<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แมงเม่าคลับ.คอม &#187; จิตวิทยาการลงทุน</title>
	<atom:link href="http://mangmaoclub.com/tag/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://mangmaoclub.com</link>
	<description>แบ่งปันความรู้ในการเล่นหุ้น</description>
	<lastBuildDate>Tue, 01 May 2012 21:31:38 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>คนส่วนน้อยกับกฏของผลประโยชน์ในตลาดหุ้น</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/minority/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/minority/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Apr 2012 15:32:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[จิตวิทยาการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[market anomaly]]></category>
		<category><![CDATA[ความไร้ประสิทธิภาพของตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบการลงทุน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=3836</guid>
		<description><![CDATA[โลกของเรานั้นตกอยู่ภายใต้กฏของธรรมชาติอย่างหนึ่ง นั่นก็คือกฏที่ว่าทรัพยากรของคนส่วนใหญ่ซึ่งอ่อนแอกว่าจะถูกถ่ายเทไปยังคนส่วนน้อยที่มีความเหนือกว่าอยู่เสมอ แน่นอนว่ามันคือกฏซึ่งได้ควบคุมความเป็นไปของเม็ดเงินในตลาดหุ้นด้วยเช่นกัน ความลับอย่างหนึ่งก็คือความเหนือกว่าที่คนส่วนน้อยในตลาดหุ้นมีนั้นไม่ใช่เพียงแค่สิ่งที่พวกเขารู้ แต่มันคือ …
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/beautiful-losses/' rel='bookmark' title='Beautiful Losses : ความสวยงามของการ (ตัด) ขาดทุน'>Beautiful Losses : ความสวยงามของการ (ตัด) ขาดทุน</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/loss-and-learn-song/' rel='bookmark' title='เพลงหุ้น Loss and Learn'>เพลงหุ้น Loss and Learn</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/lateral-thinking/' rel='bookmark' title='ความคิดนอกกรอบและการลงทุน'>ความคิดนอกกรอบและการลงทุน</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/04/63f090b98a1f.jpg"><img style="background-image: none; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; padding-top: 0px; border-width: 0px;" title="คนส่วนน้อยกับตลาดหุ้น" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/04/thumb1.jpg" alt="คนส่วนน้อยกับตลาดหุ้น" width="640" height="402" border="0" /></a></p>
<p>โลกของเรานั้นตกอยู่ภายใต้กฏของธรรมชาติอย่างหนึ่ง นั่นก็คือกฏที่ว่าทรัพยากรของคนส่วนใหญ่ซึ่งอ่อนแอกว่าจะถูกถ่ายเทไปยังคนส่วนน้อยที่มีความเหนือกว่าอยู่เสมอ แน่นอนว่ามันคือกฏซึ่งได้ควบคุมความเป็นไปของเม็ดเงินในตลาดหุ้นด้วยเช่นกัน ความลับอย่างหนึ่งก็คือความเหนือกว่าที่คนส่วนน้อยในตลาดหุ้นมีนั้นไม่ใช่เพียงแค่สิ่งที่พวกเขารู้ แต่มันคือ …</p>
<h4><span style="font-weight: bold; color: #4bacc6;">คนส่วนน้อยกับกฏของผลประโยชน์ในตลาดหุ้น</span></h4>
<p>ตลาดหุ้นนั้นจะทำทุกอย่างให้คนส่วนใหญ่นั้นต้องขาดทุนและเจ็บปวดอยู่เสมอ นี่เป็นกฏข้อแรกที่ผมคิดว่าพวกเราทุกคนต้องตระหนักเอาไว้เลยทีเดียว คุณไม่สามารถที่ครอบครองเงินทุนหรือทรัพยากรของคนส่วนใหญ่ได้หากคุณยังคงเป็นส่วนหนึ่งของคนส่วนใหญ่อยู่ หนทางเดียวที่คุณจะอยู่รอดในตลาดได้ก็คือ … คุณต้องเป็นคนส่วนน้อยเท่านั้น และนั่นหมายถึงการที่คุณต้องรู้ว่าอะไรที่จะเป็นเส้นแบ่งระหว่างคนสองจำพวกนี้</p>
<p><span style="font-weight: bold; color: #4bacc6;">ผลกำไรของคนส่วนน้อยมาจากความไร้เหตุผลของคนส่วนใหญ่</span></p>
<p>ว่ากันตามทฤษฎีแล้วผลกำไรของพวกเราทุกคนเกิดขึ้นจากความไร้ประสิทธิภาพของตลาดไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และเมื่อเราลองพิจารณาถึงปรากฏการณ์ <a href="http://mangmaoclub.com/market-inefficiencies/" target="_blank"><span style="color: #dd8484;">ความไร้ประสิทธิภาพของตลาดต่างๆ (Market Anomalies)</span></a>  ไม่ว่าจะเป็น Momentum Effect, Price Level Effect หรือแม้แต่ Value Effect ซึ่งถือเป็นช่องทางให้เราสามารถทำกำไรจากตลาดออกมาได้แล้วล่ะก็ เรื่องที่น่าสนใจอย่างหนึ่งเกี่ยวกับพวกมันก็คือ … พวกมันล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นโดยมีจุดร่วมบางอย่างที่เหมือนกันแทบทั้งสิ้น นั่นก็คือพวกมันเกิดขึ้นจากความกลัวหรือเกิดความโลภจนเกินพอดีของมนุษย์เรานั่นเอง</p>
<p>ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นหรือ?</p>
<p>นั่นเพราะพวกมันคือธรรมชาติและกลไกของตลาดนั่นเอง ตลาดจะบีบบังคับให้คนส่วนใหญ่เกิดแรงผลักดันทางอารมณ์อย่างสุดโต่งอยู่เสมอ มันจะบีบอารมณ์ของคนส่วนใหญ่เสียจนไม่อาจที่จะทำสิ่งที่ควรทำได้ … ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าอะไรคือสิ่งที่เหมาะสมและควรต้องทำ!!</p>
<p>ลองสังเกตดูสิครับ คนส่วนใหญ่มักไม่กล้าซื้อหุ้นตอนทำ New High หรือตอนมัน Dip แบบสุดๆทั้งที่รู้ว่ามันคือกลยุทธ์ทีได้ผล ไม่กล้า Cut Loss เมื่อรู้ตัวว่าตัดสินใจผิดพลาด ไม่กล้าปล่อย Let Profits Run เมื่อเริ่มมีกำไร หรือแม้แต่ไม่สามารถอดทนรอในสิ่งที่พวเขาต้องการจริงได้ๆ สิ่งที่พวกเขาทำคือการวางรากฐานในการทำกำไรให้คนส่วนน้อยแทบทั้งสิ้น ความไร้เหตุผล (Irrational Behavior) ของคนส่วนใหญ่เหล่านี้คือแรงขับดันที่ทำให้ตลาดเกิดพฤติกรรมเดิมๆวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ตลอดเวลา และแน่นอนว่านี่ก็คือสิ่งหนึ่งที่ได้แยกคนส่วนน้อยออกจากคนส่วนใหญ่ด้วยเช่นกัน</p>
<h4><span style="font-weight: bold; color: #4bacc6;">หลักฐานของผลกำไรจากการเป็นคนส่วนน้อย</span></h4>
<p>ผมเชื่อว่าใครที่อยู่ในตลาดมาได้สักพักหนึ่งจะต้องเคยสังเกตเห็นได้ว่า แทบทุกครั้งที่หุ้นขึ้นคนที่ซื้อสุทธิก็คือนักลงทุนต่างชาติในขณะที่นักลงทุนรายย่อยจะขายออกมาตลอดทางอยู่เสมอ และเมื่อหุ้นลงเราก็จะได้เห็นในสิ่งที่กลับกันอยู่ร่ำไป สิ่งที่เกิดขึ้นนี้หมายความว่านักลงทุนส่วนใหญ่ (รายย่อย) คือผู้ที่คอยป้อนโอกาสในการทำกำไรและจำกัดการขาดทุนให้กับนักลงทุนส่วนน้อยใช่หรือไม่? และอะไรจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเราซื้อหุ้นในขณะที่คนส่วนใหญ่ (นักลงทุนรายย่อย) ขาย และขายหุ้นเมื่อคนส่วนใหญ่ซื้อ?</p>
<p>ภาพด้านล่างคือกราฟการเติบโตของเงินทุนจากระบบที่ได้พัฒนาขึ้นจากแนวคิดนี้ ซึ่งก็น่าที่จะพอเป็นคำตอบให้กับเราได้บ้างว่า การ Action ที่สวนทางกับสิ่งที่คนส่วนใหญ่ในตลาดทำจะมีประสิทธิภาพจริงๆอย่างที่ทฤษฏีข้อนี้ได้บ่งบอกเอาไว้หรือไม่</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/04/Fundlow_-Portfolio-Equity.png"><img style="background-image: none; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; padding-top: 0px; border-width: 0px;" title="Fundlow_ Portfolio Equity" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/04/Fundlow_-Portfolio-Equity_thumb.png" alt="Fundlow_ Portfolio Equity" width="640" height="480" border="0" /></a></p>
<p><em><strong>Mangmao Flow System :</strong> ภาพนี้แสดงให้เห็นถึง Equity เริ่มต้นที่ 1 ล้านบาท ของระบบการลงทุนที่ทำการเข้ากวาดซื้อหุ้นใน SET100 เมื่อยอดซื้อ-ขายสุทธิของรายย่อยในช่วงเวลาหนึ่งมีค่าเป็นลบ (ขายสุทธิ) และขายออกเมื่อค่าเป็นบวก (ซื้อสุทธิ) นี่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงพลังของการเป็นคนส่วนน้อยซึ่งอยู่คนละด้านกับคนส่วนใหญ่ได้เป็นอย่างดี</em></p>
<h4><span style="font-weight: bold; color: #4bacc6;">หนทางของการเป็นคนส่วนน้อยอาจไม่ยากอย่างที่คิด</span></h4>
<p>แม้ว่าการจะเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของคนส่วนน้อยนั้นอาจดูเหมือนเป็นเรื่องที่ยากมากๆสำหรับหลายๆคน แต่ผมอยากจะบอกว่าความจริงแล้วการเป็นคนส่วนน้อยอาจไม่ยากอย่างที่พวกเราคิด เพราะกลยุทธ์ส่วนใหญ่ที่มีประสิทธิภาพในการที่จะทำกำไรจากตลาดนั้นมักเป็นสิ่งที่แทบไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรเลย (และไม่จำเป็นต้องซับซ้อนมากๆด้วยเช่นกัน) พวกมันเพียงแค่หากินจากความไร้เหตุผลของคนส่วนใหญ่ก็เท่านั้น นอกจากนี้แล้วพวกมันยังมักเป็นสิ่งที่เราเคยได้ยินกันแทบทั้งสิ้น</p>
<p>อย่างไรก็ตาม พวกมันคือสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำไม่ได้ … เพราะมันยากที่จะทำ!! (ผมกำลังบอกใบ้ให้สำหรับคนที่อยากสร้างระบบการลงทุนที่มีประสิทธิภาพอยู่นะครับ) … พวกมันมักเป็นสิ่งที่ฝืนต่อความรู้สึก, บีบหัวใจ และเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดในการที่ต้องทำมัน แต่นี่ก็คือหนทางของการเป็นคนส่วนน้อยนั่นเอง ดังนั้นแล้ว สิ่งที่แยกคนส่วนน้อยออกจากคนส่วนใหญ่จึงไม่ใช่เพียงแค่สิ่งที่พวกเขารู้ แต่อยู่ในจิตใจของพวกเขาเองด้วยต่างหาก</p>
<h4><span style="font-weight: bold; color: #4bacc6;">ความสามารถในการควบคุมตนเอง คือสิ่งที่แยกคนส่วนน้อยและคนส่วนใหญ่ออกจากกัน</span></h4>
<p>คนส่วนน้อยที่อยู่ในตลาดได้อย่างยาวนานคือผู้ที่รู้จักใช้ประโยชน์จากอารมณ์ของคนส่วนใหญ่ นอกเหนือไปจากนี้แล้ว พวกเขายังเป็นคนที่สามารถจะควบคุมจิตใจของตนเองได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย (นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเขาจึงสามารถอยู่ในตลาดได้อย่างยาวนาน)</p>
<p>พวกเขาคือคนที่มีความมุ่งมั่น, อดทน และมีระเบียบวินัยในการลงทุนอย่างสูง พวกเขาคือคนที่เต็มไปด้วยพรแสวงในตัวและหัวใจ คนที่จะสามารถก้าวขึ้นเป็นนักลงทุนหรือนักเก็งกำไรระดับโลกล้วนแล้วแต่ต้องผ่านบททดสอบต่างๆมาอย่างโชกโชนทั้งสิ้น คุณไม่สามารถนอนอยู่เฉยๆแล้วจะกลายเป็นหนึ่งในคนส่วนน้อยเหล่านี้ได้ พวกมันล้วนเกิดขึ้นจากการเพียรศึกษาและพยายามฝึกฝนจนทำในสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่อาจทำได้ คนส่วนน้อยคือผู้ที่เข้าใจเป็นอย่างดีว่าตลาดจะทำทุกอย่างเพื่อทำให้อารมณ์อยู่เหนือการตัดสินใจที่มีเหตุผลของพวกเราไป มันจะล่อหลอกให้เราหลงทางเท่าที่จะทำได้ มันจะทำทุกอย่างที่ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องเจ็บปวด และมันจะทำทุกอย่างที่เป็นขวากหนามหรืออุปสรรคในการลงทุนของเราอยู่เสมอ เพราะงานหลักของตลาดก็คือการถ่ายเทเงินทุนของคนส่วนใหญ่ไปสู่คนส่วนน้อยให้มากที่สุด …</p>
<p>คนส่วนน้อยคือผู้ที่เคารพในกฎเหล็กข้อนี้เป็นอย่างดี และนั่นก็คือกฎว่าเราต้องสามารถทำในสิ่งที่คนอื่นไม่อาจทำ (แม้จะยากต่อความรู้สึก) เห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่อาจเห็น และเป็นในสิ่งที่คนอื่นไม่อาจเป็น เพราะมันคือหนทางในการอยู่รอดบนของห่วงโซ่อาหารของตลาดหุ้นนั่นเอง</p>
<p><a href="http://www.mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #dd8484;">แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management</span></strong></a></p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/beautiful-losses/' rel='bookmark' title='Beautiful Losses : ความสวยงามของการ (ตัด) ขาดทุน'>Beautiful Losses : ความสวยงามของการ (ตัด) ขาดทุน</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/loss-and-learn-song/' rel='bookmark' title='เพลงหุ้น Loss and Learn'>เพลงหุ้น Loss and Learn</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/lateral-thinking/' rel='bookmark' title='ความคิดนอกกรอบและการลงทุน'>ความคิดนอกกรอบและการลงทุน</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/minority/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>48</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความคิดนอกกรอบและการลงทุน</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/lateral-thinking/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/lateral-thinking/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Apr 2012 01:34:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[จิตวิทยาการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้นและวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[RSI Indicator]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=3825</guid>
		<description><![CDATA[ในบางครั้งแล้วการพยายามวิ่งไปในทิศทางเดิมๆนั้นก็อาจไม่เป็นประโยชน์เท่ากับการเปลี่ยนแปลงทิศทางการวิ่งของคุณก็เป็นได้ กระบวนการทางความคิดเช่นนี้คือสิ่งที่นักเล่นหุ้นที่ดีควรจะพัฒนามันไว้อยู่เสมอ เพราะพลังของมันนั้นสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงผลการลงทุนของคุณได้อย่างเหลือเชื่อเลยทีเดียวครับ
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/market-inefficiencies/' rel='bookmark' title='Why Trading System Work? : ทำไมคุณจึงมีกำไร?'>Why Trading System Work? : ทำไมคุณจึงมีกำไร?</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/the-x-system-factor-in-trading/' rel='bookmark' title='The X-System Factor in Trading : ปัจจัยที่มักจะทำให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลในการเล่นหุ้น'>The X-System Factor in Trading : ปัจจัยที่มักจะทำให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลในการเล่นหุ้น</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/rs-rotational-system/' rel='bookmark' title='RS Rotational System : ระบบการลงทุนแบบหมุนตัวเล่น'>RS Rotational System : ระบบการลงทุนแบบหมุนตัวเล่น</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/04/0ec0222bb158.jpg"><img style="background-image: none; margin: 0px 10px 0px 0px; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; float: left; padding-top: 0px; border: 0px;" title="ความคิดนอกกรอบและการลงทุน" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/04/thumb.jpg" alt="ความคิดนอกกรอบและการลงทุน" width="240" height="240" align="left" border="0" /></a>ในบางครั้งแล้วการพยายามวิ่งไปในทิศทางเดิมๆนั้นก็อาจไม่เป็นประโยชน์เท่ากับการเปลี่ยนแปลงทิศทางการวิ่งของคุณก็เป็นได้ กระบวนการทางความคิดเช่นนี้คือสิ่งที่นักเล่นหุ้นที่ดีควรจะพัฒนามันไว้อยู่เสมอ เพราะพลังของมันนั้นสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงผลการลงทุนของคุณได้อย่างเหลือเชื่อเลยทีเดียวครับ</p>
<h4><span style="font-weight: bold; color: #8064a2;"><span style="color: #008040;">กระบวนการทางความคิดและการแก้ไขปัญหาของคนส่วนใหญ่</span> </span></h4>
<p>โดยปกติแล้วพวกเราส่วนใหญ่โดยเฉพาะบรรดานักเล่นหุ้นหลายๆคนมักที่จะคุ้นชินกับการแก้ปัญหาด้วยการใช้ “การคิดในแนวตั้ง” (Vertical Thinking) กับการลงทุนของเราอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม กระบวนการคิดในลักษณะนี้ยังคงทำให้เราต้องเผชิญกับข้อจำกัดหลายๆอย่างซึ่งเกิดจากทิศทางที่เรากำลังมุ่งแก้ปัญหาไปอยู่ดี นี่เป็นสิ่งที่ทำให้หลายๆคนต้องถอดใจและพยายามยอมรับต่อสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่เต็มใจสักเท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตาม หากเราลองนั่งพิจารณาดูปัญหาต่างๆที่เคยเกิดขึ้นบนโลกใบนี้แล้วล่ะก็ เราจะพบว่าในที่สุดแล้วปัญหาหลายๆอย่างก็มักที่จะถูกแก้ไขคลายปมออกไปได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง</p>
