ความสามารถในการเลือกซื้อหุ้น กับสภาวะของตลาดหุ้นความสามารถในการเลือกซื้อหุ้น กับสภาวะของตลาดหุ้น

ในช่วงที่ตลาดหุ้นเป็นขาลงอย่างนี้ ผมพบว่ามีนักเล่นหุ้นจำนวนไม่น้อยที่ยังพยายามเค้นเอากำไรออกมาจากตลาดให้ได้อยู่ในทุกๆวัน ไม่ต่างกับการพยายามเก็บเหรียญในดงระเบิด โอกาสได้กำไรก็ช่างน้อยนิด แถมกำไรที่ได้ก็ใช่ว่าจะใหญ่โตอะไร และอาจไม่คุ้มค่ากับการที่ต้องเสียเวลาและสุขภาพจิต ในการนั่งเฝ้าจอหุ้นหรือนั่งอยู่กับข่าวร้ายทุกๆวันด้วย จึงอยากจะขอนำบทความตัดตอนสั้นๆจากบล็อกของคุณ Olivier Tischendorf มาแปะไว้ให้อ่านกันสักนิดหนึ่งครับ

ในขณะที่ทุกๆวันนี้ อาจจะมีหลายๆคนที่เชื่อว่าพวกเขาคือนักวิเคราะห์หุ้นมือฉมัง อย่างไรก็ตาม ความจริงที่เกิดขึ้นก็คือ มันยากมากในการที่ผลตอบแทนของคุณนั้น จะไม่มีความสำพันธ์เกี่ยวเนื่องกับสภาวะของตลาดหุ้น หรือพูดง่ายๆก็คือ ต่อให้คุณเป็นนักวิเคราะห์หุ้นที่เก่งกาจสักแค่ไหน หากว่าตลาดหุ้นยังคงเป็นขาลงอยู่ มันก็มีแนวโน้มที่จะทำลายสัญญาณซื้อที่ดีที่สุดไป ไม่เว้นแม้แต่ในหุ้นตัวที่มีพื้นฐานยอดเยี่ยมอย่างไรก็ตาม

นี่เป็นแนวคิดที่ผมได้เน้นย้ำมาตลอดเวลา นั่นก็คือ เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าแม้แต่หุ้นที่แข็งแกร่งที่สุดนั้น ก็ยังจำเป็นต้องพึ่งพาสภาวะของตลาดขาขึ้น หรืออย่างน้อยที่สุดก็คือตลาดแบบไซด์เวย์ ในการที่จะสร้างผลตอบแทนอย่างมหาศาลขึ้นมา ปัญหานี้เกิดจากการที่เมื่อตลาดโดยรวมเป็นขาลงอย่างรุนแรงนั้น พวกมันก็มักที่จะลากเอาหุ้นที่ดีที่สุดลงไปกับพวกมันด้วย และไม่ว่ามันจะให้ค่าความแข็งแกร่งสัมพันธ์ (Relative Price Strength) ที่ดีแค่ไหน ส่วนใหญ่มันก็มักจะหล่นลงไปตามตลาด เพียงแต่จะตกมากหรือน้อยก็เท่านั้น

พูดสั้นๆก็คือ หุ้นที่เป็น Super Performance ส่วนใหญ่นั้น จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อหุ้นโดยรวมในกลุ่มอุตสาหกรรมของพวกมันวิ่งขึ้นไปด้วยกัน และเมื่อสภาวะตลาดหุ้นโดยรวมนั้นเป็นใจนั่นเอง

ลิงเลือกหุ้น ถึงแม้เราจะพยายามคาดการณ์ในสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ว่า เป็นเพียงแค่การพักฐานธรรมดาหรือมันจะเป็นแค่เพียงการค่อยๆไหลออกข้างไป หรือแม้แต่ว่านี่พึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของขาลงอย่างยาวนาน ปัญหาก็คือ มันไม่มีทางทีเราจะรู้ได้จริงๆล่วงหน้าอย่างแน่นอนเลย เราจะรู้ว่ามันจะเป็นอย่างไรก็ต่อเมื่อเหตุการณ์ต่างๆได้ผ่านไปแล้วเท่านั้น ดังนั้น เมื่อเราไม่สามารถที่จะหยั่งรู้ถึงอนาคตได้อย่างแน่นอนว่าอะไรจะเกิดขึ้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเราต้องรู้จักบริหารความเสี่ยงให้เป็นนั่นเอง อย่างที่เคยมีคำกล่าวเอาไว้ว่า

