หุ้น จิตวิทยาการลงทุน faulkner

โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม (ตอนที่ 1)

วันนี้ผมนำบทความจาก Charles Faulkner ยอดนักเก็งกำไรและผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาศักยภาพในรูปแบบ NLP อันดับต้นๆของโลกมาให้อ่านครับ เขาเคยถูกสัมภาษณ์ไว้ในหนังสือหลายๆเล่มรวมถึง The Market Wizrard และ The Intuitive Trader ที่ผมเคยได้นำมารีวิวให้อ่านเอาไว้แล้ว นอกจากนี้เขายังเป็นผู้เขียนร่วมในหนังสือจิตวิทยาการพัฒนาตนเองด้วยวิธีการ NLP ที่ขายดีที่สุดเล่มหนึ่ง (อันดับ 1 ในอเมซอนชื่อ NLP The New Technology of Achievement) ซึ่งเขาได้นำเอาวิธีการเหล่านี้มาช่วยในการพัฒนาศักย์ภาพของนักเก็งกำไรไว้ได้อีกด้วยครับ

“มันไม่เกี่ยวว่าคุณคิดอย่างไร มันเกี่ยวกับว่าคุณกำลังเห็นว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นต่างหาก” Charles Faulkner

Michael Covel ได้กล่าวไว้ในหนังสือ Trend Following ของเขาเอาไว้ว่า บรรดาสุดยอดนักเล่นหุ้นตามแนวโน้ม (Trend Follower) นั้น มักที่จะมีมุมมองที่เป็นปรัชญาเบื้องหลังแนวทางการเก็งกำไรของพวกเขาเอง โดยการที่คนส่วนใหญ่มักที่จะมองข้ามมันไปนั้น ก็เนื่องมาจากว่ามันอาจไม่ใช่สิ่งที่จะทำความเข้าใจได้ง่ายๆสักเท่าไหร่ และเมื่อไหร่ที่บรรดานักเก็งกำไรแบบ Trend Follower พูดว่าพวกเขามีแนวคิดหรือปรัชญาของพวกเขานั้น สิ่งที่พวกเขากำลังบอกเราก็คือ เขากำลังพูดถึงมุมมองที่พวกเขามีต่อโลกหรือสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัวนั่นเอง และมันไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในหนังสือการลงทุนโดยทั่วไปสักเท่าไหร่ แต่พวกเขาได้รับมันมาจากการสังเกตุและประสบการณ์ตรงของพวกเขา

ปรัชญาการเก็งกำไรแบบ “กระทำไปตามแนวโน้ม หรือ Trend Following” นั้น สามารถที่จะสรุปออกมาหลักๆได้ 7 ข้อ โดยเราจะค่อยๆพูดถึงไป ในแต่ละข้อคิดนั้นๆในบทความนี้ ซึ่งประกอบไปด้วย

  • ไม่มีใครสามารถหยั่งรู้อนาคตได้
  • หากว่าเราสามารถที่จะตัดคำว่า “มันจะ”, “อาจจะ” และ “น่าจะ” ออกไปจากชีวิตของเราได้ แล้วมองโลกถึงสิ่งต่างๆที่กำลังเกิดขึ้นด้วยความเป็นจริง คุณจะมีความได้เปรียบเหนือคนอีกหลายๆคนเลยทีเดียว
  • สิ่งต่างๆนั้นสามารถที่จะทำการเทียบวัดได้ ดังนั้น จงพยายามพัฒนาการวัดผลของคุณอยู่ตลอดเวลา
  • คุณไม่จำเป็นต้องรู้ว่า “เมื่อไหร่” ที่สิ่งต่างๆจะต้องเกิดขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะเกิดขึ้นจริงๆ
  • ราคาสามารถเคลื่อนไหวขึ้น, ลง หรือค่อยๆเคลื่อนไปด้านข้างได้เท่านั้น
  • การขาดทุนหรือสูญเสีย เป็นองค์ประกอบหรือส่วนหนึ่งของชีวิต
  • สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ปัจจุบัน”

แท้จริงแล้ว ความแตกต่างระหว่างนักเล่นหุ้นแบบ Trend Following หรือแนวทางอื่นๆนั้น ไม่ใช่สไตล์หรือวิธีการ แต่มันคือความแตกต่างจากสิ่งที่พวกเขาคิดและทำ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่นอกเหนือไปจากการตอบสนองโดยทั่วไปของสัญชาติญาณของเราโดยทั่วไปนั่นเอง

