Trade like O'Neil Disciple แนะนำหนังสือหุ้นน่าอ่าน Trade Like an O’Neil Disciple และสัญญาณเทรดหุ้น The Pocket Pivot Buy Point!

รีวิวหนังสือหุ้นคราวนี้ ผมขอนำหนังสือหุ้นที่พึ่งจะออกมาในปีที่แล้วมาเล่าให้ฟังกันครับ หนังสือหุ้นเล่มนี้ร่วมกันเขียนโดย Gil morales และ Chris Kacher ซึ่งเคยเป็น Trader ให้กับ William O’Neil (เซียนหุ้นต้นตำหรับของสูตรเด็ด C-A-N-S-L-I-M ที่ทุกคนน่าจะพอรู้จักกันดี) โดยพวกแต่ละคนสามารถสร้างผลตอบแทนได้ถึงกว่า 18,000% ภายในระยะเวลา 7 ปีเลยทีเดียว

เรื่องคุณภาพของหนังสือเล่มนี้ก็ไม่ต้องพูดถึงครับ พูดได้เต็มปากว่าอ่านสนุกและคิดว่าดีมากเลยทีเดียว (ใจจริงผมชอบมากกว่าเล่ม Original ของ O’Neil ที่ชื่อว่า How to make money in the stocks market เสียอีก) โดยที่เนื้อหานั้นจะคลอบคลุมเกี่ยวกับการเล่นหุ้นในสไตล์ Momentum Investor หรือแบบ CANSLIM ทั้งในด้าน ทัศนคติ, จิตวิทยาการลงทุน, Money Management และ ระบบการเล่นหุ้น-วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคและพื้นฐานของพวกเขา

ทีเด็ดของหนังสือหุ้นเล่มนี้มีหลายอย่างมากครับ ตัดสินใจยากที่จะบอกว่าอะไรเด็ดสุด แต่โดยส่วนตัวแล้วชอบที่มีการลงรายละเอียดคล้ายๆกับ Study Case ในการเทรดจริงๆที่ผ่านมาของพวกเขา ว่าพวกเขาสามารถที่จะทำกำไรถึง 18,000% ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 7 ปีได้อย่างไร (ใช่ครับ 180 เท่าครับ อ่านไม่ผิด อิอิ) อีกทั้งยังมีน้ำจิ้มสูตรเด็ดการเข้าซื้อหุ้นแบบใหม่ที่พวกเขาได้พัฒนาขึ้นมา นั่นก็คือ “The Pocket Pivot Buy Point” ที่จะทำการเข้าซื้อตั้งแต่ราคาหุ้นยังอยู่ในกระเป๋าหรือ “หลุม” (ยังไม่ Breakout) ซึ่งเป็นจุดซื้อที่มีความเสี่ยงต่ำแต่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น ซึ่งผมจะทำการสรุปให้อ่านกันคร่าวๆในบทความนี้ครับ (คิดว่าน่าจะเป็นบทความแรกในไทยอีกแล้วครับท่าน หุหุ) อ่านเสร็จแล้วใครสนใจก็ลองหาซื้อมาอ่านได้นะครับ คุ้มค่าแน่นอน และเป็นหนังสือหุ้นที่ควรต้องอ่านครับผม

เซียนหุ้น gil morales และ chris kacher1

Gill morales ,John Kozey นักวิเคราะห์หุ้นจาก Reuters และ Chris Kacher

สุดท้ายนี้ผมจะขอนำเอาบางส่วนของหัวข้อที่น่าสนใจในหนังสือเล่มนี้มาให้ได้อ่านกันดูนะครับ น่าจะถูกใจกันพอสมควร :D

The Pocket Pivot Buy Point : สัญญาณซื้อหุ้นที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อสาวก CANSLIMer!

