<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แมงเม่าคลับ.คอม &#187; หนังสือหุ้น</title>
	<atom:link href="http://mangmaoclub.com/tag/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://mangmaoclub.com</link>
	<description>แบ่งปันความรู้ในการเล่นหุ้น</description>
	<lastBuildDate>Tue, 01 May 2012 21:31:38 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>แจกหนังสือถอดรหัสเซียนหุ้น!! : How to trade in stocks (ประกาศผล!)</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/how-to-trade-in-stocks-free/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/how-to-trade-in-stocks-free/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 25 Jan 2012 02:35:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[จิปาถะ]]></category>
		<category><![CDATA[ถอดรหัสเซียนหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[ลิเวอร์มอร์]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=3340</guid>
		<description><![CDATA[ห่างหายไปนานเพราะมัวแต่แปลหนังสืออยู่ วันนี้กลับมาเลยไม่ได้กลับมามือเปล่าแต่เอาหนังสือมาแจกและให้อ่านกันด้วยครับ!
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-how-to/' rel='bookmark' title='แนะนำหนังสือหุ้น : How To Make Money In The Stocks'>แนะนำหนังสือหุ้น : How To Make Money In The Stocks</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trade-your-way/' rel='bookmark' title='แนะนำหนังสือหุ้น : Trade Your Way To Financial Freedom : หนทางสู่อิสรภาพ&#8230;ในตลาดหุ้น'>แนะนำหนังสือหุ้น : Trade Your Way To Financial Freedom : หนทางสู่อิสรภาพ&#8230;ในตลาดหุ้น</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trade-like-oneil-disciple-and-the-pocket-pivot-buy-point/' rel='bookmark' title='Trade Like an O&rsquo;Neil Disciple and The Pocket Pivot Buy Point! : หนังสือหุ้นน่าอ่าน และการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค'>Trade Like an O&rsquo;Neil Disciple and The Pocket Pivot Buy Point! : หนังสือหุ้นน่าอ่าน และการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/01/PNGcover.png"><img style="background-image: none; border-right-width: 0px; margin: 0px 10px 0px 0px; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; float: left; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px; padding-top: 0px" title="ถอดรหัสเซียนหุ้น_กุญแจแห่งการเก็งกำไรของลิเวอร์มอร์_PNGcover" border="0" alt="ถอดรหัสเซียนหุ้น_กุญแจแห่งการเก็งกำไรของลิเวอร์มอร์_PNGcover" align="left" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/01/PNGcover_thumb.png" width="169" height="240" /></a>ผมห่างหายไปนานเพราะมัวแต่แปลหนังสืออยู่ วันนี้กลับมาเลยไม่ได้กลับมามือเปล่าแต่เอาหนังสือมาแจกและให้อ่านกันด้วยครับ!</p>
<h4><span style="color: #4bacc6"><span style="font-weight: bold"><font color="#dd8484">ถอดรหัสเซียนหุ้น : กุญแจแห่งการเก็งกำไรของลิเวอร์มอร์</font></span></span></h4>
<p>ผมแปลหนังสือเล่มนี้จากต้นฉบับของหนังสือ How to trade in stocks เขียนโดยโคตรเซียนหุ้น Jesse Livermore ซึ่งถูกตีพิมพ์ในปี 1940 ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตโดยการยิงตัวตายเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น เนื้อหาคร่าวๆของหนังสือจะเป็นคำสอนของลิเวอร์มอร์หลังจากที่เขาได้ผ่านชีวิตในการเก็งกำไรมาอย่างโชกโชนทั้งร่ำรวยและหมดตัวอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเขาได้เล่าถึงวิธีการในการเก็งกำไร, ความสำเร็จและข้อผิดพลาดต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตของเขาอย่างมีสีสันและกระชับได้ใจความ</p>
<p>นอกจากนี้แล้วสิ่งที่พิเศษอีกอย่างสำหรับหนังสือเล่มนี้ก็คือ ผมได้เพิ่มภาคผนวกในส่วนของการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับทฤษฏีหุ้นนำตลาด (ในตลาดหุ้นไทย) ของลิเวอร์มอร์เอาไว้ด้วย ซึ่งผมคิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆนักเล่นหุ้นทุกๆคน เนื่องจากมันยังคงเป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพและน่าสนใจเอามากๆเลยทีเดียว</p>
<h4><span style="color: #4bacc6"><span style="font-weight: bold"><font color="#dd8484">กติกาการร่วมสนุกชิงหนังสือถอดรหัสเซียนหุ้น</font></span></span></h4>
<p>แบ่งเป็น 2 ส่วนนะครับ</p>
<p>1. สำหรับใน Blog แมงเม่าคลับนี้ผมจะแจกหนังสือทั้งหมด 10 เล่ม โดยขอให้อ่านบทแรกซึ่งผมนำมาตัดลงเอาไว้ให้จบ (บทความท้าทายแห่งการเก็งกำไร) แล้วเขียนถึงจุดเด่นของหนังสือเล่มนี้หรือแง่คิดที่ได้รับจากบทนี้เอาไว้ (ไม่ต้องยาวก็ได้ขอให้มีสาระสำคัญก็พอ) หลังจากนั้นอาทิตย์หน้าผมจะเลือกเอา Comment ที่คิดว่าดีที่สุด 5 comment ออกมาและทำการสุ่มอีก 5 comment ที่เหลือจนครบ 10 เล่มครับ!</p>
<p>2. สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่มี Blog ส่วนตัวแล้วอยากได้หนังสือผมแจกทั้งหมด 10 เล่มเช่นกัน โดยให้เขียน Review แบบตั้งใจถึงแง่คิดที่ได้จากหนังสือเล่มนี้ Post ลง Blog พร้อมอ้างอิงมาที่ <a href="http://www.mangmaoclub.com/books">www.mangmaoclub.com/books</a> แล้วเข้ามาแปะ Link ไว้ในกล่อง Comment ของกระทู้นี้ (หากเกินลิงค์ลำดับที่ 10 ก็หมดโควต้านะครับ) เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้วครับ</p>
<h4><font style="font-weight: bold" color="#dd8484">ตัวอย่างเนื้อหาในบทที่ 1 : ความท้าทายแห่งการเก็งกำไร</font></h4>
<p>
    http://documents.scribd.com.s3.amazonaws.com/docs/44dgzzk7r41d0hgg.pdf?t=1327434530
  </p>
<p>*** สำหรับคนที่อ่านใน Computer แล้วสระหรือวรรณยุกต์หายแนะนำให้ Download ไปอ่านจะช่วยให้ตัวหนังสือเป็นปกติแถมยังอ่านสบายตากว่าด้วยครับ</p>
<p>รออ่าน Comment ดีๆจากทุกคนอยู่นะครับ <img style="border-bottom-style: none; border-left-style: none; border-top-style: none; border-right-style: none" class="wlEmoticon wlEmoticon-openmouthedsmile" alt="Open-mouthed smile" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/01/wlEmoticon-openmouthedsmile.png" /></p>
<h4><font style="font-weight: bold" color="#dd8484">(Updated) ประกาศรายชื่อผู้ได้รับหนังสือ</font></h4>
<p>ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนผมชอบทุกคอมเมนท์และดีใจที่ทุกคนเข้ามาตอบกันนะครับ ผมอยากบอกว่าตัดสินใจยากสุดๆจริงๆครับ ดังนั้นผมจึงไม่ได้ตัดสินด้วยตัวเอง ฮาาา แต่เรียกเพื่อนๆมาช่วยโหวตให้ และต่อไปนี้ก็คือ 5 Comment ที่ได้รับการโหวตจากผมและเพื่อนๆว่าถูกใจที่สุดครับ</p>
<p>1. คุณ Anonymous Proxy</p>
<p>2. คุณ …</p>
<p>3. คุณ Mprady</p>
<p>4. คุณ แสนยานุภาพ</p>
<p>5. คุณ Alongkot</p>
<p>5 Comment ของผู้ที่ได้รับการสุ่มเลือกรับหนังสือจากโปรแกรม Number Generator ครับ</p>
<p>1. คุณ golfung</p>
<p>2. คุณ Boy </p>
<p>3. คุณ Juhan</p>
<p>4. คุณ Peerasak_off </p>
<p>5. คุณ Tsunami2p </p>
<p>ขอให้ผู้ที่โชคดีได้รับหนังสือติดต่อกลับมาแจ้งที่อยู่และเบอร์ติดต่อด้วย e-mail ที่ใช้แสดงความคิดเห็นไปยัง <a href="mailto:mangmaobooks@gmail.com">mangmaobooks@gmail.com</a> ด้วยนะครับ </p>
<p><a href="http://www.mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #dd8484"><font color="#4bacc6">แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management</font></span></strong></a></p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-how-to/' rel='bookmark' title='แนะนำหนังสือหุ้น : How To Make Money In The Stocks'>แนะนำหนังสือหุ้น : How To Make Money In The Stocks</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trade-your-way/' rel='bookmark' title='แนะนำหนังสือหุ้น : Trade Your Way To Financial Freedom : หนทางสู่อิสรภาพ&#8230;ในตลาดหุ้น'>แนะนำหนังสือหุ้น : Trade Your Way To Financial Freedom : หนทางสู่อิสรภาพ&#8230;ในตลาดหุ้น</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trade-like-oneil-disciple-and-the-pocket-pivot-buy-point/' rel='bookmark' title='Trade Like an O&rsquo;Neil Disciple and The Pocket Pivot Buy Point! : หนังสือหุ้นน่าอ่าน และการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค'>Trade Like an O&rsquo;Neil Disciple and The Pocket Pivot Buy Point! : หนังสือหุ้นน่าอ่าน และการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/how-to-trade-in-stocks-free/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>112</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Hold A Core Position : กอดไว้ให้แน่น!</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/hold-a-core-position/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/hold-a-core-position/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 May 2011 23:35:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังสือหุ้นน่าอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[จิตวิทยาการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/holding-a-core-position/</guid>
		<description><![CDATA[ในการที่คุณจะสามารถฉกฉวยประโยชน์จากตลาดขาขึ้นให้ได้มากที่สุดนั้น คุณจะต้องเรียนรู้ที่จะกอดหุ้นที่คุณมีอยู่ให้แน่นที่สุด! ตั้งแต่ตลาดเริ่มกลับมาเป็นขาขึ้นจนกระทั่งถึงจุดจบของมันให้ได้ นี่คือแก่นที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการเล่นหุ้น
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/peruvian-farmers-lesson/' rel='bookmark' title='Lesson from Medieval Peruvian Farmer : บทเรียนและภูมิปัญญาจากเกษตรกรชาวเปรูสู่ตลาดหุ้น'>Lesson from Medieval Peruvian Farmer : บทเรียนและภูมิปัญญาจากเกษตรกรชาวเปรูสู่ตลาดหุ้น</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-in-the-zone/' rel='bookmark' title='แนะนำหนังสือหุ้น : Trading in the zone สุดยอดหนังสือจิตวิทยาการเล่นหุ้น!'>แนะนำหนังสือหุ้น : Trading in the zone สุดยอดหนังสือจิตวิทยาการเล่นหุ้น!</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/mindtraps-book/' rel='bookmark' title='แนะนำหนังสือหุ้น : Book review : Mindtraps &#8211; Mastering the Inner World of Investing'>แนะนำหนังสือหุ้น : Book review : Mindtraps &#8211; Mastering the Inner World of Investing</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/05/Michael-Swanson.jpg"><img style="background-image: none; border-right-width: 0px; margin: 5px 10px 0px 0px; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; float: left; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px; padding-top: 0px" title="เซียนหุ้น Michael Swanson" border="0" alt="เซียนหุ้น Michael Swanson" align="left" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/05/Michael-Swanson_thumb.jpg" width="91" height="96" /></a>วันนี้ผมตัดเอาบางส่วนในแนวคิดที่น่าสนใจจากบทหนึ่งในหนังสือหุ้นของ&#160; <strong>Michael Swanson</strong> อดีตผู้จัดการกองทุน Hedge fund ที่ฝีมือดีมากๆคนหนึ่ง (เคยชนะเลิศ Prestigous Trading Championship Trophy ในปี 2002 ก่อนมาตั้งกองทุน Hedge Fund และเคยติดอันดับ Performance เป็น Top 40 จาก 500 กอง โดยเวบ Hedgefund.net) ทั้งยังเป็นเจ้าของเวบ WallstreetWindow.com มาให้อ่านกัน นี่เป็นแนวคิดของกลยุทธ์การเล่นหุ้นที่เน้นกินคำใหญ่เพื่อกลบผลขาดทุนเล็กๆที่จะเกิดขึ้นมาได้เป็นอย่างดี ใครที่สนใจก็ลองไปหยิบมาอ่านได้ หนังสือชื่อ Strategic Stock Trading เนื้อหาเหมาะสำหรับมือใหม่ถึงมือกลางๆ มีเนื้อหาเกี่ยวกับจิตวิทยาการลงทุนอยู่พอสมควร อ่านง่ายมากๆครับ</p>
<p><span id="more-2794"></span>
<p><strong><font color="#008080">Hold A Core Position : กอดไว้ให้แน่น!</font></strong></p>