เมื่อพูดถึงประโยคที่พวกเราทุกคนรู้จักกันดี นั่นก็คือ “ตัดขาดทุนอย่างรวดเร็ว และปล่อยให้กำไรวิ่งไปเรื่อยๆ” แน่นอนว่า นักเล่นหุ้นส่วนใหญ่ย่อมที่จะเห็นพ้องกันว่า นี่เป็นสิ่งที่ยากที่สุดสิ่งหนึ่งที่จะทำได้เลยทีเดียว ทำไมน่ะหรือ? นั่นก็เพราะ “เมื่อมีลูกไก่อยู่ในกำมือ เราย่อมคิดว่ามันดีกว่าที่จะปล่อยมันเอาไว้ก่อน” นั่นเอง และแน่นอนว่าเหล่า Trend Followers ย่อมเข้าใจมันดีเช่นกัน แต่พวกเขาก็เข้าใจเป็นอย่างดีเช่นกันว่า สิ่งเหล่านี้มันเป็นเพียงความรู้สึกหรือประสบการณ์ส่วนตัว ซึ่งจะสร้างอคติในการตัดสินใจอย่างสมเหตุสมผลของเราลงไป พวกเขารู้ว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้ไม่สามารถเชื่อถือได้เมื่อนำมาใช้กับการเก็งกำไรในตลาดหุ้นนั่นเอง

ไม่มีใครหยั่งรู้อนาคตได้!

เซียนหุ้น John W. Henrry “เราจะไม่มีการพยายามพยากรณ์อะไรทั้งสิ้น!” นี่คือคำพูดของสุดยอด Trend Follower ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลกคนหนึ่ง นั่นก็คือ John W. Henry (ผู้ที่กำลังพยายาม Take over สโมสรฟุตบอล Liverpool อยู่นั่นเอง วันหลังผมจะนำแนวคิดการเล่นหุ้นเก็งกำไรของเขามาให้อ่านกันต่อไปนะครับ :D) โดยที่ Henry ได้บอกกับพวกเราไว้ว่า ความหมายของมันก็คือ สิ่งต่างๆไม่ว่าจะเป็นลางสังหรณ์ของคุณ, สัญชาติญาณของคุณ หรือความเชื่อของคุณเกี่ยวกับโลกใบนี้นั้น แท้จริงแล้วก็คือมายาจิตของคุณเอง แท้จริงแล้ว สิ่งต่างๆที่เราได้ยินจากผู้ชำนาญการหรือเซียนหุ้นต่างๆในทีวีหรือที่ไหนๆก็เป็นเพียงแค่อคติของพวกเขา หุ้นไม่ได้วิ่งไปมาเพราะเหตุผลอย่างเดียว, ทองคำไม่ได้เคลื่อนไหวเพื่อใครบางคน, อัตราดอกเบี้ยไม่ได้เปลี่ยนแปลงเพียงเพราะเหตุผลบางอย่าง แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าผลกระทบจากสิ่งต่างๆที่ทำให้ราคาหุ้นเปลี่ยนแปลงไปนั้นไม่มีอยู่จริง เพียงแต่ว่ามันมีเหตุผลหลายๆอย่างจนมากเกินไปต่างหาก และการที่เราจะพยายามจะวัดผลกระทบของมันทั้งหมดออกมาได้อย่างแน่นอนนั้น เป็นเรื่องที่เกินกว่าความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นสำหรับพวกเราทุกๆคน

Bill Dunn สุดยอด Trend Follower อีกคนหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของกองทุน Dunn Capital เป็นอีกผู้หนึ่งที่เห็นด้วยกับสิ่งนี้ ถึงแม้ว่าตัวของเขาเองนั้น จะจบการศึกษาถึงระดับปริญญาเอกในสาขา Theoretical Physic ซึ่งแน่นอนว่า ไม่มีใครที่สามารถได้รับปริญญาเอกในสาขานี้ได้ โดยที่ไม่เข้าใจถึงสมการ “สามตัวแปร” (Three body problem) จนลึกซึ้งได้อย่างแน่นอน