<p>… ใช่แล้วครับ “ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง” และนั่นก็คือสิ่งที่เรียกว่ากระบวน “การคิดในแนวข้าง” (Lateral Thinking) หรือการคิดนอกกรอบนั่นเอง</p>
<h4><span style="font-weight: bold; color: #008040;">กระบวนการคิดในแนวตั้ง VS. กระบวนการคิดในแนวข้าง</span></h4>
<p>เพื่อที่จะอธิบายให้เห็นถึงความแตกต่างของมันได้อย่างง่ายที่สุดนั้น ผมจะขอยกตัวอย่างถึงความแตกต่างของกระบวนการทางความคิดทั้งสองแบบเปรียบเทียบให้ลองอ่านกันดูก่อนนะครับ</p>
<table style="line-height: normal; border-collapse: collapse;" width="643" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0">
<colgroup>
<col style="width: 230pt; mso-width-source: userset; mso-width-alt: 9824;" width="307" />
<col style="width: 245pt; mso-width-source: userset; mso-width-alt: 10432;" width="326" /></colgroup>
<tbody>
<tr style="background-color: transparent; height: 14.25pt;">
<td class="xl65" style="border-bottom: white 1.5pt solid; border-left: medium none; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #4f81bd; vertical-align: bottom; border-top: medium none; border-right: white 0.5pt solid; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #4f81bd none;" align="center" width="314" height="19"><span style="color: #ffffff; font-family: Tahoma;"><strong>ความคิดแนวตั้ง</strong></span></td>
<td class="xl65" style="border-bottom: white 1.5pt solid; border-left: white 0.5pt solid; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #4f81bd; vertical-align: bottom; border-top: medium none; border-right: medium none; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #4f81bd none;" align="center" width="327"><span style="color: #ffffff; font-family: Tahoma;"><strong>ความคิดแนวข้าง</strong></span></td>
</tr>
<tr style="background-color: transparent; height: 14.25pt;">
<td class="xl65" style="border-bottom: white 0.5pt solid; border-left: medium none; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #b8cce4; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: white 0.5pt solid; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #b8cce4 none;" align="center" width="314" height="19"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">เลือกสรรค์ (ทำตามขั้นตอน)</span></td>
<td class="xl65" style="border-bottom: white 0.5pt solid; border-left: white 0.5pt solid; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #b8cce4; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: medium none; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #b8cce4 none;" align="center" width="327"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">สร้างสรรค์</span></td>
</tr>
<tr style="background-color: transparent; height: 14.25pt;">
<td class="xl65" style="border-bottom: white 0.5pt solid; border-left: medium none; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #dce6f1; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: white 0.5pt solid; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #dce6f1 none;" align="center" width="314" height="19"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">มองหาความถูกต้อง</span></td>
<td class="xl65" style="border-bottom: white 0.5pt solid; border-left: white 0.5pt solid; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #dce6f1; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: medium none; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #dce6f1 none;" align="center" width="327"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">มองหาความเป็นไปได้</span></td>
</tr>
<tr style="background-color: transparent; height: 14.25pt;">
<td class="xl65" style="border-bottom: white 0.5pt solid; border-left: medium none; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #b8cce4; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: white 0.5pt solid; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #b8cce4 none;" align="center" width="314" height="19"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">เคลื่อนไหวเมื่อมีทิศทางให้เคลื่อนไหว</span></td>
<td class="xl65" style="border-bottom: white 0.5pt solid; border-left: white 0.5pt solid; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #b8cce4; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: medium none; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #b8cce4 none;" align="center" width="327"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">เคลื่อนไหวเพื่อให้เกิดทิศทาง</span></td>
</tr>
<tr style="background-color: transparent; height: 14.25pt;">
<td class="xl65" style="border-bottom: white 0.5pt solid; border-left: medium none; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #dce6f1; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: white 0.5pt solid; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #dce6f1 none;" align="center" width="314" height="19"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">คิดในเชิงวิเคราะห์</span></td>
<td class="xl65" style="border-bottom: white 0.5pt solid; border-left: white 0.5pt solid; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #dce6f1; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: medium none; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #dce6f1 none;" align="center" width="327"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">คิดเพื่อกระตุ้นมุมมองใหม่ๆ</span></td>
</tr>
<tr style="background-color: transparent; height: 14.25pt;">
<td class="xl65" style="border-bottom: white 0.5pt solid; border-left: medium none; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #b8cce4; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: white 0.5pt solid; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #b8cce4 none;" align="center" width="314" height="19"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">ทำตามขั้นตอน</span></td>
<td class="xl65" style="border-bottom: white 0.5pt solid; border-left: white 0.5pt solid; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #b8cce4; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: medium none; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #b8cce4 none;" align="center" width="327"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">ไม่จำเป็นต้องทำตามขั้นตอน</span></td>
</tr>
<tr style="background-color: transparent; height: 14.25pt;">
<td class="xl65" style="border-bottom: white 0.5pt solid; border-left: medium none; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #dce6f1; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: white 0.5pt solid; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #dce6f1 none;" align="center" width="314" height="19"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">ใช้มุมมองเชิงลบเพื่อตัดตัวเลือก</span></td>
<td class="xl65" style="border-bottom: white 0.5pt solid; border-left: white 0.5pt solid; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #dce6f1; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: medium none; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #dce6f1 none;" align="center" width="327"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">ไม่ใช้มุมมองในเชิงลบ</span></td>
</tr>
<tr style="background-color: transparent; height: 14.25pt;">
<td class="xl65" style="border-bottom: white 0.5pt solid; border-left: medium none; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #b8cce4; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: white 0.5pt solid; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #b8cce4 none;" align="center" width="314" height="19"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">ตัดสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป</span></td>
<td class="xl65" style="border-bottom: white 0.5pt solid; border-left: white 0.5pt solid; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #b8cce4; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: medium none; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #b8cce4 none;" align="center" width="327"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">ยอมรับได้กับทุกสิ่ง</span></td>
</tr>
<tr style="background-color: transparent; height: 14.25pt;">
<td class="xl65" style="border-bottom: white 0.5pt solid; border-left: medium none; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #dce6f1; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: white 0.5pt solid; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #dce6f1 none;" align="center" width="314" height="19"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">จัดประเภทอย่างแน่ชัด</span></td>
<td class="xl65" style="border-bottom: white 0.5pt solid; border-left: white 0.5pt solid; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #dce6f1; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: medium none; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #dce6f1 none;" align="center" width="327"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">ไม่มีประเภทที่ตายตัว</span></td>
</tr>
<tr style="background-color: transparent; height: 14.25pt;">
<td class="xl65" style="border-bottom: white 0.5pt solid; border-left: medium none; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #b8cce4; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: white 0.5pt solid; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #b8cce4 none;" align="center" width="314" height="19"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">เคลื่อนไหวไปตามสิ่งที่คิดว่าน่าจะเป็นไปที่สุด</span></td>
<td class="xl65" style="border-bottom: white 0.5pt solid; border-left: white 0.5pt solid; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #b8cce4; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: medium none; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #b8cce4 none;" align="center" width="327"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">เคลื่อนไหวไปตามสิ่งที่คิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ที่สุด</span></td>
</tr>
<tr style="background-color: transparent; height: 14.25pt;">
<td class="xl65" style="border-bottom: medium none; border-left: medium none; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #dce6f1; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: white 0.5pt solid; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #dce6f1 none;" align="center" width="314" height="19"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">เป็นกระบวนการที่มีขอบเขตแน่ชัด</span></td>
<td class="xl65" style="border-bottom: medium none; border-left: white 0.5pt solid; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #dce6f1; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: medium none; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #dce6f1 none;" align="center" width="327"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">เป็นกระบวนการที่ดำเนินไปบนความน่าจะเป็นอยู่เสมอ</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>จากความแตกต่างทั้งหมด 10 ประการที่ได้กล่าวมานั้น คุณคงเริ่มที่จะเห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า โดยเนื้อแท้ของกระบวนการคิดในแนวข้างนั้น มันก็คือกระบวนการคิดเพื่อสร้างความคิดและมุมมองใหม่ๆที่แตกต่างไปจากเดิม</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/04/16ba11a87156.gif"><img style="background-image: none; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; padding-top: 0px; border-width: 0px;" title="ความคิดแนวข้างและการลงทุน" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/04/thumb.gif" alt="ความคิดแนวข้างและการลงทุน" width="640" height="422" border="0" /></a></p>
<p>นี่คือเหตุผลที่ว่าเหตุใดมันจึงสำคัญนักหนากับชีวิตของเรา นั่นเพราะกระบวนการใช้ความคิดในแนวตั้งนั้นจะเกี่ยวข้องอยู่กับการประมวลผล, คิดคำนวณและมุ่งที่จะนำแนวคิดต่างๆที่ได้มาไปปฏิบัติใช้ ส่วนความคิดในแนวข้างนั้นจะช่วยเราในการสร้างทางเลือกและวิธีการที่จะใช้ในการแก้ปัญหาด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่เรามี  มันคือการเปลี่ยนมิติในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนั้นแล้ว กระบวนการคิดในแนวตั้งของเราจึงจำเป็นต้องอาศัยกระบวนการคิดในแนวข้างเพื่อให้ได้มาซึ่งแนวทางที่มีประสิทธิภาพเสียก่อน!</p>
<h4><span style="font-weight: bold; color: #008040;">ประโยชน์ของกระบวนการคิดแนวข้างที่มีต่อการลงทุนของคุณ</span></h4>
<p>อย่างที่ผมได้กล่าวไปแล้วว่าความคิดแนวข้างนั้นมีใว้เพื่อสร้างความคิดและมุมมองใหม่ๆที่แตกต่างไปจากเดิม มันจึงมักที่จะนำเราไปสู่ประโยชน์หลักๆในการลงทุนดังนี้</p>
<p><span style="color: #804040;">แนวคิดในการลงทุนใหม่ๆซึ่งแตกต่างไปจากเดิม -</span> นี่เป็นสิ่งที่การคิดในแนวตั้งไม่สามารถที่จะให้คุณได้ เพราะมันจะทำให้คุณยังคงติดอยู่ในกรอบของเหตุและผลแบบเดิมๆอยู่เสมอ ยกตัวอย่างเช่น เพื่อที่จะได้กำไรจากตลาดนั้น คนส่วนใหญ่พยายามที่จะพัฒนาความสามารถหรือแนวทางการวิเคราะห์หุ้นให้มีความละเอียดและแม่นยำขึ้นมากกว่าเดิม (เพราะเขาเชื่อว่าความแม่นยำ = กำไร) แต่คนอีกกลุ่มหนึ่งอาจแก้ปัญหานี้ด้วยการมองหาโอกาสที่ให้ Pay-off สูงมากๆเพื่อชดเชยกับความแม่นยำในการวิเคราะห์หุ้นของพวกเขาแทน</p>
