fbpx
Latest Posts:
Search for:
ถอดรหัสเซียนหุ้น กุญแจแห่งการเก็งกำไรของลิเวอร์มอร์

ถอดรหัสเซียนหุ้น กุญแจแห่งการเก็งกำไรของลิเวอร์มอร์ – บทที่ 9 : คำอธิบายกฎของลิเวอร์มอร์ พร้อมภาพตัวอย่างประกอบคำอธิบาย

Google+ Pinterest LinkedIn Tumblr

เกริ่นนำ

หนังสือ “ถอดรหัสเซียนหุ้น : กุญแจแห่งการเก็งกำไรของลิเวอร์มอร์” เล่มนี้นั้น แปลจากต้นฉบับหนังสือ How to trade in stocks by Jesse L. Livermore Duel, Sloan & Pearce, 1940 Original โดยที่ผม มนสิช จันทนปุ่ม (มด แมงเม่าคลับ) ขออนุญาติสงวนลิขสิทธิ์ในการดัดแปลงแก้ไข และใช้งานเพื่อการค้าต่างๆตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม ผู้อ่านสามารถทำการแชร์และแบ่งปันให้กับผู้อื่นได้อ่านได้โดยสะดวกทั่วกัน

โดยที่ซีรี่ส์บทความ “ถอดรหัสเซียนหุ้น กุญแจแห่งการเก็งกำไรของลิเวอร์มอร์” ในครั้งนี้นั้น เกิดขึ้นเนื่องจากผมเองได้พบว่ามีนักแปลและสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง ได้นำเอางานแปลของผมไปดัดแปลงเพื่อทำประโยชน์ทางการค้าโดยมิได้ขออนุญาติกับผมก่อน ตามรายละเอียดในลิงค์นี้

คำชี้แจงเกี่ยวกับหนังสือ How to Trade in Stocks ของ Jesse Livermore ที่ผมเคยได้แปลไว้…

Publiée par แมงเม่าคลับ แบ่งปันความรู้ในการเล่นหุ้น sur Jeudi 20 juin 2019

 

Update : เรื่องการโดนนำเนื้อหาการแปลหนังสือ How to Trade in Stocks ที่ผมได้เคยแปลไว้ไปดัดแปลงพิมพ์จำหน่าย…

Publiée par แมงเม่าคลับ แบ่งปันความรู้ในการเล่นหุ้น sur Mardi 9 juillet 2019

 

ผมจึงได้ตัดสินใจที่จะนำงานแปลต้นฉบับของผมทั้งหมดลงไว้ในเว็บไซต์แมงเม่าคลับแห่งนี้ เพื่อเป็นการส่งมอบความรู้ให้กับทุกท่านโดยสาธารณะ (แต่ขออนุญาติสงวนลิขสิทธิ์ในการนำไปใช้ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผมก่อนนะครับ)

หวังว่าจะมีประโยชน์กับนักลงทุนทุกท่านครับ :D

ถอดรหัสเซียนหุ้น กุญแจแห่งการเก็งกำไรของลิเวอร์มอร์ – บทที่ 9 : คำอธิบายกฎของลิเวอร์มอร์ พร้อมภาพตัวอย่างประกอบคำอธิบาย

