GC-X1E Image

ผมเองพยายามหาคำตอบมานานพอสมควรว่าเหตุใดการลงทุนอย่างเป็น “ระบบ” จึงเป็นเรื่องที่ยากกับคนทั่วๆไปนัก วันนี้มีอีกมุมมองหนึ่งซึ่งคิดว่าน่าจะพออธิบายกลไกตรงนี้ได้ ลองอ่านดูนะครับ

มุมมองที่แตกต่าง

การเผชิญหน้ากับความเสี่ยงนั้นดูจะเป็นเรื่องที่มากกว่าคณิตศาสตร์อย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะในที่สุดแล้ว ผมคิดว่ามันอาจหยั่งรากลึกลงไปถึงปรัชญาการดำเนินชีวิตของเราก็ได้ หากจะว่ากันตามตรงแล้ว คนเราส่วนใหญ่มักมีทัศนคติที่แตกต่างกันในการเผชิญหน้าความเสี่ยงอยู่ใน 2 รูปแบบใหญ่ๆนั่นก็คือ

1. พวกหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk Avoider) คนพวกนี้โดยทั่วไปแล้วมักที่จะพยายามไม่เสี่ยงหรือเสี่ยงให้น้อยครั้งที่สุดจนกว่าที่จะเจอโอกาสที่ให้ผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (Pay-off) ที่สูงมากๆจนเขาคิดว่าคุ้มและชัวร์สุดๆจึงลงมือวางเดิมพันลงไป ดังนั้นแล้วการวางเงินลงไปในแต่ละครั้งของพวกเขาย่อมต้องการผลลัพท์ที่ดีที่สุดตามที่ตรรกและเหตุผลของเขาจะคาดคะเนมันออกมาได้

2. พวกยินดีที่จะเผชิญต่อความเสี่ยง (Risk Taker) คนพวกนี้จะแตกต่างกับพวกแรกอย่างสิ้นเชิง นั่นคือพวกเขาพร้อมและยินดีที่จะเผชิญหน้าต่อความเสี่ยงอยู่เสมอ คนพวกนี้จะคอยมองหาโอกาสใหม่ๆเพื่อเดิมพันอยู่ตลอดเวลาโดยมีข้อแม้ว่า ขอให้การเดิมพันเหล่านั้นมีกำไรคาดหวังที่เป็นบวกในระยะยาว (Positive Edge) นอกจากนี้แล้ว พวกเขายังไม่สนใจผลลัพท์ของการเดิมพันในแต่ละครั้งเท่าไหร่ สิ่งที่เขาสนใจคือผลลัพท์ในระยะยาวเป็น 100 เป็น 1,000 ครั้ง เนื่องจากเขาเชื่อว่ายิ่งเขาเสี่ยงบ่อยครั้งขึ้นเท่าไหร่ พวกมันจะพาไปสู่ผลตอบแทนคาดหวังหรือ Expected Outcome ที่เป็นบวกนั่นเอง คนจำพวกนี้ส่วนใหญ่จะเป็นนักพนันมืออาชีพแทบทั้งสิ้น

ส่วนตัวผมเองแล้วคิดว่าแนวคิดทัศนคิตทั้ง 2 รูปแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะมาฟันธงได้ว่าถูกหรือผิด ทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีบริบทที่เหมาะสมตามความจำเป็นของมัน อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่าพวกเราแต่ละคนก็ได้เติบโตมาโดยฝังรากกับแนวคิดใดคิดหนึ่งเอาไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะอย่างที่บอกว่ามันคือปรัชญาของการดำเนินชีวิต หรือมันอาจฝังรากลึกลงไปจนกระทั่งถึงยีนส์ของพวกเราก็เป็นไปได้

ทัศนคติการเผชิญหน้าต่อความเสี่ยงของ System Trader

เมื่อจะพูดถึงการปฏิบัติตามระบบการลงทุนนั้น ผมคิดว่าประเด็นที่ปัญหาสำคัญของคนส่วนใหญ่ก็คือ …

