หุ้น Van tharp กระแสธารแห่งตลาดหุ้น : The Flow of the Markets

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม แต่นักเล่นหุ้นส่วนใหญ่ที่เอาตัวเองเป็นที่ตั้งนั้น ไม่ว่าตลาดหุ้นจะวิ่งขึ้นหรือวิ่งลง ในระยะยาวแล้วคนพวกนี้ก็มักจะต้องขาดทุนเสมอไป นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นวัฏจักรอยู่เรื่อยมา ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตลาดหุ้น แต่อยู่ที่ตัวของนักเล่นหุ้นเองต่างหาก เรามาอ่านบทความโดย Van K. Tharp ที่ได้เขียนเอาไว้อย่างน่าสนใจกันครับ

จิตวิทยาการลงทุน วิธีการเล่นหุ้น

กระแสธารแห่งตลาดหุ้น โดย Van K. Tharp, Ph.D.

ลองจิตนาการว่าคุณนั้นกำลังอยู่ในสายน้ำแห่งหนึ่ง และคุณรู้สึกได้ว่า เมื่อไหร่ที่คุณว่ายไปตามกระแสน้ำ คุณจะสามารถเคลื่อนที่ไปได้อย่างรวดเร็ว แต่เมื่อไหร่ที่คุณว่ายไปในทิศทางตรงกันข้าม หรือสวนกับกระแสน้ำล่ะก็ คุณจะสามารถเคลื่อนที่ได้ช้ามากๆ จนอาจไปไหนไม่ได้เลย

ซึ่งความจริงแล้วก็คือ เมื่อไหร่ที่คุณพยายามว่ายทวนน้ำไปนั้น มันดูราวกับว่า คุณต้องใช้ความพยายามอย่างมากมายเพียงเพื่อที่จะให้สามารถอยู่กับที่เดิมได้เท่านั้น มันเหมือนกับว่าชีวิตของคุณเต็มไปด้วยอุปสรรคที่คอยขัดขวางคุณอยู่ และมันพยายามที่จะผลักคุณไปในทิศทางที่คุณนั้นไม่ต้องการ คุณรู้สึกว่ามันช่างยากลำบากกับการพยายาต่อสู้กับมันเหลือเกิน ซึ่งจริงๆแล้วมันก็แทบจะไม่ช่วยอะไรเลย สุดท้ายแล้วมันดูเหมือนกับว่า คุณกำลังไหลไปในทิศทางหนึ่งเท่านั้น และนั้นก็คือทิศเดียวกับกระแสน้ำนั่นเอง

จิตวิทยาการลงทุน วิธีการเล่นหุ้น

ซื้อสูง ขายต่ำอย่างนั้นหรือ?

หนึ่งในสุภาษิตที่เก่าแก่ในเรื่องของจิตวิทยาการลงทุนนั้นก็คือ “อย่ากลัวที่จะซื้อเมื่อราคาสูง และขายเมื่อราคาต่ำ” เรามาวิเคราะห์ถึงความหมายของมันกัน

เมื่อไหร่ที่ราคาของหุ้นนั้นสูงขึ้น นั่นหมายถึงว่ามันกำลังวิ่งขึ้นไป คนที่กลัวกับการที่จะต้องซื้อหุ้นเนื่องจากรู้สึกว่าราคาของมันสูงเกินไปนั้น แท้จริงแล้วเปรียบเสมือนพวกเขากำลังสู้กับกระแสน้ำอยู่นั่นเอง แน่นอนว่ากระแสน้ำอาจเปลี่ยนทิศทางการไหลของมันก็ได้ แต่คุณไม่มีวันที่จะทำนายได้หรอกว่า “เมื่อไหร่ที่มันจะเปลี่ยนทิศทาง” จากเพียงการวัดจากว่ามันได้ไหลมายาวนานแค่ไหนแล้ว มันอาจจะยังไหลไปในทิศทางเดิมเป็นเวลาอีกยาวนานก็ได้ ในอีกกรณีหนึ่งก็คือ เมื่อไหร่ที่ราคาหุ้นตกต่ำ นั่นก็เป็นการบ่งชี้ถึงกระแสน้ำของมันเช่นกัน คนที่กลัวที่จะต้องขายหุ้นนั้น ก็เปรียบเสมือนว่าเขากำลังพยายามสู้กับกระแสน้ำอยู่เช่นกัน

ไม่ว่าคุณจะว่ายไปกับกระแสน้ำ หรือพยายามว่ายไปในทิศทางตรงกันข้ามกับมัน ตลาดหุ้นนั้นก็ยังคงที่จะไหลต่อไป และพาคุณไปในทิศทางที่มันต้องการอยู่เช่นนั้น

คำถามก็คือ “แล้วทำไมนักเก็งกำไรส่วนใหญ่จึงยังพยายามที่จะฝืนกระแสของตลาดล่ะ?”

