<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แมงเม่าคลับ.คอม &#187; การบริหารเงินทุน</title>
	<atom:link href="http://mangmaoclub.com/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://mangmaoclub.com</link>
	<description>แบ่งปันความรู้ในการเล่นหุ้น</description>
	<lastBuildDate>Mon, 06 Feb 2012 09:52:44 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>Kelly Formula : สูตรของเคลลี่ในการเล่นหุ้น</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/kelly-formula/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/kelly-formula/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Feb 2011 02:09:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[หลักการบริหารเงินทุน Money Management]]></category>
		<category><![CDATA[position sizing]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารเงินทุน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=1937</guid>
		<description><![CDATA[สูตรที่เคลลี่ค้นพบนั้น ในเวลาต่อมามันถูกเรียกอย่างง่ายๆว่า Kelly Formula และมันก็ได้กลายเป็นสิ่งที่จุดประกายความคิดให้กับบรรดาสุดยอดนักเก็งกำไรตามแนวโน้ม หรือนักเก็งกำไรตามระบบทั้งหลายตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยที่พวกเขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากห้องแลบของเบล ในการที่จะพัฒนาระบบในการที่จะตัดสินใจหาขนาดของการเดิมพันที่เหมาะสมในแต่ละครั้งขึ้นมา (หรือเรียกอีกอย่างว่าหลักการบริหารเงินทุน Money Management นั่นเอง)
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/leading-stock-screening-formula/' rel='bookmark' title='สูตรการคัดกรองหุ้นที่มีค่าความแข็งแกร่งสัมพันธ์มากกว่าตลาด : Leading Stock Screening Formula by Mangmaoclub'>สูตรการคัดกรองหุ้นที่มีค่าความแข็งแกร่งสัมพันธ์มากกว่าตลาด : Leading Stock Screening Formula by Mangmaoclub</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/risk-of-ruin/' rel='bookmark' title='Risk of Ruin : โอกาสของการหมดตัว'>Risk of Ruin : โอกาสของการหมดตัว</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/optimal-risk-1/' rel='bookmark' title='การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร : Determining Optimal Risk (1)'>การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร : Determining Optimal Risk (1)</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/01/98173cf9e7ed.png"><img style="margin: 5px 5px 0px 0px; display: inline; border: 0px;" title="สูตรของเคลลี่ในการเล่นหุ้น" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/01/thumb6.png" border="0" alt="สูตรของเคลลี่ในการเล่นหุ้น" width="244" height="143" align="left" /></a> <span style="color: #0000ff;">สูตรของเคลลี่ Kelly Formula โดย Michael Covel</span></strong></p>
<p>หากว่าคุณกำลังสงสัยว่าคุณจะรู้ได้อย่างไร ว่าคุณควรที่จะกำหนดความเสี่ยงทั้งหมดในการซื้อขายหุ้นครั้งละเท่าไหร่แล้วล่ะก็ เราอาจนำสูตรของเคลลี่มาใช้เพื่อช่วยหา “ขนาดการลงทุน” ที่เหมาะสมออกมาได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ คุณควรคำนึงถึงว่าเป้าหมายการลงทุนของคุณนั้น สนใจที่จะสร้างการเติบโตของเงินทุนให้มากที่สุด โดยให้ความสำคัญกับปัจจัยอื่นๆลดน้อยลงไปตามลำดับครับ</p>
<p><span id="more-1937"></span></p>
<blockquote><p><span style="color: #ff8080;">กฏพื้นฐานของการลงทุนนั้นก็คือ กฏของความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต</span></p>
<p><strong><span style="color: #ff8080;">Peter Bernstein</span></strong></p></blockquote>
<p>อะไรคือสิ่งที่การบริหารเงินทุน (Money Management) และอัตราการส่งผ่านข้อมูลตามสายโทรศัพท์ (Data Transmission) มีส่วนคล้ายคลึงร่วมกันน่ะหรือ? … ความไม่แน่นอนยังไงล่ะ!</p>
<blockquote><p>ปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการส่งผ่านข้อมูลนั้น มีความเหมือนกับปัญหาที่เหล่านักพนันหรือนักเก็งกำไรต้องเจอเป็นประจำอย่างมาก ในการที่จะต้องทำการตัดสินใจว่า มันควรใช้เงินจำนวนมากเท่าไหร่ในการเก็งกำไรแต่ละครั้งจึงจะเกิดความเหมาะสมที่สุด และเชื่อหรือไม่ว่า แนวคิดของการหาจำนวนเงินเดิมพันที่เหมาะสมในการเก็งกำไรแต่ละครั้งนั้น มีความเกี่ยวพันธ์กับงานวิจัยของวิศวะกรในห้องแลบของเบล (Bell Labs) ย้อนกลับไปหลายทศวรรษเลยทีเดียว โดยที่ในปีค.ศ. 1956 นั้น J. L. Kelly ได้ทำการเผยแพร่งานวิจัยของเขาในขณะที่ทำงานอยู่ในห้องแลบของเบลเอาไว้ โดยที่การวิจัยชิ้นนี้ต้องการที่มองหาหนทางในการแก้ปัญหาซึ่งเกี่ยวข้องกับสัญญาณรบกวนที่เกิดขึ้นในสายโทรศัพท์ ซึ่งมีความไม่แน่นอนและคาดเดาได้ยากเป็นอย่างมากนั่นเอง</p></blockquote>
<p>สูตรที่เคลลี่ค้นพบนั้น ในเวลาต่อมามันถูกเรียกอย่างง่ายๆว่า Kelly Formula และมันก็ได้กลายเป็นสิ่งที่จุดประกายความคิดให้กับบรรดาสุดยอดนักเก็งกำไรตามแนวโน้ม หรือนักเก็งกำไรตามระบบทั้งหลายตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยที่พวกเขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากห้องแลบของเบล ในการที่จะพัฒนาระบบในการที่จะตัดสินใจหาขนาดของการเดิมพันที่เหมาะสมในแต่ละครั้งขึ้นมา (หรือเรียกอีกอย่างว่าหลักการบริหารเงินทุน Money Management นั่นเอง)</p>
<p><strong><span style="color: #8000ff;">Kelly Formula สูตรของเคลลี่</span></strong></p>
<p>สูตรของเคลลี่คืออะไรอย่างนั้นหรือ? มันก็คือสูตรในการที่จะใช้คำนวนหาขนาดของเงินเดิมพันในแต่ละครั้งนั่นเอง โดยมันมีพื้นฐานมาจากสมมุติฐานที่ว่า สิ่งที่คุณต้องการในการลงทุน ก็คือการเติบโตของเงินทุนในระยะยาวนั่นเอง แต่นี่อาจเป็นปัญหาอย่างหนึ่งของการนำหลักการบริหารเงินทุนมาชนิดนี้มาใช้ เพราะมันก็เหมือนกับปัญหาในการที่เราจะต้องเลือกระหว่างการลงทุนในหุ้นเติบโต หรือจะเลือกลงทุนในหุ้นปันผลแทน โดยที่หุ้นเติบโตนั้น มีแนวโน้มที่จะมีความผันผวนที่มากกว่า แต่ในระยะยาวแล้วมันมักที่จะให้ผลตอบแทนที่มากกว่าหุ้นปันผล เหตุผลก็เนื่องมาจากว่าผลตอบแทนที่เกิดขึ้นในหุ้นเติบโตนั้น จะถูกนำไปลงทุนต่อ (Reinvest) แทนที่จะถูกแจกจ่ายออกไป และการนำผลตอบแทนไปลงทุนต่อเนื่องนั้น ก็ถือเป็นความเสี่ยงที่ต้องถูกนำไปคำนวนเช่นเดียวกัน นั่นจึงทำให้หุ้นปันผลมักที่จะมีความผันผวนที่น้อยกว่าหุ้นเติบโต แต่จะถูกลดหลั่นโดยการที่มันให้ผลตอบแทนที่น้อยกว่ามากๆในระยะยาวนั่นเอง และสำหรับสูตรของเคลลี่แล้ว มันก็ถูกนำมาใช้เพื่อจุดประสงค์ในการเติบโตของเงินทุนให้สูงที่สุดเช่นกัน มันเป็นการนำผลกำไรที่ได้กลับมาลงทุนและรับความเสี่ยงอีกครั้ง (ในอัตราร้อยละของเงินทุนก้อนใหม่ล่าสุด) <span style="text-decoration: underline;">ซึ่งหากว่าเป้าหมายการลงทุนของคุณนั้นค่อนข้างจะอนุรักษ์นิยมและต้องการความแน่นอน บางทีแล้ว มันอาจจะเป็นการดุดันเกินไปในการที่คุณจะใช้สูตรชนิดนี้ก็ได้</span></p>
<blockquote><p>สูตรของเคลลี่นั้นก็คือ : <strong><span style="color: #ff8040;">Kelly% = W-(1-W)/R</span></strong> โดยที่</p>
<p>Kelly% = สัดส่วนร้อยละของเงินทุนที่เหมาะสม ในการที่จะเดิมพันในแต่ละครั้ง</p>
<p>W = อัตราส่วนร้อยละของการเทรดซึ่งเกิดเป็นกำไรขึ้น (ความแม่นยำคิดเป็นเปอร์เซนต์)</p>
<p>R = อัตราส่วนระหว่างขนาดของกำไรโดยเฉลี่ย/ขนาดของการขาดทุนโดยเฉลี่ย</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/01/2.gif"><img style="margin: 20px auto; display: block; float: none; border: 0px;" title="สูตรของเคลลี่ในการเล่นหุ้น 2" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/01/2_thumb.gif" border="0" alt="สูตรของเคลลี่ในการเล่นหุ้น 2" width="400" height="150" /></a></p></blockquote>
<p><strong>ยกตัวอย่างเช่น</strong></p>
<p>หากคุณมีค่า W (ความแม่นยำ) อยู่ที่ 30% โดยมีค่า R (อัตราต่อรอง) อยู่ที่ 5:1 คุณควรที่จะกำหนดความเสี่ยงหรือเงินเดิมพันที่คุณยอมจะสูญเสียได้ในแต่ละครั้งเท่ากับ</p>
<p>Kelly % = 0.3 – (1- 0.3)/5</p>
<p>= 0.3 – 0.14</p>
<p>= 0.16 หรือคิดเป็นร้อยละ 16 ของเงินทุน (16%) นั่นเอง</p>
<p>อย่างไรก็ตามนี่อาจเป็นความเสี่ยงที่จะทำให้เกิด Drawdown อย่างมากจนคุณอาจทนไม่ไหว คุณจึงอาจที่จะกระจายการลงทุนออกไปในหุ้นหลายๆตัว โดยมีค่าความเสี่ยงสูงที่สุดไม่เกิน 16% ในเวลาเดียวกันนั่นเอง</p>
<p><a href="http://www.mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #ff0080;">แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management</span></strong></a></p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/leading-stock-screening-formula/' rel='bookmark' title='สูตรการคัดกรองหุ้นที่มีค่าความแข็งแกร่งสัมพันธ์มากกว่าตลาด : Leading Stock Screening Formula by Mangmaoclub'>สูตรการคัดกรองหุ้นที่มีค่าความแข็งแกร่งสัมพันธ์มากกว่าตลาด : Leading Stock Screening Formula by Mangmaoclub</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/risk-of-ruin/' rel='bookmark' title='Risk of Ruin : โอกาสของการหมดตัว'>Risk of Ruin : โอกาสของการหมดตัว</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/optimal-risk-1/' rel='bookmark' title='การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร : Determining Optimal Risk (1)'>การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร : Determining Optimal Risk (1)</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/kelly-formula/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>17</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Trading Wisdom on Risk Management : วาทะเซียนหุ้น ว่าด้วยการบริหารความเสี่ยงในการเล่นหุ้น</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/trading-wisdom-on-risk-management/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/trading-wisdom-on-risk-management/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Feb 2011 02:09:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[หลักการบริหารเงินทุน Money Management]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารเงินทุน]]></category>
		<category><![CDATA[จิตวิทยาการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[เซียนหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=1924</guid>
		<description><![CDATA[พอดีวันนี้กะจะอัพเดทหน้าต่าง Trading Wisdom ในเวบเสียหน่อย ผมนำเอาวาทะคำคมจากเซียนหุ้นหลายๆคนมาฝากกัน เรามาดูกันว่าบรรดาเซียนหุ้นระดับโลกอย่างนี้ เขามีทัศนะต่อการเล่นหุ้นและการควบคุมความเสี่ยงของพวกเขาอย่างไรกันบ้างดีกว่าครับ
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/risk-management-ed-seykota-2/' rel='bookmark' title='การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed seykota(2)'>การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed seykota(2)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/risk-management-ed-seykota/' rel='bookmark' title='การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed Seykota(1)'>การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed Seykota(1)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/risk-of-ruin/' rel='bookmark' title='Risk of Ruin : โอกาสของการหมดตัว'>Risk of Ruin : โอกาสของการหมดตัว</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/01/0beed8af3b97.jpg"><img style="margin: 5px 5px 0px 0px; display: inline; border: 0px;" title="วาทะเซียนหุ้น" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/01/thumb2.jpg" border="0" alt="วาทะเซียนหุ้น" width="215" height="122" align="left" /></a> <span style="color: #0000ff;">วาทะเซียนหุ้น : ว่าด้วยการบริหารความเสี่ยงในการเล่นหุ้น</span></strong></p>
<p>พอดีวันนี้กะจะอัพเดทหน้าต่าง Trading Wisdom ในเวบเสียหน่อย ผมนำเอาวาทะคำคมจากเซียนหุ้นหลายๆคนมาฝากกัน เรามาดูกันว่าบรรดาเซียนหุ้นระดับโลกอย่างนี้ เขามีทัศนะต่อการเล่นหุ้นและการควบคุมความเสี่ยงของพวกเขาอย่างไรกันบ้างดีกว่าครับ</p>
<p><span id="more-1924"></span><strong><span style="color: #008000;">Paul Tudor Jones</span></strong></p>
<p>- ในการที่จะทำกำไรสะสมก้อนใหญ่ขึ้นมาได้นั้น คุณต้องเรียนรู้ที่จะขาดทุนสะสมทีละน้อยกว่านั้นมากๆ เมื่อคุณเล่นผิดทางให้ได้เสียก่อน</p>
<p>- ผลจากการซื้อขายสัญญาฝ้ายในครั้งนั้นคือจุดเปลี่ยนของชีวิตผม เพราะผมได้มาถึงในจุดที่ผมพูดกับตัวเองว่า “ไอ้โง่เอ๋ย ทำไมแกต้องเสี่ยงทุกอย่างที่แกมีในการซื้อขายเพียงแค่ครั้งเดียววะ? ทำไมแกไม่แสวงหาความสุขให้กับชีวิตแทนที่จะเป็นความเจ็บปวดเล่า</p>
<p>- ผมมักจะคิดถึงแต่เรื่องที่จะขาดทุนเท่าไหร่ มากกว่าจะได้กำไรเท่าไหร่อยู่เสมอ จงอย่าคิดแต่จะทำกำไร แต่จงคิดว่าทำอย่างไรจึงจะปกป้องเงินทุนที่มีอยู่ให้ได้เสียก่อน</p>
<p>- ผมพูดอยู่เสมอว่าปรัชญาการลงทุนของผม คือการแบกรับความเสี่ยงอย่างบางเบา ผมจะมองหาโอกาสที่มีอัตราส่วนระหว่างผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นอย่างสูงเท่านั้น คุณไม่ควรจะต้องเจ็บตัวจนเข้าเนื้อในการลงทุน นั่นหมายความว่ามันไม่มีความจำเป็นที่คุณจะต้องเดิมพันอย่างมากมาย มันไม่มีเหตุผลที่คุณจะต้องแบกรับความเสี่ยงจนมากเกินไปเลยสักครั้ง เพราะคุณควรจะสามารถมองหาโอกาศที่มีอัตราส่วนระหว่างผลตอบแทนและความเสี่ยงที่ต่างกันอย่างมากได้ ซึ่งนั่นจะทำให้คุณสามารถที่จะกระจายการลงทุนไปยังโอกาศเหล่านี้ โดยแบกรับความเจ็บปวดเพียงน้อยนิดพร้อมกับผลตอบแทนที่สูงที่สุดนั่นเอง</p>