“นักลงทุนมืออาชีพบริหารความเสี่ยง ส่วนมือสมัครเล่นมองเห็นเพียงผลกำไร” Alan Farley (เทรดเดอร์และผู้เขียนหนังสือ The Master Swing Trader ที่โด่งดัง)

กุญแจสำคัญของการเก็งกำไรหรือการลงทุนให้ประสบความสำเร็จนั้น แท้จริงแล้วจึงอยู่ที่การ “ควบคุมและบริหารความเสี่ยง” ให้เหมาะสมอยู่ตลอดเวลา ซึ่งตรงข้ามกับความคิดในการที่จะวิ่งไล่ล่าตามหาแต่เพียงผลกำไรอย่างเดียว จงอย่าลืมว่าโอกาสนั้นมีอยู่เสมอในตลาดหุ้นหากเรายังไม่หมดตัวไปเสียก่อนนั่นเอง

แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management

  • Neogt86

    ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆ ครับ

    แต่ผมสงสัยนิดนึงครับว่า ถ้าเกิดตลาดหุ้นโดยรวมเป็น sideway แล้ว หุ้นที่มี relative strength ที่สูงกว่าตลาดมากๆ ก็จะเป็น sideway ตามไปด้วยหรือป่าวครับ หรือบางตัวจะวิ่งขึ้นเป็นขาขึ้นได้ครับ

    • Mod

      Relative Strength มันบอกเพียงเปรียบเทียบอัตราการเปลี่ยนแปลง (ผลตอบแทนจากราคาหุ้น) ของหุ้นกับตลาดเท่านั้น แต่ไม่ได้บอกแนวโน้มอย่างละเอียดครับ เราต้อง Check อีกทีหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่แล้วมันมักจะทรงตัวได้ไม่หลุดเทรน ส่วนจะวิ่งต่อหรือไม่ ไม่แน่นอนทุกเคส แต่โดยส่วนใหญ่และใน long run แล้วโอกาศวิ่งขึ้นต่อก็มีสูง และอัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาจะมากกว่าตลาด จากแนวโน้มของมันที่ดำเนินมาก่อนหน้าครับ

      ลองดูจากในภาพก็ได้ครับ หุ้น STA กับ Set (เส้นดำ และค่าเฉลี่ย MA 50 วันสีแดง)

      http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2011/02/หุ้น-STA.png

      • Neogt86

        ขอบคุณมากครับ :D

  • แสนยานุภาพ

    ขอบคุณ แมงเม่าคลับ.คอม มากครับ

    นำความรู้ดีๆ มาแบ่งปันเสมอเลย

    “นักลงทุนมืออาชีพบริหารความเสี่ยง ส่วนมือสมัครเล่นมองเห็นเพียงผลกำไร” Alan Farley

    Like :)

    • Mod

      ยินดีครับ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะครับ :)

    • tsunami2p

      กด Like ให้ข้อความด้านบน
      และขอกด Like ให้กับ คุณ mod ที่ได้นำบทความดีๆมาฝากด้วยครับ

  • Phinx

    ขอบคุณครับ
    ถามนิดนึงครับ โดยปกติ คุณมดใช้อะไรเป็นตัวประมาณ Trend ครับ

    • Mod

      ผมดูด้วย Price Channel ครับ เหตุผลก็เพราะผมถนัดตัวนี้ และคิดว่าตัวเองใช้มันได้คุ้มค่าที่สุดแล้ว อีกอย่างก็เพราะสามารถใช้มันเป็นทั้งตัวกรองและตัวให้จังหวะได้เลยในตัว ไม่ต้องใช้ indy เยอะ รู้สึกว่าหน้าจอสะอาดดีไม่มั่วครับ :)

  • Phinx

    ดู Price Channel ใช้โดยลาก Trend line หรือเปล่า หรือดูจาก Peak and Through ครับ
    ช่วง Sideway จะพอมองเห็นหรือเปล่าครับ