สัญญาณ Pocket Pivot Buy Point (PPBP) นั้นเกิดขึ้นมาจากห้องทดลองการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคของ Dr. Kris Kacher (Dr.K Laboratory) ในปี 2005 โดยเป็นผลมาจากการที่พวกเขาพยายามที่จะมองหาสัญญาณบางอย่างในการช่วยกำหนดจุดซื้อ เมื่อตลาดหุ้นอยู่ในภาวะ Sideway เพื่อหลีกเลี่ยงการที่จะโดน Whipsaw จากสัญญาณ Breakout แบบดั้งเดิมที่มักจะเกิดขึ้นจากตลาดในช่วงแบบนี้ สำหรับความหมายของสัญญาณ PPBP นั้น ผมขออ้างโดยย่อมาจากหนังสือเลยนะครับ

“มันคือตัวชี้นำล่วงหน้าของสัญญาณ Breakout ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อหาจุดเข้าซื้อ ในขณะที่หุ้นยังอยู่ในช่วงของการสร้างฐาน ก่อนที่มันจะทำการ Breakout จากฐานของมันขึ้นไปจริงๆ” โดยที่สัญญาณ PPBP นั้นจะช่วยบอกให้เราพอรู้ถึงทิศทางที่หุ้นอาจวิ่งไปต่อในขณะที่สถานการณ์ต่างๆยังค่อนข้างที่จะกำกวมอยู่ มันจึงมีประโยชน์อย่างมาก ในการที่จะช่วยหาจุดซื้อในขณะที่แนวโน้มราคายังอยู่ในช่วง Sideway นั่นเอง

สุมมุติฐานเบื้องหลังของสัญญาณ Pocket Pivot Buy Point

สำหรับเหตุผลหรือหลักการเบื้องหลังของสัญญาณชนิดนี้นั้น เกิดขึ้นจากการที่พวกเขาได้กล่าวไว้ว่า

“เราได้ค้นพบว่าเหล่ากองทุนทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Hedge Funds, Mutual Funds หรือ Pension Funds ต่างก็ไม่พอใจเท่าไหร่ ในการที่พวกเขาจะต้องเข้าซื้อหุ้นเมื่อมันพึ่งจะ Breakout ขึ้นมาจากแนวต้าน ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว พวกเขาต่างยินดีที่จะซื้อหุ้นไกล้ๆจุดต่ำสุดของพวกมันมากกว่า และอาจหมายถึงว่ายิ่งต่ำเท่าไหร่ก็ยิ่งดีขึ้นด้วย และแน่นอนว่าหากเราลองกลับมานั่งคิดดูให้ดีสักนิด เราจะตระหนักได้ว่าผู้ที่สร้างจุดต่ำสุดหรือฐานของราคาหุ้น ก็คือเหล่ากองทุนพวกนี้นั่นเอง” ดังนั้น “สมมุติฐานของ PPBP จึงเป็นสิ่งที่ง่ายมากๆนั่นก็คือ หากว่าแรงซื้อจากเหล่ากองทุนทั้งหลายนั้น คือสิ่งที่สร้างฐานราคาก่อนที่หุ้นแต่ละตัวจะวิ่งทะลุแนวต้านขึ้นไปนั้น เราจึงอาจสามารถจะตั้งสมมุติฐานไว้ได้ว่า หลักฐานหรือร่องรอยบางอย่างของพวกมัน ควรที่จะถูกแสดงให้เห็นออกมาในส่วนด้านล่างของรูปแบบการปรับฐานของราคานั่นเอง ซึ่งมันน่าจะช่วยให้เราได้รับสัญญาณการเข้าซื้อที่มีความเสี่ยงต่ำลงมา โดยเฉพาะเมื่อมันเกิดขึ้นกับหุ้นที่เป็นตัวนำของตลาดในขณะนั้น” และ “เราจะสามารถค้นพบหลักฐานเหล่านี้ได้ จากทั้งในกราฟวัน (Daily Chart) และกราฟรายสัปดาห์ (Weekly Chart) แต่เราจะเลือกใช้กราฟวัน ในการที่เราจะตัดสินได้อย่างชัดเจนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือสัญญาณ PPBP”