  1. จดบันทึกราคาหุ้นในช่อง Upward Trend ด้วยหมึกสีดำ
  2. จดบันทึกราคาหุ้นในช่อง Downward Trend ด้วยหมึกสีแดง
  3. จดบันทึกราคาหุ้นในช่องอื่นๆอีกสี่ช่องด้วยดินสอ
  4. (a) ให้ขีดเส้นใต้ด้วยสีแดงกับราคาสุดท้ายที่บันทึกเอาไว้ในช่อง Upward Trend ภายหลังจากที่คุณได้ทำการจดบันทึกราคาลงไปในช่องของ Natural Reaction เป็นครั้งแรก โดยให้คุณเริ่มทำมันตั้งแต่เกิดการพักตัวเป็นระยะประมาณหกเหรียญขึ้นเป็นครั้งแรกโดยนับจากราคาสุดท้ายที่คุณได้ทำการบันทึกลงไปในช่องของ Upward Trend(b) ให้ขีดเส้นใต้ด้วยสีแดงกับราคาสุดท้ายที่บันทึกเอาไว้ในช่อง Natural Reaction ภายหลังจากที่คุณได้ทำการจดบันทึกราคาลงไปในช่อง Natural Rally หรือช่อง Upward Trend Column เป็นครั้งแรก โดยให้คุณเริ่มทำมันตั้งแต่เกิดการวิ่งขึ้นมาเป็นระยะประมาณหกเหรียญโดยนับจากราคาสุดท้ายที่ได้ทำการบันทึกเอาไว้ในช่อง Natural Reactionเมื่อถึงขณะนี้คุณจะมีจุดหมุนให้สังเกตุอ้างอิงอยู่สองจุด โดยหลังจากนี้เมื่อราคาได้วกกลับมาที่จุดใดจุดหนึ่งอีกครั้งนั้น คุณก็จะสามารถพิจารณาได้แล้วว่าแนวโน้มในเชิงบวกนั้นกำลังที่จะเกิดขึ้นอีกครั้งอย่างจริงจังหรือว่าการเคลื่อนไหวของมันจะจบลงเหรือไม่นั่นเอง(c) ให้ขีดเส้นใต้สีดำกับราคาสุดท้ายที่บันทึกเอาไว้ในช่อง Downward Trend ภายหลังจากที่คุณได้ทำการจดบันทึกราคาลงไปในช่องของ Natural Rally เป็นครั้งแรก โดยให้คุณเริ่มทำมันตั้งแต่เกิดการฟื้นตัวขึ้นมาเป็นระยะประมาณหกเหรียญขึ้นเป็นครั้งแรกโดยนับจากราคาสุดท้ายที่คุณได้ทำการบันทึกลงไปในช่องของ Downward Trend(d) ให้ขีดเส้นใต้สีดำกับราคาสุดท้ายที่บันทึกเอาไว้ในช่อง Natural Rally ภายหลังจากที่คุณได้ทำการจดบันทึกราคาลงไปในช่องของ Natural Reaction หรือช่อง Downward Trend เป็นครั้งแรก โดยให้คุณเริ่มทำมันตั้งแต่เกิดการพักตัวลงมาเป็นระยะทางประมาณหกเหรียญจากราคาสุดท้ายที่คุณได้ทำการบันทึกลงไปในช่องของ Natural Rally
  5. (a) เมื่อคุณได้ทำการจดบันทึกราคาลงไปในช่องNatural Rally และราคาได้เคลื่อนขึ้นไปมากกว่าสามเหรียญโดยนับจากราคาสุดท้ายในช่องของNatural Rally (ซึ่งถูกขีดเส้นใต้กำกับเอาไว้ด้วยสีดำ) ให้คุณทำการบันทึกราคาลงไปในช่อง Upward Trend ด้วยหมึกสีดำแทน(b) เมื่อคุณได้ทำการจดบันทึกราคาลงไปในช่อง Natural Reaction และราคาได้พักตัวลงไปมากกว่าสามเหรียญโดยนับจากราคาสุดท้ายในช่องของ Natural Reaction (ซึ่งถูกขีดเส้นใต้กำกับเอาไว้ด้วยสีแดง) ให้คุณทำการบันทึกราคาลงไปในช่อง downward Trend ด้วยหมึกสีแดงแทน
  1. (a) เมื่อราคาหุ้นเกิดการพักตัวขึ้นประมาณหกเหรียญภายหลังจากที่คุณได้จดบันทึกราคาลงไปในช่องของUpward Trend ให้คุณเริ่มทำการบันทึกราคาลงไปในช่องของNatural Reaction แทนและทำการจดบันทึกลงไปเรื่อยๆในทุกๆวันที่ราคาของมันต่ำกว่าราคาล่าสุดในช่องของ Natural Reaction(b) เมื่อราคาหุ้นเกิดการพักตัวขึ้นประมาณหกเหรียญภายหลังจากที่คุณได้จดบันทึกราคาลงไปในช่องของ Natural Rally ให้คุณเริ่มทำการบันทึกราคาลงไปในช่องของ Natural Reaction แทนและทำการจดบันทึกลงไปเรื่อยๆในทุกๆวันที่ราคาของมันต่ำกว่าราคาล่าสุดในช่องของ Natural Reaction โดยในกรณีที่ราคาได้ตกลงไปต่ำกว่าราคาล่าสุดในช่องของ Downward Trend นั้น ให้คุณเริ่มทำการบันทึกราคาลงไปในช่องของ Downward Trend แทน(c) เมื่อราคาหุ้นเกิดการฟื้นตัวขึ้นมาประมาณหกเหรียญภายหลังจากที่คุณได้จดบันทึกราคาลงไปในช่องของ Downward Trend ให้คุณเริ่มทำการบันทึกราคาลงไปในช่องของ Natural Rally แทนและทำการจดบันทึกลงไปเรื่อยๆในทุกๆวันที่ราคาของมันสูงกว่าราคาล่าสุดในช่องของ Natural Rally(d) เมื่อราคาหุ้นเกิดการฟื้นตัวขึ้นมาประมาณหกเหรียญภายหลังจากที่คุณได้จดบันทึกราคาลงไปในช่องของ Natural Reaction ให้คุณเริ่มทำการบันทึกราคาลงไปในช่องของ Natural Rally แทนและทำการจดบันทึกลงไปเรื่อยๆในทุกๆวันที่ราคาของมันสูงกว่าราคาล่าสุดในช่องของ Natural Rally โดยในกรณีที่ราคาได้พุ่งขึ้นสูงกว่าราคาล่าสุดในช่องของ Upward Trend นั้น ให้คุณเริ่มทำการบันทึกราคาลงไปในช่องของ Upward Trend แทน(e) เมื่อไหร่ที่คุณเริ่มทำการจดบันทึกราคาลงไปในช่องของ Natural Reaction และราคาของมันได้ตกลงไปต่ำกว่าราคาล่าสุดในช่องของ Downward Trend ให้คุณทำการจดบันทึกราคาลงไปด้วยหมึกสีแดงในช่องของ Downward Trend แทน

