<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แมงเม่าคลับ.คอม &#187; สอนเล่นหุ้น</title>
	<atom:link href="http://mangmaoclub.com/tag/how-to-trade/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://mangmaoclub.com</link>
	<description>แบ่งปันความรู้ในการเล่นหุ้น</description>
	<lastBuildDate>Tue, 01 May 2012 21:31:38 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>อย่ากลัวเมื่อหุ้นขึ้น!</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/dont-scare-bull-market/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/dont-scare-bull-market/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 05 Mar 2012 01:54:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้นและวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[จิตวิทยาการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีเล่นหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[สอนเล่นหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=3553</guid>
		<description><![CDATA[นักเล่นหุ้นส่วนใหญ่มักไม่ชอบซื้อหุ้นเมื่อตลาดเป็นขาขึ้น อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่านี่เป็นความรู้สึกและข้อแก้ตัวที่ไม่เข้าท่านัก เพราะนั่นมักจะทำให้เขาตกรถไปโดยปริยายในช่วงเวลาที่ตลาดกำลังจะคืนกำไรกลับมา ค่าเสียโอกาสเช่นนี้นั้นมีผลต่อกำไรของเรามากกว่าที่คิด มันคือนาทีทองที่เราไม่ควรพลาดมันไปเลยแม้แต่น้อย
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/distribution-of-return/' rel='bookmark' title='การกระจายตัวของผลตอบแทนในตลาดหุ้น : Distribution of Returns'>การกระจายตัวของผลตอบแทนในตลาดหุ้น : Distribution of Returns</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/profits-and-the-market/' rel='bookmark' title='ตลาดคือผู้ตัดสินผลกำไรของ Trend Follower และนักเล่นหุ้นส่วนใหญ่'>ตลาดคือผู้ตัดสินผลกำไรของ Trend Follower และนักเล่นหุ้นส่วนใหญ่</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/why-momentum-investing-work/' rel='bookmark' title='Video Clip : แนวคิดการเล่นหุ้นแบบ Momentum Investing'>Video Clip : แนวคิดการเล่นหุ้นแบบ Momentum Investing</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นักเล่นหุ้นส่วนใหญ่มักไม่ชอบซื้อหุ้นเมื่อตลาดเป็นขาขึ้น อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่านี่เป็นความรู้สึกและข้อแก้ตัวที่ไม่เข้าท่านัก เพราะนั่นมักจะทำให้เขาตกรถไปโดยปริยายในช่วงเวลาที่ตลาดกำลังจะคืนกำไรกลับมา ค่าเสียโอกาสเช่นนี้นั้นมีผลต่อกำไรของเรามากกว่าที่คิด มันคือนาทีทองที่เราไม่ควรพลาดมันไปเลยแม้แต่น้อย</p>
<p><span style="font-weight: bold; color: #9bbb59;">ตลาดหุ้นขาขึ้นและผลกำไรของคุณ</span></p>
<p>เป็นที่รู้กันดีว่าตลาดหุ้นนั้นมีช่วงเวลาที่ดีและร้ายของมันสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปตลอด แต่จะมีสักกี่คนที่ฉุกคิดบ้างว่าช่วงเวลาที่เราจะได้กำไรจากมันอย่างเป็นกอบเป็นกำนั้นกลับมีอยู่เพียงช่วงเดียวเท่านั้น ลองทายดูสิครับว่ามันคือช่วงเวลาไหน?</p>
<p>.</p>
<p>..</p>
<p>… ใช่แล้วครับ! เมื่อตลาดกลายเป็นขาขึ้นนั่นเอง!!</p>
<p>ทำไมน่ะหรือ!?</p>
<p>นั่นก็เพราะมันคือช่วงเวลาที่ผลกำไรส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในตลาดจะถูกบรรจุเอาไว้ และไม่ว่าคุณจะซื้อมันมาตอนไหน ตลาดขาขึ้นนั้นคือช่วงเวลาหลักๆที่จะคืนกำไรกลับมาให้เราได้อย่างง่ายดายที่สุดไม่ว่าคุณจะเป็นเซียนหรือแมงเม่าก็ตาม</p>
<h4><span style="font-weight: bold; color: #9bbb59;">พลังของตลาดหุ้นขาขึ้น</span></h4>
<p>เพื่อที่จะหาหลักฐานบางอย่างมาให้เห็นถึงความสำคัญของการมีหุ้นอยู่ในช่วงเวลาที่ตลาดเป็นขาขึ้นนั้น ผมจะขอนำผลการทดสอบบางอย่างมาให้คุณดู และนั่นก็คือการที่ผมจะสุ่มเข้าซื้อหุ้นที่อยู่ในตลาดเมื่อ SET index กลายมาเป็นขาขึ้นและขายพวกมันออกไปเมื่อมันกลับกลายเป็นขาลง ซึ่งภาพต่อไปนี้ก็คือกราฟการเติบเติบโตของเงินทุนจากแนวคิดง่ายๆที่เรากำลังคุยกันอยู่</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/03/Buy-when-SET-up.png"><img style="background-image: none; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; padding-top: 0px; border: 0px;" title="Buy when SET up" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/03/Buy-when-SET-up_thumb.png" alt="Buy when SET up" width="642" height="482" border="0" /></a></p>
<p>สิ่งที่คุณกำลังเห็นอยู่นี้คือหนึ่งในผลทดสอบด้วยเงินทุนเริ่มต้น 1 ล้านบาทโดยการสุ่มซื้อหุ้นหลายๆตัว ตัวละ 5% ของพอร์ทพร้อมๆกันเมื่อ SET index กลายเป็นขาขึ้นและขายหุ้นที่มีอยู่ทิ้งไปเมื่อ SET index กลายเป็นขาลง ซึ่งจากผลการทดสอบด้วยการสุ่มซื้อหุ้นเป็นร้อยๆครั้งนั้นพบว่าโดยเฉลี่ยแล้วมันให้อัตราผลตอบแทน CAGR ตลอด 28 ปีอยู่ถึงราวๆ 23% ต่อปีเลยทีเดียว นี่ถือเป็นอัตราผลตอบแทนที่สูงมากๆในระยะยาวอย่างไม่น่าเชื่อจากแนวคิดง่ายๆเช่นนี้ แต่มันก็ได้แสดงให้เห็นถึงพลังของการมีหุ้นเมื่อตลาดเป็นขาขึ้นและพอร์ทว่างเมื่อตลาดเป็นขาลงได้อย่างดีเลยทีเดียว</p>
<h4><span style="font-weight: bold; color: #9bbb59;">อย่ากลัวกับโอกาสทำกำไรที่ตลาดได้หยิบยื่นให้!</span></h4>
<p>เห็นหรือยังครับว่าคุณนั้นไม่ควรที่จะปฏิเสธการเข้าซื้อหุ้นเพียงเพราะว่าตลาดได้กลายเป็นขาขึ้นไปแล้ว … มันถือเป็นคำแก้ตัวราคาหลายร้อยล้านบาทเลยทีเดียว จงอย่าได้กลัวที่จะซื้อเมื่อตลาดวิ่งขึ้นไปเพียงเพราะคุณคิดว่ามันสูงเกินไปหรือกลัวจะติดดอย (การติดดอยนั้นจะไม่ใช่ปัญหาเลยถ้าคุณรู้จักควบคุมความเสี่ยง และกล้าที่จะตัดขายมันออกไปเมื่อตลาดกลายเป็นขาลง) ในทางกลับกันแล้วการตกรถเมื่อตลาดเป็นขาขึ้นนั้นอาจสร้างความเสียหายยิ่งกว่าที่คุณคิด เพราะถึงแม้ว่าคุณจะบอกว่าน้ำลายไหลดีกว่าขาดทุน แต่คุณก็อาจกำลังปฏิเสธผลกำไรจะเกิดขึ้น และทิ้งช่วงเวลาที่มีมูลค่ามหาศาลเหล่านี้ไปอย่างน่าเสียดาย!</p>
<p>มีคำกล่าวไว้ว่า “ขาขึ้นหมูยังเป็นเซียน” … แล้วทำไมเราจะไม่รู้จักใช้โอกาสที่ตลาดหยิบยื่นให้อย่างคุ้มค่าแบบพวกหมูๆเหล่านั้นกันบ้างล่ะครับ <img class="wlEmoticon wlEmoticon-openmouthedsmile" style="border-style: none;" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/03/wlEmoticon-openmouthedsmile.png" alt="Open-mouthed smile" /></p>
<p><a href="http://www.mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #9e7c7c;">แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management</span></strong></a></p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/distribution-of-return/' rel='bookmark' title='การกระจายตัวของผลตอบแทนในตลาดหุ้น : Distribution of Returns'>การกระจายตัวของผลตอบแทนในตลาดหุ้น : Distribution of Returns</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/profits-and-the-market/' rel='bookmark' title='ตลาดคือผู้ตัดสินผลกำไรของ Trend Follower และนักเล่นหุ้นส่วนใหญ่'>ตลาดคือผู้ตัดสินผลกำไรของ Trend Follower และนักเล่นหุ้นส่วนใหญ่</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/why-momentum-investing-work/' rel='bookmark' title='Video Clip : แนวคิดการเล่นหุ้นแบบ Momentum Investing'>Video Clip : แนวคิดการเล่นหุ้นแบบ Momentum Investing</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/dont-scare-bull-market/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>35</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Relative Strength Trading With Joe Fahmy Part 1 : วิธีการเล่นหุ้นด้วยค่าความแข็งแกร่งสัมพันธ์</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/relative-strength-trading-video-1/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/relative-strength-trading-video-1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 07 Mar 2011 07:40:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[Video Clip]]></category>
		<category><![CDATA[relative s]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[สอนเล่นหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=2211</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ลองมาดู Joe Fahmy ลูกศิษย์ของสุดยอดเซียนหุ้นอย่าง Mark Minervini (ผู้เคยถูกสัมภาษณ์ลงหนังสือ Market Wizards) สอนเกี่ยวกับวิธีการเล่นหุ้น และการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคโดยใช้ Relative Strength กันอย่างง่ายๆแต่มีประสิทธิภาพกันดูนะครับ (มีทั้งหมด 2 ตอนต่อเนื่องครับ)
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/relative-strength-trading-video-2/' rel='bookmark' title='Relative Strength Trading With Joe Fahmy Part 2 : การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคด้วยค่าความแข็งแกร่งสัมพันธ์'>Relative Strength Trading With Joe Fahmy Part 2 : การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคด้วยค่าความแข็งแกร่งสัมพันธ์</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/introduction-to-relative-strength-investing-method/' rel='bookmark' title='Introduction to Relative Strength Investing Method'>Introduction to Relative Strength Investing Method</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/rs-23-10-10/' rel='bookmark' title='ตารางแสดงค่าความแข็งแกร่งสัมพันธ์ตามกลุ่มอุตสาหกรรม : Industries Group Relative Price Strength As of 23/10/10 (Test Edition)'>ตารางแสดงค่าความแข็งแกร่งสัมพันธ์ตามกลุ่มอุตสาหกรรม : Industries Group Relative Price Strength As of 23/10/10 (Test Edition)</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #0000ff;"><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/03/RelativeStrengthjoefahmy.jpg"><img style="margin: 5px 5px 0px 0px; display: inline; border: 0px;" title="วิธีการเล่นหุ้นด้วย Relative Strength โดย joe fahmy" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/03/RelativeStrengthjoefahmy_thumb.jpg" border="0" alt="วิธีการเล่นหุ้นด้วย Relative Strength โดย joe fahmy" width="95" height="133" align="left" /></a> การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค ด้วยค่าความแข็งแกร่งสัมพันธ์ Relative Strength กับ Joe Fahmy ตอนที่ 1</span></strong></p>
<p>ผมเคยได้นำบทความเกี่ยวกับค่าความแข็งแกร่งสัมพันธ์ (RS) มาลงไว้หลายชิ้นอยุ่ ส่วนใหญ่จะค่อนข้างเป็นบทความวิชาการนิดนึง วันนี้ลองมาดู Joe Fahmy ลูกศิษย์ของสุดยอดเซียนหุ้นอย่าง <a href="http://mangmaoclub.com/บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น-mark-minervini">Mark Minervini</a> (ผู้เคยถูกสัมภาษณ์ลงหนังสือหุ้น The Market Wizards) สอนเกี่ยวกับวิธีการเล่นหุ้น และการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคโดยใช้ Relative Strength กันอย่างง่ายๆแต่มีประสิทธิภาพกันดูนะครับ แล้วเดี๋ยวตอนจบของวิดีโอชุดนี้ (มี 2 ตอน) ผมจะเอาตัวอย่างกับตลาดหุ้นไทยจริงๆมาให้ดูกันนะครับ</p>
<p style="text-align: center;"><p><a href="http://mangmaoclub.com/relative-strength-trading-video-1/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p></p>
<p>ปล. วันนี้รีบแปลมาลง เลยแอบไม่มีเวลาเช็คเท่าไหร่ บางตอนผมฟังได้ไม่ค่อยชัดนักก็ไม่ได้นั่งแกะว่าพูดอะไร (ของมันฟระ) ยังไงขออภัยไว้นิดนึงนะครับ 55 ถ้าใครรู้ว่าเขาพูดอะไรกันแน่ๆช่วยบอกผมไว้หน่อย เดี๋ยวจะได้แก้มาลงให้ถูกต้องอีกครั้งครับ ส่วนตอนที่ 2 นั้น เดี๋ยวจะแปลมาลงต่อกันใน 1-2 วันนี้ครับ (ไม่อยากค้างนานเดี๋ยวไม่ได้ทำ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> )</p>
<p><a href="http://www.mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #ff0080;">แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management</span></strong></a></p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/relative-strength-trading-video-2/' rel='bookmark' title='Relative Strength Trading With Joe Fahmy Part 2 : การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคด้วยค่าความแข็งแกร่งสัมพันธ์'>Relative Strength Trading With Joe Fahmy Part 2 : การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคด้วยค่าความแข็งแกร่งสัมพันธ์</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/introduction-to-relative-strength-investing-method/' rel='bookmark' title='Introduction to Relative Strength Investing Method'>Introduction to Relative Strength Investing Method</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/rs-23-10-10/' rel='bookmark' title='ตารางแสดงค่าความแข็งแกร่งสัมพันธ์ตามกลุ่มอุตสาหกรรม : Industries Group Relative Price Strength As of 23/10/10 (Test Edition)'>ตารางแสดงค่าความแข็งแกร่งสัมพันธ์ตามกลุ่มอุตสาหกรรม : Industries Group Relative Price Strength As of 23/10/10 (Test Edition)</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/relative-strength-trading-video-1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องของแนวโน้ม : &quot;Trend&quot; By Ed Seykota</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/trend/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/trend/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 10 Jan 2011 02:09:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[สอนเล่นหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=1748</guid>