การลงทุนอย่างเป็น “ระบบ” นั้นต้องการทัศนคติการมองโลกในรูปแบบที่ 2 เป็นสำคัญ (บางคนอาจเรียกว่า Risk Taker Mindset หรือ Probability Mindset ก็แล้วแต่) การทำตามระบบให้ได้หรือแม้แต่การเผชิญหน้ากับความเสี่ยงอยู่เสมอจึงเป็นเรื่องที่ยากมากๆกับคนส่วนใหญ่ เพราะพวกเรามักถูกสอนและเรียนรู้มาตั้งแต่เด็กในมุมคิดของคนจำพวกแรก หรือ Risk Overioder นั่นเอง (เช่นการวัดผลการเรียนด้วยการสอบเพื่อทำคะแนนข้อสอบให้ถูกต้องมากที่สุด หรือการโดนตัดคะแนนลบไปเรื่อยๆเมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้น)

นี่เองเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายๆคนไม่สามารถที่จะเข้าซื้อ-ขายหุ้นเมื่อมีสัญญาณเกิดขึ้นได้อย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากความเคยชินของเรากำลังส่งสัญญาณเตือนให้เรามองหาโอกาสที่ชัวร์และคุ้มที่สุดอยู่นั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว มันยังคอยทำให้เราพะวงต่อผลลัพท์ของการตัดสินใจในแต่ละครั้งของเราอย่างมากอีกด้วย … แต่นี่กลับถือเป็นกับดักและจุดตายสำหรับการใช้ “ระบบการลงทุน” เลยก็ว่าได้

จากประสบการณ์ของผมแล้ว มีคนจำนวนเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่ถูกฝึกฝนหรือเติบโตมากับแนวคิดในแบบที่ 2 ซึ่งต้องพึ่งพามุมมองในเชิงของสถิติศาสตร์, ความน่าจะเป็น และกำไรคาดหวังในระยะยาว (แน่นอนว่าผมเองก็ไม่ใช่คนจำพวกนี้มาตั้งแต่เกิด) อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ต้องการจะลงทุนอย่างเป็นระบบแล้ว นี่เป็นแนวคิดหรือทัศนคติที่คุณจะต้องพยายามฝึกฝนหรือปรับเปลี่ยนมันให้ได้มากที่สุด

การลงทุนเป็น “ระบบ” คือการเล่นเพื่อกำไรคาดหวังในระยะยาว ตรรกของนักลงทุนที่เป็น System Trader จึงควรอยู่ในรูปแบบของความเป็นเหตุเป็นผลในเชิงสถิติและความน่าจะเป็น ไม่ใช่ตรรกของเหตุไปผลอย่างที่พวกเราเคยคุ้นชินกันมานั่นเอง ดังนั้นแล้ว หากในขณะนี้คุณกำลังรู้สึกว่าการทำตามระบบเป็นเรื่องที่ยากลำบากเหลือเกินนั้น ลองทบทวนความคิดของตัวเองดูนะครับว่า …

ความจริงแล้วระบบความคิดของเรามันเป็นไปในแนวทางเดียวกับกลไกของระบบการลงทุนหรือไม่? แท้จริงแล้วคุณเป็นคนจำพวกไหน? … คุณได้ลองเปลี่ยนมุมมองให้อยู่ในโลกของของความน่าจะเป็นบ้างหรือยัง และพยายามอย่างหนักแค่ไหน? … หรือว่าจริงๆแล้วเราอาจไม่ใช่สำหรับสิ่งที่เรียกว่าระบบการลงทุนก็เป็นได้ ของอย่างนี้ไม่ใช่สิ่งที่ถูกหรือผิดหรือน่าอาย ผมเชื่อว่าการยอมรับต่อความเป็นจริงในตัวเราให้ได้ คือก้าวแรกที่จะพัฒนาตนเองไปในวิถีทางที่เหมาะสมกับตัวเราอย่างแท้จริงครับ!

แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management

  • Unsign

    ต้องพึ่งพามุมมองในเชิงของสถิติศาสตร์, ความน่าจะเป็น และกำไรคาดหวังในระยะยาว 
    แต่ก่อนก็ไม่เคยคิดถึงเรื่องข้างตันเลยครับ ใช้เวลานานเหมือนกัน กว่าจะเข้าใจ(บ้าง) …

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      บางทีเข้าใจอย่างเดียวก็ไม่พอด้วย ต้องใช้เวลาเข้าถึงอีกสักพักเลยทีเดียวเนี่ยสิครับ ^_^

  • jumb1101

    คงเหมือนตอนเด็ก ๆ กินเผ็ด ๆ หน่อยก็แสบปากแล้วหลีกเลี่ยงของเผ็ดน่ะครับ  แต่พอกินไปเรื่อย ๆ จนเคยชินแล้วก็จะอร่อยไปเอง :D

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      น่าจะประมาณนั้นมั้งครับ อิอิ

  • Tsunami2p

    ใช่เลยครับ ตอนนี้ผมกำลังประสบปัญหาทำตามระบบอยู่เลย ต้องกลับมาทบทวนตัวเองซะแล้ว ขอบคุณมากๆๆนะครับ :)

  • Tsunami2p

    อ้อ สอบถามคุณมดและทุกท่านในที่นี้ หน่อยครับว่า ปกติเวลาเทรดกัน มีการใช้ Excel ในการคำนวณมูลค่าพอร์ต หรืออะไรต่างๆไหมครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ผมใช้ให้โปรแกรมมันคำนวนอัตโนมัติตอน Explore ออกมาครับ ^_^

  • http://profiles.google.com/thapakorn Thapakorn Chan.

    ขอบคุณสำหรับบทความครับ หลังจากที่ได้ศึกษาการเทรดเป็นระบบชีวิตการลุงทุนมีความสุขมากขึ้นจริงๆ ถึงแม้จะถูกหลายๆคนเคยปรามาสบ่อยๆว่า เล่นตามระบบ ไม่เจ๋ง ใครๆก็ทำได้ เขียวซื้อแดงขาย ไม่ได้ฝึกคิดฝึกวิเคราะห์ บลาๆๆ …พอผ่านมาหนึ่งปี คนรอบข้างเปลี่ยนความคิดเมื่อเห็นเราทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ …สุดท้าย การมีวินัยที่ดี จิตใตสงบขึ้นมากมาย อยากให้มีคนสอนเรื่อง Psychology + Money management กันเยอะๆ เพราะเห็นแต่ให้ความสำคัญกับการสร้างระบบที่ซับซ้อนไปเรื่อยๆ 

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ผมกลับคิดว่าทำระบบออกมาได้มันเจ๋งดีออกนะครับ มันสมองและจินตนาการล้วนๆ 55 สร้างระบบเป็น Money Machine เอาไว้ใช้ทุ่นแรง ไม่ต้องมานั่งวิเคราะห์แบบ Repetitive ซ้ำไปซ้ำมา

      ปล. เรื่อง Psychology + MM จะลองเขียนลงมาเรื่อยๆสลับกันไปนะครับ ขอบคุณครับ

  • http://twitter.com/mprandy mprandy

    แบบว่าเข้าใจนะ เข้าใจหมดเลย ที่มา หลักการ รายละเอียด บลา บลา  … แต่พอทำจริงแล้วจะรู้ว่ามันยาก ถึงยากมาก
    ความยากไม่ได้อยู่ที่ระบบ แต่อยู่ที่การ “ยอม” ทำตามระบบมากกว่า
    สำหรับผม system override เป็นสิ่งที่เกิดบ่อยมากครับ เคยลองทำอยู่ 2 เดือน override ไปครึ่งนึง :D
    นี่พยายามจะเป็น 100% system trader อยู่เหมือนกัน แต่จริตยังไม่ได้ซะที เลยเป็น discretionary ไปก่อน แฮ่ :D
    ต้องฝึกจริตนี่ยากจริง ๆ …

    ตรงนี้ทำไงดีอ่ะท่าน

    ป.ล. ข้อ 1 มันน่าจะเป็น Risk Avoider มากกว่าหรือเปล่า ?