เซียนหุ้น Bill Dunn เมื่อเรามองย้อนกลับไปในยุคโบราณนั้น Sir Isaac Newton ผู้เป็นบิดาและผู้ค้นพบแนวทางในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เกี่ยวกับผลกระทบของสิ่งต่างๆ ซึ่งเป็นปัญหาที่มีตัวแปรอยู่ 2 ตัวแปร (ปัญหา 2 วัตถุ) เช่น โลกและดวงจันทร์ โดยวิธีการแก้ปัญหาของนิวตันก็คือ เขาได้ตัดเอาตัวแปรอื่นๆรอบๆออกไปก่อน เพื่อที่จะสามารถแก้ไขปัญหาทางคณิตศาสตร์ชิ้นนี้ออกมาได้ และเมื่อสิ่งต่างๆเริ่มสำเร็จผล เขาจึงได้ตั้งสมมุติฐานของเขาต่อมาว่า สูตรหรือแนวทางในการแก้ปัญที่มีตัวแปรอยู่ 2 ตัวของเขานั้น จะสามารถนำไปสู่การแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ซึ่งมีตัวแปรมากกว่า 3 ตัว โดยที่ตัวแปรแต่ละตัวจะทำปฎิกริยาตอบสนองต่อกันไปมาออกมาได้ (ปัญหา 3 วัตถุหรือมากกว่า)

อย่างไรก็ตาม ในอีก 200 ปีต่อมา ก็ยังไม่มีใครที่จะสามารถแก้โจทย์นี้ออกมาได้ และเพื่อให้เรื่องนี้เร็วขึ้น ผมจะขอข้ามมาถึงในขณะที่ อองรี ปวงกาเร (Henri Poincare) สุดยอดนักคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศษ ได้รับรางวัลจากพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์สวีเดน ในปี 1889 แต่ไม่ใช่รางวัลในการที่เขาสามารถแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์นี้ออกมาได้ ในทางกลับกันแล้ว เขาได้รับรางวัลเนื่องจากเขาสามารถพิสูจน์ออกมาได้ว่า มันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ออกมาต่างหาก

ศาสตราจารย์ ปวงการเร Poincare ยอดนักคณิตศาสตร์ ศาสตราจารย์ปวงกาเร ได้ค้นพบว่า เพียงแค่ปัญหาที่มีตัวแปรหรือวัตถุแค่ 3 ตัวนั้น ผลกระทบไปมาจากตัวแปรแต่ละตัวที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้เราไม่สามารถที่จะสามารถคำนวณได้อย่าง “แน่นอน” ว่า ผลกระทบจากการตอบสนองไปมาของตัวแปรแต่ละตัวต่อจะก่อให้เกิดสิ่งไดหรือเกิดขึ้นในรูปแบบใด และอะไรจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคต และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้น, พันธบัตร และอนุพันธ์ล่วงหน้าเช่นเดียวกัน และถึงแม้ว่าการคาดคะเนโดย “ประมาณ” นั้นจะเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นจริงนั้นมักจะตรงข้ามกับสัญชาติญาณหรือความเชื่อของคนเราโดยทั่วไป นั่นก็คือ ยิ่งเรา (Market Participant) พยายามที่จะสร้าง Model ที่มีความแม่นยำมากขึ้นเท่าไหร่ มันก็ยิ่งจะทำให้ Model เหล่านี้ไม่สามารถตอบได้ว่าอะไรที่จะเกิดขึ้นในอนาคตยิ่งขึ้นเท่านั้น

ข้อสรุปในเรื่องนี้นั้นง่ายๆมากๆ นั่นก็คือ โลกของเรานั้นมันช่างยิ่งใหญ่ และมีรายละเอียดปลีกย่อยมากมายมากกว่าที่ Model ที่ละเอียดและซับซ้อนที่สุดของเราจะเก็บรายละเอียดเอาไว้ได้ทั้งหมด อีกทั้ง Model ที่มีความซับซ้อน (มีการวัดหรือใช้ตัวแปรมากกว่า 3 ตัวขึ้นไป) นั้น มักที่จะพังทลายลงให้เราพยายามใช้มันที่จะพยากรณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตออกมานั่นเอง ผลก็คือ สิ่งเหล่านี้ทำให้บรรดาเหล่า Trend Follower จึงเพ่งความสนใจไปที่รายละเอียดของสิ่งที่ “กำลัง” เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ว่ามันกำลังเกิดขึ้น “อย่างไร” แทนที่จะพยายามพยากรณ์ไปในอนาคต หรือพูดอีกอย่างก็คือ พวกเขาใช้ชีวิตอยู่บนโลกของ “ปัจจุบัน” นั่นเอง