<p>- คุณต้องรู้จักปรับสภาพ, วิวัฒนาการ, ต่อสู้ หรือไม่ก็ตายไปจากตลาดหุ้น</p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #008000;">Larry Hite</span></strong></p>
<p>- หากว่าคุณไม่จัดการกับความเสี่ยงอย่างจริงจัง มันจะจัดการคุณแทน</p>
<p>- พูดตามตรง ผมมองไม่เห็นตลาด ผมมองเห็นแต่ความเสี่ยง ผลตอบแทนและเงินของผม</p>
<p>- เราเล่นกับตลาดในมุมกลับ สิ่งแรกที่เราถามไม่ใช่ว่าเราจะสามารถทำกำไรได้เท่าไหร่ แต่เราจะเสียมากเท่าไหร่ต่างหาก เราเล่นเกมรับเสมอ</p>
<p>- ข้อดีที่สุดอย่างหนึ่งของตลาดหุ้นก็คือ … มันไม่สนใจว่าคุณเป็นใคร ตลาดไม่สนใจว่าคุณจะผิวสีอะไร ตลาดไม่สนใจว่าคุณจะเตี้ยหรือสูง มันไม่เคยสนใจอะไรสักอย่างเดียว และไม่เคยสนใจว่าคุณจะอยู่หรือไปอีกด้วย</p>
<p>- ลักษณะของการเดิมพันนั้นมีอยู่สี่ประเภท นั่นก็คือ การเดิมพันที่ดี, การเดิมพันที่แย่, การเดิมพันที่คุณชนะ และการเดิมพันที่คุณแพ้ อย่างไรก็ตาม การชนะและได้กำไรจากการเดิมพันที่แย่ของคุณคือสิ่งที่อันตรายที่สุด เพราะความสำเร็จจากการเดิมพันลักษณะนี้จะผลักดันให้คุณกล้าเล่นในเดิมพันลักษณะนี้มากยิ่งขึ้นในอนาคต แน่นอนว่าคุณอาจขาดทุนจากการเดิมพันที่ดีไปก็ได้ แต่หากว่าคุณยังคงเลือกที่จะเล่นในการเดิมพันที่ดีต่อไป เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆนั้น กฏของค่าเฉลี่ยจะคอยรับใช้เงินของคุณเอง</p></blockquote>
<p><strong><span style="color: #008000;">Marty Schwartz</span></strong></p>
<p>- เมื่อไหร่ที่ผมเล่นชนะตลาด ผมจะพูดกับตัวเองว่า “ฝีมือตรูเอง แต่ถ้าผมแพ้ผมจะหนีออกมา เพราะผมต้องการที่จะปกป้องเงินของผมไว้ เพื่อที่จะเอาไว้ซื้อหุ้นในครั้งต่อไป</p>
<p>- คุณต้องเรียนรู้ที่จะตัดขาดทุน สิ่งที่สำคัญที่สุดในการที่จะทำกำไรได้นั้น คือการไม่ปล่อยให้การขาดทุนของคุณมันบานเบอะออกไป</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/01/f9f01044f369.png"><img style="margin: 20px auto; display: block; float: none; border-width: 0px;" title="ขนาดการลงทุนในหุ้น" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/01/thumb5.png" border="0" alt="ขนาดการลงทุนในหุ้น" width="454" height="310" /></a></p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #008000;">Bruce Kovner</span></strong></p>
<p>- ไมเคิล มาร์คัส (สุดยอดเซียนหุ้นคนหนึ่ง) ได้สอนให้ผมรู้จักกับสิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือ : คุณต้องรู้จักยินดีที่จะทำผิดพลาดอยู่เป็นประจำ เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่ผิด ไมเคิลสอนผมเกี่ยวกับการตัดสินใจให้ดีที่สุด และผิดพลาด, ตัดสินใจให้ดีที่สุดอีกครั้ง และผิดพลาด และตัดสินใจให้ดีที่สุดเป็นครั้งที่สาม และทำกำไรของคุณสักหนึ่งเด้ง!</p></blockquote>
<p><strong><span style="color: #008000;">Randy Mckay</span></strong></p>
<p>- เมื่อไหร่ที่ผมเจ็บตัวจากตลาด ผมจะหนีออกมา มันไม่สำคัญหรอกว่ามันจะซื้อขายกันอยู่ที่เท่าไหร่ ยังไงเสียผมก็จะหนีออกมา เพราะผมเชื่อว่าเมื่อไหร่ที่คุณเจ็บตัวในตลาด การตัดสินใจของคุณจะย่ำแย่กว่าตอนที่คุณสบายดีเป็นอย่างมาก และหากว่าคุณยังคงติดหนึบอยู่กับตลาดในขณะที่มันวิ่งสวนทางกับคุณ ไม่ช้าไม่นานมันก็จะพาคุณออกจากตลาดไปเอง</p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #008000;">Tom Basso</span></strong></p>
<p>- ผมคิดว่าจิตวิทยาการลงทุนคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ตามมาด้วยการควบคุมความเสี่ยง และสิ่งที่สำคัญน้อยที่สุดก็คือคำถามที่ว่า คุณจะซื้อหรือขายตอนไหนเท่าไหร่ดี</p></blockquote>
<p><strong><span style="color: #008000;">Victor Sperandeo</span></strong></p>
<p>- กุญแจสำคัญของความสำเร็จในการเก็งกำไรคือ “วินัยการลงทุน” เพราะหากว่าความฉลาดของคุณคือกุญแจสำคัญจริงๆ มันก็คงจะมีคนจำนวนมากที่สามารถจะทำกำไรจากการเล่นหุ้นได้อีกเยอะ ผมเข้าใจว่ามันฟังดูน่าเบื่อ แต่สิ่งเดียวที่เป็นเหตุผลสำคัญที่สุดซึ่งทำให้หลายๆคนหมดตัวจากการเล่นหุ้นก็คือ พวกเขาไม่ยอมตัดขาดทุนอย่างรวดเร็ว</p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #008000;">William O’Neil</span></strong></p>
<p>- ปรัชญาของผมก็คือ หุ้นทุกตัวนั้นแย่ มันไม่ใช่หุ้นที่ดีจนกว่ามันจะทำกำไรให้กับคุณ และหากว่ามันดันร่วงลงไปแทน คุณก็ควรที่จะตัดขาดทุนอย่างรวดเร็วเสีย</p></blockquote>
<p><strong><span style="color: #008000;">Monroe Trout</span></strong></p>
<p>- จงมั่นใจก่อนว่าคุณมีความได้เปรียบ และจงรู้ให้ดีก่อนว่าความได้เปรียบของคุณคืออะไร</p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #008000;">Tony Saliba</span></strong></p>
<p>- ผมรู้ถึงความเสี่ยงของผมอยู่เป็นประจำ และผมก็ไม่จำเป็นต้องวิตกกับมันอีกต่อไป</p></blockquote>
<p><strong><span style="color: #008000;">Anonymous</span></strong></p>
<p>- คำว่า TIPS หรือหุ้นเด็ด เป็นการย่อคำจากคำว่า “Trading Is Position Sizing” หรือการเก็งกำไรคือการบริหารเงินทุนต่างหาก</p>
<p>ใครที่สนใจอยากอ่านเพิ่มเติมมากกว่านี้ ลองไปอ่านซีรี่ส์หนังสือหุ้นชื่อ <strong>The Market Wizard</strong> ของ <strong>Jack Schwager</strong> ดูนะครับ อาจจะได้ไอเดียอะไรดีๆเพิ่มเติมอีกมายมาย เป็นหนังสือขึ้นหิ้งของผมเช่นกัน <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> </p>
<p><a href="http://www.mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #ff0080;">แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management</span></strong></a></p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/risk-management-ed-seykota-2/' rel='bookmark' title='การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed seykota(2)'>การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed seykota(2)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/risk-management-ed-seykota/' rel='bookmark' title='การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed Seykota(1)'>การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed Seykota(1)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/risk-of-ruin/' rel='bookmark' title='Risk of Ruin : โอกาสของการหมดตัว'>Risk of Ruin : โอกาสของการหมดตัว</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/trading-wisdom-on-risk-management/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>26</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จิตวิทยาการลงทุนว่าด้วยเรื่องของกำไรคาดหวัง และการทำลายอคติของความต้องการที่จะ ถูกต้อง อยู่เสมอ : Trading on Expectancy by Dr. Van K. Tharp (Part 2)</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/trading-on-expectancy-2/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/trading-on-expectancy-2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 07 Oct 2010 08:34:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[จิตวิทยาการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารเงินทุน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=1575</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อคุณมองไปที่ระบบการลงทุนใดๆก็ตาม คุณควรที่จะมองผลกำไร-ขาดทุนที่เกิดขึ้นของมัน ในแง่ของค่า “R-Multiples” แทน ซึ่งเมื่อคุณสามารถทำได้อย่างนั้น จงถามตัวคุณเองว่า “ค่าเฉลี่ยของค่า R ที่เกิดขึ้นจากระบบนี้ (Expectancy) อยู่ที่เท่าไหร่?” โดยหากว่ามันมีค่าที่เป็นบวก นั่นแปลว่าระบบการลงทุนที่คุณกำลังวิเคราะห์อยู่นั้นอาจจะสามารถทำกำไรในระยะยาวให้คุณได้นั่นเอง
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-on-expectancy-1/' rel='bookmark' title='จิตวิทยาการลงทุนว่าด้วยเรื่องของกำไรคาดหวัง และการทำลายอคติของความต้องการที่จะ ถูกต้อง อยู่เสมอ : Trading on Expectancy by Dr. Van K. Tharp (Part 1)'>จิตวิทยาการลงทุนว่าด้วยเรื่องของกำไรคาดหวัง และการทำลายอคติของความต้องการที่จะ ถูกต้อง อยู่เสมอ : Trading on Expectancy by Dr. Van K. Tharp (Part 1)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/on-expectancy/' rel='bookmark' title='ว่าด้วยเรื่องของกำไรคาดหวัง Expectancy : The Holy Grail of Trading'>ว่าด้วยเรื่องของกำไรคาดหวัง Expectancy : The Holy Grail of Trading</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-psychology-first-business-tv-2/' rel='bookmark' title='จิตวิทยาการลงทุนเล่นหุ้น : Trading Psychology – First Business TV (Part:2)'>จิตวิทยาการลงทุนเล่นหุ้น : Trading Psychology – First Business TV (Part:2)</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/10/17b3eb2a7b08.png"><img style="margin: 5px 5px 0px 0px; display: inline; border-width: 0px;" title="หุ้น จิตวิทยาการลงทุนว่าด้วยเรื่องของกำไรคาดหวัง" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/10/thumb1.png" border="0" alt="หุ้น จิตวิทยาการลงทุนว่าด้วยเรื่องของกำไรคาดหวัง" width="244" height="184" align="left" /></a> <strong><span style="text-decoration: underline;">อะไรคือสิ่งที่จะเกิดขึ้น เมื่อคุณมีอคติในการที่จะต้อง “ถูกต้อง” อยู่เสมอ?</span></strong></p>
<p>เมื่อคุณต้องการที่จะ “ถูกต้อง” อยู่เสมอนั้น สิ่งแรกที่จะเกิดขึ้นก็คือ คุณจะรีบขายทำกำไรอย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่าคุณกำลังเริ่มมีกำไรจากการลงทุนของคุณ ราคาของมันได้วิ่งขึ้นติดกันถึง 3 วันแล้ว และนี่ทำให้คุณมีกำไรขึ้นมาถึง 500 ดอลลาร์ในทันที แต่เมื่อเข้าสู่วันที่ 4 นั้น กำไรของคุณกลับลดลงไปประมาณ 150 ดอลลาร์ หรือเท่ากับว่าในขณะนี้ คุณมีกำไรเหลืออยู่เพียง 350 ดอลลาร์เท่านั้น คุณจึงเริ่มบอกกับตัวเองว่า “ฉันน่าจะรีบขายมันซะ เพราะราคาของมันอาจจะร่วงลงไป และนั่นจะทำให้ฉันไม่เหลือกำไรอีกเลยก็ได้” &#8212; <strong><span style="color: #8000ff;">คุณกำลังทำอะไรอยู่น่ะหรือ? สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ คุณกำลัง “ตัดกำไรอย่างรวดเร็ว” ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับกฏทองของการลงทุน ซึ่งบอกให้คุณ “ปล่อยให้กำไรวิ่งต่อไป”</span></strong> นั่นเอง</p>
<p><span id="more-1575"></span>เอาล่ะ ในคราวนี้ เราลองมาดูสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในทางตรงกันข้ามกันบ้าง สมมุติว่าคุณเข้าซื้อหุ้นราคา 50 ดอลลาร์เป็นจำนวน 100 หุ้น และคุณเป็นนักเล่นหุ้นที่ดี คุณจึงตัดสินใจที่จะตัดขาดทุน หากราคาของมันร่วงลงมาถึง 45 ดอลลาร์/หุ้น ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ คุณยอมเสี่ยงเงิน 500 ดอลลาร์จากเงิน 5,000 ดอลลาร์ที่คุณทำการลงทุนไปนั่นเอง</p>
<p>แล้วอะไรคือสิ่งที่มักจะเกิดขึ้นเมื่อราคาของหุ้นตกลงไปที่ 45 ดอลลาร์/หุ้นนะหรือ? คุณก็มักที่จะคิดขึ้นมาว่า “ถ้าฉันขายมันในตอนนี้ มันอาจจะวิ่งขึ้นในวันถัดไปก็ได้ นั่นจะทำให้ฉันเสียเงิน 500 ดอลลาร์ไปฟรีๆ ฉันน่าจะรอไปอีกสักวันสองวัน เผื่อว่าหุ้นจะวิ่งกลับขึ้นไปดีกว่า” แต่สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นในอีกวันสองวันต่อมาก็คือ ราคาของหุ้นกลับร่วงลงไปอีกที่ 41 ดอลลาร์/หุ้น และนั่นทำให้คุณเกิดการขาดทุนขึ้นทั้งหมดถึง 900 ดอลลาร์เลยทีเดียว และหากว่าการตัดขาดทุนที่ 500 ดอลลาร์ในครั้งแรกถือเป็นเรื่องยากสำหรับคุณแล้วล่ะก็ มันก็มักที่จะยากกว่ามากมาย ในการที่คุณจะต้องตัดขาดทุนถึง 900 ดอลลาร์ในครั้งที่สอง แล้วอะไรที่มักจะเกิดขึ้นต่อไปกับคุณล่ะ? คุณก็มักที่จะพูดกับตัวเองว่า “ฉันว่านี่จะต้องเป็นช่วงราคาที่ต่ำที่สุดของมันแน่ๆ จริงๆแล้วฉันน่าที่จะซื้อมันที่ราคา 41 ดอลลาร์แทนที่จะเป็นที่ราคา 50 ดอลลาร์ในวันก่อน และคนอื่นก็คงจะรู้อย่างนี้ด้วยเช่นกัน ฉันไม่ควรขายมันแล้วล่ะ” และนี่ทำให้คุณตัดสินใจที่จะไม่ขายมันทิ้งไปนั่นเอง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ในอาทิตย์ต่อมานั้น ราคาหุ้นก็กลับตกลงไปอีกถึงราคา 29 ดอลลาร์/หุ้น แล้วอะไรคือสิ่งที่คุณมักจะทำล่ะ? ในขณะนี้คุณขาดทุนถึง 2,100 ดอลลาร์แล้ว และหากว่ามันยากสำหรับคุณในการที่จะตัดขาดทุนที่ 500 ดอลลาร์ มันก็มักที่จะยากกว่าอีกมากมายในการที่จะตัดขาดทุนที่ 2,100 ดอลลาร์เช่นกัน หรือพูดอีกอย่างก็คือ เป็นไปไม่ได้เลยนั่นเอง และนี่อาจทำให้คุณพูดกับตัวเองอีกครั้งว่า “มันไกล้จะจบแล้วล่ะ เดี๋ยวราคาก็คงวิ่งกลับขึ้นไป ฉันน่าจะปล่อยมันไว้ตรงนี้สักปีสองปีดีกว่า อีกอย่าง ราคาหุ้นที่ 29 ดอลลาร์ตรงนี้มันถูกมากๆ ฉันน่าจะปล่อยมันเอาไว้ แล้วถือยาวเสียเลย”</p>
<p>หลังจากนั้นอีก 3 ปีต่อมา ราคาหุ้นของคุณกลับซื้อ-ขายกันอยู่ที่ราคาเพียงแค่ 25 เซนท์/หุ้นเท่านั้น นี่ทำให้คุณขาดทุนถึง 4,975 ดอลลาร์เลยทีเดียว <strong><span style="color: #ff8080;">เหตุเพียงเพราะคุณกลายเป็นนักลงทุน “จำเป็น” โดยเฝ้าหวังและรอคอยว่าสักวันหนึ่ง สิ่งที่คุณคิดจะกลับกลายมาเป็นสิ่งที่ “ถูกต้อง” นั่นเอง</span></strong></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ทำไมความที่จะต้อง “ถูกต้อง” จึงกลายเป็นสิ่งที่สำคัญเหลือเกิน?</strong></span><span style="text-decoration: underline;"> </span></p>
<p>มีเหตุผลเบื้องหลังหลักๆอยู่ 2 อย่าง ที่ทำให้เราให้ความสนใจอย่างมาก ไปที่ความต้องการที่จะ “ถูกต้อง” อย่างแรกก็คือ เราถูกสั่งสอนและวางเงื่อนไข จากระบบการศึกษาตั้งแต่เด็ก ในระบบของการเรียนนั้น คุณจะถูกสอนว่ามีคำตอบที่ “ถูก” หรือ “ผิด” เท่านั้น… แล้วอะไรคือคำตอบที่ถูกต้องน่ะหรือ? คำตอบก็คือ หากคุณต้องการที่จะเอาตัวรอดในการเรียนแล้วล่ะก็ สิ่งที่ “ถูก” ก็คือสิ่งที่ตรงกับสิ่งที่ครูของคุณได้สอนเอาไว้นั่นเอง</p>