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      บางทีการที่เรา Override System ก็อาจเป็นเพราะว่า System มันยังไม่ตอบสนองความเชื่อของเราได้จนถึงขีดที่เราต้องการก็ได้นะครับ เราเลยไปเล่นเองอีกที อย่างพี่หมอเนี่ยผมว่าถ้าได้ระบบโดนใจจริงๆไม่น่าจะแหกบ่อยแน่ๆครับ อิอิ

      ปล. ข้อ 1 Risk avoider ถูกแล้วไม่ใช่หรือครับ งง แหะๆ

      • http://www.welovetutoring.net/ AonzZung

        ผมคิดว่าเค้าน่าจะกำลังบอกว่าคุณมดพิมพ์ผิดจาก Avoider เป็น Ovoider นะครับ

        • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

          โอ้ววว ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ นี่ถ้าอยู่ในสวนสงสัยงูฉกตายไปแล้ว 55 แก้ให้แล้วครับ ขอบคุณทั้งคุณ @twitter-83117048:disqus และ @aonzzung:disqus  ครับผม

      • http://twitter.com/mprandy mprandy

        ระบบโดนใจครับ แต่ใจมันยังไม่กล้าพอ – -?
        สงสัยคงต้อง surrender … ตามที่หนังสือ Inner Voice บอก

        • Unsign

          ลองระบบที่ใช้กับหุ้นใน set50 ดูก่อนซิครับ

          เปิดพอร์ตเป็นจำนวนเงินไม่ต้องเยอะก็ได้ จะทำตามได้สบายใจหน่อย

        • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

          ลองมานั่งนึกๆดูทำไมผมถึงทำตามระบบได้เรื่อยๆ จริงๆรู้สึกเหมือนมันไม่ใช่คำว่าวินัยเลยสำหรับผม มันเป็นเหมือนสันดานมากกว่า อาจเพราะเป็นคนขี้เกียจชอบอะไรที่มันอัตโนมัติหน่อยก็เลยถูกโรคกับ Systematic Trading ก็ได้นะครับ 55

  • Grefizoni

    ผมมองแบบนี้นะครับ
    สมมติว่าเรามีระบบที่ดี พอจะสร้างexpectancyเป็นบวก ในระยะกลางยาวแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าในช่วงสั้นๆนั้น
    อาจจะเกิดการขาดทุนติดต่อกันอันเนื่องมาจากระบบ (เช่นพวกระบบtrend followในภาวะตลาดnon trend)

    ซึ่งสิ่งเหล่านี้ แม้จะถูกรวมไว้ในผลของbacktestที่เราได้ทำแล้ว แต่พูดก็พูดเถอะครับ มันบั่นทอนจิตใจจริงๆ 55+

    สิ่งนี้เองล่ะมั้ง ที่คอยปลุกปั่นmindsetในตัวเทรดเดอร์นั้นๆ ให้ไม่ทำตามระบบ สุดท้ายเมื่อเรากลับมาย้อนดูปัญหาก็จะกลายเป็นว่าเราขาดวินัีย ทั้งที่จริงๆแล้ว การขาดวินัยนั้นมันเป็นเพียงผัลลัพธ์ อันเกิดมาจาก

    การขาดความเชื่อมั่น (ความคิดแบบที่1แบบที่คุณมดบอกนั่นล่ะครับ)
    เมื่อก่อนผมเป็นคนแบบที่1นะ ทุกวันนี้หนักไปทางแบบที่2 แต่ภายใต้ระบบเทรดนะครับ

    แต่มันก็ยากจริงๆ กับการที่จะมองความเสี่ยงระยะสั้นในรูปแบบคณิตศาสตร์และสถิติ ฮะๆๆ

    ปล
    ขอบคุณมากครับสำหรับหนังสือที่แนะนำผมในFAQ
    ผมคือนักสืบจิ๋วนะครับ ไม่ใจว่าใช้ชื่อนั้นในบอร์ดรึเปล่า แอบลืมๆ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      @8db2298239f5c67cbd80b676a238c31d:disqus โอโหพิมพ์มายาวเลย ชอบๆ ระบบความคิดแบบที่ 2 ผมว่าแค่รู้ยังไม่พอแต่ต้องฝึกจนเป็นความเคยชิน พอชินแล้วก็จะทำไปตามธรรมชาติเองนะครับผมว่า อย่างทุกวันนี้ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่ายากหรือฝืนอะไร แต่ถ้าให้กลับไปเล่นเทคนิคแบบความคิดระบบที่ 1 ก็คงจะยากเหมือนกันครับ อิอิ ^_^