    • Mod

      ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์นะครับ ว่าจะใช้ Trend line ลากหรือปล่าว หากเราต้องการ hold ไว้เพียงแค่ตอนที่หุ้นเป็นแนวโ้น้มขาขึ้น-ขาลงก็ใช้ แต่ส่วนตัวผมไม่ใช้ เพราะผมยังต้องการ Hold ช่วง Sideway ไว้ด้วย เพื่อจะ let profit run ให้ยาวที่สุด และพยายามเทรดโดยไม่จำเป็นให้น้อยที่สุดครับ ดังนั้นมองแค่ peak n through เท่านั้น

      ส่วน sideway จะมองเห็นไหม ก็คิดว่าไม่มีปัญหา เพราะโดยปกติ ราคาหุ้นถ้ามีแนวโน้มชัดเจนจะไม่ตัด median line ของ channel ขึ้น-ลงครับ จะเกาะขอบด้านหนึ่งด้านใดไป ถ้าเริ่มทรงตัวไม่อยู่ก็จะเริ่มเข้าไซดเวย์ (เวลา cross เมื่อไหร่ ผมจะค่อนข้างชัวรว่าต้องรออีกสักเกือบเดือนหรือมากกว่านั้น ในการที่มันจะบอกทิศทางที่แน่นอนอีกที แต่ถ้าเกิดในกรณีที่มันหักแนวโน้มกลับรวดเร็ว ก็มีกรอบล่างกับกรอบบนคอยเป็นจุดตัดสินใจไว้แล้วเช่นกัน) ซึ่งช่วงนี้จะเกิดขึ้นค่อนข้างพอดิบพอดีกับการที่ Indicator ที่ชี้เทรนเช่น ADX จะเริ่มบอกเช่นกันครับ

      สิ่งที่ผมสังเกตุได้อีกประการก็คือ Channel ยังสามารถช่วยวัด Volatility จากกรอบของมันที่ขยายออกขยายเข้าในแต่ละช่วงภายในตัวมันได้เองอีกด้วย จะเห็นว่าผมใช้มันค่อนข้างคุ้มพอสมควร เลยไม่ได้ใช้อย่างอื่นเท่าไหร่อีก

  • Phinx

    ขอบคุณครับ
    ผมเองใช้ Peak n Through เป็นหลักในการ Trade อยู่เหมือนกันครับ หลังจากลองวิธีอื่นเป็นระยะเวลาอันยาวนาน :)

    ถามต่ออีกหน่อยครับ โดยปกติเราจะซื้อเมื่อผ่าน Band บน แล้วขายเมื่อผ่าน Band ล่าง ซื่งเมื่อเกิด Sideway จะเกิด Fault บ่อยมาก ( สำหรับตัวผม ถือว่าเป็นเรื่องปกติ) สำหรับ Peak n Through ที่คุณมดใช้ก็เป็นแบบนี้ไหมครับ หรืออย่างเช่นใน graph STA เราจะเข้าและออกตอนไหนได้บ้างครับ

    • mod

      เช่นกันครับผม หลังจากเคยลองผิดลองถูก ก็มาลงตัวกับของดั้งเดิมแบบนี้แหละครับ 55 วนไปวนมาจนกลับมาที่เดิม :D

      ส่วนตัวผมใช้ peak n through ธรรมดา เพียงแต่อาจจะบิดมันนิดหน่อย ผมใช้กรอบในการเข้าซื้อยาวมากๆ คือเล่นแต่เฉพาะเวลามันผ่านหรืออยู่ในแนวโน้มใหญ่เป็นตัว Initiate position สัญญาณจะไม่เฟ้อ เช่น 260 วัน (52 weeks) หรือ all time high ในหุ้นที่พึ่งเข้าตลาดมาไม่นานไปเลยครับ แต่ Trailing Stop ก็ยังใช้ระยะสั้น-กลางอยู่ ส่วนสัญญาณ add position เพิ่มก็ใช้กรอบระยะกลางธรรมดาคล้ายกับ Turtle เนี่ยแหละครับ

      เช่น สำหรับระบบที่ว่ามา STA เนี่ยเข้าเปิด Position เป็นครั้งแรกได้ตั้งแต่จุดหลักๆคือ 1 year high around 3.5, 5 year high around 6.x และ ตอน all time high ที่ราวๆ 13.x ครับ ส่วนถ้าเข้าไปแล้วก็ add ได้ตามกรอบ peak n through ระยะกลางครับ