<p>นอกจากนี้ ผลการเรียนของคุณยังถูกวัดผลเป็นช่วงๆ จากการสอบโดยวิธีการที่ให้คุณเลือกว่าคำตอบไหน “ถูก” หรือ “ผิด” และหากคุณไม่สามารถเลือกคำตอบที่ “ถูก” ได้เกินกว่า 70% แล้วล่ะก็ คุณก็จะถูกระบุว่าสอบตก หรือเป็นนักเรียนที่ใช้ไม่ได้นั่นเอง ปมในใจเหล่านี้ของคุณ อาจกลายเป็นสิ่งที่ถูกแสดงออกมาอย่างชัดเจนก็เป็นได้ ถ้าไม่ใช่กับเพื่อนของคุณ ก็อาจจะเป็นในสักที่หนึ่ง หลังจากนั้น ผลการเรียนของคุณก็จะติดตัวคุณกลับบ้านไป ในรูปแบบของเกรดหรือระดับผลการศึกษา พร้อมกับคำติชมของอาจารย์ต่อท้าย เช่นว่า “Johnny เป็นคนเรียนรู้ได้ช้า (หรืออาจฉลาดแต่ไม่ขยัน)” และเมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น มันก็มักที่จะมีคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของคุณเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และนั่นก็คือพ่อแม่ของคุณเอง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าคุณจะเข้าใจระบบการเรียนเป็นอย่างดี และพยายามที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้คำตอบนั้น “ถูกต้อง” อยู่เสมอ แต่คุณก็อาจถูกมองว่าผลการเรียนของคุณยังไม่ดีนัก เพราะส่วนใหญ่แล้วคุณอาจต้องทำคะแนนถึง 94% เพื่อที่จะได้เกรดที่ยอดเยี่ยม แต่ลองคิดดูว่า มีเด็กกี่คนที่มักจะถูกพูดกลับมาจากพ่อแม่ของเขาว่า “แล้วทำไมไม่ทำให้ได้ 100% ไปเลยล่ะ?”</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/10/I_expect_nothing_I_fear_nothing_I_am_free.png"><img style="margin: 0px 0px 0px 5px; display: inline; border-width: 0px;" title="จิตวิทยาการลงทุน วิธีการเล่นหุ้น I_expect_nothing_I_fear_nothing_I_am_free-" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/10/I_expect_nothing_I_fear_nothing_I_am_free_thumb.png" border="0" alt="จิตวิทยาการลงทุน วิธีการเล่นหุ้น I_expect_nothing_I_fear_nothing_I_am_free-" width="244" height="184" align="right" /></a></span>ดังนั้น มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่นักเล่นหุ้นหรือนักลงทุนส่วนใหญ่ จึงต้องการที่จะทำสิ่งต่างๆได้ “ถูกต้อง” อยู่ตลอดเวลา <strong><span style="color: #800080;">และความพยายามที่จะ “ถูกต้อง” อยู่เสมอนั้น ก็มักที่จะกลายเป็นต้นทุนที่แสนแพงสำหรับพวกเขาเหล่านี้</span></strong> และไม่ว่าคุณจะใช้เวลาในชีวิตของการเรียนถึง 20 ปีเพื่อที่จะได้เกรดดีๆ หรือแม้ว่ามันจะน้อยกว่า 10 ปีก็ตาม แต่มันก็มักจะทำให้คุณถูกวางเงื่อนไข จากระบบการศึกษาที่บ่มเพราะให้คุณต้องการ “ถูก” อยู่เสมอนั่นเอง</p>
<p>เหตุผลประการที่สอง ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องการที่จะ “ถูกต้อง” อยู่เสมอก็เนื่องจากว่า เหล่าผู้ให้บริการต่างๆในวงการการเงินนั้น มักที่จะพยายามพูดถึง หรือให้ความสำคัญกับความแม่นยำหรือ “ถูกต้อง” อยู่เสมอ ยกตัวอย่างเช่น Software ต่างๆที่ช่วยในการเล่นหุ้นหรือลงทุนนั้น ก็มักที่จะถูกผลิตออกมาในรูปแบบที่ช่วยให้คุณสามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงระบบการลงทุนของคุณได้อย่างมากมาย โดยที่แนวคิดก็คือ เมื่อคุณได้ปรับปรุงระบบการลงทุนของคุณ โดยการวางเส้นต่างๆไปบนกราฟราคาหุ้นแล้ว (ซึ่งจะช่วยบอกถึงจุดซื้อ-ขายของคุณ) มันสามารถที่จะช่วยให้คุณมีความแม่นยำในการซื้อ-ขายของคุณมากขึ้น <strong><span style="color: #008040;">อย่างไรก็ตาม การพยายามปรับเปลี่ยนระบบไปเรื่อยๆของคุณเช่นนี้ ก็มักที่จะให้ผลตอบแทนที่ไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ เมื่อถูกนำมาใช้จริงๆ</span></strong> อย่างไรก็ตาม สิ่งต่างๆเหล่านี้ก็ยังสามารถดึงความสนใจของผู้คนได้อย่างมากมาย เพราะมันสามารถตอบสนองความต้องการที่จะ “ถูกต้อง” อยู่เสมอของพวกเราได้นั่นเอง</p>
<p>ผมเคยทำการโฆษณาเกี่ยวกับคอร์สการอบรม เกี่ยวกับการสร้างระบบการลงทุนที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล <strong>(How To Develop a Trading System That Fits You)</strong> โดยมีแนวคิดมากจากการที่ว่า นักเก็งกำไรชั้นนำระดับโลกทุกคนนั้น สามารถที่จะสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นขึ้นมาได้ ก็เนื่องจากพวกเขาสามารถที่จะพัฒนาระบบการลงทุน ที่เหมาะสมกับบุคลิกภาพและความเชื่อของพวกเขาออกมาได้ โดยที่การอบรมของเรานั้น ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสอนให้รู้ถึงวิธีการ ที่จะพัฒนาสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้… เอาล่ะ! คุณอาจจะคิดว่ามันน่าจะเป็นที่สนใจของหลายๆคน จริงไหม? แต่เมื่อมันถูกเปรียบเทียบกับหัวข้อการอบรมของใครบางคน ที่โฆษณาว่าเขาได้ทำการพัฒนาระบบการลงทุน ซึ่งสามารถให้ความแม่นยำกว่า 85% ออกมาได้ อะไรคือสิ่งที่คุณคิดว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจกว่ากัน? &#8212; ระหว่างเข้าอบรมการพัฒนาระบบการลงทุนที่เหมาะสมกับตัวคุณเอง หรือการเข้าอบรมการใช้ระบบการลงทุนซึ่งมีความแม่นยำมากกว่า 85%? แน่นอนว่าสำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว พวกเขามักที่จะสนใจกับระบบการลงทุนที่น่าเหลือเชื่อแบบนั้นมากกว่า ทำไมน่ะหรือ? เพราะคนส่วนใหญ่มีอคติ ที่ต้องการที่จะ “ถูกต้อง” อยู่เสมอ และระบบการลงทุนที่มีความแม่นยำสูงนั้น ก็สามารถที่จะช่วยตอบโจทย์พวกเขาได้เป็นอย่างดี</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">แนวทางการแก้ไข :</span><span style="text-decoration: underline;"> การมองไปที่ “กำไรคาดหวัง หรือ Expectancy</span><span style="text-decoration: underline;">”</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff;">ในการที่คุณจะสามารถอยู่รอดในการเก็งกำไรต่างๆได้นั้น คุณต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจถึงแนวคิดของ “กำไรคาดหวัง หรือ Expectancy” เป็นอย่างดี</span></strong> โดยที่แนวคิดก็คือ ในทุกๆการซื้อ-ขายของคุณนั้น ควรที่จะต้องมีจุดที่ถูกกำหนดเอาไว้เพื่อทำการขายตัดขาดทุน (จุดที่บอกกับคุณว่า คุณได้คิดผิดไป และสมควรที่จะถอยหลังออกมา) โดยที่เราจะกำหนดมันไว้ ว่ามันคือความเสี่ยง (Risk) ที่แย่ที่สุดที่เราอาจเจอ และเรียกมันสั้นๆว่าค่า “R” ยกตัวอย่างเช่น หากว่าคุณต้องทำการตัดขาดทุนออกมา ในกรณีแย่ที่สุดคุณจะเสียเงิน 100 ดอลลาร์ เราจะเรียกการขาดทุน 100 ดอลลาร์นี้ว่า “1R” นั่นเอง</p>
<p><strong><span style="color: #800080;">เมื่อคุณเข้าใจแนวคิดนี้แล้ว (ค่า “R”) คุณก็สามารถที่จะนำผลกำไรขาดทุนทั้งหมด มาทำให้อยู่ในรูปแบบของค่า “R” ออกมาได้ โดยเราจะเรียกมันว่าค่าผลคูณจากความเสี่ยงเริ่มต้น หรือค่า “R-Multiple” นั่นเอง</span></strong> โดยในตารางที่ 1 คือผลของการนำผลกำไร-ขาดทุนที่เกิดขึ้น มาเปลี่ยนแปลงให้เป็นค่า R-Multiples</p>
<p style="text-align: center;"><strong>ตารางที่1: ผลกำไรขาดทุนในรูปแบบของ R-Multiples</strong></p>
<table style="text-align: center;" border="1" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td width="192" valign="top"><strong>ความเสี่ยงเริ่มต้น (Initial Risk)</strong></td>
<td width="171" valign="top"><strong>ผลกำไร-ขาดทุน</strong></td>
<td width="32%" valign="top"><strong>R-Multiples</strong></td>
</tr>
<tr>
<td width="192" valign="top">$100</td>
<td width="171" valign="top">-$100</td>
<td width="32%" valign="top">-1R</td>
</tr>
<tr>
<td width="192" valign="top">$100</td>
<td width="171" valign="top">-$100</td>
<td width="32%" valign="top">-1R</td>
</tr>
<tr>
<td width="192" valign="top">$100</td>
<td width="171" valign="top">-$100</td>
<td width="32%" valign="top">-1R</td>
</tr>
<tr>
<td width="192" valign="top">$100</td>
<td width="171" valign="top">-$100</td>
<td width="32%" valign="top">-1R</td>
</tr>
<tr>
<td width="192" valign="top">$100</td>
<td width="171" valign="top">-$100</td>
<td width="32%" valign="top">-1R</td>
</tr>
<tr>
<td width="192" valign="top">$100</td>
<td width="171" valign="top">-$100</td>
<td width="32%" valign="top">-1R</td>
</tr>
<tr>
<td width="192" valign="top">$100</td>
<td width="171" valign="top">-$100</td>
<td width="32%" valign="top">-1R</td>
</tr>
<tr>
<td width="192" valign="top">$100</td>
<td width="171" valign="top">-$100</td>
<td width="32%" valign="top">-1R</td>
</tr>
<tr>
<td width="192" valign="top">$100</td>
<td width="171" valign="top">-$100</td>
<td width="32%" valign="top">-1R</td>
</tr>
<tr>
<td width="192" valign="top">$100</td>
<td width="171" valign="top">+$2,000</td>
<td width="32%" valign="top">+20R</td>
</tr>
<tr>
<td width="192" valign="top"><strong>ผลรวม</strong></td>
<td width="171" valign="top"><strong>+$1,100</strong></td>
<td width="32%" valign="top"><strong>+11R</strong></td>
</tr>
<tr>
<td width="192" valign="top"><strong>ค่าเฉลี่ย</strong></td>
<td width="171" valign="top"><strong>+$110 per trade</strong></td>
<td style="text-align: center;" width="32%" valign="top"><strong>+1.1R/Trade</strong></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p style="text-align: center;"><strong> </strong></p>
<p style="text-align: left;">มีหลายสิ่งที่น่าสนใจในอยู่ในตารางนี้ อย่างแรกก็คือ 90% ของผลการซื้อ-ขายนั้นเกิดการขาดทุน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เราควบคุมมันไว้ที่เพียงครั้งละ ดอลลาร์เท่านั้น อย่างที่สองก็คือ เราได้กำไรเพียงครั้งเดียว แต่เป็นกำไรถึง 2,000 ดอลลาร์ หรือเทียบเท่ากับ 20 เท่าของความเสี่ยงเริ่มต้นที่เรากำหนดเอาไว้ ผลรวมที่ออกมาจึงทำให้เราได้กำไรสุทธิ 1,100 ดอลลาร์ภายในการซื้อ-ขายทั้งหมด 10 ครั้ง ถึงแม้ว่าเราจะขาดทุนไปถึง 9 ครั้งก็ตาม</p>
<p style="text-align: left;"><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/10/expectthebest.jpg"><img style="display: inline; margin-left: 0px; margin-right: 0px; border-width: 0px;" title="วิธีการเล่นหุ้น expect-the-best" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/10/expectthebest_thumb.jpg" border="0" alt="วิธีการเล่นหุ้น expect-the-best" width="300" height="242" align="left" /></a> คุณจะสังเกตุได้ว่า เราสามารถที่จะแปลงผลกำไรขาดทุนที่เกิดขึ้น ให้กลายเป็นผลคูณของค่าความเสี่ยงเริ่มต้น (R) ขึ้นมาได้ และเมื่อเราทำอย่างนั้น เราจะสังเกตุได้ว่า ผลกำไรโดยเฉลี่ยในการซื้อ-ขายทั้งหมด 10 ครั้งนั้น จะเท่ากับ 1.1R และนี่คือสิ่งที่เรียกว่าค่า “กำไรคาดหวัง หรือ Expectancy” จากระบบการลงทุนของเรา ซึ่งบอกกับเราว่า ถึงแม้ว่าเราจะขาดทุนถึง 90% ในการซื้อ-ขาย แต่เราก็ยังมี Expectancy ที่เป็นบวกอยู่นั่นเอง</p>
<p style="text-align: left;"><span style="text-decoration: underline;">ดังนั้น เมื่อคุณมองไปที่ระบบการลงทุนใดๆก็ตาม คุณควรที่จะมองผลกำไร-ขาดทุนที่เกิดขึ้นของมัน ในแง่ของค่า “R-Multiples” แทน</span> ซึ่งเมื่อคุณสามารถทำได้อย่างนั้น จงถามตัวคุณเองว่า “ค่าเฉลี่ยของค่า R ที่เกิดขึ้นจากระบบนี้ (Expectancy) อยู่ที่เท่าไหร่?” โดยหากว่ามันมีค่าที่เป็นบวก นั่นแปลว่าระบบการลงทุนที่คุณกำลังวิเคราะห์อยู่นั้นอาจจะสามารถทำกำไรในระยะยาวให้คุณได้นั่นเอง <strong><span style="color: #8000ff;">และยิ่งหากว่ามันให้ค่า Expectancy ที่เป็นบวกมากๆ และให้สัญญาณบ่อยครั้งมากเท่าใด นี่จะเป็นสิ่งที่บอกว่า ระบบการลงทุนนั้นๆ จะให้ผลตอบแทนเป็นอย่างมากภายใต้การซื้อ-ขายเป็นจำนวนหนึ่ง (Large number of Trades)</span></strong> และนี่คือวิธีคิด ที่จะทำให้คุณหลุดออกมาจากอคติของความต้องการที่จะ “ถูกต้อง” อยู่เสมอนั่นเอง</p>
<p style="text-align: left;">สำหรับบทความนี้ก็จบเพียงเท่านี้นะครับ ไม่ทราบว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง หรือเคยย้อนมองดูตัวเองบ้างไหมว่า เราควบคุมการขาดทุนเอาไว้ที่กี่ “R” หรือเราสามารถควบคุมให้ค่า “R” ที่ออกมาในแต่ละครั้งออกมาไกล้เคียงกับที่เราวางแผนไว้ได้แค่ไหน? หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกๆคนนะครับ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> </p>
<p style="text-align: left;"><a href="http://www.mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #ff0080;">แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management</span></strong></a></p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-on-expectancy-1/' rel='bookmark' title='จิตวิทยาการลงทุนว่าด้วยเรื่องของกำไรคาดหวัง และการทำลายอคติของความต้องการที่จะ ถูกต้อง อยู่เสมอ : Trading on Expectancy by Dr. Van K. Tharp (Part 1)'>จิตวิทยาการลงทุนว่าด้วยเรื่องของกำไรคาดหวัง และการทำลายอคติของความต้องการที่จะ ถูกต้อง อยู่เสมอ : Trading on Expectancy by Dr. Van K. Tharp (Part 1)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/on-expectancy/' rel='bookmark' title='ว่าด้วยเรื่องของกำไรคาดหวัง Expectancy : The Holy Grail of Trading'>ว่าด้วยเรื่องของกำไรคาดหวัง Expectancy : The Holy Grail of Trading</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-psychology-first-business-tv-2/' rel='bookmark' title='จิตวิทยาการลงทุนเล่นหุ้น : Trading Psychology – First Business TV (Part:2)'>จิตวิทยาการลงทุนเล่นหุ้น : Trading Psychology – First Business TV (Part:2)</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/trading-on-expectancy-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed seykota(2)</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/risk-management-ed-seykota-2/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/risk-management-ed-seykota-2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 02 May 2010 17:57:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[หลักการบริหารเงินทุน Money Management]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารเงินทุน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=1428</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากที่เริ่มมีเพื่อนๆบางท่านที่สนใจและอีเมล์มาคุยเรื่อง Money Management กับผมโดยอยากให้ทำการอัพเดทบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้เยอะขึ้น ผมจึงขอนำบทความต่อเนื่องในเรื่องของ Risk Management ตอนที่สองและตอนต่อๆไปมาทยอยลงต่อกันนะครับ
