หุ้น จิตวิทยาการลงทุน เซียนหุ้น Charles faulkner 4 โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม (ตอนที่ 2)

วันนี้ผมนำตอนที่สองมาให้อ่านกัน เห็นหลายๆท่านชอบบทความนี้ ผมก็จะแปลให้จบออกมา ซึ่งก็เหลืออีกเพียงตอนเดียวคือตอนหน้านะครับ ยังไงอ่านจบแล้วคอยติดตามตอนที่ 3 ต่อแล้วกันนะครับ เพราะมีเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจอีกเยอะเลย เดี๋ยวจะเอามาลงให้อ่านกันต่อครับ :D

 

 

 

 

 

จิตวิทยาการลงทุนจากนักเล่นหุ้นตามแนวโน้ม Trend Folloer ระดับโลก Charles Faulker

อยู่กับ “ปัจจุบัน” บนโลกของความเป็นจริง

หากว่าคุณสามารถเอาคำว่า “มันจะ”, “สามารถที่จะ” หรือ “ควรจะ” ออกไปจากชีวิตของคุณได้ แล้วมองสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นด้วยความเป็นจริงแล้วล่ะก็ มันจะทำให้คุณมีความได้เปรียบในการสิ่งต่างๆเหนือคนอื่นขึ้นมาโดยทันทีเลยทีเดียว และนี่คือสิ่งที่ John W. Henry ได้กล่าวเอาไว้ เมื่อเขาถูกถามถึงวิธีการในการที่ทำให้เขาสามารถที่จะรักษาวินัยการลงทุนของเขาเอาไว้ได้

“.. คุณจะสามารถสร้างวินัยในการลงทุนได้ก็ต่อเมื่อ คุณได้เจอหรือพัฒนาระบบการลงทุนที่ลงรอยกับความเชื่อของคุณออกมาได้ และหากว่าคุณไม่ได้ทำการบ้านหรือตั้งสมมุติฐานจนดีพอ หรือไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจว่าคุณจะต้องทำตามระบบการลงทุนให้ได้แม้ในเวลาที่ยากลำบาก (ขาดทุน) คุณก็จะไม่สามารถรักษาวินัยในการลงทุนของคุณเอาไว้ได้หรอก เพราะแท้จริงแล้ว มันไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก ในการที่จะรักษาวินัยในการลงทุนเอาไว้ หากว่าคุณเชื่อมันในสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่จนมากพอ”

แล้วอะไรคือสมมุติฐานของความเชื่อของเขาน่ะหรือ นี่คือสิ่งที่ Henry ได้กล่าวเอาไว้ต่อมา “ไม่มีใครสามารถที่จะพยากรณ์สิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะนักลงทุน” และ “นักลงทุนส่วนใหญ่มักหลงคิดไปเองว่า พวกเขาสามารถที่จะทำนายถึงอนาคตออกมาได้ และนี่แหละคือสิ่งที่ทำให้ผม (Henry) สามารถที่จะทำกำไรจากการลงทุนออกมาได้”

คุณจะสังเกตุได้ว่า ฐานอคติหรือความเชื่อของ Henry นั้น ไม่ใช่สิ่งที่คิดกันโดยทั่วๆไป เช่น “ฉันคาดเดาเอาไว้แล้วว่า เธอจะต้องมางานดินเนอร์ในวันนี้แน่ๆ” หรือ “ผมมั่นใจแน่ๆว่าผมจะต้องรวย” และนี่คือสิ่งที่คนทั่วๆไปไม่สามารถที่จะเข้าใจได้โดยง่าย นั่นก็คือ พวกเขามักที่จะรู้สึกว่าสิ่งต่างๆจะต้องเกิดขึ้นอย่าง “แน่นอน” ถึงแม้ว่ามันอาจเป็นสิ่งที่ไม่สามารถที่จะคาดเดาได้เลยก็ได้

นี่เป็นสิ่งที่แม้แต่ผู้ที่คอยฝึกสอนการเก็งกำไร หรือแม้แต่นักเล่นหุ้นส่วนใหญ่นั้น ก็อาจที่จะอ่านของความของ Henry แล้วเข้าใจผิดไปว่า สิ่งที่พวกเขาต้องการนั้นคือความมั่นใจอย่างสูงสุด ว่าพวกเขาจะต้องทำสิ่งต่างๆสำเร็จได้อย่างแน่นอน พวกเขามักต้องการความแน่ใจว่าพวกเขาจะต้องกลายเป็น “นักเก็งกำไรที่เก่งกาจ” หรือ “พวกเขาจะต้องรวย” แต่แท้จริงแล้วความเชื่อเหล่านี้นั้น เป็นสิ่งที่ผิดไปจากความเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราพูดถึงมันในการเล่นหุ้นแบบ “กระทำตามแนวโน้ม” เพราะแท้จริงแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่ใช่สิ่งที่ว่า พวกเขาคิดอย่างไรกับตัวของพวกเขา แต่มันคือสิ่งที่ว่า พวกเขามองโลกและรับรู้มันอย่างไรต่างหาก

สิ่งต่างๆสามารถที่จะทำการวัดผล (ความน่าจะเป็น) ออกมาได้

อะไรจะเกิดขึ้นในใจคุณหากว่า “คุณจะไม่มีการคาดเดาอะไรทั้งนั้น?”…..