		<description><![CDATA[บทความนี้ถูกเขียนไว้โดย Ed Seykota เซียนหุ้นระดับโลกที่ทุกคนน่าจะรู้จักกันดีแล้ว โดยเขาได้พูดถึงคำว่า “แนวโน้ม” ที่เราทุกคนมักใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ว่าจริงๆแล้วมันคืออะไร และมันมีสิ่งที่เรียกว่า “แนวโน้ม ณ ขณะนี้” จริงๆหรือ? ซึ่งผมคิดว่าน่าจะช่วยให้เราตระหนักถึงการใช้มันได้อย่างเข้าใจได้มากยิ่งขึ้นครับ อยากให้ค่อยๆลองอ่านกันครับ ถ้าไม่เข้าใจอย่างไรก็ลองถามหรือจะพูดคุยกันเข้ามาได้นะครับ :D
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/seykota-channel-trading-system/' rel='bookmark' title='Ed Seykota&rsquo;s Channel Trading System : ระบบการลงทุนของ Ed Seykota'>Ed Seykota&rsquo;s Channel Trading System : ระบบการลงทุนของ Ed Seykota</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/world-of-trend-follower-2/' rel='bookmark' title='โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม : Inside the Counterintuitive World of Trend Follower by Charles Faulkner (Part 2)'>โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม : Inside the Counterintuitive World of Trend Follower by Charles Faulkner (Part 2)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/world-of-trend-follower-3/' rel='bookmark' title='โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม : Inside the Counterintuitive World of Trend Follower by Charles Faulkner (Part 3)'>โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม : Inside the Counterintuitive World of Trend Follower by Charles Faulkner (Part 3)</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/01/kpitrend1.jpg"><img style="margin: 5px 5px 0px 0px; display: inline; border-width: 0px;" title="kpi-trend" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/01/kpitrend_thumb1.jpg" border="0" alt="kpi-trend" width="233" height="157" align="left" /></a> <span style="color: #0000ff;">เรื่องของ “แนวโน้ม” โดย </span></strong><strong><span style="color: #0000ff;">Ed Seykota</span></strong></p>
<p>วันนี้ผมนำเอาบทความหุ้นชิ้นหนึ่ง ซึ่งเป็นบทความในดวงใจผมตอนหนึ่งเลยทีเดียว โดยบทความนี้ถูกเขียนไว้โดย Ed Seykota เซียนหุ้นระดับโลกที่ทุกคนน่าจะรู้จักกันดีแล้ว โดยเขาได้พูดถึงคำว่า “แนวโน้ม” ที่เราทุกคนมักใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ว่าจริงๆแล้วมันคืออะไร และมันมีสิ่งที่เรียกว่า “แนวโน้ม ณ ขณะนี้” จริงๆหรือ? ซึ่งผมคิดว่าน่าจะช่วยให้เราตระหนักถึงการใช้มันได้อย่างเข้าใจได้มากยิ่งขึ้นครับ อยากให้ค่อยๆลองอ่านกันครับ ถ้าไม่เข้าใจอย่างไรก็ลองถามหรือจะพูดคุยกันเข้ามาได้นะครับ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> </p>
<p><span id="more-1748"></span><span style="color: #ff0000;"><strong>“แนวโน้มคือเพื่อนของคุณ ยกเว้นแต่เมื่อมันวกกลับและจบลง”</strong><strong></strong></span></p>
<p>นักเล่นหุ้นส่วนใหญ่นั้นมีความเห็นตรงกันว่า พวกเขาชอบที่จะซื้อหุ้นที่แข็งแกร่ง แต่พวกเขากลับให้ความหมายของคำว่า <strong>“แข็งแกร่ง”</strong> ไม่ตรงกันเท่าไหร่นัก โดยการอ้างอิงจากเว็บไซท์ (พจนานุกรม) ต่างๆนั้นได้ให้ความหมายของมันไว้ดังนี้</p>
<p>- มีความแข็งแรง หรือมีพลังมากกว่าทั่วไป หรือมากกว่าที่ได้คาดเอาไว้</p>
<p>- มีศักยภาพ หรือมีอำนาจ หรืออำนาจที่สามารถควบคุมสิ่งต่างๆ</p>
<p>- มีความเหนียวแน่น สามารถที่จะทนทานต่อการถูกกระทำจากสิ่งต่างๆ</p>
<blockquote><p>เราจะเห็นได้ว่า จากคำจำกัดความที่นำมาอ้างอิงเหล่านี้นั้น ไม่มีข้อใดเลยที่ดูเหมือนว่าจะเหมาะสมกับเรื่องของตลาดหุ้น, พันธบัตรหรือสัญญาล่วงหน้าต่างๆ ได้อย่างเหมาะสมสักเท่าไรนัก เนื่องจากตราสารทางการเงินต่างๆนั้นไม่ได้มีกล้ามเนื้อ หรืออำนาจ หรือแม้กระทั่งมีสรีระที่สามารถจับต้องได้ ดังนั้น เมื่อนักเล่นหุ้นพูดถึงความ “แข็งแกร่ง” นั้น พวกเขาอาจกำลังหมายถึงมันในความหมายอื่น โดยสิ่งที่น่าจะเป็นไปได้และเหมาะสมกับความหมายนั้นก็คือคำว่า <strong>“แนวโน้มที่เพิ่มขึ้น”</strong> นั่นเอง</p></blockquote>
<p>การที่เรามักจะชอบใช้คำว่า “แข็งแกร่ง” มากกว่าคำว่า “แนวโน้ม” นั้น บางทีอาจเป็นผลมาจากความรู้สึกคุ้นเคยกับคำว่า “แข็งแกร่ง” จากสิ่งต่างๆมากกว่า แทนที่จะใช้คำว่า “แนวโน้ม” ซึ่งมันช่างดูจะเลือนรางและคลุมเครือเมื่อต้องนึกถึงมัน</p>
<p>“แนวโน้ม” คือ ความเบี่ยงเบน หรือความโน้มเอียงของข้อมูลในกลุ่มข้อมูลหนึ่ง โดยในการที่เราจะวัด “แนวโน้ม” ในทุกๆสิ่งๆทุกๆอย่างนั้น มันคือการอ่านค่า หรือนำเอาข้อมูลล่าสุดหรือปัจจุบัน (Current reading) และข้อมูลที่เป็นอดีตกว่า (Historical reading) มาทำการเปรียบเทียบกัน</p>
<blockquote><p>ซึ่งหากว่าข้อมูลที่เป็นปัจจุบันกว่านั้น มีค่ามากกว่าข้อมูลในอดีต เราก็จะสามารถสรุปได้ว่า “แนวโน้ม” นั้นกำลังอยู่ในขาขึ้น (Up-Trend) แต่หากมันมีค่าน้อยกว่าเราจะสามารถสรุปได้ว่า “แนวโน้ม” นั้นกำลังอยู่ในขาลง (Down-Trend) แต่หากว่ามันมีค่าใกล้เคียงหรือเท่าๆกัน (ซึ่งค่อนข้างเป็นไปได้ยาก) เราก็จะสามารถสรุปได้ว่า “แนวโน้ม” กำลังอยู่ในภาวะเคลื่อนไหวออกด้านข้างนั่นเอง (Sideway)</p></blockquote>
<p>ทิศทางของแนวโน้มที่เกิดขึ้นนั้น ขึ้นอยู่กับวิธีการที่เราเลือกใช้ในการวัดและเปรียบเทียบด้วยเช่นกัน โดยในความเป็นจริงแล้ว ตราสารต่างๆนั้นมีการเคลื่อนไหวของมูลค่าอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่รายนาที รายวัน หรือแม้กระทั่งรายปี ผลก็คือ เราจึงเกิดจุดอ้างอิงในอดีตอย่างไม่จำกัดในการที่จะทำการเปรียบเทียบเพื่อหา “แนวโน้ม” ออกมา ดังนั้น เราจึงสามารถที่จะระบุถึง “แนวโน้ม” ที่เกิดขึ้น และทิศทางของมันได้อย่างไม่จำกัดเท่าที่เราต้องการเช่นกัน</p>
<blockquote><p><span style="color: #800080;"><strong><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/01/author1.jpg"><img style="margin: 5px 0px 0px 5px; display: inline; border-width: 0px;" title="author" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/01/author_thumb1.jpg" border="0" alt="author" width="148" height="229" align="right" /></a>ดังนี้แล้ว คำว่าแนวโน้ม </strong><strong>(ที่เป็นมาตรฐาน) จึงไม่ได้มีอยู่จริง เนื่องจากมันมี “แนวโน้ม” อยู่มากมายนับไม่ถ้วน โดยขึ้นอยู่กับว่า เราใช้วิธีการอย่างไรในการที่จะวัดและเปรียบเทียบ “แนวโน้ม” นั้นออกมา โดยคนส่วนใหญ่นั้นก็มักที่จะเลือกวิธีการวัดและเปรียบเทียบที่ตนเองถนัดและเหมาะสมกับตนเอง หรือตรงกับความเชื่อของเขานั่นเอง</strong></span></p></blockquote>
<p>จะเห็นได้ว่า วิธีการต่างๆในการที่จะใช้เพื่อระบุถึง “แนวโน้ม” ออกมานั้น คือการเปรียบเทียบจากจุดที่เราต้องการจะอ้างอิงในอดีต ดังนั้น ทุกๆ “แนวโน้ม” ที่เราวัดได้นั้นจึงเป็นเพียง “อดีต” เท่านั้น และไม่มีสิ่งที่เป็น “ปัจจุบัน” และ <span style="color: #ff8040;"><strong>เรานั้นไม่มีทางที่จะหา “แนวโน้ม” ที่เป็นปัจจุบันออกมาได้ หรือแม้กระทั่งระบุและให้ความหมายว่า “แนวโน้มปัจจุบัน” </strong><strong>(Current Trend) คืออะไร ที่เราทำได้ก็เพียงแค่หา “แนวโน้มของอดีต” (Historical Trend) เท่านั้น </strong></span></p>
<blockquote><p>หนทางเดียวที่เราพอจะสามารถวัดเอา “แนวโน้ม ณ จุดเวลาของปัจจุบัน” (Now Trend) ออกมาได้นั้น คือการนำข้อมูลสองชนิด ซึ่งอยู่ในจุดเวลาเดียวกัน มาหาความแตกต่างระหว่างกันออกมา และเราจะเห็นได้ว่า “การเคลื่อนไหว” (Motion), อัตราความเร็ว (Velocity) และแนวโน้มต่างๆนั้น ไม่ใช่สิ่งที่มีอยู่จริงในปัจจุบัน เพราะพวกมันไม่สามารถวัดได้จากจุดอ้างอิงเพียงจุดเดียวนั่นเอง <span style="color: #008040;"><strong>เราจึงสามารถสรุปได้ว่า “แนวโน้ม” ที่เกิดขึ้นนั้น ไม่มีอยู่จริงในช่วงขณะของปัจจุบัน และคำว่า “แนวโน้ม” </strong><strong>(The Trend) ที่เราพูดถึงกันทั่วๆไปนั้น ไม่ได้มีอยู่จริงๆเลย</strong></span> เพราะเมื่อเราพูดถึงคำว่า “แนวโน้ม” ขึ้นมานั้น เรากำลังพูดจากการที่เรามองย้อนกลับไปในอดีตนั่นเอง</p></blockquote>
<p>จำไว้ให้ดีว่า “แนวโน้มปัจจุบัน” (Current Trend) นั้น ไม่ได้มีอยู่จริง และเมื่อเราพูดถึง “แนวโน้ม” ที่เกิดขึ้น เรากำลังพูดจากการวัดและการนิยามความหมายของมันจากตัวของเราเอง</p>
<p>เมื่อคุณได้เข้าใจมันแล้วว่า “แนวโน้ม” คืออะไร เราจึงจะสามารถที่จะพูดถึงวิธีการที่จะนำมาใช้ระบุหรือคำนวณ และใช้ประโยชน์จาก “แนวโน้ม” ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง</p>
<p><a href="http://www.mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #ff0080;">แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management</span></strong></a></p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/seykota-channel-trading-system/' rel='bookmark' title='Ed Seykota&rsquo;s Channel Trading System : ระบบการลงทุนของ Ed Seykota'>Ed Seykota&rsquo;s Channel Trading System : ระบบการลงทุนของ Ed Seykota</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/world-of-trend-follower-2/' rel='bookmark' title='โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม : Inside the Counterintuitive World of Trend Follower by Charles Faulkner (Part 2)'>โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม : Inside the Counterintuitive World of Trend Follower by Charles Faulkner (Part 2)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/world-of-trend-follower-3/' rel='bookmark' title='โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม : Inside the Counterintuitive World of Trend Follower by Charles Faulkner (Part 3)'>โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม : Inside the Counterintuitive World of Trend Follower by Charles Faulkner (Part 3)</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/trend/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>25</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น : Chuck LeBeau and David Lucas by Jack Reerink</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/chuck-lebeau-and-david-lucas/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/chuck-lebeau-and-david-lucas/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 06 Jan 2011 02:09:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[สอนเล่นหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=1733</guid>
		<description><![CDATA[เชื่อว่าพวกเราบางคนอาจเคยได้ยินชื่อของ Chuck Lebeau และ David Lucas กันมาบ้างแล้ว แต่หากยังไม่คุ้นหูนักก็ไม่เป็นไร เพราะวันนี้ผมได้นำเอาบทสัมภาษณ์ของพวกเขามาให้ได้อ่านกัน เนื่องจากพวกเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสร้างระบบการลงทุนมาอย่างยาวนาน น่าจะมีประโยชน์กับหลายๆคนที่ต้องการจะเทรดอย่างมีระบบและวินัยกันครับ
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/sekota-interview/' rel='bookmark' title='บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น : Ed Seykota  สุดยอด System Trader'>บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น : Ed Seykota  สุดยอด System Trader</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/interview-wilder/' rel='bookmark' title='บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น : Interview with Master Trader : J. Welles Wilder'>บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น : Interview with Master Trader : J. Welles Wilder</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/nicholas-darvas-interview-1/' rel='bookmark' title='บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น : Nicholas Darvas : The only interview with Nicholas Darvas (1)'>บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น : Nicholas Darvas : The only interview with Nicholas Darvas (1)</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/01/lebeau1.jpg"><img style="margin: 5px 5px 0px 0px; display: inline; border-width: 0px;" title="lebeau1" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/01/lebeau1_thumb.jpg" border="0" alt="lebeau1" width="155" height="320" align="left" /></a> <span style="color: #0000ff;"><strong>บทสัมภาษณ์ Chuck LeBeau and David Lucas โดย Jack Reerink</strong></span></p>
<p>เชื่อว่าพวกเราบางคนอาจเคยได้ยินชื่อของ <strong>Chuck Lebeau</strong> และ <strong>David Lucas</strong> กันมาบ้างแล้ว แต่หากยังไม่คุ้นหูนักก็ไม่เป็นไร เพราะวันนี้ผมได้นำเอาบทสัมภาษณ์ของพวกเขามาให้ได้อ่านกัน เนื่องจากพวกเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสร้างระบบการลงทุนมาอย่างยาวนาน น่าจะมีประโยชน์กับหลายๆคนที่ต้องการจะเทรดอย่างมีระบบและวินัยกันครับ</p>
<p><span id="more-1733"></span></p>
<blockquote><p><span style="color: #ff8080;"><strong>“สัญญาณซื้อทั้งหลายนั้น จริงๆแล้วไม่ได้ให้ผลความแม่นยำไปกว่าการโยนเหรียญเลย”</strong></span> นี่คือคำพูดของ Chuck LeBeau ในวัย 57 และ David Lucas ในวัย 50(ปี 1994) หลังจากที่เขาได้ผ่านการทดสอบเครื่องมือวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคต่างๆบนโลกนี้มาเกือบจนหมดแล้ว ในช่วงระยะเวลาเกือบ 8 ปีที่พวกเขาได้ร่วมเป็นคู่หูกัน</p></blockquote>