<p>หากคุณถามผมว่า “อะไรคือแนวคิดที่สำคัญที่สุดเมื่อพูดถึงกลยุทธ์การลงทุนที่จะประสบความสำเร็จ?” ผมก็คงจะต้องบอกกับคุณว่า <strong>“สิ่งที่สำคัญที่สุดนั้น คือการที่คุณจะต้องเรียนรู้ที่จะวางตนเองให้อยู่ในทิศทางเดียวกับแนวโน้มใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นในตลาดในขณะนั้น”</strong> นั่นหมายความว่าในตลาดหมีนั้น คุณไม่ควรที่จะพยายามซื้อให้ได้ราคาต่ำที่สุด ทั้งๆที่ตลาดกำลังร่วงหล่นลงไป แต่คุณควรที่จะระวังตัวเอาไว้และอดทนให้ถึงที่สุด เพื่อที่จะนำเงินก้อนที่คุณมีอยู่วางลงไปในหุ้นของกลุ่มอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งที่สุด เมื่อตลาดได้สิ้นสุดขาลงของมันเรียบร้อยแล้ว และการที่จะทำเช่นนั้นได้ คุณก็จำเป็นที่จะต้องเมินเฉยต่อคำแนะนำต่างๆที่คุณได้รับจากสื่อทางการเงินต่างๆในช่วงตลาดขาลง และไม่ถูกล่อหลอกไปกับมนต์เสน่ห์ของการพยายามที่จะทำกำไรให้เกิดขึ้นมาด้วยวิธีการต่างๆในช่วงเวลาแย่ๆเหล่านั้น</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/05/Strategic-Stock-Trading.jpg"><img style="background-image: none; border-right-width: 0px; margin: 0px 10px 0px 0px; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; float: left; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px; padding-top: 0px" title="หนังสือหุ้น Strategic Stock Trading" border="0" alt="หนังสือหุ้น Strategic Stock Trading" align="left" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/05/Strategic-Stock-Trading_thumb.jpg" width="161" height="244" /></a>ในการที่คุณจะสามารถฉกฉวยประโยชน์จากตลาดขาขึ้นให้ได้มากที่สุดนั้น คุณจะต้องเรียนรู้ที่จะกอดหุ้นที่คุณมีอยู่ให้แน่นที่สุด! ตั้งแต่ตลาดเริ่มกลับมาเป็นขาขึ้นจนกระทั่งถึงจุดจบของมันให้ได้ คุณเองไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อหุ้นให้ได้ในราคาต่ำที่สุด หรือขายมันให้ได้ในราคาที่สูงที่สุดในการที่จะทำกำไรก้อนใหญ่จากตลาด เพราะเพียงแค่คุณสามารถที่จะเข้าซื้อหุ้นเมื่อตลาดกลับมาเป็นขาขึ้นโดยไม่สายเกินไป คุณก็สามารถที่จะมีหุ้นที่จะทำกำไรให้คุณได้เป็นเท่าตัวจากในหลายๆกลุ่มอุตสาหกรรมได้อย่างสบายๆ โดยมีข้อแม้ที่สำคัญที่สุดก็คือ คุณจะต้องกอดหุ้นที่คุณมีไว้ให้แน่นตราบเท่าที่ตลาดยังคงเป็นขาขึ้นอยู่นั่นเอง</p>
<p>การเคลื่อนไหวของตลาดหรือข่าวสารที่ออกมาในแต่ละวันหรือแต่ละชั่วโมงนั้น มักล้วนแล้วแต่ที่จะทำให้มุมมองของคุณต่อสิ่งที่ตลาดกำลังเป็นอยู่ในภาพใหญ่ลดน้อยลงไป หรือพูดง่ายๆก็คือ คุณจะมองเห็นแต่ต้นไม้และมองไม่เห็นป่าผืนใหญ่ ดังนั้นหากว่าคุณต้องการที่จะทำกำไรก้อนใหญ่จากแนวโน้มที่เกิดขึ้น คุณก็ควรที่จะอยู่ให้ห่างๆจากข่าวสารรายวันเอาไว้ การจ้องมองตลาดเป็นรายนาทีหรือรายชั่วโมงหลังจากที่คุณได้เข้าซื้อหุ้นไปนั้น คือสิ่งที่โง่ที่สุดที่คุณควรจะทำ!! มันไม่สนุกเลยที่คุณจะต้องเห็นหุ้นที่คุณมีอยู่ร่วงลงไปทีละช่อง และมันก็ไม่จำเป็นเลยที่คุณจะต้องมองมันวิ่งขึ้นไปทีละช่องเช่นกัน จำไว้ให้ดีว่าการจ้องมองมันอยู่ตลอดไม่ได้ช่วยให้มันไม่ร่วงหล่นลงไปได้ และหากว่าคุณอยากจะควบคุมความเสี่ยง คุณก็ควรที่จะควบคุมมันโดยการกำหนดขนาดการลงทุนให้เหมาะสม (Position Sizing) ควบคู่ไปกับการกำหนดจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ของคุณก่อนที่คุณจะซื้อมันเข้าไป คุณควรต้องเลิกจ้องมองการเคลื่อนไหวเล็กๆน้อยๆที่ไร้ความหมายของตลาดไปเสีย กอดหุ้นที่คุณมีอยู่ให้แน่นและอดทนกับหุ้นที่คุณมีให้นานที่สุด ตราบเท่าที่ตลาดยังเป็นขาขึ้นอยู่ จงอย่าพยายามหรือหวังที่จะรวยขึ้นอย่างมากในชั่วพริบตา</p>
<p><strong><font color="#4f81bd">กินให้เหมือนช้าง ถ่ายให้เหมือนนก !! (สุภาษิตนักเล่นหุ้น)</font></strong></p>
<p>สิ่งที่ผมพูดอยู่นี้เป็นสิ่งที่ขัดกับความคิดในสมัยที่ผมพึ่งเริ่มที่จะเข้าตลาดหุ้นใหม่ๆเป็นอย่างมาก ผมเองก็เคยหลงเสน่ห์อยู่กับการเล่นหุ้นในระยะสั้นๆ และพยายามที่จะทำกำไรก้อนโตภายในข้ามคืนออกมาให้ได้ อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไป ประจวบกับประสบการณ์ของผมที่ได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ คาบเวลา&#160; (Time Frame) ที่ผมใช้ในการเล่นหุ้นก็ค่อยๆยืดไกลออกไป เพราะผมได้มาถึงในจุดที่ผมได้เข้าใจแล้วว่า นี่คือที่ที่กำไรก้อนใหญ่จะถูกสร้างขึ้นมาได้! หรือพูดอีกอย่างก็คือ “กำไรก้อนโตคือสิ่งที่จะต้องเกิดมาจากแนวโน้มใหญ่นั่นเอง” นอกจากนี้แล้ว ผมยังพบว่ามันกลับง่ายขึ้นมากๆ ในการที่เราจะสามารถวิเคราะห์ให้เห็นถึงแนวโน้มใหญ่ที่จะทอดยาวออกไป ซึ่งมันจะไม่ถูกทำลายไปโดยสิ่งรบกวนเล็กๆน้อยๆหรือข่าวสารที่เกิดขึ้นรายวัน แนวโน้มใหญ่คือสิ่งที่ชัดเจนและสำคัญที่สุดที่คุณควรจะสนใจมันเอาไว้ให้มากที่สุด</p>
<blockquote><p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/05/mike-swanson-2.jpg"><img style="background-image: none; border-right-width: 0px; margin: 0px 0px 0px 10px; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; float: right; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px; padding-top: 0px" title="เซียนหุ้น mike swanson 2" border="0" alt="เซียนหุ้น mike swanson 2" align="right" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/05/mike-swanson-2_thumb.jpg" width="155" height="200" /></a><strong>สุดท้ายนี้ขอให้คุณจำเอาไว้ให้ดีว่า :</strong> เมื่อตลาดกลับมาเป็นขาขึ้นนั้น มันไม่จำเป็นที่คุณจะต้องยอมเสี่ยงถือหุ้นแต่ละตัวเป็นสัดส่วนมากๆเพื่อที่จะทำกำไรก้อนโตออกมาให้ได้ ด้วยเงินเพียงแค่ 20% ในพอร์ทของคุณที่วางลงไปในหุ้นตัวหลักๆแต่ละตัวนั้น แค่เพียงมีหุ้นตัวใดตัวหนึ่งที่สามารถจะวิ่งขึ้นมาได้สัก 1 เด้ง มันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้คุณสามารถมีกำไรได้เกือบ 20% ต่อปีได้ นี่ถือเป็นผลตอบแทนในระดับที่กองทุนชั้นนำส่วนใหญ่ต่างก็ฝันถึงมันทั้งนั้น ขอแค่คุณมีระบบการลงทุนที่ดีสักระบบ และรู้จักบริหารเงินทุน (Money Management) อย่างเหมาะสม มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไปเลยในการที่คุณจะสามารถทำกำไรแบบนี้ออกมาได้ในทุกๆปี สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ คุณจะต้องรู้จักกำหนดขนาดการลงทุน (Position Size) ในหุ้นหลักๆของคุณแต่ละตัว ไม่ให้หนักจนเกินกว่าที่คุณจะสามารถรับกับความเสี่ยงของมันได้ นี่เองจะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณสามารถถือพวกมันผ่านพ้นช่วงเวลาที่ตลาดจะต้องเจอกับการพักตัวสัก 10% หรือ 15% เอาไว้ได้ เพื่อที่คุณจะสามารถฉกฉวยและช่วงใช้ผลประโยชน์ จากแนวโน้มใหญ่ของตลาดหุ้นในขาขึ้นให้ได้มากที่สุดนั่นเอง</p>
</blockquote>
<p>ปล. ผมตัดแปะหลายช่วง หากเสียอรรถรสหวังว่าจะไม่ว่ากัน ใครอยากอ่านลองไปหาอ่านกันดูได้นะครับ เล่มบางๆแป๊บเดียวก็จบครับ <img style="border-bottom-style: none; border-right-style: none; border-top-style: none; border-left-style: none" class="wlEmoticon wlEmoticon-openmouthedsmile" alt="Open-mouthed smile" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/05/wlEmoticon-openmouthedsmile4.png" /></p>
<p><a href="http://www.mangmaoclub.com/"><strong><font color="#ff8080">แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management</font></strong></a></p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/peruvian-farmers-lesson/' rel='bookmark' title='Lesson from Medieval Peruvian Farmer : บทเรียนและภูมิปัญญาจากเกษตรกรชาวเปรูสู่ตลาดหุ้น'>Lesson from Medieval Peruvian Farmer : บทเรียนและภูมิปัญญาจากเกษตรกรชาวเปรูสู่ตลาดหุ้น</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-in-the-zone/' rel='bookmark' title='แนะนำหนังสือหุ้น : Trading in the zone สุดยอดหนังสือจิตวิทยาการเล่นหุ้น!'>แนะนำหนังสือหุ้น : Trading in the zone สุดยอดหนังสือจิตวิทยาการเล่นหุ้น!</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/mindtraps-book/' rel='bookmark' title='แนะนำหนังสือหุ้น : Book review : Mindtraps &#8211; Mastering the Inner World of Investing'>แนะนำหนังสือหุ้น : Book review : Mindtraps &#8211; Mastering the Inner World of Investing</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/hold-a-core-position/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Lesson from Medieval Peruvian Farmer : บทเรียนและภูมิปัญญาจากเกษตรกรชาวเปรูสู่ตลาดหุ้น</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/peruvian-farmers-lesson/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/peruvian-farmers-lesson/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 23 Mar 2011 21:19:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้นและวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[slider]]></category>
		<category><![CDATA[จิตวิทยาการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=2343</guid>
		<description><![CDATA[จากผลการวิจัยของนักมานุษยวิทยานั้นพวกเขาได้พบว่า การเพิ่มขึ้นของจำนวนแปลงที่ดินในการเพาะปลูกพืชนั้น มีผลกระทบในเชิงลบต่อผลผลิตโดยเฉลี่ยในการเก็บเกี่ยวในแต่ละปี อย่างไรก็ตาม มันก็ให้ผลกระทบในเชิงบวกต่อความผันผวนที่เกิดขึ้นจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตมันฝรั่งของพวกเขาด้วยเช่นกัน (พูดอีกอย่างก็คือ การกระจายความเสี่ยงของเกษตรกรชาวเปรูในยุคเมดิวัลทำให้ผลตอบแทนลดลง แต่ทำให้เกิดความผันผวนของผลผลิตโดยเฉลี่ยที่เก็บเกี่ยวได้ดีขึ้นมากๆ)
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/how-to-do-when-you-have-a-profits/' rel='bookmark' title='จิตวิทยาการลงทุนต่อกำไรขาดทุนที่เกิดขึ้น (Video Clip) : How to Do When You Have a Profits'>จิตวิทยาการลงทุนต่อกำไรขาดทุนที่เกิดขึ้น (Video Clip) : How to Do When You Have a Profits</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/important-trading-system/' rel='bookmark' title='(Video Clip)สิ่งสำคัญในการเล่นหุ้นด้วยระบบ : The most important things for System Trader'>(Video Clip)สิ่งสำคัญในการเล่นหุ้นด้วยระบบ : The most important things for System Trader</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-psychology-first-business-tv-2/' rel='bookmark' title='จิตวิทยาการลงทุนเล่นหุ้น : Trading Psychology – First Business TV (Part:2)'>จิตวิทยาการลงทุนเล่นหุ้น : Trading Psychology – First Business TV (Part:2)</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/03/1.jpg"><img style="margin: 5px 5px 0px 0px; display: inline; border-width: 0px;" title="วิธีการเล่นหุ้นจากเกษตรกรชาวเปรู1" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/03/1_thumb.jpg" border="0" alt="วิธีการเล่นหุ้นจากเกษตรกรชาวเปรู1" width="244" height="162" align="left" /></a> <span style="color: #0000ff;">บทเรียนและภูมิปัญญาจากเกษตรกรชาวเปรูสู่ตลาดหุ้น</span> </strong></p>
<p>ในบทความนี้ ผมได้นำเรื่องที่น่าสนใจอย่างหนึ่งจากคำนิยมของ Jare Diamon ที่ได้เขียนไว้ในหนังสือหุ้น The Invisible Hands : Top Hedge Fund Traders on Bubbles, Crashes and Real Money มาให้ได้อ่านกันครับ (สำหรับคนที่สงสัยว่าหนังสือหุ้นเล่มนี้มีเนื้อหาอย่างไรนั้น หนังสือหุ้นเล่มนี้เพ่งความสนใจไปยังความผิดพลาดและบทเรียนของเหล่าผู้จัดการกองทุน ที่ได้เกิดขึ้นในช่วงวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ปี 2008 โดยได้ลงบทสัมภาษณ์ของเหล่าผู้จัดการกองทุนที่เอาตัวรอดมาได้จากวิกฤติครั้งนั้น)</p>
<p><span id="more-2343"></span></p>
<p><strong><span style="color: #008040;">การกระจายความเสี่ยง เพื่อเพิ่มโอกาศและลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น</span></strong></p>
<p>ในส่วนคำนิยมของหนังสือเล่มนี้นั้น Jare Diamond ได้เปรียบเทียบถึงความเหมือนที่แตกต่างระหว่างผู้จัดการกองทุนกับเกษตรกรชาวเปรูในยุคเมดิวัล (ยุคกลาง) ในเชิงของการควบคุมความเสี่ยงออกมา เขาได้เล่าถึงวิธีการในการเพาะปลูกข้าวของบรรดาเกษตรกรชาวเปรู ที่ดูจะแปลกและเป็นปริศนาในเบื้องต้นที่เห็นนั่นก็คือ แทนที่พวกเขาจะทำการเพาะปลูกพืชผักลงในพื้นที่ส่วนใหญ่ทั้งหมดของพวกเขา แต่พวกเขากลับที่จะทำการเพาะปลูกเป็นแปลงเล็กๆหย่อมๆ รอบๆพื้นที่อยู่อาศัยของพวกเขาเอง (ผมไม่แน่ใจจริงๆว่าชาวนาไทย หรือภูมิปัญญาพื้นบ้านของเราก็มีทำแบบนี้กันหรือปล่าว ต้องขออภัยด้วยนะครับ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> )</p>