สำหรับตอนนี้ก็จบเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวจะมาต่อให้ในวันต่อไป รับรองว่านี่เป็นบทความที่ดีมากๆอีกบทความหนึ่งเช่นกัน อ่านแล้วชอบไม่ชอบช่วยบอกกันหน่อยนะครับ จะได้พอรู้ว่าเป็นอย่างไร หรืออย่างน้อยถือเป็นกำลังใจให้ผมแล้วกัน แล้วเจอกันใหม่ครับ :D

แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management

  • tart

    ชอบมากๆเลยครับ อยากอ่านตอนต่อไปเร็วๆ

  • Natha

    อ่านทุกบททุกตอนเลยครับ แต่ชอบตอนนี้เป็นพิเศษตรงที่อยูกับ “ปัจจุบัน” เพราะดูจะเข้ากับแนวพุทธมากที่สุด อยากขอชื่นชม “แมงเม่าคลับ” มากครับที่นำเรื่องราวดีๆ ความรู้และเทคนิคที่แฝงด้วยปรัชญาอยู่ทุกๆ ตอน มาแบ่งปันให้อ่านอยู่เสมอ

  • http://www.jarodd.com Jarodd

    ชอบประโยคนี้จังเลยครับ ” ยิ่งเรา (Market Participant) พยายามที่จะสร้าง Model ที่มีความแม่นยำมากขึ้นเท่าไหร่ มันก็ยิ่งจะทำให้ Model เหล่านี้ไม่สามารถตอบได้ว่าอะไรที่จะเกิดขึ้นในอนาคตยิ่งขึ้นเท่านั้น ” มันทำให้นึกถึง ” ตัวกูของกู ” (ขอโทษนะครับที่ใช้คำไม่สุภาพ) สำหรับผมใช้ technical analysis + trend follow ครับ ไม่ฝืนตลาด ของผมจะมองจากแนวโน้มมันช่วงเดียวเลย (จะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ราคาจะเปลี่ยนแบบมีนัยสำคัญ)
    พอเปลี่ยนปุ๊บยังไม่แน่ใจก็จะกลับไปที่ข้อมูลพื้นฐานอีกครั้ง(fundamental) แต่โดยมากแล้วไม่ค่อยมีเวลากลับไปดูข้อมูลพื้นฐานครับ เอาเวลาไป tec้nical อันอื่นต่อดีกว่า ปล.ลืมบอกไปผมใช้ วิเคราะห์ฟุตบอลนะครับ

  • tea_for_two

    บทความนี้โดนเลยครับเพราะว่าส่วนตัวใช้เทรนฟอลโลวอยู่เหมือนกันครับ ใช้แล้วรู้สึกว่าคนที่จะเป็น trend follower ที่เก่งๆได้ต้องมีลักษณะหลายๆอย่างเหมือนนักบวช คือต้องมีความเชื่อในสิ่งที่ตนเองคิด มีความแน่วแน่ๆมั่นคงไม่วอกแวก แต่สติแตกอย่างผมเนี่ยพลอยจะออกนอกแนวอยู่เรื่อยๆเลยล่ะ 555

    บายเดอะเวย์ผมเล่นสวิงเทรดด้วยไว้คอยเฮดจ์พอร์ตไปในตัว ถ้าหากว่าจบซีรีย์เทรนฟอลโลวแล้วล่ะก็รีเควช สวิงเทรดครับ พวก Alan S. Farley , Larry Connors โดยเฉพาะคนหลังชอบมากครับ

  • Berno

    ชอบครับ ชอบมากๆเลย
    จะรออ่านตอนต่อไปครับ

    คุณถ่ายทอดจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยได้ดีมาก
    ทำให้ผมนึกถึงหนังสือ The Sorros Lectures
    ที่มีคนแปลขายอยู่ตอนนี้
    ไม่แน่ใจว่าเขาแปลไม่ดี หรือผมอ่านไม่รู้เรื่องกันแน่

    ถ้ามีเวลายังไง ช่วยแปลมาลงในเว็บนี้ก็ดีนะครับ

    • Audi

      ผมซื้อมาอ่านเหมือนกันครับ ผมพยายามอ่านนะ แต่ไม่รู้เรื่อง ไม่รู้เพราะว่าตัวคนแปลแปลไม่รู้เรื่อง หรือว่าผมมือไม่ถึงกันแน่