      • Phinx

        ขอบคุณครับ
        ผมเองเคยลองจะใช้ แบบ 1 year high อยู่เหมือนกันครับ แต่ติดที่ว่าเมื่อหุ้นเป็น Uptrend ทั้งตลาด เวลาเราใช้ Criteria นี้ เราจะเจอหุ้นเป็นจำนวนมากในเวลาใกล้ๆ กัน :) :) คุณมดเจอแบบนี้บ้างหรือเปล่าครับ เราจะมีวิธีจัดการได้อย่างไรบ้างครับ

        • mod

          เจอครับ ปัญหาโลกแตกอยู่แล้ว 55 ยิ่งหากว่าเป็นเพียง Set up ไม่ใช่ signal จะยิ่งเยอะ ส่วนตัวผมจะทำเป็นระบบ ranking ให้คะแนนเอาครับ เพื่อกัน Bias เราเลยจับให้เป็นตัวเลขซะ แต่จะให้คะแนนอย่างไรต้องขึ้นอยู่กับคุณ Phinx แล้วล่ะครับ
          เช่น
          1. ใช้ relative strength คัดเอาตัวที่แข็งกว่าครับ จะเอาวิธีการวัดแบบไหน เอาคาบเวลาไหนก็ขึ้นอยู่กับเรา
          2. ใช้ระยะของการ consolidate ปรับฐานของหุ้นเป็นตัวแปร
          3. ใช้ ADX level เป็นตัวแปร
          หรือจะอะไรก็คงขึ้นอยู่กับเราแล้ว ถ้าสมมุติว่าเรามี Set up เพียงตัวเดียวก็ compare กันไปเลย แต่ถ้ามีหลายตัวก็อาจทำเป็นคะแนน เช่นถ้า A ถึงระดับ X ให้ 1, 2 หรือ 3 เสร็จแล้วนำมาบวกแล้วจัด rank ครับ

          วิธีการนี้ยากตรงวางแผนหรือตั้งสมมุติฐานเราหน่อย ต้องคิดเยอะตอนวางแผน แต่พอเสร้จแล้วจะใช้สมองน้อยขึ้นเยอะ ข้อเสียของมันคือ บางทีเราอาจพลาดบาง pattern ที่เราต้องการไปเพียงเพราะคะแนนมันออกมาน้อยกว่าตัวอื่นก็ได้ครับ :)

          ปล. ผมเล่นตาม rank แบบนี้ มองการเทรดเป็น Series หรือ Basket ไม่มอง individual trade นะครับ

          • mod

            ว่าแต่ แล้วคุณ Phinx จัดการกับปัญหานี้อย่างไรบ้างล่ะครับ เล่าให้ฟังแลกเปลี่ยนกันบ้างได้ไหมครับ เผื่อผมจะได้ขอจิ้กวิชาหรือแนวคิดไปปรับปรุงบ้างเช่นกันครับ :) ขอบคุณนะครับ

          • Phinx

            555 ผมก็ใช้วิธีคล้ายๆกับคุณมดครับ อิอิ…
            เมื่อเจอหุ้นเยอะ ก็ต้องหาทางลดจำนวนลง โดยเพิ่ม Criteria เติมเข้าไปเยอะหน่อย แต่ไม่ได้จัดเป็น Rank ครับ เมื่อเติมไปแล้ว ก็ใช้ Program Scan หา เจอเท่าไหร่ ก็ปิดหูหรี่ตารับหมด เอิ๊ก :)

            เช่นกันครับ ผมมองการ Trade เป็น Basket ครับ ไม่ได้สนใจ Result ของแต่ละตัว ซึ่งสำหรับผมจะช่วยในเรื่องจัดการ Risk ได้ดีกว่า

            ขอบคุณครับ

            Ps. คุณมดมีบางช่วงเบื่อจากการลงทุนบ้างไหมครับ มีวิธีแนะนำไหมครับ อิอิ :)

          • Mod

            ผมยังไม่เคยเบื่อนะครับ เพราะจริงๆผมก็ไม่ได้ไปจ้องมันทุกวันทุกนาทีเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ก็หาอะไรอย่างอื่นทำด้วย ผมทำอะไรวนๆไปเรื่อยๆเลยช่วยได้มั้งครับ 55 แล้วคุณ phinx เบื่อแล้วหรือครับ? อิอิ

      • kinikuman

        พี่มด ครับ คำว่า all time high ช่ายราคาทำnew high ที่หุ้นตัวนั้นไม่เคยทำมาก่อนเลยช่ายมั๋ยครับ ขอบคุงครับ