<blockquote><p>แน่นอนว่าสิ่งแรกที่เราจะคิดออกนั้น วิธีการเช่นนี้ย่อมต้องทำให้เกิดความยากลำบาก ในการเก็บเกี่ยวผลผลิตของของพวกเขาขึ้นมาอย่างแน่นอน นอกจากนี้ มันยังจะทำให้ผลผลิตโดยรวมต่อปีของพวกเขาลดลงไปอีกด้วย (เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการปลูกข้าวในที่ดินผืนใหญ่ผืนเดียว) อย่างไรก็ตาม “กลยุทธ์การกระจายความเสี่ยง” ของพวกเขานั้น ได้ช่วยให้เกิดความปลอดภัย และลดความเสี่ยงในการที่พวกเขาจะต้องเผชิญกับความอดอยาก หากว่าหนึ่งในแปลงพืชผักที่พวกเขาเพาะปลูกเอาไว้เกิดล้มเหลวหรือเน่าเสียขึ้นมา (ซึ่งอาจเป็นผลมาจากหนู, แมลง, ขโมย, โรคติดต่อหรือสภาพอากาศก็ได้) และเนื่องจากการที่พืชที่พวกเขาปลูก (หลักๆคือมันฝรั่ง) ไม่สามารถที่จะเก็บเอาไว้ได้เกินหนึ่งปี ดังนั้น <span style="color: #ff8080;"><strong>การที่พวกเขาจะเพาะปลูกพวกมันลงไปในพื้นที่ใหญ่ๆแห่งเดียวนั้น ก็ดูแทบจะไม่ต่างกับการ “เดิมพันหมดจนหน้าตัก” ในการลงทุนเลยทีเดียว ซึ่งนั่นหมายความว่าหากเกิดความผิดพลาดขึ้นมาล่ะก็ มันจะทำให้เกมจบลงในทันที</strong></span></p></blockquote>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/03/2.jpg"><img style="margin: 5px 0px 5px 5px; display: inline; border-width: 0px;" title="วิธีการเล่นหุ้นจากเกษตรกรชาวเปรู2" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/03/2_thumb.jpg" border="0" alt="วิธีการเล่นหุ้นจากเกษตรกรชาวเปรู2" width="234" height="244" align="right" /></a> สำหรับนักมานุษยวิทยาแล้ว สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือความเชี่ยวชาญของเกษตรกรชาวเปรู ในการใช้ “กลยุทธ์การกระจายความเสี่ยง” ของพวกเขานั่นเอง โดยจากผลการวิจัยของนักมานุษยวิทยานั้น พวกเขาได้พบว่า การเพิ่มขึ้นของจำนวนแปลงที่ดินในการเพาะปลูกพืชนั้น มีผลกระทบในเชิงลบต่อผลผลิตโดยเฉลี่ยในการเก็บเกี่ยวในแต่ละปี อย่างไรก็ตาม มันก็ให้ผลกระทบในเชิงบวกต่อความผันผวนที่เกิดขึ้นจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตมันฝรั่งของพวกเขาด้วยเช่นกัน (พูดอีกอย่างก็คือ การกระจายความเสี่ยงของพวกเขาทำให้ผลตอบแทนลดลง แต่ทำให้เกิดความผันผวนของผลผลิตโดยเฉลี่ยที่เก็บเกี่ยวได้ดีขึ้นมากๆ) นอกจากนี้แล้ว หลังจากที่นักมานุษยวิทยาได้ทำการคำนวณและวิจัยต่อไปอีก พวกเขาพบว่าเกษตรชาวเปรูส่วนใหญ่ มักที่จะทำการเพาะปลูกพืชผักของพวกเขาเป็นแปลงเล็กๆประมาณ 2-3 แปลงในที่ดินที่เหมาะสม เพื่อที่จะทำให้ความเสี่ยงที่พวกเขาจะต้องเผชิญกับความอดอยากลดลงเหลือแค่ศูยน์อีกด้วย</p>
<blockquote><p>เราจะเห็นได้ว่าแท้จริงแล้วเกษตรกรชาวเปรูเหล่านี้ ไม่ได้มีเป้าหมายในการที่จะสร้างผลผลิตโดยเฉลี่ยในระยะยาวให้สูงที่สุดเพียงอย่างเดียว <strong><span style="color: #8000ff;">แต่พวกเขากลับพยายามที่จะสร้างผลผลิตโดยเฉลี่ยในระยะยาวให้สูงที่สุด โดยไม่ลืมที่จะลดความเสี่ยงในการที่พวกเขาจะเกิดการอดอยากลงให้เหลือศูยน์ควบคู่กันไป อีกทั้งพวกเขายังคำนวณความเสี่ยงเผื่อเอาไว้ และให้พื้นที่ในการที่อาจเกิดความผิดพลาดขึ้นมาด้วย (Margin of Safety)</span></strong></p></blockquote>
<blockquote><p>และนี่คือสิ่งที่ทำให้เราได้ตระหนักว่า จากภูมิปัญญาท้องถิ่นของเกษตรกรชาวเปรูที่เราได้เห็นกันไปนั้น ในทางเดียวกันแล้วมันช่างคล้ายกับศาสตร์และศิลปของการเล่นหุ้น/ลงทุนเป็นอย่างมาก นั่นก็เพราะสิ่งแรกที่สุดที่พวกเราควรจะต้องระลึกอยู่เสมอก็คือ มันเป็นเกมของความอยู่รอดเหนือสิ่งใด เช่นเดียวกับที่สุดยอดนักเก็งกำไรของโลก Gorge Soros เคยได้กล่าวเอาไว้ว่า <strong>“อยู่ให้รอดก่อน แล้วค่อยทำกำไรทีหลัง” (Survive First, Profits Later)</strong> นั่นเองครับ</p></blockquote>
<p>ขอปิดท้ายด้วยแนวคิดเกษตรพอเพียง (เกษตรเชิงผสมผสาน) ที่ผมคิดว่าก็ละม้ายคล้ายกันอยู่ในเป้าหมายของการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการควบคุมความเสี่ยงพร้อมๆกันไปครับ (เพียงแต่อาจไม่ได้ปลูกเป็นหย่อมเล็กๆ เหมือนของเปรูเท่านั้นเอง) ขอชื่นชมในอัจฉริภาพของพระองค์ท่านจริงๆ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานด้วยกล้าวด้วยกระหม่อมขอเดชะ</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/peruvian-farmers-lesson/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
<p><a href="http://www.mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #ff0080;">แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management</span></strong></a></p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/how-to-do-when-you-have-a-profits/' rel='bookmark' title='จิตวิทยาการลงทุนต่อกำไรขาดทุนที่เกิดขึ้น (Video Clip) : How to Do When You Have a Profits'>จิตวิทยาการลงทุนต่อกำไรขาดทุนที่เกิดขึ้น (Video Clip) : How to Do When You Have a Profits</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/important-trading-system/' rel='bookmark' title='(Video Clip)สิ่งสำคัญในการเล่นหุ้นด้วยระบบ : The most important things for System Trader'>(Video Clip)สิ่งสำคัญในการเล่นหุ้นด้วยระบบ : The most important things for System Trader</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-psychology-first-business-tv-2/' rel='bookmark' title='จิตวิทยาการลงทุนเล่นหุ้น : Trading Psychology – First Business TV (Part:2)'>จิตวิทยาการลงทุนเล่นหุ้น : Trading Psychology – First Business TV (Part:2)</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/peruvian-farmers-lesson/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>31</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Winning The Loser&#8217;s Game : วังวนของผู้พ่ายแพ้แห่งเกมการลงทุน</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/winning-the-losers-game/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/winning-the-losers-game/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Mar 2011 21:00:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[จิตวิทยาการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=2315</guid>
		<description><![CDATA["ผู้เล่นที่สามารถรวบรวมสมาธิ และมีความสามารถในการที่จะตีลูกให้ข้ามตาข่ายไปได้ดีที่สุดนั้น มักจะเป็นคนที่มองไปยังกระดานนับคะแนน (Scoreboard) แล้วพบว่าตัวเองได้รับชัยชนะเมื่อเกมการแข่งขันจบลง พวกเขาแทบที่จะไม่ได้คิดถึงคะแนนที่เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ เพราะมันคือสิ่งที่จะคอยรบกวนพวกเขาในการที่จะทำสิ่งต่างๆได้อย่างดีที่สุดนั่นเอง และนี่คือสิ่งที่เป็นจริงทั้งในเกมการแข่งขันเทนนิสหรือแม้กระทั่งการเล่นหุ้น!"
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/losers-average-losers/' rel='bookmark' title='คนแพ้ชอบถัวเฉลี่ยขาดทุนคนชนะชอบซื้อเพิ่มเมื่อมีกำไร : &ldquo;Losers Average Losers&rdquo;'>คนแพ้ชอบถัวเฉลี่ยขาดทุนคนชนะชอบซื้อเพิ่มเมื่อมีกำไร : &ldquo;Losers Average Losers&rdquo;</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/mark-douglas-winning-mindset4/' rel='bookmark' title='บทสัมภาษณ์ : Mark Douglas : Winning mindset(4)'>บทสัมภาษณ์ : Mark Douglas : Winning mindset(4)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/mark-douglas-winning-mindset/' rel='bookmark' title='บทสัมภาษณ์ : Mark douglas : Winning Mindset(1)'>บทสัมภาษณ์ : Mark douglas : Winning Mindset(1)</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/03/e4505b08ac0a.jpg"><img style="border-bottom: 0px; border-left: 0px; margin: 5px 5px 0px 0px; display: inline; border-top: 0px; border-right: 0px" title="เทนนิสกับการเล่นหุ้น" border="0" alt="เทนนิสกับการเล่นหุ้น" align="left" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/03/thumb11.jpg" width="219" height="198" /></a> <span style="color: #0000ff">วังวนของผู้พ่ายแพ้แห่งเกมการลงทุน โดย Mark Minervini</span></strong></p>
<p>วันนี้ผมได้นำเอาบทความด้านจิตวิทยาการลงทุน ของสุดยอดเซียนหุ้นอย่าง Mark Minervini ผู้ซึ่งได้เคยถูกสัมภาษณ์ลงในหนังสือ The Stock Market Wizard มาให้อ่านกันครับ นี่เป็นเรื่องที่น่าสนใจและทำให้ผมหวนคิดถึงประโยคที่ว่า “จงเพ่งความสนใจไปยังการกระทำในสิ่งที่เหมาะสม แทนที่จะเพ่งความสนใจไปยังผลกำไรของคุณ” (Focus on trading well, not trading profits) หวังว่าจะมีประโยชน์กับทุกๆคนครับ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> </p>
<p> <span id="more-2315"></span><strong><span style="color: #008040">วังวนของผู้พ่ายแพ้แห่งเกมการลงทุน</span></strong>
</p>
<p>จากเนื้อหาในหนังสือ Winning The Loser’s Game นั้น ผู้แต่งซึ่งก็คือ Charles D. Ellis ได้พูดถึงบทสรุปที่สำคัญอย่างหนึ่งของหนังสือเกี่ยวกับการเล่นเทนนิสที่ชื่อว่า Extraordinary Tennis for the Ordinary Tennis Player เขียนโดย Dr. Simon Ramo เอาไว้ได้อย่างหน้าสนใจ โดยมันเป็นข้อสรุปเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่าง “เกมของผู้ชนะ” และ “เกมของผู้แพ้” ในการเล่นเทนนิสที่เขา (ผู้แต่งหนังสือ) ได้ทำการศึกษาและวิจัยออกมา</p>
<p>เนื้อหาได้กล่าวถึงการที่ Dr. Simon Ramo ได้ทำการสังเกตถึงเกมการเล่นเทนนิสออกมาว่า แท้จริงแล้วเกมการเล่นเทนนิสนั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่เกมเกมเดียวในหนึ่งมิติอย่างที่เราเห็น แต่เป็นเกมที่มีอยู่สองมิติต่างหาก นั่นก็คือ เกมของนักเทนนิสมืออาชีพหรือมือสมัครเล่นที่มีพรสวรรค์เป็นอย่างสูง ส่วนเกมในอีกมิตินั้น คือเกมของมือสมัครเล่นอย่างพวกเราโดยทั่วไป</p>
<p>หลังจากที่ Dr. Simon Ramo ได้ทำการศึกษาและวิเคราะห์ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์และสถิติอย่างเข้มข้นนั้น เขาได้ทำการสรุปผลของมันออกมาดังนี้ : <span style="text-decoration: underline">มืออาชีพคือผู้ที่ทำแต้มได้ด้วยตนเอง และมือสมัครเล่นคือผู้ที่ทำแต้มเสียด้วยตนเอง!</span></p>
<p>ในเกมการแข่งขันเทนนิสของบรรดามืออาชีพนั้น ผลแพ้ชนะของเกมมักจะถูกตัดสินโดยความสามารถในการ “กระทำ” ของผู้ชนะ โดยที่บรรดานักเทนนิสมืออาชีพเหล่านี้นั้น จะมีความสามารถในการที่จะตีลูกด้วยความรุนแรงและแม่นยำ ตลอดการตีโต้แข่งขันกันอย่างยาวนาน จนกว่าที่ใครคนใดคนหนึ่ง จะสามารถทำให้อีกฝ่ายเกิดความผิดพลาด หรือทำให้ผู้เล่นอีกฝ่ายไม่สามารถวิ่งไปรับลูกได้ทัน หรือพูดอีกอย่างก็คือ พวกเขานั้นคือผู้ที่แทบจะไม่เกิดความผิดพลาดในการเล่นขึ้นมาเลย</p>
<p>ในทางกลับกันแล้ว สำหรับเกมเทนนิสของบรรดามือสมัครเล่นทั้งหลาย Dr. Simo ได้พบว่ามันเป็นเกมที่แตกต่างกันออกไปโดยสิ้นเชิง เนื่องจากเราจะสามารถพบเห็นการตีลูกที่รุนแรงแม่นยำ และการตีโต้กลับกันไปมาอย่างยาวนานได้น้อยมากๆ พูดอีกอย่างก็คือ บรรดามือสมัครเล่นทั้งหลายนั้นนอกจากจะไม่สามารถบดขยี้คู่แข็งของพวกเขาได้แล้ว พวกเขายังมักที่จะบดขยี้ตัวของพวกเขาเองอีกด้วย! เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ลูกเทนนิสของพวกเขามักที่จะวิ่งไปชนตาข่าย หรือไม่ก็จะวิ่งออกนอกเส้นไปเองด้วยมือของพวกเขา สรุปแล้วก็คือ ผู้ชนะในเกมเทนนิสของมือสมัครเล่น มักที่จะได้แต้มเนื่องจากคู่แข่งของพวกเขาได้ตีผิดพลาดไปเองนั่นเอง</p>
<p>ด้วยความที่ Dr. Ramo นั้นมีความเป็นนักวิทยาศาสตร์และนักสถิติเป็นอย่างสูง เขาจึงได้รวบรวมฐานข้อมูลต่างๆเข้าด้วยกัน เพื่อที่จะทำการทดสอบข้อสันนิษฐานของเขาขึ้นมา โดยแทนที่เขาจะทำการนับคะแนนตามแบบมาตรฐาน (15-0, 30-15 หรืออื่นๆตามแบบดั้งเดิม) เขากลับใช้วิธีการนับคะแนนโดยการนับเป็นแต้มที่ทำได้ และแต้มที่ทำเสียเองออกมา โดยสิ่งที่เขาได้ค้นพบก็คือ <span style="text-decoration: underline">เขาพบว่าในเกมของนักเทนนิสมืออาชีพนั้น การได้แต้มส่วนใหญ่ถึง 80% จะเกิดจากการได้แต้มด้วยการกระทำของผู้ชนะ แต่ในทางกลับกันแล้วในเกมของมือสมัครเล่นนั้น การได้แต้มส่วนใหญ่ถึง 80% มักจะเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของคู่แข่งเอง</span></p>
<p><strong></strong><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/03/MarkMinervini.jpg"><img style="border-right-width: 0px; margin: 20px 0px; display: inline; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px" title="เซียนหุ้น Mark Minervini" border="0" alt="เซียนหุ้น Mark Minervini" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/03/MarkMinervini_thumb.jpg" width="524" height="433" /></a></p>