<p>“เราได้ทำการทดสอบถึงประสิทธิภาพของสัญญาณซื้อต่างๆ จากการกำหนดสัญญาณขายออกเมื่อได้เข้าซื้อไปแล้ว N วัน และรวบรวมสถิติของการเทรดที่ทำกำไรให้เราออกมา” โดยที่ Lucas นั้นยังได้บอกอีกว่า “มันน่าตกใจเป็นอย่างมากว่า มีสัญญาณการซื้อ จากเครื่องมือทางเทคนิค หรือจากแพทเทรินต่างๆเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น ที่จะให้ผลดีกว่าการสุ่ม โดยหากว่าคุณมีกำไรจากการขายออกไปหลังจากที่คุณเข้าซื้อไป 5 วันถึง 55% และมีกำไรจากการขายออกไปหลังจากที่เข้าซื้อไป 10 วัน 50% นั่นบ่งบอกได้เลยว่าคุณทำได้ดีมากๆทีเดียวครับ”</p>
<blockquote><p>Lucas นั้นจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก Central Connecticut State University in New Britain และได้เข้าศึกษาต่อจนจบในสาขาชีววิทยาสถิติ(Biological Statistcs) จากมหาวิทยาลัย University of New York และหลังจากที่เขาได้ออกจากการรับราชการทหารประจำการฐานควบคุมการปล่อยจรวดมิสไซล์ที่ North Dakota ในปี 1966-1970 เขาจึงได้เริ่มอาชีพเป็นนัก Computer Programer ที่ Signa Insurance ในเมือง Hartford.Con.</p></blockquote>
<p>Lucas ได้เปิดใจกับเราว่า “หลังจากนั้นสักพักหนึ่ง หากว่าคุณไม่ใช่พวกที่เสพย์ติดคอมพิวเตอร์ คุณจะกลายเป็นคนล้าสมัย” และ “ผมต้องการที่จะทำอะไรบางอย่างที่แตกต่างจากเดิมสักหน่อยครับ” และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาได้เลือกเข้ามาทำงานที่ E.F.Hutton หลังจากนั้น ส่วน LeBeau นั้น ตัวเขาเองได้เริ่มเข้ามาสนใจตลาด Futures ก่อน Lucas เป็นเวลาพอสมควร ตั้งแต่ที่เขายังเรียนอยู่ทีมหาวิทยาลัย California State University เขาได้เลือกเข้าเรียนในวิชาการลงทุนซึ่งทำการสอนโดย Charles Harlow ผู้ที่เป็นนักเก็งกำไรในตลาด Commodities ในช่วง Generation ที่สองของเหล่า Trader ในอเมริกา โดยหลังจากที่ Chuck ได้จบการศึกษาในปี 1963 นั้น เขาได้ถูกเกณฑ์เข้ารับราชการทหารในกองทัพ และเขาก็ประสบความสำเร็จจนได้เลื่อนตำแหน่งเป็น Captain และได้รับมอบหมายให้ทำการบังคับบัญชาหน่วยทหารคุ้มครองในสถานทูตของอเมริกา ณ กรุงปารีส โดยหลังจากที่เขาได้เสร็จสิ้นภาระหน้าที่ของเขาแล้ว เขาจึงได้เข้ามาทำงานเป็น Broker อยู่ที่ E.F.Hutton ในปี 1967</p>
<blockquote><p>ในปี 1988 นั้น LeBeau และ Lucas ได้ร่วมมือกันเขียนวารสารรายเดือน, เขียนหนังสือและช่วยกันทำการทำการเขียนและพัฒนาระบบการลงทุนสำหรับเหล่าที่ปรึกษาการลงทุนในตลาด Commodities ของบริษัท Island View Financial Group ในเมือง Torrance, California</p></blockquote>
<p>Lucas บอกกับเราว่า “เมื่อเริ่มแรกนั้น เราได้ทำการเขียนโปรแกรมเล็กๆซึ่งถูกนำมาใช้ในการช่วยทดสอบผลการใช้ Moving Average ต่างๆกว่า 20,000 รูปแบบกับตลาดต่างๆ และเราได้ทำการทดสอบกันในเครื่องคอมพิวเตอร์ 286 เป็นเวลาหลายสัปดาห์เลยทีเดียว” และเขายังพูดไปว่า <span style="color: #ff8040;"><strong>“หลังจากเวลาเป็นเดือนๆที่เราได้ใช้ในการทดสอบพยายามหาจอกศักดิสิทธิ์ของตลาดหุ้นนั้น เราได้พบกับความจริงที่ว่า หาตลาดนั้นเคลื่อนไหวเป็นแนวโน้มขึ้นมา ไม่ว่า Moving Average รูปแบบๆไหนๆก็จะทำเงินได้ทั้งนั้น”</strong></span></p>
<blockquote><p>นั่นจึงทำให้พวกเขาทุ่มเทความพยายามลงไป ในการที่จะแยกแยะและบ่งบอกถึงภาวะของความเป็น “แนวโน้ม” ของตลาด และทำการวัดค่าความเร่งของมัน พวกเขาพบว่าเครื่องมือที่ดีที่สุดในการวัดก็คือ Directional Movement(DI) นั่นเอง(คิดค้นโดย Welless Wilder และถูกเขียนตีพิมพ์ในหนังสือ The New Concept in Technical Trading Systems”) โดยเครื่องมือนี้จะทำการหาค่าของทิศทางการเคลื่อนไหวที่มากที่สุดนอกระยะของวันก่อนหน้าออกมา โดยให้ค่าเป็น DI+ ในกรณีที่ตลาดวิ่งขึ้น และ DI- ในกรณีที่ตลาดวิ่งลงนั่นเอง</p></blockquote>
<p>LeBeau บอกกับเราว่า “หากว่าแรงของการเคลื่อนไหวขึ้นนั้น มากกว่าแรงของการเคลื่อนไหวลงอย่างมีนัยยะสำคัญล่ะก็ นั่นจะหมายถึงการเกิดแนวโน้มขาขึ้นขึ้นมา” และเขาได้พูดอีกว่า “หากว่าผลต่างระหว่าง DI+ และ DI- นั้นมีค่าถึงระดับหนึ่ง สถิติโดยทั่วไปถึง 70% ที่เกิดขึ้นก็คือ แนวโน้มจะดำเนินต่อไปในแนวโน้มเดิมอย่างน้อยกว่า 20 วันทีเดียว” พวกเขาจะทำการเข้าซื้อ หากว่าแนวโน้มนั้นเกิดความเร่งขึ้นมา โดยการวัดค่าอัตราการเปลี่ยนแปลงหรือ Rate of Change จากเครื่องมือ Average Directional Movement Index(ADX) 14 วันที่คิดค้นโดย Wilder ภายในช่วงเวลาก่อนหน้าวันปัจจุบัน 7 สัปดาห์</p>
<blockquote><p><span style="color: #808000;"><strong>“เราได้พบว่า ระดับของ ADX นั้นไม่ใช่สิ่งที่มีความสำคัญนักอย่างที่ Wilder ได้สอนและให้ข้อสังเกตเอาไว้” LeBeau บอกกับเราต่อว่า “ระดับของ ADX นั้นแทบจะไม่ช่วยบอกอะไรให้คุณเลยว่าคุณอยู่ ณ จุดไหนของแนวโน้ม และมันไม่ช่วยให้เราคาดเดาอะไรได้มากเท่าไหร่นัก”</strong></span></p></blockquote>
<p>Lucas เสริมให้เราเข้าใจอีกว่าระดับของ ADX นั้น โดยปกติจะเคลื่อนที่อยู่ระหว่างค่า 10-40 โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20-25 ในการเคลื่อนไหวโดยปกติ “ทุกๆวันนี้ เราแทบจะไม่ได้เข้าซื้อขายในขณะที่ ADX อยู่ในระดับที่ต่ำ หรือแม้แต่ในระดับกลางๆ” เขายังบอกอีกว่า “ผู้คนได้พยายามทำการวัดค่าของตลาดและใช้มันมากขึ้น ดังนั้น แนวโน้มที่เกิดขึ้นจึงมักจะหายไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น”</p>
<blockquote>
<div class="wp-caption alignright" style="width: 173px"><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/01/comanalysis1.jpg"><img style="margin-top: 5px; margin-right: 0px; margin-bottom: 0px; margin-left: 5px; display: inline; border: 0px initial initial;" title="หนังสือหุ้น Computer Analysis of The Future Market" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/01/comanalysis_thumb1.jpg" border="0" alt="com analysis" width="163" height="219" align="right" /></a><p class="wp-caption-text">หนึ่งในหนังสือที่เขียนไว้โดย Chuck Le Beau และ David Lucas</p></div>
<p><span style="color: #ff80ff;"><span style="color: #000000;">หลังจากที่พวกเขาได้ทำการทดสอบอย่างมากมาย LeBeau และ Lucas ได้ตัดสินใจที่จะพัฒนาระบบของพวกเขาจากเครื่องมือ ADX เพียงตัวเดียวเท่านั้น โดย Lucas ได้ให้เหตุผลว่า</span><strong> <span style="color: #800080;">“มันง่ายมากที่คุณจะโยนสิ่งต่างๆลงไปในระบบของคุณ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันคือการหลอกตัวเองและ Curve Fitting ซึ่งจะทำให้ระบบของคุณด้อยประสิทธิภาพลงมาในการที่จะนำไปใช้จริงๆ”</span></strong></span></p></blockquote>
<p>พวกเขานั้นใช้วิธีการตัดขาดทุนในหลายๆรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Dollar Stop, Trailing Stop จาก Chart Pattern หรือแม้แต่ Volatility Trailing Stop(Chandelier) ในการช่วยกำหนดจุดตัดขาดทุนและทำกำไรของพวกเขา โดยพวกเขาจะทำการคำนวณมันออกมาในแต่ละวัน และใช้ค่าที่ใกล้ที่สุดจากราคาปิดของมัน โดยในกรณีที่พวกเขามีกำไรก้อนใหญ่มากๆขึ้นมานั้น(มากกว่า X เท่าของค่า Average True Range ที่ 4 วัน) พวกเขาจะนำกลยุทธ์ Profit Taking เข้ามาประยุกต์ใช้ โดยเขาได้ให้เหตุผลไว้ว่า “ถึงแม้ว่าจุดตัดขาดทุนแบบ Volatility Trailing Stop นั้นจะใช้ได้ดี แต่มันก็เป็นเพียงแค่องค์ประกอบหนึ่งของระบบเท่านั้น” โดย LeBeau ได้เสริมว่า “พวกเรามักจะทำการเปลี่ยนแปลงจุดตัดขาดทุนของเราหลายๆครั้งในวันเดียวเป็นปกติ” และสิ่งนี้เองที่ช่วยให้พวกเขารักษากำไรของพวกเขาเอาไว้ได้เป็นอย่างดี พวกเขายังได้เรียนรู้อีกว่า “ในการเก็งกำไรนั้น การที่ไม่ทำอะไรเลยนั้น บ่อยครั้งคือการกระทำที่ดีที่สุด”</p>
<blockquote><p>Lucas ได้ทิ้งท้ายให้เราว่า “เราอาจไม่เหมือนกับนักเก็งกำไรหลายๆคน เราได้เรียนรู้ที่จะเห็นคุณค่าของการอยู่เฉยๆ และมองตลาดจากภายนอก” พวกเขานั้นเคยที่จะอยู่เฉยๆถึง 8 สัปดาห์เมื่อปี 1995 ในการบริหารเงินกองทุนของพวกเขา ถึงแม้ว่าพวกเขาจะทำการเทรดในหลายๆตลาดเลยทีเดียว</p></blockquote>
<p><a href="http://www.mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #ff0080;">แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management</span></strong></a></p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/sekota-interview/' rel='bookmark' title='บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น : Ed Seykota  สุดยอด System Trader'>บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น : Ed Seykota  สุดยอด System Trader</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/interview-wilder/' rel='bookmark' title='บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น : Interview with Master Trader : J. Welles Wilder'>บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น : Interview with Master Trader : J. Welles Wilder</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/nicholas-darvas-interview-1/' rel='bookmark' title='บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น : Nicholas Darvas : The only interview with Nicholas Darvas (1)'>บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น : Nicholas Darvas : The only interview with Nicholas Darvas (1)</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/chuck-lebeau-and-david-lucas/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>23</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร : George Lane &#8220;Father of Stochastic&#8221;</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/george-lane-1/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/george-lane-1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Apr 2010 01:00:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[สอนเล่นหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=1344</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อ George Lane ได้ย้อนหวนกลับไปคิดถึงวันวาน ขณะที่เขาเริ่มต้นชีวิตการเก็งกำไรของเขานั้น เขาพบว่าหลักการวิเคราะห์ด้วยปัจจัยพื้นฐานในขณะนั้น ดูเหมือนจะไม่สามารถนำมาบ่งชี้ถึงทิศทางของตลาดได้อย่างน่าเชื่อถือเท่าที่ควร และนั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นในการศึกษาและค้นคว้าของเขาเกี่ยวกับเรื่องของ Technical Indicator ขึ้นมา
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/george-lane-2/' rel='bookmark' title='ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร : George Lane &ldquo;Father Stochastic&rdquo; Part 2'>ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร : George Lane &ldquo;Father Stochastic&rdquo; Part 2</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/book-review-the-winning-investment-habits-of-warren-buffett-george-soros/' rel='bookmark' title='แนะนำหนังสือหุ้น : The Winning Investment Habits of Warren Buffett &amp; George Soros'>แนะนำหนังสือหุ้น : The Winning Investment Habits of Warren Buffett &#038; George Soros</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/rsi-indicator/' rel='bookmark' title='(Video Clip)วิเคราะหุ้นทางเทคนิคด้วย RSI Indicator'>(Video Clip)วิเคราะหุ้นทางเทคนิคด้วย RSI Indicator</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/image2.png"><img style="border-right-width: 0px; margin: 0px 10px 10px 0px; display: inline; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px" title="image" border="0" alt="image" align="left" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/image_thumb2.png" width="164" height="190" /></a> <strong>ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร George Lane “บิดาแห่ง Stochastic” โดย Allen Sykora</strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p>เมื่อ George Lane ได้ย้อนหวนกลับไปคิดถึงวันวาน ขณะที่เขาเริ่มต้นชีวิตการเก็งกำไรของเขานั้น เขาพบว่าหลักการวิเคราะห์ด้วยปัจจัยพื้นฐานในขณะนั้น ดูเหมือนจะไม่สามารถนำมาบ่งชี้ถึงทิศทางของตลาดได้อย่างน่าเชื่อถือเท่าที่ควร และนั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นในการศึกษาและค้นคว้าของเขาเกี่ยวกับเรื่องของ Technical Indicator ขึ้นมา</p>
<p> <span id="more-1344"></span><span style="color: #ffffff">วิธีการเล่นหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Stochastic</span>
</p>
<p>หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ได้ค้นพบกับแนวคิดในการวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือทางเทคนิคอย่างหนึ่งที่เรียกว่า <strong><span style="color: #8000ff">“Stochastics”</span></strong> ซึ่งในขณะนี้มันได้กลายเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งซึ่งได้ถูกนำมาใช้กันมากที่สุดในการวิเคราะห์หุ้น อนุพันธ์และตราสารล่วงหน้าต่างๆ โดยมันได้ถูกนำมาใช้เพื่อวัดถึงแรงหรือ Momentum ของการเคลื่อนไหวของราคา ซึ่งจะทำให้นักเล่นหุ้นสามารถที่จะรู้ได้ว่า เมื่อไหร่ที่ตลาดส่งสัญญาณคล้ายว่าจะเกิดการกลับตัวนั่นเอง</p>
