denial

ในความเป็นจริงแล้ว แนวทางการเล่นหุ้นต่างๆที่มีให้เราศึกษากันโดยทั่วไปนั้น ก็เพียงพอและสามารถที่จะช่วยให้เราทำกำไรจากตลาดได้ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่เหตุใดนักเล่นหุ้นส่วนใหญ่ จึงไม่สามารถที่จะทำมันได้อย่างสม่ำเสมอกันสักเท่าไหร่ล่ะ? ทั้งๆที่พวกเราต่างก็รู้ดีว่ามันเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยให้เราอยู่รอดได้ในตลาดหุ้นแทบทั้งสิ้น

ความจริงที่ทุกคนก็รู้ดี

พวกเราส่วนใหญ่ต่างก็รู้ดีว่าอะไรคือสิ่งที่ควรหรือไม่ควรทำ ยกตัวอย่างเช่น พวกเรารู้ดีว่าเราควรตัดขาดทุน, ปล่อยให้กำไรเติบโตขึ้นไป, เราไม่ควรทุ่มหมดหน้าตัก, เราไม่ควรเล่นหุ้นตามข่าวลือ หรือแม้แต่การที่เราควรทำตามแผนการลงทุนของเราในทุกๆครั้ง แต่สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นจริงๆก็คือ พวกเรามักที่จะทำตรงกันข้ามกับสิ่งที่เราควรทำกันทั้งนั้น (ว่ากันว่า 80% ของความผิดพลาดในการลงทุน เมื่อทบทวนดูแล้วจะพบว่าเกิดขึ้นด้วยตัวของคุณเอง) และความจริงที่น่าเจ็บปวดก็คือ มันเป็นผลจากกลไกในจิตใจของเราโดยธรรมชาติเสียด้วย นั่นก็เพราะเมื่อเรารู้สึกได้ถึงอารมณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นมาในตัวเรา เรามักที่จะตัดสินมันว่าเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดีไปโดยอัตโนมัติ และนี่แหละคือสิ่งที่ทำให้เราทำในสิ่งที่เราไม่ควรทำอยู่เสมอ

ถูกต้องหรือถูกใจ?

โดยปกติแล้ว กลยุทธ์การลงทุนที่สามารถใช้งานได้จริงๆนั้น มักจะเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับความรู้สึกของเราอยู่เสมอ เพราะพวกมันถูกออกแบบมาให้เราทำกำไรจากความผิดพลาดของคนส่วนใหญ่ มันจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ที่เราจะต้องรู้สึกอึดอัดที่จะใช้มัน (โดยเฉพาะในช่วงแรกๆ) โดยเมื่อความรู้สึกอึดอัดได้ก่อตัวขึ้นในจิตใจของเรานั้น คนส่วนใหญ่มักที่จะพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้าหรือยอมรับมันโดยอัตโนมัติ และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของพฤติกรรมที่ไม่ควรทำแทบทั้งสิ้น

กลไกของการป้องกันตนเอง

BannanaAppleหนึ่งในวิธีการหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับความรู้สึกอึดอัดที่เกิดขึ้นของเรานั้น ก็คือการหา “ข้ออ้าง” หรือเหตุผลต่างๆนา เพื่อที่จะเป็นการสนับสนุนการตัดสินใจทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามของตัวเรา ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราติดหุ้น แทนที่เราจะยอมรับผิดและตัดขาดทุนออกมา เรามักที่จะหาข้ออ้างกับตัวเองว่ามันลงมาเยอะแล้ว, งบของมันยังดีอยู่, กราฟดูเหมือนกำลังจะเด้ง หรือแม้แต่พยายามหาความเห็นที่ “สนับสนุน” ว่าเราไม่ได้คิดผิดไปต่างๆนาๆ เราพยายามหลีกเลี่ยงจากความอึดอัดที่ต้องทำสิ่งที่ควรทำเหล่านั้นอยู่เสมอ โดยที่เราก็รู้อยู่ในใจลึกๆว่า มันอาจนำเราไปสู่ความ Chip หาย ในเบื้องหน้าก็เป็นได้ Open-mouthed smile