<p><strong><span style="color: #ff8040">แล้วอะไรหละ คือตัวแปรที่ตัดสินผลแพ้ชนะในแต่ละเกม?</span></strong></p>
<p>แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องของอุปกรณ์, กรรมการ, สภาพอากาศ หรือแม้กระทั่งตัวของผู้เล่นเอง!</p>
<p>ถ้าอย่างนั้น … แล้วอะไรล่ะ คือสิ่งที่ควบคุมผลแพ้ชนะของการแข่งขัน?</p>
<p>Dr. Ramo ได้พบว่าตัวแปรที่สำคัญที่สุด ที่จะตัดสินผลแพ้ชนะของการแข่งขันเทนนิสในแต่ละแมทช์ … ก็คือการที่ลูกเทนนิสสามารถที่จะเคลื่อนผ่านตาข่ายไปได้นั่นเอง</p>
<p>ผู้เล่นที่สามารถรวบรวมสมาธิ และมีความสามารถในการที่จะตีลูกให้ข้ามตาข่ายไปได้ดีที่สุดนั้น มักจะเป็นคนที่มองไปยังกระดานนับคะแนน (Scoreboard) แล้วพบว่าตัวเองได้รับชัยชนะเมื่อเกมการแข่งขันจบลง พวกเขาแทบที่จะไม่ได้คิดถึงคะแนนที่เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ เพราะมันคือสิ่งที่จะคอยรบกวนพวกเขาในการที่จะทำสิ่งต่างๆได้อย่างดีที่สุดนั่นเอง และนี่คือสิ่งที่เป็นจริงทั้งในเกมการแข่งขันเทนนิสหรือแม้กระทั่งการเล่นหุ้น!</p>
<p>สำหรับตัวผมเองแล้ว <span style="text-decoration: underline">ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการเล่นหุ้นของผม ได้เกิดขึ้นเมื่อผมได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะลืมเรื่องของผลกำไรไป (Scoreboard) แล้วเพ่งสมาธิไปยังการที่จะเป็นนักเล่นหุ้นที่ดีที่สุดเท่าที่ผมจะสามารถทำได้</span> ซึ่งมันก็เปรียบเสมือนกับการตีลูกเทนนิสให้ข้ามตาข่ายไปในรูปแบบของผมนั่นเอง นอกจากนี้แล้ว ผมยังเพ่งสมาธิและความสนใจไปยังการตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆให้ดีที่สุด และแก้ไขข้อบกพร่องของผมจนมันกลายเป็นจุดแข็งขึ้นมาแทน (ไม่ตีลูกให้เสียคะแนนเอง)</p>
<p>จงจำไว้ให้ดีว่า เมื่อไหร่ที่คุณสามารถจะตีลูกให้ข้ามตาข่ายไปจนมันกลายเป็นเรื่องธรรมดาได้แล้วนั้น ความสำเร็จหรือผลกำไร ซึ่งเป็นผลผลิตจากความตั้งใจของคุณจะติดตามมาเอง ดังนั้น แทนที่คุณจะมัวแต่วิตกกังวลว่าผลกำไรของคุณจะเกิดขึ้นมากเท่าไหร่นั้น จงวิตกกังวลว่าคุณจะสามารถทำสิ่งต่างๆได้อย่างถูกต้อง ตามแผนหรือระบบการลงทุนของคุณแทนเสียจะดีกว่า</p>
<p><span style="color: #ff8080"><strong>แท้จริงแล้วการทำกำไรจากการลงทุนหรือเล่นหุ้นนั้น คือผลลัพธ์ของประสิทธิภาพในการที่คุณจะสามารถ “กระทำ” ตามระบบ/หลักการลงทุนที่ดีของคุณได้ต่างหาก</strong></span> การมัวแต่จ้องมองไปยังผลกำไรที่จะเกิดขึ้นนั้น มีแต่จะคอยรบกวนหรือสร้างความสับสนให้กับคุณ ในการที่คุณจะสามารถกระทำสิ่งที่จำเป็น ในการที่จะสร้างผลกำไรของคุณขึ้นมานั่นเอง</p>
<p>อย่าลืม!! จงตั้งสมาธิไปยังการตีลูกให้ข้ามตามข่ายเอาไว้ให้ดีที่สุดอยู่เสมอครับ!!</p>
<p><a href="http://www.mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #8000ff">แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management</span></strong></a></p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/losers-average-losers/' rel='bookmark' title='คนแพ้ชอบถัวเฉลี่ยขาดทุนคนชนะชอบซื้อเพิ่มเมื่อมีกำไร : &ldquo;Losers Average Losers&rdquo;'>คนแพ้ชอบถัวเฉลี่ยขาดทุนคนชนะชอบซื้อเพิ่มเมื่อมีกำไร : &ldquo;Losers Average Losers&rdquo;</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/mark-douglas-winning-mindset4/' rel='bookmark' title='บทสัมภาษณ์ : Mark Douglas : Winning mindset(4)'>บทสัมภาษณ์ : Mark Douglas : Winning mindset(4)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/mark-douglas-winning-mindset/' rel='bookmark' title='บทสัมภาษณ์ : Mark douglas : Winning Mindset(1)'>บทสัมภาษณ์ : Mark douglas : Winning Mindset(1)</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/winning-the-losers-game/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>37</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Behind The Scene : Indexes Return Vs. Stocks Return</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/indexes-return-vs-stocks-return/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/indexes-return-vs-stocks-return/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 21 Mar 2011 22:37:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้นและวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=2298</guid>
		<description><![CDATA[กี่ครั้งกี่หนแล้ว ที่เรามักจะได้ยินใครต่อใครพูดว่า “ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นนั้นอยู่ที่ประมาณ 10% ต่อปี” ส่วนตัวของผมเองนั้นมักจะได้ยินสิ่งเหล่านี้อยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นจากเพื่อนๆนักเล่นหุ้น, ที่ปรึกษาการลงทุนต่างๆ หรือแม้แต่ในงานมีทติ้งสังสรรค์ แต่ผมอยากจะบอกว่าความจริงแล้ว นี่เป็นเรื่องที่เข้าใจผิดกันอย่างมหันต์! ส่วนเหตุผลจะเป็นเพราะอะไรนั้น ... ตามเข้ามาอ่านกันได้เลยครับ!
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-how-to/' rel='bookmark' title='แนะนำหนังสือหุ้น : How To Make Money In The Stocks'>แนะนำหนังสือหุ้น : How To Make Money In The Stocks</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/x-bagger/' rel='bookmark' title='The X Bagger Stocks : หุ้นหลายเด้ง!'>The X Bagger Stocks : หุ้นหลายเด้ง!</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/how-to-trade-in-stocks-free/' rel='bookmark' title='แจกหนังสือถอดรหัสเซียนหุ้น!! : How to trade in stocks (ประกาศผล!)'>แจกหนังสือถอดรหัสเซียนหุ้น!! : How to trade in stocks (ประกาศผล!)</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #0000ff;"><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/03/28f2a08f5dfe.png"><img style="margin: 5px 5px 0px 0px; display: inline; border-width: 0px;" title="ตารางแสดงผลตอบแทนของหุ้นตลอดช่วงชีวิตของมัน" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/03/thumb.png" border="0" alt="ตารางแสดงผลตอบแทนของหุ้นตลอดช่วงชีวิตของมัน" width="240" height="235" align="left" /></a> เหตุผลเบื้องหลังที่คนส่วนใหญ่เจ๊งหุ้น!</span></strong></p>
<p>นี่เป็นบทความที่ผมได้อ้างอิงมาจากส่วนหนึ่งของผลวิจัยการลงทุนจากกองทุน Blackstar Funds ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยถึงแม้ว่าในประเทศไทยเราจะยังไม่มีงานวิจัยในลักษณะนี้ออกมาเท่าไหร่ แต่ผมเชื่อว่าตลาดหุ้นในโลกส่วนใหญ่นั่นก็มีลักษณะและธรรมชาติที่คล้ายกันอยู่เป็นอย่างมาก เนื่องจากแท้จริงแล้วมันก็เหมือนกับที่ Gorge Soros ได้เคยกล่าวเอาไว้ว่า ตลาดคือห้องทดลองของเขา หรือพูดอีกอย่างก็คือ มันคือห้องปฏิกรณ์ทางอารมณ์และความเชื่อของคนที่ถูกแสดงออกผ่านการกระทำโดยอาศัยเม็ดเงินที่ตนเองมีอยู่นั่นเอง ในวันนี้จะเป็นส่วนหนึ่งทีน่าสนใจของบทวิจัยชิ้นนี้เท่านั้น โดยผมจะขอนำมาลงในฉบับสมบูรณ์ในโอกาสต่อไปครับ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> </p>
<p><span id="more-2298"></span>กี่ครั้งกี่หนแล้ว ที่เรามักจะได้ยินใครต่อใครพูดว่า “ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นนั้นอยู่ที่ประมาณ 10% ต่อปี” ส่วนตัวของผมเองนั้นมักจะได้ยินสิ่งเหล่านี้อยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นจากเพื่อนๆนักเล่นหุ้น, ที่ปรึกษาการลงทุนต่างๆ หรือแม้แต่ในงานมีทติ้งสังสรรค์ แต่ผมอยากจะบอกว่าความจริงแล้ว นี่เป็นเรื่องที่เข้าใจผิดกันอย่างมหันต์! เหตุลผลก็เนื่องมาจากว่า ผลตอบแทนของหุ้นในแต่ละตัวนั้น มีความแตกต่างกันไปโดยสิ้นเชิงนั่นเองครับ</p>
<blockquote><p>นักลงทุนส่วนใหญ่ที่มักชอบซื้อแล้วถือยาวกับหุ้นไม่กี่ตัวนั้น (โดยเฉพาะนักลงทุนจำเป็น) กำลังแบกรับความเสี่ยงที่พวกเขาจะขาดทุนอย่างมากโดยไม่รู้ตัว โดยหลักฐานของเหตุผลเหล่านี้ได้แสดงอยู่ในกราฟ ที่เป็นผลมาจากงานวิจัยของกองทุน Black Star Funds ด้านล่างเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า มากกว่า 2 ใน 3 ของหุ้นส่วนใหญ่นั้น ให้ผลตอบแทนที่น้อยกว่าดัชนีรวมของตลาดหุ้น (สีแดงทางด้านซ้าย) ในทางกลับกัน เราจะเห็นได้ว่า มีเพียงหุ้นจำนวนเพียงแค่ประมาณ 6% เท่านั้น ที่สามารถจะให้ผลตอบแทนที่เหนือกว่าตลาดได้เป็นอย่างมาก (Bar Chart แท่งสีน้ำเงินด้านขวา) นอกจากนี้เรายังพบหลักฐานที่ชัดเจนอีกว่า หุ้นที่ให้ผลตอบแทนเหนือกว่าตลาดเหล่านี้ มักที่จะใช้เวลาหลายๆอาทิตย์อยู่ไกล้ๆกับระดับราคาสูงสุดของราคาหุ้น (All Time High) อยู่เสมออีกด้วย</p></blockquote>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/03/87160ef5913c.jpg"><img style="margin: 20px auto 0px; display: block; float: none; border-width: 0px;" title="ผลตอบแทนของหุ้นโดยเฉลี่ยรายตัว" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/03/thumb4.jpg" border="0" alt="ผลตอบแทนของหุ้นโดยเฉลี่ยรายตัว" width="526" height="385" /></a></p>
<p><em><span style="color: #808080;">ตาราง 1.0 : แสดงให้เห็นถึงผลตอบแทนของหุ้นเมื่อนำมาหักลบกับผลตอบแทนของดัชนี Russell 3000 index ตั้งแต่ปีค.ศ.1983 &#8211; 2006 โดยเราจะสังเกตุได้ว่า 64% ของผลตอบแทนจากราคาหุ้นส่วนใหญ่นั้นน้อยกว่าเมื่อเทียบกับตลาด และมีเพียง 6.1% เท่านั้น ที่ชนะตลาดได้ขาดลอยที่ 500% หรือมากกว่านั้น</span></em></p>
<blockquote><p>ความจริงแล้ว ความสับสนเกี่ยวกับผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นโดยเฉลี่ยที่ 10% ต่อปี (หรือ 8, 9, 10, 11, 12%)เหล่านี้นั้น เป็นผลมาจากการที่มันได้ถูกคำนวณจากผลตอบแทนโดยเฉลี่ยของดัชนีหลักๆของตลาด ไม่ว่าจะเป็นดัชนี Dow Jones, Industrial Average, S&amp;P500 (หรือแม้แต่กระทั่ง SET) นั่นเอง และนี่เป็นสิ่งที่พวกเราควรจะต้องทำความเข้าใจและระวังกันให้ดี เนื่องจากดัชนีเหล่านี้มีธรรมชาติที่แตกต่างจากหุ้นเป็นอย่างมาก เนื่องจากดัชนีหลายๆตัวนั้นถูกคำนวณด้วยวิธีการถ่วงน้ำหนัก (Weighted) ดังนั้น เมื่อราคาของหุ้นบางตัวได้วิ่งขึ้นไป (พร้อมกับมูลค่า Market Cap ที่มากขึ้นของมัน) นั่นจะทำให้น้ำหนักที่ถูกนำไปถ่วงในดัชนีมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน และในทางกลับกันแล้ว การที่หุ้นบางตัวได้มีราคาที่ลดลงไปอย่างมากนั้น ก็จะทำให้ถูกลดทอนการถ่วงน้ำหนักในการคำนวณไปด้วยในเวลาเดียวกัน หรือพูดอีกอย่างก็คือ <span style="color: #008000;"><strong>ดัชนีต่างๆนั้น ล้วนแล้วแต่ถูกสร้างมาให้มีการปรับตัวไปตามแนวโน้มของตลาดโดยรวมแทบทั้งสิ้น </strong><strong>(</strong><strong>ถ่ายน้ำหนักจากหุ้นแย่มาที่หุ้นดี)</strong><strong> ในขณะที่หุ้นรายตัวส่วนใหญ่นั้นไม่ใช่เลย!</strong></span></p></blockquote>
<p>ผลจากการศึกษาวิจัยของกองทุน BlackStar Funds นั้นได้บ่งชี้ให้เราเห็นว่า แท้จริงแล้ว … <strong><span style="color: #ff0000;">ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยของหุ้นรายตัวนั้น กลับมีค่าที่ติดลบแทนที่จะเป็นบวก!</span></strong> (ค่าที่คุณเห็นที่ -1.06% นั้นไม่ได้พิมพ์ผิดแต่อย่างใด) นี่จะเป็นสิ่งที่ทำให้นักลงทุนรายย่อยหลายๆคน ที่เชื่อว่าผลตอบแทนแบบ Buy and Hold โดยเฉลี่ยนั้นอยู่ที่ 10% ต่อปีต้องอึ้งไปตามๆกัน และสิ่งเหล่านี้เอง ที่เป็นคำตอบว่าทำไมนักลงทุนที่ไม่มีระบบหรือแนวทางการลงทุนที่ชัดเจนจึงต้องขาดทุนอยู่ร่ำไป</p>
<blockquote><p>และนี่คือความจริงที่โหดร้ายของตลาดหุ้น 2 ประการ :</p>
<p>1. ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยต่อปีของหุ้นรายตัวส่วนใหญ่นั้นมีค่าที่ติดลบ</p>
<p>2. ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยต่อปีของหุ้นรายตัวส่วนใหญ่นั้นแย่กว่าดัชนีตลาด</p></blockquote>
<p>อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าสิ่งที่เราเห็นจะเป็นเรื่องที่ดูเลวร้ายเอามากๆ (ผลตอบแทนที่เกิดขึ้นในตลาดส่วนใหญ่นั้น มาจากหุ้นไม่กี่ตัวเมื่อคิดเป็นร้อยละของหุ้นทั้งหมด) แต่นี่ก็สามารถที่จะกลับกลายเป็นสิ่งที่ดีได้เช่นกัน ทำไมน่ะหรือครับ? ก็เนื่องมาจากว่า <span style="text-decoration: underline;">มันได้ช่วยให้เราสามารถในการที่จะเพ่งความสนใจ ไปยังหุ้นที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด </span><span style="text-decoration: underline;">(</span><span style="text-decoration: underline;">แข็งแกร่งที่สุด) </span><span style="text-decoration: underline;">ได้โดยง่ายนั่นเอง และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมผมจึงเพ่งความสนใจไปยังหุ้นที่อยู่ไกล้ๆกับระดับราคาสูงสุด (All Time High) </span><span style="text-decoration: underline;">หรือระดับราคาสูงสุดภายใน 1 </span><span style="text-decoration: underline;">ปี (52 Weeks)</span><span style="text-decoration: underline;"> อยู่เสมอนั่นเอง</span></p>