ลักษณะพื้นฐานของ Pocket Pivot Buy Point

จากที่พวกเขาได้เขียนไว้ในหนังสือนั้น เขาได้ระบุเอาไว้ดังนี้

“แนวโน้มของราคาหุ้นควรที่จำแสดงให้เห็นถึงการปรับฐานอย่างมั่นคง (Constructive Patter) ก่อนที่จะเกิดสัญญาณ PPBP ขึ้น โดยเฉพาะยิ่งฐานราคาที่เกิดขึ้นแน่นมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี (เราควรที่จะเห็นว่าความผันผวนของราคาหรือ Volatility นั้นน้อยมากๆ) นอกจากนี้แล้ว แนวโน้มราคาของหุ้นก็ควรที่จะเคารพหรือยอมรับเส้นค่าเฉลี่ย 50 วันของพวกมันในขณะที่เกิดการปรับฐานอยู่ (ไม่หลุด) ยกเว้นในบางกรณีเท่านั้นที่เราควรจะเข้าซื้อเมื่อพวกมันเกิดขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 50 วันขึ้นไปมากๆ โดยในสัญญาณที่สมบูรณ์แบบนั้น พฤติกรรมของราคา/โวลุ่ม ควรที่จะทำตัวเงียบๆหลายๆวันก่อนที่จะเกิดสัญญาณขึ้น ซึ่งจะตรงกับข้ามกับวันที่เกิดสัญญาณ เพราะในวันที่เกิดสัญญาณขึ้นมานั้น เราควรที่จะเห็นว่าราคาได้วิ่งขึ้นไปอย่างรุนแรง และโวลุ่มการซื้อขายของมันได้เพิ่มขึ้นมากกว่าหรือเท่ากับ โวลุ่มที่เยอะที่สุดในวันที่ราคาหุ้นตกลงมาภายใน 10 วัน”

ข้อสรุปและการตีความหมายของ Pocket Pivot Buy Point ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

จากที่ผมได้แปลออกมานั้น เราจะเห็นได้ว่ามันยังมีความกำกวมบางอย่างจากภาษาที่ใช้ เนื่องจากพวกเขาก็ไม่ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า พวกเขาให้ความหมายของ “การปรับฐานอย่างมั่นคง หรือ Contructive Pattern” เอาไว้ว่าพวกเขาชี้วัดมันอย่างไร หรือแม้แต่ในกรณีที่บอกว่า “ฐานราคายิ่งแน่น และความผันผวนลดลง” นั้น เราจะสามารถชี้วัดด้วยอะไรไว้อย่างชัดเจน ซึ่งนี่อาจทำให้เกิดความสับสน หรือเกิด Bias จากทัศนคติของคนที่นำไปใช้จริงๆขึ้นมานั่นเอง ดังนั้น ถึงแม้ว่าสัญญาณ PPBP จะเป็นสิ่งน่าสนใจ แต่เราก็ควรทำความเข้าใจหรือสร้างตัววัดอย่างชัดเจนขึ้นมาก่อนนำไปใช้ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในขณะลงทุนครับ

ตัวอย่างของการเกิดสัญญาณ Pocket Pivot Buy Point ในตลาดหุ้นไทย

* ไม่ได้มีเจตนาชี้นำหุ้นใดๆนะครับ แค่หยิบตัวที่มันเคยมีสัญญาณชัดๆมาให้ดูเป็นตัวอย่างกันเฉยๆ *

** สัญญาณที่เกิดขึ้น เป็นการ Define ความหมายของ PPBP ตามความเข้าใจของผมนะครับ บางท่านอาจไม่เหมือนกัน เพราะยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกหลายอย่าง ที่พวกเขาได้เขียนเอาไว้ **

*** ใครที่อยากเปิดดูภาพชัดๆให้ click ขวาแล้ว Open in new tab เอานะครับ ***

[nggallery id=6]