      ขอบคุณมากครับสำหรับบทความ ผมก็ Trend Follower ครับ

  • mod

    ขอบคุณทุกๆท่านที่แวะเข้ามาเมนท์คุยกันในนี้นะครับ มันเป็นกำลังใจให้คนแปลน่ะครับ อิอิ

    เรื่องหนังสือโซรอส ผมยังไม่มีโอกาสได้อ่านเหมือนกัน แต่เข้าใจว่าตัวภาษาที่โซรอสใช้เป็นอังกฤษเองก็เข้าใจค่อนข้างยากพอสมควรอยู่แล้ว อาจทำให้ตอนแปลแล้วมันอ่านยากก็ได้ครับ

    เรื่องบทความเดี๋ยวผมจะเอาลงให้ต่อนะครับ ตอนนี้ยังไม่ว่างเลย แต่ลงให้ครบให้จบแน่นอน เพราะเรื่องนี้ผมว่าดีครับ เป็นปรัชญาหน่อยๆด้วย :D

  • winnny

    ขอบคุณครับยิ่งอ่านบทความยิ่งทำให้การTrade พัฒนายิ่งขึ้น

  • คำง่ายๆแต่มันมีความหมายลึกกว่านั้นมากจริงๆ
    วันนี้ผมเพิ่งเข้าใจมันจริงๆ Trend Follower

  • panther

    อ่านแล้วนึกถึงหลักความไม่แน่นอนของมนุษย์ ในทฤษฎีreflexivityของsorosนะครับเนี่ย ขอบคุณท่านกูรูเม่าที่นำบทความดีๆมาฝากครับเสมอครับ

  • http://set-financial-academy.blogspot.com boyles

    โอ้ สุดยอด มีเรื่อง henry ด้วย take over แล้วด้วย ไม่น่าเชื่อว่า henry จะเล่นหุ้นเก่งด้วย 555 ดีเลย หวังว่าสโมสรจะดีขึ้น พอดีผมเป็นแฟนบอลลิเวอพูลครับ

  • megaman

    ขอบคุณครับ ติดตามmangmaoclube อยู่ตลอดเป็นประโยชน์มากๆครับ ^ ^

  • SEHJU

    ขอบคุณครับ บทความแนวปรัชญาผมชอบมากครับ..

  • เหมียวเสี่ยวหลิง

    ชอบ !! แค่นั้นแหละ

  • Pari

    อ่านอยู่เสมอนะคะ และก็คิดว่ามีอีกหลายคนที่อ่านแต่ไม่ได้เขียน อย่างไรก็เป็นกำลังใจให้กับการทำสิ่งดีๆ

    • Mod

      ขอบคุณมากครับๆ เป็นกำลังใจที่ดีเลยครับ

  • boko

    ขอบคุณมากครับสำหรับบทความดีๆ

  • ning

    อยากรบกวนขอคำแนะนำสำหรับการควบคุมสติ เพราะเจอหลายครั้งมากที่เวลามันปรับราคาขึ้นลงอย่างรวดเร็ว เคยลองทนจนถึงที่สุดบ้างก็เสียเยอะแต่บางครั้งเหมือนเราตัดสินใจช้าเกินทำให้กำไรหายไปเยอะ เก็บสถิติของตัวเองมาเช็คแล้ว มันมึนๆคะ แต่เคยใช้ความรู้สึกช่วยถ้ารับได้แล้วไม่ทุกข์มันก็ทำให้เห็นความรู้ใหม่ๆที่เกิดขึ้นตลอดเวลา มันที่เค้าว่าเลยคะไม่มีใครหยั่งรู้อนาคตให้อยู่กับปัจจุบัน ตอนนี้ขอเป็นแฟนประจำนะคะ อิอิ

    • Mod

      เท่าที่อ่านดูแล้ว คุณ ning อาจจะยังไม่มีระบบในใจก็ได้ เพราะที่บอกว่าหลายครั้งที่เวลาปรับขึ้นลงอย่างรวดเร็วจะทำให้การตัดสินใจไม่ค่อยดี … เรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าเรามีแผนการเล่นที่เรา “เชื่อมั่น” เตรียมไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว อันที่จริงเราเกือบจะไม่ได้สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ หากว่ามันยังไม่ถึงจุดหรือ condition ที่เราได้กำหนดเป็นจุดการเกิดสัญญาณซื้อ-ขายของเราครับ