เป็นมิตรกับความรู้สึกของตนเอง

หนทางหนึ่งที่เราจะแก้ไขพฤติกรรมแย่ๆเหล่านี้ได้นั้น ก็คือการที่เราต้องกล้าที่จะยอมรับความจริง และเผชิญหน้าต่อความรู้สึกนั้น เราแทบไม่มีทางจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมแย่ๆของเราได้เลย หากว่าเรายังเอาหัวจุ่มดินเพื่อหลีกหนีจากความรู้สึกของเราอยู่ มันอาจเจ็บปวดที่ต้องนึกถึงบ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่จงพยายามรู้สึกถึงมัน, ยอมรับต่อมัน, พูดคุยกับมัน หรือระบายมันออกมาให้ใครสักคนได้รับฟัง นี่เป็นเพียงหนทางเดียวที่คุณจะสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคุณได้ เพราะไม่ว่าคุณจะพยายามหนีมันไปด้วยการหากลยุทธ์หรือระบบการลงทุนใหม่ๆอีกกี่รูปแบบ พฤติกรรมแย่ๆก็ยังจะตามหลอกหลอนคุณต่อไปอยู่เช่นเคย อย่าพยายามหาข้ออ้างหรือโยนความผิดให้สิ่งรอบตัว จงจำไว้ให้ดีว่า คุณไม่สามารถหนีมันไปได้หรอกครับ ไม่ว่าคุณจะพยายามเท่าไหร่ เพราะมันคือผลผลิตของตัวคุณนั่นเอง

ปล. ผมอยากชวนเพื่อนๆทุกคนร่วมแบ่งปันประสบการณ์, ระบายความรู้สึก, และทำความรู้จักกับจิตใจของคุณให้มากขึ้นที่ห้อง ”แมงเม่าสตอรี่” กันเยอะๆนะครับ ผมเองอยากเห็นทุกคนให้ความสำคัญกับเรื่องของจิตวิทยาการลงทุนกันมากขึ้นกว่านี้ นี่เป็นหนึ่งในความตั้งใจที่ผมอยากให้มันเกิดขึ้นครับ

  • http://www.facebook.com/people/Yong-Siri/558435420 Yong Siri

    คนแรกอีกครั้ง เยสๆๆๆๆ

    หายไปนานเลย มด วุ่นหรอครับ :)

  • http://mangmaoclub.com Mod

    @facebook-558435420:disqus ไม่เชิงครับ ออกแนวอู้มากกว่ามั้งครับ :D
    สบายดีนะครับ? อิอิ

  • pakorn

    :)

  • Tsunami2p

    ผมคิดว่าคุณ mod น่าจะรวบรวมบทความหรือเขียนหนังสือแนวจิตวิทยาการลงทุนผนวกกับ Money Management ดูนะครับ ในเมืองไทยไม่ค่อยเห็นสักเท่าไหร่เลย
    :) ขอบคุณครับสำหรับบทความดีๆ(อีกเช่นเคย อิอิ)

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @70be3b14983b727fb75476d80e8001f9:disqus ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ ถ้าเอา 2 อันนี้บวกกันเลยทีเดียว ยังคิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะเขียนยังไงให้คนอ่านไม่มึน 55

  • http://www.facebook.com/people/Au-Pun/100000493367454 Au Pun

       จริงแท้

  • http://www.facebook.com/razerqq Panther Razer

    โดนใจจริงๆ  สุดยอดครับพี่มด

  • http://www.facebook.com/profile.php?id=1189970753 Punlert Soontharuch

    บทความโดนๆ เหมือนทุกครั้งนะครับคุณมด

  • Mr.H

    เวบในดวงใจ! ผมเลิกอ่านเวบที่พูดถึงเทคนิคหมดแล้ว ตอนนี้อ่านของคุณมดเวบเดียว เขียนบทความบ่อยๆนะครับ ช่วงmujคุณมดไม่มีบทความใหม่ๆยอมรับว่าเหงาๆ 55

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @6af7c1cae4a58a1743d124170a783fc5:disqus จริงๆแล้วเวบเทคนิคดีๆในไทยยังมีอีกหลายเวบนะครับ แต่อาจจะไม่ได้พูดถึงแนวทางนี้เท่าไหร่เท่านั้นเอง แต่ยังไงต้องขอบคุณคำชมมาก เป็นกำลังใจสำหรับผมครับ :D

  • Yingyos

    ผมว่าคุณมดมาแนวๆ นี้ก็ดีนะครับ ทฤษฎีต่างๆ เราไปหาจากตำราได้ เหมือนๆกันหมด
    แต่การปรับปรุง mindset สำคัญกว่า .. ซึ่งมีผลต่อการเทรดมากๆ 
    อย่างเรื่องจิตวิทยาลงทุนบำบัดนี่ เห็นด้วยเลยครับ ผมเองกว่าจะปรับใจได้ก็เล่นเอาท้อไปบางครั้ง
    แต่พอทำได้แล้วจะพบว่า เรานำไปใช้กับเรื่องอื่นๆได้ด้วยครับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @ae41d670bbec451c93c8daf2af6fe86f:disqus ผมก็คงหาอะไรมาลงสลับไปเรื่อยๆครับ แต่วนอยู่ใน Scope ของสิ่งที่จำเป็นในการเล่นหุ้นน่ะครับ :D (ให้เขียนเรื่องเดียวเบื่อตายเลย 55)
      mindset เป็นตัวตัดสินจริงๆครับตลาดหุ้น ต่อให้เตรียมมาดีแค่ไหน หากใจไม่กล้าจะเหนี่ยวไกยิงออกไปก็จบ 