วันนี้พอเท่านี้ก่อน เดี่ยวมีเวลาจะมาต่อ Series นี้ให้ครับ ชักมันส์มืออยากเขียนต่อ ส่วนใครอยากอ่านลองไปที่หน้า Download ได้ครับ :D

แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management

  • tsunami2p

    โอ้ว ยังไม่มีคนมา comment เลย
    สงสัยทุกคนจะพุ่งความสนใจไปที่ บทความชิงรางวัลละม้าง ^^

    จิงๆเหมือนเคยได้ยินมาบ้างเกี่ยวกับ pivot reversal pattern แต่ส่วนตัวก็ยังไม่ได้เอามาใช้ประโยชน์อะไรครับ

    ขอบคุณมากครับสำหรับบทความดีๆ ^^

    • Mod

      55 สงสัยคนคงอยากชิงรางวัลมากกว่าอ่านบล็อกครับตอนนี้ :D

      ส่วนเรื่อง Pivot Reversal Pattern (PRP) นั้น ผมอาจสื่อออกมาได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่มันเป็นคนละตัวกับ PPBP ครับ

      จุด Pivot คือจุดที่เป็นแนวต้านหรือแนวรับ แต่เรียกแบบโบราณๆหน่อย ดังนั้นระบบ Reversal ก็คือการชิงซื้อหรือขายเมื่อมันอยู่แถวแนวตรงนั้น ต่างกับ PPBP ที่จะซื้อเมื่อมันอยู่ในฐาน แทนที่จะรอให้มันมา Test กับแนว PBP ครับ :)

  • youth

    ขอบคุณครับ บทความดีน่าอ่านทุกบทความเลยครับ

    • Mod

      ยินดีครับผม

  • http://setpulse.wordpress.com/ setpulse

    ต้องไม่ลืมจุดถอย ที่เขาน่าจะใช้ sma50 เพราะเมื่อมันไม่เคารพ(หลุดลงมา แล้วไม่กลับไปยืนเหนือภายใน 10วัน ) เป็นอันจบเกมส์

    ขอบคุณมากๆเลยครับ

    • Mod

      เห็นว่าสำหรับ Kacher กับ Morales เข้าจะมีการนำกฏของการ “ละเมิด” มาใช้ด้วย รายละเอียดตามลิงค์นี้ได้เลยนะครับ :D http://mangmaoclub.com/new-idea-for-using-moving-average/

  • Phisut

    ผมใช้แนวคิดแบบนี้เลยครับ

    • Mod

      อย่างนี้ก็รวยเละเลยสิครับเนี่ย 55

  • RIT

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ ได้อะไรมาต่อยอดแนวคิดของผมเยอะเลยคับ

    • Mod

      ยินดีครับ ยอดแตกหน่อแล้วอย่าลืมมาเล่าให้ผมฟังกลับด้วยนะครับผม :D

  • anupat

    ดูช่วงที่เป็น gap เยอะๆ ใช่ไม๊ครับ แบบเปิดกระโดด แล้วเข้าจุดไหนครับ

    • Mod

      ไม่ใช่ครับคุณ anupat ถ้าเล่น Gap จะมี Gap theory ในส่วนของพวกเขาอีก ส่วนของ PPBP นั้นจะเป็นการซื้อระหว่างที่มันยังอยู่ในขณะสร้างฐาน แต่มีสัญญาณการสะสมหุ้นที่เด่นชัด หรือเป็นแท่งเขียวยาวใหญ่ที่สร้าง Bottom พร้อม Volume ครับ

  • kaweekit

    ขอบคุณ คุณมด ที่แบ่งปันแด่สิงดีๆ นะครับ

    • Mod

      ยินดีครับผม :)

  • ชอบๆ

    ชอบเหมือนเคยครับ

    • Mod

      ดีใจที่ชอบนะครับ :D

  • Tawin

    ขอบคุณครับ เยี่ยมจริงๆ

    • Mod

      เขาเยี่ยมนะครับ ไม่ใช่ผม ผมเป็นคนขอจิ้กเอามาให้อ่านกันนิดนึง 55

  • Phinx

    ขอบคุณเช่นกันครับ ….