<p>“Stochastics” นั้นได้กลายเป็นเครื่องมือหลักในการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคาของ George Lane ตั้งแต่ที่มันได้ถูกสร้างขึ้นมาครั้งแรกเมื่อช่วงต้นๆของยุค 1950 <strong><span style="color: #ff0080">อย่างไรก็ตามนั้น เขาก็ยังใช้หลักการวิเคราะห์ในรูปแบบอื่นมาช่วยด้วยอีกเช่นกัน เช่นวิชา Elliott Waves และระดับของสัดส่วน Fibonancci ต่างๆ</span></strong> ซึ่งในปัจจุบันนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะได้เกษียนตัวเองออกมาอยู่ในเมืองเล็กๆซึ่งห่างจาก Chicago ไปทางใต้ถึง 80 ไมล์อย่างเมือง Watseka แล้วก็ตาม เขาก็ยังคงติดตามข่าวสารของตลาดอยู่เป็นประจำ โดยเขามักจะใช้เวลาในช่วงเช้าเพื่อเทรดหุ้นหรือเก็งกำไร และเขาก็ยังคงเปิดคอรส์สอนการวิเคราะห์ทางเทคนิคอยู่เช่นเคย</p>
<p>ชีวิตของ George Lane นั้นเรียกได้ว่าเขาผูกพันอยู่กับการเก็งกำไรมาเกือบ 50 ปีเลยทีเดียว เขาเป็นคนง่ายๆสบายๆที่สามารถเล่าเรื่องราวในอดีตได้อย่างมีสีสันและชีวิตชีวาเลยทีเดียว</p>
<p><span style="color: #ffffff">วิธีการเล่นหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Stochastic</span></p>
<p><strong>10 ปีกับการใช้ชีวิตเป็น Floor Broker</strong></p>
<p>George Lane นั้นได้ใช้ชีวิตการทำงานเป็น Floor Broker อยู่ถึง 10 ปี และเขาก็ยังเป็นเจ้าของและผู้ก่อตั้งบริษัท Broker ในท้องถิ่นที่ชื่อว่า Miller,Lane &amp; Co., ซึ่งมีสาขาอยู่ถึง 41 สาขาเลยทีเดียว เขายังมีตำแหน่งเป็นหัวหน้านักวิเคราะห์ให้กับบริษัท Broker อีกถึง 2 แห่ง และเป็นนักเขียนหนังสือเกี่ยวกับการเก็งกำไร และได้ทำการเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อสอนวิธีการป้องกันความเสี่ยงหรือ Hedge ในตลาดล่วงหน้า(Future Market)ให้กับเหล่าชาวนาชาวสวนอีกด้วย</p>
<p>อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เขาเป็นและทำให้ทุกคนรู้จักเขานั่นก็คือ การที่เขาเป็น “บิดาแห่ง Stochastics” นั่นเอง George Lane ได้พูดเอาไว้ว่า <strong><span style="color: #ff8040">“Stochastics คือเครื่องมือในการวิเคราะห์ ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากแนวคิดทาง Momentum ของการเคลื่อนไหวของราคานั่นเอง”</span></strong> และ “มันเป็นเครื่องมือที่ไม่ได้วิ่งตามราคา มันไม่ได้วิ่งตามปริมาณการซื้อขาย(Volume) หรืออะไรอย่างนั้น แต่มันเป็นเครื่องมือที่บ่งชี้ค่าไปตามความเร็วของการเคลื่อนไหว หรือที่เรียกว่า Momentum ของราคานั่นเอง <span style="text-decoration: underline">ซึ่งหลักการก็คือว่า Momentum จะเกิดการเปลี่ยนแปลงก่อนที่ทิศทางของราคาจะเปลี่ยนไปนั่นเอง</span>”</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/motion_momentum1_240x180.gif"><img style="border-right-width: 0px; margin: 10px auto; display: block; float: none; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px" title="motion_momentum1_240x180" border="0" alt="motion_momentum1_240x180" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/motion_momentum1_240x180_thumb.gif" width="246" height="186" /></a></p>
<p>เขายังได้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบอีกเช่นว่า มันคล้ายกับการที่เมื่อปล่อยจรวดขึ้นฟ้าไปแล้ว ก่อนที่จรวดจะหักหัวกลับลงมานั้น เราจะเห็นว่ามันจะต้องเกิดการเคลื่อนไหวที่ช้าลงเสียก่อน โดยเขาได้พูดเอาไว้ว่า <strong><span style="color: #ff8080">“การลดลงของ Momentum นั้น จะเกิดขึ้นก่อนที่วัตถุจะเปลี่ยนแปลงทิศทางของมัน”</span></strong> และเขายังบอกอีกว่า “มันเป็นเครื่องมือที่ช่วยบอกถึงการเปลี่ยนแปลงของทิศทางล่วงหน้า และนั่นคือหน้าที่ของมัน มันช่วยในการคาดเดาการเปลี่ยนแปลงทิศทางของราคา”</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/motion_momentum2_240.gif"><img style="border-right-width: 0px; margin: 10px auto; display: block; float: none; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px" title="motion_momentum2_240" border="0" alt="motion_momentum2_240" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/motion_momentum2_240_thumb.gif" width="252" height="300" /></a></p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #8000ff">“มันกลายมาเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ที่วิเศษเป็นอย่างยิ่ง มันใช้ได้จริงและเชื่อถือได้ค่อนข้างมาก คุณยังสามารถใช้มันได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นกราฟแบบราย 3 นาที หรือรายวัน หรือรายสัปดาห์ก็ได้”</span></strong></p>
</blockquote>
<p><span style="color: #ffffff">วิธีการเล่นหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Stochastic</span></p>
<p><span style="text-decoration: underline">Stochastics นั้นได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ George Lane และกลุ่มนักเก็งกำไรหลายๆคนที่ MidAmerica Commodity Exchange ได้นัดพบปะกันเพื่อพยายามที่จะช่วยกันค้นคว้าและสร้าง Indicator เพื่อช่วยในการเก็งกำไรของพวกเขา</span></p>
<p>Lane ได้บอกกับเราว่า “ด้วยเหตุผลบางอย่าง ผู้คนที่มารวมกลุ่มกันนั้นส่วนใหญ่จะเป็นชาวโปแลนด์และเชคโกสโลวาเกีย” “มีสมาชิกคนหนึ่ง ได้พาปู่ของเขาซึ่งเป็นขาวเชค(Czech)เข้ามา และปู่ของเขาก็ได้เห็นพวกเรานั้นกำลังพบกับปัญหาต่างๆในการค้นคว้า โดยเราได้พยายามที่จะค้นคว้ามันออกมาแต่ก็กลับยังไม่มีผลที่น่าพอใจขึ้นมา โดยเขาได้บอกกับเราว่าในประเทศของเขานั้นมีสูตรที่สามารถจะคำนวนได้ว่าต้องใช้หินปูนเท่าไหร่เพื่อที่จะนำมาผสมในการทำเหล็กขึ้นมา ดังนั้น ต่อมาเราจึงได้นำเอาสูตรนั้นมาทำการเปลี่ยนแปลงและพัฒนามันขึ้นมาและจบลงกลายเป็นเครื่องมือวิเคราะห์อย่าง Stochastics ขึ้นมา หลังจากนั้นเราก็ได้ค้นคว้าเกี่ยวกับมันและใช้มันในการช่วยตัดสินใจเรื่อยมา และมันก็ใช้ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว” George Lane ยังเล่าต่ออีกว่า “หลังจากนั้น ผมแทบไม่จำเป็นต้องทำงานเพื่อหาเงินใช้อีกเลยในชีวิตของผม เนื่องจาก Stochastics ช่วยให้ผมทำเงินได้เป็นอย่างดี”</p>
<p>นี่เป็นเวลาที่ล่วงเลยผ่านมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่เมื่อ Lane ได้สร้าง Stochastics ขึ้นมา ซึ่งตัวเขาเองนั้นก็ยอมรับว่าเขาจำไม่ได้แล้วว่ามันมีความเกี่ยวเนื่องระหว่างสูตรการผสมเหล็กกับตลาดได้อย่างไร และเขาก็ยังได้ทำการพัฒนามันอีกหลายต่อหลายครั้ง โดยเขาบอกกับเราว่า <strong><span style="color: #ff8000">“ผมไม่ค่อยแน่ใจนักว่าเรายังเก็บข้อมูลของสูตรทางคณิตศาสตร์ที่เราคิดขึ้นมาเป็นครั้งแรกอยู่หรือไม่ แต่เราก็เริ่มต้นเดินมาจากตรงนั้น”</span></strong></p>
<p>George Lane ได้เริ่มต้นการเก็งกำไรเมื่อหลายปีมาแล้ว ในขณะที่เขากับพ่อของเขาได้ทำงานเกี่ยวกับเภสัชกรรมที่คลีนิคแห่งหนึ่งในเขตอุตสาหกรรมของเมือง Chicago โดยที่ครอบครัวของเขาตัดสินใจที่จะเลิกกิจการเมื่อพ่อของเขาต้องการที่จะเกษียนตัวเอง โดย Lane ได้เล่าให้ฟังว่า ในขณะนั้นเขามีโอกาสได้พูดคุยกับเหล่า Broker เกี่ยวกับว่าทำไมพวกเขาถึงไม่ประสบความสำเร็จในธุรกิจเท่าที่ควร เขาเล่าให้เราฟังว่า “บริษัท Broker ได้รู้จักผม พวกเขาบางคนพูดว่า</p>
<p>“นี่ๆ ไอ้หนุ่ม ตอนนี้นายกำลังทำงานอะไรอยู่”</p>
<p>และผมบอกเขาว่า “ผมกำลังหางานทำอยู่”</p>
<p>เขาจึงถามกลับมาว่า “จะเป็นอย่างไร ถ้าเราส่งนายไปที่ New York เพื่อที่นายจะได้เป็นตัวแทน Broker ให้กับพวกเรา?”</p>
<p><span style="color: #ffffff">วิธีการเล่นหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Stochastic</span></p>
<p>หลังจากนั้น Lane จึงได้กลายมาเป็น Broker ในตลาดหุ้น แต่เขาก็ไม่ได้พอใจกับอาชีพนี้เท่าที่ควร และเขาได้เล่าว่า “มีอยู่วันหนึ่ง ผมได้ออกไปกินข้าวเที่ยงนอกออฟฟิสของผม และผมได้เดินไปยังตึกหลังหนึ่งเพื่อซื้อซิการ์ และในขณะที่ผมกำลังยืนอยู่ที่เคาเตอร์นั้น ผมได้ยินเสียงตะโกนกันดังลั่นไปมา จนผมนึกว่าอาจเกิดการพยายามฆ่ากันอยู่ก็ได้ ผมจึงได้วิ่งขึ้นบันไดไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น” เขาล่าต่อว่า “หลังจากนั้น <strong><span style="color: #ff8040"><span style="color: #ff0080">ผมพบว่ามีผู้ชายอยู่ในนั้นประมาณ 35-40 คนกำลังแหกปากและร้องตะโกนกัน และผมจึงได้รู้ว่า ผมกำลังอยู่ที่ Chicago Board of Trade นั่นเอง ผมจึงได้ถามชายคนหนึ่งแถวนั้นว่าพวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่ และเขาได้บอกกับผมว่า “มานี่สิไอ้หนู!” และเขาได้พาผมเข้าไปยังออฟฟิสของเขาและขายค่าสมาชิกให้ผมในราคา 25 เหรียญ และนั่นจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นการเป็นเทรดเดอร์ของผม</span></span></strong>”</p>
<p>Lane ยังได้เล่าต่ออีกว่า นั่นเป็นช่วงเวลาที่การเคลื่อนไหวของราคาข้าวโพด ซึ่งเป็นตลาดที่ร้องแรงที่สุดขณะนั้นยังมีราคาอยู่ประมาณแค่ 12 เซนท์เท่านั้นเอง เขาพูดว่า “ในขณะนั้น Margin ในการเทรดยังถูกมากๆ เนื่องจากการเคลื่อนไหวโดยเฉลี่ยต่อวันยังอยู่ที่ประมาณ 3/8 ถึง 5/8 เซนท์เท่านั้นเอง โดยคุณสามารถที่จะโยนเงินลงไปบนโต๊ะแค่ 20 เหรียญเพื่อเทรดข้าวโพดถึง 200,000 Bushel ได้เลยทีเดียว และถ้ามันวิ่งขึ้นไปแค่ 1/4 หรือ 3/8 เซนต์ นั่นก็ถือว่าคุณทำได้ดีมากแล้ว”</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/image1.png"><img style="border-right-width: 0px; margin: 10px auto; display: block; float: none; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px" title="image" border="0" alt="image" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/image_thumb1.png" width="189" height="255" /></a></p>
<p><span style="color: #ffffff">วิธีการเล่นหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Stochastic</span></p>
<p>วันนี้ขอหยุดเพียงเท่านี้ก่อนครับ วันนี้เกริ่นๆน้ำๆก่อนเพราะเป็นช่วงแรกของบทสัมภาษณ์ครับพรุ่งนี้มาอ่านกันว่าเขาจะแนะนำอะไรให้กับเราในการเก็งกำไรครับ แล้วเจอกันใหม่ที่ <a href="http://mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #ff0000">แมงเม่าคลับ.คอม</span></strong></a> ครับ</p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/george-lane-2/' rel='bookmark' title='ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร : George Lane &ldquo;Father Stochastic&rdquo; Part 2'>ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร : George Lane &ldquo;Father Stochastic&rdquo; Part 2</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/book-review-the-winning-investment-habits-of-warren-buffett-george-soros/' rel='bookmark' title='แนะนำหนังสือหุ้น : The Winning Investment Habits of Warren Buffett &amp; George Soros'>แนะนำหนังสือหุ้น : The Winning Investment Habits of Warren Buffett &#038; George Soros</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/rsi-indicator/' rel='bookmark' title='(Video Clip)วิเคราะหุ้นทางเทคนิคด้วย RSI Indicator'>(Video Clip)วิเคราะหุ้นทางเทคนิคด้วย RSI Indicator</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/george-lane-1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>12</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความไม่รู้จักพึงพอใจในระบบการลงทุนของคุณ : Disgruntled</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/disgruntled/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/disgruntled/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 07 Feb 2010 22:29:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[จิตวิทยาการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[สอนเล่นหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=1147</guid>
		<description><![CDATA[ความไม่รู้จักพึงพอใจในระบบการลงทุนของคุณ เริ่มต้นสัปดาห์นี้กับบทความดีๆจาก Joe Ross นักเก็งกำไร Future ชั้นเยี่ยมคนหนึ่งครับ โดยผมได้นำบทความนี้มาลงต่อเพราะคิดว่าน่าจะมีความต่อเนื่องจากเรื่องของภาวะอาการ “จิตหลุด” ในการเล่นหุ้นที่เคยได้นำมาลงไปแล้วดีทีเดียว จะเป็นอย่างไรนั้น เชิญเข้ามาอ่านกันได้เลยครับ จิตวิทยาการลงทุน วิธีการเล่นหุ้น สอนเล่นหุ้น เมื่อคุณเริ่ม “ไม่พึงพอใจ” ในระบบการลงทุนของคุณบ่อยขึ้น… โดย Joe Ross สถานการณ์ต่อเป็นนี้นั้น มักที่จะเกิดขึ้นกับนักเล่นหุ้นหลายๆคนเป็นประจำ เราลองมาดูกันว่ามันเป็นอย่างไร และมันเคยได้เกิดขึ้นกับคุณบ้างหรือไม่ครับ คุณได้ตัดสินใจที่จะทำตามแผนการและระบบการเล่นหุ้นของคุณให้ได้เป็นอย่างดี แต่การที่คุณได้ทำตามระบบของคุณนั้น กลับทำให้ในคราวนี้ ผลการซื้อ-ขายของคุณไม่ดีเท่าไหร่นัก ในทางกลับกัน คุณรู้สึกว่าการที่คุณทำตามระบบของคุณนั้น กลับทำให้คุณพลาดโอกาสทำกำไรที่ดีเหลือเกินในหุ้นอีกตัวหนึ่ง คุณรุ้สึกว่าคราวนี้คุณขาดทุน ในขณะเดียวกันนั้นคุณกลับพลาดโอกาสทำกำไรไปอย่างมากเช่นกันในหุ้นอีกตัวหนึ่ง คุณเริ่มที่จะรู้สึก “ไม่พอใจ” กับระบบการลงทุนของคุณ คุณจึงเริ่มที่จะคิดว่า มันต้องมีวิธีการที่ดีกว่านี้ที่จะทำให้คุณไม่ต้องพลาดหุ้นตัวนั้นไป คุณพูดกับตัวของคุณว่า “ใช่แน่ๆ มันต้องใช่แน่ๆ ฉันต้องเปลี่ยนวิธีการเล่นซะแล้ว” ดังนั้นต่อมา คุณจึงได้สร้างกฎใหม่ๆขึ้นมา หรือเปลี่ยนแปลงระบบการลงทุนของคุณ เพื่อที่จะทำให้คุณสามารถที่จะกรองหุ้นตัวที่คุณได้พลาดไป และหลีกเลี่ยงหุ้นตัวที่คุณพึ่งจะขาดทุนไปกับมันไปนั่นเอง …คุณเคยทำสิ่งที่ผิดพลาดเช่นนี้บ้างไหมครับ? นี่ถืออีกสถานการณ์หนึ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ คุณกำลังถือหุ้นอยู่ และระบบของคุณได้บอกกับคุณให้ขายออกไป โดยที่นั่นทำให้คุณได้กำไรแค่เพียงนิดเดียวหรืออาจไม่ได้กำไรเลย หลังจากนั้นไม่นานจากที่คุณได้ขายมันออกไป ราคาของหุ้นตัวนั้นก็วิ่งขึ้นไปอีกครั้ง [...]