<p><span style="color: #804040;">แนวทางในการแก้ปัญหาซึ่งเกิดจากกระบวนการลงทุนในรูปแบบเดิม -</span> จากในกรณีที่แล้วนั้นปัญหาหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นกับระบบการลงทุนที่เน้นกิน Pay-off คำใหญ่ๆแทนความแม่นยำก็คือขนาดของ Drawdown และระยะเวลาของ Drawdown ที่มักจะเกิดขึ้นอย่างยาวนาน คนส่วนใหญ่อาจพยายามที่จะพัฒนาสัญญาณการขายทำกำไรในขณะที่หุ้นกำลังวิ่งขึ้นไป แต่ในอีกมุมหนึ่งนั้น เราก็อาจที่จะเพียงแค่เพิ่ม Universe ของหุ้นหรือตราสารที่เราจะทำการซื้อขายให้มากขึ้น หรือคัดเลือกกลุ่มสัญญาณที่มีความผันผวนต่ำเพื่อลดปัญหาเหล่านี้ลงแทนก็เป็นได้ (และก็มักที่จะได้ผลดีเสียด้วย)</p>
<p><span style="color: #804040;">มุมมองหรือทัศนคติซึ่งแตกต่างออกไป -</span> นี่มักเป็นจุดเริ่มต้นของแนวทางการลงทุนที่แตกต่างไปจากหลักการเดิมแทบทั้งสิ้น นักลงทุนพื้นฐานอย่าง Value Investor เลือกที่จะมองข้ามการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นหรือการพยายามที่จะพยากรณ์การเคลื่อนไหวของมันด้วยการโฟกัสไปยังพื้นฐานของกิจการในระยะยาวแทน ในขณะที่นักเก็งกำไรแบบ System Trader ยังเลือกที่จะเล่นอยู่กับการเคลื่อนไหวของราคาแต่เป็นไปในเชิงของการทำกำไรในจากผลการซื้อขายโดยรวมของพวกเขาจากความได้เปรียบทางสถิติที่เขามี แทนที่จะมองผลของการซื้อขายเป็นครั้งๆไปอย่างที่คนส่วนใหญ่ทำ</p>
<p><span style="color: #9e7c7c;"><span style="color: #804040;">นำไปสู่ความคิดสร้างสรรค์และระบบการลงทุนใหม่ๆ -</span><em> </em></span>เมื่อมุมมองหรือทัศนคติที่มีต่อการลงทุนได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปแล้ว มันมักที่จะนำไปสู่ระบบหรือกลยุทธ์การลงทุนในรูปแบบใหม่ๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราคงจะไม่ได้เห็นการเติบโตของแนวทางการลงทุนใหม่ๆอย่าง Growth Investing, Momentum Investing หรือแม้กระทั่ง Model ทางคณิตศาสตร์ขั้นสูงในปัจจุบัน หากว่าไม่มีใครสักคนที่ลุกขึ้นมาพูดว่า “ผมว่าเราน่าจะมีวิธีการบางอย่างที่แตกต่างออกไปและมีประสิทธิภาพกว่านี้นะ” และนี่ก็คือประโยชน์และตัวอย่างของพลังจากกระบวนการคิดในแนวข้างบางประการนั่นเองครับ</p>
<h4><span style="font-weight: bold; color: #008040;">แล้วเราจะนำกระบวนการคิดแนวข้างมาปรับใช้กับการลงทุนได้อย่างไรบ้าง?</span></h4>
<p>ความจริงแล้วมีวิธีคิดหลายๆอย่างซึ่งเราสามารถที่จะนำการคิดแนวข้างมาประยุกต์ใช้กับการลงทุนของพวกเราได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม เราสามารถที่จะพอสรุปถึงหลักพื้นฐานของการใช้การคิดแนวข้างได้ 3 ข้อดังนี้</p>
<p><span style="color: #804040;">สร้างทางเลือกใหม่ๆให้ตัวเองอยู่เสมอ -</span> แทนที่เราจะพยายามที่จะแก้ปัญหาแบบเป็นเส้นตรงแนวตั้งในเชิงลึกลงไปเรื่อยๆในหนทางเดิมนั้น การเปิดใจและใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อหาทางเลือกใหม่ๆอยู่เสมออาจทำให้เราพบกับหนทางใหม่ๆในการลงทุนของเราก็เป็นได้ มันอาจที่จะมีประสิทธิภาพกว่าหนทางที่เคยเป็นมา ความบังเอิญที่เกิดขึ้นจากความคิดใหม่ๆของเรามักกลายเป็นทางเลือกให้เราได้อยู่เสมอ</p>
<p><span style="color: #9e7c7c;"><span style="color: #804040;">ท้าทายสมมติฐานเดิมๆ -</span> </span>โดยปกติแล้วคนเรามักที่จะมีสมมติฐานว่าความคิดเดิมของเรานั้นดีหรือถูกต้องอยู่แล้ว นั่นทำให้มันกลายเป็นกำแพงหรือกรอบความคิดที่คับแคบลงไปเรื่อยๆ พวกมันมักทำให้เรามักพบกับทางตันที่เราจำเป็นต้องจำยอมอยู่เรื่อยไป ซึ่งถ้าหากว่าคุณกำลังคิดว่าแนวทางการลงทุนของเรานั้นดีหรือถูกต้องที่สุดแล้วล่ะก็ คุณก็คงกำลังปิดกั้นตนเองจากสมมติฐานใหม่ๆไปอย่างน่าเสียดาย</p>
<p><span style="color: #804040;">อย่ารีบด่วนตัดสินอะไรนัก -</span> การใช้ความคิดในแนวตั้งนั้นมักที่จะบีบบังคับให้เราเลือกเส้นทางตั้งแต่เริ่มแรกเพื่อเจาะลึกในรายละเอียดลงไปเรื่อยๆ ในขณะที่หากคุณรู้จักที่จะใช้การคิดในแนวข้างจนเป็นนิสัยแล้ว มันจะทำให้คุณชะลอการตัดสินใจลง แล้วมองหาทางเลือกใหม่ๆที่อาจมีประสิทธิภาพกว่าอยู่เสมอ อย่างที่ Edward De Bono ผู้เป็นเจ้าของแนวคิดการใช้กระบวนความคิดแนวข้างได้เคยกล่าวเอาไว้ว่า</p>
<blockquote><p>“คุณไม่สามารถที่จะขุดหลุมอื่นๆต่อไปได้ ถ้าคุณยังคงหมกมุ่นอยู่กับการขุดหลุมเดิมๆให้ลึกลงไปเรื่อยๆ”</p></blockquote>
<h4><span style="font-weight: bold; color: #008040;">ตัวอย่างง่ายๆของการใช้การคิดในแนวข้างกับการสร้างระบบการลงทุน</span></h4>
<p>ในตัวอย่างนี้ผมจะขอยกเอาแนวคิดการใช้ RSI Indicator ที่เคยเขียนไว้นานมากๆแล้วมาให้ดูกัน โดยจากเดิมที่คนส่วนใหญ่นั้นเชื่อกันว่าสัญญาณซื้อของมันจะเริ่มเกิดขึ้นเมื่อค่าของ RSI นั้นหลุดลงไปในระดับที่ต่ำมากๆ (Oversold) และสัญญาณขายของมันก็จะเกิดขึ้นเมื่อค่าของ RSI นั้นสูงมากๆ (Overbought)</p>
<p>จากความคิดตั้งต้น (การเลือกสรรค์) เช่นนี้เองทำให้สิ่งที่พวกเขามักจะทำต่อไปก็คือการพยายามพัฒนาแนวคิดนี้ให้ลึกลงไปในรายละเอียดมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการพยายาม Optimize หาค่า Parameter ที่ดีที่สุดออกมาหรือการพยายามที่จะเพิ่มตัวแปรที่ใช้ในการยืนยันต่างๆมากขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามขึ้นสักแค่ไหน ในที่สุดแล้วมันก็มักจะทำให้ต้องพบกับทางตันบางอย่างอันเนื่องจากการปรับแต่งระบบจนเกินพอดีขึ้นมา (Over-fit) และนั่นก็ทำให้เขาไม่สามารถที่จะสร้างผลตอบแทนจากการใช้ RSI Indicator ได้มากขึ้นสักเท่าไหร่นัก (ซึ่งในกรณีส่วนใหญ่ระบบมักขาดทุนเลยทีเดียว)</p>
<p>เมื่อมาถึงจุดนี้ คนบางกลุ่มอาจเริ่มตัดสินว่ามันไม่ใช่แนวทางที่ได้ผลและละทิ้งมันไปพร้อมอคติในเชิงลบอย่างสิ้นเชิง นี่คือตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงการใช้กระบวนการคิดในแนวตั้งเพียงอย่างเดียวได้อย่างชัดเจนมากๆ</p>
<p>ในทางกลับกันแล้ว ในขณะเดียวกันก็อาจมีบางคนบางกลุ่มซึ่งมองเห็นแต่แรกแล้วว่าแนวคิดของการซื้อเมื่อ Oversold และขายเมื่อ Overbought อาจไม่ใช่หนทางที่ดีที่สุดเพียงหนทางเดียวเท่านั้น โดยแทนที่พวกเขาจะฝังใจอยู่แต่เพียงหลักการซื้อเมื่อหุ้นอ่อนตัวลงมา พวกเขากลับกล้าที่จะลองท้าทายสมมติฐานในกรอบความเชื่อเดิมๆแล้วพยายามพิสูจน์มันออกมา</p>
<p>กระบวนการคิดใน “แนวข้าง” เช่นนี้เองที่กลายเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับพวกเขา การรู้จักที่จะจัดระเบียบและแปรผลต่อข้อมูลที่มีอยู่เดิมในมุมมองและทัศนคติใหม่ๆๆนั้นทำให้พวกเขาได้ค้นพบกับทางเลือกที่มากขึ้น ซึ่งในที่สุดแล้วก็ทำให้พวกเขาได้ค้นพบว่า เพียงแค่การเปลี่ยนจากวิธีการซื้อหุ้นเมื่ออ่อนตัวเป็นการซื้อเมื่อแข็งแกร่งนั้น กลับทำให้ผลลัพท์ของการลงทุนแตกต่างไปจากเดิมได้อย่างสิ้นเชิง (โดยที่ยังไม่ต้องลงรายละเอียดเพิ่มขึ้น &#8211; การคิดในแนวตั้ง)</p>
<h4><span style="font-weight: bold; color: #008040;">พลังของการคิดแนวข้างและการปรับใช้ร่วมกับการคิดแนวตั้ง</span></h4>
<p>ภาพและตารางด้านล่างนี้คือผลการเติบโตของเงินทุน (Log Scale) จากการลงทุนที่ใช้ค่า RSI เป็นตัวแปรเพียงอย่างเดียวโดยที่</p>
<p><span style="color: #dd8484;">RSI OverSold</span> = ซื้อเมื่อ RSI (14) หลุดลงไปต่ำกว่า 30 และขายออกเมื่อมันสูงกว่า 70</p>
<p><span style="color: #4bacc6;">RSI Overbought</span> = ซื้อเมื่อ RSI (14) ทะลุขึ้นไปสูงกว่า 70 และขายออกเมื่อมันต่ำกว่า 30</p>
<p><span style="color: #9bbb59;">RSI Optimize</span> = นำระบบ RSI OB (14)  มาปรับแต่งหาค่า Parameter ที่เหมาะสมที่สุดออกมา</p>
<p>ทุกระบบได้ทำการเข้าซื้อหุ้นครั้งละ 10% ของมูลค่าเงินทุนในขณะนั้น โดยจะซื้อหุ้นที่เกิดสัญญาณจนกว่าที่เงินจะหมดลง เริ่มต้นด้วยเงินทุน 1 ล้านบาทตั้งแต่ 3/1/2001 – 10/4/2012 กับหุ้นในตลาดหุ้นไทย โดยเป็นการลงทุนทบต้น Reinvestment ไปเรื่อยๆ และนี่ก็คือผลเปรียบเทียบของมันครับ</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/04/image2.png"><img style="background-image: none; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; padding-top: 0px; border: 0px;" title="image" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/04/image_thumb2.png" alt="image" width="640" height="480" border="0" /></a></p>
<table style="line-height: normal; border-collapse: collapse;" width="644" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0">
<colgroup>
<col style="width: 65pt; mso-width-source: userset; mso-width-alt: 2784;" width="87" />
<col style="width: 84pt; mso-width-source: userset; mso-width-alt: 3584;" width="112" />
<col style="width: 61pt; mso-width-source: userset; mso-width-alt: 2592;" width="81" />
<col style="width: 95pt; mso-width-source: userset; mso-width-alt: 4064;" width="127" />
<col style="width: 91pt; mso-width-source: userset; mso-width-alt: 3872;" span="span" width="121" /></colgroup>
<tbody>
<tr style="background-color: transparent; height: 14.25pt;">
<td class="xl66" style="border-bottom: white 1.5pt solid; border-left: medium none; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #4f81bd; vertical-align: bottom; border-top: medium none; border-right: white 0.5pt solid; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #4f81bd none;" align="center" width="86" height="19"><span style="color: #ffffff; font-family: Tahoma;"><strong>ระบบ</strong></span></td>
<td class="xl66" style="border-bottom: white 1.5pt solid; border-left: white 0.5pt solid; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #4f81bd; vertical-align: bottom; border-top: medium none; border-right: white 0.5pt solid; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #4f81bd none;" align="center" width="112"><span style="color: #ffffff; font-family: Tahoma;"><strong>Net Profit</strong></span></td>
<td class="xl66" style="border-bottom: white 1.5pt solid; border-left: white 0.5pt solid; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #4f81bd; vertical-align: bottom; border-top: medium none; border-right: white 0.5pt solid; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #4f81bd none;" align="center" width="81"><span style="color: #ffffff; font-family: Tahoma;"><strong>CAGR</strong></span></td>
<td class="xl66" style="border-bottom: white 1.5pt solid; border-left: white 0.5pt solid; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #4f81bd; vertical-align: bottom; border-top: medium none; border-right: white 0.5pt solid; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #4f81bd none;" align="center" width="126"><span style="color: #ffffff; font-family: Tahoma;"><strong>Max. Sys % DD</strong></span></td>
<td class="xl66" style="border-bottom: white 1.5pt solid; border-left: white 0.5pt solid; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #4f81bd; vertical-align: bottom; border-top: medium none; border-right: white 0.5pt solid; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #4f81bd none;" align="center" width="121"><span style="color: #ffffff; font-family: Tahoma;"><strong>% of Winners</strong></span></td>
<td class="xl66" style="border-bottom: white 1.5pt solid; border-left: white 0.5pt solid; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #4f81bd; vertical-align: bottom; border-top: medium none; border-right: medium none; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #4f81bd none;" align="center" width="116"><span style="color: #ffffff; font-family: Tahoma;"><strong>Avg Bars Held</strong></span></td>
</tr>
<tr style="background-color: transparent; height: 14.25pt;">
<td class="xl67" style="border-bottom: white 0.5pt solid; border-left: medium none; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #b8cce4; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: white 0.5pt solid; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #b8cce4 none;" align="center" height="19"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">RSI OS</span></td>
<td class="xl67" style="padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #b8cce4; vertical-align: bottom; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #b8cce4 none; border: white 0.5pt solid;" align="center"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">-654,984.93</span></td>
<td class="xl66" style="padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #b8cce4; vertical-align: bottom; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #b8cce4 none; border: white 0.5pt solid;" align="center"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">-9.01</span></td>
<td class="xl66" style="padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #b8cce4; vertical-align: bottom; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #b8cce4 none; border: white 0.5pt solid;" align="center"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">-84.07</span></td>
<td class="xl66" style="padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #b8cce4; vertical-align: bottom; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #b8cce4 none; border: white 0.5pt solid;" align="center"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">52.19</span></td>
<td class="xl66" style="border-bottom: white 0.5pt solid; border-left: white 0.5pt solid; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #b8cce4; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: medium none; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #b8cce4 none;" align="center" width="116"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">121.22</span></td>
</tr>
<tr style="background-color: transparent; height: 14.25pt;">
<td class="xl67" style="border-bottom: white 0.5pt solid; border-left: medium none; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #dce6f1; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: white 0.5pt solid; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #dce6f1 none;" align="center" height="19"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">RSI OB</span></td>
<td class="xl67" style="padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #dce6f1; vertical-align: bottom; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #dce6f1 none; border: white 0.5pt solid;" align="center"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">12,677,532.31</span></td>