  • ning

    หวัดดีคะ
    เด็กใหม่เพิ่งหัดเล่นหุ้น
    ได้ซื้อหนังสือหลายเล่มจากที่คุณมดแนะนำ
    มาอ่านก็ดูสนุกดีแต่มาเล่นเข้าจริงๆก็แสนจะexcited
    ตอนนี้ก็ทดลองไปเรื่่่อยๆก่อน(no experience and have no idea)
    ขอเป็นแฟนประจำนะคะ(ที่ลองเล่นก็เพราะอ่านจากเวบนี้คะ)
    จะว่ายากก็ไม่ใช่เลยแต่ก็ไม่หมูนะคะ
    ตอนนี้ตามคุณทุกที่แต่ไม่กล้าออกความคิดเห็นคะ
    เพราะใหม่มากๆเพิ่งเริ่มได้แค่เดือนเอง

    • mod

      ขอบคุณมากที่ติดตามอ่านกันนะครับ ผมชอบเวลาคนอ่านชวนคุยนะครับ อย่างน้อยก็รู้ว่าไม่ได้นั่งเขียนอยู่คนเดียว 55 ความเห็นก็ออกได้นะครับ เผื่อ mindset เหมาะไม่เหมาะอย่างไรก็มีคนช่วยเตือนกันได้ บางทีอาจเร็วกว่าการที่เราไปลองผิดลองถูกเยอะครับ :D ขอให้เล่นหุ้นได้อย่างมีความสุขนะครับ :)

  • tattoo_thai

    ขอบคุณครับคุณมด

    ไม่ทราบว่าคุณมดดู Fundamental รึเปล่าครับ

  • mod

    ส่วนตัวผมดูคร่าวๆในแง่ของ business model การเติบโตของ EPS, Sale, Margin, ROE, Story เพื่อประกอบการตัดสินใจมากกว่าครับ

    เช่น ถ้าผมเจอกับกราฟระยะกลาง-ยาวที่ตั้งเค้าอย่างสวยงาม เมื่อมันเป็นหนึ่งใน candidate ผมจะค่อยมาทำการค้นหากข้อมูลเหล่านี้เพิ่มเติมเพื่อตั้งสมมุติฐานต่อไปครับ แต่โดย Process ส่วนใหญ่แล้วจะเริ่มด้วย Technical และจบด้วย Technical เพราะ Character ของกราฟ หรือตัวเลขที่ผมกรองมาจากกราฟ indicator ของผมนั้น ผมพยายามเลือกหา/ใช้ สิ่งที่ค่อนข้างสะท้อนหรืออิงถึงพื้นฐานของกิจการออกมาด้วยครับ

    ผมพยายามจะทำทุกอย่างให้มันเป็นอะไรที่จับต้องได้ไม่นามธรรมมาก มองเกมตลาดหุ้นเป็นความน่าจะเป็นมากกว่าเหตุและผล ส่วนหลักเลยไม่ใช่เพราะบ้าตัวเลขหรือคณิตศาสตร์ (เพราะจริงๆก็ไม่ค่อยจะสนใจเรียนมาตั้งแต่เด็ก 55) แต่เป็นเพราะพยายามหลีกเลี่ยงจาก Bias ต่างๆที่อาจเกิดขึ้น เพราะในอดีตเคยทำแบบนี้แล้วไม่รอด คือเสียวินัยแล้วติดหุ้นขาดทุนหนักทั้งที่ไม่ควรจะเป็น (ดันเป็นกับไอ้ตัวที่ดันลงหนักลงแรงเสียด้วย) หลังจากนั้นมาก็พบว่าทางนี้ช่วยให้วินัยผมดีขึ้นมากกว่าเยอะครับ … เลือกหุ้นผิดไม่เท่าไหร่ แต่ผิดวินัยนี่ผมไม่เอาอีกแล้วครับ แต่ทั้งนี้คงต้องขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วยว่า Personality Type เป็นอย่างไรด้วยครับ :)

    แล้วคุณ Tattoo เห็นคอมเมนท์กันมาหลายครั้ง พอจะแชร์แนวทางให้ฟังกันหน่อยได้ไหมครับ อิอิ :D

    • Anonymous

      ขอบคุณครับคุณมด ผมดูพื้นฐานคร่าวๆครับ พวกตัวเลขหลักๆในงบการเงิน ถ้าตัวไหนสนใจมากก็จะไปอ่านรายงานประจำปีอย่างละเอียด