หากว่าไม่มีการที่จะคาดเดาหรือพยากรณ์อะไรทั้งนั้น แล้วเหล่านักเล่นหุ้นตามแนวโน้มแบบ Trend Follower จะทำอย่างไรเมื่อพวกเขาต้องทำการวิจัยหรือวิเคราะห์ตลาดล่ะ? และหากว่าพวกเขาได้ตัดเอาคำว่า “มันจะ”, “สามารถที่จะ” และ “ควรจะ” ออกไปจากสมองของพวกเขาแล้ว อะไรคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างนั้นหรือ?

อย่างที่รู้กันในหมู่นักเก็งกำไรหรือนักเล่นหุ้นส่วนใหญ่ว่า ข้อมูลราคาและปริมาณการซื้อขายย้อนหลังของหุ้นต่างๆที่ถูกบันทึกเอาไว้นั้น เราสามารถที่จะหามาใช้ได้เยอะมากๆจากหลายๆที่ โดยสิ่งที่เหล่า Trend Follower ทำกันโดยทั่วๆไปก็คือ พวกเขาจะพยายามวัดถึงระดับของความเป็นไปได้ในการเคลื่อนไหวของราคา จากรูปแบบกราฟแพทเทิรน์ที่เกิดขึ้น หรือพูดอีกอย่างก็คือการวัดถึง “ความน่าจะเป็น” และด้วยการคิดถึงสิ่งต่างๆบนความ “น่าจะเป็น” นี้เอง ที่ทำให้พวกเขาสามารถที่จะตัดเอาความเห็น, อารมณ์, ความรู้สึก, สัญชาติญาณ เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในอนาคตออกไปได้ และนี่คือสิ่งสำคัญ ที่ช่วยให้พวกเขาสามารถที่จะตัดเอาความรู้สึกของคำว่า “ผิด” หรือ “ถูก” ออกไปจากระบบความคิดของของพวกเขาได้นั่นเอง

หุ้น จิตวิทยาการลงทุน ความน่าจะเป็น 1

Jerry Parker สุดยอดนักเก็งกำไรแบบ Trend Follower อีกคนหนึ่ง ผู้ซึ่งเป็นประธานบริหารของกองทุน Chesapeake Capital ได้เคยกล่าวเตือนให้เราได้คอยคิดไว้เสมอว่า การวัดถึงความเป็นไปได้หรือความน่าจะเป็นต่างๆของ Trend Follower นั้น “ไม่ใช่การคาดคะเนด้วยสัญชาติญาณ, ไม่ใช่ความรู้สึก, มันคือการมองไปในระยะยาวหรือภาพใหญ่ และอาจไม่น่าตื่นเต้นสักเท่าไหร่นัก” มันคือสิ่งที่ตรงข้ามกับกับสัญชาติญาณของพวกเรา

Richard Dennis ผู้ที่เคยได้ชื่อว่า เป็นพ่อมดแห่งวงการเก็งกำไรคนหนึ่งของโลก (ผู้ที่ซึ่งงานอดิเรกของเขา คือการศึกษาถึงสถิติต่างๆที่เกิดขึ้นในเกมเบสบอล) ได้กล่าวพ้องกันเอาไว้ว่า “หากว่าระบบการลงทุนของคุณ สามารถที่จะทำกำไรทีละเล็กทีละน้อยได้ตลอดทั้งปี และเกิดการขาดทุนก้อนใหญ่สักปีละครั้งสองครั้งแล้วล่ะก็ จงทำตรงกันข้ามกับมันซะ” … นี่อาจเป็นสิ่งที่ฟังดูบ้าบอ แต่นี่คือสิ่งที่ Richard Dennis ได้ทำการศึกษาและทดลองเอาไว้ว่า การได้กำไรก้อนใหญ่ปีละครั้งสองครั้งแทนนั้น จะกลบการขาดทุนก้อนเล็กๆที่เกิดขึ้นทั้งปีได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว

Ed Seykota สุดยอดนักเล่นหุ้นตามแนวโน้มอีกคนหนึ่งก็ได้กล่าวเอาไว้เช่นกันว่า “หากว่าคุณไม่สามารถทำการวัดมันออกมาได้ละก็ (ความน่าจะเป็น) คุณก็อาจไม่สามารถที่จะบริหารมันก็เป็นได้” และนี่คือสิ่งที่พ้องกับสิ่งที่ Richard Dennis ได้พูดเอาไว้นั่นเอง