      นอกจากนี้ผมมองว่าอาจจะยังมีกำแพงทางทัศนคติบางอย่างในการเล่นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเสียดายกำไรหรืออะไรต่างๆ สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเรายังไม่เชื่อหรือรู้สึกธรรมดากับธรรมชาติของการเล่นหุ้น นั่นก็คือการเกิด Probability Outcome (ผลเทรดคือผลสุ่ม) จนกว่าจะยอมรับในข้อนี้ได้ ปัญหาเหล่านี้จะยังไม่หมดไปครับ (คือคุณต้องเลิกเชื่อว่าผลการเทรด “แต่ละครั้ง” มันคือฝีมือเพียวๆครับ) สิ่งเหล่านี้ต้องค่อยๆฝึกฝนให้เชื่อและคิดในเชิงของสถิติและความน่าจะเป็นเยอะๆครับ :)

  • ning

    ขอบคุณคะคุณมดเดี่ยวหนิงจะลองปรับปรุงเรื่่องความเชื่่อและความน่าจะเป็น คิดว่าจุดอ่อนคือโลภคะ ถ้าตัดไปได้การเทรดคงดีกว่านี้เยอะ เพราะตั้งการซื้อขายไว้แต่ไม่ได้ทำไว้เลย สารภาพบาปคะ อิอิ

    • Mod

      อีกวิธีหนึ่งคือการมองผลการเทรดเป็น end result โดยต้องยอมรับได้ก่อนว่าเราตลาดคือคนบอกเองว่าจะให้เท่าไหร่ และเราไม่มีกำลังที่จะไปบังคับมันได้ มองอย่างนี้ระหว่างทางเราจะไม่นับ ไปวัดกันตอนผลออกเลย หรือถ้าจะนับก็นับกำไรโดยเอา trailing stop – ราคาทุน ไม่ใช่ ราคาปัจจุบัน – ราคาทุน เพราะอย่างที่สองคือภาพมายาที่คอยมอมเมาเราอยู่ครับ :D

  • Pingback: trend follower « Pulse of SET()

  • Barnsham

    เป็นwebที่น่าสนใจมาก มีความโดดเด่นและแตกต่าง
    ขอบคุณมากสำหรับทุกๆบทความ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @c6a681149125629cc59f9af04b2c105b:disqus ขอบคุณสำหรับคำติชมครับ :D

  • mate

    ขอบคุณมากเลยน่ะครับสำหรับบทความที่พี่แปลมา เป็นประโยชน์แก่นักลงทุนทุกคนรวมทั้งผมมากเลยครับ

  • Mrzujin

    ขอบคุณสำหรับบทความครับ มีประโยชน์มากๆ 

  • Chaiya

    ชอบมากครับ

  • Scissores

    ขอบคุนมากคร้าบ^^

  • nn

    เป็นบทความที่ดีมากๆ เข้ามาอ่านโดยบังเอิญ

    ขอบคุณนะคะ

  • http://www.facebook.com/lafealw.latip Lafealw Latip

    ผมรบกวนอยากได้ความรู้ ต้องการคุณครูสอนเล่นหุ้นอ่ะคร๊าบ พี่ ๆคนไหนว่าง ๆพอจะใจดีแบ่งความรู้ให้ผมสักนิดได้มั๊ยครับ แอดเมลมาหาผมหน่อยนะครับ lafaelaw@hotmail.com หรือ hero_tip@hotmail.com ขอรบกวนด้วยนะครับ

  • Pingback: ผมไม่เคยเจอนักเก็งกำไรหรือนักเทคนิคที่ประสบความสำเร็จ! | แมงเม่าคลับ.คอม()

  • Tanongwiner

    เป็นบทความที่ดีมากครับ เป็นกำลังใจให้สู่ ..ต่อไป

  • Witz j@

    ผมชอบแนวคิดนี้ครับ**สิ่งต่างๆไม่ว่าจะเป็นลางสังหรณ์ของคุณ, สัญชาติญาณของคุณ หรือความเชื่อของคุณเกี่ยวกับโลกใบนี้นั้น แท้จริงแล้วก็คือมายาจิตของคุณเอง** ลึกเข้ากระดูกเลยเชียว 55 ^__^

  • Fugo_fugo

    ชอบครับ ทฤษฎีความโกลาหล(CHAOS THEORY) ใช้ไหม

  • simon

    ชอบมากเลยครับพี่ สุดๆๆๆๆ