<td class="xl66" style="padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #dce6f1; vertical-align: bottom; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #dce6f1 none; border: white 0.5pt solid;" align="center"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">26.11</span></td>
<td class="xl66" style="padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #dce6f1; vertical-align: bottom; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #dce6f1 none; border: white 0.5pt solid;" align="center"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">-48.32</span></td>
<td class="xl66" style="padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #dce6f1; vertical-align: bottom; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #dce6f1 none; border: white 0.5pt solid;" align="center"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">42.15</span></td>
<td class="xl66" style="border-bottom: white 0.5pt solid; border-left: white 0.5pt solid; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #dce6f1; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: medium none; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #dce6f1 none;" align="center" width="116"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">139.68</span></td>
</tr>
<tr style="background-color: transparent; height: 14.25pt;">
<td class="xl67" style="border-bottom: medium none; border-left: medium none; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #b8cce4; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: white 0.5pt solid; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #b8cce4 none;" align="center" height="19"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">RSI OPT</span></td>
<td class="xl67" style="border-bottom: medium none; border-left: white 0.5pt solid; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #b8cce4; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: white 0.5pt solid; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #b8cce4 none;" align="center"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">94,180,859.78</span></td>
<td class="xl66" style="border-bottom: medium none; border-left: white 0.5pt solid; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #b8cce4; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: white 0.5pt solid; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #b8cce4 none;" align="center"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">49.79</span></td>
<td class="xl66" style="border-bottom: medium none; border-left: white 0.5pt solid; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #b8cce4; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: white 0.5pt solid; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #b8cce4 none;" align="center"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">-35.51</span></td>
<td class="xl66" style="border-bottom: medium none; border-left: white 0.5pt solid; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #b8cce4; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: white 0.5pt solid; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #b8cce4 none;" align="center"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">34.71</span></td>
<td class="xl66" style="border-bottom: medium none; border-left: white 0.5pt solid; padding-bottom: 0px; padding-left: 1px; padding-right: 1px; background: #b8cce4; vertical-align: bottom; border-top: white 0.5pt solid; border-right: medium none; padding-top: 1px; text-underline-style: none; text-line-through: none; mso-pattern: #b8cce4 none;" align="center" width="116"><span style="color: #000000; font-family: Tahoma;">12.64</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>ในตอนนี้ผมเชื่อว่าคุณน่าจะเรื่มเห็นถึงพลังของการใช้ความคิดแนวข้างอย่างเป็นรูปธรรมได้มากขึ้นแล้ว คุณคงจะสังเกตุถึงผลตอบแทนที่เปลี่ยนไปเป็นอย่างมากเพียงแค่มุมมองในการใช้ RSI ของเรานั้นเปลี่ยนไป (ระบบ RSI OB นั้นเปรียบเสมือนตัวอย่างของการใช้การคิดในแนวข้าง ส่วนระบบ RSI Opt. นั้นคือตัวอย่างของการใช้พลังของแนวคิดในแนวตั้งและแนวข้างร่วมกัน) นอกจากนี้แล้วคุณยังจะเห็นได้อีกว่าค่า %Win หรือ Avg Bars Held นั้นกลับสวนทางกับผลตอบแทนรวมถึงความเชื่อที่คนส่วนใหญ่เข้าใจด้วยเช่นกัน การมีกระบวนความคิดในแนวข้างจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับนักลงทุนในการที่จะคิดและยอมรับในสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม</p>
<p>ความเป็นไปได้นั้นมีอยู่เสมอ อย่ามัวแต่ปิดใจหรือฝังใจอยู่แต่กับสิ่งเดิมๆ … ลองคิด “นอกกรอบ” ในมุมมองใหม่ๆกันดูบ้าง เผื่อว่าสักวันหนึ่งแล้วเราอาจจะค้นพบอะไรที่น่าสนใจในการลงทุนของเรามากยิ่งขึ้นก็ได้ครับ<img class="wlEmoticon wlEmoticon-openmouthedsmile" style="border-style: none;" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/04/wlEmoticon-openmouthedsmile.png" alt="Open-mouthed smile" /></p>
<p><a href="http://www.mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #8064a2;">แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management</span></strong></a></p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/market-inefficiencies/' rel='bookmark' title='Why Trading System Work? : ทำไมคุณจึงมีกำไร?'>Why Trading System Work? : ทำไมคุณจึงมีกำไร?</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/the-x-system-factor-in-trading/' rel='bookmark' title='The X-System Factor in Trading : ปัจจัยที่มักจะทำให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลในการเล่นหุ้น'>The X-System Factor in Trading : ปัจจัยที่มักจะทำให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลในการเล่นหุ้น</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/rs-rotational-system/' rel='bookmark' title='RS Rotational System : ระบบการลงทุนแบบหมุนตัวเล่น'>RS Rotational System : ระบบการลงทุนแบบหมุนตัวเล่น</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/lateral-thinking/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>34</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การขาดทุนติดๆกันคือสิ่งที่นักเล่นหุ้นต้องเจอ!</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/probability-of-consecutive-losses/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/probability-of-consecutive-losses/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Mar 2012 00:40:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[จิตวิทยาการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[consecutive losses]]></category>
		<category><![CDATA[การขาดทุนติดๆกัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=3764</guid>
		<description><![CDATA[ถึงแม้ว่าการวิเคราะห์หุ้นให้ได้อย่างแม่นยำอยู่ตลอดเวลานั้นเป็นเรื่องยากมากๆในระยะยาว แต่การพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการขาดทุนติดๆกันนั้นเป็นเรื่องที่ยากกว่ามากมาย นี่เป็นสิ่งที่นักเล่นหุ้นทุกคนต้องยอมรับที่จะอยู่กับมันให้ได้หรือไม่ก็ควรที่จะเดินออกจากตลาดไปเสีย
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/consecutive-loss/' rel='bookmark' title='Consecutive loss : การขาดทุนอย่างต่อเนื่อง'>Consecutive loss : การขาดทุนอย่างต่อเนื่อง</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/why-30/' rel='bookmark' title='why 30 ? : ทำไมต้อง 30&rsquo; จึงจะแจ๋ว!!'>why 30 ? : ทำไมต้อง 30&rsquo; จึงจะแจ๋ว!!</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-on-expectancy-1/' rel='bookmark' title='จิตวิทยาการลงทุนว่าด้วยเรื่องของกำไรคาดหวัง และการทำลายอคติของความต้องการที่จะ ถูกต้อง อยู่เสมอ : Trading on Expectancy by Dr. Van K. Tharp (Part 1)'>จิตวิทยาการลงทุนว่าด้วยเรื่องของกำไรคาดหวัง และการทำลายอคติของความต้องการที่จะ ถูกต้อง อยู่เสมอ : Trading on Expectancy by Dr. Van K. Tharp (Part 1)</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ถึงแม้ว่าการวิเคราะห์หุ้นให้ได้อย่างแม่นยำอยู่ตลอดเวลานั้นเป็นเรื่องยากมากๆในระยะยาว แต่การพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการขาดทุนติดๆกันนั้นเป็นเรื่องที่ยากกว่ามากมาย นี่เป็นสิ่งที่นักเล่นหุ้นทุกคนต้องยอมรับที่จะอยู่กับมันให้ได้หรือไม่ก็ควรที่จะเดินออกจากตลาดไปเสีย</p>
<h4><span style="color: #008080; font-weight: bold;">ความคาดหวังที่เกินจริงของนักเล่นหุ้น</span></h4>
<p>บรรดานักเล่นหุ้นส่วนใหญ่ในตลาดโดยเฉพาะมือใหม่ๆนั้นมักที่จะประเมิณถึงโอกาสที่พวกเขาจะเกิดการขาดทุนติดๆกัน (Consecutive Losses) ต่ำกว่าความเป็นจริงไปอย่างมาก นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ว่าทำไมเราถึงเห็นคนขาดทุนอย่างหนักหรือไม่ก็กระโดดเปลี่ยนระบบการลงทุนไปมาอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจของเรื่องนี้ก็คือ ความจริงแล้วความผิดไม่ได้อยู่ที่ตลาดหุ้นหรือระบบการลงทุนใดๆเลย แต่มันอยู่ที่มุมมองของพวกเราต่างหาก</p>
<p>ทำไมน่ะหรือครับ? คำตอบของผมอยู่ในภาพด้านล่าง …</p>
<p>ตารางด้านล่างคือตารางที่ถูกคำนวณออกมาโดยหลักการทางคณิตศาสตร์ในเชิงสถิติที่จะแสดงให้เราเห็นถึงความน่าจะเป็นที่เราจะขาดทุนติดๆกันตามระดับต่างๆ “อย่างน้อย 1 ครั้ง” เมื่อเราได้ทำการซื้อขายหุ้นไปแล้วทั้งหมด 50 ครั้ง</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/03/0probability-table.jpg"><img style="display: block; float: none; margin-left: auto; margin-right: auto;" title="0probability table" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/03/0probability-table_thumb.jpg" alt="0probability table" width="554" height="480" /></a></p>
<p><em>แกน Y (แนวตั้ง) คืออัตราความแม่นยำของระบบการลงทุน ส่วนแกน X (แนวนอน) คือขนาดของการขาดทุนติดๆกัน (Consecutive Losses)</em></p>
<h4><span style="color: #9bbb59;"><strong><span style="color: #008080;">การขาดทุนติดๆกันคือสิ่งที่นักเล่นหุ้นต้องเจอ</span></strong> </span></h4>
<p>เมื่อมองจากค่าที่ได้จากตารางในภาพแล้ว ผมเชื่อว่าหลายคนน่าจะเริ่มมองเห็นอะไรกันบ้างแล้วใช่ไหมครับ? นั่นก็เพราะหากมองตามความเป็นจริงแล้วเราทุกคนต่างก็รู้ดีว่าในระยะยาวแล้ว อัตราความแม่นยำในการวิเคราะห์หุ้นของคนส่วนใหญ่มักที่จะให้อัตราความแม่นยำออกมาไม่เกิน 50% เท่านั้น และนั่นทำให้การขาดทุนถึง 6 ครั้งติดกันภายใต้การซื้อขายที่ 50 ครั้งนั้นกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเลยทีเดียว! และนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลักการเล่นหุ้นแบบ Trend Following ที่คนส่วนใหญ่ใช้กันอยู่เลยด้วยซ้ำ เพราะจากอัตราความแม่นยำที่ราวๆ 30% กว่าๆของกลยุทธ์การเล่นหุ้นแบบนี้นั้น คนส่วนใหญ่จึงมีสิทธิที่จะเจอกับการขาดทุนติดๆกันถึง 10 ครั้งขึ้นไปได้อย่างง่ายดายมากๆโดยไม่รู้ตัวเลยทีเดียวนั่นเอง!!</p>
<h4><span style="color: #008080; font-weight: bold;">ยอมรับความจริงแล้วอยู่กับมันเสีย</span></h4>
<p>ถึงแม้ผมอาจไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าการขาดทุนติดๆกันถึง 10 ครั้งจากการเทรด 50 ครั้งจะเป็นเรื่องที่เกินกว่าความคาดหวังของใครไปหรือไม่ … แต่ผมก็ยังมีข่าวร้ายอยู่อีกนิดนึงครับ นั่นก็เพราะธรรมชาติของความน่าจะเป็นในการเกิดการขาดทุนติดๆกันนั้นจะค่อยๆเพิ่มมากขึ้นตามจำนวนการเทรดหรือระยะเวลาในการเทรดของเราอีกด้วย (เช่นหากเรานึกไปข้างหน้าอีกสัก 100 สัก 1000 ครั้ง โอกาสของการเกิดการขาดทุนติดๆกัน 4-5 ครั้งจะกลายเป็นเรื่องธรรดาไปเลย) อย่างไรก็ตาม นี่คือ “ความจริง” ที่คุณควรจะต้องกล้ายอมรับมันให้ได้ และนั่นก็เพื่อที่คุณจะได้เตรียมใจรับมันว่าสักวันไม่ช้าไม่นานแล้วมันก็จะต้องมาถึง</p>
<p>จงจำไว้ว่าการขาดทุนติดๆกันไม่ใช่เรื่องของความซวยหรือความผิดพลาดของระบบอะไรทั้งสิ้น แต่มันคือสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นเป็นธรรมดาไป สิ่งที่คุณต้องทำก็เพียงแค่อย่าประมาทและพยายามควบคุมความเสี่ยงเอาไว้อยู่เสมอ จงคาดหวังในสิ่งที่มันจะต้องเกิดขึ้นตามความเป็นจริง แล้วผมก็เชื่อว่าโอกาสในการที่คุณจะขาดทุนอย่างหนักจากการขาดทุนติดๆกันย่อมจะน้อยลงไปอีกมากมาย ซึ่งนั่นก็รวมถึงโอกาสที่คุณจะเปลี่ยนระบบไปๆมาๆจนสะเปะสะปะเมื่อเจอการขาดทุนติดๆกันก็จะลดลงไปตามตัวอีกด้วย</p>
<h4><span style="color: #008080;"><span style="font-weight: bold;">คาดหวังว่าเราอาจจะต้องเจอกับสิ่งที่เลวร้ายที่สุด</span></span></h4>
<p>เนื่องจากผมคิดว่านักเล่นหุ้นที่ดีต้อง expect for the worst อยู่เสมอ ดังนั้นก่อนจะจบบทความนี้ผมก็ขอฝากสมการง่ายๆที่จะช่วยให้เราพอจะประเมิณได้ว่า</p>
<p>“การขาดทุนติดๆกันที่ยาวนานที่สุด (Longest Consecutive Losses) ของเราจะอยู่ที่ประมาณกี่ครั้ง เมื่ออิงจากจำนวนของการเทรดและอัตราความแม่นยำที่เรามี?”</p>
<p>และมันก็คือสมการสั้นๆดังนี้ครับ</p>
<p align="center"><strong><span style="color: #dd8484; font-size: medium;">N = Log(Runs) / -Log(Prob)</span></strong></p>
<p align="center">&lt;&lt; โดยที่ &gt;&gt;</p>
<p align="center">N = การขาดทุนติดๆกันที่ยาวนานที่สุด</p>
<p align="center">Runs = จำนวนการเทรด</p>
<p align="center">Prob = ความน่าจะเป็นในการขาดทุน</p>
<p>ยกตัวอย่างเช่น</p>
<p>สมมุติว่าระบบ Trend Following ระบบหนึ่งมีอัตราความแม่นยำอยู่ที่ราวๆ 30% โดยสำหรับในการเทรดอีก 100 ครั้งข้างหน้านั้น คำถามก็คือเราอาจจะเจอกับการขาดทุนติดๆกันที่ยาวนานที่สุดสักกี่ครั้ง?</p>
<p>N = Log(100) / –Log(1-0.3)</p>
<p>N = 2 / 0.154</p>
<p>N = 12.98 &#8212;&#8212;&gt;&gt; หรือมีความยาวของการขาดทุนติดกันที่มากที่สุดประมาณ 13 ครั้งนั่นเอง</p>
<p>เห็นไหมครับว่าง่ายๆเท่านี้ (ใช้เครื่องคิดเลขก็ได้) เราก็พอที่จะคาดการณ์คร่าวๆได้แล้วว่าเราอาจจะต้องเจอกับการขาดทุนติดๆกันที่ยาวที่สุดสักแค่ไหนภายในการเทรด 100 ครั้งข้างหน้า</p>
<p>ถึงแม้ว่าการขาดทุนติดๆกันนั้นอาจเกิดขึ้นได้บ่อยและยาวนานกว่าที่คุณคิด …</p>
<p>แต่ก็หวังว่าจะมีประโยชน์กับจิตวิทยาการลงทุนของทุกคนนะครับ</p>