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/betting-psychology/' rel='bookmark' title='จิตวิทยาการเดิมพัน : Betting Psychology'>จิตวิทยาการเดิมพัน : Betting Psychology</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-psychology-clip-2/' rel='bookmark' title='วิธีการเล่นหุ้น(Video Clip) : Trading Psychology (Part 2)'>วิธีการเล่นหุ้น(Video Clip) : Trading Psychology (Part 2)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/babe-ruth/' rel='bookmark' title='อัตราความแม่นยำในการเล่นหุ้น : Babe Ruth and Accuracy'>อัตราความแม่นยำในการเล่นหุ้น : Babe Ruth and Accuracy</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #0000ff;"><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/02/joeRoss.jpg"><img style="margin: 0px 5px 5px; display: inline; border: 0px;" title="หุ้น joe Ross" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/02/joeRoss_thumb.jpg" border="0" alt="หุ้น joe Ross" width="111" height="122" align="left" /></a> ความไม่รู้จักพึงพอใจในระบบการลงทุนของคุณ</span></strong></p>
<p>เริ่มต้นสัปดาห์นี้กับบทความดีๆจาก Joe Ross นักเก็งกำไร Future ชั้นเยี่ยมคนหนึ่งครับ โดยผมได้นำบทความนี้มาลงต่อเพราะคิดว่าน่าจะมีความต่อเนื่องจากเรื่องของภาวะอาการ <span style="color: #3366ff;"><a title="การขาดทุนติดๆกัน และอาการ &quot;จิตหลุด&quot; ในการเล่นหุ้น" href="http://mangmaoclub.com/trading-psychology-spiral/">“จิตหลุด”</a></span> ในการเล่นหุ้นที่เคยได้นำมาลงไปแล้วดีทีเดียว จะเป็นอย่างไรนั้น เชิญเข้ามาอ่านกันได้เลยครับ</p>
<p><span id="more-1147"></span></p>
<p><strong><span style="color: #ffffff;">จิตวิทยาการลงทุน วิธีการเล่นหุ้น สอนเล่นหุ้น</span></strong></p>
<p><strong>เมื่อคุณเริ่ม “ไม่พึงพอใจ” ในระบบการลงทุนของคุณบ่อยขึ้น… โดย Joe Ross</strong></p>
<p>สถานการณ์ต่อเป็นนี้นั้น มักที่จะเกิดขึ้นกับนักเล่นหุ้นหลายๆคนเป็นประจำ เราลองมาดูกันว่ามันเป็นอย่างไร และมันเคยได้เกิดขึ้นกับคุณบ้างหรือไม่ครับ</p>
<p>คุณได้ตัดสินใจที่จะทำตามแผนการและระบบการเล่นหุ้นของคุณให้ได้เป็นอย่างดี แต่การที่คุณได้ทำตามระบบของคุณนั้น กลับทำให้ในคราวนี้ ผลการซื้อ-ขายของคุณไม่ดีเท่าไหร่นัก ในทางกลับกัน คุณรู้สึกว่าการที่คุณทำตามระบบของคุณนั้น กลับทำให้คุณพลาดโอกาสทำกำไรที่ดีเหลือเกินในหุ้นอีกตัวหนึ่ง</p>
<p>คุณรุ้สึกว่าคราวนี้คุณขาดทุน ในขณะเดียวกันนั้นคุณกลับพลาดโอกาสทำกำไรไปอย่างมากเช่นกันในหุ้นอีกตัวหนึ่ง คุณเริ่มที่จะรู้สึก “ไม่พอใจ” กับระบบการลงทุนของคุณ คุณจึงเริ่มที่จะคิดว่า มันต้องมีวิธีการที่ดีกว่านี้ที่จะทำให้คุณไม่ต้องพลาดหุ้นตัวนั้นไป คุณพูดกับตัวของคุณว่า “ใช่แน่ๆ มันต้องใช่แน่ๆ ฉันต้องเปลี่ยนวิธีการเล่นซะแล้ว” ดังนั้นต่อมา คุณจึงได้สร้างกฎใหม่ๆขึ้นมา หรือเปลี่ยนแปลงระบบการลงทุนของคุณ เพื่อที่จะทำให้คุณสามารถที่จะกรองหุ้นตัวที่คุณได้พลาดไป และหลีกเลี่ยงหุ้นตัวที่คุณพึ่งจะขาดทุนไปกับมันไปนั่นเอง</p>
<p>…คุณเคยทำสิ่งที่ผิดพลาดเช่นนี้บ้างไหมครับ?</p>
<p>นี่ถืออีกสถานการณ์หนึ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ คุณกำลังถือหุ้นอยู่ และระบบของคุณได้บอกกับคุณให้ขายออกไป โดยที่นั่นทำให้คุณได้กำไรแค่เพียงนิดเดียวหรืออาจไม่ได้กำไรเลย หลังจากนั้นไม่นานจากที่คุณได้ขายมันออกไป ราคาของหุ้นตัวนั้นก็วิ่งขึ้นไปอีกครั้ง และหากคุณไม่ได้ขายมันออกไป คุณจะทำกำไรได้อย่างมากมายเลยทีเดียว สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้คุณรู้สึกว่าคุณมันช่างโง่เง่านัก คุณนึกกับตัวเองว่ามันต้องมีบางอย่างผิดพลาดไปกับระบบการลงทุนของคุณ</p>
<p>กฎของคุณ หรือระบบการลงทุนของคุณต้องมีอะไรผิดพลาดไปแน่ๆ ดังนั้นคุณจึงทำการเปลี่ยนแปลงระบบของคุณ หรือไม่ก็สร้างมันขึ้นมาใหม่เพื่อที่ว่า ในคราวหน้ามันจะได้ไม่เกิดขึ้นอีก คุณจะได้ไม่ต้องเสียโอกาสทำกำไรไปนั่นเอง</p>
<p>คุณจึงตัดสินใจที่จะทิ้งระบบการลงทุนที่คุณได้สร้างมันมาอย่างยากลำบากและทำกำไรให้คุณมาได้อย่างดีไป คุณตัดสินใจที่จะทิ้งสิ่งที่คุณได้ศึกษาและเรียนรู้มาอย่างยาวนานไป คุณได้ทิ้งภูมิปัญญาที่ได้เคยทำให้คุณได้กำไรมาอย่างสม่ำเสมอไปเพียงเพราะผลการเทรดในครั้งที่ผ่านมา</p>
<p><strong><span style="color: #0080ff;">หากว่าคุณเคยมีความคิดเช่นนี้ หรือแม้กระทั่งเคยได้ทำสิ่งเหล่านี้ไป นั่นกำลังเป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่าบางที คุณอาจกำลังมี “ความโลภ” เกินไปก็เป็นได้</span></strong> ทำไมน่ะหรือ? เพราะความโลภทำให้คุณไม่รู้จักคำว่าพอไงล่ะ แต่จริงๆแล้วคุณนั้นไม่มีวันที่จะสนองต่อความโลภของคุณจนมันพอได้หรอก มันมักที่จะต้องการ และต้องการมากว่าเดิม</p>
<p><strong><span style="color: #ff8000;">จำไว้ให้ดีว่า มันไม่ใช่ทีของคุณไปเสียทุกครั้งหรอก ไม่มีทางที่คุณจะซื้อ-ขายได้กำไรตลอดเวลา</span></strong> คุณต้องรู้จักพอใจในผลกำไรจากการซื้อขายครั้งที่ถูกต้องจากระบบของคุณ บางครั้งเท่านั้นแหละที่มันจะทำกำไรให้คุณได้อย่างมากมาย ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วการซื้อ-ขายหุ้นส่วนใหญ่ก็มักจะทำให้คุณขาดทุนหรือเสมอตัวเล็กน้อยเท่านั้น มันแทบจะไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้หรอก</p>
<p><strong><span style="color: #ff8080;">และจงจำไว้ให้ดีว่า ทุกๆครั้งที่คุณเล่นถูกทางนั้น ไม่ได้หมายความว่ามันจะกลายเป็นกำไรก้อนใหญ่สำหรับคุณเสมอไป ในการที่คุณได้ซื้อ-ขายหุ้นไปตามระบบการลงทุนของคุณนั้น คุณไม่มีทางรู้ว่าผลของการซื้อ-ขายแต่ละครั้งมันจะออกมาเป็นอย่างไรหรอก</span></strong> และนี่คือความจริงของการเก็งกำไรทุกๆอย่าง หากคุณไม่เชื่อก็ลองดู แต่คุณไม่มีวันที่จะหยั่งรู้อนาคตได้ทุกๆครั้งๆอย่างแน่นอน</p>
<p>เมื่อไหร่ที่เราพลาดการทำกำไรก้อนโตไป และพยายามที่จะหารูปแบบกราฟแพทเทิรน์ หรือรูปแบบของอินดิเคเตอร์ต่างๆ เพื่อที่ว่าในครั้งต่อไปเราจะได้ไม่ต้องพลาดมันไปอีกเลยนั้น นั่นแปลว่าคุณกำลังที่จะย่างเท้าเข้าไปในถนนของความเพ้อฝัน ในการที่จะพยายามหาเวทย์มนต์บางอย่างซึ่งไม่มีอยู่จริงในการเล่นหุ้นหรือเก็งกำไรแล้วล่ะ</p>
<p>นี่ช่างเป็นความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่เหลือเกินที่คุณจะทำมันลงไป นักเล่นหุ้นชั้นเซียนนั้นรู้ดีว่าพวกเขามีโอกาสที่จะต้องเจอกับกำไรก้อนเล็กๆและกำไรก้อนใหญ่ๆคละเคล้ากันไปเป็นธรรมดา และแน่นอนว่า พวกเขาจะต้องเจอกับการขาดทุนด้วยอย่างแน่นอน ซึ่งโดยปกติแล้วทุกๆคนก็ย่อมจะพยายามที่จะทำให้การขาดทุนที่เกิดขึ้นนั้นเจ็บตัวน้อยที่สุด แต่มันย่อมต้องมีบางครั้งที่มันอาจที่จะขาดทุนก้อนใหญ่กว่าที่คิดเอาไว้มากก็ได้</p>
<p><strong><span style="color: #8000ff;">หากว่าความโชคร้ายของคุณในบางครั้งทำให้คุณรู้สึก “ไม่พอใจ” เป็นอย่างมากล่ะก็ คุณคงต้องลองทบทวนทัศนคติและความคิดของคุณในการเล่นหุ้นเสียใหม่แล้วล่ะ แผนการเล่นในใจของคุณนั้น ควรที่จะต้องเผื่อใจไว้สำหรับความผิดหวังและการขาดทุนเสียบ้าง</span></strong></p>
<p>คุณต้องเรียนรู้ที่จะเชื่อในสิ่งที่คุณทำ และสามารถที่จะเล่นหุ้นจากความเชื่อที่ว่า การทำตามระบบของคุณนั้นจะทำให้คุณกลับมามีกำไรในที่สุด และเมื่อไหร่ที่คุณเริ่มรู้สึก “ไม่พอใจ” และพยายามเปลี่ยนแปลงระบบของคุณบ่อยๆล่ะก็ นั่นหมายถึงว่าคุณกำลังที่จะวางตนเองไปสู่ความล้มเหลวเสียแล้ว <strong><span style="color: #ff0080;">และสิ่งที่เลวร้ายที่สุดสำหรับนักเล่นหุ้นก็อาจจะเกิดขึ้นกับคุณ นั่นก็คือ คุณจะเริ่มสูญเสียความกล้าและเชื่อมั่นในสิ่งที่คุณทำ ซึ่งหากว่าคุณไม่มีมันเหลืออยู่ล่ะก็ คุณจะไม่สามารถเล่นหุ้นได้อย่างมั่นใจอีกเลย</span></strong></p>
<p>นี่คือเหตุผลว่าทำไม จึงมีการที่จะพยายามส่งเสริมให้คุณเขียนบันทึกเหตุผลเบื้องหลังการซื้อ-ขายทุกๆครั้งของคุณเอาไว้ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการกลับมาเขียนหลังจากที่คุณได้ซื้อ-ขายเสร็จสิ้นไปแล้วก็ตาม เพราะคุณต้องเรียนรู้ที่จะพัฒนาการตระหนักถึงเหตุผลในการซื้อ-ขายของคุณนั่นเอง คุณต้องเขียนบันทึกแผนการเล่นหุ้นในทุกๆครั้งของคุณออกมา หรือหากว่าคุณนั้นไม่ทันได้เขียนแผนการเทรดหุ้นของคุณก่อนที่คุณจะซื้อมันเข้ามาล่ะก็ คุณก็ควรที่จะย้อนกลับมาเขียนบันทึกเหตุผลของคุณลงไปเช่นกัน นี่จะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณสามารถกลับมาย้อนดูและวิเคราะห์ถึงปัจจัยต่างๆที่ทำให้ผลการเล่นหุ้นของคุณดีขึ้นหรือแย่ลงมาได้นั่นเอง</p>
<p><strong><span style="color: #ffffff;">จิตวิทยาการลงทุน วิธีการเล่นหุ้น สอนเล่นหุ้น</span></strong></p>
<p>วันนี้จบแล้วครับ คิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับหลายๆคนเช่นเดิม แล้วแวะมาเยี่ยม <a title="หนังสือหุ้นน่าอ่าน วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค" href="http://mangmaoclub.com/" target="_blank"><strong><span style="color: #ff0000;">แมงเม่าคลับ.คอม</span></strong></a> กันอีกนะครับ ขอบคุณที่ติดตามครับ</p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/betting-psychology/' rel='bookmark' title='จิตวิทยาการเดิมพัน : Betting Psychology'>จิตวิทยาการเดิมพัน : Betting Psychology</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-psychology-clip-2/' rel='bookmark' title='วิธีการเล่นหุ้น(Video Clip) : Trading Psychology (Part 2)'>วิธีการเล่นหุ้น(Video Clip) : Trading Psychology (Part 2)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/babe-ruth/' rel='bookmark' title='อัตราความแม่นยำในการเล่นหุ้น : Babe Ruth and Accuracy'>อัตราความแม่นยำในการเล่นหุ้น : Babe Ruth and Accuracy</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/disgruntled/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>77</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อัตราความแม่นยำในการเล่นหุ้น : Babe Ruth and Accuracy</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/babe-ruth/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/babe-ruth/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 07 Feb 2010 01:21:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[จิตวิทยาการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[สอนเ]]></category>
		<category><![CDATA[สอนเล่นหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=1138</guid>
		<description><![CDATA[เบบ รูธ และ อัตราความแม่นยำของเขา วันหยุดสบายๆมีเรื่องมาให้อ่านกันเช่นเคย วันนี้ผมนำบทความซึ่งเขียนไว้โดย Micheal Covel ซึ่งถือเป็นผู้ชำนาญการในการลงทุนแบบ Trend Following คนหนึ่งของโลก และเคยเขียนหนังสือที่ดีมากๆเล่มหนึ่งไว้ด้วยเช่นกัน นั่นก็คือ Trend Following ครับ วิธีการเล่นหุ้น จิตวิทยาการลงทุน เบบ รูธ และ อัตราความแม่นยำของเขา อัตราความแม่นยำในการซื้อ-ขายหุ้นของคุณนั้นสำคัญจริงๆหรือ? คุณเคยรู้บ้างไหมว่านักเล่นหุ้นแบบ Trend Following นั้นมีอัตราความแม่นยำโดยเฉลี่ยเพียงแค่ประมาณ 40% เท่านั้น? จอร์จ เฮอร์มาน รูธ (George Herman Ruth) ฮีโร่นักเบสบอลของชาวนิวยอร์คและคนอเมริกันทั้งประเทศ และอาจกล่าวได้ว่าเขานั้นเป็นนักกีฬาที่กลายเป็นตำนานคนหนึ่งเลยทีเดียว โดยเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะของความสามารถในการทำโฮมรันของเขา อย่างไรก็ตามเขานั้นมีบางสิ่งที่มักจะถูกมองข้ามและไม่ได้พูดถึงไป นั่นก็คือ เขาตีลูกพลาดเยอะมากๆ ความจริงแล้วก็คือ เขามีสถิติการตีลูกโดนโดยเฉลี่ยเพียง .342 เท่านั้น นั่นหมายถึงว่าเขาตีลูกพลาดไปถึง 2 ใน 3 ครั้งทีเดียว หากมองจากในมุมของตัวเลขที่เกิดขึ้นนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นหมายถึงเขาทำล้มเหลวมากกว่าความสำเร็จไปเยอะมาก แต่เมื่อไหร่ที่เขาตีโดนเข้าล่ะก็ จะเกิดอะไรขึ้นน่ะหรือ?.. [...]
