การจัดการความเสี่ยง โดย Ed Seykota (ตอนที่ 1)

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

edseykota สวัสดีอีกครั้งครับ หลังจากหายไปนาน ผมวางแผนไว้ว่าจะเริ่มกลับมาเขียน Blog อย่างต่อเนื่องอีกช่วงหนึ่งครับ โดยจะพยายามนำบทความที่น่าสนใจ และเป็นประโยชน์มาลงไว้เยอะๆเช่นเดิม โดยในคราวนี้ผมได้นำบทความเรื่อง Risk Management ซึ่งเขียนไว้โดย Ed Seykota หนึ่งในเซียนหุ้นสไตล์ Trend Following ระดับโลก โดยคุณสามารถอ่านบทสัมภาษณ์ของเขาที่ผมเคยได้แปลไว้แล้วที่ บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น : Ed Seykota สุดยอด System Trader และเพื่อไม่ให้เสียเวลาเรามาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ

 

 

ความเสี่ยง

ความเสี่ยง คือความเป็นไปได้ ที่จะสูญเสียบางสิ่งไป ยกตัวอย่างเช่น หากเรานั้นถือหุ้นบางตัวอยู่ และมีความเป็นไปได้ที่ราคาของมันจะลดลง นั่นหมายความว่า เรากำลังเผชิญหน้ากับความเสี่ยงอยู่นั่นเอง ซึ่งโดยแท้จริงแล้วตัวของหุ้นเอง ไม่ใช่ความเสี่ยง ความเป็นไปได้ที่จะขาดทุนต่างหาก คือความเสี่ยง นั่นหมายความว่า ตราบใดที่เรายังถือหุ้นอยู่ เราก็ย่อมต้องเผชิญกับความเสี่ยง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทางเดียวที่จะจัดการกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ ก็คือ การซื้อ หรือขายหุ้นทิ้งไป โดยในการที่เราถือหุ้นเพราะคาดหวังที่จะทำกำไรนั้น ความเสี่ยงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และสิ่งที่เราสามารถทำได้ดีที่สุดก็คือ การจัดการกับความเสี่ยงอย่างเหมาะสมครับ

การจัดการความเสี่ยง

การจัดการ คือการกำกับ หรือการควบคุม และการจัดการความเสี่ยงนั้นก็คือ การกำกับ และควบคุมความเป็นไปได้ที่จะสูญเสียบางสิ่งไป(ขาดทุน) กิจกรรมที่ผู้จัดการความเสี่ยงต้องทำนั้นก็คือ การประเมินความเสี่ยง, การเพิ่ม และการลดความเสี่ยงโดยการซื้อ หรือขายหุ้นออกไปนั่นเอง

เกมโยนเหรียญ

สมมุติว่า ในการโยนเหรียญนั้น ผลลัพธ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ก็คือ การออกหัว หรือออกก้อยด้วยความน่าจะเป็นที่เท่าๆกัน โดยเราจะนำตัวอย่าง จากการสุ่มโยนเหรียญนี้ มาใช้เพื่อแสดงให้เห็นถึงแนวคิดทางด้าน การจัดการความเสี่ยงกัน

ความน่าจะเป็น ของเหตุการณ์หนึ่งๆ คือความเป็นไปได้ที่เหตุการณ์นั้นๆ จะสามารถเกิดขึ้นได้ โดยสามารถแสดงออกมาเป็นสัดส่วนตัวเลข ระหว่างจำนวนการเกิดขึ้นของเหตุการณ์หนึ่ง ภายใต้จำนวนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด

ดังนั้น หากเหรียญออกหัว 50 ครั้ง ภายใน 100 ครั้ง ความน่าจะเป็นของการออกหัวจะเท่ากับ 50% นั่นเอง โดยจะสังเกตได้ว่า ความน่าจะเป็นนั้น จะมีค่าอยู่ระหว่างศูนย์(0.00 = 0% = เป็นไปไม่ได้) ถึงหนึ่ง(1.0 = 100% = แน่นอน)