<p><a href="http://www.mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #9e7c7c;">แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management</span></strong></a></p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/consecutive-loss/' rel='bookmark' title='Consecutive loss : การขาดทุนอย่างต่อเนื่อง'>Consecutive loss : การขาดทุนอย่างต่อเนื่อง</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/why-30/' rel='bookmark' title='why 30 ? : ทำไมต้อง 30&rsquo; จึงจะแจ๋ว!!'>why 30 ? : ทำไมต้อง 30&rsquo; จึงจะแจ๋ว!!</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-on-expectancy-1/' rel='bookmark' title='จิตวิทยาการลงทุนว่าด้วยเรื่องของกำไรคาดหวัง และการทำลายอคติของความต้องการที่จะ ถูกต้อง อยู่เสมอ : Trading on Expectancy by Dr. Van K. Tharp (Part 1)'>จิตวิทยาการลงทุนว่าด้วยเรื่องของกำไรคาดหวัง และการทำลายอคติของความต้องการที่จะ ถูกต้อง อยู่เสมอ : Trading on Expectancy by Dr. Van K. Tharp (Part 1)</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/probability-of-consecutive-losses/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>27</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;ความผันผวน&#8221; แพะของตลาดหุ้น</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/volatility-and-investment-risk/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/volatility-and-investment-risk/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 Mar 2012 08:49:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[จิตวิทยาการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ความผันผวน]]></category>
		<category><![CDATA[หลักการบริหารเงินทุน Money Management]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=3636</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อพูดถึงความผิดพลาดหรือการขาดทุนจากการเก็งกำไรอย่างหนักนั้น เรามักที่จะเชื่อมโยงสาเหตุหลักๆของมันเข้ากับความผันผวนของตลาดอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม แท้จริงแล้วนี่เป็นความจริงเพียงส่วนเดียวเท่านั้น เรากำลังเข้าใจผิดอย่างมากระหว่างคำว่า "ความผันผวน" และ "ความเสี่ยงในการลงทุน" และนั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมหลายๆคนจึงต้องขาดทุนไปมากมายอย่างคาดไม่ถึง
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/world-of-trend-follower-2/' rel='bookmark' title='โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม : Inside the Counterintuitive World of Trend Follower by Charles Faulkner (Part 2)'>โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม : Inside the Counterintuitive World of Trend Follower by Charles Faulkner (Part 2)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/expected-value-mindset/' rel='bookmark' title='Expected value and Probabilistic Mindset : ระบบความคิดแบบความน่าจะเป็นและค่าคาดหวัง'>Expected value and Probabilistic Mindset : ระบบความคิดแบบความน่าจะเป็นและค่าคาดหวัง</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/world-of-trend-follower-3/' rel='bookmark' title='โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม : Inside the Counterintuitive World of Trend Follower by Charles Faulkner (Part 3)'>โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม : Inside the Counterintuitive World of Trend Follower by Charles Faulkner (Part 3)</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/03/ac8d7b002c20.jpg"><img style="background-image: none; border-right-width: 0px; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; float: left; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px; padding-top: 0px" title="หุ้น ความเสี่ยงและความน่าจะเป็น" border="0" alt="หุ้น ความเสี่ยงและความน่าจะเป็น" align="left" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/03/thumb.jpg" width="200" height="194" /></a>เมื่อพูดถึงความผิดพลาดหรือการขาดทุนจากการเก็งกำไรอย่างหนักนั้น เรามักที่จะเชื่อมโยงสาเหตุหลักๆของมันเข้ากับความผันผวนของตลาดอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม แท้จริงแล้วนี่เป็นความจริงเพียงส่วนเดียวเท่านั้น เรากำลังเข้าใจผิดอย่างมากระหว่างคำว่า &quot;ความผันผวน&quot; และ &quot;ความเสี่ยงในการลงทุน&quot; และนั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมหลายๆคนจึงต้องขาดทุนไปมากมายอย่างคาดไม่ถึง</p>
<h4><span style="color: #dd8484; font-weight: bold">ความแตกต่างระหว่างผันผวนและความเสี่ยงในการลงทุน</span></h4>
<p>เวลาที่เราคุยเรื่องหุ้นกันทั่วๆไปนั้น ผมไม่ชอบเลยเวลาที่ได้ยินคนส่วนใหญ่พูดว่าถ้าชอบความเสี่ยงสูงให้เล่นหุ้นแบบเก็งกำไร ในความเห็นผมแล้วนี่เป็นสิ่งที่ไร้สาระที่สุดอย่างหนึ่ง การเก็งกำไรเป็นเพียงแนวทางหนึ่งในการทำกำไรจากความผันผวนของตลาดเท่านั้น ซึ่งถึงแม้มันเป็นวิธีการเดิมพันกับความผันผวน (ทิศทาง) ของราคา แต่มันก็ไม่เคยบังคับให้เราต้องแบกรับความเสี่ยงสูงๆเอาไว้ และจะเรียกว่ามันคือต้นเหตุของความเสี่ยงในการลงทุนก็คงไม่ถูกต้องนัก</p>
<p>ในเวบไซท์ Wikipedia นั้นให้ความหมายของความเสี่ยงจากการลงทุนไว้ว่า มันคือ</p>
<blockquote><p align="center">“โอกาสที่จะสูญเสียเงินที่ลงทุนไป”</p>
</blockquote>
<p>เมื่อมองกันอย่างผิวเผินแล้วเราอาจจะสรปได้ว่า ถ้ายิ่งหุ้นหรือตราสารที่เราลงทุนมีความผันผวนไม่แน่นอนสูงมันก็มีโอกาสสูงที่เราจะสูญเสียเงินที่ลงทุนไป อย่างไรก็ตาม ผลที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องของ “ความน่าจะเป็น” และขนาดของ “ความผันผวน” ในทิศทางที่มันจะวิ่งไปในอนาคตเท่านั้น แต่ถ้ามองให้ละเอียดลงไปอีกหน่อยเราจะพบว่า คำว่าความเสี่ยงในการลงทุนที่ “มาก” หรือ “น้อย” นั้น เกี่ยวข้องกับการนำเอาเรื่องของ “ขนาดการลงทุน” เข้ามาร่วมด้วยเสมอ ดังนั้นในความเห็นของผมแล้ว</p>
<blockquote><p align="center">“ความเสี่ยงของหุ้นหรือตราสารใดๆกับความเสี่ยงในการลงทุนจึงไม่ใช่สิ่งเดียวกัน”</p>
</blockquote>
<p>เนื่องจากขนาดของผลกำไร-ขาดทุนในแต่ละครั้งเป็นผลมาจากความสัมพันธ์ระหว่างความน่าจะเป็น, ความผันผวนของตลาดและ &quot;ความเสี่ยงที่เราแบกรับมันไว้&quot; ต่างหาก</p>
<h4><span style="color: #dd8484; font-weight: bold">ความเสี่ยงในการลงทุนคือความเสียหายที่เราแบกรับไว้ในกรณีที่เกิดสิ่งเลวร้าย</span></h4>
<p>ลองนึกดูสักนิดนะครับ ถ้าสมมุติว่าหุ้นตัวหนึ่งราคา 10 บาทวิ่งลง Floor ไปสัก 3 บาทหรือ 30% ในวันเดียวแล้ว คุณจะขาดทุนอย่างหนักหรือไม่? แล้วถ้ามันวิ่งขึ้น Ceiling ไปเลย 30% แทนล่ะ นั่นแปลว่าคุณจะต้องรวยขึ้นมากไหม??</p>
<p>คำตอบก็คือ ไม่จำเป็น &#8230; เพราะมันขึ้นอยู่กับจำนวนหุ้นที่คุณถืออยู่ด้วยต่างหาก! ถ้าคูณถือ 100, 1000, 100000 หุ้น หรืออาจถือสัก 1%, 10%, 100% ของพอรท ผลกระทบของพวกมันจะไม่มีวันเท่าเทียมกันเลย</p>
<p>นี่คือข้อแตกต่างระหว่างความน่าจะเป็น, ความผันผวนและความเสี่ยงในการลงทุนที่เกิดขึ้น ถ้าคุณโชคดีหุ้นก็วิ่งขึ้น ถ้าคุณโชคร้ายหุ้นก็วิ่งลง พวกมันคือเหรียญในแต่ละด้านของ &quot;ความน่าจะเป็น&quot; จากผลการซื้อขายในแต่ละครั้งเท่านั้น คุณบังคับมันไม่ได้ แต่มันก็ไม่ได้อยากทำร้ายคุณ มันแค่เป็นไปของมันอย่างนั้นเอง ในทางกลับกันแล้วขนาดของการลงทุนหรือ &quot;ความเสี่ยงที่คุณแบกรับไว้&quot; ต่างหาก คือผู้ที่จะตัดสินถึงผลกระทบของมันอย่างแท้จริง คุณคือผู้ที่กำหนดผลกระทบจากผลลัพท์ของมันเอาไว้โดยไม่รู้ตัว นี่คือสิ่งที่คุณจะต้องแยกให้ออกว่าผู้ร้ายตัวจริงคือใคร ไม่เช่นนั้นคุณก็ยังคงที่จะจับแพะมาลงโทษอยู่เสมอ เพราะทั้งความน่าจะเป็นและความผันผวนไม่สามารถทำร้ายเราอย่างหนักสาหัสได้ถ้าเรารู้จักควบคุมมันอย่างไว้อย่างเหมาะสม</p>
<h4><span style="color: #dd8484; font-weight: bold">ความผันผวนไม่ใช่สิ่งที่เลวร้าย</span></h4>
<p>ในที่สุดแล้วเมื่อคุณสามารถที่จะแยกแยะระหว่่างความผันผวนและความเสี่ยงที่คุณแบกรับไว้ออกจากกันได้แล้ว นั่นจะทำให้โลกของคุณไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ความผันผวนและความเสี่ยงที่คุณแบกรับไว้นั้นไม่ใช่สิ่งอันตราย แต่มันคือเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณบรรุถึงเป้าหมายบางอย่างของคุณต่างหาก หากคุณอยากได้ผลตอบแทนมากขึ้นคุณก็เพิ่มขนาดการลงทุนและแบกรับความเสี่ยงมากขึ้นไป หากคุณอยากอยู่อย่างสบายใจหน่อยคุณก็ลดมันลงมา และถ้ามันมากไปหรือน้อยไปมันก็อาจทำให้ผลการลงทุนของคุณพังทลายลงมาได้เท่านั้นเอง</p>
<p>นักเก็งกำไรไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่ชอบความเสี่ยงสูง ในทางกลับกันแล้วผู้ที่แบกรับความเสี่ยงสูงๆอยู่เสมอมักไม่ใช่นักเก็งกำไรที่ดีนัก เพราะถ้ามองให้ดีแล้ว คุณจะเห็นว่าเทคนิดการเก็งกำไรส่วนใหญ่มีไว้เพื่อจำกัดและควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมแทบทั้งสิ้น</p>
<p>นักเก็งกำไรที่แท้จริงคือผู้ที่ยึดถือหลักของการรักษาเงินต้นเอาไว้อยู่เสมอ!</p>
<p><a href="http://www.mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #a5b592">แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management</span></strong></a></p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/world-of-trend-follower-2/' rel='bookmark' title='โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม : Inside the Counterintuitive World of Trend Follower by Charles Faulkner (Part 2)'>โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม : Inside the Counterintuitive World of Trend Follower by Charles Faulkner (Part 2)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/expected-value-mindset/' rel='bookmark' title='Expected value and Probabilistic Mindset : ระบบความคิดแบบความน่าจะเป็นและค่าคาดหวัง'>Expected value and Probabilistic Mindset : ระบบความคิดแบบความน่าจะเป็นและค่าคาดหวัง</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/world-of-trend-follower-3/' rel='bookmark' title='โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม : Inside the Counterintuitive World of Trend Follower by Charles Faulkner (Part 3)'>โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม : Inside the Counterintuitive World of Trend Follower by Charles Faulkner (Part 3)</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/volatility-and-investment-risk/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อย่ากลัวเมื่อหุ้นขึ้น!</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/dont-scare-bull-market/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/dont-scare-bull-market/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 05 Mar 2012 01:54:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้นและวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[จิตวิทยาการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีเล่นหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[สอนเล่นหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=3553</guid>
		<description><![CDATA[นักเล่นหุ้นส่วนใหญ่มักไม่ชอบซื้อหุ้นเมื่อตลาดเป็นขาขึ้น อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่านี่เป็นความรู้สึกและข้อแก้ตัวที่ไม่เข้าท่านัก เพราะนั่นมักจะทำให้เขาตกรถไปโดยปริยายในช่วงเวลาที่ตลาดกำลังจะคืนกำไรกลับมา ค่าเสียโอกาสเช่นนี้นั้นมีผลต่อกำไรของเรามากกว่าที่คิด มันคือนาทีทองที่เราไม่ควรพลาดมันไปเลยแม้แต่น้อย
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/distribution-of-return/' rel='bookmark' title='การกระจายตัวของผลตอบแทนในตลาดหุ้น : Distribution of Returns'>การกระจายตัวของผลตอบแทนในตลาดหุ้น : Distribution of Returns</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/profits-and-the-market/' rel='bookmark' title='ตลาดคือผู้ตัดสินผลกำไรของ Trend Follower และนักเล่นหุ้นส่วนใหญ่'>ตลาดคือผู้ตัดสินผลกำไรของ Trend Follower และนักเล่นหุ้นส่วนใหญ่</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/why-momentum-investing-work/' rel='bookmark' title='Video Clip : แนวคิดการเล่นหุ้นแบบ Momentum Investing'>Video Clip : แนวคิดการเล่นหุ้นแบบ Momentum Investing</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นักเล่นหุ้นส่วนใหญ่มักไม่ชอบซื้อหุ้นเมื่อตลาดเป็นขาขึ้น อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่านี่เป็นความรู้สึกและข้อแก้ตัวที่ไม่เข้าท่านัก เพราะนั่นมักจะทำให้เขาตกรถไปโดยปริยายในช่วงเวลาที่ตลาดกำลังจะคืนกำไรกลับมา ค่าเสียโอกาสเช่นนี้นั้นมีผลต่อกำไรของเรามากกว่าที่คิด มันคือนาทีทองที่เราไม่ควรพลาดมันไปเลยแม้แต่น้อย</p>
<p><span style="font-weight: bold; color: #9bbb59;">ตลาดหุ้นขาขึ้นและผลกำไรของคุณ</span></p>
<p>เป็นที่รู้กันดีว่าตลาดหุ้นนั้นมีช่วงเวลาที่ดีและร้ายของมันสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปตลอด แต่จะมีสักกี่คนที่ฉุกคิดบ้างว่าช่วงเวลาที่เราจะได้กำไรจากมันอย่างเป็นกอบเป็นกำนั้นกลับมีอยู่เพียงช่วงเดียวเท่านั้น ลองทายดูสิครับว่ามันคือช่วงเวลาไหน?</p>
<p>.</p>
<p>..</p>
<p>… ใช่แล้วครับ! เมื่อตลาดกลายเป็นขาขึ้นนั่นเอง!!</p>
<p>ทำไมน่ะหรือ!?</p>
<p>นั่นก็เพราะมันคือช่วงเวลาที่ผลกำไรส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในตลาดจะถูกบรรจุเอาไว้ และไม่ว่าคุณจะซื้อมันมาตอนไหน ตลาดขาขึ้นนั้นคือช่วงเวลาหลักๆที่จะคืนกำไรกลับมาให้เราได้อย่างง่ายดายที่สุดไม่ว่าคุณจะเป็นเซียนหรือแมงเม่าก็ตาม</p>
<h4><span style="font-weight: bold; color: #9bbb59;">พลังของตลาดหุ้นขาขึ้น</span></h4>
<p>เพื่อที่จะหาหลักฐานบางอย่างมาให้เห็นถึงความสำคัญของการมีหุ้นอยู่ในช่วงเวลาที่ตลาดเป็นขาขึ้นนั้น ผมจะขอนำผลการทดสอบบางอย่างมาให้คุณดู และนั่นก็คือการที่ผมจะสุ่มเข้าซื้อหุ้นที่อยู่ในตลาดเมื่อ SET index กลายมาเป็นขาขึ้นและขายพวกมันออกไปเมื่อมันกลับกลายเป็นขาลง ซึ่งภาพต่อไปนี้ก็คือกราฟการเติบเติบโตของเงินทุนจากแนวคิดง่ายๆที่เรากำลังคุยกันอยู่</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/03/Buy-when-SET-up.png"><img style="background-image: none; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; padding-top: 0px; border: 0px;" title="Buy when SET up" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/03/Buy-when-SET-up_thumb.png" alt="Buy when SET up" width="642" height="482" border="0" /></a></p>
<p>สิ่งที่คุณกำลังเห็นอยู่นี้คือหนึ่งในผลทดสอบด้วยเงินทุนเริ่มต้น 1 ล้านบาทโดยการสุ่มซื้อหุ้นหลายๆตัว ตัวละ 5% ของพอร์ทพร้อมๆกันเมื่อ SET index กลายเป็นขาขึ้นและขายหุ้นที่มีอยู่ทิ้งไปเมื่อ SET index กลายเป็นขาลง ซึ่งจากผลการทดสอบด้วยการสุ่มซื้อหุ้นเป็นร้อยๆครั้งนั้นพบว่าโดยเฉลี่ยแล้วมันให้อัตราผลตอบแทน CAGR ตลอด 28 ปีอยู่ถึงราวๆ 23% ต่อปีเลยทีเดียว นี่ถือเป็นอัตราผลตอบแทนที่สูงมากๆในระยะยาวอย่างไม่น่าเชื่อจากแนวคิดง่ายๆเช่นนี้ แต่มันก็ได้แสดงให้เห็นถึงพลังของการมีหุ้นเมื่อตลาดเป็นขาขึ้นและพอร์ทว่างเมื่อตลาดเป็นขาลงได้อย่างดีเลยทีเดียว</p>
