หุ้น ความเสี่ยงและความน่าจะเป็นเมื่อพูดถึงความผิดพลาดหรือการขาดทุนจากการเก็งกำไรอย่างหนักนั้น เรามักที่จะเชื่อมโยงสาเหตุหลักๆของมันเข้ากับความผันผวนของตลาดอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม แท้จริงแล้วนี่เป็นความจริงเพียงส่วนเดียวเท่านั้น เรากำลังเข้าใจผิดอย่างมากระหว่างคำว่า “ความผันผวน” และ “ความเสี่ยงในการลงทุน” และนั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมหลายๆคนจึงต้องขาดทุนไปมากมายอย่างคาดไม่ถึง

ความแตกต่างระหว่างผันผวนและความเสี่ยงในการลงทุน

เวลาที่เราคุยเรื่องหุ้นกันทั่วๆไปนั้น ผมไม่ชอบเลยเวลาที่ได้ยินคนส่วนใหญ่พูดว่าถ้าชอบความเสี่ยงสูงให้เล่นหุ้นแบบเก็งกำไร ในความเห็นผมแล้วนี่เป็นสิ่งที่ไร้สาระที่สุดอย่างหนึ่ง การเก็งกำไรเป็นเพียงแนวทางหนึ่งในการทำกำไรจากความผันผวนของตลาดเท่านั้น ซึ่งถึงแม้มันเป็นวิธีการเดิมพันกับความผันผวน (ทิศทาง) ของราคา แต่มันก็ไม่เคยบังคับให้เราต้องแบกรับความเสี่ยงสูงๆเอาไว้ และจะเรียกว่ามันคือต้นเหตุของความเสี่ยงในการลงทุนก็คงไม่ถูกต้องนัก

ในเวบไซท์ Wikipedia นั้นให้ความหมายของความเสี่ยงจากการลงทุนไว้ว่า มันคือ

“โอกาสที่จะสูญเสียเงินที่ลงทุนไป”

เมื่อมองกันอย่างผิวเผินแล้วเราอาจจะสรปได้ว่า ถ้ายิ่งหุ้นหรือตราสารที่เราลงทุนมีความผันผวนไม่แน่นอนสูงมันก็มีโอกาสสูงที่เราจะสูญเสียเงินที่ลงทุนไป อย่างไรก็ตาม ผลที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องของ “ความน่าจะเป็น” และขนาดของ “ความผันผวน” ในทิศทางที่มันจะวิ่งไปในอนาคตเท่านั้น แต่ถ้ามองให้ละเอียดลงไปอีกหน่อยเราจะพบว่า คำว่าความเสี่ยงในการลงทุนที่ “มาก” หรือ “น้อย” นั้น เกี่ยวข้องกับการนำเอาเรื่องของ “ขนาดการลงทุน” เข้ามาร่วมด้วยเสมอ ดังนั้นในความเห็นของผมแล้ว

“ความเสี่ยงของหุ้นหรือตราสารใดๆกับความเสี่ยงในการลงทุนจึงไม่ใช่สิ่งเดียวกัน”

เนื่องจากขนาดของผลกำไร-ขาดทุนในแต่ละครั้งเป็นผลมาจากความสัมพันธ์ระหว่างความน่าจะเป็น, ความผันผวนของตลาดและ “ความเสี่ยงที่เราแบกรับมันไว้” ต่างหาก

ความเสี่ยงในการลงทุนคือความเสียหายที่เราแบกรับไว้ในกรณีที่เกิดสิ่งเลวร้าย

ลองนึกดูสักนิดนะครับ ถ้าสมมุติว่าหุ้นตัวหนึ่งราคา 10 บาทวิ่งลง Floor ไปสัก 3 บาทหรือ 30% ในวันเดียวแล้ว คุณจะขาดทุนอย่างหนักหรือไม่? แล้วถ้ามันวิ่งขึ้น Ceiling ไปเลย 30% แทนล่ะ นั่นแปลว่าคุณจะต้องรวยขึ้นมากไหม??

คำตอบก็คือ ไม่จำเป็น … เพราะมันขึ้นอยู่กับจำนวนหุ้นที่คุณถืออยู่ด้วยต่างหาก! ถ้าคูณถือ 100, 1000, 100000 หุ้น หรืออาจถือสัก 1%, 10%, 100% ของพอรท ผลกระทบของพวกมันจะไม่มีวันเท่าเทียมกันเลย