    (f) ในทางกลับกันนั้น เมื่อคุณทำการจดบันทึกอยู่ในช่องของ Natural Rally และราคาของมันได้พุ่งขึ้นสูงกว่าราคาล่าสุดในช่องของ Upward Trend ให้คุณนำกฎข้อเดิมมาใชัเช่นกัน นั่นก็คือคุณจะเลิกทำการจดบันทึกราคาลงไปในช่องของ Natural Rally แต่จะจดบันทึกราคาลงไปด้วยหมึกสีดำในช่องของ Upward Trend แทน

    (g) ในกรณีที่คุณได้ทำการจดบันทึกราคาอยู่ในช่องของ Natural Reaction และราคาหุ้นได้พุ่งขึ้นประมาณหกเหรียญจากราคาล่าสุดในช่องของ Natural Reaction แต่ราคาของมันไม่มากไปกว่าราคาล่าสุดในช่องของ Natural Rally คุณควรจะทำการบันทึกราคาลงไปในช่องของ Secondary Rally แทนและคุณควรจะทำการบันทึกราคาในช่องนั้นต่อไปจนกว่าที่ราคาของมันจะมากกว่าราคาล่าสุดในช่องของ Natural Rally โดยเมื่อราคาของมันได้พุ่งขึ้นมากกว่าราคาล่าสุดในช่อง Natural Rally แล้ว ให้คุณกลับมาทำการจดบันทึกราคาลงไปในช่องของ Natural Rally อีกครั้ง

    (h) ในกรณีที่คุณได้ทำการจดบันทึกราคาอยู่ในช่องของ Natural Rally  และราคาหุ้นได้พักตัวลงมาประมาณหกเหรียญจากราคาล่าสุดในช่องของ Natural Rally แต่ราคาของมันไม่ต่ำไปกว่าราคาล่าสุดในช่องของ Natural Reaction คุณควรจะทำการบันทึกราคาลงไปในช่องของ Secondary Reaction แทนและคุณควรจะทำการบันทึกราคาในช่องนั้นต่อไปจนกว่าที่ราคาของมันจะต่ำกว่าราคาล่าสุดในช่องของ Natural Reaction โดยเมื่อราคาของมันได้พักตัวลงมามากกว่าราคาล่าสุดในช่อง Natural Reaction แล้ว ให้คุณกลับมาทำการจดบันทึกราคาลงไปในช่องของ Natural Reaction อีกครั้ง