<h4><span style="font-weight: bold; color: #9bbb59;">อย่ากลัวกับโอกาสทำกำไรที่ตลาดได้หยิบยื่นให้!</span></h4>
<p>เห็นหรือยังครับว่าคุณนั้นไม่ควรที่จะปฏิเสธการเข้าซื้อหุ้นเพียงเพราะว่าตลาดได้กลายเป็นขาขึ้นไปแล้ว … มันถือเป็นคำแก้ตัวราคาหลายร้อยล้านบาทเลยทีเดียว จงอย่าได้กลัวที่จะซื้อเมื่อตลาดวิ่งขึ้นไปเพียงเพราะคุณคิดว่ามันสูงเกินไปหรือกลัวจะติดดอย (การติดดอยนั้นจะไม่ใช่ปัญหาเลยถ้าคุณรู้จักควบคุมความเสี่ยง และกล้าที่จะตัดขายมันออกไปเมื่อตลาดกลายเป็นขาลง) ในทางกลับกันแล้วการตกรถเมื่อตลาดเป็นขาขึ้นนั้นอาจสร้างความเสียหายยิ่งกว่าที่คุณคิด เพราะถึงแม้ว่าคุณจะบอกว่าน้ำลายไหลดีกว่าขาดทุน แต่คุณก็อาจกำลังปฏิเสธผลกำไรจะเกิดขึ้น และทิ้งช่วงเวลาที่มีมูลค่ามหาศาลเหล่านี้ไปอย่างน่าเสียดาย!</p>
<p>มีคำกล่าวไว้ว่า “ขาขึ้นหมูยังเป็นเซียน” … แล้วทำไมเราจะไม่รู้จักใช้โอกาสที่ตลาดหยิบยื่นให้อย่างคุ้มค่าแบบพวกหมูๆเหล่านั้นกันบ้างล่ะครับ <img class="wlEmoticon wlEmoticon-openmouthedsmile" style="border-style: none;" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/03/wlEmoticon-openmouthedsmile.png" alt="Open-mouthed smile" /></p>
<p><a href="http://www.mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #9e7c7c;">แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management</span></strong></a></p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/distribution-of-return/' rel='bookmark' title='การกระจายตัวของผลตอบแทนในตลาดหุ้น : Distribution of Returns'>การกระจายตัวของผลตอบแทนในตลาดหุ้น : Distribution of Returns</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/profits-and-the-market/' rel='bookmark' title='ตลาดคือผู้ตัดสินผลกำไรของ Trend Follower และนักเล่นหุ้นส่วนใหญ่'>ตลาดคือผู้ตัดสินผลกำไรของ Trend Follower และนักเล่นหุ้นส่วนใหญ่</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/why-momentum-investing-work/' rel='bookmark' title='Video Clip : แนวคิดการเล่นหุ้นแบบ Momentum Investing'>Video Clip : แนวคิดการเล่นหุ้นแบบ Momentum Investing</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/dont-scare-bull-market/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>35</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แมงเม่าคลับในงานประชุมประจำปี Chaloke.com</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/mangmaoclub-chaloke-2012/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/mangmaoclub-chaloke-2012/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 09 Feb 2012 02:30:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[จิตวิทยาการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=3462</guid>
		<description><![CDATA[อุตส่าห์ได้รับเกียรติเชิญไปเป็น Guest Speaker ในงานประชุมประจำปีของทาง Chaloke.com เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา วันนี้เลยนำคลิปเสียงบางส่วนมาให้ฟังกัน ดำเนินรายการโดยครูเสกแห่งฉโลกดอทคอม โม้โดยมดแมงเม่าคลับ หวังว่าจะมีประโยชน์บ้างนะครับ 55
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/how-to-do-when-you-have-a-profits/' rel='bookmark' title='จิตวิทยาการลงทุนต่อกำไรขาดทุนที่เกิดขึ้น (Video Clip) : How to Do When You Have a Profits'>จิตวิทยาการลงทุนต่อกำไรขาดทุนที่เกิดขึ้น (Video Clip) : How to Do When You Have a Profits</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/self-sabotage-behaviors/' rel='bookmark' title='(Video Clip)พฤติกรรมที่แย่ๆไม่ควรเกิดขึ้นในการเล่นหุ้น : Self-Sabotage behaviors you should avoid!'>(Video Clip)พฤติกรรมที่แย่ๆไม่ควรเกิดขึ้นในการเล่นหุ้น : Self-Sabotage behaviors you should avoid!</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/the-fallacy-of-too-many-indicators/' rel='bookmark' title='The Fallacy of too many indicators! : ความหลงผิดในการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค'>The Fallacy of too many indicators! : ความหลงผิดในการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/02/logo_cdc_v2_RGB_web_website-logo_0.png"><img style="background-image: none; margin: 0px 10px 0px 0px; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; padding-top: 0px; border-width: 0px;" title="logo_cdc_v2_RGB_web_website logo_0" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/02/logo_cdc_v2_RGB_web_website-logo_0_thumb.png" alt="logo_cdc_v2_RGB_web_website logo_0" width="240" height="45" border="0" /></a>อุตส่าห์ได้รับเกียรติเชิญไปเป็น Guest Speaker ในงานประชุมประจำปีของทาง Chaloke.com เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา วันนี้เลยนำคลิปเสียงบางส่วนมาให้ฟังกัน ดำเนินรายการโดยครูเสกแห่งฉโลกดอทคอม โม้โดยมดแมงเม่าคลับ หวังว่าจะมีประโยชน์บ้างนะครับ 55</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/mangmaoclub-chaloke-2012/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
<p>ปล. ต้องขอบคุณทางทีมงานโฉลก รวมไปถึงคุณอรรถสิทธิ์สำหรับไฟล์เสียงที่บันทึกเอาไว้ด้วยครับ <img class="wlEmoticon wlEmoticon-openmouthedsmile" style="border-style: none;" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/02/wlEmoticon-openmouthedsmile.png" alt="Open-mouthed smile" /></p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/how-to-do-when-you-have-a-profits/' rel='bookmark' title='จิตวิทยาการลงทุนต่อกำไรขาดทุนที่เกิดขึ้น (Video Clip) : How to Do When You Have a Profits'>จิตวิทยาการลงทุนต่อกำไรขาดทุนที่เกิดขึ้น (Video Clip) : How to Do When You Have a Profits</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/self-sabotage-behaviors/' rel='bookmark' title='(Video Clip)พฤติกรรมที่แย่ๆไม่ควรเกิดขึ้นในการเล่นหุ้น : Self-Sabotage behaviors you should avoid!'>(Video Clip)พฤติกรรมที่แย่ๆไม่ควรเกิดขึ้นในการเล่นหุ้น : Self-Sabotage behaviors you should avoid!</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/the-fallacy-of-too-many-indicators/' rel='bookmark' title='The Fallacy of too many indicators! : ความหลงผิดในการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค'>The Fallacy of too many indicators! : ความหลงผิดในการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/mangmaoclub-chaloke-2012/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>11</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตลาดคือผู้ตัดสินผลกำไรของ Trend Follower และนักเล่นหุ้นส่วนใหญ่</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/profits-and-the-market/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/profits-and-the-market/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 05 Feb 2012 16:19:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้นและวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[trend Following]]></category>
		<category><![CDATA[จิตวิทยาการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=3448</guid>
		<description><![CDATA[เรามักที่จะเชื่อกันลึกๆว่ายิ่งเราพยายามที่จะเล่นแร่แปรธาตุกับตลาดหุ้นมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งที่จะมีโอกาศทำกำไรได้อย่างสมบูรณ์แบบมากเท่านั้น นี่เป็นความเชื่อผิดๆที่ทำให้ใครหลายต่อหลายคนที่ใช้เครื่องมือทางเทคนิค (ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็มีหลักคิดของ Trend Following เป็นพื้นฐาน) พยายามกระโดดไปมาอยู่ในตลาดหุ้นอยู่เสมอ และบ่อยครั้งมันก็มักที่จะทำให้เราต้องสูญเสียมากกว่าที่คิด ซึ่งนั่นก็เพียงเพราะเราเชื่อว่าความพยายามของเราจะแปรเปลี่ยนกลายเป็นผลกำไรออกมา
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/world-of-trend-follower-3/' rel='bookmark' title='โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม : Inside the Counterintuitive World of Trend Follower by Charles Faulkner (Part 3)'>โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม : Inside the Counterintuitive World of Trend Follower by Charles Faulkner (Part 3)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/donchians-guideline/' rel='bookmark' title='วิธีการเล่นหุ้นแบบ Richard Donchian  บรรพบุรุษของเหล่า Trend follower (ตอนที่ 1)'>วิธีการเล่นหุ้นแบบ Richard Donchian  บรรพบุรุษของเหล่า Trend follower (ตอนที่ 1)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/world-of-trend-follower-2/' rel='bookmark' title='โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม : Inside the Counterintuitive World of Trend Follower by Charles Faulkner (Part 2)'>โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม : Inside the Counterintuitive World of Trend Follower by Charles Faulkner (Part 2)</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/02/SET-VS-Turtle2-Returns-Behavior.png"><img style="background-image: none; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; padding-top: 0px; border-width: 0px;" title="SET VS Turtle2 Returns Behavior" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2012/02/SET-VS-Turtle2-Returns-Behavior_thumb.png" alt="SET VS Turtle2 Returns Behavior" width="642" height="386" border="0" /></a></p>
<p>เรามักที่จะเชื่อกันลึกๆว่ายิ่งเราพยายามที่จะเล่นแร่แปรธาตุกับตลาดหุ้นมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งที่จะมีโอกาศทำกำไรได้อย่างสมบูรณ์แบบมากเท่านั้น นี่เป็นความเชื่อผิดๆที่ทำให้ใครหลายต่อหลายคนที่ใช้เครื่องมือทางเทคนิค (ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็มีหลักคิดของ Trend Following เป็นพื้นฐาน) พยายามกระโดดไปมาอยู่ในตลาดหุ้นอยู่เสมอ และบ่อยครั้งมันก็มักที่จะทำให้เราต้องสูญเสียมากกว่าที่คิด ซึ่งนั่นก็เพียงเพราะเราเชื่อว่าความพยายามของเราจะแปรเปลี่ยนกลายเป็นผลกำไรออกมา</p>
<h4><span style="font-weight: bold; color: #9bbb59;">ยิ่งเหนื่อยยิ่งกำไร?</span></h4>
<p>ถึงแม้ว่าความสำเร็จหลายอย่างในชีวิตของคนเรานั้นมักที่จะเกิดขึ้นได้จากหยาดเหงื่อและความพยายาม แต่ตลาดหุ้นก็อาจเป็นสถานที่เพียงไม่กี่แห่งที่ความพยายามของคนส่วนใหญ่ก็มักจะต้องกลายเป็นสิ่งที่ไร้ค่าโดยเฉพาะเมื่อเราพยายามที่จะทำกำไรในขณะที่ตลาดไม่เอื้ออำนวย เหตุผลก็เนื่องจากตัวแปรหลักของผลกำไรที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ของผู้ที่ใช้กลยุทธ์ Trend Following หรือกลยุทธ์อีกหลายรูปแบบที่กินกำไรจากการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ๆของนั้น … แทบไม่ได้เกิดมาจากความพยายามของเราเลยสักนิดเดียว</p>
<p>ความจริงที่เจ็บปวดที่สุดอย่างหนึ่งในตลาดหุ้นที่คุณควรจะต้องจำเอาไว้ให้ดีก็คือ “ตลาดคือผู้ที่ตัดสินใจที่จะจ่ายกำไรให้คุณ” นั่นก็เพราะเมื่อตลาดย่ำแย่ หุ้นโดยส่วนใหญ่ก็มักที่จะย่ำแย่ตามไปด้วย และเมื่อตลาดดีมันก็มักจะพากันสดใสไปเกือบเสียทั้งหมด ผลก็คือไม่ว่าคุณจะซื้อหุ้นตัวไหนหรือคิดว่าหุ้นตัวนั้นๆดีสักเท่าไหร่ในตลาดขาลง มันก็มักจะไม่เกิดปาฏิหารย์ขึ้นมาสักเท่าไหร่นัก ในทางกลับกันไม่ว่าคุณจะซื้อหุ้นตัวไหนในตลาดขาขึ้นมันก็มักที่จะให้กำไรกับเราคืนมา นั่นจึงทำให้เราไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่ากำไรของคุณนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับมุมมองที่คนส่วนใหญ่มีต่อตลาด</p>
<p><span style="font-weight: bold; color: #9bbb59;">ผลกำไรและสภาพตลาด</span></p>
<p>ตารางด้านบนคือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความจริงที่ว่าตลาดคือผู้จ่ายผลกำไรให้คุณอย่างชัดเจน ผมได้นำเอาลักษณะของผลตอบแทนของ SET index (แท่งสีฟ้า) และผลตอบแทนจากระบบ <a href="http://mangmaoclub.com/the-turtle-trader-1/">Turtle System 2</a> (แท่งสีแดง) ซึ่งถือเป็นตัวแทนของระบบ Trend Following ในตลาดเนื่องจากความเป็นสากลของมัน โดยถึงแม้ว่าระบบ Turtle2 นี้จะสามารถทำกำไรทบต้นหรือ CAGR ตลอด 21 ปีที่ผ่านมาได้ถึงราวๆ 26% ต่อปี แต่คุณนั้นจะเห็นได้ว่าภายใน 21 ปีที่ผ่านมานั้น มีเพียง 4 ปีหรือคิดเป็นโอกาศราวๆ 1 ใน 5 เท่านั้นที่ผลกำไรของพวกมันวิ่งไปคนละทางกัน (ตลาดวิ่งลงระบบวิ่งขึ้น) นั่นแปลว่าไม่ว่าระบบส่วนใหญ่จะดีสักเท่าไหร่แต่ผลกำไรของมันก็ยังจะอิงอยู่กับสภาพตลาดในขณะนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย</p>
<h4><span style="font-weight: bold; color: #9bbb59;">ถ้าเช่นนั้นจะใช้หลักการลงทุนแบบ Trend Follwing ไปเพื่ออะไร?</span></h4>
<p>คำตอบที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ Magnitude หรือขนาดของผลกำไรขาดทุนที่เกิดขึ้นนั่นเอง โดยเราจะสังเกตุได้ว่าในปีที่ขาดทุนนั้นระบบจะให้ผลการขาดทุนหรือ Drawdown ที่น้อยกว่าตลาด แต่ในขณะเดียวกันสำหรับปีที่ดัชนีตลาดมีผลตอบแทนเป็นบวกนั้นระบบก็จะให้ผลกำไรที่มากกว่าเช่นเดียวกัน นี่จึงทำให้ผลกำไรในระยะยาวของมันดีกว่าผลตอบแทนของตลาดนั่นเอง</p>
<h4><span style="color: #9bbb59;"><span style="font-weight: bold;">ไม่มีจอกศักดิ์สิทธิ์ในตลาดหุ้น ยกเว้นก็แต่นิยายปรัมปรา (No Holy Grail But A Fairy Tale!)</span></span></h4>
<p>สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะฝากไว้ก็คือตลาดหุ้นนั้นมักจะมีเรื่องเล่าอยู่มากมาย และส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นคำกล่าวที่เกินจริง โดยถึงแม้ว่าผมมักจะเป็นคนที่สนับสนุนการเล่นหุ้นอย่างเป็นระบบ (โดยเฉพาะในรูปแบบของ Trend Following) แต่ผมก็ไม่อยากที่จะให้หลายๆคนนั้นคาดหวังถึงลักษณะของผลตอบแทนที่เกินกว่าความเป็นจริงไปสักเท่าไหร่นัก ซึ่งแน่นอนว่าผลตอบแทนขั้นเทพเหล่านั้นมันก็อาจเกิดขึ้นได้ แต่นั่นก็เป็นความน่าจะเป็นเพียงส่วนน้อยและเกิดขึ้นไม่บ่อยสักเท่าไหร่นัก และผมก็เชื่อว่าหน้าที่ของนักเล่นหุ้นอย่างหนึ่งก็คือการคาดหวังในสิ่งที่เลวร้ายเอาไว้อยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม ข่าวดีอย่างหนึ่งก็คือถึงแม้ว่าเราอาจไม่สามารถที่จะใช้ความพยายามของเราเพื่อบังคับให้ตลาดคายผลกำไรที่มหาศาลในทุกๆปีตามที่เราต้องการออกมาได้สักเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยเราก็สามารถที่จะปรับตัวให้สอดคล้องไปกับมันได้อยู่เช่นกัน และนั่นก็คือเหตุผลที่หลักการของ Trend Following ยังสามารถยืนหยัดอยู่มาได้จนถึงปัจจุบันนั่นเอง</p>
<p>จำไว้ว่าการทำกำไรเป็น 100% ทุกๆปีอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่คุณก็ควรต้องอยู่กับความเป็นจริงด้วยเช่นกัน นั่นก็คือการยอมรับต่อผลกำไรที่เกิดขึ้นตามจังหวะที่มันเป็นไปและอยู่รอดให้ได้ในช่วงที่ตลาดไม่เอื้ออำนวยนั่นเอง ขอให้โชคดีและคาดหวังในสิ่งที่เป็นจริงของตลาดหุ้นครับ</p>