    ตากิล ตาคริส ได้บอกวิธ๊เลือกหุ้นไว้ไหมครับ? :) :)

    • Mod

      วิธีการเลือกหุ้นคือเลือกหุ้น Leading Stock หรือหุ้นที่เป็นผู้นำตลาด ตามทฤษฏีของ CANSLIM ครับ ศาสดาก็ยังคงเป็น William O’Neil อยู่เช่นเดิม เพียงแต่เขาเพิ่มเติมรายละเอียดขึ้นมา เช่นอาจมีตัวอย่างจากยุค Internet Boom ของเมกามาให้ดูเพิ่มครับ ว่าเขาไม่ได้รอว่า Current earing กับ Annual Earning ต้องเติบโตขึ้นมากๆให้เห็นก่อน แต่ประยุกต์ใช้การมองว่ายอด Sale เติบโตอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่แทน เพราะหุ้น Internet ส่วนใหญ่นั้นจะขึ้นไปก่อนที่จะเริ่มมีกำไรให้เห็นกันแทบทั้งนั้นครับ ประมาณว่าซื้อ “ความคาดหวัง” ของตลาดเอาด้วยครับ

  • บอย

    อยากได้ อ่ะ อยากได้แต่ผมขอปีละ 20% ตลอดไปก็พอแล้ว

    แต่ถ้าได้มากกว่าก็ดี (ไม่รู้โลภมากไปหรือเปล่า )

    • Mod

      55 อยากได้ตังค์เรื่องธรรมดา แต่ถ้าอยากได้เกินกว่าที่ควรจะเสียเนี่ยอันตรายล่ะครับผมว่า 55

  • เจต

    ขอบคุณสำหรับบทความครับบบบบบบบ

    • Mod

      ขอบคุณที่แวะมาเมนท์เช่นกันครับ :D

  • Phisut (Jao)

    ขอบคุณหลายๆครั้งนะครับคุณมด
    วันนี้กลับมานั่งอ่านนั่งดูอยู่สามสี่ชั่วโมง Back testing ใหม่อยู่หลายตัวเลย 55+

    บทสรุปที่ทำมาให้มันมีประโยชน์กับผมมากๆครับ

    “แนวโน้มราคาของหุ้นก็ควรที่จะเคารพหรือยอมรับเส้นค่าเฉลี่ย 50 วันของพวกมันในขณะที่เกิดการปรับฐานอยู่ (ไม่หลุด)”

    ผมคาดว่าลักษณะนี้น่าจะเกิดกับหุ้น Growth ที่มีความผันผวนน้อย และ มีลีกษณะเป็น Uptrend เหมือนอย่างที่เอารูปมา (ไม่รู้คิดเข้าข้างตัวเองป่าว)

    ยกเว้นในบางกรณีเท่านั้นที่เราควรจะเข้าซื้อเมื่อพวกมันเกิดขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 50 วันขึ้นไปมากๆ โดยในสัญญาณที่สมบูรณ์แบบนั้น พฤติกรรมของราคา/โวลุ่ม ควรที่จะทำตัวเงียบๆหลายๆวันก่อนที่จะเกิดสัญญาณขึ้น