  1. เราจะยังคงใช้กฎข้อเดิมในการบันทึกจุดหักเหหรือ Key Price เช่นเดียวกัน (โดยมีข้อยกเว้นว่าเราจะใช้ระยะทางการเคลื่อนไหวที่สิบสองเหรียญแทนระยะทางหกเหรียญที่ใช้กับหุ้นเพียงตัวเดียว)
  2. ราคาล่าสุดในช่องของDownward หรือ Upward Trend นั้นจะถือเป็นจุดหมุน (Pivotal Point) ในทันทีหลังจากที่คุณได้เปลี่ยนไปบันทึกราคาในช่องของ Natural Rally หรือ Natural Reaction โดยเมื่อการฟื้นตัวหรือการพักตัวเสร็จสิ้นลงและคุณได้เริ่มทำการบันทึกราคาลงไปในทิศทางตรงกันข้ามแล้ว ให้ถือว่าราคาที่สูงหรือต่ำที่สุดในช่องที่ผ่านมานั้นเป็นจุดหมุนเช่นกันภายหลังจากที่เราสามารถหาจุดหมุน (Pivotal Point) ออกมาได้สองจุดแล้ว บันทึกราคาหุ้นของคุณก็จะกลายเป็นสิ่งที่มีค่าอย่างยิ่งในการที่จะช่วยให้คุณสามารถทำการคาดการณ์ถึงการเคลื่อนไหวที่สำคัญในครั้งต่อไปได้อย่างถูกต้อง เราควรทำการเน้นย้ำความสนใจของเราต่อจุดหมุนที่ได้เกิดขึ้นด้วยการขีดเส้นใต้สองเส้นภายใต้ราคาที่ถูกบันทึกไว้ด้วยหมึกสีแดงหรือหมึกสีดำเอาไว้ ซึ่งจุดประสงค์ในการที่เราทำการขีดเส้นใต้เอาไว้ก็เพื่อสร้างความชัดเจนต่อจุดหมุนที่เกิดขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้แล้ว คุณควรที่จะทำการพิจารณาถึงพฤติกรรมของมันอย่างระมัดระวังเมื่อราคาของมันได้เข้ามาไกล้หรืออยู่ที่จุดหมุนเหล่านี้ โดยหลังจากนั้น การตัดสินใจของคุณที่จะกระทำบางอย่างลงไปก็จะขึ้นอยู่กับว่าราคาของมันได้ถูกบันทึกเอาไว้อย่างไรต่อไปนั่นเอง
  1. (a) เมื่อคุณพบว่ามีเส้นใต้สีดำได้ถูกขีดเอาไว้ใต้ราคาล่าสุดที่มีสีแดงในช่องของDownward Trend นั่นอาจหมายถึงการที่คุณกำลังได้รับสัญญาณเพื่อที่จะทำการซื้อหุ้นไกล้ๆกับระดับราคานั้น(b) เมื่อเส้นใต้สีดำได้ถูกขีดเอาไว้ใต้ราคาล่าสุดในช่องของ Natural Rally และหากว่าในการฟื้นตัวครั้งต่อไปนั้นราคาหุ้นได้วิ่งขึ้นมาถึงหรืออยู่ไกล้ๆกับจุดหมุน นั่นก็คือเวลาที่คุณจะต้องพยายามวิเคราะห์ออกมาให้ได้ว่า ตลาดจะมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงภาวะของมันไปสู่ช่องของ Upward Trend หรือไม่นั่นเอง(c) เราจะยังคงใช้กฎข้อเดิม ในกรณีที่คุณพบว่ามีเส้นใต้สีแดงถูกขีดเอาใว้ใต้ราคาล่าสุดในช่องของ Upward Trend และเมื่อมีเส้นใต้สีแดงถูกขีดเอาไว้ใต้ราคาล่าสุดในช่องของ Natural Reaction เช่นเดียวกัน
  2. (a) วิธีการทั้งหมดที่ได้กล่าวไปนี้ ได้ถูกออกแบบมาเพื่อที่จะช่วยให้เราสามารถที่จะมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ราคาของหุ้นยังคงที่จะทำตัวอย่างที่มันควรทำอยู่หรือไม่ภายหลังจากที่การฟื้นตัวหรือพักตัวในครั้งแรกได้เกิดขึ้นมา โดยหากว่าการเคลื่อนไหวของมันยังจะดำเนินต่อไปในทิศทางเดิมนั้น (ไม่ว่าจะขึ้นหรือลง) มันจะต้องเคลื่อนผ่านจุดหมุนเดิมไปได้อย่างน้อยเป็นระยะสามเหรียญเมื่อคำนวนจากราคาหุ้นหรือคิดเป็นหกเหรียญเมื่อคำนวณจาก Key Price นั่นเอง(b) หากว่าหุ้นไม่สามารถที่จะเคลื่อนผ่านไปได้เช่นนั้นและการพักตัวกลับลงมาของมันกินระยะมากกว่าสามเหรียญเมื่อวัดจากจุดหมุนที่เกิดขึ้นล่าสุด (ซึ่งได้ถูกบันทึกเอาไว้ในช่องของ Upward Trend โดยมีการขีดเส้นใต้ด้วยหมึกสีแดง) นั่นจะเป็นการบ่งชี้ว่าแนวโน้มขาขึ้นของหุ้นตัวนั้นได้จบลงแล้ว(c) เราจะนำกฎข้อนี้ไปใช้กับแนวโน้มขาลงเช่นเดียวกัน โดยเมื่อไหร่ก็ตามภายหลังจากที่การฟื้นตัวตามธรรมชาติ (Natural Rally) ได้จบลงและราคาของมันได้ถูกทำการบันทึกลงในช่องของ Downward Trend อีกครั้งหนึ่ง ราคาของมันก็ควรที่จะทะลุจุดหมุน (ขีดเส้นใต้ด้วยสีดำ) ลงไปมากกว่าสามเหรียญเช่นเดียวกันหากว่าแนวโน้มในขาลงยังคงที่จะดำเนินต่อไปในทิศทางเดิม(d) หากว่าราคาหุ้นไม่สามารถที่จะทะลุผ่านลงไปเช่นนั้น เมื่อราคาหุ้นเกิดการฟื้นตัวขึ้นมามากกว่าสามเหรียญจากจุดหมุนล่าสุด (ซึ่งได้ถูกบันทึกเอาไว้ในช่องของ Downward Trend โดยมีการขีดเส้นใต้ด้วยหมึกสีดำ) นั่นจะเป็นการบ่งชี้ว่าแนวโน้มขาลงของหุ้นตัวนั้นก็ได้จบลงแล้วเช่นเดียวกัน(e) เมื่อคุณได้ทำการจดบันทึกราคาหุ้นในช่องของ Natural Rally อยู่นั้น หากว่าการฟื้นตัวที่เกิดขึ้นมาได้จบลงไปก่อนที่ราคาของมันเกือบจะวิ่งไปถึงจุดหมุนล่าสุดในช่องของ Upward Trend (ที่ถูกขีดเส้นใต้ไว้ด้วยสีแดง) และราคาของหุ้นเกิดการพักตัวลงมามากกว่าสามเหรียญจากระดับราคานั้น นั่นจะหมายถึงสัญญาณอันตรายที่จะบ่งชี้ว่าแนวโน้มขาขึ้นได้จบลงแล้ว