<p><a href="http://www.mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #9e7c7c;">แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management</span></strong></a></p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/world-of-trend-follower-3/' rel='bookmark' title='โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม : Inside the Counterintuitive World of Trend Follower by Charles Faulkner (Part 3)'>โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม : Inside the Counterintuitive World of Trend Follower by Charles Faulkner (Part 3)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/donchians-guideline/' rel='bookmark' title='วิธีการเล่นหุ้นแบบ Richard Donchian  บรรพบุรุษของเหล่า Trend follower (ตอนที่ 1)'>วิธีการเล่นหุ้นแบบ Richard Donchian  บรรพบุรุษของเหล่า Trend follower (ตอนที่ 1)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/world-of-trend-follower-2/' rel='bookmark' title='โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม : Inside the Counterintuitive World of Trend Follower by Charles Faulkner (Part 2)'>โลกในมุมมองของนักเล่นหุ้นตามแนวโนวโน้ม : Inside the Counterintuitive World of Trend Follower by Charles Faulkner (Part 2)</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/profits-and-the-market/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>18</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลิงสามตัว</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/three-wise-monkeys/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/three-wise-monkeys/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 31 Jan 2012 23:00:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[จิตวิทยาการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[กราฟแท่งเทียน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=3189</guid>
		<description><![CDATA[ภายหลังจากที่ได้พูดถึงความแม่นยำของกราฟแท่งเทียนในบทความที่แล้ว อดไม่ได้จริงๆที่ผมจะต้องขอพูดถึงปริศนาธรรมลิงสามตัวของนิกายเซนขึ้นมาเสียหน่อย ปิด – ปิด – ปิด สำคัญอย่างไรสำหรับนักเล่นหุ้น? เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังครับ
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/dont-watch-the-market-too-closely/' rel='bookmark' title='Don&rsquo;t Watch the market too closely! : คุณกำลังจ้องมองตลาดหุ้นจนมากเกินไปหรือปล่าว'>Don&rsquo;t Watch the market too closely! : คุณกำลังจ้องมองตลาดหุ้นจนมากเกินไปหรือปล่าว</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/what-are-your-trading-beliefs/' rel='bookmark' title='What Are Your Trading Beliefs? : เรื่องของความเชื่อกับการลงทุน!'>What Are Your Trading Beliefs? : เรื่องของความเชื่อกับการลงทุน!</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/brain-and-investing/' rel='bookmark' title='Video Clip : กลไกทางจิตวิทยากับการเล่นหุ้น'>Video Clip : กลไกทางจิตวิทยากับการเล่นหุ้น</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/12/bc0b9b5200ea.jpg"><img style="background-image: none; border-right-width: 0px; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px; padding-top: 0px" title="วิธีการเล่นหุ้น ลิงสามตัว" border="0" alt="วิธีการเล่นหุ้น ลิงสามตัว" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/12/thumb.jpg" width="640" height="427" /></a></p>
<p>ภายหลังจากที่ได้พูดถึง <a href="http://mangmaoclub.com/candlestick-accuracy/">ความแม่นยำของกราฟแท่งเทียน</a> ในบทความก่อนๆ อดไม่ได้จริงๆที่ผมจะต้องขอพูดถึงปริศนาธรรมลิงสามตัวของนิกายเซนขึ้นมาเสียหน่อย ปิด – ปิด – ปิด สำคัญอย่างไรสำหรับนักเล่นหุ้น? เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังครับ</p>
<h4><span style="color: #9bbb59; font-weight: bold">ผมขอเริ่มต้นด้วยการอ้างอิงบางส่วนจาก Wikipedia ก่อนเลยนะครับ</span></h4>
<blockquote><p><strong>ลิงสามตัว</strong> (ญี่ปุ่น: 三猿 san&#8217;en <em>ซันเอ็ง</em> หรือ sansaru <em>ซันซะรุ</em>; 三匹の猿 sanbiki no saru <em>ซันบิกิโนะซะรุ</em>) คือภาพปริศนาธรรมที่มีใจความสำคัญหลักว่าด้วย &quot;การไม่รับรู้โดยการมองในสิ่งที่ไม่ดี การไม่ฟังในสิ่งที่ไม่ดี และการไม่กล่าววาจาในสิ่งที่ไม่ดี&quot; ในบรรดาลิงสามตัว ตัวที่หนึ่งเรียกว่า <strong>มิซะรุ</strong> (見猿 / 見ざる) มีลักษณะใช้มือปิดตา หมายถึงการไม่รับรู้โดยการมองในสิ่งไม่ดี ตัวที่สอง <strong>คิกะซะรุ</strong> (聞か猿 / 聞かざる) ใช้มือปิดหู หมายถึงการไม่ฟังในสิ่งที่ไม่ดี ตัวสุดท้าย <strong>อิวะซะรุ</strong> (言わ猿 / 言わざる) ใช้มือปิดปาก บ่งบอกถึงการไม่กล่าววาจาในสิ่งที่ไม่ดี …</p>
<p>ต้นกำเนิดของภาพปริศนาธรรมอันโด่งดังนี้มีที่เริ่มมาจากลักษณะภาพแกะสลักบนประตูของศาลเจ้านิกโกโทโช จังหวัดนิกโก ประเทศญี่ปุ่น ย้อนหลังไปถึงศตวรรษที่ 17 อย่างไรก็แล้วแต่ตัวปรัชญาของปริศนาธรรมนั้นน่าจะมาพร้อมกับตำนานของ Tendai Buddhist ซึ่งเชื่อกันว่ามาจากประเทศจีนในศตวรรษที่ 8 (ยุคนะระ) ในภาษาจีนนั้น ประโยคคล้ายกับเรื่องลิงสามตัวนี้สามารถอ่านเจอในคัมภีร์ของหลักขงจื๊อ ถอดความได้ว่า &quot;ไม่มองในสิ่งที่ค้านกับความเหมาะสม ไม่ฟังในสิ่งที่ค้านกับความเหมาะสม และไม่กระทำ (เคลื่อนไหว) ในสิ่งที่ไม่เหมาะสม&quot; จากที่กล่าวมาในประโยคข้างต้นนั้นสามารถกล่าวได้ว่าเมื่อปรัชญานี้มาถึงญี่ปุ่น ตัวปรัชญาเองนั้นถูกทำให้กระชับและได้ใจความขึ้น</p>
</blockquote>
<h4><span style="color: #9bbb59; font-weight: bold">ลิงสามตัวเกี่ยวอะไรกับการเล่นหุ้น?</span></h4>
<p>ถึงแม้ว่าเรื่องของลิงสามตัวนี้อาจดูไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับการเล่นหุ้นอยู่สักเท่าไหร่นัก (เพราะเป็นถึงหลักแห่งสูญญตาธรรม) แต่ความจริงเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับการเก็งกำไรอย่างที่คุณอาจนึกไม่ถึง นั่นก็เพราะหากคุณเคยได้อ่านประวัติต้นกำเนิดของกราฟแท่งเทียนแล้ว คุณจะพบว่าผู้ที่เป็นคนริเริ่มแนวคิดการใช้กราฟแท่งเทียนในทุกๆวันนี้ก็คือ Honma Munehisa (Sokyu Homma) โคตรเซียนนักเก็งกำไรในตลาดข้าวชาวญี่ปุ่น ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมากๆจากความเก่งกาจและร่ำรวยของเขาในช่วงศตวรรษที่ 17 โดยว่ากันว่าหากนำทรัพย์สมบัติที่ได้จากการเก็งกำไรของเขามาตีค่าออกเป็นมูลค่าของเงินในปัจจุบันแล้ว เขาจะมีทรัพย์สินอยู่ราวหนึ่่งแสนล้านดอลลาร์ (100 Billion) เลยทีเดียว</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/12/Fountain-of-Gold.jpg"><img style="background-image: none; border-right-width: 0px; margin: 0px 0px 0px 10px; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; float: right; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px; padding-top: 0px" title="Fountain of Gold" border="0" alt="Fountain of Gold" align="right" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/12/Fountain-of-Gold_thumb.jpg" width="171" height="240" /></a>ว่ากันว่า Homma ได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับการเก็งกำไรเอาไว้อยู่สามเล่ม ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือหนังสือเกี่ยวกับจิตวิทยาของตลาดที่ชื่อว่า The fountain of Gold &#8211; The Three Monkey Record of Money (น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง &#8211; ลิงสามตัวแห่งโลกเงินตรา) โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับจิตวิทยาตลาดและปรัชญาในการเก็งกำไรของเขาเอาไว้</p>
<p>หลังจากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วผมก็เชื่อว่าน่าจะมีหลายๆคนเริ่มที่จะสงสัยหรือสังเกตได้ว่า …</p>
<p>แล้วเหตุใดเขาจึงได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของ “ลิงสามตัว” จนนำมาเขียนเอาไว้เป็นชื่อหนังสือด้วยล่ะ?</p>
<p>เหตุผลก็เพราะ Homma ต้องการที่จะเปรียบเปรยถึงลักษณะสามประการที่คุณควรจะมีหากคุณต้องการที่จะเป็นนักเก็งกำไรที่ประสบความสำเร็จนั่นเอง และนี่ก็คือประเด็นสำคัญของหนังสือเล่มนี้ โดยเขาได้กล่าวเอาไว้ในทำนองที่ว่า <em>หากคุณต้องการที่จะครอบครองน้ำพุแห่งความมั่งคั่งแล้วล่ะก็ คุณก็ควรที่จะมีบุคลิกของลิงทั้งสามตัวเหล่านี้อยู่ในตัวของคุณ ซึ่งก็คือการปิดหู, ปิดตา และปิดปากเอาไว้</em></p>
<h4><span style="color: #9bbb59"><span style="font-weight: bold">ปิด – ปิด – ปิด</span></span></h4>
<p>ในมุมมองของผมแล้วสิ่งที่ Homma ต้องการที่จะสื่อออกมานั้นมีความหมายที่ลึกซึ้งกับหลักของการลงทุน-เก็งกำไรเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อวิเคราะห์ให้ลึกลงไปแล้ว Homma กำลังบอกให้เรารู้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการลงทุน-เก็งกำไรนั้นหาใช่เทคนิคหรือวิธีการต่างๆแม้แต่น้อย แต่แท้ที่จริงแล้วมันคือการควบคุมจิตใจของเราให้ “ว่าง” และ “สงบ” เอาไว้ต่างหาก และหากคุณจะลองนึกให้ดีแล้ว สิ่งที่ลิงทั้งสามตัวทำนั้นล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งสำคัญ และถือเป็นแนวทางปฏิบัติที่จะทำให้เรา “เลิกบ้า” กับสิ่งรบกวนที่ไม่มีสาระสำคัญของตลาดหุ้นทั้งสิ้น!</p>
<p><strong><span style="color: #4bacc6">ปิดตา :</span></strong> เลิกสอดส่ายสายตาไปกับเรื่องไร้สาระในตลาด ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวเล็กๆน้อยๆ (Noise) ที่ไม่เกี่ยวข้องกับระบบการลงทุนของคุณเลย, บทวิเคราะห์ต่างๆที่คุณเองก็ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วมันถูกปล่อยออกมาเพื่อเหตุผลเบื้องหลังประการใด หรือแม้กระทั่งข้อมูลข่าวสารต่างๆในเว็บบอร์ดที่บางทีแล้วมันอาจมากมายเกินความจำเป็นของเราก็เป็นได้</p>
<p><strong><span style="color: #4bacc6">ปิดหู :</span></strong> ไม่ได้แปลว่าให้เราปิดกั้นไม่รับฟังสิ่งใดๆทั้งสิ้น แต่มันคือตัวแทนของการรู้จักฟังรู้จักแยกแยะในสิ่งที่คุณจะได้ยินจากตลาด เพราะข้อมูลบางอย่างก็เป็นสิ่งที่คุณไม่ควรจะเอามาใส่ใจหรือนำมาเป็นแผนการเล่นหุ้นของคุณเลย ยกตัวอย่างเช่น ข่าวลือต่างๆ, ความเห็นของบรรดากูรูทั้งหลาย หรือแม้กระทั่งความเห็นของคนใกล้ตัวของคุณเอง</p>
<p><strong><span style="color: #4bacc6">ปิดปาก</span> :</strong> แม้ว่าความหมายเดิมของมันคือการรู้จักที่จะหยุดพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดไว้ แต่หากอ้างอิงจากคำกล่าวเดิมของขงจืีอที่ว่า <em>&quot;ไม่มองในสิ่งที่ค้านกับความเหมาะสม ไม่ฟังในสิ่งที่ค้านกับความเหมาะสม และไม่กระทำ (เคลื่อนไหว) ในสิ่งที่ไม่เหมาะสม&quot;</em> แล้วล่ะก็ เราจะเห็นได้ว่ามันก็คือการที่เราไม่ควรจะ “แสดงออก” (Expression) ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในการเล่นหุ้นออกมานั่นเอง เพราะมันมีแต่จะสร้างปัญหาในการลงทุนและเป็นบ่วงพันธนาการตัวเราหรือจิตใจของเราเอาไว้ โดยที่พฤติกรรมเหล่านี้ก็เช่น โอ้อวดถึงผลกำไรต่างๆของเรา, นั่งพรรณณาถึงความเห็นต่างๆที่เรามีกับหุ้นที่เราถืออยุ่ (เพราะหากคุณพูดมากไป มีโอกาสอย่างมากที่ Ego ของคุณจะรับไม่ได้เมื่อมันไม่เป็นเช่นนั้น) หรือแม้กระทั่งการแหกระบบของคุณเองเพียงเพราะความโลภหรือความกลัวมันบังตา</p>
<p>จะเห็นได้ว่าแท้ที่จริงแล้วความหมายของลิงสามตัวที่ Homma ได้เขียนเป็นชื่อหนังสือเอาไว้นั้น ก็คือกุศโลบายในการที่จะพาเราไปสู่สภาวะที่ว่างจากความเป็นตัวตนหรืออัตตา และไม่ปล่อยให้สิ่งต่างๆรอบตัวมากระทบจนกลายเป็นอารมณ์ซึ่งนำพาไปสู่ความหายนะในการลงทุน-เก็งกำไรในตลาด ซึ่งเมื่อเราทำมันได้แล้วการลงทุนหรือการเก็งกำไรของเราก็จะมีเหตุมีผลขึ้น และนี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมคุณจึงควรนึกถึงลิงสามตัวนี้เอาไว้นั่นเอง</p>
<p>สุดท้ายนี้ก่อนจะจบบทความ ผมก็ขอฝากคำสอนของท่านพุทธทาสที่ได้เขียนกลอน “ปิด – ปิด &#8211; ปิด” ซึ่งเกี่ยวข้องกับปริศนาธรรมลิงสามตัวเอาไว้ให้ทุกคนได้อ่านกัน ผมเองเห็นว่าสามารถนำมาปรับใช้ในตลาดหุ้นได้ดีมากๆเลยทีเดียว เชื่อว่าจะมีประโยชน์กับทุกๆคนครับ <img style="border-bottom-style: none; border-left-style: none; border-top-style: none; border-right-style: none" class="wlEmoticon wlEmoticon-openmouthedsmile" alt="Open-mouthed smile" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/12/wlEmoticon-openmouthedsmile.png" /></p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/12/44669fefc5cd.png"><img style="background-image: none; border-right-width: 0px; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px; padding-top: 0px" title="ลิงสามตัว ปิด ปิด ปิด วิธีการเล่นหุ้น" border="0" alt="ลิงสามตัว ปิด ปิด ปิด วิธีการเล่นหุ้น" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/12/thumb.png" width="640" height="951" /></a></p>
<p align="left"><a href="http://www.mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #ffc000">แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management</span></strong></a></p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/dont-watch-the-market-too-closely/' rel='bookmark' title='Don&rsquo;t Watch the market too closely! : คุณกำลังจ้องมองตลาดหุ้นจนมากเกินไปหรือปล่าว'>Don&rsquo;t Watch the market too closely! : คุณกำลังจ้องมองตลาดหุ้นจนมากเกินไปหรือปล่าว</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/what-are-your-trading-beliefs/' rel='bookmark' title='What Are Your Trading Beliefs? : เรื่องของความเชื่อกับการลงทุน!'>What Are Your Trading Beliefs? : เรื่องของความเชื่อกับการลงทุน!</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/brain-and-investing/' rel='bookmark' title='Video Clip : กลไกทางจิตวิทยากับการเล่นหุ้น'>Video Clip : กลไกทางจิตวิทยากับการเล่นหุ้น</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/three-wise-monkeys/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>26</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เพลงหุ้น Loss and Learn</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/loss-and-learn-song/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/loss-and-learn-song/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Dec 2011 00:55:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[จิตวิทยาการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[เพลงหุ้น Loss and Learn]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=3251</guid>
		<description><![CDATA["เทรดกับสิ่งที่เป็น ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด!"