      ปล. ชื่อนักสืบจิ๊วนี่คุ้นๆเหมือนเคยอ่านเจอในบอร์ด Pantip ป่าวครับ

      • Grefizoni

        ถูกต้องนะคร้าบบบ ช่วงนี้หายๆไปไม่ค่อยได้เข้าไปเล่นเพราะnetที่บริษัทโดนบล๊อกครับ
        บวกกับเราจะหันมาทำด้านsystematic trading เต็มตัวครับผม แหะๆ 

        • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

          ดีครับ! ผมจะได้มีเพื่อนพ้อง Systematic Trader เพิ่มอีก ^_^

  • MegaMan

    ขอบคุณบทความดีๆครับ ^ ^ 
    ส่วนใหญ่คนไทยน่าจะชอบเล่นการพนันนะ
    เห็นหวยออกแต่ละงวดคนรอบๆตัวลุ้นกันตัวเกรงเชียว 555

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ท่าจะจริงครับ ถือเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ อิอิ

  • Neo_potato_th

    ทำไมถึงทำตามยาก

    –>ผมตอบแบบกำปั้นทุบดินแต่ผมก็เชื่ออย่างนั้นคือ ระบบที่ expectancy เป็น + ต้องเป็นระบบที่ฝืนกับความสบายใจของมนุษย์ทั่วไป 

    ปัญหาที่ผมเจออยุ่เป็นพักๆคือมันมักจะมีช่วงที่ทำให้ผมต้อง overrule ซัก 5-10% ของport เพื่อความสบายใจ มักจะเป็นเรื่อง switch หุ้นครับ พอดีมองเห้นรถข้างๆมันวิ่งเร็วกว่าตัวเองอีกแล้วT.T
    ช่วงที่เป็นมักจะเป็นช่วงที่เสพข่าวสารมากไป ช่วงนี้เริ่มกลับมาสู่ภาวะปกติอีกครั้ง

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ข้อนี้ก็มีเหตุผลมาก ต้องกลับตรรกการคิดเข้าไปอีกด้วย เรียกง่ายๆว่าเป็นคนคิดอะไรผิดปกติกว่าชาวบ้าน 55

  • Somchat_sk55

    ผมเห็นว่าสิ่งที่จะทำให้เราทำตามระบบได้ คือ ความศรัทธาและเชื่อมั่นอย่างถึงที่สุดใน “ระบบการเทรด” ของตัวคุณเอง  แต่การที่คุณจะศรัทธาเชื่อมั่นได้ คุณก็ต้องหาหลักฐานให้ตัวคุณเองก่อน เช่น หลักวิชาทางสถิติ  การทดสอบหลายครั้ง เป็นต้น ถ้าได้ดังนี้

    คุณก็จะไม่สนใจใคร หรือสิ่งที่ใครๆ ทำในตลาด (ไม่ซื้อขายตามแห่)  หรือถ้าไม่มีสัญญาณซื้อขายก็อดทนรอได้  ไม่ใช่คิดว่า “ซื้อขายเล็กๆ น้อยๆ ไปเรื่อยๆ ฆ่าเวลารอสัญญาณจากระบบ ”
    เพราะโลภจะทำกำไรตลอดเวลา สุดท้ายก็ต้องคืนกำไรไป (เหมือนที่ลิเวอร์มอร์ว่าไว้เป๊ะ)  

    ฉะนั้นหลักสำคัญจริงๆ  ไม่มีอะไรมาก มีแค่สองอย่าง “ศรัทธา” และ “อดทนรอได้”  เท่านั้นเอง

    จากการปฏิบัติส่วนตัวผม  สิ่งที่ทำแล้วทำให้การเทรดแย่  คือ

    1.ดูกราฟบ่อยๆ เช่น มากกว่าสองครั้งต่อวัน รวมทั้งทำ daytrade ด้วย

    2.สนใจจำนวนเงินพอร์ตบ่อยเกินไป (ดูมันแบบ Real Time)