หุ้น จิตวิทยาการลงทุน เซียนหุ้น Charles faulkner 3 “เมื่อไหร่” ไม่สำคัญ

คุณไม่จำเป็นต้องรู้ว่า “เมื่อไหร่” ที่สิ่งต่างๆจะต้องเกิดขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะเกิดขึ้นจริงๆ … เหล่า Trend Follower นั้น รู้เป็นอย่างดีว่า มันมีความเป็นไปได้ในเชิงสถิติที่สูงมากๆ ในการที่ผลตอบแทนหรือกำไรก้อนใหญ่ จะเกิดขึ้นมาในการลงทุน (ระยะกลาง-ยาว) แต่พวกเขาไม่สามารถที่จะรู้ได้อย่างแน่นอนว่าเมื่อไหร่ที่มันจะเกิดขึ้น ดังนั้น พวกเขาจึงต้องพยายามทำการซื้อ-ขาย ตามระบบการลงทุนทุกๆครั้งที่มีสัญญาณเกิดขึ้นมา และพวกเขารู้ดีว่าผลการเทรดส่วนใหญ่นั้น จะออกมาในรูปแบบของการขาดทุน หรือมีกำไรเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และนี่คือสิ่งที่เราจะเห็นได้จากสถิติการลงทุนของ Richard Dennis ที่เกิดขึ้น โดยสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ถึงแม้ว่าเขาจะมีสถิติการซื้อที่เป็นกำไร (Wining Ratio) ที่สูงมากๆสำหรับเหล่า Trend Follower ซึ่งก็คือ 55% เลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม สัดส่วนการซื้อขายที่ทำให้เขาสามารถสร้างผลตอบแทนจนร่ำรวยได้อย่างมากของเขานั้น อยู่ที่เพียงแค่ 5% ของการซื้อขายทั้งหมดของเขาเท่านั้น

ดังนั้น ในการที่จะทำให้เกิดผลเช่นนี้ได้ ผู้ที่ใช้หลักการของ Trend Follower นั้น จะต้องใช้ชีวิตและมีมุมมองในภาพใหญ่ ภายในขอบเขตของเวลาที่จะเอื้อให้หลักการทางสถิตินั้นสำเร็จผลออกมา โดยสำหรับนักเก็งกำไรแบบ Trend Follower แล้ว ทุกๆวันและทุกๆการเทรดของพวกเขานั้น คือสิ่งที่อยู่ภายใต้แคมเปญจน์ (การซื้อขายหลายพันครั้ง) ของพวกเขา โดยมองว่าการซื้อ-ขายทุกๆครั้งนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโอกาส หรือเกมทางสถิติของพวกเขา และนี่คือสิ่งที่ช่วยให้พวกเขาสามารถลดเอาความสำคัญ หรือความรู้สึกออกจากการซื้อ-ขายเพียงครั้งใดครั้งหนึ่งออกไปได้ พวกเขามองว่าอย่างไรซะ ราคาของหุ้นจะต้องเกิดการเคลื่อนไหวไปในทิศทางใดทางหนึ่ง และนี่คือสิ่งที่เป็น “ความจริง” และเป็น “ปัจจุบัน” … พวกเขารู้ดีว่า มันมีความน่าจะเป็นทางสถิติที่สิ่งต่างๆจะต้องเกิดขึ้น และมันจะต้องเกิดขึ้นไม่ว่างทางใดก็ทางหนึ่งในแต่ละครั้ง!

แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management

  • jinpin

    ผู้ที่ใช้หลักการของ Trend Follower นั้น จะต้องใช้ชีวิตและมีมุมมองในภาพใหญ่ ภายในขอบเขตของเวลาที่จะเอื้อให้หลักการทางสถิตินั้นสำเร็จผลออกมา
    การซื้อ-ขายทุกๆครั้งนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโอกาส หรือเกมทางสถิติ
    ราคาของหุ้นจะต้องเกิดการเคลื่อนไหวไปในทิศทางใดทางหนึ่ง และนี่คือสิ่งที่เป็น “ความจริง” และเป็น “ปัจจุบัน”

    • Mod

      ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ :D

  • บอย

    คุณ Mod ผมมา Comment แล้วนะ เขียนตอนที่ 3 เร็วๆ นะครับ

    • Mod

      เขียนแล้วนะครับไปตามอ่านได้เลยครับ

  • aric

    บทความเรื่อง trend follower นี้ผมอ่านแล้วงง ๆ สงสัยคงต้องอ่านซ๊ำอีกหลาย ๆรอบ
    ขอบคุณมากครับสำหรับบทความดี ๆ ที่หาอ่านที่ไหนไม่ได้อีก ที่เป็นภาษาไทย
    สุดยอดครับ

    • Mod

      จะพยายามแปลให้ดีขึ้นครับถ้าอ่านไม่เข้าใจ อิอิ รอบนี้ตัวต้นฉบับเรียงลำดับความมา ผมอ่านตอนแรกก็มีงงๆเหมือนกัน

  • เหมียวเสี่ยวหลิง

    ตอนที่ 2 ก้อยิ่งชอบ

  • Pari

    อ่านง่าย ไ่ม่ต้องใช้ความพยายม ดีค่ะ

  • cs888

    ชอบมากครับ ขอบคุณครับ