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/risk-management-ed-seykota/' rel='bookmark' title='การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed Seykota(1)'>การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed Seykota(1)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/optimal-risk-1/' rel='bookmark' title='การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร : Determining Optimal Risk (1)'>การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร : Determining Optimal Risk (1)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-wisdom-on-risk-management/' rel='bookmark' title='Trading Wisdom on Risk Management : วาทะเซียนหุ้น ว่าด้วยการบริหารความเสี่ยงในการเล่นหุ้น'>Trading Wisdom on Risk Management : วาทะเซียนหุ้น ว่าด้วยการบริหารความเสี่ยงในการเล่นหุ้น</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/05/EdSeykotaCropped200.jpg"><img style="margin: 0px 10px 0px 0px; display: inline; border-width: 0px;" title="EdSeykotaCropped200" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/05/EdSeykotaCropped200_thumb.jpg" border="0" alt="EdSeykotaCropped200" width="154" height="204" align="left" /></a> การจัดการความเสี่ยง โดย </strong><strong>Ed Seykota (ตอนที่ 2)</strong></p>
<p>หลังจากที่เริ่มมีเพื่อนๆบางท่านที่สนใจและอีเมล์มาคุยเรื่อง Money Management กับผมโดยอยากให้ทำการอัพเดทบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้เยอะขึ้น ผมจึงขอนำบทความต่อเนื่องในเรื่องของ Risk Management ตอนที่สองและตอนต่อๆไปมาทยอยลงต่อกันนะครับ หากใครชอบหรือสนใจก็เข้ามาอ่านกันต่อได้เลย สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่านตอนแรก คลิ้กเข้าไปที่ Feature Article หรือดูบทความที่เกี่ยวข้องกันที่ด้านล่างของบทความได้เลยครับ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p><span id="more-1428"></span><span style="color: #ffffff;">หุ้น บริหารความเสี่ยง Money Management การบริหารเงินทุน</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff;">ขนาดของการเดิมพันที่เหมาะสม (Optimal Betting)</span></strong></p>
<p>จากตัวอย่างของเกมโยนเหรียญที่ผ่านมา เราได้อนุมานว่าเรามีโชคสม่ำเสมอที่ 50% (โยนออกหัว-ก้อยอย่างละครึ่ง) และเรามีอัตราจ่าย หรืออัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยง(Payoff)อยู่ที่ 2:1 โดยที่เราทำการเดิมพันการออกหัวของเหรียญทุกครั้ง โดยหากเราต้องการที่จะจัดการความเสี่ยงให้เหมาะสมนั้น เราต้องเรียนรู้วิธีที่จะบริหารเงินทุนหรือขนาดของการเดิมพันที่เหมาะสมเสียก่อน ซึ่งนี่เป็นปัญหาแบบเดียวกับที่ผู้จัดการกองทุนทั้งหลายต้องพบเจอเช่นกัน ผู้บริหารที่ดีนั้นจะตระหนักเป็นอย่างดีว่า <span style="text-decoration: underline;">เขาไม่สามารถทำอะไรได้มากมายเกี่ยวกับโชค(Luck)ที่จะเกิดขึ้นกับเขา หรืออัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยง(Payoff)ที่จะเกิดขึ้น ดังนั้น สิ่งสำคัญที่เขาจะจัดการเกี่ยวกับปัญหาข้อนี้ได้จริงๆคือการควบคุมเงินเดิมพันในแต่ละครั้งนั่นเอง</span> โดยต่อไปนี้เราจะเริ่มต้นเกมจำลองของเราด้วยเงิน 1000 ดอลลาร์</p>
<p><span style="color: #ffffff;">บริหารความเสี่ยง Money Management การบริหารเงินทุน หุ้น</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff;">ลางสังหรณ์ และ ระบบการลงทุน (Hunches and Systems)</span></strong></p>
<p>วิธีหนึ่งในการที่เราจะตัดสินใจเกี่ยวกับขนาดการเดิมพัน(Bet Size)ในแต่ละครั้งได้นั่นก็คือการใช้ลางสังหรณ์ ยกตัวอย่างเช่นเราอาจใช้ลางสังหรณ์ของเราแล้วเดิมพันลงไปด้วยเงิน 100 ดอลลาร์</p>
<p>ถึงแม้ว่าการตัดสินใจโดยอิงจากลางสังหรณ์ของเราเองนั้นจะเป็นที่นิยมโดยทั่วไป และเป็นสิ่งที่นักพนันส่วนใหญ่ในวงการชอบใช้มัน แต่มันกลับมีปัญหาในการนำมาใช้อยู่หลายอย่าง เช่น ในการตัดสินใจเกี่ยวกับขนาดของการเดิมพันแต่ละครั้งนั้น จะต้องอาศัยความใส่ใจของผู้เล่นในการที่จะได้มาซึ่งลางสังหรณ์ที่ถูกต้อง แล้วจึงนำมาแปลงเป็นขนาดการเดิมพันขึ้นมา และมันก็ยังอิงจากอารมณ์หรือความรู้สึกในขณะนั้นของผู้เล่นมากกว่าที่จะได้มาจากกระบวนการทางวิทยาศาสตร์</p>
<p><strong><span style="color: #ff0080;">ในการที่เราจะก้าวพ้นปัญหาจากการตัดสินใจโดยใช้ลางสังหรณ์ออกมาได้นั้น เราจึงอาจเลือกใช้การตัดสินใจหาขนาดการเดิมพันด้วยระบบแทน(Betting System)</span></strong> โดยคำว่าระบบนั้น ก็คือกระบวนการที่มีตรรกะที่ชัดเจนในการระบุถึงขนาดการเดิมพันที่แน่นอนในทุกๆครั้งออกมา</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ประโยชน์ของการหาขนาดการเดิมพันด้วยระบบที่เหนือกว่าการใช้ลางสังหรณ์นั้นมีอยู่หลายปัจจัย เช่น</span></p>
<p>1)เราไม่จำเป็นต้องใช้ความสามารถของผู้เล่น</p>
<p>2)ขนาดการเดิมพันทุกๆครั้งจะมีสัดส่วนเท่าๆกัน สามารถคาดการณ์ได้และมีความสม่ำเสมอ</p>
<p>3)สำคัญที่สุดก็คือ.. เราสามารถที่จะทำการทดสอบย้อนหลัง(Historical Simulation)ด้วยคอมพิวเตอร์ เพื่อปรับปรุงระบบในการหาขนาดการเดิมพันที่ดีที่สุดออกมาได้นั่นเอง</p>
<p>แต่ถึงแม้ว่ามันจะเป็นที่ยอมรับกันโดยกว้างขวางว่าการใช้ระบบนั้น มีข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าการใช้ลางสังหรณ์อยู่หลายประการก็ตาม แต่ก็ยังมีผู้จัดการกองทุนน้อยคนนัก ที่สามารถที่จะระบุแนวทางในการจัดการความเสี่ยงได้อย่างชัดเจนจนสามารถที่จะใช้คอมพิวเตอร์ในการทดสอบผลย้อนหลังขึ้นมาได้</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเกมโยนเหรียญของเรานั้น มันเป็นเกมที่มีความเรียบง่ายพอที่เราจะสามารถนึกภาพตาม และหาระบบการเดิมพันที่เหมาะสมกับมันได้โดยไม่ยากเกินไป และที่มากไปกว่านั้นก็คือ เราสามารถที่จะทดสอบระบบของเรา และทำการปรับปรุงตัวแปรของเราเพื่อหาการจัดการความเสี่ยงที่ดีที่สุดออกมาได้อีกด้วย</p>
<p><span style="color: #ffffff;">บริหารความเสี่ยง Money Management การบริหารเงินทุน หุ้น</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff;">ขนาดการเดิมพันแบบคงที่(Fixed Bet) และขนาดการเดิมพันแบบสัดส่วนคงที่(Fixed-Fraction Bet)</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff;"><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/05/Seykotagraphic1.gif"><img style="margin: 0px 0px 0px 10px; display: inline; border-width: 0px;" title="Seykota graphic" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/05/Seykotagraphic_thumb1.gif" border="0" alt="Seykota graphic" width="284" height="200" align="right" /></a></span></strong>ระบบการเดิมพันของเรานั้น จะต้องช่วยเราในการหาขนาดการเดิมพันออกมาได้ โดยวิธีหนึ่งที่จะระบุถึงขนาดของมันออกมาให้เป็นรูปธรรมก็คือ การกำหนดขนาดของเงินเท่าๆกันทุกครั้ง เช่น คราวละ 10 ดอลลาร์ ไม่ว่าที่ผ่านมาเราจะมีกำไรหรือขาดทุนมากเท่าไหร่ก็ตาม และนี่คือรูปแบบที่เรียกว่า <strong>“ขนาดการเดิมพันแบบคงที่ หรือ Fixed Bet System”</strong></p>
<p>โดยหากว่าเราเลือกที่จะใช้รูปแบบ Fixed Bet System นั้น เงินทุน 1,000 ดอลลาร์ของเรานั้น อาจจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงไปเรื่อยๆ จนถึงจุดที่ขนาดการลงทุนแบบ Fixed Bet ของเรานั้นกลายเป็นสัดส่วนที่มากเกินไป หรือน้อยเกินไปกับเงินทุนของเราที่เหลืออยู่ของเราก็ได้</p>
<p>เพื่อการแก้ไขปัญหาของขนาดการเดิมพันที่อาจไม่เหมาะสมกับเงินทุนที่เหลืออยู่ของเรานั้น เราจึงอาจเลือกที่จะกำหนดขนาดการลงทุนด้วยรูปแบบ <strong><span style="color: #ff8040;">“ขนาดการเดิมพันแบบสัดส่วนคงที่ หรือ Fixed-Fraction Bet System”</span></strong> แทน ยกตัวอย่างเช่น หากเรากำหนดขนาดการเดิมพันด้วยรูปแบบ Fixed Fraction ที่ 1% ของเงินทุนนั้น ด้วยเงินทุน 1,000 ดอลลาร์ ขนาดการเดิมพันของเราจะเท่ากับ 10 ดอลลาร์นั่นเอง(1% ของ 1,000) โดยต่อมานั้น ถึงแม้ว่าเงินทุนของเราจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงนั้น ขนาดการเดิมพันของเราก็ยังคงที่จะเป็นสัดส่วนที่เหมาะสมกับเงินทุนที่เหลืออยู่ของเราเช่นเดิม</p>
<p>สิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง จากการใช้รูปแบบ Fixed-Fraction Betting นั้นก็คือ เมื่อเราขนาดการเดิมพันของเรานั้นเป็นสัดส่วนที่คงที่กับเงินทุนที่เหลืออยู่ของเราตลอดเวลา ในทางทฤษฎีนั้น มันจึงไม่มีความเป็นไปได้ที่เราจะขาดทุนจนหมดตัวไม่เหลือแม้แต่แดงเดียว ดังนั้น เราจึงอาจพูดได้ว่า “ความเสี่ยงของการหมดตัว หรือ Risk of Ruin” ของเรานั้นจึงไม่มีเลย <span style="text-decoration: underline;">อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัตินั้น ความล้มเหลวอย่างย่อยยับในการลงทุนของเรานั้น มักมีผลมาจากปัจจัยทางจิตวิทยา นั่นก็คือจากระดับความสามารถในการทนต่อการขาดทุนของเราเอง(Uncle Point)เสียมากกว่า</span></p>
<p><span style="color: #ffffff;">บริหารความเสี่ยง Money Management การบริหารเงินทุน หุ้น</span></p>
<p><span style="color: #0080ff;"><strong>การจำลองและทดสอบขนาดของการเดิมพัน</strong></span></p>
<p>ในการที่เราจะทำการทดสอบระบบของการเดิมพันของเรานั้น เราสามารถที่จะทดสอบมันได้จากข้อมูลของผลที่เกิดขึ้นในอดีต ยกตัวอย่างเช่น เราได้ทำการโยนเหรียญทั้งหมด 10 ครั้ง และผลที่ออกมาคือ ออกหัว 5 ครั้ง และออกก้อยอีก 5 ครั้ง เราจะสามารถสร้างตารางเปรียบเทียบดังตารางตารางข้างล่างนี้</p>
<p><span style="color: #ffffff;">หุ้น บริหารความเสี่ยง Money Management การบริหารเงินทุน</span></p>
<div><img style="margin: 10px auto; display: block; float: none; border: 0px;" title="image" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/05/image_thumb.png" border="0" alt="image" width="350" height="286" /></div>
<p><strong>รูปที่ 2: ผลการทดสอบเปรียบเทียบรูปแบบ Fixed Bet กับรูปแบบ Fixed-Fraction</strong></p>
<p><span style="color: #ffffff;">หุ้น บริหารความเสี่ยง Money Management การบริหารเงินทุน</span></p>
<p>คุณจะสังเกตได้ว่า ระบบทั้งสองนั้นเกิดกำไรขึ้น 20 ดอลลาร์ในการโยนเหรียญครั้งแรกซึ่งออกหัว โดยในครั้งที่สองนั้นรูปแบบ Fixed bet ขาดทุนไป 10 ดอลลาร์ ในขณะที่รูปแบบ Fixed-Fraction ขาดทุนไปทั้งหมด 1% ของเงินทุน 1,020 ดอลลาร์ หรือเท่ากับ 10.20 ดอลลาร์ ซึ่งทำให้เหลือเงินทุนอยู่เท่ากับ 1,009.80 ดอลลาร์</p>
<p>และคุณจะเห็นได้อีกว่าผลกำไรของระบบทั้งสองแบบนี้มีความเท่ากันโดยประมาณ <span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #8000ff;">อย่างไรก็ตาม เมื่อเราทำการโยนเหรียญต่อไปเรื่อยๆ รูปแบบ Fixed-Fraction นั้นจะเกิดการเติบโตของเงินทุนในลักษณะของกราฟแบบกระทะหงาย(Exponential) และวิ่งสูงขึ้นไปได้มากกว่ารูปแบบ Fixed Bet ซึ่งมีการเติบโตของเงินทุนในลักษณะเส้นตรง(Linear)อย่างมาก</span></span></p>
<p>ข้อสังเกตสุดท้ายก็คือผลการเติบโตของเงินทุนเมื่อจบลงนั้น <strong>จะขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งของการเกิดหัว-ก้อย โดยไม่เกี่ยวกับว่าลำดับของการเกิดหัว-ก้อยจะเป็นอย่างไร</strong> โดยคุณสามารถทำการพิสูจน์มันได้โดยทำการเรียงลำดับใหม่ในกระดาษทดสอบของคุณเอง</p>
<p><span style="color: #ffffff;">บริหารความเสี่ยง Money Management การบริหารเงินทุน หุ้น</span></p>
<p>สำหรับตอนที่ 2 ของ Risk Management โดย Ed Seykota ก็จบเพียงเท่านี้ครับ จะทยอยลงเรื่อยๆซักอาทิตย์ละครั้งนะครับจะได้ไม่เบื่อกัน  เพราะพอเข้าใจดีกว่าเรื่องพวกนี้มันอาจค่อนข้างจะ Dry สักหน่อย แต่หากคิดว่าชอบหรือไม่ชอบ อยากอ่านหรือไม่อยากอ่านต่ออย่างไรก็ฝากความเห็นไว้ได้ครับ ขอบคุณครับแล้วเจอกันใหม่ที่ <a href="http://mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #ff0000;">แมงเม่าคลับ.คอม</span></strong></a> ครับ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/risk-management-ed-seykota/' rel='bookmark' title='การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed Seykota(1)'>การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed Seykota(1)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/optimal-risk-1/' rel='bookmark' title='การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร : Determining Optimal Risk (1)'>การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร : Determining Optimal Risk (1)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-wisdom-on-risk-management/' rel='bookmark' title='Trading Wisdom on Risk Management : วาทะเซียนหุ้น ว่าด้วยการบริหารความเสี่ยงในการเล่นหุ้น'>Trading Wisdom on Risk Management : วาทะเซียนหุ้น ว่าด้วยการบริหารความเสี่ยงในการเล่นหุ้น</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/risk-management-ed-seykota-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>19</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร : George Lane &#8220;Father Stochastic&#8221; Part 2</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/george-lane-2/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/george-lane-2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Apr 2010 04:08:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารเงินทุน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[หลักการบริหารเงินทุน Money Management]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=1363</guid>
