่าจะซื้อขายหุ้นไม้ใหญ่ๆกัน
    นอกจากนั้นก็ดู การกระจุกตัวของราคาหุ้นว่า ราคาไหนที่มี volume ซื้อขายกันมากที่สุดในช่วง time frame ที่เรากำหนดเอง ที่ทำแบบนี้เพราะว่าอยากรู้ Demand/Supply ของหุ้นตัวนั้นๆ
    ถ้าเอามาผนวกกับการดูกราฟ โดยใช้ OBV(on balance volume) ก็จะเห็นภาพมากขึ้น
    ที่กล่าวมาก็เป็นเพียงการวิเคราะห์ส่วนตัวของผม ไม่ได้ถูกต้องเสมอไป เพราะตลาดเหมือนคลื่นทะเล ไม่สามารถเดาทิศทางได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ discipline และการ stop loss (อย่าลืม let profit run ด้วยนะครับ)

  • marvasu

    ขอบคุณครับ

  • magic

    ขอบคุณค่า…

  • mod

    ความเห็นผมนั้น Tape Reading มีส่วนเกี่ยวข้องเสิรมกันกับการดูกราฟพอสมควร

    ถึงตัวของ Tape Reading นั้นคือการเน้นหนักไปที่การอ่าน โวลุ่ม แต่หากมองดีๆจะพบว่าเราก็สามารถมองในมุมของกราฟได้เช่นกัน โดยมองในแง่ของ “การไหลลื่นของราคาในทางใดทางหนึ่ง”

    เช่นในการพักตัวของหุ้นนั้น หากเป็นการพักตัวไม่ใช่การหลุดแนวรับทะลุลงมา เรามักจะเห็นอาการฝืดในการลงของหุ้น คือมีแรงซื้อสวนบ้าง และค่อยๆขายลงมา แต่จะไม่เกิดความเร่งที่มากนัก เป็นผลทำให้ราคาของมันไม่ลงมามากกว่าตอนที่วิ่งขึ้นไป จนเมื่อถึงจุดๆหนึ่งมันจะวิ่งกลับขึ้นไปอีกครั้งโดยมีโวลุ่มกระแทกขวาขึ้นไปแรงๆ ซึ่งหากมองในแง่ของกราฟแล้ว มันก็ตรงกับภาพของทฤษฏีดาวน์ง่ายๆ คือ Higher Bottom- Higher Low นั่นเอง

    อีกตัวอย่างหนึ่งเช่น สังเกตุได้ว่าการเบรคเอาท์ที่ทะลุแล้ววิ่งไปเลยจนกราฟสวยนั้น ก็เกิดจากเมื่อเบรคแล้ว Order จะ Flow เข้ามาอย่างรวดเร็ว หุ้นจะ “ลื่น” ไปด้วยแรงอัดกระแทกของไม้ใหญ่ๆเช่นกันครับ

    เมื่อมองในแง่ของหลักการแล้ว มันจึงอาศัยหลักการเดียวกันอย่างที่ Livermore เคยพูดไว้ว่า “ราคาจะวิ่งไปในทางที่ลื่นที่สุด” นั่นเองครับ

    เดี๋ยวพรุ่งนี้มาอัพตอนจบให้ต่อครับ พอดีวันนี้ไม่ว่างเท่าไหร่

    ซินเจียยั่วอี่ ซินนี้ฮวดใช้ครับทุกคน :)

  • kindly

    ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ครับคุณ mod และทุกท่าน :D

  • http://set-financial-academy.blogspot.com boyles

    ขอบคุณครับ บทคงามน่าสนใจมากเลย คุณ anatarsia ครับ อยากถามเกี่ยวกับ เปลี่ยนจากดู ticker มานั่งดู record การเทรดหุ้นตัวนั้นๆ ก็ดูเหมือนเดิมว่าไม้ใหญ่เข้ามาซื้อขายรึยัง

    ดู record นี่หมายถึงดู volumn เป็นรายนาทีเช่น 30 – 60 นาทีหรือเปล่าครับ แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่ารายใหญ่ ซื้อขายกันที่บริเวณนี้ หรือดูจากการกระจุกตัวกันของ volumn ที่ราคานึงๆ ครับ

  • mod

    เดี๋ยวขอเลื่อนตอนที่ 2 เป็นวันจันทร์พรุ่งนี้นะครับ ไม่มีเวลาอยู่นิ่งๆกับคอมเลย วันนี้มีคิวยาวครับ

    คุณ Boyles ครับ ผมว่าไม้ใหญ่ๆถ้านั่งดู Ticker ก็เห็นกันไม่ยากเท่าไหร่นะครับ สมมุติว่า ณ จุดแนวรับ-ต้าน ถ้าเคาะไปทางไหนเป็นทางเดียวกันติดๆกัน แล้วไหลลื่นๆนี่ ก็พอจะบอกอะไรได้หลายๆอย่างเลยเช่นกัน เดี๋ยวแปลตอนสองให้อ่านเผื่อจะเอาไปสังเกตุเพิ่มครับ

    แฮบปี้วาเลนไทน์ครับทุกคน :)

  • Audi

    ผมอยากได้คำพูด quote ตรง Trading Wisdom ข้างๆอ่ะครับ อยากได้ทุกประโยคเลย มีลิงค์รึเปล่าคัรบ แบบว่าผมชอบมากๆเลย

    ขอบคุณล่วงหน้าครับ

  • mod

    ดีใจที่ชอบครับ แต่ผมยังไม่ได้ทำลิงค์เลยครับ ต้องขอโทษด้วย

    ผมใส่ใว้ใน Plug-in ของบล็อกครับ

    จริงๆมีแปลไว้อีกหลายอันแต่ยังไม่ว่างนั่งปรับเวบอีกรอบเลย ยังไงก็ Copy Paste ไปพลางๆก่อนแล้วกันนะครับ ถ้าชอบ 55

  • Audi

    ขอบคุณมากนะครับ quote ตรง Trading Wisdom นี่ สั้นๆ แต่แทงใจดำมากๆ แบบว่าผมเข้ามาอ่านวันละหลายๆรอบเลย สงสัยต้องก๊อปไว้แล้วก็ปรินท์ติดหัวเตียงอ่านก่อนนอน

    เป็นกำลังใจให้คุณมดนำสิ่งดีๆมาให้พวกเราอ่าน ขอบคุณอีกครั้งครับ

  • http://set-financial-academy.blogspot.com boyles

    ขอบคุณครับ คุณ modx จะได้ลองสังเกตดู :)

  • rot

    ขอบคุณครับ

  • C”

    สนใจมาร์เก็ตติ้ง KT Zmico ติดต่อคุณ ซี 02-673-5263

  • Mod

    Test Twitt this comment

  • Mod

    Test normal comment

  • Need2Know

    ผมอยากทราบว่า ถ้ารายใหญ่ดันราคาขึ้นไป แล้วทยอยออกของ โดยOFFERไม้เดียว(สมมุติ5,000,000หุ้น) รายย่อยก็เข้าไปซื้อครัังละ5,000หุ้น ถามว่าเราจะรู้ได้อย่างไร
    ว่าเขาออกของอยู่? เพราะเราจะเห็นมันแสดงครั้งละ5,000หุ้น