    (f) เมื่อคุณได้ทำการจัดบันทึกราคาหุ้นในช่องของ Natural Reaction อยู่นั้น หากว่าการพักตัวลงมาของมันได้จบลงไปก่อนที่ราคาของมันจะวิ่งไปถึงจุดหมุนล่าสุดในช่องของ Downward Trend (ที่ถูกขีดเส้นใต้ไว้ด้วยสีดำ) และราคาของมันเกิดการฟื้นตัวขึ้นมามากกว่าสามเหรียญจากระดับราคานั้น นั่นจะหมายถึงสัญญาณอันตรายที่จะบ่งชี้ให้เห็นว่าแนวโน้มขาลงได้จบลงแล้วเช่นเดียวกัน

    ตัวอย่างประกอบและคำอธิบาย

    ตารางที่ 1

    ในวันที่ 2 เมษายน (April 2nd) เริ่มต้นทำการบันทึกราคาหุ้นลงในช่อง Natural Rally โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-B ขีดเส้นใต้ที่ราคาสุดท้ายในช่อง Downward Trend โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 4-C

    ในวันที่ 28 เมษายน (April 28th) เริ่มต้นทำการบันทึกราคาหุ้นลงในช่อง Natural Reaction โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 4-D

    ตารางที่ 2

    ราคาหุ้นที่ได้ถูกบันทึกเอาไว้ในหน้าก่อนจะถูกนำมาวางไว้ด้านบนเพื่อที่จะแสดงให้คุณเห็นได้ถึงจุดหมุน (Pivotal Point) ได้อย่างชัดเจน

    ในระหว่างวันที่ 5 – 21 พฤษภาคม (May 5th to May 21st) ไม่มีการบันทึกราคาลงไป เนื่องจากราคาหุ้นไม่ได้เคลื่อนลงไปต่ำกว่าราคาล่าสุดในช่อง Natural Reaction และมันก็ไม่ได้เคลื่อนขึ้นไปจนมากเพียงพอที่จะถูกบันทึกเอาไว้เช่นกัน

    ในวันที่ 27 พฤษภาคม (May 27th) ราคาของหุ้น Bethlehem Steel ถูกบันทึกไว้ด้วยสีแดง เนื่องจากมันได้เคลื่อนลงไปต่ำกว่าราคาล่าสุดในช่อง Downward Trend โดยอ้างอิงจากกฎข้อที่ 6-C

    ในวันที่ 2 มิถุนายน (June 2nd) หุ้น Bethlehem Steel เกิดสัญญาณซื้อขึ้นที่ราคา 43 เหรียญโดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 10-C โดยในวันเดียวกันนั้นหุ้น U.S. Steel ก็ได้เกิดสัญญาณซื้อขึ้นเช่นกันที่ราคา 42¼ เหรียญโดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 10-F