		<description><![CDATA[George Lane นั้นบอกกับเราว่าเขารู้สึกว่าตนเองโชคดีมากๆ ที่ได้รู้จักกับตลาดและเรียนรู้เกี่ยวกับมันในช่วงเวลาที่เขาบอกว่า “ตลาดและสิ่งต่างๆยังคงเรียบง่ายอยู่” โดยในช่วงเริ่มต้นของการเก็งกำไรนั้น Lane ได้ตั้งคำถามในใจอยู่ตลอดเวลาว่า “มันต้องมีอะไรสักอย่าง อยู่ทีไหนสักแห่ง” ที่จะช่วยเขาในการวิเคราะห์และตัดสินใจในการเก็งกำไรได้ นอกจากเพียงการวิเคราะห์ทางปัจจัยพื้นฐานเท่านั้น
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/george-lane-1/' rel='bookmark' title='ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร : George Lane &ldquo;Father of Stochastic&rdquo;'>ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร : George Lane &ldquo;Father of Stochastic&rdquo;</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/book-review-the-winning-investment-habits-of-warren-buffett-george-soros/' rel='bookmark' title='แนะนำหนังสือหุ้น : The Winning Investment Habits of Warren Buffett &amp; George Soros'>แนะนำหนังสือหุ้น : The Winning Investment Habits of Warren Buffett &#038; George Soros</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/relative-strength-trading-video-2/' rel='bookmark' title='Relative Strength Trading With Joe Fahmy Part 2 : การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคด้วยค่าความแข็งแกร่งสัมพันธ์'>Relative Strength Trading With Joe Fahmy Part 2 : การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคด้วยค่าความแข็งแกร่งสัมพันธ์</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/image3.png"><img style="border-right-width: 0px; margin: 0px 10px 10px 0px; display: inline; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px" title="image" border="0" alt="image" align="left" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/image_thumb3.png" width="160" height="188" /></a> <strong>ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร George Lane “บิดาแห่ง Stochastic” โดย Allen Sykora ตอนที่ 2</strong></p>
<p>George Lane บอกกับเราว่าเขารู้สึกว่าตนเองโชคดีมากๆ ที่ได้รู้จักกับตลาดและเรียนรู้เกี่ยวกับมันในช่วงเวลาที่เขาบอกว่า “ตลาดและสิ่งต่างๆยังคงเรียบง่ายอยู่” ก่อนที่ตลาดสินค้าโภคภันฑ์อื่นๆเช่น ตลาดถั่วเหลือง หรือสุกรจะเริ่มมีขึ้นมาด้วยซ้ำ และจากวันนั้นมา ตลาดต่างๆก็เริ่มที่จะมีความผันผวนที่มากขึ้นซึ่งทำให้เขาบอกกับเราว่า “ผมดีใจมากที่ผมไม่ได้เริ่มต้นในยุคนี้”</p>
<p> <span id="more-1363"></span><span style="color: #ffffff">วิธีการเล่นหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Money Management การบริหารเงินทุน</span>
</p>
<p>ในช่วงเริ่มต้นของการเก็งกำไรนั้น Lane ได้ตั้งคำถามในใจอยู่ตลอดเวลาว่า “มันต้องมีอะไรสักอย่าง อยู่ทีไหนสักแห่ง” ที่จะช่วยเขาในการวิเคราะห์และตัดสินใจในการเก็งกำไรได้ นอกจากเพียงการวิเคราะห์ทางปัจจัยพื้นฐานเท่านั้น</p>
<p>“การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน นั้นไม่ค่อยช่วยอะไรพวกเราเท่าไหร่นัก เนื่องจากมันใช้ได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ในการนำมาวิเคราะห์ปัจจัยในตลาดสินค้าโภคภันฑ์(Comodity Market)”</p>
<p><span style="color: #ffffff">วิธีการเล่นหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Money Management การบริหารเงินทุน</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff">การบริหารเงินทุน (Money Management) คือสิ่งที่ชี้ความเป็นความตายของนักเก็งกำไร</span></strong></p>
<p>Lane ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการบริหารเงินทุนหรือ Money Management เป็นอย่างมากในการเก็งกำไรให้ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อใช้ในการจำกัดการขาดทุน เพื่อไม่ให้มันกินกำไรที่ได้มามากเกินไป โดยเขาได้บอกเราว่า<span style="text-decoration: underline"> “เรามักจะสอนทุกๆคนที่เขามาเก็งกำไรในตลาดว่า พวกเขาไม่ควรที่จะสนใจว่าเขาจะทำกำไรได้มากเท่าไหร่จนเกินไป แต่พวกเขาควรที่จะสนใจว่าพวกเขาจะยอมขาดทุนได้มากเท่าไหร่ต่างหาก เพราะงานหลักๆในการเก็งกำไรนั่นก็คือการปกป้องเงินทุนของเราจากการขาดทุนนั่นเอง”</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff">การควบคุมการขาดทุนคือสิ่งที่สำคัญที่สุด</span></strong></p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #808080">“ความลับในการทำเงินในการเก็งกำไร คือการควบคุมขนาดการขาดทุนของคุณ เพราะคุณไม่มีความสามารถที่จะควบคุมจำนวนการขาดทุนของคุณได้หรอก แต่อย่างน้อยคุณก็ยังพอที่จะควบคุมขนาดของการขาดทุนของคุณได้ โดยคุณยังสามารถที่จะทำกำไรอย่างเพียงพอในการดำรงชีวิตของคุณ ถึงแม้ว่าคุณจะขาดทุนบ่อยกว่าได้กำไร หากว่าคุณนั้นรู้จักจำกัดขนาดการขาดทุนของคุณนั่นเอง”</span></strong></p>
</blockquote>
<p>Lane ได้เน้นย้ำให้เราฟังว่า <strong><span style="color: #ff8040"><span style="color: #800080">ทุกๆครั้งที่เขาทำการเข้า Take Position ในการเก็งกำไรนั้น เขาจะกำหนดคำสั่งจุดตัดขาดทุน(Stop&#160; Loss Order) ไว้ล่วงหน้า และเขาจะไม่ใช้การตัดขาดทุนตามอารมณ์ของเขา(Mental Stop)</span></span></strong> เพราะมันเป็นการง่ายที่เราจะขยับมันไปมา</p>
<p>เขาจะกำหนดจุดตัดขาดทุนที่แคบมากๆ โดยเขายังบอกกับเราว่าเขามักจะยอมขาดทุนได้ไม่เกิน 175 เหรียญต่อครั้งเมื่อเขาเก็งกำไรในตลาดพันธบัตรล่วงหน้า(Bond Future Contract) โดยเขาจะกำหนดจุดขาดทุนตามหลักการวิเคราะห์ทางเทคนิคของเขา โดยเขาบอกกับเราว่า <strong><span style="color: #ff0080">“เขาจะตัดขาดทุน ณ จุดที่ตลาดได้บอกว่าเขาคิดผิดไป”</span></strong> แทนที่จะเป็นการตัดขาดทุนจากระดับของการขาดทุนเป็นดอลลาร์(Dollar Stop)</p>
<p>ยกตัวอย่างเช่น หากเขาทำการซื้อ Long และตลาดได้วิ่งขึ้นไป และย่อตัวลงมาและวิ่งกลับขึ้นไปใหม่สูงขึ้นกว่าเดิม Lane จะยกจุดตัดขาดทุนไปไว้ที่จุดต่ำสุดที่เกิดขึ้นใหม่ ซึ่งในบางครั้งนั้นมันทำให้เขาต้องยกจุดตัดขาดทุนไปถึง 5-6 ครั้งภายในวันเดียว</p>
<p><span style="color: #ffffff">วิธีการเล่นหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Money Management การบริหารเงินทุน</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff">การบริหารหุ้นที่มีอยู่</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #ff8040">“ผมมักจะถือตามตลาดขึ้นไปเรื่อย ตราบที่ตลาดยังคงวิ่งขึ้นไป โดยการยกจุดตัดขาดทุนตามไป”</span></strong> เขายังบอกอีกว่า<span style="color: #ff8080"><strong> </strong></span><span style="text-decoration: underline">“ดังนั้น เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก ผมจึงไม่สามารถที่จะเกิดการขาดทุนขึ้นมาได้ เนื่องจากระดับของจุดตัดขาดทุนของผมนั้นสูงกว่าต้นทุนที่ผมมีอยู่ และนั่นก็เป็นจุดที่จะบังคับให้ผมทำกำไรเช่นกันหากมันกลับตัวลงมา”</span></p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #ff8040"><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/safetyfirst.jpg"><img style="border-right-width: 0px; margin: 0px 0px 10px 10px; display: inline; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px" title="safetyfirst" border="0" alt="safetyfirst" align="right" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/safetyfirst_thumb.jpg" width="150" height="201" /></a></span></strong>“นี่คือการรู้จักใช้การบริหารเงินทุน หรือ Money Management ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการเก็งกำไรเลยทีเดียว เพราะไม่ว่าไอ้หน้าโง่ที่ไหนก็สามารถที่จะเข้ามาเล่นเก็งกำไรได้ แต่คนที่อยู่รอดต้องรู้จักสร้างกฎขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเขาจากการขาดทุนที่จะเกิดขึ้นมา มีผู้คนมากมายซึ่งเข้ามาเก็งกำไรและสามารถทำเงินได้อย่างมหาศาล แต่พวกเขาก็มักจะต้องให้เงินคืนตลาดกลับไปมากกว่าที่เขาได้มา ดังนั้น คุณควรจะต้องสร้างทัศนคติในการเก็งกำไรว่า เมื่อคุณได้กำไรขึ้นมาแล้ว คุณจะต้องไม่ยอมให้ตลาดเอาเงินของคุณกลับไป”</p>
</blockquote>
<p>“อาชญากรรมที่ร้ายแรงที่สุดในการเก็งกำไร ที่พวกมือสมัครเล่นหน้าใหม่ๆมักจะทำลงไปนั่นคือการวิ่งเข้ามาในตลาด ทำกำไร และปล่อยให้กำไรกลายเป็นการขาดทุน หลังจากนั้นพวกเขาก็ต้องพบกับจุดจบและหันหลังให้ตลาดไป จงอย่าให้มันเกิดขึ้นกับคุณเป็นอันขาด”</p>
<p>Lane ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของ <strong>“วินัย”</strong> ในการลงทุนที่จะต้องรู้จักการ “ปล่อยให้กำไรวิ่งขึ้นไป หรือ Let Profits Run” เป็นสิ่งที่สำคัญมาก แทนที่จะพยายามรีบขายทำกำไรเร็วเกินไป โดยส่วนตัวของเขานั้นก็ได้ใช้หลักการของ Elliott Waves และระดับ Fibonacci มาช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย</p>
<p><span style="color: #ffffff">วิธีการเล่นหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Money Management การบริหารเงินทุน</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff">กราฟราคาและปริมาณการซื้อขายที่เกิดขึ้น</span></strong></p>
<p>ในการเก็งกำไรของเขานั้น Lane จะวิเคราะห์ตลาด จากกราฟราคาและปริมาณการซื้อขายเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นในตลาดขณะนั้น โดยเขาจะใช้ Stochastics และระดับ Fibonancci ร่วมกับเส้นแนวโน้มหรือ Trend line ในการวิเคราะห์ โดยเขามักจะใช้เส้นแนวโน้มจากราคาเฉลี่ยหรือ Moving Average ในช่วงระหว่าง 38-40 วัน ซึ่งถึงแม้จะไม่ได้สมบูรณ์แบบแต่เขาก็ได้กล่าวว่า “ถึงแม้มันจะไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่เส้นค่าเฉลี่ยนี้ก็มีความสำพันธ์กับการเคลื่อนไหวของราคา ในการที่จะหาระดับแนวรับในตลาดกระทิ้ง และแนวต้านในตลาดหมีได้เป็นอย่างดี”</p>
<p>Lane ยังได้ให้มุมมองกับเราอีกว่า <span style="text-decoration: underline">เขามองว่าเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคหลายอย่างในทุกๆวันนี้ แท้จริงแล้วนั้นสามารถใช้ในการวิเคราะห์ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม นักเก็งกำไรส่วนใหญ่นั้นไม่สามารถที่จะไล่ตามดูมันได้หลายๆอย่างๆในทีเดียว และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น</span></p>
<p>Lane มักที่จะรอสภาวะบางอย่างให้เกิดขึ้น ก่อนที่เขาจะเข้าทำการเก็งกำไร ยกตัวอย่างเช่น เขาจะรอให้เกิดรูปแบบราคาแบบ Double Top หรือ Double Bottom ขึ้นมาก่อน และเขาได้บอกกับเราอีกว่า “ Volume หรือปริมาณการซื้อขายที่เกิดขึ้นมานั้น มักจะเบาบางที่จุดต่ำสุดที่สองของ Double Bottom และคุณจะต้องจำไว้ว่า คุณไม่ควรที่จะเข้าซื้อขณะที่ปริมาณการซื้อขายยังมากกว่าเดิมอยู่”</p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #808080">“Stochastics ยังสามารถที่จะช่วยให้คุณเห็นการ Convergence ที่จุดต่ำสุดของตลาด และ Divergence ที่จุดสูงสุดของตลาดอีกด้วย โดยคุณยังสามารถที่จะวิเคราะห์จากรูปแบบของราคาที่เกิดขึ้นมา เช่น การวกกลับของราคารูปแบบต่างๆ มันมีรูปแบบเป็น 10อย่างในการซื้อและการขายเช่นกัน”</span></strong></p>
</blockquote>
<p><strong><span style="color: #0080ff">เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่น่าสนใจบางอย่างสำหรับตลาดหุ้นและฟิวเจอร์</span></strong></p>
<p>Lane นั้นใช้ Indicator ชนิดเดียวกันในการวิเคราะห์ทั้งสำหรับตลาดหุ้นและตลาดฟิวเจอร์ โดยเขาได้กล่าวว่า “เราไม่ได้พบความแตกต่างในการที่จะใช้มันในตลาดทั้งคู่เลย” เขายังบอกอีกว่า “กราฟราคานั้นเป็นเหมือนเรื่องโง่ๆในครั้งแรกที่คุณรู้จักมัน แต่หลังจากที่คุณได้เข้าใจว่ามันเกิดขึ้นและทำงานอย่างไรแล้ว มันก็จะกลายเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับคุณ”</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/LaneStochasticSchool.gif"><img style="border-right-width: 0px; margin: 0px 10px 10px 0px; display: inline; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px" title="LaneStochasticSchool" border="0" alt="LaneStochasticSchool" align="left" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/LaneStochasticSchool_thumb.gif" width="220" height="154" /></a> ในช่วงต้นๆของชีวิตการเก็งกำไรของ George Lane นั้น เขาได้เริ่มต้นช่วยงานกับโรงเรียนสอนการลงทุนอย่าง <strong><span style="color: #ff0080">Investment Educator</span></strong> ซึ่งถูกตั้งขึ้นมาในปี 1984 โดย Ralph Dystant ต่อมาเมื่อเจ้าของโรงเรียนต้องเข้าทำการรักษาโรคหัวใจที่เขาเป็น จึงทำให้ Lane ต้องช่วยสอนในชั้นเรียนอยู่ถึง 6 เดือนทีเดียว หลังจากนั้น เมื่อ Dystant ได้หายกลับมา เขาจึงได้ย้ายไปสอนในส่วนของการเก็งกำไรในตลาดโภคภันฑ์ ส่วน Dystant นั้นได้แยกไปสอนเกี่ยวกับการเก็งกำไรในตลาดหุ้นแทน และหลังจากที่เจ้าของโรงเรียนได้เสียชีวิตลง เขาจึงได้ทำการซื้อกิจการเพื่อเป็นเจ้าของต่อแทน</p>
<p>นับตั้งแต่วันนั้น Lane ยังคงดำเนินกิจการโรงเรียน Investment Educator เรื่อยมา ซึ่งอาจนับได้ว่าโรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนที่เปิดสอนเกี่ยวกับการวิเคราะห์ทางเทคนิคมานานที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยเขาได้ทำการสอนเกี่ยวกับการวิเคราะห์ทางเทคนิคร่วมกับภรรยาของเขาชื่อ Caire ซึ่งตัวของเธอเองก็เป็นนักเก็งกำไรเต็มตัวมาเกือบ 25 ปีแล้วทีเดียว โดยคุณสามารถหารายละเอียดเกี่ยวกับโรงเรียนแห่งนี้ได้ที่ <a href="http://www.Lanestochastics.com">www.Lanestochastics.com</a></p>