    3.ซูมกราฟสุดๆ ดูรายละเอียดย่อยๆ มันทุกแท่งเทียน พยายามย่อกราฟดูภาพรวมดีกว่า

    4.คิดแต่จะซื้อที่จุดต่ำสุด และขายที่จุดต่ำสุด (ซึ่งไม่มีใครทำได้) แต่พอรู้สึกพอใจในกำไรที่ทำได้ กลับสามารถซื้อได้ใกล้เคียงจุดต่ำสุด และขายได้ใกล้จุดสูงสุดกว่า (ใช้ทฤษฏีคลื่นอีเลียต และ Fibbonacci)

    5.หมกมุ่นคิดเสียดายถึงโอกาสที่พลาดไป (ตกรถ) แทนที่จะหาสัญญาณใหม่ในหุ้นกลุ่มเดียว พื้นฐานใกล้เคียงกันที่ยังไปไม่ไกล หรือแทนที่จะคิดว่ามันคงไปไม่ได้ตลอดหรอก มันต้องพักฐานบ้าง  หรือไม่ถ้ามันขึ้นแรง มันก็ลงแรง รอ short มันเลย

    6.ความโลภ อยากได้กำไรมากๆ ในเวลาอันสั้น หรืออยากคืนทุนเร็ว (อันนี้พวกขาดทุนหนัก เร่งตามจะเอาคืน)  อันนี้กำจัดยากสุด เพราะมันเป็นกิเลสตัวสำคัญในสันดานมนุษย์ มีแต่พระอรหันต์เท่านั้นจึงจะกำจัดได้หมด  แต่เราสามารถควบคุมได้ด้วยการ หมั่นฝึกสมาธิ หมั่นให้ทาน และหมั่นปล่อยวาง  เห็นธรรมดาการขึ้นลง และตกต่ำ( เช่น หุ้น) ของสรรพสิ่ง เมื่อเสียไปก็รู้ไว้ว่าอดทนต่อไปเดี๋ยวมันก็ได้มา หรือเมื่อได้มาก็ไม่ลำพองใจ ประมาท

    ปัจจัยทั้งหกประการนี้แหละที่ม้นกร่อนความ “ศรัทธา” และ “ความอดทนของคุณ” ถึงแม้ตอนแรกคุณจะอดทนและศรัทธาแค่ไหน ถ้าทำอย่างนี้เรื่อยๆ คุณก็เป๋ได้ในที่สุด

    ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้แหละที่ทั้งคุณและผมไม่อาจหาได้ด้วยการอ่าน หรือเพียงฟังคำแนะนำจากใครๆ  แต่ต้องลงมือฝึกฝนอย่างจริงจังไม่ท้อถอย ด้วยตัวเอง เพราะมันไม่ใช่เรื่องกายภาพที่เอามาทำตามกันได้  แต่มันเป็นเรื่องจิตใจล้วน

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      @e26a3204678d7effa644bec1ce670aa4:disqus สุดยอดเลยครับ เป็นคำแนะนำที่ดีมากๆสำหรับมือใหม่ๆและคนที่ยังไม่นิ่งหลายๆคน ขอบคุณที่เข้ามาเขียนให้หลายๆคนได้อ่านกันครับ

  • การทำตามระบบนั้นยากครับ ถ้าเราคิดว่ามันยาก และมันก็จะง่ายถ้าเราคิดว่ามันง่ายครับ 555 แต่จะยากหรือง่ายนั้น จริงๆใครสักคนจะทำตาม ระบบหรืออะไรก็แล้วแต่จะเรียก ผมว่ามันต้องใช้ประสบการณ์ รู้อย่างเดียวไม่พอ เหมือนที่คุณมดว่าเลยครับ แต่คุณต้องผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร และที่สำคัญ เราต้องเชื่อว่า ไม่มีใครรู้อนาคต และต้องเชื่อแบบ 100 % ห้ามมีในใจว่า ฉันไงรู้ 55 อะไรแบบนี้แสดงว่าคุณไปโฟกัสผิดที่ ผิดจุด เพราะ ทิศทาง สำคัญกว่า ความเร็ว ถ้าทิศทางของแนวคิดเราถูก ยังไงเราก็ถึงฝั่งครับ 555 ^__^ ขอบคุณสำหรับบทความดีๆนะครับ

  • อวิรุทธ์

    ผมกลับมาอ่านบทความของคุณมดทุกครั้งที่ขาดทุนจากการแหกระบบ