ผมขาดความอดกลั้นที่จะเฝ้ารอคอยให้ราคาและช่วงเวลาที่เหมาะสมของหุ้นตัวนั้นมาถึงเสียก่อน … ผมปล่อยให้ตัวของผมรู้สึกโกรธและเจ็บปวด … ผมยังได้เรียนรู้ในสิ่งที่ควรจะรู้มานานแล้วว่า จงอย่าพยายามหาข้อแก้ตัวใดๆเมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นมาแต่จงยอมรับและใช้มันให้เกิดประโยชน์เสีย เจสซี่ ลิเวอร์มอร์

“ทุกๆครั้งที่ผมหมดความอดทนอดกลั้นและพลาดพลังที่จะเฝ้ารอคอยให้ถึงระดับราคาของ “จุดหมุน” รวมถึงการพยายามที่จะซื้อขายไปมา โดยหวังเพียงที่จะทำกำไรเล็กๆน้อยๆ ผมก็มักที่จะต้องขาดทุนอยู่เสมอไป” – เจสซี่ ลิเวอร์มอร์

“จงเก็บรักษาเงินทุนที่เหลืออยู่เอาไว้ในภายภาคหน้า และจงนำมันไปเสี่ยงกับบางสิ่งบางอย่างที่น่าสนใจกว่าการลงทุนที่คุณได้พ่ายแพ้อย่างชัดเจนไปแล้วเสียดีกว่า … และจงจำไว้ให้ดีว่า อย่าได้ทำการซื้อขายหุ้นใดๆจนกว่าที่คุณจะสามารถทำมันได้โดยมีความปลอดภัยทางการเงินของคุณเป็นอันขาด” – เจสซี่ ลิเวอร์มอร์

“เมื่อเปรียบเทียบตลาดหุ้นกับแฟชั่นของเสื้อผ้า, หมวก และเครื่องประดับของบรรดาสุภาพสตรีที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยแล้ว ความนิยมที่มีต่อหุ้นนำตลาดตัวเก่าๆก็ย่อมที่จะต้องลดลงไปตามกาลเวลา และพวกมันก็ย่อมจะถูกแทนที่ด้วยหุ้นนำตลาดตัวใหม่ๆขึ้นมาเช่นเดียวกัน” – เจสซี่ ลิเวอร์มอร์

ขอให้ผมได้พูดย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า ศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนักลงทุนและนักเก็งกำไรทุกคนนั้น ก็คือความเป็นมนุษย์ในตัวของเราเอง – เจสซี่ ลิเวอร์มอร์

[การเก็งกำไร] มันไม่ใช่เกมสำหรับคนโง่เขลา, คนเกียจคร้าน, คนสติไม่สมประกอบ หรือแม้กระทั่งคนที่ต้องการแสวงหาความร่ำรวยเพียงชั่วข้ามคืน พวกเขาเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ต้องจบลงด้วยการสิ้นเนื้อประดาตัวด้วยกันทั้งสิ้น – Jesse Livermore

ความสำเร็จของลิเวอร์มอร์ (Jesse L. Livermore) นั้นถือเป็นสิ่งที่เจิดจรัสอยู่ในวงการเก็งกำไรเสมอมา
เขาได้ตกอยู่ในความสนใจของสาธารณชนเสมอมา ในฐานะของผู้ซึ่งมีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่องและยาวนานนับตั้งแต่เมื่อเขายังหนุ่มแน่น ราวกับเป็นดาวหางที่สว่างวาบขึ้นบนท้องฟ้าแห่งวงการเก็งกำไรก็ว่าได้

“ริเน็น” คำเล็กๆที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งช่วยผลักดันให้บริษัทกว่า 3,113 บริษัทในประเทศญี่ปุ่นสามารถที่จะสร้างความเจริญรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่องเป็น 100 ปี จนกลายเป็รประเทศซึ่งมีธุรกิจอายุยืนยาวมากที่สุดในโลก! โดยในวันนี้ผมจะขอถ่ายทอดแนวคิดของ “ริเน็น” จากคำแนะนำของ อ. เกตุวดี Marumura เพื่อให้พวกเราได้นำมาปรับใช้ในการทำธุรกิจและการลงทุนกันครับ

วอร์เรน บัฟเฟตต์ สามารถสร้างผลตอบแทนของเขาได้อย่างไร อะไรคือตัวแปรสำคัญที่ทำให้เขาสามารถเอาชนะตลาดหุ้นมาอย่างยาวนานกว่า 40 ปีได้ และผลตอบแทนของเขามาจากการเป็นนักลงทุนผู้เก่งกาจ หรือความเป็นนักธุรกิจที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถกันแน่!? ในวันนี้เราจะมาหาคำตอบกันจากงานวิจัยเชิง Quant กันครับ

วันนี้ผมนำเอา Trading Performance และคัดเอาบทสัมภาษณ์บางส่วน ของ Charles Wright ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งกองทุน Fall River Capital LLC (ในปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Eco Capital Management, LLC) หนึ่งในกองทุนที่ลงทุนอย่างเป็นระบบแบบ Systematic Trading ที่สามารถสร้างผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (Risk-Adjusted Return) เอาชนะตลาดมาอย่างยาวนานมาให้อ่านกันครับ