<blockquote><p>สุดท้ายนี้ นี่คือหนึ่งในประโยคที่ถูกเขียนไว้ในงานวิจัยของพวกเขาครับ</p></blockquote>
<blockquote><p><strong><span style="color: #ff8040;"><span style="color: #ff8080;">“ในทางคณิตศาสตร์แล้วมันถือได้ว่าเป็นสิ่งที่มีเหตุผลทีเดียว ในการที่หุ้นตัวที่สามารถให้ผลตอบแทนเป็น 1,000% นั้น จะต้องทะลุแนวต้านของมันเป็นร้อยๆครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นภายในช่วงเวลาติดต่อกันหลายๆปีนั่นเอง” – Cole Wilcox และ Eric Crittenden (Blackstar Funds)</span></span></strong></p></blockquote>
<p>หวังว่าจะเป็นข้อมูลใหม่ๆให้พวกเราได้ฉุกคิดกันบ้างนะครับ ทั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาจะ Discredit การเล่นแบบถือยาวทั้งสิน เพียงแต่อยากนำผลวิจัยที่มีข้อมูลที่ชัดเจนมานำเสนอให้ดูบางส่วน จะได้ไม่หลงระเริงหรือโกหกตัวเองเวลาติดหุ้นกัน เพราะส่วนตัวผมเองแล้วเชื่อว่าการถือครองหุ้นแบบ Buy and Hold โดยมีระบบ/กลยุทธ์ที่ชัดเจนนั้น ยังคงสามารถที่จะให้ผลตอบแทนที่ชนะตลาดได้เช่นเดิม (เพราะการเล่นแบบนี้ให้ Reward to Risk Ratio ในแต่ละครั้งสูงมาก พูดง่ายๆคือได้ทีหนักหน่วงมาก) แต่ทั้งนี้ มันต้องไม่ใช่การถือครองหุ้นเพราะ “ความจำเป็น” ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แล้วเจอกันใหม่สวัสดีครับ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p><a href="http://www.mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #8000ff;">แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management</span></strong></a></p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-how-to/' rel='bookmark' title='แนะนำหนังสือหุ้น : How To Make Money In The Stocks'>แนะนำหนังสือหุ้น : How To Make Money In The Stocks</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/x-bagger/' rel='bookmark' title='The X Bagger Stocks : หุ้นหลายเด้ง!'>The X Bagger Stocks : หุ้นหลายเด้ง!</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/how-to-trade-in-stocks-free/' rel='bookmark' title='แจกหนังสือถอดรหัสเซียนหุ้น!! : How to trade in stocks (ประกาศผล!)'>แจกหนังสือถอดรหัสเซียนหุ้น!! : How to trade in stocks (ประกาศผล!)</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/indexes-return-vs-stocks-return/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>41</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>New Idea For Using Moving Average : แนวคิดใหม่ในการใช้เส้นค่าเฉลี่ยในการเล่นหุ้น</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/new-idea-for-using-moving-average/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/new-idea-for-using-moving-average/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 27 Feb 2011 04:32:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้นและวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=2150</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันก่อนผมยังติดค้างแนวคิดการวิเคราะห์ทางเทคนิคดีๆๆจากหนังสือหุ้น Trade Like an O’Neil Disciple กับทุกคนอยู่ และสัญญาว่าจะมาเล่าต่อให้จบ วันนี้ว่างแล้วเลยขอมาเล่าไอเดียใหม่ๆ (รึปล่าว?) ต่อกันเลยแล้วกันนะครับ โดยในตอนนี้จะมาว่ากันด้วยเรื่องของแนวคิดในการใช้เครื่องมือยอดฮิตอย่าง Moving Average ในการหาจังหวะขายหุ้นของพวกเขากัน ซึ่งถึงแม้ว่านี่อาจเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องใหม่ของใครบางคน แต่นี่เป็นสิ่งที่ผมเห็นว่ายังไม่ค่อยมีใครใช้กันในเมืองไทยสักเท่าไหร่ ก็เลยคิดว่าน่าสนใจดีครับ :)
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/losers-average-losers/' rel='bookmark' title='คนแพ้ชอบถัวเฉลี่ยขาดทุนคนชนะชอบซื้อเพิ่มเมื่อมีกำไร : &ldquo;Losers Average Losers&rdquo;'>คนแพ้ชอบถัวเฉลี่ยขาดทุนคนชนะชอบซื้อเพิ่มเมื่อมีกำไร : &ldquo;Losers Average Losers&rdquo;</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trade-like-oneil-disciple-and-the-pocket-pivot-buy-point/' rel='bookmark' title='Trade Like an O&rsquo;Neil Disciple and The Pocket Pivot Buy Point! : หนังสือหุ้นน่าอ่าน และการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค'>Trade Like an O&rsquo;Neil Disciple and The Pocket Pivot Buy Point! : หนังสือหุ้นน่าอ่าน และการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/chuck-lebeau-and-david-lucas/' rel='bookmark' title='บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น : Chuck LeBeau and David Lucas by Jack Reerink'>บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น : Chuck LeBeau and David Lucas by Jack Reerink</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #0000ff;"><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/02/Chart2PTL.png"><img style="margin: 5px 5px 0px 0px; display: inline; border-width: 0px;" title="Chart2 - PTL" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/02/Chart2PTL_thumb.png" border="0" alt="Chart2 - PTL" width="170" height="240" align="left" /></a> แนวคิดใหม่ในการใช้เส้นค่าเฉลี่ยในการเล่นหุ้น</span></strong></p>
<p>เมื่อวันก่อนผมยังติดค้างแนวคิดการวิเคราะห์ทางเทคนิคดีๆๆจากหนังสือหุ้น Trade Like an O’Neil Disciple กับทุกคนอยู่ และสัญญาว่าจะมาเล่าต่อให้จบ วันนี้ว่างแล้วเลยขอมาเล่าไอเดียใหม่ๆ (รึปล่าว?) ต่อกันเลยแล้วกันนะครับ โดยในตอนนี้จะมาว่ากันด้วยเรื่องของแนวคิดในการใช้เครื่องมือยอดฮิตอย่าง Moving Average ในการหาจังหวะขายหุ้นของพวกเขากัน ซึ่งถึงแม้ว่านี่อาจเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องใหม่ของใครบางคน แต่นี่เป็นสิ่งที่ผมเห็นว่ายังไม่ค่อยมีใครใช้กันในเมืองไทยสักเท่าไหร่ ก็เลยคิดว่าน่าสนใจดีครับ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>ปล. ที่ผมบอกว่าเป็นแนวคิดนั้น เพราะไม่อยากให้ไปยึดตายตัวกับจำนวนวัน (Period) ที่นำมาใช้ในการคำนวน เพราะตลาดบ้านเรากับบ้านเขาอาจไม่เหมือนกันก็ได้ ดังนั้น ลอกไปแต่แนวคิดไปลองทดลองดูก่อน เพราะมันสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ Trailing Stop ในหลายๆรูปแบบกันได้ ส่วนรายละเอียดนั้นขอดึงมาเป็นส่วนๆเลยละกัน จะได้ตรงๆไม่มี Bias ผมมาเกี่ยว <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> </p>
<p><span id="more-2150"></span><strong> </strong></p>
<p><strong><span style="color: #ff8080;">กฏ 7 สัปดาห์ (7 Weeks Rule)</span></strong></p>
<ul>
<li>“หุ้นที่ได้แสดงให้เห็นว่าพวกมันนั้น มีแนวโน้มในการที่จะ “เชื่อฟัง” หรือ “ยอมรับ” เส้นค่าเฉลี่ย (MA) 10 วันของพวกมันมาเป็นเวลาอย่างน้อย 7 สัปดาห์ในขณะที่อยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ควรที่จะถูกทำการขายออกมาเมื่อพวกมัน “ละเมิด” เส้น MA 10 วันของพวกมันลงมา แต่หากว่าพวกมันไม่ได้ยอมรับเส้น 10 วันพวกนี้มาก่อน เราก็ควรที่จะเลือกใช้เส้น MA 50 วันของพวกมันแทน”</li>
</ul>
<ul>
<li>“นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่า กฏ 7 สัปดาห์ โดยมันจะช่วยป้องกันไม่ให้คุณขายหุ้นทิ้งอย่างรวดเร็วจนเกินไป หากว่าหุ้นไม่ได้ยอมรับเส้น MA ที่ 10 วันมาก่อน และนี่ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยมากๆด้วย”</li>
</ul>
<ul>
<li>“จากผลการวิจัยเกี่ยวกับจุดซื้อแบบ Pocket Pivot Buy Point (PPBP) นั้น เราได้พบว่าเมื่อเกิดสัญญาณ PPBP ขึ้นซึ่งเป็นผลทำให้เกิดเป็นแนวโน้มขาขึ้นตามมานั้น พวกมันมักจะแสดงให้เห็นถึงการยอมรับเส้น MA 10 วันของพวกมันเป็นเวลาอย่างน้อย 7 สัปดาห์หลังจากที่สัญญาณได้เกิดขึ้น ซึ่งนั่นทำให้เราควรที่จะตัดสินใจขายหุ้นออกมา เมื่อพวกมันได้ละเมิดเส้น MA 10 วันของพวกมันลงมา”</li>
</ul>
<ul>
<li>“กฏการขายหุ้นที่พวกเราเลือกใช้นั้น ล้วนแล้วแต่อิงอยู่กับกฏ 7 สัปดาห์ ในการที่พวกเราจะตัดสินใจว่าจะเลือกใช้เส้น MA 10 วันหรือ MA 50 วัน และนี่คือกฏที่สามารถจะนำไปประยุกต์ใช้ได้กับหุ้นทุกๆตัว และทุกๆช่วงแนวโน้มของพวกมัน”</li>
</ul>
<p><strong><span style="color: #ff8080;">กฏของการละเมิด (Violation Rule)</span></strong></p>
<ul>
<li>คำว่า “ละเมิด” ในที่นี้ หมายถึงเมื่อราคาปิดของหุ้น ได้ปิดต่ำกว่าเส้น MA 10 วัน และตามมาด้วยการที่ราคาของวันถัดไป ได้เคลื่อนไหวลงมาต่ำกว่าจุดต่ำสุดของวันที่มันได้หลุดเส้น MA 10 วันลงมา</li>
</ul>
<ul>
<li>“ผลการวิจัยของเราได้บ่งชี้ให้เห็นว่า หลังจากที่ราคาหุ้นได้ปิดลงมาต่ำกว่าเส้น MA 10 วัน พวกมันมักที่จะหยุดนิ่งสักพัก เพื่อโอกาสให้กับนักลงทุนที่มือไม่แน่นได้ทำการขายทำกำไรออกมา ก่อนที่มันจะเริ่มทำการสร้างฐานและอาจที่จะตั้งไข่เพื่อวิ่งขึ้นไปต่ออีกครั้ง โดยเฉพาะกับหุ้นที่แข็งแกร่งมากๆนั้น พวกมันมักที่จะเกิดการพักตัวไม่นานสักเท่าไหร่ ดังนั้น มันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราควรจะมีความยืดหยุด และพร้อมที่จะกระโดดเข้าตลาดอีกครั้งเมื่อสัญญาณ PPBP ได้เกิดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง”</li>
</ul>
<ul>
<li>“จำไว้ให้ดีว่า เราเลือกที่จะใช้คำว่า “ละเมิด” เพื่อที่จะระบุความหมายอย่างชัดเจน ถึงพฤติกรรมที่เรามองหาเพื่อทำการตัดสินใจ ซึ่งก็คือ หลังจากที่ราคาหุ้นได้ปิดต่ำกว่าเส้น MA 10 วันแล้ว ในวันต่อๆมาราคาของมันจะต้องเคลื่อนลงไปต่ำกว่าจุดต่ำสุดของวันที่มันหลุดเส้น MA 10 วันลงมา ในการที่เราจะสามารถเรียกได้ว่า มันได้ละเมิดเส้น MA ของพวกมันลงมาแล้วจริงๆ”</li>
</ul>
<ul>
<li>“ทุกๆวันนี้ ผม (Gill Morales) ผมจะปล่อยให้ตลาดปิดก่อนที่จะทำการขาย เมื่อหุ้นได้หลุดเส้น MA 20 วันของพวกมันลงมา เนื่องจากว่าราคาหุ้นมักที่จะกลับตัวในระหว่างวันและปิดเหนือเส้น MA ของพวกมันอยู่บ่อยครั้ง โดยแทนที่ผมจะใช้เส้น MA ไม่ว่าจะเป็น 20 หรือ 50 วันเป็นแนวรับแบบ “ตายตัว” นั้น ทุกวันนี้ผมมีมุมมองเปรียบเสมือนว่ามันคือค่ากลาง (Median) ของ “ขอบเขตแนวรับ-ต้าน” และมองว่าราคาหุ้นทำตัวอย่างไรเมื่อมันอยู่ไกล้ๆกับเส้น MA เหล่านี้แทนมากกว่า”</li>
</ul>
<ul>
<li>“ในทุกๆวันนี้ มุมมองของผมเกี่ยวกับเส้น MA และเส้นแนวรับต่างๆนั้น ได้ตกผลึกมาจากแนวคิดที่ว่า แท้จริงแล้วพวกมันกำลังแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เรียกว่าค่ากลาง หรือจุดศูยน์กลางของ “ขอบเขต” แนวรับ-แนวต้านของราคาหุ้นเสียมากกว่า นอกจากนี้แล้ว เมื่อราคาหุ้นได้ทะลุเส้น MA ที่สำคัญเป็นครั้งแรก มันจะต้องถูกยืนยันการ “ละเมิด” เส้น MA ด้วยการที่ราคาหุ้นในวันต่อๆมาเคลื่อนลงไปต่ำกว่าจุดต่ำสุดของวันที่มันหลุดเส้น MA ลงมา”</li>
</ul>
<ul>
<li>“นี่คือหนึ่งในเคล็ดลับ ในการใช้เส้น MA 10 วันของเราโดยอ้างอิงอยู่กับกฏ 7 สัปดาห์ของพวกเรา”</li>
</ul>
<p><strong><span style="color: #ff8080;">การทยอยขายเพื่อลดความเสี่ยงและรักษาผลกำไร</span></strong></p>
<ul>
<li>“กฏ 7 สัปดาห์นั้นเป็นกฏที่ง่ายมากๆและใช้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว แนวทางในการจัดการกับหุ้นที่ไม่เกิดการ “ละเมิด” เส้น MA 10 วันของพวกมันลงมาเป็นเวลาอย่างน้อย 7 สัปดาห์ตั้งแต่เกิดสัญญาณ PPBP และสัญญาณ Breakout นั้น เราสามารถที่จะใช้การ “ละเมิด” เส้น MA 10 วันลงมาเป็นจุดตัดขายไปอย่างน้อยครึ่งส่วนก่อน โดยที่เราจะใช้สัญญาณการละเมิดเส้น MA 50 วันเป็นการตัดขายหุ้นทั้งหมดออกมาอีกครั้ง โดยที่เคล็ดลับอีกส่วนก็คือ หากว่าวันที่ราคาหุ้นทะลุเส้น MA 50 วันของมันลงมานั้น มีปริมาณการซื้อขาย (Volume) ที่มากกว่าวันก่อนหน้า (วัน Distribution Day) เราอาจเลือกที่จะขายในราคาปิดวันนั้นเลยก็ได้ แต่หากว่า Volume ของมันน้อยกว่าวันก่อนหน้า เราก็จะยังคงกฏของการ “ละเมิด” อย่างเดิมเอาไว้</li>
</ul>
<p><span style="color: #ff8040;"><strong><span style="color: #008000;">ตัวอย่างของการใช้กฏการละเมิด (Violation Rule) กับราคาหุ้นใน Weekly Chart &#8211; หากไม่ชัดคลิ้กขวาแล้ว Open in new tab เพื่อดูรูปแต็มๆได้ครับ</span></strong></span></p>