    ประโยคต่อมาผมคาดว่าเกิดกับหุ้นลักษณะ Breakout สูงกว่าแนวต้านมาก และ Growth อย่างรุนแรง ซึ่งช่วงแรกที่มันขึ้นจะขึ้นต่อเนื่องจนยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยตลอด หรือ ติดปลายยอด Bollinger Band ตลอดแล้วพักตัวลงมา พร้อมต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยแล้วพร้อมจะดีดตัวต่อขึ้นไปอีก ยกตัวอย่าง BGH ในวันที่ 18 June 2010 จนถึง 24 June 2010 ซึ่ง ซึ่งความผันผวนของราคาผันผวนแบบติดยอดอย่างสุดโต่งสอดคล้องกับปริมาณการซื้อเป็นจำนวนหุ้นที่มีระดับตอ่เนื่อง ซึ่งถ้าเรารู้ก็แค่เข้าซ์้อตอนนั้น ในจุดนั้นอาจจะเป้นขาใหญ่ หรือ Insider ก็ได้ แต่แต่ถ้าเราคิดตามทฤษฎีของ O’Neil เล่ม CANSLIM ก็ซื้อหลังจากผ่านช่วง นั้นมาหรือให้ Formตัวเป้น Uptrend ก่อน แล้วค่อยซื้อ วันที่ 6 Aug และ 2 Sep ในช่วง Break out พร้อมปริมาณ Volume ที่ไกล้เคียงกับครั้งก่อน

    ตอนนี้อาจจะดูมั่วๆไร้สาระ 555+ อย่าถือสาผมล่ะกัน แต่การแบ่งปันของคุณมด นอกจากคุณมดจะได้แนวคิดใหม่ๆและดีๆ สักวันคุณมดอาจจะยิ่งใหญ่ก็ได้ครับ

    • Mod

      ไม่ไร้สาระเลยครับ ขอบคุณมากที่แบ่งปันความรู้ให้ฟังนะครับ กลับมาเมนท์อีกบ่อยๆนะครับ ชอบครับ :D

  • A

    ขอบคุณมากครับเสี่ย

    • Mod

      ยินดีเช่นกันครับเสี่ยเอ อิอิ

  • nano

    ขอบคุณครับสำหรับเนื้อหา ว่าแต่ พี่ๆ ครับ ตัวนี้เป็น indicator ที่ใช้ได้กับตัว metastock ใช่ไหมครับพอดีผม ลอง ๆ หา ดูว่าจะเอามาลองทำดู หาไม่เจอน่ะครับ ถ้าผมอยากจะลองใช้ indicator ตัวนี้ผมพอจะหาได้จากที่ไหนมั่งครับผม ขอบคุณครับผม ลอง จาก google แล้วได้เป็นอีกตัวมาไม่เห็นได้เหมือนพี่เลยครับ ..

    • Mod

      ใช้กับ metastock ได้ครับ แต่สัญญาณซื้อแบบเฉพาะทางแบบนี้ต้องเขียนเอาเองครับ ส่วนที่บอกว่าหามาจาก Google ไม่เหมือนกันนั้น ไม่แน่ใจว่าใช่ตัว Pocket Pivot buy point เลย หรือเป็นตัว Pivot buy point เฉยๆครับ ถ้าอย่างนั้นไม่เหมือนกันแน่ๆ เพราะตัวหลังอาจเป็นการซื้อเมื่อชนแนวรับหรือทะลุแนวต้านไป และอีกอย่างหนึ่งก็คือ สัญญาณที่เขียนขึ้น จะขึ้นอยู่กับสมมุติฐานของแต่ละคนด้วย ว่าจะใช้อย่างไร

      แต่ Character หลักๆของมันคือ อยู่ในช่วงพักตัวหลังจากหุ้นขึ้นมาพักหนึ่ง โดยอาจกำลังฟอร์มตัวเป็น Cup n handle, flag, pennant ต่างๆ แล้วราคาหุ้นดันขึ้นมาจากฐานล่างทะลุ moving average 10 วันขึ้นไปได้อย่างแข็งแกร่งบวกกับ Volume ที่มากกว่า vollume ใน downday ที่ผ่านมาในช่วง 10 วันครับ ส่วนตัวแปรนอกเหนือจากนี้ ก็จะเป็นสมมุติฐานส่วนตัวของแต่ละคนเพิ่มเข้าไปอีกก็ได้ครับ :)

  • nano

    ขอบคุณ คุณ มด มากๆ ครับผม ถ้าเขียนสูตรเอง นี่ผม คงต้องเริ่มจาก หัด metastock ก่อนแล้วล่ะ ครับผม ถ้าอย่างผมจะเริ่ม metastock จนถึงเขียนสูตรเป็น จะหาได้จากหนังสือของใครได้มั่งครับผม .

