แจกหนังสือถอดรหัสเซียนหุ้น!! : How to trade in stocks
ห่างหายไปนานเพราะมัวแต่แปลหนังสืออยู่ วันนี้กลับมาเลยไม่ได้กลับมามือเปล่าแต่เอาหนังสือมาแจกและให้อ่านกันด้วยครับ!
ห่างหายไปนานเพราะมัวแต่แปลหนังสืออยู่ วันนี้กลับมาเลยไม่ได้กลับมามือเปล่าแต่เอาหนังสือมาแจกและให้อ่านกันด้วยครับ!
ต่อมาภายหลังจากที่ผมได้มีประสบการณ์จากเก็งกำไรตามหลักการทางเทคนิคนั้น ผมก็ค่อยๆได้เรียนรู้และโน้มเอียงไปสู่ความเชื่อที่ว่า ประสิทธิภาพของการใช้กลยุทธ์ทางเทคนิคที่สูงสุดนั้นคือการใช้มันอย่างเป็นระบบ (Systemetic Trading)
พวกเราหลายคนมักที่จะชอบใช้ Indicator กันอย่างหลาย น่าเสียดายว่าหลายๆคนมักหลงลืมไปว่าแท้จริงแล้ว Indicator ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งก็คือผลกำไร-ขาดทุนของเราเอง ยิ่งไปกว่านั้นแล้วเมื่อเรามองไปที่มัน เรายังชอบที่จะจ้องมองแต่ผลกำไรที่เกิดขึ้นโดยหลีกเลี่ยงที่จะสังเกตุถึงการขาดทุนของเราไป นี่เป็นมุมมองที่ผิดพลาดอย่างยิ่ง เพราะการขาดทุนเป็นสิ่งที่สวยงามอย่างหนึ่ง และเมื่อเรารู้สึกถึงความสวยงามของมันได้แล้ว การขาดทุนที่เกิดขึ้นก็จะไม่เจ็บปวดอีกต่อไป
ไกล้จะปีใหม่เข้ามาทุกทีเมื่อพูดถึง January Effect แล้ว เชื่อว่าทุกคนก็มักที่จะนึกถึงภาพของตลาดหุ้นที่เขียวสดใสขึ้นมาในทันใด เพราะนี่ถือเป็นความเชื่อที่สืบต่อกันมาของนักเล่นหุ้นส่วนใหญ่เลยทีเดียว อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ใช่ปรากฏการณที่จะเกิดขึ้นในทุกๆปีตลอดเวลา ดังนั้น คำถามที่น่าสนใจก็คือมันมีอยู่จริงหรือไม่? และมันมีความน่าเชื่อถือเพียงใด? วันนี้ผมจึงได้ลองเก็บสถิติของมันมาให้ดูกันครับ
ว่ากันว่าการวิเคราะห์หุ้นด้วยรูปกราฟแท่งเทียนหรือ Candlestick สามารถที่จะช่วยให้คุณทำการซื้อขายหุ้นได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น คำกล่าวอ้างนี้จะเป็นจริงแค่ไหน? และมันจะสามารถเอาชนะความน่าจะเป็นของการโยนเหรียญได้หรือไม่? ในวันนี้ผมได้ลองทำการทดสอบมันกับตลาดหุ้นไทยออกมาให้ดูกันครับ
เป็นที่ถกเถียงกันมานานระหว่างทฤษฏีตลาดมีประสิทธิภาพ (Efficient Market) และตลาดไร้ประสิทธิภาพ (Inefficient Market) ว่าจริงๆแล้วตลาดหุ้นมีพฤติกรรมของมันเป็นอย่างไร ในบทความนี้ผมจะลองนำเอาค่าการกระจายตัวของผลตอบแทนในตลาดหุ้น ซึ่งเปรียบเสมือนกับลายเซนต์ของทฤษฏีทั้งสองอย่างนี้มาให้ลองดูกันครับ
มีคำกล่าวไว้ว่า หากคุณอยากทำให้การเล่นหุ้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยากขึ้นกว่าเดิม ก็ให้คุณตัดสินผลลัพท์การตัดสินใจของคุณ จากผลการขาดทุนที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งเสีย!! ซึ่งแน่นอนว่านี่เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่มักจะทำกัน และไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมการเล่นหุ้นให้มีวินัยจึงเป็นเรื่องที่ยากเหลือเกิน เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น เราจะมาหาคำตอบกันครับ วิถีทางของตลาด ในช่วงวิกฤติน้ำท่วมและวิกฤติหนี้ยุโรปที่ผ่านมานั้น หลายๆคนคงเกิดความสงสัยและสับสนเป็นอย่างมาก ว่าเหตุใดตลาดหุ้นไทยยังคงตีกลับขึ้นมาเป็นขาขึ้นเล็กๆได้ ซึ่งเหตุผลก็อาจเป็นไปได้หลายอย่างหลายประการตามแต่ที่เราจะคิดกันไป อย่างไรก็ตาม ธรรมชาติการเคลื่อนไหวอย่างหนึ่งของตลาดหุ้นก็คือ มันมักที่จะเคลื่อนไปในทิศทางตาม “ความเชื่อ” ของคนหรือกลุ่มคน (ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องมีความสำพันธ์กัน) ที่มีเม็ดเงินมากเพียงพอที่จะมีผลกระทบกันตลาดนั่นเอง ดังนั้นไม่ว่าเราจะคิดอย่างไร หากมันไม่ลงรอยกับความเชื่อที่มีผลผลักดันตลาดในขณะนั้น ผลที่เกิดขึ้นก็อาจกลับตาลปัตรขึ้นง่ายๆก็เป็นได้ ธรรมชาติของตลาดที่เกิดขึ้นนี้จึงนำเราไปสู่ภาวะทางจิตวิทยาการลงทุนที่เรียกว่า “การสนับสนุนแรงจูงใจแบบสุ่ม” (Random Reinforcement) ซึ่งหากเราไม่ทำความเข้าใจกับมันให้ดีแล้ว มีความเป็นไปได้อย่างมากว่า การเล่นหุ้นคงจะต้องทำให้คุณต้องปวดสมองและเป็นทุกข์กับมันไปอีกนานเลยทีเดียวครับ การสนับสนุนแรงจูงใจแบบสุ่ม (Random Reinforcement) ความเข้าใจต่อแนวคิดแบบ Random Reinfocement นั้นมีความจำเป็นอย่างมากในการที่จะเล่นหุ้นได้อย่างถูกต้องและมีความสุข โดยความหมายของมันก็คือ การที่คุณอาจไม่ได้รับรางวัลตอบแทนเมื่อคุณทำในสิ่งที่ถูกต้องอยู่เสมอ และคุณก็อาจไม่ถูกลงโทษเมื่อคุณทำในสิ่งที่ผิดอยู่เสมอเช่นกัน นักวิทยศาสตร์ได้ค้นพบจากการทดลองกับสัตว์ว่า การเรียนรู้ในภาวะแบบ Random Reinforcement นั้น เป็นสิ่งที่มักจะทำให้การเรียนรู้ในสิ่งต่างๆเกิดขึ้นได้ยากกว่าการเรียนรู้ในสภาวะของ “การสนับสนุนแรงจูงใจอย่างคงที่” (Consistant Reinforcement) เป็นอย่างมาก หากว่าคุณยังคงนึกภาพไม่ออก ขอให้ลองนึกถึงเรื่องต่างๆเหล่านี้กันดูนะครับ สมมุติว่า หากว่าโจรปล้นบ้านนั้นถูกจับเข้าคุกได้ทุกครั้งที่แอบทำการลักขโมย แน่นอนว่าโจรปล้นบ้านก็น่าที่จะมีจำนวนลดน้อยลงอย่างมาก [...]
บทเรียนจากวิถีแห่งการเดิมพันของ Steve Jobs นั้น เมื่อมองจากสายตาของผมแล้ว ไม่ได้ต่างอะไรกับหลักการเดิมพันและจิตวิทยาการลงทุนของ Trend Follower สักเท่าไหร่เลย และนี่คือคำพูดของเขาครับ
ในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวนอย่างรุนแรงนั้น หากว่าคุณรู้สึกว่าเกิดความสับสนมากๆล่ะก็ มีความเป็นไปได้ค่อนข้างมากเลยทีเดียว ที่คุณอาจมี “จุดตัดสินใจ” ในการเล่นหุ้นที่ไม่ชัดเจนเพียงพอก็เป็นได้ นี่เป็นเหตุผลอย่างหนึ่งซึ่งทำให้นักเล่นหุ้นส่วนใหญ่มีปัญหากับตลาดหุ้นโดยไม่รู้ตัว วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องนี้กันครับ
Social Widgets powered by AB-WebLog.com.
About Me!
สวัสดีครับ! ผมขอชวนทุกๆคน add มาเป็นเพื่อนกันได้ตามเวบด้านล่างนี้นะครับ