    ในวันที่ 10 มิถุนายน (June 10th) ราคาของหุ้น Bethlehem Steel ได้ถูกบันทึกลงในช่อง Secondary Rally โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-E

    ตารางที่ 3

    ในวันที่ 20 มิถุนายน (June 20th) ราคาของหุ้น U.S. Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Secondary Rally โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-G

    ในวันที่ 24 มิถุนายน (June 24th) ราคาของหุ้น U.S. Steel และ Bethlehem Steel ถูกบันทึกด้วยหมึกสีดำลงในช่อง Upward Trend โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 5-A

    ในวันที่ 11 กรกฎาคม (July 11th) ราคาของหุ้น U.S. Steel และ Bethlehem Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Natural Reaction โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-A และ 4-G

    ในวันที่ 19 กรกฎาคม (July 19th) ราคาของหุ้น U.S. Steel และ Bethlehem Steel ถูกบันทึกด้วยหมึกสีดำลงในช่อง Upward Trend เนื่องจากราคาของพวกมันเคลื่อนขึ้นไปสูงกว่าราคาล่าสุดในช่องนั้นโดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 4-B

    ตารางที่ 4

    ในวันที่ 12 สิงหาคม (August 12th) ราคาของหุ้น U.S. Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Secondary Reaction เนื่องจากราคาของมันไม่ได้เคลื่อนลงไปต่ำกว่าราคาล่าสุดในช่อง Natural Reaction แต่ในวันเดียวกันนั้น ราคาของหุ้น Bethlehem Steel ถูกบันทึกลงไปในช่อง Natural Reaction เนื่องจากราคาของมันเคลื่อนลงไปต่ำกว่าราคาล่าสุดในช่อง Natural Reaction

    ในวันที่ 24 สิงหาคม (August 24th) ราคาของหุ้น U. S. Steel และ Bethlehem Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Natural Rally โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-D

    ในวันที่ 29 สิงหาคม (August 29th) ราคาของหุ้น U. S. Steel และ Bethlehem Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Secondary Reaction โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-H

    ตารางที่ 5

    ในวันที่ 14 กันยายน (September 14th) ราคาของหุ้น U.S. Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Downward Trend โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 5-B แต่ในวันเดียวกันนั้นราคาของหุ้น Bethlehem Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Natural Reaction เช่นเดิม โดยเหตุผลที่มันยังคงถูกบันทึกลงในช่อง Natural Reaction ก็เนื่องมาจากราคาของมันไม่ได้เคลื่อนทะลุราคาล่าสุดที่ขีดเส้นใต้สีแดงเอาไว้ลงไปเกินกว่า 3 เหรียญ หลังจากนั้นในวันที่ 20 กันยายน (September 20th) ราคาของหุ้น U. S. Steel และ Bethlehem Steel ก็ได้ถูกบันทึกลงไปในช่อง Natural Rally ทั้งคู่ โดยสำหรับหุ้น U.S. Steel นั้นอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-C ส่วนหุ้น Bethlehem Steel นั้นอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-D หลังจากนั้นในวันที่ 24 กันยายน (September 24th) ราคาของหุ้น U.S. Steel ก็ได้ถูกบันทึกลงไปในช่อง Downward Trend ด้วยหมึกสีแดงเป็นครั้งแรก

    ในวันที่ 29 กันยายน (September 29th) ราคาของหุ้น U.S. Steel และ Bethlehem Steel ได้ถูกบันทึกลงในช่อง Secondary Rally โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-G

    ในวันที่ 5 ตุลาคม (October 5th) ราคาของหุ้น U.S. Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Upward Trend ด้วยหมึกสีดำ โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 5-A

    ในวันที่ 8 ตุลาคม (October 8th) ราคาของหุ้น Bethlehem Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Upward Trend ด้วยหมึกสีดำ โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-D

    ตารางที่ 6

    ในวันที่ 18 พฤศจิกายน (November 18th) ราคาของหุ้น U.S. Steel และ Bethlehem Steel ได้ถูกบันทึกลงในช่อง Natural Reaction โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-A

    ตารางที่ 7

    ในวันที่ 14 ธันวาคม (December 14th) ราคาของหุ้น U.S. Steel และ Bethlehem Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Natural Rally โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-D

    ในวันที่ 28 ธันวาคม (December 28th) ราคาของหุ้น Bethlehem Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Upward Trend ด้วยหมึกสีดำจากการที่ราคาของมันได้เคลื่อนขึ้นไปสูงกว่าราคาล่าสุดในช่องนั้น