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/the-flow-of-the-market/' rel='bookmark' title='กระแสธารแห่งตลาดหุ้น : The Flow of the Markets'>กระแสธารแห่งตลาดหุ้น : The Flow of the Markets</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/betting-psychology/' rel='bookmark' title='จิตวิทยาการเดิมพัน : Betting Psychology'>จิตวิทยาการเดิมพัน : Betting Psychology</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/world-of-trend-follower/' rel='bookmark' title='โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม : Inside the Counterintuitive World of Trend Follower by Charles Faulkner (Part 1)'>โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม : Inside the Counterintuitive World of Trend Follower by Charles Faulkner (Part 1)</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/02/baberuth.jpg"><img style="border-width: 0px; margin: 5px; display: inline;" title="babe ruth หุ้น" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/02/baberuth_thumb.jpg" border="0" alt="babe ruth หุ้น" width="154" height="154" align="left" /></a> <span style="color: #0000ff;">เบบ รูธ และ อัตราความแม่นยำของเขา</span></strong></p>
<p>วันหยุดสบายๆมีเรื่องมาให้อ่านกันเช่นเคย วันนี้ผมนำบทความซึ่งเขียนไว้โดย <strong>Micheal Covel</strong> ซึ่งถือเป็นผู้ชำนาญการในการลงทุนแบบ Trend Following คนหนึ่งของโลก และเคยเขียนหนังสือที่ดีมากๆเล่มหนึ่งไว้ด้วยเช่นกัน นั่นก็คือ Trend Following ครับ</p>
<p><span id="more-1138"></span></p>
<p><strong><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น จิตวิทยาการลงทุน</span></strong></p>
<p><strong>เบบ รูธ และ อัตราความแม่นยำของเขา</strong></p>
<p>อัตราความแม่นยำในการซื้อ-ขายหุ้นของคุณนั้นสำคัญจริงๆหรือ? คุณเคยรู้บ้างไหมว่านักเล่นหุ้นแบบ Trend Following นั้นมีอัตราความแม่นยำโดยเฉลี่ยเพียงแค่ประมาณ 40% เท่านั้น?</p>
<p>จอร์จ เฮอร์มาน รูธ (George Herman Ruth) ฮีโร่นักเบสบอลของชาวนิวยอร์คและคนอเมริกันทั้งประเทศ และอาจกล่าวได้ว่าเขานั้นเป็นนักกีฬาที่กลายเป็นตำนานคนหนึ่งเลยทีเดียว โดยเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะของความสามารถในการทำโฮมรันของเขา อย่างไรก็ตามเขานั้นมีบางสิ่งที่มักจะถูกมองข้ามและไม่ได้พูดถึงไป นั่นก็คือ เขาตีลูกพลาดเยอะมากๆ ความจริงแล้วก็คือ เขามีสถิติการตีลูกโดนโดยเฉลี่ยเพียง .342 เท่านั้น นั่นหมายถึงว่าเขาตีลูกพลาดไปถึง 2 ใน 3 ครั้งทีเดียว</p>
<p>หากมองจากในมุมของตัวเลขที่เกิดขึ้นนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นหมายถึงเขาทำล้มเหลวมากกว่าความสำเร็จไปเยอะมาก แต่เมื่อไหร่ที่เขาตีโดนเข้าล่ะก็ จะเกิดอะไรขึ้นน่ะหรือ?.. นั่นสามารถทำให้ผู้ขว้างของฝ่ายตรงข้ามถึงกับฝันร้ายได้เลยทีเดียว และนั่นเป็นเหตุผลหนึ่งว่าทำไมชื่อของเขายังคงกึกก้องอยู่ในวงการกีฬาทุกๆวันนี้</p>
<p>เบบ รูธ นั้นเข้าใจเป็นอย่างดีว่า การตีลูกโฮมรันถูกเพียงครั้งเดียวนั้น มีผลกระทบต่อเกมมากกว่าการตีลูกแล้วไม่โดนของเขาเยอะมาก และเขาได้อธิบายปรัชญาในการเล่นของเขาง่ายๆด้วยประโยคสั้นๆดังนี้ <strong><span style="color: #0080ff;">“ทุกๆครั้งที่ผมตีลูกไม่โดน(Strike) นั่นหมายถึงว่าผมกำลังเข้าไกล้โฮมรันของผมขึ้นไปเรื่อยๆแล้ว”</span></strong> และเมื่อนักข่าวได้ถามเขาว่า เขามีวิธีการอย่างไรในการจัดการกับความรู้สึกเมื่อทุกๆอย่างเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ เขาตอบว่า “ผมก็แค่เดินไปยืนตรงนั้น แล้วพยายามเหวี่ยงไม้ในครั้งต่อไป”</p>
<p>และนี่คือสิ่งที่เป็นบทเรียนสำหรับนักเล่นหุ้นได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือ <strong><span style="color: #ff8000;">“หากคุณมีความมั่นใจอย่างแท้จริงในวิธีการเล่นหุ้นและตัวของคุณเองแล้วล่ะก็ การขาดทุนที่เกิดขึ้นเป็นพักๆนั้นจะไม่มีผลสำคัญกับคุณหรอก เพราะในที่สุดแล้วคุณจะสามารถกลับมาทำกำไรได้มากกว่าเดิมในระยะยาว”</span></strong></p>
<p>เพื่อที่จะช่วยให้คุณเห็นภาพได้ดีขึ้น ผมจะขอยกตัวอย่างที่เห็นกันได้จากในชีวิตประจำวันของทุกๆคน นั่นก็คือ มนุษย์เงินเดือนและผู้ประกอบการนั่นเอง มนุษย์เงินเดือนชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเขาจะได้รายรับเป็นเงินจำนวนเท่าๆเดิมในทุกๆเดือน(อาจมีการขึ้นเงินเดือนบ้างเป็นช่วงๆ หรือตามภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น) เมื่อมองในทางตัวเลขของอัตราความแม่นยำแล้ว มนุษย์เงินเดือนคือพระราชาแห่งความแม่นยำเลยทีเดียว พวกเขามีอัตราส่วนการทำงานและการได้รับเงินอย่างแน่นอน 100% พวกเขามีงานที่มั่นคง และชีวิตที่มั่นคง แต่จริงๆแล้ว ความปลอดภัยที่พวกเขารู้สึกนั้นคือภาพลวงตาอย่างหนึ่ง จริงๆแล้วเงินที่พวกเขาได้รับนั้นขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจในขณะนั้น สภาวะของอุตสาหกรรมหรือแม้กระทั้งเจ้านายของพวกเขา และที่สำคัญเงินที่พวกเขาได้รับส่วนใหญ่นั้นก็ไม่ได้มากมายอะไร มันอาจทำให้พวกเขามีชีวิตที่มั่นคง แต่ไม่มากไปกว่านั้น</p>
<p>ในทางกลับกันแล้ว เมื่อเรามองไปยังเหล่าผู้ประกอบการนั้น วันรับเงินของพวกเขามักไม่แน่นอน พวกเขาอาจใช้เวลาเป็นเดือนๆ หรือเป็นปีๆ โดยที่ไม่เห็นตัวเงินหรือผลตอบแทนที่แน่นอนขึ้นมา เมื่อมองในแง่อัตราความแม่นยำของพวกเขานั้นช่างน่าสลดใจเลยทีเดียว ไอเดียที่ยิ่งใหญ่เป็นสิบๆครั้งของพวกเขานั้น 7 ครั้งมักจะหายไปกับสายลม ที่เหลืออีก 3 ครั้งนั้น 2 ครั้งในนั้นมักทำให้เวลาในชีวิตและเงินของพวกเขาของพวกเขาสูญเปล่า แต่เราไม่สามารถที่จะดูถูกเหล่าผู้ประกอบการพวกนี้ซึ่งได้ทุ่มเทให้กับความล้มเหลวได้สักเท่าไหร่หรอก พวกเขามีความปรารถนาที่แรงกล้าในชีวิตของพวกเขา พวกเขาคือผู้กุมชะตาชีวิตของพวกเขาเอง ซึ่งในที่สุดไอเดียครั้งสุดท้ายของพวกเขาอาจทำเงินให้พวกเขาเป็นหลายล้านบาทในที่สุดก็ได้ โดยคนที่ได้เคยกล่าวถึงเรื่องของอัตราความแม่นยำในการลงทุนเอาไว้ได้เป็นอย่างดีคนหนึ่งก็คือ นักเก็งกำไรระดับตำนานอย่าง จอร์จ โซรอส นั่นเอง โดยเขาได้เคยพูดเอาไว้ว่า <span style="color: #ff8080;"><strong>“มันไม่สำคัญหรอกว่าคุณจะผิดหรือถูกบ่อยสักแค่ไหน สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือ คุณทำเงินได้มากแค่ไหน เมื่อเทียบกับการขาดทุนของคุณเมื่อคุณคิดผิดไป”</strong></span></p>
<p><strong><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น จิตวิทยาการลงทุน</span></strong></p>
<p>เรื่องนี้สำหรับคนมือเก่าๆเขี้ยวลากดินในตลาดหุ้นอาจดูเป็นเรื่องง่ายๆไม่น่าสนใจสักเท่าไหร่ แต่สำหรับมือใหม่แล้วผมคิดว่าควรจะต้องทำความเข้าใจให้ดีทีเดียว ไม่เช่นนั้นอาจหลงทางไปหาจอกศักดิสิทธ์ หรือ Holy Grail อยู่อีกนานหลายปีทีเดียว (เพราะตอนแรกๆผมก็เคยเป็น 55) เพราะหากเราจับประเด็นในการเล่นหุ้นผิดไป ก็อาจต้องไปหลงอยู่ในวังวนของการหาอินดิเคเตอร์ หาวิธีการอ่านกราฟพิสดารเข้าไปเรื่อยๆ เพราะหลงคิดไปว่าการจะเล่นให้ได้กำไรต้องอาศัยความแม่นยำเท่านั้น <span style="text-decoration: underline;">แต่จริงๆแล้วผมคิดว่าเมื่อพูดกันแบบบ้านๆแล้ว ประเด็นหรือเป้าจริงๆของการเล่นหุ้นนั้นก็เพียง “ทำกำไรให้ได้มากกว่าขาดทุน” เท่านั้นเองครับ</span> แล้วเจอกันใหม่ที่ <a title="หนังสือหุ้นน่าอ่าน วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค" href="http://mangmaoclub.com/" target="_blank"><strong><span style="color: #ff0000;">แมงเม่าคลับ.คอม</span></strong></a> ครับ ขอให้มีความสุขกับวันหยุดสบายๆนี้ครับ</p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/the-flow-of-the-market/' rel='bookmark' title='กระแสธารแห่งตลาดหุ้น : The Flow of the Markets'>กระแสธารแห่งตลาดหุ้น : The Flow of the Markets</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/betting-psychology/' rel='bookmark' title='จิตวิทยาการเดิมพัน : Betting Psychology'>จิตวิทยาการเดิมพัน : Betting Psychology</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/world-of-trend-follower/' rel='bookmark' title='โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม : Inside the Counterintuitive World of Trend Follower by Charles Faulkner (Part 1)'>โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม : Inside the Counterintuitive World of Trend Follower by Charles Faulkner (Part 1)</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/babe-ruth/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>17</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กระแสธารแห่งตลาดหุ้น : The Flow of the Markets</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/the-flow-of-the-market/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/the-flow-of-the-market/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Feb 2010 21:18:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[จิตวิทยาการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[สอนเล่นหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=1101</guid>
		<description><![CDATA[กระแสธารแห่งตลาดหุ้น : The Flow of the Markets ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม แต่นักเล่นหุ้นส่วนใหญ่ที่เอาตัวเองเป็นที่ตั้งนั้น ไม่ว่าตลาดหุ้นจะวิ่งขึ้นหรือวิ่งลง ในระยะยาวแล้วคนพวกนี้ก็มักจะต้องขาดทุนเสมอไป นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นวัฏจักรอยู่เรื่อยมา ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตลาดหุ้น แต่อยู่ที่ตัวของนักเล่นหุ้นเองต่างหาก เรามาอ่านบทความโดย Van K. Tharp ที่ได้เขียนเอาไว้อย่างน่าสนใจกันครับ จิตวิทยาการลงทุน วิธีการเล่นหุ้น กระแสธารแห่งตลาดหุ้น โดย Van K. Tharp, Ph.D. ลองจิตนาการว่าคุณนั้นกำลังอยู่ในสายน้ำแห่งหนึ่ง และคุณรู้สึกได้ว่า เมื่อไหร่ที่คุณว่ายไปตามกระแสน้ำ คุณจะสามารถเคลื่อนที่ไปได้อย่างรวดเร็ว แต่เมื่อไหร่ที่คุณว่ายไปในทิศทางตรงกันข้าม หรือสวนกับกระแสน้ำล่ะก็ คุณจะสามารถเคลื่อนที่ได้ช้ามากๆ จนอาจไปไหนไม่ได้เลย ซึ่งความจริงแล้วก็คือ เมื่อไหร่ที่คุณพยายามว่ายทวนน้ำไปนั้น มันดูราวกับว่า คุณต้องใช้ความพยายามอย่างมากมายเพียงเพื่อที่จะให้สามารถอยู่กับที่เดิมได้เท่านั้น มันเหมือนกับว่าชีวิตของคุณเต็มไปด้วยอุปสรรคที่คอยขัดขวางคุณอยู่ และมันพยายามที่จะผลักคุณไปในทิศทางที่คุณนั้นไม่ต้องการ คุณรู้สึกว่ามันช่างยากลำบากกับการพยายาต่อสู้กับมันเหลือเกิน ซึ่งจริงๆแล้วมันก็แทบจะไม่ช่วยอะไรเลย สุดท้ายแล้วมันดูเหมือนกับว่า คุณกำลังไหลไปในทิศทางหนึ่งเท่านั้น และนั้นก็คือทิศเดียวกับกระแสน้ำนั่นเอง จิตวิทยาการลงทุน วิธีการเล่นหุ้น ซื้อสูง ขายต่ำอย่างนั้นหรือ? หนึ่งในสุภาษิตที่เก่าแก่ในเรื่องของจิตวิทยาการลงทุนนั้นก็คือ “อย่ากลัวที่จะซื้อเมื่อราคาสูง และขายเมื่อราคาต่ำ” เรามาวิเคราะห์ถึงความหมายของมันกัน เมื่อไหร่ที่ราคาของหุ้นนั้นสูงขึ้น [...]