  • Amarit_s

    เวปนี้เป็นเวปให้ความรู้เรื่องหุ้นที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยพบมา ขอบคุณมาก ๆ เลยครับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @5299a0cda6af807609b96afec4ab9311:disqus ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ :D

  • Akarapong W

    ความเห็นนี้ยาวหน่อยละกันครับ
    อ่านมาหลายบทความแล้ว รวมถึงหนังสือเล่มที่คุณมดแนะนำ รู้สึกสงสัยนิดนึงครับ
    ตรงที่ส่วนใหญ่จะเขียนแนวเดียวกันว่าไม่มีว่าจะมีระบบดีแค่ไหน ถ้าทำไม่ได้ก็ไร้ประโยชน์

    หรือ อีกอันนึงที่เขียนแนวๆว่า เจ้าของศาสตร์ (น่าจะหมายถึงนักสถิติ คณิตศาสตร์) จะไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์
    กลับเป็นอีกสายหนึ่ง สังคม จิตวิทยา ฯลฯ จะใช้ประโยชน์กับ trading system ได้ดีกว่า (ประมาณนี้นะครับ เข้าใจผิดก็ขออภัยด้วย)

    ผมเพิ่งจะเริ่มอ่านบทความที่เว็บนี้เป็นเว็บแรกนะครับ เกี่ยวกับ trading system รู้สึกว่าโชคดีมากๆเลย เพราะเพิ่งเริ่มเข้าตลาดได้ไม่กี่ปี และก็รู้สึกว่าแนว VI มันไม่ใช่ตัวเอง ส่วนพวก technical ต่างๆ ที่ใช้ Indicator เพียวๆ(ที่แรกเข้าใจว่าเช่นนั้นครับ เข้าที 100 % ออกที 100% ทั้งพอร์ทเพราะไม่มีความรู้เรื่อง money management เลย)ต่างๆที่ลาก trend มันก็ subjective มาก อีกทั้งยังมีความไม่แน่นอนใน indicator แต่ละตัวอีก. ช่วงที่ผ่านมาก็ลองซื้อๆขายๆดู รู้เลยว่า ไม่ work ครับ แต่เรื่อง cut loss ผมกลับไม่มีปัญหาครับ cut ได้ทันทีตามกฏ

    ผมกำลังสร้างระบบอยู่ และผมเชื่อว่า ถ้าผมทำเสร็จ ผมน่าจะทำตามระบบได้ (แค่ความเชื่อนะครับ)

    เพราะโดยส่วนตัวแล้วผมเชื่อในหลัก “สถิติ” มากครับ ทั้ง monte carlo ที่ใช้เทส

    ค่า expectation หรือ การลู่เข้าสู่ค่าทางสถิติ เมื่อ random ไปหลายๆครั้ง

    เกริ่นมาซะยาว ผมมีข้อสงสัยว่า ทำไม คนส่วนใหญ่จะทำตาม ระบบไม่ได้ครับ ในเมื่อเป็นคนสร้าง และ back test มาเองกับมือ เราต้องรู้อยู่แล้วว่า มันมีโอกาสผิดกี่ครั้ง ค่า Expectation เป็นบวก หรือว่า คนเหล่านั้นไม่มีความเชื่อทาง สถิติ ครับ

    ก็แค่ความเชื่อของคนที่ยังไม่ได้ ลอง trade จริงนะครับ มีคำแนะนำอย่างไร รบกวนชี้แนะด้วยครับ

     

    • Akarapong W

      คิดว่าหลายๆคน คงเคยรู้สึกแบบ ผมก่อน Trade
      Trade จริงแล้วเป็นอย่างไรบ้าง รบกวน แชร์ด้วยครับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @836c0c98e52cefc9183feaa5cef0c5f6:disqus ขอบคุณที่เล่าความรู้สึกให้ฟังนะครับ :)
      ส่วนคำถามที่ว่าทำไมทำตามระบบไม่ได้ จริงๆตอบได้หลายๆข้อมากครับ แต่ถ้าจะรวบยอดพูดง่ายๆก็คือ เพราะความเป็นมนุษย์ของเรานี่แหละครับ :D