<p>และเมื่อเราได้ถามถึงงานอดิเรกของเขา lane ได้บอกกับเราว่า เขายังคงชอบที่จะมาที่ออฟฟิสของเขาตั้งแต่เช้า ถึงแม้ว่าในขณะนี้อายุของเขาล่วงเลยมาถึงวัย 80 กว่าๆแล้วก็ตาม โดยเขาบอกกับเราว่า “ผมมักจะเข้าออฟฟิสตั้งแต่เช้า ประมาณ 7.00 น. และผมจะเริ่มเทรดไปจนถึงเวลา 11.30 น. หลังจากนั้นผมก็จะไปทานข้าวกลางวันแล้วค่อยงีบหลับไป มันเป็นชีวิตที่รื่นรมย์มากๆ” โดยที่เขามักจะเก็งกำไรอยู่ในตลาด Treasury Bond,S&amp;P 500 และ Currency Future แต่ก็อาจจะเล่นอยู่ในตลาดทองคำ เงิน และข้าวสารบ้างในบางครั้ง</p>
<p><span style="color: #ffffff">วิธีการเล่นหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Money Management การบริหารเงินทุน</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff">พยายามเข้าหานักเล่นหุ้นที่มีประสบการณ์ที่มากกว่าเรา</span></strong></p>
<p>Lane ได้ให้คำแนะนำสำหรับนักเล่นหุ้นหรือนักเก็งกำไรมือใหม่เพื่อพัฒนาตนเองเอาไว้ว่า พวกเขาควรที่จะพยายามทำความรู้จักกับนักเก็งกำไรที่มีประสบการณ์ในตลาดมายาวนาน เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงจากหลุมพรางต่างๆที่กำลังรอพวกเขาอยู่</p>
<p><span style="text-decoration: underline">“ทุกๆคนที่เริ่มต้นเข้ามาเก็งกำไรในตลาดนั้นมักจะทำอะไรมั่วไปมั่วมา พวกเขาไม่รู้ว่าพวกเขาควรจะล่าอะไร หรือพวกเขามักไม่รู้ว่าพวกเขากำลังได้อะไรมาในขณะที่พวกเขามีมันอยู่ และโชคร้ายเหลือเกินที่มีขยะต่างๆอยู่มากมายซึ่งถูกมองว่ามันเป็นคำตอบในการเก็งกำไรที่ประสบความสำเร็จ เครื่องมือหลายๆอย่างมักจะช่วยแต่เฉพาะผู้ที่คิดค้นมันขึ้นมาประสบความสำเร็จ แต่มักจะไม่ช่วยอะไรกับคนอื่นๆเท่าที่ควร พวกเขา(นักเก็งกำไรมือใหม่)ควรที่จะพยายามหลีกหนีจากมันไป แต่พวกเขามักไม่เคยรู้”</span></p>
<p>“ดังนั้น ผมจึงคิดว่า สิ่งที่ฉลาดที่สุดสำหรับมือใหม่ คือการพยายามหาคนที่ประสบความสำเร็จ และมีประสบการณ์มากกว่าและรับฟังข้อแนะนำจากพวกเขา เพราะพวกเขานั้นได้ตัดสิ่งโง่ๆต่างๆออกไปจากการเก็งกำไรของพวกเขาแล้ว และพวกเขามักจะช่วยคุณได้เป็นอย่างดี และคุณยังสามารถที่จะเจอพวกเขาได้อยู่ ยังมีคนอีกหลายคนที่เขาสามารถที่จะช่วยให้นักเก็งกำไรมือใหม่รอดพ้นจากความตายในตลาดแห่งนี้ได้”</p>
<p style="text-align: center"><img style="border-bottom: 0px; border-left: 0px; margin: 20px auto; display: block; border-top: 0px; border-right: 0px" class="  aligncenter" border="0" alt="%K = 100 \frac{\text{closing price} - \text{price low}}{\text{price high} - \text{price low}}" src="http://upload.wikimedia.org/math/d/6/0/d60ff9bc0a291926c9cc6b91d7838131.png" width="297" height="46" /></p>
<p>และทั้งหมดนี้ก็คือบทสัมภาษณ์ของ George Lane ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไรครับ มีความเห็นอย่างไรคอมเมนท์กันไว้ได้นะครับ แล้วเจอกันใหม่ที่ <a href="http://mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #ff0000">แมงเม่าคลับ.คอม</span></strong></a> ครับ</p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/george-lane-1/' rel='bookmark' title='ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร : George Lane &ldquo;Father of Stochastic&rdquo;'>ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร : George Lane &ldquo;Father of Stochastic&rdquo;</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/book-review-the-winning-investment-habits-of-warren-buffett-george-soros/' rel='bookmark' title='แนะนำหนังสือหุ้น : The Winning Investment Habits of Warren Buffett &amp; George Soros'>แนะนำหนังสือหุ้น : The Winning Investment Habits of Warren Buffett &#038; George Soros</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/relative-strength-trading-video-2/' rel='bookmark' title='Relative Strength Trading With Joe Fahmy Part 2 : การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคด้วยค่าความแข็งแกร่งสัมพันธ์'>Relative Strength Trading With Joe Fahmy Part 2 : การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคด้วยค่าความแข็งแกร่งสัมพันธ์</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/george-lane-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>16</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร : Determining Optimal Risk (2)</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/optimal-risk-2/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/optimal-risk-2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 27 Jan 2010 02:00:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[หลักการบริหารเงินทุน Money Management]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารเงินทุน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=1082</guid>
		<description><![CDATA[การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร ตอนที่ 2 มาต่อกันในตอนจบของการหาระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมกันครับ โดยวันนี้จะเป็นเรื่องการนำระบบการลงทุนมาทำการทดสอบในตลาดจริงๆ ซึ่งได้อธิบายถึงผลตอบแทน และตัวแปรต่างๆจากการใช้ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมไว้แล้วครับ คลิ้กเข้ามาอ่านกันได้เลยครับ วิธีการเล่นหุ้น Money management การควบคุมความเสี่ยง การบริหารเงินทุน ผลการทดสอบความร้อนระอุของ Portfolio หรือ Heat Test กับตลาดจริง ในการที่จะทำการศึกษาผลของกลยุทธ์การวางเดิมพันในรูปแบบต่างๆอย่างจริงจัง เราจึงได้นำระบบการลงทุนของเรามาทำการทดสอบผลของมันในระดับ Heat ที่แตกต่างกันไป โดยการที่ปล่อยให้ระบบนั้นสามารถทำการซื้อ-ขายหุ้นทุกตัวที่มีสัญญาณได้ในเวลาพร้อมๆกัน โดยระบบจะทำการซื้อ-ขายเปลี่ยนตัวไปเรื่อยไปยังหุ้นที่มีสัญญาณต่อๆไป ผลจากการทดสอบระบบจากฐานข้อมูลเป็นระยะเวลายาวนาน 12 ปีนั้น ทำให้เราต้องหวนกลับมาคิดถึงผลของการสุ่มโยนเหรียญที่ได้อธิบายเอาไว้แล้ว นั่นก็คือ ผลตอบแทนจะเพิ่มขึ้นไปตามระดับของ Heat จนถึงระดับหนึ่งก่อนที่ระดับของ Heat จะทำให้เกิดการขาดทุนที่มากเกินไป ผลของการทำ Heat Test ของระบบ ทำให้เราทราบว่าระดับความเสี่ยง Heat ของระบบของเราอยู่ที่ประมาณ 140%(หรือประมาณ 28% ต่อส่วนการลงทุนแต่ละส่วนทั้งหมด 5 ส่วน) โดน ณ ระดับความเสี่ยงขนาดนี้นั้น ระบบได้ให้ผลตอบแทนประมาณ 55% ต่อปี (สังเกตจากรูปที่ 4) [...]
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/optimal-risk-1/' rel='bookmark' title='การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร : Determining Optimal Risk (1)'>การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร : Determining Optimal Risk (1)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/risk-management-ed-seykota-2/' rel='bookmark' title='การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed seykota(2)'>การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed seykota(2)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/risk-management-ed-seykota/' rel='bookmark' title='การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed Seykota(1)'>การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed Seykota(1)</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #0000ff;"><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/01/78da4d98486f.png"><img style="border: 0px none; margin: 5px; display: inline;" title="หุ้น การพิจารณาระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเล่นหุ้น" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/01/thumb.png" border="0" alt="หุ้น การพิจารณาระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเล่นหุ้น" width="136" height="136" align="left" /></a> การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร ตอนที่ 2</span></strong></p>
<p>มาต่อกันในตอนจบของการหาระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมกันครับ โดยวันนี้จะเป็นเรื่องการนำระบบการลงทุนมาทำการทดสอบในตลาดจริงๆ ซึ่งได้อธิบายถึงผลตอบแทน และตัวแปรต่างๆจากการใช้ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมไว้แล้วครับ คลิ้กเข้ามาอ่านกันได้เลยครับ</p>
<p><span id="more-1082"></span></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น Money management การควบคุมความเสี่ยง การบริหารเงินทุน</span></strong></p>
<p><strong>ผลการทดสอบความร้อนระอุของ Portfolio หรือ Heat Test กับตลาดจริง</strong></p>
<p>ในการที่จะทำการศึกษาผลของกลยุทธ์การวางเดิมพันในรูปแบบต่างๆอย่างจริงจัง เราจึงได้นำระบบการลงทุนของเรามาทำการทดสอบผลของมันในระดับ Heat ที่แตกต่างกันไป โดยการที่ปล่อยให้ระบบนั้นสามารถทำการซื้อ-ขายหุ้นทุกตัวที่มีสัญญาณได้ในเวลาพร้อมๆกัน โดยระบบจะทำการซื้อ-ขายเปลี่ยนตัวไปเรื่อยไปยังหุ้นที่มีสัญญาณต่อๆไป</p>
<p style="padding-left: 30px;">ผลจากการทดสอบระบบจากฐานข้อมูลเป็นระยะเวลายาวนาน 12 ปีนั้น ทำให้เราต้องหวนกลับมาคิดถึงผลของการสุ่มโยนเหรียญที่ได้อธิบายเอาไว้แล้ว นั่นก็คือ ผลตอบแทนจะเพิ่มขึ้นไปตามระดับของ Heat จนถึงระดับหนึ่งก่อนที่ระดับของ Heat จะทำให้เกิดการขาดทุนที่มากเกินไป ผลของการทำ Heat Test ของระบบ ทำให้เราทราบว่าระดับความเสี่ยง Heat ของระบบของเราอยู่ที่ประมาณ 140%(หรือประมาณ 28% ต่อส่วนการลงทุนแต่ละส่วนทั้งหมด 5 ส่วน) โดน ณ ระดับความเสี่ยงขนาดนี้นั้น ระบบได้ให้ผลตอบแทนประมาณ 55% ต่อปี (สังเกตจากรูปที่ 4) โดยมีการลดลงของเงินทุนโดยเฉลี่ย(Average Drawdown)อยู่ที่ประมาณ 40% ต่อปี (สังเกตจากรูปที่ 5) และมีการลดลงของเงินทุนที่มากที่สุด(Maximum Drawdown)อยู่ที่กว่า 90% ของเงินทุน โดยในการนำระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมนี้ไปใช้ในการเก็งกำไรหรือลงทุนจริงๆนั้น แทบจะไม่มีใครที่จะสามารถทนแบกรับระดับความเสี่ยงขนาดนี้ได้ ดังนั้น นักเก็งกำไรส่วนใหญ่จึงยอมเลือกที่จะยอมให้กำไรนั้นลดลงเพื่อแลกกับระดับของ Drawdown ที่เกิดขึ้นมา</p>
<p>แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม <span style="color: #8000ff;"><strong>การทำ Heat Test นั้น ก็ช่วยให้เราสามารถที่จะวางแผนการเกี่ยวกับ “ขนาดของการเดิมพัน หรือ Bet Sizing” และทราบถึงระดับของผลตอบแทนและระดับของการลดลงของเงินทุน ก่อนที่เราจะเข้าทำการซื้อ-ขายจริงๆได้เป็นอย่างดี ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมากในการเก็งกำไรและการลงทุนนั่นเอง</strong></span></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น Money management การควบคุมความเสี่ยง การบริหารเงินทุน</span></strong></p>
<p><strong>หนังสืออ่านเพิ่มเติม</strong></p>
<p>The Encyclopedia of Technical Market Indicator โดย Colby, R.W. และ T.A. Meyers</p>
<p>The Market Wizards โดย Jack D. Schwager (<span style="color: #ff9900;"><a title="หนังสือหุ้น The Stock Market Wizard" href="http://mangmaoclub.com/%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%99-the-market-wizard/">Review</a></span>)</p>
<p><strong><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น Money management การควบคุมความเสี่ยง การบริหารเงินทุน</span></strong></p>
<p><strong>กราฟข้อมูลจากการทำการทดสอบ Heat Test</strong></p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/01/clip_image002.jpg"><img style="margin: 20px 0px; display: inline; border: 0px;" title="clip_image002" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/01/clip_image0021.jpg" border="0" alt="clip_image002" width="460" height="323" /></a></p>
<p>รูปที่ 1 : สัดส่วนการเดิมพัน คือสัดส่วนส่วนร้อยละ Percentage ของเงินทุนทั้งหมดที่มีอยู่ในแต่ละครั้ง โดยที่เมื่อเหรียญออกหัวนั้น จะทำให้มีกำไรเป็น 200% ของเงินเดิมพันอยู่เสมอ และเมื่อเหรียญออกก้อยนั้นจะทำให้ขาดทุนเท่ากับเงินที่เดิมพันลงไป โดยผลสรุป(Total)นั้น คือผลของการสุ่มเหรียญ 1 รอบ(ออกหัวและก้อยอย่างละครั้ง จาก Probability ที่ 50%) โดยเราจะสังเกตเห็นได้ว่า เมื่อระดับความเสี่ยงนั้นมากเกินกว่า 25% แล้ว ผลกำไร-ขาดทุนโดยรวมจะเริ่มลดลง</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/01/clip_image004.gif"><img style="margin: 20px 0px; display: inline; border: 0px;" title="clip_image004" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/01/clip_image004_thumb.gif" border="0" alt="clip_image004" width="460" height="320" /></a></p>
<p>รูปที่ 2 : กราฟลักษณะของระดับผลตอบแทนต่อระดับของ Heat ได้แสดงให้เราเห็นว่า ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมของการสุ่มโยนเหรียญนั้นอยู่ที่ 25% ของเงินทุนในแต่ละครั้ง ซึ่งก็คือ ณ จุดที่กราฟวิ่งขึ้นไปสูงที่สุดนั่นเอง</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/01/clip_image006.gif"><img style="margin: 20px 0px; display: inline; border: 0px;" title="clip_image006" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/01/clip_image006_thumb.gif" border="0" alt="clip_image006" width="460" height="318" /></a></p>
<p>รูปที่ 3 : กราฟลักษณะของระดับ Drawdown ต่อระดับของ Heat โดยมีอัตราส่วนต่อรองอยู่ที่ 2:1 โดยกราฟได้แสดงให้เห็นว่าระดับของ Drawdown ที่เกิดขึ้นนั้นจะเพิ่มมากขึ้นตามระดับของความเสี่ยงนั่นเอง</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/01/clip_image008.gif"><img style="margin: 20px 0px; display: inline; border: 0px;" title="clip_image008" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/01/clip_image008_thumb.gif" border="0" alt="clip_image008" width="460" height="318" /></a></p>