    ในวันที่ 4 มกราคม (January 4th) แนวโน้มสำคัญครั้งใหญ่ของตลาดได้เกิดขึ้นอีกครั้งตามหลักการของลิเวอร์มอร์โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 10-A และ B

    ในวันที่ 12 มกราคม (January 12th) ราคาของหุ้น U.S. Steel และ Bethlehem Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Secondary Reaction โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-H

    ตารางที่ 8

    ในวันที่ 23 มกราคม (January 23rd) ราคาของหุ้น U.S. Steel และ Bethlehem Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Downward Trend โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 5-B

    ในวันที่ 31 มกราคม (January 31st) ราคาของหุ้น U.S. Steel และ Bethlehem Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Natural Rally โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-C และ 4-C

    ตารางที่ 9

    ในวันที่ 16 มีนาคม (March 16th) ราคาของหุ้น U.S. Steel และ Bethlehem Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Natural Reaction โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-B

    ในวันที่ 30 มีนาคม (March 30th) ราคาของหุ้น U.S. Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Downward Trend จากการที่ราคาของมันเคลื่อนลงไปต่ำกว่าราคาล่าสุดในช่อง Downward Trend อีกครั้ง ต่อมาในวันที่ 31 มีนาคม (March 31st) ราคาของหุ้น Bethlehem Steel ก็ได้ถูกบันทึกลงในช่อง Downward Trend เช่นกันจากการที่ราคาของมันเคลื่อนลงไปต่ำกว่าราคาล่าสุดในช่อง Downward Trend

    ในวันที่ 15 เมษายน (April 15th) ราคาของหุ้น U.S. Steel และ Bethlehem Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Natural Rally โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-C

    ตารางที่ 10

    ในวันที่ 17 พฤษภาคม (May 17th) ราคาของหุ้น U.S. Steel และ Bethlehem Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Natural Reaction และในวันต่อมาวันที่ 18 พฤษภาคม (May 18th) ราคาของหุ้น U.S. Steel ได้ถูกบันทึกลงในช่อง Downward Trend โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-D หลังจากนั้นในวันรุ่งขึ้นราคาของหุ้น Bethlehem Steel ก็ได้ถูกบันทึกลงในช่อง Downward Trend ด้วยหมึกสีแดงเช่นกัน

    ในวันที่ 25 พฤษภาคม (May 25th) ราคาของหุ้น U.S. Steel และ Bethlehem Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Secondary Rally โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-C

    ตารางที่ 11

    ในวันที่ 16 มิถุนายน (June 16th) ราคาของหุ้น Bethlehem Steel ได้ถูกบันทึกลงในช่อง Natural Reaction โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-B

    ในวันที่ 28 มิถุนายน (June 28th) ราคาของหุ้น U.S. Steel ได้ถูกบันทึกลงในช่อง Natural Reaction โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-B ต่อมาในวันที่ 29 มิถุนายน (June 29th) ราคาของหุ้น Bethlehem Steel ได้ถูกบันทึกลงในช่อง Downward Trend เนื่องจากมันได้เคลื่อนลงไปต่ำกว่าราคาล่าสุดในช่อง Downward Trend นั่นเอง

    ในวันที่ 13 กรกฎาคม (July 13th) ราคาของหุ้น U.S. Steel และ Bethlehem Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Secondary Rally โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-G

    ตารางที่ 12

    ในวันที่ 21 กรกฎาคม (July 21st) ราคาของหุ้น Bethlehem Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Upward Trend และในวันต่อมาวันที่ 22 กรกฎาคม (July 22nd) ราคาของหุ้น U.S. Steel ก็ได้ถูกบันทึกลงในช่อง Upward Trend เช่นกันโดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 5-A

    ในวันที่ 4 สิงหาคม (August 4th) ราคาของหุ้น U.S. Steel และ Bethlehem Steel ได้ถูกบันทึกลงในช่อง Natural Reaction โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 4-A

    ในวันที่ 23 สิงหาคม (August 23rd) ราคาของหุ้น U.S. Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Downward Trend จากการที่มันเคลื่อนลงมาต่ำกว่าราคาล่าสุดในช่อง Downward Trend นั่นเอง

    ตารางที่ 13

    ในวันที่ 29 สิงหาคม (August 29th) ราคาของหุ้น U.S. Steel และ Bethlehem Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Natural Rally โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-D

    ในวันที่ 2 กันยายน (September 2nd) ราคาของหุ้น U.S. Steel และ Bethlehem Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Upward Trend จากการที่พวกมันได้เคลื่อนขึ้นมาสูงกว่าราคาล่าสุดในช่อง Upward Trend