      คนส่วนใหญ่นั้นไม่ได้สร้างหรือทดสอบระบบด้วยตนเองเป็นจุดเริ่มต้น เมื่อขาดขั้นตอนนี้ไปความมั่นใจก็มักจะน้อยลงไปมากครับ รวมถึงความเข้ากันได้กับสันดานของตัวเองด้วย

      เมื่อต้องเจอกับเหตุการณ์ต่างๆในตลาด ซึ่งมีผลในการกระตุ้นต่อมอารมณ์มากๆ (เนื่องจากเป็นเรื่องของเงิน) จึงไม่สามารถที่จะควบคุมกับแรงผลักดันในจิตใจตนเองได้ โดยเฉพาะเมื่อเหตุการณ์นั้นๆรุนแรงเกินระดับของความคาดหวังที่เราตั้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นไปในแง่บวกหรือลบครับ

      จิตวิทยาการลงทุนจึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ และน่าจะเรียกได้ว่าสำคัญที่สุดโดยเฉพาะเมื่อขั้นของการวางระบบได้เสร็จไปแล้ว แต่นี่เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ และเมื่อเกิดปัญหาขึ้น แทนที่จะแก้ที่ใจกลับไปแก้ที่ระบบไม่เสร็จไม่สิ้นครับ :)

  • Akarapong W

    ส่วนนึง หมายความว่า ถ้าเราเป็นคนสร้างและทดสอบระบบเองกลับมือ มันก็จะมีส่วนช่วยให้เรามั่นใจมากขึ้นถูกไม๊ครับ
    ยิ่งถ้าบวกกับความเชื่อในสถิติอยู่แล้ว ผมเชื่อว่าคนๆนั้นน่าจะผ่านจุดๆนั้นไปได้ครับ

    เอาไว้ผมคิดระบบเทรด (แบบไม่ซับซ้อน) เสร็จเืมื่อไหร่ ผมจะเริ่มเทรดแล้วจะรายงานผลครับ

    ปล.ผมเรียน วิศวะ มานะครับ ค่อนข้างจะศรัทธา กับสถิติ และ และกฏทางคณิตศาสตร์พอสมควร
    เดี๋ยวลองเอาตัวเองเป็น Study case ครับ ขอบคุณสำหรับ Blog ดีๆ นะครับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @836c0c98e52cefc9183feaa5cef0c5f6:disqus ใช่ครับ ถ้าสร้างเองกับมือมันก็ปรับแต่งให้ถูกจริตเราได้มากกว่าครับ (หมายถึงแนวคิดหรือแนวทาง ไม่ใช่ไป overfitting ระบบนะครับ)
      เรื่องความเชื่อในสถิตินั้น จริงๆ หลักการทางสถิติ ถ้าไม่มีเหตุผลเบื้องหลังรองรับค่อนข้างอันตรายเหมือนกันครับ เพราะมันอาจกลายเป็นการที่เราไปเล่นกับ noise ในฐานข้อมูลที่มีโดยไม่รู้ตัว คล้ายๆกับพวกที่่ทำระบบโดยใช้วิธี Data crunching น่ะครับ คือได้ระบบออกมา แต่ logic อาจไม่มีก็ได้ ยังไงต้องฝากเตือนไว้หน่อยด้วยความเป็นห่วงครับ โดยเฉพาะยิ่งกับคนเก่งๆมีพื้นฐานทางเลขหรือคอมมา มันจะพาออกทะเลง่ายครับ :D

      เรื่องคำชมบล็อกต้องขอบคุณเช่นกันครับ :)

      • Akarapong W

        ขอบคุณครับผมตั้งใจไว้ว่า เงื่อนไขที่กำหนดจะต้องหาเหตุผลรองรับทางจิตวิทยาให้ได้ก่อน (อันนี้คงต้องศึกษาเพิ่ม)

        สำหรับเรื่อง over-fitting กับ data crunching ถ้าเราเริ่มสร้างระบบจาก SET แล้วนำไปทดสอบหลายๆช่วงเวลา
        กับ หลายๆตลาด ทั้งในและต่างประเทศ แล้วผลยังได้ใกล้เคียง แปลว่า OK ใช่ไม๊ครับ เพราะเรา Tradeกับ “มนุษย์” เหมือนกัน

        ปล.ทั้งหมดเป็นแนวคิดนะครับ ยังไม่ได้เริ่มอะไรเท่าไหร่นัก(วันก่อนยังขอโปรแกรมจากคุณมดอยู่เลย)