นั่นก็เป็นเพราะว่า พวกเขากำลังตกอยู่ในเกมทางจิตวิทยาของตลาดนั่นเอง โดยธรรมดาแล้วเกมส่วนใหญ่ที่คุณเคยเล่นนั้น ในการที่คุณจะชนะมัน คุณต้องอาศัยความพยายามที่จะไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อมัน คุณต้องพยายามควบคุมให้ทุกสิ่งเป็นไปอย่างที่คุณคิด แต่อย่างไรก็ตาม คุณนั้นไม่มีวันที่จะควบคุมกระแสน้ำของตลาดหุ้นได้อย่างแน่นอน

เมื่อไหร่ที่คุณพยายามดิ้นรนที่จะต่อสู้กับตลาดหุ้นนั้น นั่นอาจเป็นการต่อสู้ที่ทำให้คุณไม่เหลืออะไรเลย อย่างไรก็ตาม คุณอาจไม่ได้ตระหนักว่าคุณกำลังพยายามดิ้นรนต่อสู้อยู่กับตลาดหุ้น ในทางกลับกัน คุณกลับจะรู้สึกว่าคุณนั้นพยายามที่จะหาหนทางหรือเหตุผลที่จะเอาชนะตลาดหุ้นต่างหาก และสิ่งนี้เองที่กำลังคอยบดบังหนทางที่ดีที่สุดของคุณอยู่ นั่นก็คือ การรู้จักที่จะ “ปล่อยให้มันไหลไป”

จิตวิทยาการลงทุน วิธีการเล่นหุ้น

ยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่า คุณได้คาดการณ์ว่าตลาดหุ้นมีแนวโน้มที่จะเข้าสู่ช่วงตกต่ำของมัน ทุกสิ่งทุกอย่างในใจของคุณ บอกกับคุณว่า มันกำลังจะเข้าสู่ช่วงขาลงของตลาดหุ้นแล้ว ซึ่งสำหรับคุณนั้น ทุกครั้งที่ตลาดหุ้นนั้นหักหัวลงแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม มันคือหลักฐานยืนยันที่ทำให้คุณคิดว่าในที่สุด ตลาดหุ้นกำลังจะเปลี่ยนทางกลับมาเป็นขาลงแล้ว ผลก็คือ คุณจะพยายามขาย Short ทุกครั้งที่ตลาดหักหัวลง และถึงแม้ว่าคุณจะขาดทุน คุณก็จะทำมันซ้ำแล้วซ้ำอีกทุกครั้ง จนในที่สุดแล้วตลาดหุ้นก็กลายเป็นขาลงในวันหนึ่ง แต่คุณก็กลับขาดทุนสะสมจากการที่คุณพยายามที่จะฝืนสู้กับกระแสของมันนั่นเอง

นี่คือสิ่งที่แย่ที่สุด สำหรับนักเล่นหุ้นส่วนใหญ่ที่รับไม่ได้หรือปฏิเสธที่จะยอมรับการขาดทุนของเขา ถึงแม้ว่าตลาดจะวิ่งไปในทิศทางตรงกันข้ามกับที่เขาได้คิดเอาไว้ แต่พวกเขากลับปฏิเสธที่จะว่ายไปกับกระแสน้ำของมัน และปฏิเสธที่จะยอมรับการขาดทุนที่เกิดขึ้น ถึงแม้ว่ามันจะน้อยแค่ไหนก็ตามอีกด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ดูราวกับว่าตลาดหุ้นกำลังพยายามที่จะสบประมาทตัวของพวกเขาอยู่ ผลก็คือ เขาปฏิเสธที่จะตัดขาดทุนแต่เนิ่นๆจนพวกมันเริ่มที่จะมากขึ้นเกินไป และการขาดทุนที่สูงมากเกินไปนั้น ย่อมเป็นการยากที่นักเล่นหุ้นที่ปฏิเสธการตัดขาดทุนมาตลอดจะยอมรับมันได้ยิ่งขึ้นไปอีก โดยการพยายามที่จะฝืนดิ้นรนนี้จะดำเนินไปเรื่อยๆจนถึงจุดๆหนึ่งที่การขาดทุนนั้นสูงมากเกินไป จนพวกเขาไม่มีทางเลือกอย่างอื่นนอกจากต้องขายตัดขาดทุนออกมานั่นเอง

หนทางในการที่จะแก้ปัญหาต่ออาการต่อต้านหรือฝืนตลาดนั้น คือการยอมรับและตระหนักว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่นี้ไม่ได้เป็นเพราะตลาดหุ้น แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากตัวของคุณเอง ตลาดหุ้นไม่ได้พยายามที่จะทำร้ายคุณ มันแค่เพียงวิ่งไปในทิศทางที่มันต้องการ ไม่ว่าคุณนั้นเลือกที่จะว่ายไปกับมันหรือว่ายทวนกระแสของมันก็ตาม มันก็ยังจะไหลไปเรื่อยๆอย่างที่มันต้องการ และพาคุณไปในทิศทางที่มันต้องการจะไปเช่นเดิม