<div class="ngg-imagebrowser" id="ngg-imagebrowser-7-2150">

	<h3>DCC Weekly Chart</h3>

	<div class="pic">
<a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/gallery/violation-rule/chart2-dcc.png" title="" class="shutterset_violation-rule">
	<img alt="DCC Weekly Chart" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/gallery/violation-rule/chart2-dcc.png"/>
</a>
</div>
	<div class="ngg-imagebrowser-nav"> 
		<div class="back">
			<a class="ngg-browser-prev" id="ngg-prev-54" href="http://mangmaoclub.com/new-idea-for-using-moving-average/?pid=54">&#9668; Back</a>
		</div>
		<div class="next">
			<a class="ngg-browser-next" id="ngg-next-53" href="http://mangmaoclub.com/new-idea-for-using-moving-average/?pid=53">Next &#9658;</a>
		</div>
		<div class="counter">Picture 1 of 3</div>
		<div class="ngg-imagebrowser-desc"><p> </p></div>
	</div>	

</div>	


<p>เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับไอเดียเหล่านี้? จากการสังเกตุของผมแล้ว แนวคิดเหล่านี้สามารถนำไปใช้ร่วมกับระบบ Peak n Through หรือการใช้ Volatility Stop (ATR) ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว น่าจะเป็นแนวทางการค้นคว้าได้สำหรับหลายๆคน ยังไงซะถ้าได้เรื่องอย่างไร อย่าลืมมาแบ่งปันให้ผมฟังบ้างแล้วกันนะครับ สวัสดีครับ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> </p>
<p><a href="http://www.mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #8000ff;">แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management</span></strong></a></p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/losers-average-losers/' rel='bookmark' title='คนแพ้ชอบถัวเฉลี่ยขาดทุนคนชนะชอบซื้อเพิ่มเมื่อมีกำไร : &ldquo;Losers Average Losers&rdquo;'>คนแพ้ชอบถัวเฉลี่ยขาดทุนคนชนะชอบซื้อเพิ่มเมื่อมีกำไร : &ldquo;Losers Average Losers&rdquo;</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trade-like-oneil-disciple-and-the-pocket-pivot-buy-point/' rel='bookmark' title='Trade Like an O&rsquo;Neil Disciple and The Pocket Pivot Buy Point! : หนังสือหุ้นน่าอ่าน และการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค'>Trade Like an O&rsquo;Neil Disciple and The Pocket Pivot Buy Point! : หนังสือหุ้นน่าอ่าน และการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/chuck-lebeau-and-david-lucas/' rel='bookmark' title='บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น : Chuck LeBeau and David Lucas by Jack Reerink'>บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น : Chuck LeBeau and David Lucas by Jack Reerink</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/new-idea-for-using-moving-average/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>27</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Trade Like an O&#8217;Neil Disciple and The Pocket Pivot Buy Point! : หนังสือหุ้นน่าอ่าน และการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/trade-like-oneil-disciple-and-the-pocket-pivot-buy-point/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/trade-like-oneil-disciple-and-the-pocket-pivot-buy-point/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 23 Feb 2011 22:55:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังสือหุ้นน่าอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=2123</guid>
		<description><![CDATA[รีวิวหนังสือหุ้นคราวนี้ ผมขอนำหนังสือหุ้นที่พึ่งจะออกมาในปีที่แล้ว  และเทคนิคการหาสัญญาณเข้าซื้อในรูปแบบของพวกเขามาเล่าให้ฟังกันครับมาเล่าให้ฟังกันครับ หนังสือหุ้นเล่มนี้ร่วมกันเขียนโดย Gil morales และ Chris Kacher ซึ่งเคยเป็นอดีต Trader ให้กับ William O’Neil (เซียนหุ้นต้นตำหรับของสูตรเด็ด C-A-N-S-L-I-M ที่ทุกคนน่าจะพอรู้จักกันดี) ซึ่งพวกแต่ละคนสามารถสร้างผลตอบแทนได้ถึงกว่า 18,000% ภายในระยะเวลา 7 ปีครับ
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trade-your-way/' rel='bookmark' title='แนะนำหนังสือหุ้น : Trade Your Way To Financial Freedom : หนทางสู่อิสรภาพ&#8230;ในตลาดหุ้น'>แนะนำหนังสือหุ้น : Trade Your Way To Financial Freedom : หนทางสู่อิสรภาพ&#8230;ในตลาดหุ้น</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/new-idea-for-using-moving-average/' rel='bookmark' title='New Idea For Using Moving Average : แนวคิดใหม่ในการใช้เส้นค่าเฉลี่ยในการเล่นหุ้น'>New Idea For Using Moving Average : แนวคิดใหม่ในการใช้เส้นค่าเฉลี่ยในการเล่นหุ้น</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/how-to-trade-in-stocks-free/' rel='bookmark' title='แจกหนังสือถอดรหัสเซียนหุ้น!! : How to trade in stocks (ประกาศผล!)'>แจกหนังสือถอดรหัสเซียนหุ้น!! : How to trade in stocks (ประกาศผล!)</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/02/TradelikeONeilDisciple.jpg"><strong></strong></a><strong><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/02/TradelikeONeilDisciple1.jpg"><img style="margin: 5px 5px 0px 0px; display: inline; border: 0px;" title="Trade like O'Neil Disciple" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/02/TradelikeONeilDisciple_thumb1.jpg" border="0" alt="Trade like O'Neil Disciple" width="163" height="243" align="left" /></a></strong><strong> <span style="color: #0000ff;">แนะนำหนังสือหุ้นน่าอ่าน Trade Like an O’Neil Disciple และสัญญาณเทรดหุ้น The Pocket Pivot Buy Point!</span> </strong></p>
<p>รีวิวหนังสือหุ้นคราวนี้ ผมขอนำหนังสือหุ้นที่พึ่งจะออกมาในปีที่แล้วมาเล่าให้ฟังกันครับ หนังสือหุ้นเล่มนี้ร่วมกันเขียนโดย Gil morales และ Chris Kacher ซึ่งเคยเป็น Trader ให้กับ William O’Neil (เซียนหุ้นต้นตำหรับของสูตรเด็ด C-A-N-S-L-I-M ที่ทุกคนน่าจะพอรู้จักกันดี) โดยพวกแต่ละคนสามารถสร้างผลตอบแทนได้ถึงกว่า 18,000% ภายในระยะเวลา 7 ปีเลยทีเดียว</p>
<p><span id="more-2123"></span></p>
<p>เรื่องคุณภาพของหนังสือเล่มนี้ก็ไม่ต้องพูดถึงครับ พูดได้เต็มปากว่าอ่านสนุกและคิดว่าดีมากเลยทีเดียว (ใจจริงผมชอบมากกว่าเล่ม Original ของ O’Neil ที่ชื่อว่า How to make money in the stocks market เสียอีก) โดยที่เนื้อหานั้นจะคลอบคลุมเกี่ยวกับการเล่นหุ้นในสไตล์ Momentum Investor หรือแบบ CANSLIM ทั้งในด้าน ทัศนคติ, จิตวิทยาการลงทุน, Money Management และ ระบบการเล่นหุ้น-วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคและพื้นฐานของพวกเขา</p>
<p>ทีเด็ดของหนังสือหุ้นเล่มนี้มีหลายอย่างมากครับ ตัดสินใจยากที่จะบอกว่าอะไรเด็ดสุด แต่โดยส่วนตัวแล้วชอบที่มีการลงรายละเอียดคล้ายๆกับ Study Case ในการเทรดจริงๆที่ผ่านมาของพวกเขา ว่าพวกเขาสามารถที่จะทำกำไรถึง 18,000% ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 7 ปีได้อย่างไร (ใช่ครับ 180 เท่าครับ อ่านไม่ผิด อิอิ) อีกทั้งยังมีน้ำจิ้มสูตรเด็ดการเข้าซื้อหุ้นแบบใหม่ที่พวกเขาได้พัฒนาขึ้นมา นั่นก็คือ “The Pocket Pivot Buy Point” ที่จะทำการเข้าซื้อตั้งแต่ราคาหุ้นยังอยู่ในกระเป๋าหรือ “หลุม” (ยังไม่ Breakout) ซึ่งเป็นจุดซื้อที่มีความเสี่ยงต่ำแต่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น ซึ่งผมจะทำการสรุปให้อ่านกันคร่าวๆในบทความนี้ครับ (คิดว่าน่าจะเป็นบทความแรกในไทยอีกแล้วครับท่าน หุหุ) อ่านเสร็จแล้วใครสนใจก็ลองหาซื้อมาอ่านได้นะครับ คุ้มค่าแน่นอน และเป็นหนังสือหุ้นที่ควรต้องอ่านครับผม</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/02/gilmoraleschriskacher1.jpg"><img style="display: block; float: none; margin-left: auto; margin-right: auto; border: 0px;" title="เซียนหุ้น gil morales และ chris kacher1" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/02/gilmoraleschriskacher1_thumb.jpg" border="0" alt="เซียนหุ้น gil morales และ chris kacher1" width="480" height="360" /></a></p>
<p style="text-align: center;">Gill morales ,John Kozey นักวิเคราะห์หุ้นจาก Reuters และ Chris Kacher</p>
<p>สุดท้ายนี้ผมจะขอนำเอาบางส่วนของหัวข้อที่น่าสนใจในหนังสือเล่มนี้มาให้ได้อ่านกันดูนะครับ น่าจะถูกใจกันพอสมควร <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> </p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">The Pocket Pivot Buy Point : สัญญาณซื้อหุ้นที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อสาวก CANSLIMer!</span></strong></p>
<p>สัญญาณ <strong>Pocket Pivot Buy Point (PPBP)</strong> นั้นเกิดขึ้นมาจากห้องทดลองการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคของ Dr. Kris Kacher (Dr.K Laboratory) ในปี 2005 โดยเป็นผลมาจากการที่พวกเขาพยายามที่จะมองหาสัญญาณบางอย่างในการช่วยกำหนดจุดซื้อ เมื่อตลาดหุ้นอยู่ในภาวะ Sideway เพื่อหลีกเลี่ยงการที่จะโดน Whipsaw จากสัญญาณ Breakout แบบดั้งเดิมที่มักจะเกิดขึ้นจากตลาดในช่วงแบบนี้ สำหรับความหมายของสัญญาณ PPBP นั้น ผมขออ้างโดยย่อมาจากหนังสือเลยนะครับ</p>
<blockquote><p>“มันคือตัวชี้นำล่วงหน้าของสัญญาณ Breakout ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อหาจุดเข้าซื้อ ในขณะที่หุ้นยังอยู่ในช่วงของการสร้างฐาน ก่อนที่มันจะทำการ Breakout จากฐานของมันขึ้นไปจริงๆ” โดยที่สัญญาณ PPBP นั้นจะช่วยบอกให้เราพอรู้ถึงทิศทางที่หุ้นอาจวิ่งไปต่อในขณะที่สถานการณ์ต่างๆยังค่อนข้างที่จะกำกวมอยู่ มันจึงมีประโยชน์อย่างมาก ในการที่จะช่วยหาจุดซื้อในขณะที่แนวโน้มราคายังอยู่ในช่วง Sideway นั่นเอง</p></blockquote>
<p><strong>สุมมุติฐานเบื้องหลังของสัญญาณ Pocket Pivot Buy Point</strong></p>
<p>สำหรับเหตุผลหรือหลักการเบื้องหลังของสัญญาณชนิดนี้นั้น เกิดขึ้นจากการที่พวกเขาได้กล่าวไว้ว่า</p>
<blockquote><p>“เราได้ค้นพบว่าเหล่ากองทุนทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Hedge Funds, Mutual Funds หรือ Pension Funds ต่างก็ไม่พอใจเท่าไหร่ ในการที่พวกเขาจะต้องเข้าซื้อหุ้นเมื่อมันพึ่งจะ Breakout ขึ้นมาจากแนวต้าน ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว พวกเขาต่างยินดีที่จะซื้อหุ้นไกล้ๆจุดต่ำสุดของพวกมันมากกว่า และอาจหมายถึงว่ายิ่งต่ำเท่าไหร่ก็ยิ่งดีขึ้นด้วย และแน่นอนว่าหากเราลองกลับมานั่งคิดดูให้ดีสักนิด เราจะตระหนักได้ว่าผู้ที่สร้างจุดต่ำสุดหรือฐานของราคาหุ้น ก็คือเหล่ากองทุนพวกนี้นั่นเอง” ดังนั้น “<span style="text-decoration: underline;">สมมุติฐานของ PPBP จึงเป็นสิ่งที่ง่ายมากๆนั่นก็คือ หากว่าแรงซื้อจากเหล่ากองทุนทั้งหลายนั้น คือสิ่งที่สร้างฐานราคาก่อนที่หุ้นแต่ละตัวจะวิ่งทะลุแนวต้านขึ้นไปนั้น เราจึงอาจสามารถจะตั้งสมมุติฐานไว้ได้ว่า หลักฐานหรือร่องรอยบางอย่างของพวกมัน ควรที่จะถูกแสดงให้เห็นออกมาในส่วนด้านล่างของรูปแบบการปรับฐานของราคานั่นเอง</span> ซึ่งมันน่าจะช่วยให้เราได้รับสัญญาณการเข้าซื้อที่มีความเสี่ยงต่ำลงมา โดยเฉพาะเมื่อมันเกิดขึ้นกับหุ้นที่เป็นตัวนำของตลาดในขณะนั้น” และ “เราจะสามารถค้นพบหลักฐานเหล่านี้ได้ จากทั้งในกราฟวัน (Daily Chart) และกราฟรายสัปดาห์ (Weekly Chart) แต่เราจะเลือกใช้กราฟวัน ในการที่เราจะตัดสินได้อย่างชัดเจนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือสัญญาณ PPBP”</p></blockquote>
<p><strong>ลักษณะพื้นฐานของ Pocket Pivot Buy Point</strong></p>
<p>จากที่พวกเขาได้เขียนไว้ในหนังสือนั้น เขาได้ระบุเอาไว้ดังนี้</p>
<blockquote><p>“แนวโน้มของราคาหุ้นควรที่จำแสดงให้เห็นถึงการปรับฐานอย่างมั่นคง (Constructive Patter) ก่อนที่จะเกิดสัญญาณ PPBP ขึ้น โดยเฉพาะยิ่งฐานราคาที่เกิดขึ้นแน่นมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี (เราควรที่จะเห็นว่าความผันผวนของราคาหรือ Volatility นั้นน้อยมากๆ) นอกจากนี้แล้ว แนวโน้มราคาของหุ้นก็ควรที่จะเคารพหรือยอมรับเส้นค่าเฉลี่ย 50 วันของพวกมันในขณะที่เกิดการปรับฐานอยู่ (ไม่หลุด) ยกเว้นในบางกรณีเท่านั้นที่เราควรจะเข้าซื้อเมื่อพวกมันเกิดขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 50 วันขึ้นไปมากๆ โดยในสัญญาณที่สมบูรณ์แบบนั้น พฤติกรรมของราคา/โวลุ่ม ควรที่จะทำตัวเงียบๆหลายๆวันก่อนที่จะเกิดสัญญาณขึ้น ซึ่งจะตรงกับข้ามกับวันที่เกิดสัญญาณ เพราะในวันที่เกิดสัญญาณขึ้นมานั้น เราควรที่จะเห็นว่าราคาได้วิ่งขึ้นไปอย่างรุนแรง และโวลุ่มการซื้อขายของมันได้เพิ่มขึ้นมากกว่าหรือเท่ากับ โวลุ่มที่เยอะที่สุดในวันที่ราคาหุ้นตกลงมาภายใน 10 วัน”</p></blockquote>
<p><strong>ข้อสรุปและการตีความหมายของ Pocket Pivot Buy Point ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น</strong></p>
<blockquote><p>จากที่ผมได้แปลออกมานั้น เราจะเห็นได้ว่ามันยังมีความกำกวมบางอย่างจากภาษาที่ใช้ เนื่องจากพวกเขาก็ไม่ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า พวกเขาให้ความหมายของ “การปรับฐานอย่างมั่นคง หรือ Contructive Pattern” เอาไว้ว่าพวกเขาชี้วัดมันอย่างไร หรือแม้แต่ในกรณีที่บอกว่า “ฐานราคายิ่งแน่น และความผันผวนลดลง” นั้น เราจะสามารถชี้วัดด้วยอะไรไว้อย่างชัดเจน ซึ่งนี่อาจทำให้เกิดความสับสน หรือเกิด Bias จากทัศนคติของคนที่นำไปใช้จริงๆขึ้นมานั่นเอง ดังนั้น ถึงแม้ว่าสัญญาณ PPBP จะเป็นสิ่งน่าสนใจ แต่เราก็ควรทำความเข้าใจหรือสร้างตัววัดอย่างชัดเจนขึ้นมาก่อนนำไปใช้ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในขณะลงทุนครับ</p></blockquote>
<p><strong>ตัวอย่างของการเกิดสัญญาณ Pocket Pivot Buy Point ในตลาดหุ้นไทย</strong></p>
<p>* ไม่ได้มีเจตนาชี้นำหุ้นใดๆนะครับ แค่หยิบตัวที่มันเคยมีสัญญาณชัดๆมาให้ดูเป็นตัวอย่างกันเฉยๆ *</p>
<p>** สัญญาณที่เกิดขึ้น เป็นการ Define ความหมายของ PPBP ตามความเข้าใจของผมนะครับ บางท่านอาจไม่เหมือนกัน เพราะยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกหลายอย่าง ที่พวกเขาได้เขียนเอาไว้ **</p>
<p>*** ใครที่อยากเปิดดูภาพชัดๆให้ click ขวาแล้ว Open in new tab เอานะครับ ***</p>
<p><strong>
<div class="ngg-galleryoverview" id="ngg-gallery-6-2123">

	<!-- Slideshow link -->
	<div class="slideshowlink">
		<a class="slideshowlink" href="http://mangmaoclub.com/trade-like-oneil-disciple-and-the-pocket-pivot-buy-point/?show=slide">
			[Show as slideshow]		</a>
	</div>

	
	<!-- Thumbnails -->
		
	<div id="ngg-image-40" class="ngg-gallery-thumbnail-box"  >
		<div class="ngg-gallery-thumbnail" >
			<a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/gallery/pocket-pivot-buy-point-signal-example/ppbp-from-ptl.png" title=" " class="shutterset_set_6" >
								<img title="ppbp-from-ptl" alt="ppbp-from-ptl" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/gallery/pocket-pivot-buy-point-signal-example/thumbs/thumbs_ppbp-from-ptl.png" width="100" height="75" />
							</a>
		</div>
	</div>
	
		
 		
	<div id="ngg-image-41" class="ngg-gallery-thumbnail-box"  >
		<div class="ngg-gallery-thumbnail" >
			<a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/gallery/pocket-pivot-buy-point-signal-example/ppbp-from-sat.png" title=" " class="shutterset_set_6" >
								<img title="ppbp-from-sat" alt="ppbp-from-sat" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/gallery/pocket-pivot-buy-point-signal-example/thumbs/thumbs_ppbp-from-sat.png" width="100" height="75" />
							</a>
		</div>
	</div>
	
		
 		
	<div id="ngg-image-42" class="ngg-gallery-thumbnail-box"  >
		<div class="ngg-gallery-thumbnail" >
			<a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/gallery/pocket-pivot-buy-point-signal-example/ppbp-from-smt.png" title=" " class="shutterset_set_6" >
								<img title="ppbp-from-smt" alt="ppbp-from-smt" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/gallery/pocket-pivot-buy-point-signal-example/thumbs/thumbs_ppbp-from-smt.png" width="100" height="75" />
							</a>
		</div>
	</div>
	
		
 		
	<div id="ngg-image-43" class="ngg-gallery-thumbnail-box"  >
		<div class="ngg-gallery-thumbnail" >
			<a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/gallery/pocket-pivot-buy-point-signal-example/ppbp-from-ivl.png" title=" " class="shutterset_set_6" >
								<img title="ppbp-from-ivl" alt="ppbp-from-ivl" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/gallery/pocket-pivot-buy-point-signal-example/thumbs/thumbs_ppbp-from-ivl.png" width="100" height="75" />
							</a>
		</div>
	</div>
	
		
 	 	