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/betting-psychology/' rel='bookmark' title='จิตวิทยาการเดิมพัน : Betting Psychology'>จิตวิทยาการเดิมพัน : Betting Psychology</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-psychology-clip-2/' rel='bookmark' title='วิธีการเล่นหุ้น(Video Clip) : Trading Psychology (Part 2)'>วิธีการเล่นหุ้น(Video Clip) : Trading Psychology (Part 2)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/babe-ruth/' rel='bookmark' title='อัตราความแม่นยำในการเล่นหุ้น : Babe Ruth and Accuracy'>อัตราความแม่นยำในการเล่นหุ้น : Babe Ruth and Accuracy</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #0000ff;"> </span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;"><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/02/Vantharp.jpg"><img style="margin: 5px; display: inline; border-width: 0px;" title="หุ้น Van tharp" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/02/Vantharp_thumb.jpg" border="0" alt="หุ้น Van tharp" width="112" height="112" align="left" /></a> กระแสธารแห่งตลาดหุ้น : The Flow of the Markets</span></strong></p>
<p>ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม แต่นักเล่นหุ้นส่วนใหญ่ที่เอาตัวเองเป็นที่ตั้งนั้น ไม่ว่าตลาดหุ้นจะวิ่งขึ้นหรือวิ่งลง ในระยะยาวแล้วคนพวกนี้ก็มักจะต้องขาดทุนเสมอไป นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นวัฏจักรอยู่เรื่อยมา ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตลาดหุ้น แต่อยู่ที่ตัวของนักเล่นหุ้นเองต่างหาก เรามาอ่านบทความโดย Van K. Tharp ที่ได้เขียนเอาไว้อย่างน่าสนใจกันครับ</p>
<p><span id="more-1101"></span></p>
<p><span style="color: #ffffff;">จิตวิทยาการลงทุน วิธีการเล่นหุ้น</span></p>
<p><strong>กระแสธารแห่งตลาดหุ้น โดย Van K. Tharp, Ph.D.</strong></p>
<p>ลองจิตนาการว่าคุณนั้นกำลังอยู่ในสายน้ำแห่งหนึ่ง และคุณรู้สึกได้ว่า เมื่อไหร่ที่คุณว่ายไปตามกระแสน้ำ คุณจะสามารถเคลื่อนที่ไปได้อย่างรวดเร็ว แต่เมื่อไหร่ที่คุณว่ายไปในทิศทางตรงกันข้าม หรือสวนกับกระแสน้ำล่ะก็ คุณจะสามารถเคลื่อนที่ได้ช้ามากๆ จนอาจไปไหนไม่ได้เลย</p>
<p>ซึ่งความจริงแล้วก็คือ เมื่อไหร่ที่คุณพยายามว่ายทวนน้ำไปนั้น มันดูราวกับว่า คุณต้องใช้ความพยายามอย่างมากมายเพียงเพื่อที่จะให้สามารถอยู่กับที่เดิมได้เท่านั้น มันเหมือนกับว่าชีวิตของคุณเต็มไปด้วยอุปสรรคที่คอยขัดขวางคุณอยู่ และมันพยายามที่จะผลักคุณไปในทิศทางที่คุณนั้นไม่ต้องการ คุณรู้สึกว่ามันช่างยากลำบากกับการพยายาต่อสู้กับมันเหลือเกิน ซึ่งจริงๆแล้วมันก็แทบจะไม่ช่วยอะไรเลย สุดท้ายแล้วมันดูเหมือนกับว่า คุณกำลังไหลไปในทิศทางหนึ่งเท่านั้น และนั้นก็คือทิศเดียวกับกระแสน้ำนั่นเอง</p>
<p><span style="color: #ffffff;">จิตวิทยาการลงทุน วิธีการเล่นหุ้น</span></p>
<p><strong>ซื้อสูง ขายต่ำอย่างนั้นหรือ?</strong></p>
<p>หนึ่งในสุภาษิตที่เก่าแก่ในเรื่องของจิตวิทยาการลงทุนนั้นก็คือ “อย่ากลัวที่จะซื้อเมื่อราคาสูง และขายเมื่อราคาต่ำ” เรามาวิเคราะห์ถึงความหมายของมันกัน</p>
<p>เมื่อไหร่ที่ราคาของหุ้นนั้นสูงขึ้น นั่นหมายถึงว่ามันกำลังวิ่งขึ้นไป คนที่กลัวกับการที่จะต้องซื้อหุ้นเนื่องจากรู้สึกว่าราคาของมันสูงเกินไปนั้น แท้จริงแล้วเปรียบเสมือนพวกเขากำลังสู้กับกระแสน้ำอยู่นั่นเอง <strong><span style="color: #8080ff;">แน่นอนว่ากระแสน้ำอาจเปลี่ยนทิศทางการไหลของมันก็ได้ แต่คุณไม่มีวันที่จะทำนายได้หรอกว่า “เมื่อไหร่ที่มันจะเปลี่ยนทิศทาง” จากเพียงการวัดจากว่ามันได้ไหลมายาวนานแค่ไหนแล้ว</span></strong> มันอาจจะยังไหลไปในทิศทางเดิมเป็นเวลาอีกยาวนานก็ได้ ในอีกกรณีหนึ่งก็คือ เมื่อไหร่ที่ราคาหุ้นตกต่ำ นั่นก็เป็นการบ่งชี้ถึงกระแสน้ำของมันเช่นกัน คนที่กลัวที่จะต้องขายหุ้นนั้น ก็เปรียบเสมือนว่าเขากำลังพยายามสู้กับกระแสน้ำอยู่เช่นกัน</p>
<p>ไม่ว่าคุณจะว่ายไปกับกระแสน้ำ หรือพยายามว่ายไปในทิศทางตรงกันข้ามกับมัน ตลาดหุ้นนั้นก็ยังคงที่จะไหลต่อไป และพาคุณไปในทิศทางที่มันต้องการอยู่เช่นนั้น</p>
<p>คำถามก็คือ “แล้วทำไมนักเก็งกำไรส่วนใหญ่จึงยังพยายามที่จะฝืนกระแสของตลาดล่ะ?”</p>
<p>นั่นก็เป็นเพราะว่า พวกเขากำลังตกอยู่ในเกมทางจิตวิทยาของตลาดนั่นเอง โดยธรรมดาแล้วเกมส่วนใหญ่ที่คุณเคยเล่นนั้น ในการที่คุณจะชนะมัน คุณต้องอาศัยความพยายามที่จะไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อมัน คุณต้องพยายามควบคุมให้ทุกสิ่งเป็นไปอย่างที่คุณคิด แต่อย่างไรก็ตาม คุณนั้นไม่มีวันที่จะควบคุมกระแสน้ำของตลาดหุ้นได้อย่างแน่นอน</p>
<p>เมื่อไหร่ที่คุณพยายามดิ้นรนที่จะต่อสู้กับตลาดหุ้นนั้น นั่นอาจเป็นการต่อสู้ที่ทำให้คุณไม่เหลืออะไรเลย อย่างไรก็ตาม คุณอาจไม่ได้ตระหนักว่าคุณกำลังพยายามดิ้นรนต่อสู้อยู่กับตลาดหุ้น ในทางกลับกัน <strong><span style="color: #ff8000;">คุณกลับจะรู้สึกว่าคุณนั้นพยายามที่จะหาหนทางหรือเหตุผลที่จะเอาชนะตลาดหุ้นต่างหาก และสิ่งนี้เองที่กำลังคอยบดบังหนทางที่ดีที่สุดของคุณอยู่ นั่นก็คือ การรู้จักที่จะ “ปล่อยให้มันไหลไป”</span></strong></p>
<p><span style="color: #ffffff;">จิตวิทยาการลงทุน วิธีการเล่นหุ้น</span></p>
<p>ยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่า คุณได้คาดการณ์ว่าตลาดหุ้นมีแนวโน้มที่จะเข้าสู่ช่วงตกต่ำของมัน ทุกสิ่งทุกอย่างในใจของคุณ บอกกับคุณว่า มันกำลังจะเข้าสู่ช่วงขาลงของตลาดหุ้นแล้ว ซึ่งสำหรับคุณนั้น ทุกครั้งที่ตลาดหุ้นนั้นหักหัวลงแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม มันคือหลักฐานยืนยันที่ทำให้คุณคิดว่าในที่สุด ตลาดหุ้นกำลังจะเปลี่ยนทางกลับมาเป็นขาลงแล้ว ผลก็คือ คุณจะพยายามขาย Short ทุกครั้งที่ตลาดหักหัวลง และถึงแม้ว่าคุณจะขาดทุน คุณก็จะทำมันซ้ำแล้วซ้ำอีกทุกครั้ง จนในที่สุดแล้วตลาดหุ้นก็กลายเป็นขาลงในวันหนึ่ง แต่คุณก็กลับขาดทุนสะสมจากการที่คุณพยายามที่จะฝืนสู้กับกระแสของมันนั่นเอง</p>
<p>นี่คือสิ่งที่แย่ที่สุด สำหรับนักเล่นหุ้นส่วนใหญ่ที่รับไม่ได้หรือปฏิเสธที่จะยอมรับการขาดทุนของเขา ถึงแม้ว่าตลาดจะวิ่งไปในทิศทางตรงกันข้ามกับที่เขาได้คิดเอาไว้ แต่พวกเขากลับปฏิเสธที่จะว่ายไปกับกระแสน้ำของมัน และปฏิเสธที่จะยอมรับการขาดทุนที่เกิดขึ้น ถึงแม้ว่ามันจะน้อยแค่ไหนก็ตามอีกด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ดูราวกับว่าตลาดหุ้นกำลังพยายามที่จะสบประมาทตัวของพวกเขาอยู่ ผลก็คือ เขาปฏิเสธที่จะตัดขาดทุนแต่เนิ่นๆจนพวกมันเริ่มที่จะมากขึ้นเกินไป และการขาดทุนที่สูงมากเกินไปนั้น ย่อมเป็นการยากที่นักเล่นหุ้นที่ปฏิเสธการตัดขาดทุนมาตลอดจะยอมรับมันได้ยิ่งขึ้นไปอีก โดยการพยายามที่จะฝืนดิ้นรนนี้จะดำเนินไปเรื่อยๆจนถึงจุดๆหนึ่งที่การขาดทุนนั้นสูงมากเกินไป จนพวกเขาไม่มีทางเลือกอย่างอื่นนอกจากต้องขายตัดขาดทุนออกมานั่นเอง</p>
<p><strong><span style="color: #8000ff;">หนทางในการที่จะแก้ปัญหาต่ออาการต่อต้านหรือฝืนตลาดนั้น คือการยอมรับและตระหนักว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่นี้ไม่ได้เป็นเพราะตลาดหุ้น แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากตัวของคุณเอง ตลาดหุ้นไม่ได้พยายามที่จะทำร้ายคุณ มันแค่เพียงวิ่งไปในทิศทางที่มันต้องการ</span></strong> ไม่ว่าคุณนั้นเลือกที่จะว่ายไปกับมันหรือว่ายทวนกระแสของมันก็ตาม มันก็ยังจะไหลไปเรื่อยๆอย่างที่มันต้องการ และพาคุณไปในทิศทางที่มันต้องการจะไปเช่นเดิม</p>
<p>จงจำไว้ว่าพลังของตลาดหุ้นนั้นมีอำนาจมากกว่าความคิดของคนเพียงคนเดียว คำถามก็คือคุณได้ตระหนักแล้วหรือยังว่าคุณนั้นกำลังดิ้นรนต่อสู้กับตลาดหุ้นอยู่หรือไม่? เมื่อไหร่ที่คุณพยายามที่จะฝืนมัน จึงดูราวกับว่ามันฝืนคุณกลับเช่นกัน แต่สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นนั้นไม่ใช่สิ่งที่เป็นปัญหา</p>
<p><strong><span style="color: #ff0080;">นักเล่นหุ้นที่พยายามดิ้นรนฝืนเอาชนะมันต่างหาก ที่เป็นตัวการของปัญหาที่เกิดขึ้น</span></strong></p>
<p><span style="color: #ffffff;">จิตวิทยาการลงทุน วิธีการเล่นหุ้น</span></p>
<p>หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้หลายๆคนที่อาจกำลังฝืนตลาดอยู่โดยไม่รู้ตัวหรือลืมตัวอยู่ ได้ย้อนกลับมาไตร่ตรองกันจิตใจของเรากันมากขึ้นนะครับ ผมเคยเห็นหลายๆคนเวลาเล่นหุ้นหรือเก็งกำไรมักเอาความคิดตนเองเป็นที่ตั้งว่าต้องไปเท่านั้นเท่านี้ ต้องขึ้นหรือต้องลง แต่คำว่า “ต้อง” นี่แหละที่มักสร้างปัญหาให้พวกเขา เพราะเมื่อไหร่ที่มันไม่เป็นไปอย่างที่มัน “ต้อง” ทำในสิ่งที่เขาคิด เขาจะเริ่มหัวเสีย เริ่มสับสน และท้ายที่สุดคือไม่สามารถคุมอารมณ์ในการเล่นหุ้นได้เลย และสิ่งที่ตามมาก็คือการขาดทุน หรือร้ายไปกว่านั้นผมคิดว่าคือการขาดทุนทางจิตใจ เพราะมันทำให้การเล่นหุ้นของคนพวกนี้จะยิ่งแย่ลงไปเรื่อยๆครับ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม <a title="หนังสือหุ้นน่าอ่าน วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค" href="http://mangmaoclub.com/" target="_blank"><strong><span style="color: #ff0000;">แมงเม่าคลับ.คอม</span></strong></a> ครับ ผมจะคอยอัพเดทบทความดีๆมาให้ลงให้อ่านกันเรื่อยๆเหมือนเดิมนะครับ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/betting-psychology/' rel='bookmark' title='จิตวิทยาการเดิมพัน : Betting Psychology'>จิตวิทยาการเดิมพัน : Betting Psychology</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-psychology-clip-2/' rel='bookmark' title='วิธีการเล่นหุ้น(Video Clip) : Trading Psychology (Part 2)'>วิธีการเล่นหุ้น(Video Clip) : Trading Psychology (Part 2)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/babe-ruth/' rel='bookmark' title='อัตราความแม่นยำในการเล่นหุ้น : Babe Ruth and Accuracy'>อัตราความแม่นยำในการเล่นหุ้น : Babe Ruth and Accuracy</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/the-flow-of-the-market/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>13</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า : The Turtle Traders (9)</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/turtle-trader-9/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/turtle-trader-9/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 18 Jan 2010 01:29:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[หลักการบริหารเงินทุน Money Management]]></category>
		<category><![CDATA[turtle trader]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[สอนเล่นหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=982</guid>
		<description><![CDATA[ชั้นเชิงและกลยุทธ์ในการซื้อ-ขายหุ้น Tactics of Turtle Traders ต่อกันกับวิธีการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า The Turtle Traders ในตอนที่ 9 กันครับ วันนี้จะพูดถึงในเรื่องของชั้นเชิง และกลยุทธ์ในการซื้อ-ขายของเหล่า Turtle Traders เมื่อต้องเจอกับสภาพตลาดในรูปแบบต่างๆกันครับ เกร็ดเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับแนวทางการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า Turtle Traders Mies van der Rohe สถาปนิกชื่อดังของโลกได้เคยกล่าวเอาไว้ เมื่อพูดถึงการออกแบบของเขาว่า “พระเจ้านั้นทรงอยู่ในรายละเอียด” และนี่ก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องเกี่ยวกับการระบบการลงทุนด้วยเช่นกัน การส่งคำสั่งการซื้อขาย อย่างที่เราได้เคยกล่าวเอาไว้แล้ว Richard Dennis และ William Eckhardt ได้แนะนำเหล่า Turtle Traders ไว้ว่า พวกเราไม่ควรที่จะตั้งคำสั่งการซื้อ-ขายเอาไว้ล่วงหน้า เราได้รับการแนะนำให้จ้องมองตลาด และให้ส่งคำสั่งการซื้อ-ขายในขณะที่ตลาดวิ่งถึงจุดที่เราได้กำหนดเอาไว้ทันที พวกเรายังได้รับคำแนะนำอีกด้วยว่า โดยทั่วไปแล้ว มันเป็นการดีกว่าที่เราจะใช้คำสั่ง Limit Order แทนที่จะใช้คำสั่ง Market Order เนื่องจากว่าคำสั่งแบบ Limit Order นั้น จะช่วยให้เราได้ราคาที่ดีกว่า [...]