    ในวันที่ 14 กันยายน (September 14th) ราคาของหุ้น U.S. Steel และ Bethlehem Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Natural Reaction โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-A และ 4-A

    ในวันที่ 19 กันยายน (September 19th) ราคาของหุ้น U.S. Steel และ Bethlehem Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Natural Rally โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-D และ 4-B

    ในวันที่ 28 กันยายน (September 28th) ราคาของหุ้น U.S. Steel และ Bethlehem Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Secondary Reaction โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-H

    ในวันที่ 6 ตุลาคม (October 6th) ราคาของหุ้น U.S. Steel และ Bethlehem Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Secondary Rally โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-G

    ตารางที่ 14

    ในวันที่ 3 พฤศจิกายน (November 3rd) ราคาของหุ้น U.S. Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Secondary Reaction จากการที่มันไม่ได้เคลื่อนลงไปต่ำกว่าราคาล่าสุดในช่องนั้น

    ในวันที่ 9 พฤศจิกายน (November 9th) ราคาของหุ้น U.S. Steel ก็ได้ถูกเปลี่ยนมาบันทึกในช่อง Natural Reaction จากการที่ราคาของมันเท่ากับราคาเดิมในช่อง Natural Reaction โดยในวันเดียวกันนั้นราคาของหุ้น Bethlehem Steel ก็ได้ถูกบันทึกลงในช่อง Natural Reaction ด้วยเช่นกันจากการที่ราคาของมันเคลื่อนลงมาต่ำกว่าราคาล่าสุดในช่องนั้น

    ตารางที่ 15

    ในวันที่ 24 พฤศจิกายน (November 24th) ราคาของหุ้น U.S. Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Downward Trend โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-E และในวันต่อมานั้น วันที่ 25 พฤษจิกายน (November 25th) ราคาของหุ้น Bethlehem Steel ก็ได้ถูกบันทึกลงในช่อง Downward Trend เช่นกันโดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-E

    ในวันที่ 7 ธันวาคม (December 7th) ราคาของหุ้น U.S. Steel และ Bethlehem Steel ได้ถูกบันทึกลงในช่อง Natural Rally โดยอ้างอิงกจากกฎในข้อที่ 6-C

    ตารางที่ 16

    ในวันที่ 9 มกราคม (January 9th) ราคาของหุ้น U.S. Steel และ Bethlehem Steel ถูกบันทึกลงในช่อง Natural Reaction โดยอ้างอิงจากกฎในข้อที่ 6-B ต่อมาในวันที่ 11 มกราคม (Jan 11th) ราคาของหุ้น U.S. Steel และ Bethlehem Steel ก็ได้ถูกบันทึกลงในช่อง Downward Trend จากการที่พวกมันได้เคลื่อนลงมาต่ำกว่าราคาล่าสุดในช่อง Downward Trend

    ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ (February 7th) ราคาของหุ้น Bethlehem Steel ได้ถูกบันทึกลงในช่อง Natural Rally ซึ่งนี่ถือเป็นวันแรกที่มันได้วิ่งขึ้นมาจนถึงระดับอ้างอิงที่ 6 เหรียญ โดยในวันต่อมานั้นราคาของหุ้น U.S. Steel ก็ได้ถูกบันทึกในช่องเดียวกันกับหุ้น Bethlehem Steel ซึ่งรวมถึงราคา Key Price ด้วยเนื่องจากพวกมันก็ได้วิ่งขึ้นมาจนถึงระดับที่เหมาะสมที่จะทำการจดบันทึกลงไปนั่นเอง

    จบบริบูรณ์ ขอขอบคุณ เจสซี่ ลิเวอร์มอร์ (Jesse Livermore) ตำนานแห่งวอลล์สตรีท ในการส่งต่อองค์ความรู้ในการเก็งกำไรให้กับนักลงทุนทุกคนมาถึงปัจจุบันไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

ถ้าเห็นว่าบทความไหนมีประโยชน์ เพื่อนๆสามารถที่จะนำบทความไปแปะเพื่อแบ่งปันได้โดยไม่มีปัญหา แต่ยังไงขอแรงช่วยลิงค์อ้างอิงกลับมาที่แมงเม่าคลับกันหน่อยนะครับ :D หมายเหตุ : สำหรับการแปะลิงค์ใน Pantip.com ช่วยใส่ Link ให้เป็น http://www.mangmaoclub.com เพื่อให้แปะลงไปได้โดยไม่ Error ขอบคุณครับ :)