จงจำไว้ว่าพลังของตลาดหุ้นนั้นมีอำนาจมากกว่าความคิดของคนเพียงคนเดียว คำถามก็คือคุณได้ตระหนักแล้วหรือยังว่าคุณนั้นกำลังดิ้นรนต่อสู้กับตลาดหุ้นอยู่หรือไม่? เมื่อไหร่ที่คุณพยายามที่จะฝืนมัน จึงดูราวกับว่ามันฝืนคุณกลับเช่นกัน แต่สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นนั้นไม่ใช่สิ่งที่เป็นปัญหา

นักเล่นหุ้นที่พยายามดิ้นรนฝืนเอาชนะมันต่างหาก ที่เป็นตัวการของปัญหาที่เกิดขึ้น

จิตวิทยาการลงทุน วิธีการเล่นหุ้น

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้หลายๆคนที่อาจกำลังฝืนตลาดอยู่โดยไม่รู้ตัวหรือลืมตัวอยู่ ได้ย้อนกลับมาไตร่ตรองกันจิตใจของเรากันมากขึ้นนะครับ ผมเคยเห็นหลายๆคนเวลาเล่นหุ้นหรือเก็งกำไรมักเอาความคิดตนเองเป็นที่ตั้งว่าต้องไปเท่านั้นเท่านี้ ต้องขึ้นหรือต้องลง แต่คำว่า “ต้อง” นี่แหละที่มักสร้างปัญหาให้พวกเขา เพราะเมื่อไหร่ที่มันไม่เป็นไปอย่างที่มัน “ต้อง” ทำในสิ่งที่เขาคิด เขาจะเริ่มหัวเสีย เริ่มสับสน และท้ายที่สุดคือไม่สามารถคุมอารมณ์ในการเล่นหุ้นได้เลย และสิ่งที่ตามมาก็คือการขาดทุน หรือร้ายไปกว่านั้นผมคิดว่าคือการขาดทุนทางจิตใจ เพราะมันทำให้การเล่นหุ้นของคนพวกนี้จะยิ่งแย่ลงไปเรื่อยๆครับ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม แมงเม่าคลับ.คอม ครับ ผมจะคอยอัพเดทบทความดีๆมาให้ลงให้อ่านกันเรื่อยๆเหมือนเดิมนะครับ :)

  • FE

    Cool!!

    Sincerely Thanks Krub.

  • kindly

    Van Tharp เปรียบเทียบได้ดีมากๆครับ บทความนี้ทำให้ผมเข้าใจว่าเกมส์ทั่วไปกับตลาดหุ้นมันต่างกันอย่างไรได้อย่าังชัดเจน

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ

  • kindly

    คุณ mod ลองดูอันนี้ไหมครับ

    เห็นว่าเอา blog ไปลง twit ได้จะได้สะดวกขึ้นครับ

    http://twitterfeed.com/

  • mod

    ขอบคุณที่แวะมาคอมเมนท์ครับ

    เรื่อง Twitterdeed.com ผมลองไปสมัครแล้วครับ แต่ยังไม่รุ้ว่ามันใช้ยังไงมากมาย เดี๋ยวพรุ่งนี้ลองอัพเดทบทความดูอีกที จะลองดุว่ามันออโต้ยังไงบ้าง อิอิ ขอบคุณครับ

    :) :) :)

  • marwasu

    ขอบคุณครับ

  • magic

    ขอบคุณค่ะ คุณมด อ่านแล้วนึกถึงคำว่า Trend is your friend

    เคยลองทำแบบคุณ Mavasu ด้วย หมายถึง เขียนง่าย ๆ ในไฟล์เอกเซล

    แต่ไม่ได้ให้ใครอ่าน อายยย

    ทำได้เดือนเดียว 55555 ความพยายามอยู่ที่ไหนมันก็คงยังอยู่ที่นั่น

  • mod

    จริงๆแล้วประโยคเต็มที่ครบถ้วนสำนวนความต้องเติมนิดนึงครับ อิอิ ขออณุญาติช่วยเติม

    “The trend is your friend, until the end, when it bends”

    ส่วนเรื่องของ Trading Journal ผมเห็นว่าต้องค่อยๆเขียน หรืออย่างน้อย ทำเป็นสรุปประจำอาทิตย์หรือเดือนก็ยังดี ถ้าขี้เกียจสุดๆปีนึงเลยก็ยังดีกว่าไม่ทำครับ เพราะจะทำให้เห็น Track Record ของเรา เพื่อช่วยในการวางแผนการเล่นต่อไป

  • magic

    ขอบคุณค่ะ คุณครูมด ;)

  • Audi

    ขอบคุณมากครับ “Trend is your friend” = “อย่าพายเรือทวนน้ำ”

    เป็นกำลังใจให้คุณ mod นำสิ่งดีๆมานำเสนอเรื่อยๆครับ

  • mod

    ขอบคุณที่ให้กำลังใจเช่นกันครับ

  • rot

    ขอบคุณครับ

  • ชาติ

    ผม add Favorites เวบนี้เรียบร้อยแล้ว
    ต่อไปจะเป็นแฟนประจำครับ

  • Chotima

    ขอบคุณมากค่ะ จะเข้ามาอ่านบ่อยๆเวลาเกิดอาการมึน หรือสับสน