<p>รูปที่ 4 : ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมจากผลการทดสอบระบบการลงทุนจริงๆนั้น มีค่าอยู่ที่ประมาณ 140% โดยหากระดับของความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นกว่านี้ จะทำให้การขาดทุนแต่ละครั้งส่งผลกระทบมากเกินไป</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/01/clip_image010.gif"><img style="margin: 20px 0px; display: inline; border: 0px;" title="clip_image010" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/01/clip_image010_thumb.gif" border="0" alt="clip_image010" width="460" height="309" /></a></p>
<p>รูปที่ 5 : เราจะสังเกตเห็นได้ว่า เมื่อระดับของ Heat เพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆ ระดับของ Drawdown จะวิ่งสูงขึ้นไปถึงกว่า 90% ของเงินทุน</p>
<p><strong><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น Money management การควบคุมความเสี่ยง การบริหารเงินทุน</span></strong></p>
<p>จบแล้วครับสำหรับเรื่องของการพิจารณาหาระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม หวังว่าคงจะช่วยจุดประกายและได้ประโยชน์กันไม่น้อยนะครับ เรื่องนี้จริงๆแล้วเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆในมุมมองของผม แต่กลับหาหนังสือภาษาไทยดีๆอ่านยากเหลือเกิน ถ้ามีวาสนาก็อยากเขียน หรือแปลออกมาดูสักครั้ง แต่คงต้องรอไปก่อน อิอิ แล้วพบกันใหม่ที่ <a title="หนังสือหุ้นน่าอ่าน วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค" href="http://mangmaoclub.com" target="_blank"><span style="color: #ff0000;"><strong>แมงเม่าคลับ.คอม</strong></span></a> ครับ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<div id="_mcePaste" style="overflow: hidden; position: absolute; left: -10000px; top: 119px; width: 1px; height: 1px;"><span style="color: #ffffff;"><strong>วิธีการเล่นหุ้น Money management การควบคุมความเสี่ยง การบริหารเงินทุน</strong></span></div>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/optimal-risk-1/' rel='bookmark' title='การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร : Determining Optimal Risk (1)'>การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร : Determining Optimal Risk (1)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/risk-management-ed-seykota-2/' rel='bookmark' title='การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed seykota(2)'>การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed seykota(2)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/risk-management-ed-seykota/' rel='bookmark' title='การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed Seykota(1)'>การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed Seykota(1)</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/optimal-risk-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>17</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร : Determining Optimal Risk (1)</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/optimal-risk-1/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/optimal-risk-1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 25 Jan 2010 20:26:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[หลักการบริหารเงินทุน Money Management]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารเงินทุน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=1052</guid>
		<description><![CDATA[มักจะมีคำถามที่ว่า การควบคุมความเสี่ยง หรือการใช้ Money Management นั้นมีความสำคัญขนาดไหนในการลงทุน และมีหลายๆคนอยากรู้ว่าการใช้กับไม่ใช้นั้นให้ผลที่ต่างกันแค่ไหน วันนี้ผมนำบทความดีๆของ Ed Seykota และ Dave Druz มาฝากให้อ่านกันครับ คิดว่าน่าจะทำให้หลายๆคนหายข้องใจ และเริ่มสนใจในการใช้ Money Management อย่างจริงจังกันขึ้นมานะครับ
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/optimal-risk-2/' rel='bookmark' title='การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร : Determining Optimal Risk (2)'>การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร : Determining Optimal Risk (2)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/risk-management-ed-seykota-2/' rel='bookmark' title='การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed seykota(2)'>การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed seykota(2)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/risk-management-ed-seykota/' rel='bookmark' title='การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed Seykota(1)'>การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed Seykota(1)</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/01/image.png"><img style="margin: 5px; display: inline; border: 0px;" title="image" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/01/image_thumb.png" border="0" alt="image" width="155" height="155" align="left" /></a> <strong><span style="color: #0000ff;">การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร ตอนที่ 1</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;"> </span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;"> </span></strong></p>
<p>มักจะมีคำถามที่ว่า การควบคุมความเสี่ยง หรือการใช้ Money Management นั้นมีความสำคัญขนาดไหนในการลงทุน และมีหลายๆคนอยากรู้ว่าการใช้กับไม่ใช้นั้นให้ผลที่ต่างกันแค่ไหน วันนี้ผมนำบทความดีๆของ Ed Seykota และ Dave Druz มาฝากให้อ่านกันครับ คิดว่าน่าจะทำให้หลายๆคนหายข้องใจ และเริ่มสนใจในการใช้ Money Management อย่างจริงจังกันขึ้นมานะครับ</p>
<p><span id="more-1052"></span></p>
<p><span style="color: #ffffff;"><strong>วิธีการเล่นหุ้น Money management การควบคุมความเสี่ยง การบริหารเงินทุน</strong></span></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">นักเก็งกำไรมืออาชีพนั้น เป็นผู้ที่รู้ซึ้งถึงความสำคัญของการควบคุมความเสี่ยง(Risk Management)เป็นอย่างดี หากคุณเสี่ยงทีละน้อย คุณจะได้กำไรไม่มากเท่าไหร่ แต่หากคุณเสี่ยงมากเกินไป สุดท้ายคุณก็จะหมดตัวนั่นเอง ความเสี่ยงที่เหมาะสมนั้น แน่นอนว่ามันคือสิ่งที่อยู่ตรงกลางและพอดี โดยในบทความนี้ Ed Seykota และ Dave Druz ได้นำข้อมูลที่น่าสนใจต่างๆ เกี่ยวกับการประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทนในการลงทุน ซึ่งพวกเขาเคยได้ใช้ในการอบรมและสัมนาต่างๆทั่วประเทศอเมริกามานำเสนอให้ทราบกันครับ</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น Money management การควบคุมความเสี่ยง การบริหารเงินทุน</span></strong></p>
<p>การซื้อ-ขายหุ้นโดยมีการคำนวณถึงจุดตัดขาดทุนล่วงหน้านั้น สามารถเทียบได้กับลักษณะของการวางเดิมพันต่างๆ โดยการที่ยิ่งคุณเสี่ยงมากเท่าไหร่นั้น ก็จะมีผลทำให้เดิมพันของคุณ(จำนวนเงินที่วางลงไป)มากตามขึ้นไปด้วย การเดิมพันที่เน้นความปลอดภัยนั้น ก็จะให้ผลการเล่นที่ปลอดภัยและผลตอบแทนที่ไม่มากเท่าไหร่ แต่การเดิมพันที่บ้าระห่ำนั้น ก็จะนำไปซึ่งการหมดตัวในท้ายที่สุดนั่นเอง <strong><span style="color: #8000ff;">นักเก็งกำไรที่บ้าบิ่นนั้นมักจะเดิมพันเป็นเงินจำนวนมากและรู้สึกถึงความกดดัน ซึ่งในที่นี่เราจะเรียกว่า “ความร้อนระอุ(Heat)” ซึ่งเป็นผลมาจากความผันผวนของเงินทุนในบัญชีของเรานั่นเอง</span></strong></p>
<p>Portfolio ที่ร้อนระอุนั้นเป็นเพราะมันมีความเสี่ยงที่มากกว่าธรรมดา แต่ Portfolio Heat นั้นก็มักที่จะมีความเกี่ยวเนื่องมาจากบุคลิกนิสัยของนักเก็งกำไรคนนั้นๆเช่นกัน โดยนักเก็งกำไรที่บ้าบิ่นนั้น มักชอบและสามารถที่จะรับมือกับความร้อนระอุของ Portfolio ได้เป็นอย่างดี แต่ในทางตรงกันข้ามแล้ว นักเก็งกำไรที่ค่อนข้างมีความอนุรักษ์นิยม หรือเน้นความปลอดภัยส่วนใหญ่นั้น ก็มักที่จะพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่จะทำให้มันเกิดความร้อนระอุใน Portfolio ขึ้นมา</p>
<p>การบริหารเงินลงทุนใน Portfolio นั้น ก็คือการกระจายเงินเดิมพันไปตามสัดส่วน จากระดับความร้อน(Heat)สูงสุดที่ยอมรับได้ของ Portfolio นั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น Portfolio ที่มีการกระจายความเสี่ยงไปตามหน่วยลงทุนต่างๆส่วนละ 2% เป็นจำนวน 5 ส่วนนั้น จะมีความร้อนระอุ หรือ Heat อยู่ที่ 10% นั่นเอง ซึ่งมันก็จะมี Heat ที่เทียบเท่าได้กับ Portfolio ซึ่งกระจายความเสี่ยงไปยังหน่วยลงทุน 2 ส่วน โดยมีความเสี่ยงส่วนละ 5% เช่นกัน</p>
<p><strong><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น Money management การควบคุมความเสี่ยง การบริหารเงินทุน</span></strong></p>
<p><strong>ผลการศึกษาเกี่ยวกับระดับความร้อนระอุหรือ Heat นั้น ได้ทำให้เราพบว่า</strong></p>
<p>1) ระบบการลงทุนต่างๆนั้น จะมีระดับของ Heat ที่เหมาะสมของตัวมันเอง</p>
<p>2) การควบคุมความร้อนระอุหรือ Heat นั้น มีความสำคัญกว่าการพยายามปรับปรุงสัญญาณการซื้อ-ขายเป็นอย่างมาก</p>
<p>3) นักเก็งกำไรหลายๆคนนั้น มักที่จะมองข้ามความสำคัญของตัวแปรทั้งสองข้อข้างบนไป</p>
<p><strong><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น Money management การควบคุมความเสี่ยง การบริหารเงินทุน</span></strong></p>
<p><strong>การสุ่มโยนเหรียญ</strong></p>
<p>วิธีหนึ่งในการที่จะช่วยในการทำความเข้าใจถึงเรื่องของ Portfolio Heat ก็คือ การจินตนาการถึงลำดับของการออกหัว-ก้อยในการโยนเหรียญ โดยการที่เมื่อเหรียญออกหัวคุณจะได้ 2 และเมื่อเหรียญออกก้อยคุณจะเสีย 1 นั้น ถือเป็นการเปรียบเทียบได้กับระบบการลงทุนที่ดีระบบหนึ่ง คำถามก็คือ ระดับความเสี่ยงคงที่ของเงินทุน หรือที่เรียกว่า Fixed Fraction ที่เหมาะสมในการเดิมพันกับการสุ่มโยนเหรียญหัว-ก้อยนี้คือเท่าไหร่? { Fixed Fraction คือการกำหนดระดับความเสี่ยงของเงินทุนเป็น % ร้อยละ ให้เท่ากันในทุกๆเทรดครับ}</p>
<p>ความจริงแล้วปริศนาข้อนี้ได้ถูกเปิดเผยมาแล้วหลายๆครั้งในการอบรมและสัมมนาต่างๆหลายๆที่ โดยที่มันมักที่จะถูกอธิบายออกมาในลักษณะที่ยากและซับซ้อนจนน่าตกใจ อย่างไรก็ตาม สิ่งต่างๆที่มักจะสามารถสังเกตเห็นได้โดยง่าย จากการพยายามหาคำตอบของคำถามข้อนี้ก็คือ</p>
<p>1) ในระยะยาวแล้ว การออกหัวและการออกก้อยนั้นจะมีสัดส่วนๆเท่าๆกัน</p>
<p>2) ลำดับขั้นของการออกหัว-ก้อยนั้น ไม่มีผลทำให้จำนวนเงินที่เหลืออยู่ตอนสุดท้ายต่างกัน</p>
<p>3) ผลของการการออกหัว-ก้อย เป็นจำนวน N รอบนั้น มีค่าเทียบเท่ากับผลของการออกหัว-ก้อยหนึ่งรอบคุณด้วยจำนวน N {พูดง่ายๆว่า ไม่ว่าเราจะโยนสัก 100 รอบ หรือ 200 รอบนั้น ความน่าจะเป็นหรือ Probability ของมันก็จะมีค่าเท่าเดิมครับ}</p>
<p>ดังนั้น เราจึงสามารถที่จะตอบคำถามได้โดยง่าย จากการสร้างตารางผลสรุป จากการผลของการออกหัว-ก้อยเพียงรอบเดียวเท่านั้น</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/01/clip_image002.jpg"><img style="margin: 20px auto; display: block; float: none; border-width: 0px;" title="clip_image002" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/01/clip_image002_thumb.jpg" border="0" alt="clip_image002" width="539" height="380" /></a></p>
<p><strong>ในรูปที่ 1</strong> นั้น แสดงให้เห็นผลของการทดสอบความร้อนระอุหรือ Heat ของ Portfolio ในระดับต่างๆ และมันแสดงให้เราเห็นว่าระดับความเสี่ยงหรือเดิมพันที่เหมาะสมนั้นอยู่ที่ 25% โดย ณ ระดับนี้นั้นการสุ่มโยนเหรียญ 1 รอบจะทำให้เกิดกำไร 12.5% ขึ้นมา ซึ่งเป็นผลจากการได้กำไร(ออกหัว)ครั้งแรกที่ 50% และขาดทุน(ออกก้อย)ในครั้งที่สองที่ 25% นั่นเอง <strong><span style="color: #ff8000;">โดยผลของการทดสอบระดับความร้อนระอุหรือ Heat Test โดยทั่วไปนั้นแสดงให้เห็นว่า ระดับของ Heat ที่ต่ำนั้น จะทำให้ผลการเติบโตของเงินทุน จะวิ่งขึ้นเป็นสัดส่วนโดยตรง(Linearly)ตามขนาดของเดิมพันที่เพิ่มขึ้น แต่หากระดับของ Heat นั้นมากเกินไป จะเป็นผลทำให้เงินทุนนั้นลดลง เนื่องจากการขาดทุนแต่ละครั้งนั้นส่งผลที่มากเกินไปนั่นเอง</span></strong> โดยในการที่จะนำระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมไปใช้ในการเก็งกำไรจริงๆนั้น นักเก็งกำไรอาจเลือกที่จะเดิมพันน้อยลงกว่าระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมหรือ Optimal Test ลงมา ยกตัวอย่างเช่น ลดลงมาเป็น 15% หรือ 20% แทน โดยการลดระดับความเสี่ยงลงมาก็เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงความเครียดจากระดับการลดลงของเงินทุนหรือ Drawdown ที่มากเกินรับไหวนั่นเอง</p>
<p>การทำการทดสอบ Heat Test นั้น สามารถที่จะแสดงให้เราเห็นระดับของกำไรที่จะเกิดขึ้น และระดับความผันผวนตามความเสี่ยงในระดับที่ต่างๆกัน โดย Heat Test ยังสามารถที่จะช่วยให้นักเก็งกำไรสามารถที่จะอธิบายกับผู้ลงทุนของเขา เกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น และช่วยในการวางแผนระดับของเงินทุนในการเดิมพันก่อนที่จะเริ่มทำการซื้อ-ขาย มิเช่นนั้นแล้ว ผู้ลงทุนของเขาอาจจะรู้สึกไม่พอใจกับผลการลงทุนที่ให้กำไรน้อยเกินไปหรือมีความผันผวนที่มากเกินไปจากที่ได้คาดหวังเอาไว้นั่นเอง</p>
<p><strong><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น Money management การควบคุมความเสี่ยง การบริหารเงินทุน</span></strong></p>