    • Mod

      http://www.equis.com/customer/resources/formulas/MetaStockFormulaPrimer.pdf

      โหลดได้เลยครับ ค่อยๆทำแบบฝึกหัดตามเขาไป พอเสร็จแล้วลองเขียนเองเล่นๆตามใจเราคิด แล้วลองแกะสูตรคนนั้นคนนี้ดู จะได้คล่องขึ้น ต้องฝึกนิดนึง แต่พอเขียนได้แล้วจะชอบ เพราะสามารถเขียนสัญญาณ เทสท์ระบบได้ต่างๆนาๆครับ จะได้ไม่ต้องตกเป็นทาสของอารมณ์ด้วย :D

  • nano

    ขอบคุณมาก ๆ เลยครับผม คุณมด ^^

  • neo_potato_Th

    สงสัยcase amazon ในบท trick of trading ครับ

    ทำไมเค้าไม่มองว่ามันเป็นwedging rally volเหี่ยว ราคาไต่ขึ้น แต่กลับมองเป็นPPBP

    ถ้าให้ผมตีความมันคงเป็นPPBPที่ไม่ดีเท่าไหร่

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @47011f68d5be7a9bf127e5cd58716254:disqus อย่างนี้แหละครับ มองกราฟแบบ Discretion ภาพเดียวกันมันมักมองไม่ตรงกันครับ :D

  • Mk_jinx

    สวัสดีครับพี่มด หลักการ Pocket Pivot Buy Point เป็นสัญญานที่ยอดเยี่ยมมากๆ หากผมจะรบกวนขอสูตร สัญญาณ Pocket Pivot Buy Point ของพี่มดจะได้ไหมครับ เพื่อจะนำไปใช้หาหุ้น และเผื่อว่าผมจะลองศึกษาสูตรดูด้วยครับพี่ ขอบพระคุณมากๆเลยนะครับ  _/_

  • http://mangmaoclub.com Mod

    @4d48bd4591494af73738578357660617:disqus ผมเห็นว่าส่วนสำคัญของสูตรนี้ จุดประสงค์คือการหาแท่งที่เขาเชื่อว่าเป็นการกวาดซื้อหุ้นของกองทุน ซึ่งจะทิ้งรอยเท้าเอาไว้ให้ดู นั่นก็คือ Volume ของวันเกิดสัญญาณต้องมากกว่า Volume ในวันที่หุ้นลงภายใน 10 วันทีผ่านมา

    ดังนั้น ผมสร้าง indicator เพื่อหาเงื่อนไข Volume ตามนั้นขึ้นมาก่อน

    downday:=CHHV(downdayindy,10))

    ประมาณนี้แหละครับ ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยผมไม่ค่อยสนครับ มันจะไปเล่นกับ noise มากกว่า ทำไปทำมา performance จะลดลงปล่าวๆ :D

    • Pat-008

      น่าจะมีใครวิเคราะห์หุ้นที่ดูง่าย ๆ ก่อนซื้อแล้วมีกำไร นะ 

      • http://mangmaoclub.com Mod

        @51f6361dfb6b3f3fff7fa1dffc063476:disqus  มันคงจะไม่ง่ายขนาดนั้นครับ ไม่อย่างนั้นคนเล่นเก็งกำไรจะเอากำไรมาจากใครกัน จริงไหมครับ :D

  • http://twitter.com/mrhigh1 Mr.high

    เมื่อปีก่อนผมอ่านไม่รู้เรื่องเลย ตอนนี้หัดเล่นมาได้ปีนึงถึงพอรู้เรื่องบ้าง ขอบคุณมากนะครับคุณ Mod 

    เด๋วจะลองเอาสูตรไปใช้บ้าง ^^