	<!-- Pagination -->
 	<div class='ngg-clear'></div>
 	
</div>

</strong></p>
<p>วันนี้พอเท่านี้ก่อน เดี่ยวมีเวลาจะมาต่อ Series นี้ให้ครับ ชักมันส์มืออยากเขียนต่อ ส่วนใครอยากอ่านลองไปที่หน้า Download ได้ครับ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> </p>
<p><a href="http://www.mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #ff0080;">แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management</span></strong></a></p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trade-your-way/' rel='bookmark' title='แนะนำหนังสือหุ้น : Trade Your Way To Financial Freedom : หนทางสู่อิสรภาพ&#8230;ในตลาดหุ้น'>แนะนำหนังสือหุ้น : Trade Your Way To Financial Freedom : หนทางสู่อิสรภาพ&#8230;ในตลาดหุ้น</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/new-idea-for-using-moving-average/' rel='bookmark' title='New Idea For Using Moving Average : แนวคิดใหม่ในการใช้เส้นค่าเฉลี่ยในการเล่นหุ้น'>New Idea For Using Moving Average : แนวคิดใหม่ในการใช้เส้นค่าเฉลี่ยในการเล่นหุ้น</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/how-to-trade-in-stocks-free/' rel='bookmark' title='แจกหนังสือถอดรหัสเซียนหุ้น!! : How to trade in stocks (ประกาศผล!)'>แจกหนังสือถอดรหัสเซียนหุ้น!! : How to trade in stocks (ประกาศผล!)</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/trade-like-oneil-disciple-and-the-pocket-pivot-buy-point/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>39</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Trading Wisdom on Risk Management : วาทะเซียนหุ้น ว่าด้วยการบริหารความเสี่ยงในการเล่นหุ้น</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/trading-wisdom-on-risk-management/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/trading-wisdom-on-risk-management/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Feb 2011 02:09:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[หลักการบริหารเงินทุน Money Management]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารเงินทุน]]></category>
		<category><![CDATA[จิตวิทยาการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[เซียนหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=1924</guid>
		<description><![CDATA[พอดีวันนี้กะจะอัพเดทหน้าต่าง Trading Wisdom ในเวบเสียหน่อย ผมนำเอาวาทะคำคมจากเซียนหุ้นหลายๆคนมาฝากกัน เรามาดูกันว่าบรรดาเซียนหุ้นระดับโลกอย่างนี้ เขามีทัศนะต่อการเล่นหุ้นและการควบคุมความเสี่ยงของพวกเขาอย่างไรกันบ้างดีกว่าครับ
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/risk-management-ed-seykota-2/' rel='bookmark' title='การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed seykota(2)'>การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed seykota(2)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/risk-management-ed-seykota/' rel='bookmark' title='การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed Seykota(1)'>การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed Seykota(1)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/risk-of-ruin/' rel='bookmark' title='Risk of Ruin : โอกาสของการหมดตัว'>Risk of Ruin : โอกาสของการหมดตัว</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/01/0beed8af3b97.jpg"><img style="margin: 5px 5px 0px 0px; display: inline; border: 0px;" title="วาทะเซียนหุ้น" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/01/thumb2.jpg" border="0" alt="วาทะเซียนหุ้น" width="215" height="122" align="left" /></a> <span style="color: #0000ff;">วาทะเซียนหุ้น : ว่าด้วยการบริหารความเสี่ยงในการเล่นหุ้น</span></strong></p>
<p>พอดีวันนี้กะจะอัพเดทหน้าต่าง Trading Wisdom ในเวบเสียหน่อย ผมนำเอาวาทะคำคมจากเซียนหุ้นหลายๆคนมาฝากกัน เรามาดูกันว่าบรรดาเซียนหุ้นระดับโลกอย่างนี้ เขามีทัศนะต่อการเล่นหุ้นและการควบคุมความเสี่ยงของพวกเขาอย่างไรกันบ้างดีกว่าครับ</p>
<p><span id="more-1924"></span><strong><span style="color: #008000;">Paul Tudor Jones</span></strong></p>
<p>- ในการที่จะทำกำไรสะสมก้อนใหญ่ขึ้นมาได้นั้น คุณต้องเรียนรู้ที่จะขาดทุนสะสมทีละน้อยกว่านั้นมากๆ เมื่อคุณเล่นผิดทางให้ได้เสียก่อน</p>
<p>- ผลจากการซื้อขายสัญญาฝ้ายในครั้งนั้นคือจุดเปลี่ยนของชีวิตผม เพราะผมได้มาถึงในจุดที่ผมพูดกับตัวเองว่า “ไอ้โง่เอ๋ย ทำไมแกต้องเสี่ยงทุกอย่างที่แกมีในการซื้อขายเพียงแค่ครั้งเดียววะ? ทำไมแกไม่แสวงหาความสุขให้กับชีวิตแทนที่จะเป็นความเจ็บปวดเล่า</p>
<p>- ผมมักจะคิดถึงแต่เรื่องที่จะขาดทุนเท่าไหร่ มากกว่าจะได้กำไรเท่าไหร่อยู่เสมอ จงอย่าคิดแต่จะทำกำไร แต่จงคิดว่าทำอย่างไรจึงจะปกป้องเงินทุนที่มีอยู่ให้ได้เสียก่อน</p>
<p>- ผมพูดอยู่เสมอว่าปรัชญาการลงทุนของผม คือการแบกรับความเสี่ยงอย่างบางเบา ผมจะมองหาโอกาสที่มีอัตราส่วนระหว่างผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นอย่างสูงเท่านั้น คุณไม่ควรจะต้องเจ็บตัวจนเข้าเนื้อในการลงทุน นั่นหมายความว่ามันไม่มีความจำเป็นที่คุณจะต้องเดิมพันอย่างมากมาย มันไม่มีเหตุผลที่คุณจะต้องแบกรับความเสี่ยงจนมากเกินไปเลยสักครั้ง เพราะคุณควรจะสามารถมองหาโอกาศที่มีอัตราส่วนระหว่างผลตอบแทนและความเสี่ยงที่ต่างกันอย่างมากได้ ซึ่งนั่นจะทำให้คุณสามารถที่จะกระจายการลงทุนไปยังโอกาศเหล่านี้ โดยแบกรับความเจ็บปวดเพียงน้อยนิดพร้อมกับผลตอบแทนที่สูงที่สุดนั่นเอง</p>
<p>- คุณต้องรู้จักปรับสภาพ, วิวัฒนาการ, ต่อสู้ หรือไม่ก็ตายไปจากตลาดหุ้น</p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #008000;">Larry Hite</span></strong></p>
<p>- หากว่าคุณไม่จัดการกับความเสี่ยงอย่างจริงจัง มันจะจัดการคุณแทน</p>
<p>- พูดตามตรง ผมมองไม่เห็นตลาด ผมมองเห็นแต่ความเสี่ยง ผลตอบแทนและเงินของผม</p>
<p>- เราเล่นกับตลาดในมุมกลับ สิ่งแรกที่เราถามไม่ใช่ว่าเราจะสามารถทำกำไรได้เท่าไหร่ แต่เราจะเสียมากเท่าไหร่ต่างหาก เราเล่นเกมรับเสมอ</p>
<p>- ข้อดีที่สุดอย่างหนึ่งของตลาดหุ้นก็คือ … มันไม่สนใจว่าคุณเป็นใคร ตลาดไม่สนใจว่าคุณจะผิวสีอะไร ตลาดไม่สนใจว่าคุณจะเตี้ยหรือสูง มันไม่เคยสนใจอะไรสักอย่างเดียว และไม่เคยสนใจว่าคุณจะอยู่หรือไปอีกด้วย</p>
<p>- ลักษณะของการเดิมพันนั้นมีอยู่สี่ประเภท นั่นก็คือ การเดิมพันที่ดี, การเดิมพันที่แย่, การเดิมพันที่คุณชนะ และการเดิมพันที่คุณแพ้ อย่างไรก็ตาม การชนะและได้กำไรจากการเดิมพันที่แย่ของคุณคือสิ่งที่อันตรายที่สุด เพราะความสำเร็จจากการเดิมพันลักษณะนี้จะผลักดันให้คุณกล้าเล่นในเดิมพันลักษณะนี้มากยิ่งขึ้นในอนาคต แน่นอนว่าคุณอาจขาดทุนจากการเดิมพันที่ดีไปก็ได้ แต่หากว่าคุณยังคงเลือกที่จะเล่นในการเดิมพันที่ดีต่อไป เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆนั้น กฏของค่าเฉลี่ยจะคอยรับใช้เงินของคุณเอง</p></blockquote>
<p><strong><span style="color: #008000;">Marty Schwartz</span></strong></p>
<p>- เมื่อไหร่ที่ผมเล่นชนะตลาด ผมจะพูดกับตัวเองว่า “ฝีมือตรูเอง แต่ถ้าผมแพ้ผมจะหนีออกมา เพราะผมต้องการที่จะปกป้องเงินของผมไว้ เพื่อที่จะเอาไว้ซื้อหุ้นในครั้งต่อไป</p>
<p>- คุณต้องเรียนรู้ที่จะตัดขาดทุน สิ่งที่สำคัญที่สุดในการที่จะทำกำไรได้นั้น คือการไม่ปล่อยให้การขาดทุนของคุณมันบานเบอะออกไป</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/01/f9f01044f369.png"><img style="margin: 20px auto; display: block; float: none; border-width: 0px;" title="ขนาดการลงทุนในหุ้น" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/01/thumb5.png" border="0" alt="ขนาดการลงทุนในหุ้น" width="454" height="310" /></a></p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #008000;">Bruce Kovner</span></strong></p>
<p>- ไมเคิล มาร์คัส (สุดยอดเซียนหุ้นคนหนึ่ง) ได้สอนให้ผมรู้จักกับสิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือ : คุณต้องรู้จักยินดีที่จะทำผิดพลาดอยู่เป็นประจำ เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่ผิด ไมเคิลสอนผมเกี่ยวกับการตัดสินใจให้ดีที่สุด และผิดพลาด, ตัดสินใจให้ดีที่สุดอีกครั้ง และผิดพลาด และตัดสินใจให้ดีที่สุดเป็นครั้งที่สาม และทำกำไรของคุณสักหนึ่งเด้ง!</p></blockquote>
<p><strong><span style="color: #008000;">Randy Mckay</span></strong></p>
<p>- เมื่อไหร่ที่ผมเจ็บตัวจากตลาด ผมจะหนีออกมา มันไม่สำคัญหรอกว่ามันจะซื้อขายกันอยู่ที่เท่าไหร่ ยังไงเสียผมก็จะหนีออกมา เพราะผมเชื่อว่าเมื่อไหร่ที่คุณเจ็บตัวในตลาด การตัดสินใจของคุณจะย่ำแย่กว่าตอนที่คุณสบายดีเป็นอย่างมาก และหากว่าคุณยังคงติดหนึบอยู่กับตลาดในขณะที่มันวิ่งสวนทางกับคุณ ไม่ช้าไม่นานมันก็จะพาคุณออกจากตลาดไปเอง</p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #008000;">Tom Basso</span></strong></p>
<p>- ผมคิดว่าจิตวิทยาการลงทุนคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ตามมาด้วยการควบคุมความเสี่ยง และสิ่งที่สำคัญน้อยที่สุดก็คือคำถามที่ว่า คุณจะซื้อหรือขายตอนไหนเท่าไหร่ดี</p></blockquote>
<p><strong><span style="color: #008000;">Victor Sperandeo</span></strong></p>
<p>- กุญแจสำคัญของความสำเร็จในการเก็งกำไรคือ “วินัยการลงทุน” เพราะหากว่าความฉลาดของคุณคือกุญแจสำคัญจริงๆ มันก็คงจะมีคนจำนวนมากที่สามารถจะทำกำไรจากการเล่นหุ้นได้อีกเยอะ ผมเข้าใจว่ามันฟังดูน่าเบื่อ แต่สิ่งเดียวที่เป็นเหตุผลสำคัญที่สุดซึ่งทำให้หลายๆคนหมดตัวจากการเล่นหุ้นก็คือ พวกเขาไม่ยอมตัดขาดทุนอย่างรวดเร็ว</p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #008000;">William O’Neil</span></strong></p>
<p>- ปรัชญาของผมก็คือ หุ้นทุกตัวนั้นแย่ มันไม่ใช่หุ้นที่ดีจนกว่ามันจะทำกำไรให้กับคุณ และหากว่ามันดันร่วงลงไปแทน คุณก็ควรที่จะตัดขาดทุนอย่างรวดเร็วเสีย</p></blockquote>
<p><strong><span style="color: #008000;">Monroe Trout</span></strong></p>
<p>- จงมั่นใจก่อนว่าคุณมีความได้เปรียบ และจงรู้ให้ดีก่อนว่าความได้เปรียบของคุณคืออะไร</p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #008000;">Tony Saliba</span></strong></p>
<p>- ผมรู้ถึงความเสี่ยงของผมอยู่เป็นประจำ และผมก็ไม่จำเป็นต้องวิตกกับมันอีกต่อไป</p></blockquote>
<p><strong><span style="color: #008000;">Anonymous</span></strong></p>
<p>- คำว่า TIPS หรือหุ้นเด็ด เป็นการย่อคำจากคำว่า “Trading Is Position Sizing” หรือการเก็งกำไรคือการบริหารเงินทุนต่างหาก</p>
<p>ใครที่สนใจอยากอ่านเพิ่มเติมมากกว่านี้ ลองไปอ่านซีรี่ส์หนังสือหุ้นชื่อ <strong>The Market Wizard</strong> ของ <strong>Jack Schwager</strong> ดูนะครับ อาจจะได้ไอเดียอะไรดีๆเพิ่มเติมอีกมายมาย เป็นหนังสือขึ้นหิ้งของผมเช่นกัน <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> </p>
<p><a href="http://www.mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #ff0080;">แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management</span></strong></a></p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/risk-management-ed-seykota-2/' rel='bookmark' title='การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed seykota(2)'>การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed seykota(2)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/risk-management-ed-seykota/' rel='bookmark' title='การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed Seykota(1)'>การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed Seykota(1)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/risk-of-ruin/' rel='bookmark' title='Risk of Ruin : โอกาสของการหมดตัว'>Risk of Ruin : โอกาสของการหมดตัว</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/trading-wisdom-on-risk-management/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>26</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The X-System Factor in Trading : ปัจจัยที่มักจะทำให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลในการเล่นหุ้น</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/the-x-system-factor-in-trading/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/the-x-system-factor-in-trading/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 30 Jan 2011 02:09:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[จิตวิทยาการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=1901</guid>
		<description><![CDATA[นักจิตวิทยาได้ทำการวิจัยและพบว่าสถานการณ์ต่อไปนี้ คือสถานการณ์ที่จะมีผลทำให้เกิดเราเกิดความโน้มเอียง ในการที่จุเราจะพึ่งพาระบบการตัดสินใจด้วยอารมณ์และสัญชาติญาณของเราออกมาเหนือเหตุผล ซึ่งถือได้ว่านี่คือสิ่งที่เป็นจุดอ่อนสำคัญของนักเล่นหุ้นทุกๆคน ซึ่งต้องได้รับการแก้ไขและบรรเทาออกไปให้มากที่สุด
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/robust-trading-1/' rel='bookmark' title='การสร้างระบบการลงทุนที่ยั่งยืนและมั่นคง : Robust Trading System (1)'>การสร้างระบบการลงทุนที่ยั่งยืนและมั่นคง : Robust Trading System (1)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/robust-trading-2/' rel='bookmark' title='การสร้างระบบการลงทุนที่ยั่งยืนและมั่นคง : Robust Trading System (2)'>การสร้างระบบการลงทุนที่ยั่งยืนและมั่นคง : Robust Trading System (2)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/market-inefficiencies/' rel='bookmark' title='Why Trading System Work? : ทำไมคุณจึงมีกำไร?'>Why Trading System Work? : ทำไมคุณจึงมีกำไร?</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/01/f99c2eba60fc.png"><img style="margin: 5px 5px 0px 0px; display: inline; border: 0px;" title="ปัจจัยที่มักจะทำให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลในการเล่นหุ้น" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/01/thumb4.png" border="0" alt="ปัจจัยที่มักจะทำให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลในการเล่นหุ้น" width="239" height="180" align="left" /></a> <span style="color: #0000ff;">ปัจจัยที่มักจะทำให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลในการเล่นหุ้น และหนทางแก้ไข!</span></strong></p>