<p>วันนี้จบตอนแรกครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาต่อกันในตอนที่ 2 ค่อยๆอ่าน ค่อยๆทำความเข้าใจไปนะครับ ผมคิดว่าบทความนี้อธิบายได้ชัดเจนและไม่ยากเกินไป ขอให้มีกำไรจากการลงทุนกันทุกคน แล้วพรุ่งนี้เจอกันใหม่ที่ <a title="หนังสือหุ้นน่าอ่าน วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค" href="http://mangmaoclub.com" target="_blank"><strong><span style="color: #0080ff;">แมงเม่าคลับ.คอม</span></strong></a> ครับ</p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/optimal-risk-2/' rel='bookmark' title='การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร : Determining Optimal Risk (2)'>การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร : Determining Optimal Risk (2)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/risk-management-ed-seykota-2/' rel='bookmark' title='การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed seykota(2)'>การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed seykota(2)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/risk-management-ed-seykota/' rel='bookmark' title='การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed Seykota(1)'>การจัดการความเสี่ยง : Risk Management by Ed Seykota(1)</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/optimal-risk-1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>17</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า : The Turtle Traders (11)</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/turtle-trader-11/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/turtle-trader-11/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 24 Jan 2010 01:23:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
				<category><![CDATA[หลักการบริหารเงินทุน Money Management]]></category>
		<category><![CDATA[turtle trader]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารเงินทุน]]></category>
		<category><![CDATA[จิตวิทยาการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=1037</guid>
		<description><![CDATA[บทส่งท้ายแนวทางการเล่นหุ้นแบบ The Turtle Traders ในที่สุดก็ถึงตอนสุดท้ายของ “เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า The Turtle Traders” เสียแล้ว ในตอนนี้เป็นบทส่งท้ายสำหรับแนวทาง ในการที่จะแสวงหาความรู้และวิธีการเรียนรู้เพิ่มเติมด้วยตนเอง สำหรับนักเก็งกำไรทุกๆคนครับ แนวทางในการที่จะเรียนรู้เพิ่มเติม นักเขียนเรื่องตลกชื่อดังอย่าง Berry Le Platner ได้เคยกล่าวเอาไว้ว่า “การตัดสินใจที่ดีนั้น มาจากประสบการณ์ที่ถูกสะสมเอาไว้ และประสบการณ์ที่ดีนั้น ก็มักเกิดมาจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดไปนั่นเอง” หากคุณต้องการที่จะเป็นนักเก็งกำไร คุณต้องเก็งกำไร มันไม่มีวิธีอื่นนอกจากนี้ และคุณจะต้องเจอกับความผิดพลาดสักครั้งอย่างแน่นอน ความผิดพลาดนั้น คือส่วนหนึ่งของการเก็งกำไร หากคุณไม่กล้าที่จะเริ่มต้นเก็งกำไรด้วยเงินของคุณจริงๆ(เงินทุนที่มากพอที่จะมีผลกระทบต่อคุณ เมื่อคุณได้กำไรหรือขาดทุน) คุณก็จะยังไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยเกี่ยวกับการเก็งกำไร การทดลองเก็งกำไรในเกมจำลองหรือในกระดาษนั้น(Paper Trading) ไม่สามารถที่จะเทียบเคียงได้กับการเก็งกำไรด้วยเงินจริงๆ โดยหากคุณไม่กล้าที่จะเก็งกำไรด้วยเงินจริงๆล่ะก็ คุณจะไม่ได้เรียนรู้ว่า “ความหวัง”, “ความกลัว”, “ความโลภ” นั้น จะมีผลอย่างไรกับตัวของคุณเอง ในขณะเดียวกันนั้น มันก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ที่คุณควรที่จะต้องเรียนรู้วิธีการ และพื้นฐานในการเก็งกำไรให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง ซึ่งด้วยความเข้าใจนี้เอง มันจะทำให้คุณทำในสิ่งที่ผิดพลาดน้อยลงไป และคุณก็ยังจะเรียนรู้การเก็งกำไรได้อย่างรวดเร็วขึ้น จากความผิดพลาดที่คุณได้ทำลงไปนั่นเอง และนี่คือคำแนะนำบางอย่าง สำหรับสิ่งที่คุณควรศึกษาและเรียนรู้เพิ่มเติม จิตวิทยาการลงทุน (Trading [...]
Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/turtle-trader-10/' rel='bookmark' title='เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า : The Turtle Traders (10)'>เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า : The Turtle Traders (10)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/turtle-trader-9/' rel='bookmark' title='เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า : The Turtle Traders (9)'>เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า : The Turtle Traders (9)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/turtle-trader-8/' rel='bookmark' title='เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบ &#8220;เซียนเต่า&#8221; The Turtle Traders !! (ตอนที่ 8)'>เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบ &#8220;เซียนเต่า&#8221; The Turtle Traders !! (ตอนที่ 8)</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #0000ff;"><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/01/turtle02.jpg"><img style="margin: 5px; display: inline; border-width: 0px;" title="หุ้น turtle-02" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/01/turtle02_thumb.jpg" border="0" alt="หุ้น turtle-02" width="127" height="127" align="left" /></a> บทส่งท้ายแนวทางการเล่นหุ้นแบบ The Turtle Traders</span></strong></p>
<p>ในที่สุดก็ถึงตอนสุดท้ายของ “เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า The Turtle Traders” เสียแล้ว ในตอนนี้เป็นบทส่งท้ายสำหรับแนวทาง ในการที่จะแสวงหาความรู้และวิธีการเรียนรู้เพิ่มเติมด้วยตนเอง สำหรับนักเก็งกำไรทุกๆคนครับ</p>
<p><span id="more-1037"></span></p>
<p><strong> </strong></p>
<p style="text-align: justify;">
<p><strong>แนวทางในการที่จะเรียนรู้เพิ่มเติม</strong></p>
<p>นักเขียนเรื่องตลกชื่อดังอย่าง Berry Le Platner ได้เคยกล่าวเอาไว้ว่า <strong><span style="color: #8000ff;">“การตัดสินใจที่ดีนั้น มาจากประสบการณ์ที่ถูกสะสมเอาไว้ และประสบการณ์ที่ดีนั้น ก็มักเกิดมาจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดไปนั่นเอง”</span></strong></p>
<p>หากคุณต้องการที่จะเป็นนักเก็งกำไร คุณต้องเก็งกำไร มันไม่มีวิธีอื่นนอกจากนี้ และคุณจะต้องเจอกับความผิดพลาดสักครั้งอย่างแน่นอน</p>
<p>ความผิดพลาดนั้น คือส่วนหนึ่งของการเก็งกำไร หากคุณไม่กล้าที่จะเริ่มต้นเก็งกำไรด้วยเงินของคุณจริงๆ(เงินทุนที่มากพอที่จะมีผลกระทบต่อคุณ เมื่อคุณได้กำไรหรือขาดทุน) คุณก็จะยังไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยเกี่ยวกับการเก็งกำไร</p>
<p>การทดลองเก็งกำไรในเกมจำลองหรือในกระดาษนั้น(Paper Trading) ไม่สามารถที่จะเทียบเคียงได้กับการเก็งกำไรด้วยเงินจริงๆ โดยหากคุณไม่กล้าที่จะเก็งกำไรด้วยเงินจริงๆล่ะก็ คุณจะไม่ได้เรียนรู้ว่า “ความหวัง”, “ความกลัว”, “ความโลภ” นั้น จะมีผลอย่างไรกับตัวของคุณเอง</p>
<p>ในขณะเดียวกันนั้น มันก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ที่คุณควรที่จะต้องเรียนรู้วิธีการ และพื้นฐานในการเก็งกำไรให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง ซึ่งด้วยความเข้าใจนี้เอง มันจะทำให้คุณทำในสิ่งที่ผิดพลาดน้อยลงไป และคุณก็ยังจะเรียนรู้การเก็งกำไรได้อย่างรวดเร็วขึ้น จากความผิดพลาดที่คุณได้ทำลงไปนั่นเอง</p>
<p>และนี่คือคำแนะนำบางอย่าง สำหรับสิ่งที่คุณควรศึกษาและเรียนรู้เพิ่มเติม</p>
<p style="text-align: justify;">
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>จิตวิทยาการลงทุน (Trading Psychology)</strong></p>
<p>“จิตวิทยาการลงทุน” คือองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการเก็งกำไร <strong><span style="color: #ff8000;">การเข้าใจในตัวตนของคุณเองนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการเก็งกำไร ซึ่งหนทางสู่การรู้จักกับตัวตนของคุณเองนั้น ก็คือการทำจิตให้บริสุทธิ์และรู้จักเปิดใจให้กว้าง เพื่อที่จะทำความเข้าใจในจิตใจและตัวตนที่แท้จริงของคุณเอง</span></strong> มากกว่าการที่คุณจะพยายามหาหนังสือจิตวิทยาในจิตนาการ ซึ่งสามารถที่จะมีคำตอบให้กับทุกคำถามของคุณได้</p>
<p style="text-align: justify;">
<p><strong>การบริหารเงินทุน (Money Management)</strong></p>
<p style="text-align: justify;">
<p>Money Management หรือการบริหารเงินทุนนั้น คือองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในระบบการลงทุนทุกรูปแบบ <strong><span style="color: #8000ff;">การควบคุมความเสี่ยงเพื่อที่จะทำให้คุณ สามารถที่จะมีเงินทุนในการเก็งกำไรต่อไปภายในช่วงเวลาที่ยากลำบาก และอยู่รอดจนกว่าที่ระบบการลงทุนของคุณจะเริ่มกลับมาทำกำไรให้คุณได้อีกครั้ง คือสิ่งที่สำคัญที่สุด</span></strong> อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างสัญญาณซื้อ, สัญญาณขาย, และการบริหารเงินทุน(Money Management)นั้น ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้โดยความบังเอิญ การเรียนรู้และทำการทดสอบให้ถึงแก่น หรือหัวใจของหลักการบริหารเงินทุน(Money Management)นั้น จะให้ผลตอบแทนอย่างคุ้มค่ากลับมาหาคุณอย่างแน่นอน<strong> </strong></p>
<p><strong>การทดสอบและวิจัยระบบการลงทุน (Trading Research)<br />
</strong></p>
<p><strong><span style="color: #ff8000;">ในการพัฒนาระบบการลงทุนขึ้นมานั้น ไม่มีอะไรที่จะสำคัญกว่าการทำการทดสอบและวิจัยทางสถิติ จากข้อมูลซื้อ-ขายย้อนหลังในอดีต</span></strong> นั่นหมายความว่า คุณจะต้องเรียนรู้จักการเขียนโปรแกรม เพื่อที่จะทำการจำลองและทดสอบระบบการลงทุนของคุณออกมา</p>
<p>มีข้อมูลดีๆอยู่มากมายเกี่ยวกับเรื่องของการทำ Curve-Fitting, Over-Optimization, และหลักสถิติเพื่อการเก็งกำไร(Trading Statistic) หรือการทดสอบระบบการลงทุนของคุณในเวบไซท์ต่างๆทั่วโลก รวมไปถึงหนังสืออีกหลายๆเล่ม แต่ข้อมูลต่างๆเหล่านี้อาจเป็นการยากในการที่จะเสาะหาสักหน่อยในขณะที่ตลาดยังคงเป็นขาขึ้นอย่างบ้าคลั่ง และจงอย่าเชื่ออะไรง่ายๆ แต่ขณะเดียวกันก็จงเปิดใจให้กว้าง แล้วการทดสอบและวิจัยของคุณจะให้ผลตอบแทนกลับมา</p>
<p style="text-align: justify;">
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>คำเตือนสุดท้าย</strong></p>
<p>มีคนอยู่มากมายที่พยายามจะขายคำแนะนำการลงทุน จากความน่าเชื่อถือในตัวของพวกเขา ว่าเขานั้นคือ “ผู้เชี่ยวชาญการลงทุน” แต่คุณนั้นไม่ควรที่จะปักใจเชื่อคำแนะนำของเหล่าผู้ที่อ้างตัวว่าเป็น “ผู้เชี่ยวชาญการลงทุน” อย่างงมงาย คำแนะนำที่ดีที่สุดนั้น มักจะมาจากผู้ที่ไม่ต้องการที่จะขายมัน และผู้ที่สามารถทำกำไรได้จากการเก็งกำไรของเขาจริงๆ ในขณะนี้ มีหนังสืออยู่มากมายซึ่งจะช่วยเปิดเผยให้คุณได้เข้าใจถึงแนวคิด และพฤติกรรมของเหล่านักเก็งกำไรที่ประสบความสำเร็จและเคยประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี</p>
<p>การเรียนรู้ที่จะเป็นนักเก็งกำไรที่ดี หรือแม้กระทั่งการเป็นนักเก็งกำไรชั้นยอดนั้น เป็นสิ่งที่เป็นไปได้จริง แต่นั่นหมายถึงการรู้จักเป็นคนช่างสังเกตช่างสงสัย และอาศัยการทำงานค้นคว้าอย่างหนักและยาวนาน หนทางสำหรับผู้ที่เลือกที่จะเดินอยู่บนถนนสายเก็งกำไรนั้น ไม่มีที่สิ้นสุด</p>
<p><strong><span style="color: #0080ff;">นักเก็งกำไรที่ประสบความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่องนั้น จะไม่มีวันไปได้ถึงจุดหมายปลายทาง เพราะพวกเขานั้นได้พบกับความสุขที่ซ่อนอยู่ในการเดินทาง บนถนนสายเก็งกำไรแล้วนั่นเอง</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #0080ff;"><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/01/Turtletraderoriginalrule.jpg"><img class="aligncenter" style="margin: 10px 0px; display: inline; border-width: 0px;" title="หุ้น Turtle trader original rule" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/01/Turtletraderoriginalrule_thumb.jpg" border="0" alt="หุ้น Turtle trader original rule" width="269" height="102" /></a> </span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #8000ff;"> </span></strong></p>
<p>แล้วพบกับบทความต่อเนื่องดีๆชิ้นใหม่ในเร็วๆนี้ที่ <a title="หนังสือหุ้นน่าอ่าน วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค" href="http://mangmaoclub.com" target="_blank"><strong><span style="color: #ff0000;">แมงเม่าคลับ.คอม</span></strong></a> แห่งนี้ และขอให้มีความสุขกับการเดินทางบนถนนสายนี้ไปด้วยกันนานๆนะครับ ขอบคุณที่ติดตามจนจบครับ</p>
<p>Related posts:<ol>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/turtle-trader-10/' rel='bookmark' title='เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า : The Turtle Traders (10)'>เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า : The Turtle Traders (10)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/turtle-trader-9/' rel='bookmark' title='เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า : The Turtle Traders (9)'>เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า : The Turtle Traders (9)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/turtle-trader-8/' rel='bookmark' title='เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบ &#8220;เซียนเต่า&#8221; The Turtle Traders !! (ตอนที่ 8)'>เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบ &#8220;เซียนเต่า&#8221; The Turtle Traders !! (ตอนที่ 8)</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/turtle-trader-11/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>12</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