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/turtle-trader-10/' rel='bookmark' title='เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า : The Turtle Traders (10)'>เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า : The Turtle Traders (10)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/turtle-trader-11/' rel='bookmark' title='เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า : The Turtle Traders (11)'>เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า : The Turtle Traders (11)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/turtle-trader-8/' rel='bookmark' title='เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบ &#8220;เซียนเต่า&#8221; The Turtle Traders !! (ตอนที่ 8)'>เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบ &#8220;เซียนเต่า&#8221; The Turtle Traders !! (ตอนที่ 8)</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/01/TurtleTradersGraphic.jpg"><img style="margin: 5px; display: inline; border-width: 0px;" title="หุ้น Turtle Traders Graphic" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/01/TurtleTradersGraphic_thumb.jpg" border="0" alt="หุ้น Turtle Traders Graphic" width="102" height="102" align="left" /></a> <span style="color: #0000ff;">ชั้นเชิงและกลยุทธ์ในการซื้อ-ขายหุ้น Tactics of Turtle Traders</span></strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p>ต่อกันกับวิธีการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า The Turtle Traders ในตอนที่ 9 กันครับ วันนี้จะพูดถึงในเรื่องของชั้นเชิง และกลยุทธ์ในการซื้อ-ขายของเหล่า Turtle Traders เมื่อต้องเจอกับสภาพตลาดในรูปแบบต่างๆกันครับ</p>
<p><span id="more-982"></span></p>
<p><span style="color: #000000;"><strong> </strong></span></p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>เกร็ดเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับแนวทางการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า Turtle Traders</strong></span></p>
<p>Mies van der Rohe สถาปนิกชื่อดังของโลกได้เคยกล่าวเอาไว้ เมื่อพูดถึงการออกแบบของเขาว่า “พระเจ้านั้นทรงอยู่ในรายละเอียด” และนี่ก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องเกี่ยวกับการระบบการลงทุนด้วยเช่นกัน</p>
<p style="text-align: center;">
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #808080;">การส่งคำสั่งการซื้อขาย</span></span></strong></p>
<p>อย่างที่เราได้เคยกล่าวเอาไว้แล้ว Richard Dennis และ William Eckhardt ได้แนะนำเหล่า Turtle Traders ไว้ว่า พวกเราไม่ควรที่จะตั้งคำสั่งการซื้อ-ขายเอาไว้ล่วงหน้า เราได้รับการแนะนำให้จ้องมองตลาด และให้ส่งคำสั่งการซื้อ-ขายในขณะที่ตลาดวิ่งถึงจุดที่เราได้กำหนดเอาไว้ทันที</p>
<p>พวกเรายังได้รับคำแนะนำอีกด้วยว่า โดยทั่วไปแล้ว มันเป็นการดีกว่าที่เราจะใช้คำสั่ง Limit Order แทนที่จะใช้คำสั่ง Market Order เนื่องจากว่าคำสั่งแบบ Limit Order นั้น จะช่วยให้เราได้ราคาที่ดีกว่า และลด Slippage(การคลาดเคลื่อนของราคาที่เราต้องการซื้อ-ขาย)ได้ดีกว่าคำสั่งแบบ Market Order</p>
<p>ในตลาดทุกๆตลาดนั้น จะมีฝั่งซื้อ(Bid) และฝั่งขาย(Ask)อยู่ตลอดเวลา โดยราคา Bid คือราคาที่ผู้ซื้อนั้นต้องการที่จะจ่าย และราคา Ask คือราคาที่ผู้ขายต้องการที่จะขาย หากเมื่อไหร่ที่ผู้ซื้อยอมที่จะจ่ายแพงกว่าราคาที่ต้องการขาย เมื่อนั้นก็จะเกิดการซื้อ-ขายขึ้น โดยการใช้คำสั่งแบบ Market Order นั้นจะทำให้เราได้ทุกราคาที่ตั้ง Bid หรือ Ask เอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ปริมาณการซื้อ-ขายนั้นมีน้อยมากๆ และในบางครั้งมันทำให้เราได้ราคาที่แย่ที่สุดที่เราต้องการหากเราสั่งซื้อ-ขาย เป็นปริมาณจำนวนมากนั่นเอง</p>
<p>ตามปกติแล้ว ตลาดนั้นจะมีช่วงเวลาที่จะตลาดจะเคลื่อนไหวอย่างไร้เหตุผลขึ้นมา ซึ่งบางครั้งเราเรียกมันว่าการกระเพื่อมของราคา และแนวคิดภายใต้การใช้คำสั่งซื้อ-ขายแบบ Limit Order นั้นก็เพื่อที่จะวางคำสั่งซื้อไว้ในราคาที่ต่ำกว่าการกระเพื่อมขึ้นมา แทนที่จะส่งคำสั่งการซื้อขายแบบ Market Order นั่นเอง ซึ่งการใช้คำสั่งซื้อ-ขายแบบ Limit Order นี้ หากเราซื้อในปริมาณที่น้อย มันจะช่วยไม่ให้การซื้อ-ขายของเรากระทบต่อราคาของตลาด และหากเราซื้อในปริมาณที่มาก มันจะช่วยให้มันกระทบต่อตลาดน้อยที่สุด</p>
<p>แน่นอนว่ามันต้องใช้ทักษะพอสมควรในการที่จะสามารถตัดสินใจได้ว่า ราคาไหนคือราคาที่ดีที่สุดในการใช้คำสั่งซื้อ-ขายแบบ Limit Order แต่ด้วยการฝึกฝนบ่อยๆนั้น คุณน่าที่จะได้ราคาที่ดีกว่าโดยการใช้ Limit Order แทนคำสั่งซื้อ-ขายแบบ Market Order ครับ</p>
<p style="text-align: center;">
<p><strong><span style="color: #808080;"><span style="text-decoration: underline;">ตลาดที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว</span></span></strong></p>
<p>ในบางครั้ง ตลาดนั้นจะเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็วมากๆ ซึ่งเป็นผลจากคำสั่งซื้อ-ขายที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว และหากคุณใช้คำสั่งซื้อ-ขายแบบ Limit Order อยู่นั้น คุณก็จะไม่สามารถที่จะซื้อ-ขายได้ทัน ซึ่งหากว่าตลาดอยู่ในช่วงที่มันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วแล้วล่ะก็ ตลาดนั้นอาจจะเคลื่อนไหวไปอย่างรวดเร็วมากๆในช่วงเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น</p>
<p><strong><span style="color: #ff8000;">โดยในช่วงขณะที่ตลาดเคลื่อนไหวไปอย่างรวดเร็วนั้น เหล่า Turtle Traders ได้ถูกสอนที่จะไม่ให้ตื่นตระหนกไปกับสิ่งที่เกิดขึ้น และให้รู้จักรอเวลาที่ตลาดจะเริ่มหยุดนิ่ง ก่อนที่จะส่งคำสั่งซื้อ-ขายเข้าไป</span></strong></p>
<p>นักเก็งกำไรมือใหม่หลายๆคนมักจะพบว่า นี่เป็นสิ่งที่ยากยิ่งที่จะปฏิบัติ พวกเขามักจะตื่นตระหนกไปกับมัน และใช้คำสั่งซื้อ-ขายแบบ Market Order ในทันที และพวกเขามักจะทำอย่างนั้นในช่วงเวลาที่แย่ที่สุดเช่นกัน และนั่นทำให้มันมักจะจบลงด้วยการที่พวกเขาได้ราคาที่ต่ำที่สุด หรือสูงที่สุดของวันนั่นเอง</p>
<p>ในตลาดที่เคลื่อนไหวไปอย่างรวดเร็วนั้น จะมีช่วงเวลาที่สภาพคล่องของปริมาณการซื้อขายเบาบางลงอย่างรวดเร็ว โดยในกรณีที่ตลาดเคลื่อนขึ้นไปอย่างรวดเร็วนั้น ผู้ขายมักที่จะหยุดขายและรอขายในราคาที่สูงกว่าเดิม และพวกเขาจะไม่กลับมาเริ่มขายอีกครั้งจนกว่าราคาของมันจะเริ่มหยุดนิ่ง ซึ่งในกรณีนี้นั้น ฝั่งราคาขาย(Ask)จะยกสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และเป็นผลทำให้ช่วงห่างระหว่างราคาซื้อ-ขายนั้นกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว</p>
<p>ในขณะนี้นั้นฝั่งผู้ซื้อนั้น ก็จะเหมือนกับถูกบังคับให้จ่ายในราคาที่สูงขึ้น จากการที่ผู้ขาย(Ask)ยังคงเรียกราคาที่สูงขึ้นไปกว่าเดิมเรื่อยๆ โดยราคาจะวิ่งขึ้นไปเรื่อยๆอย่างรวดเร็วจนกว่าที่จะเริ่มมีผู้ที่เริ่มขายลงมา และนั่นจะทำให้ตลาดเริ่มชะลอ และหยุดนิ่ง โดยสิ่งที่มักจะเกิดขึ้นตามมาก็คือ การวกกลับของราคาอย่างรวดเร็วกลับลงมาในระดับหนึ่ง</p>
<p>การใช้คำสั่งซื้อ-ขายแบบ Market Order ในตลาดที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วนั้น มักจะจบลงด้วยการที่เราได้ราคาที่สูงที่สุดเมื่อตลาดนั้นวิ่งขึ้น ณ จุดที่ราคาเริ่มจะไปหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้นจากการที่ผู้ขายเริ่มเข้ามาขายอีกครั้ง</p>
<p>สำหรับเหล่า Turtle Traders นั้น พวกเราจะรอจนกว่าจะมีบางอย่างบ่งชี้ให้เห็นว่า เกิดการวกกลับลงมาของราคา(ถึงแม้จะเป็นเพียงระยะเวลาชั่วคราวเท่านั้น) ซึ่งนี่จะทำให้เราสามารถได้ราคาที่ดีกว่า แทนที่จะใช้คำสั่งซื้อ-ขายแบบ Market Order นั่นเอง <strong><span style="color: #8000ff;">ถึงแม้ว่านั่นจะทำให้ราคาได้เคลื่อนที่ผ่านจุดตัดขาดทุนของเราไปไกลแล้วก็ตาม พวกเราก็จะขายและออกจากตลาด แต่เราจะไม่ตื่นตระหนกกับมันโดยเด็ดขาด</span></strong></p>
<p style="text-align: center;">
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #808080;">การเกิดสัญญาณซื้อ-ขายหลายๆสัญญาณขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน</span></span></strong></p>
<p>ในการเป็นนักเก็งกำไรนั้น หลายต่อหลายวันตลาดอาจจะผันผวนแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งน้อยเกินกว่าที่เราจะทำอะไรไป นอกจากเพียงแค่หันไปมองหน่วยลงทุนที่มีอยู่เท่านั้น พวกเราอาจจะต้องอยู่เฉยๆเป็นเวลาหลายวันโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ในบางวันเราอาจจะต้องยุ่งวุ่นวายเป็นอย่างมาก จากการที่เกิดสัญญาณขึ้นพร้อมๆกันหลายๆสัญญาณภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น โดยในกรณีนี้ สิ่งที่พวกเราต้องทำก็คือทำการซื้อ-ขายเมื่อเกิดสัญญาณขึ้น จนกว่าที่เราจะถึงจำนวนหน่วยลงทุนที่เราจำกัดไว้(Position Limit)ในแต่ละตลาด</p>
<p>ในบางครั้ง มีบางวันที่ดูเหมือนว่าทุกๆอย่างดูจะเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ซึ่งทำให้จากการที่พวกเราไม่มีหน่วยลงทุน(Position)แม้เพียงสักหน่วยเดียวนั้น กลับกลายเป็นว่าพวกเราได้ทำการซื้อเข้ามาจนเต็มจำนวนภายในเวลาเพียงแค่วันถึงสองวันเท่านั้น ซึ่งบ่อยครั้ง สัญญาณเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมๆกันอย่างรวดเร็วมากๆในตลาดที่มีความเกี่ยวโยงกัน (Correlated) อีกด้วย</p>
<p>และนี่คือสิ่งที่มักจะเกิดขึ้นเมื่อตลาดต่างๆวิ่งกระโดดเปิด Gap ข้ามสัญญาณการซื้อของเราไป โดยที่คุณอาจจะเจอกับการที่ตลาดน้ำมันดิบ(Crude Oil), Heating Oil และ Unleaded Gas นั้นเกิดสัญญาณขึ้นภายในวันเดียวกันก็เป็นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า(Future Contract)นั้น มันมักที่จะเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นบ่อยๆเป็นประจำภายในช่วงเวลาพร้อมๆกันอีกด้วย</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/01/TurtleTradersGraphic1.jpg"><br />
</a></p>
<p>วันนี้จบแค่นี้ครับ เดี๋ยวมาต่อกันในตอนต่อไปวันหลังนะครับ ขอให้มีกำไรกันถ้วนหน้านะครับ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้มาอ่านเรื่องหุ้นดีๆกันต่อที่นี่ <a title="หนังสือหุ้นน่าอ่าน วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค" href="http://mangmaoclub.com/" target="_blank"><strong><span style="color: #ff0000;">แมงเม่าคลับ.คอม</span></strong></a> ครับ</p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/turtle-trader-10/' rel='bookmark' title='เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า : The Turtle Traders (10)'>เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า : The Turtle Traders (10)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/turtle-trader-11/' rel='bookmark' title='เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า : The Turtle Traders (11)'>เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า : The Turtle Traders (11)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/turtle-trader-8/' rel='bookmark' title='เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบ &#8220;เซียนเต่า&#8221; The Turtle Traders !! (ตอนที่ 8)'>เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบ &#8220;เซียนเต่า&#8221; The Turtle Traders !! (ตอนที่ 8)</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/turtle-trader-9/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีการเล่นหุ้น(Video Clip) : Trading Psychology (Part 2)</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/trading-psychology-clip-2/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/trading-psychology-clip-2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 15 Jan 2010 06:37:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[Video Clip]]></category>
		<category><![CDATA[จิตวิทยาการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[สอนเล่นหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=947</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;จิตวิทยาการลงทุน&#8221; (Video Clip) Trading Psychology (Part 2) ไหนๆไม่ได้เขียนบทความมาสองสามวัน วันนี้ขอลงต่อเลยแล้วกันครับ โดยวิดีโอคลิปหุ้น “จิตวิทยาการลงทุน” ตอนที่ 2 นี้ จะเกี่ยวกับการฝึกฝนจิตใจให้สามารถทำตามระบบได้จนเป็นธรรมชาติครับ ใครมีปัญหาเรื่องวินัย ลองทำแบบนี้ดูก่อนก็น่าจะดีขึ้นบ้างนะครับ ใครที่มีวิธีการฝึกฝนวินัย หรือฝึกจิตตอนเล่นหุ้นก็แนะนำกันมาได้นะครับ ผมว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนเช่นกัน จะเป็นเกร็ดเล็กๆน้อยแลกเปลี่ยนกันก็ได้ครับ ผมรออ่านอยู่ครับ อิอิ เจอกันใหม่ที่ แมงเม่าคลับ.คอม นะครับ Related posts: จิตวิทยาการลงทุน(Video Clip) : Trading Psychology : Part 1 วิธีการเล่นหุ้น(Video Clip) : Linda Raschke On &#8220;Stops&#8221; จิตวิทยาการลงทุน : Trading Psychology &#8211; First Business TV (Part:1)
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-psychology-clip-1/' rel='bookmark' title='จิตวิทยาการลงทุน(Video Clip) : Trading Psychology : Part 1'>จิตวิทยาการลงทุน(Video Clip) : Trading Psychology : Part 1</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/raschke-on-stops/' rel='bookmark' title='วิธีการเล่นหุ้น(Video Clip) : Linda Raschke On &#8220;Stops&#8221;'>วิธีการเล่นหุ้น(Video Clip) : Linda Raschke On &#8220;Stops&#8221;</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-psychology-first-business-tv-1/' rel='bookmark' title='จิตวิทยาการลงทุน : Trading Psychology &#8211; First Business TV (Part:1)'>จิตวิทยาการลงทุน : Trading Psychology &#8211; First Business TV (Part:1)</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #0000ff;"><strong>&#8220;จิตวิทยาการลงทุน&#8221; (Video Clip) Trading Psychology (Part  2)</strong></span></p>
<p>ไหนๆไม่ได้เขียนบทความมาสองสามวัน วันนี้ขอลงต่อเลยแล้วกันครับ  โดยวิดีโอคลิปหุ้น “จิตวิทยาการลงทุน” ตอนที่ 2 นี้  จะเกี่ยวกับการฝึกฝนจิตใจให้สามารถทำตามระบบได้จนเป็นธรรมชาติครับ  ใครมีปัญหาเรื่องวินัย ลองทำแบบนี้ดูก่อนก็น่าจะดีขึ้นบ้างนะครับ</p>
<p><span id="more-947"></span></p>
<p style="text-align: justify;">
<p style="text-align: center;"><p><a href="http://mangmaoclub.com/trading-psychology-clip-2/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p></p>
<p style="text-align: justify;">
<p>ใครที่มีวิธีการฝึกฝนวินัย หรือฝึกจิตตอนเล่นหุ้นก็แนะนำกันมาได้นะครับ ผมว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนเช่นกัน จะเป็นเกร็ดเล็กๆน้อยแลกเปลี่ยนกันก็ได้ครับ  ผมรออ่านอยู่ครับ อิอิ เจอกันใหม่ที่ <strong><span style="color: #ff0000;"><a title="หนังสือหุ้นน่าอ่าน วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค" href="http://mangmaoclub.com">แมงเม่าคลับ.คอม</a></span></strong> นะครับ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-psychology-clip-1/' rel='bookmark' title='จิตวิทยาการลงทุน(Video Clip) : Trading Psychology : Part 1'>จิตวิทยาการลงทุน(Video Clip) : Trading Psychology : Part 1</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/raschke-on-stops/' rel='bookmark' title='วิธีการเล่นหุ้น(Video Clip) : Linda Raschke On &#8220;Stops&#8221;'>วิธีการเล่นหุ้น(Video Clip) : Linda Raschke On &#8220;Stops&#8221;</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-psychology-first-business-tv-1/' rel='bookmark' title='จิตวิทยาการลงทุน : Trading Psychology &#8211; First Business TV (Part:1)'>จิตวิทยาการลงทุน : Trading Psychology &#8211; First Business TV (Part:1)</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/trading-psychology-clip-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>17</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