      อย่างไรก็ตามการเลือกหุ้นสุดท้ายมันต้องอยู่ใน up trend ของระบบผมครับ ผมใช้กราฟในการกำหนดจุดเข้าออก ระบบผมเป็น trend band คิดว่าคล้ายๆกับของคุณมด ยิีงอยู่ใน zone super bullish นี่ยิ่งดี พวกนี้จะวิ่งแรงวิ่งไกล

      ระบบนี้ก็ไม่ได้คิดเองครับ ไปโหลดมาจากในเว็ป ผมใช้ ami broker ครับ

      ผมเห็นด้วยกับคุณมดเรื่องวินัยการลงทุน ผมให้ความสำคัญมาก คนใช้ระบบเดียวกัน คนนึงกำไรเละ อีกคนอาจจะขาดทุนเละเพราะวินัยนี่แหละครับ

      Mind & Money Management สำคัญมากจริงๆ ผมถึงชอบเว็ปนี้มาก เพราะมีบทความเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้มาให้อ่านเตือนสติบ่อยๆ

      ต้องขอบคุณ คุณมดมากๆ ผมคิดว่ามีคนตามอ่านบทความคุณมดเยอะมากเลยนะครับ

      • Mod

        คนอ่านมีเรื่อยๆครับ เยอะบ้างน้อยบางตามแนวโน้มตลาด (indicator อย่างหนึ่งของผม อิอิ) ขอบคุณที่แวะมาอ่านเป็นเพื่อนกันนะครับ ผมก็ไม่เหงาเวลารู้ว่ามีคนอ่านที่เราแปลนะ

        Trend band นี่เป็นอย่างไรครับ พอจะสอนวิชาได้หรือปล่าวครับ ใช่การใช้ Envelope หรือปล่าว แล้วทำการ Define แนวโน้มอย่างไร น่าสนใจดีครับ อยากเก็บเข้าคลังความรู้ในสมองหน่อย ขอบคุณนะครับ :D

        • tattoo_thai

          ใช่แล้วครับ มันเป็น Envelope คำนวณจาก EMA ของ Close, High, Low แล้วนำมาบวกลบกับ ATR (ส่วนจะกี่เท่าก็ต้องลองตั้งค่าดูตามความพอใจ)หน้าตาประมาณนี้อะครับ

          http://img403.imageshack.us/i/65152026.jpg/

          จะเห็นว่าในรูป AJ เข้า Super Bullish Zone สองรอบด้วยกัน และมันก็เป็นจุด Break Out พอดีซะด้วย อิอิ

          • Mod

            ถ้าจำไม่ผิดน่าจะคล้ายๆกับ Kelter Channel ใช่ไหมครับ? มีทริคจะแบ่งเรื่อง Envelop พวกนี้ (ไม่รู้เอามะพร้าวมาขายสวนป่าว อิอิ) ว่าการ filter สัญญาณ False Signal และหา Set Up ที่ดีอีกอันหนึ่งคือการ Entry เมื่อราคาขึ้นมายืนตั้งไข่ได้เหนือ Envelope พวกนี้โดยไม่ลงไปต่ำกว่า แล้ว Breakout ขึ้นไปอีกทีเป็นจุดซื้อ ส่วนใหญ่มักไปเหมือนจรวดเลยครับ ลองมาแล้วกับหลายตัวเหมือนกัน ความแม่นก็ 50-60% แต่เวลาได้มันเยอะและเร็วดีใช้ได้เลยครับ :D

          • Mod

            ผมเรียกเองว่า Anti-Gravity Pattern เพราะมันเหมือนว่าหลุดวงโคจรชั้นบรรยากาศขึ้นไปแล้วแรงต้านมันน้อย เลยวิ่งแบบหลุดไปเลย อิอิ

          • tattoo_thai

            Anti Gravity Pattern ชื่อโคตรเท่ห์เลยครับ ฮ่าๆๆ

            วิธีทดสอบ False Signal อีกวิธีที่ผมใช่บ่อยคือ ลองแหย่ไม้แรกไปก่อน ถ้าถูกตบหัวทิ่ม ก็คัทลอสมานั่งเลียแผล ฮ่าๆๆ