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/consecutive-loss/' rel='bookmark' title='Consecutive loss : การขาดทุนอย่างต่อเนื่อง'>Consecutive loss : การขาดทุนอย่างต่อเนื่อง</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/how-to-do-when-you-have-a-profits/' rel='bookmark' title='จิตวิทยาการลงทุนต่อกำไรขาดทุนที่เกิดขึ้น (Video Clip) : How to Do When You Have a Profits'>จิตวิทยาการลงทุนต่อกำไรขาดทุนที่เกิดขึ้น (Video Clip) : How to Do When You Have a Profits</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-psychology-clip-1/' rel='bookmark' title='จิตวิทยาการลงทุน(Video Clip) : Trading Psychology : Part 1'>จิตวิทยาการลงทุน(Video Clip) : Trading Psychology : Part 1</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อคืนมีโอกาสได้อ่านคุณ +<a href="https://plus.google.com/u/0/110913461874288421967">Bank Theerathon</a> นำเอา quote คำพูดของ Richard L. Weissman ผู้เขียนหนังสือหุ้น Trade Like a Casino กับ Mechanical Trading System ที่กล่าวไว้ว่า</p>
<blockquote>
<p align="center">“Don&#8217;t anticipate, just particpate&#8230;..trade what you see, not what you want it to be”</p>
</blockquote>
<p>แปลเป็นเป็นไทยสไตล์ผมว่า “เทรดกับสิ่งที่เป็น ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน” ก็ดูเหมือนว่าพอจะเข้าเค้ากับหลักการของ Trend Following อยู่พอสมควร ว่าแล้วสมองก็นึกขึ้นมาได้ว่าเนื้อเพลงน่าจะเอามาปรับให้เป็นเพลงของนักเล่นหุ้นได้เหมือนกัน ผลก็ออกมาตามด้านล่างๆ เชื่อว่าถ้าจำท่อนฮุคได้ขึ้นใจได้น่าจะดี วันนี้ขำๆนะครับอย่าถือสา 55 ไว้เดี๋ยววันไหนคึกๆหน้าด้านๆเผื่อจะลองเล่นสดๆให้ฟังกันดู แต่วันนี้ดู MV ไปก่อนแล้วกันครับ อิอิ</p>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<p align="center"><p><a href="http://mangmaoclub.com/loss-and-learn-song/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p></p>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<p align="center"><strong><span style="color: #4bacc6;">เพลงหุ้น : Loss and Learn &#8211; Trend Following Song by Mod Mangmaoclub</span></strong></p>
<p align="center"><em>Original Track : Live and Learn by Boyd – kamala Sukosol</em></p>
<p align="center">เมื่อวันที่ปู่ SET เดินเข้ามาถึงจุดเปลี่ยน<br />
จนบางครั้งตัวเรา (ตรู) ไม่ทันได้ตระเตรียมหัวใจ<br />
จะปั่นจะทุบ ไม่มีใครรู้ว่าจะทำเมื่อไหร่<br />
จะยอมรับความซวย ที่โดนได้แค่ไหน</p>
<p align="center">แม้กำไรคือชีวิต แต่มีขาดทุนก็ต้องเข้าใจ (จริงปะ)<br />
มีสุขสมมีผิดหวัง จะเจ๊งหรือสดใส ก็ติดดอยได้ทุกวัน</p>
<p align="center">อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน ตามจุดขายและสติเราให้ทัน<br />
เทรดกับสิ่งที่เป็น ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด (พูดง่ายแต่ทำยาก 55)</p>
<p align="center">สุขก็เตรียมไว้ ว่าขาลงคงตามมาอีกไม่ไกล<br />
จะได้รับความจริง เมื่อต้องปล่อยมันไป</p>
<p align="center">แม้กำไรคือชีวิต แต่มีขาดทุนก็ต้องเข้าใจ<br />
มีสุขสมมีผิดหวัง จะเจ๊งหรือสดใส ก็ติดดอยได้ทุกวัน</p>
<p align="center">อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน ตามจุดขายและสติเราให้ทัน<br />
เทรดกับสิ่งที่เป็น ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด</p>
<p align="center">อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน ตามจุดขายและสติเราให้ทัน<br />
เทรดกับสิ่งที่เป็น ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด</p>
<p align="center">อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน ตามจุดขายและสติเราให้ทัน<br />
เทรดกับสิ่งที่เป็น ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด</p>
<p align="center"><strong>เทรดกับสิ่งที่เป็น ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน มีวินัยนั้นจะดีที่สุด!</strong></p>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<p><a href="http://www.mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #a5b592;">แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management</span></strong></a></p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/consecutive-loss/' rel='bookmark' title='Consecutive loss : การขาดทุนอย่างต่อเนื่อง'>Consecutive loss : การขาดทุนอย่างต่อเนื่อง</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/how-to-do-when-you-have-a-profits/' rel='bookmark' title='จิตวิทยาการลงทุนต่อกำไรขาดทุนที่เกิดขึ้น (Video Clip) : How to Do When You Have a Profits'>จิตวิทยาการลงทุนต่อกำไรขาดทุนที่เกิดขึ้น (Video Clip) : How to Do When You Have a Profits</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-psychology-clip-1/' rel='bookmark' title='จิตวิทยาการลงทุน(Video Clip) : Trading Psychology : Part 1'>จิตวิทยาการลงทุน(Video Clip) : Trading Psychology : Part 1</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/loss-and-learn-song/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>14</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Beautiful Losses : ความสวยงามของการ (ตัด) ขาดทุน</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/beautiful-losses/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/beautiful-losses/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 11 Dec 2011 22:12:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[จิตวิทยาการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ตัดขาดทุน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=3231</guid>
		<description><![CDATA[พวกเราหลายคนมักที่จะชอบใช้ Indicator กันอย่างหลาย น่าเสียดายว่าหลายๆคนมักหลงลืมไปว่าแท้จริงแล้ว Indicator ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งก็คือผลกำไร-ขาดทุนของเราเอง ยิ่งไปกว่านั้นแล้วเมื่อเรามองไปที่มัน เรายังชอบที่จะจ้องมองแต่ผลกำไรที่เกิดขึ้นโดยหลีกเลี่ยงที่จะสังเกตุถึงการขาดทุนของเราไป นี่เป็นมุมมองที่ผิดพลาดอย่างยิ่ง เพราะการขาดทุนเป็นสิ่งที่สวยงามอย่างหนึ่ง และเมื่อเรารู้สึกถึงความสวยงามของมันได้แล้ว การขาดทุนที่เกิดขึ้นก็จะไม่เจ็บปวดอีกต่อไป
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/how-to-cut-your-losses/' rel='bookmark' title='ตัดขาดทุนอย่างไรดี : How to cut your losses?'>ตัดขาดทุนอย่างไรดี : How to cut your losses?</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-psychology-spiral/' rel='bookmark' title='การควบคุมสติในการเล่นหุ้นเมื่อขาดทุนติดๆกัน : Consecutive losses and the trading psychology spiral'>การควบคุมสติในการเล่นหุ้นเมื่อขาดทุนติดๆกัน : Consecutive losses and the trading psychology spiral</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/rsi-indicator/' rel='bookmark' title='(Video Clip)วิเคราะหุ้นทางเทคนิคด้วย RSI Indicator'>(Video Clip)วิเคราะหุ้นทางเทคนิคด้วย RSI Indicator</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>พวกเราหลายคนมักที่จะชอบใช้ Indicator กันอย่างหลาย น่าเสียดายว่าหลายๆคนมักหลงลืมไปว่าแท้จริงแล้ว Indicator ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งก็คือผลกำไร-ขาดทุนของเราเอง ยิ่งไปกว่านั้นแล้วเมื่อเรามองไปที่มัน เรายังชอบที่จะจ้องมองแต่ผลกำไรที่เกิดขึ้นโดยหลีกเลี่ยงที่จะสังเกตถึงการขาดทุนของเราไป นี่เป็นมุมมองที่ผิดพลาดอย่างยิ่ง เพราะการขาดทุนเป็นสิ่งที่สวยงามอย่างหนึ่ง และเมื่อเรารู้สึกถึงความสวยงามของมันได้แล้ว การขาดทุนที่เกิดขึ้นก็จะไม่เจ็บปวดอีกต่อไป</p>
<p><strong><span style="color: #ff8080">การขาดทุนคือคำบอกใบ้ของตลาด</span></strong></p>
<p>ตามทฤษฏีการวิวัฒนาการของ Charles Darwin นั้น กลไกของการคัดเลือกโดยธรรมชาติ (Natural Selection) คือกระบวนการคัดเลือกสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะเหมาะสมที่จะอยู่รอด และสืบพันธุ์จนได้ลักษณะที่เหมาะสมที่สุด มันทำให้ลักษณะที่ไม่เหมาะสมค่อยๆเหลือน้อยลงไปในธรรมชาติ กลไกนี้เกิดขึ้นเพื่อคัดเลือกลักษณะของประชากรที่เกิดประโยชน์ในการสืบพันธุ์สูงสุด และเช่นเดียวกันนี้ตลาดหุ้นนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับโลกใบหนึ่ง มันคือสภาพแวดล้อมชนิดหนึ่งซึ่งประกอบไปด้วยหุ้นหลายๆตัวซึ่งมีทั้งตัวที่แข็งแรงและอ่อนแอ มันยังคงเกิดการวิวัฒนาการในตัวของมันเองอยู่เสมอ และถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้เรายังคงไม่สามารถที่จะค้นพบวิธีการที่จะทำนายตลาดได้อย่างแม่นยำ 100% ก็ตาม (Holy Grail) แต่ข่าวดีก็คือตลาดยังคงบอกใบ้กับเราอยู่เสมอหากว่าเราเลือกที่จะมองมันนั่นเอง</p>
<p>เมื่อคุณได้เข้าซื้อหุ้นไปแล้วไม่มีใครบอกกับคุณได้อย่างแน่นอนทุกครั้งว่าคุณจะมีกำไรหรือขาดทุน แต่สิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือคุณจะต้องมีกำไรหรือขาดทุนขึ้นมาอย่างแน่นอน โดยส่วนใหญ่แล้วกำไรที่เกิดขึ้นนั้นก็มักที่จะดูแลตัวมันเองได้ไม่ต่างอะไรจากสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งสักเท่าไหร่นัก … แต่การขาดทุนกลับไม่เป็นเช่นนั้น โชคดีอีกครั้งที่การขาดทุนของคุณกลับกลายเป็นคำบอกใบ้ของตลาด เพราะอะไรน่ะหรือ? แล้วตลาดกำลังบอกอะไรกับเรา?</p>
<p><strong><span style="color: #ff8080">โอกาสของการวิวัฒนาการ</span></strong></p>
<p>การขาดทุนที่เกิดขึ้นคือโอกาสของการวิวัฒนาการที่ตลาดได้หยิบยื่นให้กับเรา มันกำลังบอกให้เรารู้ว่านี่คือโอกาสอันดีที่เราจะโยกย้ายเงินทุนไปสู่สิ่งมีชีวิต (หุ้น) ที่แข็งแรงกว่า, รวดเร็วกว่า และเป็นมิตรต่อเรามากยิ่งขึ้นกว่าเดิม คำถามก็คือเราจะมีโอกาสดีๆเช่นนี้อยู่สักกี่ครั้งหรือ? และคำตอบของมันก็คือ …</p>
<p>ตลอดเวลา!</p>
<p>นี่เป็นประดิษฐกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของตลาด ไม่ต่างอะไรกับที่ Steve Jobs ศาสดาของสาวกชาวแอปเปิ้ล (โดนกัด) ได้เคยกล่าวไว้ว่าความตายคือประดิษฐ์กรรมที่ยิ่งใหญ่ของมวลมนุษย์ เพราะมันคือการให้กำเนิดโอกาสครั้งใหม่สำหรับคนในยุคต่อๆไป และมันก็คือโอกาสครั้งใหม่สำหรับพอร์ทของคุณเช่นเดียวกัน ซึ่งคุณเองอาจไม่เคยรู้ตัวเลยว่าในหลายๆครั้งแล้วเมื่อคุณขาดทุนขึ้นมา การตัดขาดทุนของคุณและโยกย้ายเงินทุนไปสู่หุ้นตัวใหม่อาจส่งผลให้คุณมีกำไรมากมายกว่าเดิมเป็นอย่างมากก็เป็นได้</p>
<p>เคยถามตัวคุณเองบ้างไหมว่าหุ้นตัวสุดท้ายที่ทำกำไรให้คุณได้อย่างมโหฬารเกิดขึ้นได้อย่างไร?</p>
<p>อย่างน้อยมันต้องเกิดขึ้นจากการที่คุณมีเงินไปซื้อมันนั่นเอง …</p>
<p>แล้วคุณจะมีเงินสดตรงนั้นได้อย่างไรถ้ามือคุณไม่ว่างและยังเต็มไปด้วยหุ้นที่อ่อนแออยู่เช่นเดิม?</p>
<p>คำตอบก็คือคุณได้ขายหุ้นแย่ๆที่คุณอาจหลงลืมไปแล้วทิ้งไปจริงไหม!</p>
<p>ตลาดทำให้คุณเจ็บปวด … ถีบคุณทิ้งออกมา … เพราะมันต้องการจะส่งให้คุณไปในที่ที่ดีกว่าเดิมนั่นเอง</p>
<p>คุณเข้าใจสิ่งที่มันต้องการจะบอกบ้างไหม?</p>
<p><strong><span style="color: #ff8080">การ (ตัด) ขาดทุนคือสิ่งที่สวยงาม</span></strong></p>
<p>คราวต่อไปขออย่าให้คุณได้หลับหูหลับตามไม่สนใจสิ่งที่ตลาดกำลังบอกคุณอีกเลย ถึงแม้ว่ามันอาจดูเจ็บปวด … แต่ความจริงแล้วมันเป็นสิ่งที่สวยงามอย่างยิ่ง ตลาดกำลังให้โอกาสคุณ! และให้โอกาสคุณอยู่เสมอเมื่อคุณตัดสินใจผิดพลาดไป!! มันจะยังคงหยิบยื่นโอกาสเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ แต่จะมีแต่คนที่มองเห็นความสวยงามของมันได้เท่านั้น ที่จะได้รับประโยชน์จากประดิษฐกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของมันอยู่เช่นเคย</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/12/RandomEntries_PortfolioEquity.png"><img style="border-right-width: 0px; margin: 10px 0px; display: inline; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px" title="Random Entries _ Portfolio Equity" border="0" alt="Random Entries _ Portfolio Equity" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/12/RandomEntries_PortfolioEquity_thumb.png" width="640" height="384" /></a></p>
<p><strong><span style="color: #ff8080">หนึ่งในความสวยงามของการตัดขาดทุน :</span></strong> สุ่มเข้าซื้อหุ้นใน SET100 ด้วยการโยนเหรียญตั้งแต่ 1/1/2544 – 1/1/2554 เงินตั้งต้น 1 ล้านบาท กำหนดขนาดการลงทุนครั้งละ 5% ของพอร์ท ตัดขาดทุนที่ 10% จากราคาซื้อ หากหุ้นวิ่งขึ้นต่อไปใช้ Trailing Stop ที่ 20% ผลตอบแทน CAR : 38.37% คิดเป็นกำไร 2468.19% หรือราวๆ 24 เท่า</p>
<p><em>ปล. ผลในแต่ละครั้งอาจไม่เท่ากันเนื่องจากเป็นการสุ่มเข้าซื้อไม่ควรลอกเลียนแบบ ผมเพียงต้องการจะชี้ให้เห็นว่าเพียงแค่คุณกล้ามองไปที่การขาดทุนแล้วตัดเนื้อร้ายทิ้งเสีย คุณก็อาจเห็นการ (ตัด) ขาดทุนเป็นสิ่งที่สวยงามอย่างผมได้เช่นกัน </em></p>
<p><em>ปล2. ต้องขอขอบคุณ +<a href="https://plus.google.com/u/0/110150823942749555951">Manop Pithukpakorn</a> ที่ช่วยจุดประเด็นรวมถึง +</em><a href="https://plus.google.com/108357238781576238248"><em>bavorn hongsrichinda</em></a><em> สำหรับไอเดียที่ทำให้นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้อีกครั้งหนึ่งด้วยครับ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> </em></p>
<p><a href="http://www.mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #8080c0">แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management</span></strong></a></p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/how-to-cut-your-losses/' rel='bookmark' title='ตัดขาดทุนอย่างไรดี : How to cut your losses?'>ตัดขาดทุนอย่างไรดี : How to cut your losses?</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-psychology-spiral/' rel='bookmark' title='การควบคุมสติในการเล่นหุ้นเมื่อขาดทุนติดๆกัน : Consecutive losses and the trading psychology spiral'>การควบคุมสติในการเล่นหุ้นเมื่อขาดทุนติดๆกัน : Consecutive losses and the trading psychology spiral</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/rsi-indicator/' rel='bookmark' title='(Video Clip)วิเคราะหุ้นทางเทคนิคด้วย RSI Indicator'>(Video Clip)วิเคราะหุ้นทางเทคนิคด้วย RSI Indicator</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/beautiful-losses/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>13</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