<p>โดยทั่วไปแล้ว เหตุผลที่นักเล่นหุ้นส่วนใหญ่พ่ายแพ้ต่อตลาดนั้น มักไม่ได้เกิดจากการที่พวกเขาไม่มีความรู้เพียงพอ หรือระบบการลงทุนของพวกเขาไม่มีประสิทธิภาพ ผมกล้าที่จะพูดอย่างนี้ เนื่องจากหากว่าคุณได้ลองย้อนกลับไปตรวจดูการซื้อขายที่ผ่านมา คุณจะพบว่าการขาดทุนส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นจากการที่คุณได้ปล่อยให้อารมณ์ของคุณ อยู่เหนือเหตุผลที่สมควรจะทำในสิ่งที่ถูกต้องต่างหาก และคุณก็มักจะพบว่าคุณได้ “ตัดสินใจ” ทำในสิ่งที่คุณรู้ดีว่าไม่ควรทำอยู่เป็นประจำ หากว่าไม่ได้หลอกตัวเอง จริงไหมครับ?</p>
<p><span id="more-1901"></span></p>
<blockquote><p>ข่าวร้ายอย่างหนึ่งก็คือ สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาทางจิตวิทยาการลงทุน ที่มักเกิดมาจากสัญชาติญาณที่ติดมากับตัวเราตั้งแต่กำเนิดหรือตั้งแต่เด็กๆ (ซึ่งมักไม่เหมาะกับในตลาดหุ้น) อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเหล่านี้นั้นสามารถถูกบรรเทาลงได้ด้วยการปรับสภาวะแวดล้อมที่เราต้องเจอ ให้เอื้ออำนวยต่อกระบวนตัดสินใจด้วยตรรกะและเหตุผลของเรามากยิ่งขึ้น</p></blockquote>
<p><strong>คำถามก็คือ…</strong> แล้วเมื่อไหร่หรือในสถานการณ์ไหนล่ะ ที่เรามักจะพึ่งพาระบบการตัดสินใจด้วยอารมณ์หรือสัญชาติญาณของเราโดยอัตโนมัติ?</p>
<p>นักจิตวิทยาได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับคำถามเหล่านี้ และได้พบว่าสถานการณ์ต่อไปนี้ คือสถานการณ์ที่จะมีผลทำให้เกิดเราเกิดความโน้มเอียง ในการที่จะพึ่งพาระบบการตัดสินใจด้วยอารมณ์และสัญชาติญาณของเราออกมาเหนือเหตุผล</p>
<blockquote><p>1. เมื่อปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นซับซ้อนและยาก</p>
<p>2. เมื่อฐานข้อมูลที่จะใช้ในการตัดสินใจนั้นไม่ครบถ้วน, กำกวมและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา</p>
<p>3. เมื่อเป้าหมายของเราไม่ได้ถูกระบุไว้อย่างชัดเจน, เปลี่ยนไปมา, หรือยากลำบากจนเกินไป</p>
<p>4. เมื่อมีความตึงเครียดจนมากเกินไป เนื่องจากเวลาที่บีบรัดเข้ามา หรือการที่อีโก้ของเราเข้ามาพัวพันกับสิ่งๆนั้นจนมากเกินไป</p>
<p>5. เมื่อการตัดสินใจต้องขึ้นอยู่กับการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น</p></blockquote>
<p>และจากที่ได้อ่านมา เราจะเห็นได้ว่ามันเป็นสถานการณ์ที่แทบจะเกิดขึ้นในตลาดหุ้นอยู่ตลอดเวลา นี่จึงไม่แปลกเลยที่เราจึงมักตัดสินใจด้วยอารมณ์ในตลาดหุ้น (ถึงแม้จะไม่รู้ตัวก็ตาม) และนี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเมื่อพูดถึงการเล่นหุ้นแล้ว EQ จึงสำคัญกว่า IQ เสมอ และยังเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม วอเรน บัฟเฟตต์ ถึงได้บอกไว้ว่า <span style="text-decoration: underline;">“การลงทุนนั้นง่าย แต่ทำยาก” (Investing is simple but not easy)</span> ดังนั้น <strong><span style="color: #ff8040;">งานส่วนหนึ่งของการเล่นหุ้นก็คือ การที่เราจะต้องพยายามลดเงื่อนไขที่สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นมาในการลงทุนของพวกเรา ออกไปให้มากที่สุดนั่นเอง!</span></strong></p>
<p>สำหรับทางหนทางแก้ไขนั้น ผมได้เขียนเอาไว้คร่าวๆเป็นข้อๆให้แล้วในเบื้องต้น แจาวันนี้อยากชวนเพื่อนๆช่วยกันมาออกไอเดียกันบ้างดีกว่า ว่าจะทำอย่างไรในการลดปัจจัยเหล่านี้ลงไปได้ตามวิธีของแต่ละคน อาจไม่จำเป็นต้องตอบทั้งหมด คนละข้อสองข้อก็ได้ น่าจะเป็นประโยชน์กันครับ อย่างไรก็ตาม ผมขอเสนอไอเดียเป็นคนแรกก่อนเลยละกัน คิดเห็นอย่างไรก็คุยกันได้นะครับ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> </p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/01/a03c7b693d00.jpg"><img style="margin: 20px auto; display: block; float: none; border-width: 0px;" title="องค์ประกอบของกระบวนการตัดสินใจอย่างชาญฉลาดในการเล่นหุ้น" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/01/thumb.jpg" border="0" alt="องค์ประกอบของกระบวนการตัดสินใจอย่างชาญฉลาดในการเล่นหุ้น" width="240" height="205" /></a></p>
<blockquote><p><strong><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #008000;">หนทางแก้ไขเบื้องต้น</span></span></strong></p></blockquote>
<blockquote><p><strong><span style="color: #008000;">1. เมื่อปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นซับซ้อนและยากลำบาก </span></strong></p>
<p>ทำระบบการลงทุนให้ “ชัดเจน” และ “เข้าใจง่าย” ลงซะ อย่ามีเงื่อนไขให้มันมากนัก อย่าอิงกับตัวแปรหลายตัวจนมากเกินไป ใช้หลักการ KISS หรือ Keep It Simple And Stupid มาประยุกต์</p>
<p><strong><span style="color: #008000;">2. เมื่อฐานข้อมูลที่จะใช้ในการตัดสินใจนั้นไม่ครบถ้วน, กำกวมและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา</span></strong></p>
<p>ใช้ระบบการลงทุนหรือการตัดสินใจที่เรา “เข้าใจ” เป็นอย่างดี และพึ่งพาฐานข้อมูลที่ไม่มากจนเกินไปนัก หรืออย่าเล่นกับตลาดใน time frame ที่สั้นเกินไปจนคิดตามไม่ทัน</p>
<p><strong><span style="color: #008000;">3. เมื่อเป้าหมายของเราไม่ได้ถูกระบุไว้อย่างชัดเจน, เปลี่ยนไปมา, หรือยากลำบากจนเกินไป</span></strong></p>
<p>ตั้งเป้าเอาไว้ให้ชัดเจนว่าเราต้องการอะไรในการลงทุน มองหาอะไร และต้องทำอะไร ภายในประโยคสั้นๆจำง่ายๆ และท่องเอาไว้ให้ขึ้นใจ เช่น “ผมต้องการทำกำไรให้ได้มากกว่าขาดทุนในระยะยาว” หรืออาจเป็น “ซื้อกิจการที่ดีในราคาที่ถูกกว่ามูลค่าของมันเท่านั้น”</p>
<p><strong><span style="color: #008000;">4. เมื่อมีความตึงเครียดจนมากเกินไป เนื่องจากเวลาที่บีบรัดเข้ามา หรือการที่อีโก้ของเราเข้ามาพัวพันกับสิ่งๆนั้นจนมากเกินไป</span></strong></p>
<p>รู้จักเตรียมการและวางแผนล่วงหน้าให้พร้อมก่อนตลาดเปิด, อย่าเอาอัตตาเรามาผูกกับผลลัพธ์ในแต่ละครั้ง มันเป็นความน่าจะเป็นๆๆๆๆๆๆ ซึ่งจะออกดอกผลในระยะยาว และพยายามควบคุมน้ำหนักการลงทุนในแต่ละ Position ให้เหมาะสม จะได้ไม่หน้ามืด จิตหลุดเอาดื้อๆ</p>
<p>(ผิดบ้างถูกบ้างจะเป็นอะไรไป ทุกวันนี้บางทีเดินยังสะดุด กินน้ำยังสำลัก พูดจากบางทียังผิดๆถูกเลย ขอเพียงแต่ไม่ประมาท และคุมความเสี่ยงของเราให้เหมาะสมอยู่ตลอดเวลาก็โอเคแล้ว ว่าแต่&#8230;ได้ทำกันบ้างหรือยัง อิอิ)</p>
<p><strong><span style="color: #008000;">5. เมื่อการตัดสินใจต้องขึ้นอยู่กับการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น</span></strong></p>
<p>ตัดสินใจด้วยตัวเอง รู้จักให้เวลากับการวางแผนและตัดสินใจอย่างเงียบๆเพียงลำพังบ้าง หลีกเลี่ยงการเสพข่าวสารจนเกินพอดี หรือฟังข่าวลือหรือคุยกับใครจนมากเกินไป เพื่อลดบรรยากาศที่จะทำให้อารมณ์ “พาไป” อย่างที่มักจะเกิดขึ้น</p></blockquote>
<p>หวังว่าจะเป็นประโยชน์กันไม่มากก็น้อยนะครับ ที่เหลือผมรอฟังของเพื่อนๆอยู่นะครับ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> </p>
<p><a href="http://www.mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #ff0080;">แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management</span></strong></a></p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/robust-trading-1/' rel='bookmark' title='การสร้างระบบการลงทุนที่ยั่งยืนและมั่นคง : Robust Trading System (1)'>การสร้างระบบการลงทุนที่ยั่งยืนและมั่นคง : Robust Trading System (1)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/robust-trading-2/' rel='bookmark' title='การสร้างระบบการลงทุนที่ยั่งยืนและมั่นคง : Robust Trading System (2)'>การสร้างระบบการลงทุนที่ยั่งยืนและมั่นคง : Robust Trading System (2)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/market-inefficiencies/' rel='bookmark' title='Why Trading System Work? : ทำไมคุณจึงมีกำไร?'>Why Trading System Work? : ทำไมคุณจึงมีกำไร?</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/the-x-system-factor-in-trading/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>20</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Happy New Year 2011 for All Friends! : ต้นกำเนิดของหลักการเก็งกำไรตามแนวโน้ม</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/happy-new-year-2011-for-all-friends/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/happy-new-year-2011-for-all-friends/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 Jan 2011 15:15:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความหุ้น-พิเศษ PDF]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้นและวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=1695</guid>
		<description><![CDATA[สวัสปีใหม่กับทุกๆคนครับ หวังว่าจะได้พักผ่อนกันเต็มอิ่มในวันหยุดยาวที่ผ่านมา ก่อนที่จะมาลุยกันต่อกับตลาดหุ้นไทยในปีกระต่ายบินของเรากันครับ :D ปีใหม่นี้ผมได้ลงมือแปลบทความชิ้นยาวตอนหนึ่งเอาไว้เป็นเพื่อเป็นของขวัญให้กับทุกๆคนกัน บทความชิ้นนี้จะค่อยๆเล่าเรื่องราวของประวัติและต้นกำเนิดของการเก็งกำไร “ตามแนวโน้ม” จนมาถึงยุคปัจจุบัน เข้ามาอ่านกันต่อได้เลยครับ :)
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-psychology-clip-1/' rel='bookmark' title='จิตวิทยาการลงทุน(Video Clip) : Trading Psychology : Part 1'>จิตวิทยาการลงทุน(Video Clip) : Trading Psychology : Part 1</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/rebecca/' rel='bookmark' title='ปรับพื้นฐานวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค (Video Clip) : Technical analysis with Rebecca'>ปรับพื้นฐานวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค (Video Clip) : Technical analysis with Rebecca</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/raschke-on-stops/' rel='bookmark' title='วิธีการเล่นหุ้น(Video Clip) : Linda Raschke On &#8220;Stops&#8221;'>วิธีการเล่นหุ้น(Video Clip) : Linda Raschke On &#8220;Stops&#8221;</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/01/2011happynewyearwallpaper23.jpg"><img style="margin: 5px 5px 0px 0px; display: inline; border-width: 0px;" title="2011-happy-new-year-wallpaper-23" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/01/2011happynewyearwallpaper23_thumb.jpg" border="0" alt="2011-happy-new-year-wallpaper-23" width="244" height="139" align="left" /></a> <strong><span style="color: #0080ff;">สวัสปีใหม่กับทุกๆคนครับ</span></strong> (แม้ว่าจะ late ไปหน่อย อิอิ) หวังว่าจะได้พักผ่อนกันเต็มอิ่มในวันหยุดยาวที่ผ่านมา ก่อนที่จะมาลุยกันต่อกับตลาดหุ้นไทยในปีกระต่ายบินของเรากันนะครับ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' />  ผมไม่ได้อัพบล็อกมานานพอสมควรแล้ว ก็จะถือเอาปีใหม่เป็นการเริ่มต้นอัพบล็อกใหม่อีกครั้งเช่นกัน</p>
<blockquote><p>เชื่อว่าในปีที่ผ่านมาเพื่อนๆแมงเม่าคลับทุกคน น่าจะพอมีกำไรสะสมกันไม่มากก็น้อย จากการที่ตลาดหุ้นไทยได้ขยับเป็นขาขึ้นมาเรื่อยๆ แต่สำหรับคนที่ยังไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ก็ขอให้ใจเย็นๆ ค่อยๆเก็บประสบการณ์ฝึกฝนไปเรื่อยๆด้วยกันต่อนะครับ ผมเชื่อว่าตลาดหุ้นไม่ใช่สิ่งที่ง่าย แต่ก็ไม่น่าจะยากเกินไปหากว่าเราตั้งใจจริงครับ</p></blockquote>
<p>เริ่มต้นปีใหม่นี้ ตามธรรมเนียมที่ต่างๆนั้น โดยทั่วไปแล้ว เขาก็มักที่จะมีของขวัญสำหรับแขกที่มาเยี่ยมเยือนกัน สำหรับแมงเม่าคลับ.คอม ผมได้ลงมือแปลบทความชิ้นยาวตอนหนึ่งเอาไว้เป็นเพื่อเป็นของขวัญให้กับทุกๆคนเช่นกันครับ บทความชิ้นนี้จะค่อยๆเล่าเรื่องราวของประวัติและต้นกำเนิดของการเก็งกำไร “ตามแนวโน้ม” จนมาถึงยุคปัจจุบันครับ เชื่อว่าน่าจะมีประโยชน์กับทุกๆคนพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นคนที่กำลังใช้หลักการนี้เล่นหุ้นอยู่ หรือแม้แต่กระทั่งคนที่ยังไม่ค่อยเข้าใจแนวคิดและปรัชญาของมันสักเท่าไหร่</p>
<blockquote><p>บทความ <strong><span style="color: #008040;"><span style="color: #8000ff;">ต้นกำเนิดแห่งหลักการเก็งกำไร “ตามแนวโน้ม”</span></span></strong> ชิ้นนี้ เขียนไว้โดย Stig Ostgaard ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งใน Turtle Trader ใน Generation แรกครับ เขามีประสบการณ์ในการเก็งกำไรมาอย่างโชคโชน และในปัจจุบันนี้เขาก็ยังคงเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการออกแบบระบบการลงทุนต่างๆ ให้กับกองทุน Last Atlantis Capital Management อีกด้วยครับ</p></blockquote>
<p>สำหรับบทความชิ้นนี้มีความยาวพอสมควร (30 หน้า A4) ผมจึงไม่ได้เขียนลงในบล็อก เพราะมันจะยาวเกินไปที่จะอ่านได้อย่างมีอรรถรสนะครับ มันจึงออกมาใน 2 รูปแบบคือ ในรูปแบบ Flash ซึ่งเปิดอ่านได้เสมือนหนังสือจริง (ขอลองของใหม่ๆในปีใหม่นิดนึงครับ อิอิ) และในอีกรูปแบบคือไฟล์ PDF ซึ่งสามารถโหลดกันไปอ่านไปเก็บกันไว้ได้ตามสบายนะครับ</p>
<blockquote><p>สำหรับผู้ที่อยากลองอ่านแบบแฟลช (Interactive) กดข้างล่างนี้ครับ :</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/01/ต้นกำเนิดแห่งหลักการเก็งกำไรตามแนวโน้ม.swf" target="_blank">ต้นกำเนิดแห่งหลักการเก็งกำไรตามแนวโน้ม (SWF)</a> (กด F11 เพื่อขยายเต็มจอ)</p>
<p>สำหรับคนที่อยากอ่านแบบดั้งเดิมเป็น PDF กดข้างล่างนี้ครับ :</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/01/ต้นกำเนิดแห่งหลักการเก็งกำไรตามแนวโน้ม.pdf" target="_blank">ต้นกำเนิดแห่งกลักการเก็งกำไรตามแนวโน้ม (PDF)</a></p></blockquote>
<p>สุดท้ายนี้ขอให้เพื่อนๆ แมงเม่าคลับ.คอม ทุกๆคนมีความสุขในปีกระต่ายปีนี้กันมากๆ เงินทองไหลมาเทมาอย่างที่ตั้งใจ และขอบคุณทุกๆคนที่แวะเข้ามาเยี่ยมเยียนครับ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>*ขอบคุณรูปประกอบข้างบนด้วยครับ เห็นว่าสวยดีเลยขอยืมมาลงหน่อย <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> </p>
<p><a href="http://www.mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #ff0080;">แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management</span></strong></a></p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-psychology-clip-1/' rel='bookmark' title='จิตวิทยาการลงทุน(Video Clip) : Trading Psychology : Part 1'>จิตวิทยาการลงทุน(Video Clip) : Trading Psychology : Part 1</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/rebecca/' rel='bookmark' title='ปรับพื้นฐานวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค (Video Clip) : Technical analysis with Rebecca'>ปรับพื้นฐานวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค (Video Clip) : Technical analysis with Rebecca</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/raschke-on-stops/' rel='bookmark' title='วิธีการเล่นหุ้น(Video Clip) : Linda Raschke On &#8220;Stops&#8221;'>วิธีการเล่นหุ้น(Video Clip) : Linda Raschke On &#8220;Stops&#8221;</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/happy-new-year-2011-for-all-friends/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>58</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