นี่คือข้อแตกต่างระหว่างความน่าจะเป็น, ความผันผวนและความเสี่ยงในการลงทุนที่เกิดขึ้น ถ้าคุณโชคดีหุ้นก็วิ่งขึ้น ถ้าคุณโชคร้ายหุ้นก็วิ่งลง พวกมันคือเหรียญในแต่ละด้านของ “ความน่าจะเป็น” จากผลการซื้อขายในแต่ละครั้งเท่านั้น คุณบังคับมันไม่ได้ แต่มันก็ไม่ได้อยากทำร้ายคุณ มันแค่เป็นไปของมันอย่างนั้นเอง ในทางกลับกันแล้วขนาดของการลงทุนหรือ “ความเสี่ยงที่คุณแบกรับไว้” ต่างหาก คือผู้ที่จะตัดสินถึงผลกระทบของมันอย่างแท้จริง คุณคือผู้ที่กำหนดผลกระทบจากผลลัพท์ของมันเอาไว้โดยไม่รู้ตัว นี่คือสิ่งที่คุณจะต้องแยกให้ออกว่าผู้ร้ายตัวจริงคือใคร ไม่เช่นนั้นคุณก็ยังคงที่จะจับแพะมาลงโทษอยู่เสมอ เพราะทั้งความน่าจะเป็นและความผันผวนไม่สามารถทำร้ายเราอย่างหนักสาหัสได้ถ้าเรารู้จักควบคุมมันอย่างไว้อย่างเหมาะสม

ความผันผวนไม่ใช่สิ่งที่เลวร้าย

ในที่สุดแล้วเมื่อคุณสามารถที่จะแยกแยะระหว่่างความผันผวนและความเสี่ยงที่คุณแบกรับไว้ออกจากกันได้แล้ว นั่นจะทำให้โลกของคุณไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ความผันผวนและความเสี่ยงที่คุณแบกรับไว้นั้นไม่ใช่สิ่งอันตราย แต่มันคือเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณบรรุถึงเป้าหมายบางอย่างของคุณต่างหาก หากคุณอยากได้ผลตอบแทนมากขึ้นคุณก็เพิ่มขนาดการลงทุนและแบกรับความเสี่ยงมากขึ้นไป หากคุณอยากอยู่อย่างสบายใจหน่อยคุณก็ลดมันลงมา และถ้ามันมากไปหรือน้อยไปมันก็อาจทำให้ผลการลงทุนของคุณพังทลายลงมาได้เท่านั้นเอง

นักเก็งกำไรไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่ชอบความเสี่ยงสูง ในทางกลับกันแล้วผู้ที่แบกรับความเสี่ยงสูงๆอยู่เสมอมักไม่ใช่นักเก็งกำไรที่ดีนัก เพราะถ้ามองให้ดีแล้ว คุณจะเห็นว่าเทคนิดการเก็งกำไรส่วนใหญ่มีไว้เพื่อจำกัดและควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมแทบทั้งสิ้น

นักเก็งกำไรที่แท้จริงคือผู้ที่ยึดถือหลักของการรักษาเงินต้นเอาไว้อยู่เสมอ!

แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management

  • Unsign

    ขอบคุณครับ :D

  • http://twitter.com/3dotts

    ธรรมชาติของคนเรามักจะปกป้องตัวเองและกล่าวโทษสิ่งอื่นอยู่เสมอ ถ้าเราปรับทัศนคติตรงนี้ได้จะสามารถอยู่ในตลาดได้อย่างสบายใจมากขึ้น บทความเยี่ยมอีกแล้ว ขอบคุณครับ

  • http://twitter.com/mprandy mprandy

    เราอ่านแล้ว เราชอบมาก
    เราจึงเข้ามาเจิม (อีกแล้ว)
    55555

  • Fineng14

    คนที่ชอบความเสี่ยงสูงน่าจะเป็นนักพนันมากกว่านักเก็งกำไรนะ

    ส่วนความผันผวน ผมมองว่ามันคือความไม่แน่นอน ความเปลี่ยนแปลง อันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องหาเครื่องมือจัดการกับมันในกรณีต่างๆ มันเป็นดาบ 2 คม ใช้ถูกก็รวย ใช้ไม่ถูกก็ซรวย

  • Pumpam

    ขอบคุณครับ ได้เปิดมุมมองใหม่อีกแล้ว และก็ได้เข้าใจเรื่อง Moneymanagement มากขึ้นอีกทีละนิดครับ
    สำหรับมือใหม่อย่างผมครับ

  • jumb1101

    บทความนี้ลึกล้ำ ล้ำลึกมากครับ :D

  • MegaMan

    “มันแค่เป็นไปของมันอย่างนั้นเอง”

    บางทีเวลาความโลภมาบังตา
    ทำเอากล้าในเวลาที่ไม่ควร แถมกลัวในเวลาที่ควรกล้า

    ความกลัว(โลภ)เป็นสิ่งที่ทำให้เราล้มเหลวอย่างแท้จริง

    ขอบคุณบทความดีๆครับ ^ ^

    รีเควสต์ บทความเกี่ยวกับ money management ครับ ….

  • Aric9043

    นักเก็งกำไรไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่ชอบความเสี่ยงสูง ในทางกลับกันแล้วผู้ที่แบกรับความเสี่ยงสูงๆอยู่เสมอมักไม่ใช่นักเก็งกำไรที่ดีนัก
    ลึกซึ้งครับ
    ขอบคุณครับ

  • kong

    ลึกซึ้งยิ่งนัก…

  • พี่มดครับ หนังสือ money managment ของพี่มดปัจจุบันยังมีจำหน่ายอยู่ไมครับ