เรามาสมมุติกันต่อว่า กฎของเกมโยนเหรียญนี้ก็คือ

1. เราจะมีเงินทุนเริ่มต้นอยู่ 1,000 ดอลลาร์

2. เราจะเลือก ที่จะทายแต่หัวเท่านั้น

3. เราสามารถวางเดิมพัน หรือเสี่ยงเท่าไหร่ก็ได้ ภายใต้จำนวนเงินที่เราเหลืออยู่

4. หากเหรียญออกก้อย เราจะเสียเงินเดิมพันของเรา

5. หากเหรียญออกหัว เราจะได้เงินเป็นสองเท่าของเงินเดิมพัน แทนที่เราจะเสียเงินไป

6. เหรียญมีความเท่าเทียม ดังนั้น ความน่าจะเป็นของการออกหัวจะเท่ากับ 50%

และนี่คือตัวอย่างเกม ที่มีความคล้ายคลึง กับระบบการลงทุนบางระบบครับ

โดยในกรณีนี้ “ความโชคดี”(LUCK) ของเราจะเทียบเท่ากับ ความน่าจะเป็นที่เราจะชนะ หรือ 50%  หรือพูดอีกอย่างก็คือ เราจะมีความโชคดีประมาณ 50% ภายใต้เหตุการณ์ทั้งหมดนั่นเอง โดยที่ “อัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยง” (PAYOFF) ของเรานั้นจะอยู่ที่ 2:1 เนื่องจากเมื่อเราชนะ เราจะได้เป็นสองเท่าของเงินเดิมพันเสมอ โดยที่ “ความเสี่ยง”(RISK) ของเรานั้น คือจำนวนเงินที่เราเดิมพัน ในการโยนเหรียญครั้งต่อไปนั่นเอง โดยในตัวอย่างนี้ “LUCK” และ “PAYOFF” ของเราคือค่าคงที่ โดยสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปได้ เพียงอย่างเดียวของเราก็คือ เงินเดิมพัน หรือ “RISK” ของเรานั่นเอง

โดยทั่วไปแล้ว ในเกมที่มีความซับซ้อนมากกว่านี้ เช่นในการซื้อ-ขายหุ้นจริงๆนั้น “LUCK” และ “PAYOFF” ของเราอาจเปลี่ยนแปลงไป ตามสภาพของตลาดที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่นักเก็งกำไรส่วนใหญ่นั้น มักจะเสียเวลาส่วนใหญ่ ไปกับการพยายามที่จะเปลี่ยน “LUCK” และ “PAYOFF” ของพวกเขา ทั้งๆที่มันไร้ประโยชน์ เนื่องจากมันไม่ไช่สิ่งที่ตัวของพวกเขา สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้เอง ในทางกลับกัน เงินเดิมพัน หรือ “RISK” ต่างหาก คือสิ่งเดียวที่พวกเขาจะสามารถเปลี่ยนแปลงมันได้เอง เพื่อควบคุมความเสี่ยง ในการลงทุนของพวกเขาครับ!

จบตอนที่ 1

ในตอนหน้าเราจะมาเรียนรู้แนวคิด การจัดการความเสี่ยง ของ Ed Seykota กันต่อครับ โดยจะพูดถึงเรื่องของ เงินเดิมพันที่เหมาะสม หรือ “Optimal Betting” และข้อดีข้อเสียระหว่าง การเล่น

หุ้นด้วยลางสังหรณ์ และการเล่นหุ้นด้วยระบบครับ แล้วเจอกันใหม่ที่ แมงเม่าคลับ.คอม ครับ

  • Futions

    น่าติดตามจริงๆ อ่านเพลินจนต้องคลิกดูตอนต่อไปเรื่อยๆ
    ผมจะได้นอนมั๊ยนี่ 555

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ

  • arika

    ชอบอ่านเรื่องเกี่ยวกับTrend Following และ Money Menagement ค่ะ น่าสนใจมากๆ แต่ยากอยู่เหมือนกัน แต่พออ่านหลายๆเรื่องก็ เริ่มเชื่อมโยงได้ แสดงว่าแปลดีมากๆ คนที่ไม่มีพื้นฐาน ก็ยังเข้าใจได้เลย

    • http://mangmaoclub.com Mod

      ขอบคุณสำหรับคำชมนะครับ ค่อยๆอ่านไปเรื่อยๆ จริงๆอ่านไล่มาๆมันจะค่อยๆเพิ่มระดับความเข้มข้นขึ้นเองครับ :)

  • Witz j@

    ชอบประโยคนี้ครับ ซึ่งโดยแท้จริงแล้วตัวของหุ้นเอง ไม่ใช่ความเสี่ยง ความเป็นไปได้ที่จะขาดทุนต่างหาก คือความเสี่ยง  ^_^ ขอบคุณครับ