            ผมอ่านใน Facebook เห็นคุณมดจะทำ Excel ที่จะอัฟเดทค่า Relative Strength ได้ ผมคิดว่าดีมากเลยครับ โดยเฉพาะเพื่อนๆที่ไม่ได้ใช้ Metastock

          • Mod

            55 ชื่อมันเท่ห์ขนาดนั้นเลยหรือ อิอิ จริงๆคือมาจากการที่มันดื้อไม่ลงมาให้ซื้อ หุ้นพวกนี้พักตัวน้อยๆมากๆ ลาก fibo จาก low – High ล่าสุดภายในช่วง 20-30 วันย้อนหลังมักลงไม่เกิน 38.2% ถ้าใครชอบรอซื้อต่ำๆไม่มีวันได้ของ ต้องเอาหัวมุดเข้าไปลุยเลย

            ถ้ามี Character เพิ่มเติมก็เขียนไว้แบ่งกันอ่านบ้างก็ได้นะครับ จริงๆผมยังอยากรวบรวมพวก Pattern สไตล์ Momentum แบบนี้มาเขียนไว้เป็นสูตรที่มาจากคนไทยบ้างเลย น่าจะเป็นน้ำจิ้มสีสันดี

            ส่วนเรื่อง Excel คิดว่าเดี๋ยวจะทำแน่ๆ เพราะต้องการทำรายกลุ่มเอาไว้เลย เวลาดูจากกลุ่มอุตสาหกรรมเสร็จจะได้ ไปดูในกลุ่มนำตลาดต่อไปเลย สะดวกดีไม่ต้องมาไล่ใน meta เพราะมันไม่ค่อยเอื้อเท่าไหร่ แต่คงต้องศึกษาสักพักเพราะผมไม่ได้ใช้ excel เป็นขนาดเขียนสูตรโน่นนี่ได้คล่องเหมือน meta ครับ ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะครับ :D

  • megaman

    ขอบคุณครับ ^ ^

    • Mod

      ยินดีครับผม :D

  • Pingback: คำนี้ถูกใจ « Pulse of SET()

  • Phinx

    “ผมยังไม่เคยเบื่อนะครับ เพราะจริงๆผมก็ไม่ได้ไปจ้องมันทุกวันทุกนาทีเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ก็หาอะไรอย่างอื่นทำด้วย ผมทำอะไรวนๆไปเรื่อยๆเลยช่วยได้มั้งครับ 55 แล้วคุณ phinx เบื่อแล้วหรือครับ? อิอิ”

    กด Reply ข้างบนไม่ได้ซะและ …
    สำหรับการลงทุนคงยังไม่เบื่อ แต่ผมมี Position ตลอดเวลา Long n Short เลยเหนื่อยกาย อิอิ
    สงสัยต้องหาโอกาสตัดเวลา Trade ลงบ้าง :) :)

    ปล. คุณมดไม่จัด Meeting เล็กๆ เหรอ ผมจะได้ไปแอบจิ๊กวิชา หรือคุณมดจิ๊กวิชาผมก็ได้ (แต่วิชาผมก็ไม่ค่อยมี 555)

    • tsunami2p

      จัดไหมครับ ผมจะเข้าร่วมด้วยคน ^^
      ชอบแลกเปลี่ยนความรู้ครับ ยิ่งนักลงทุนตามระบบตัวจริงอย่างพวกเราในเวปนี้หาตัวจับยากด้วยครับ 555

  • mod

    เคยคิดไว้เหมือนกัน ว่าถ้าว่างๆปีนี้น่าจะลองจัดกันสักครั้ง แต่ช่วงนี้ขอผ่านก่อนนะครับ ผมวิ่งเข้าออกรพ. ทุกวันเลย ญาติผู้ใหญ่ไม่ค่อยสบายครับ ไว้อะไรๆดีขึ้นเดี๋ยวจะมาชวนนะครับผม :) ขอบคุณครับ

  • aric

    ขอบคุณมากครับ
    เรื่องจิตวิทยานี่สำคัญจริงๆ ครับ

    • Mod

      สำคัญที่สุดเลย แต่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงหรือสอนกันอย่างจริงจัง น่าเสียดายครับ แมงเม่าส่วนใหญ่แพ้ตัวเองเลยแพ้ตลาด แต่ผมเชื่อว่าคนอ่านที่นี่ไม่เป็นนะ เพราะมักจะเห็นความสำคัญของจิตวิทยาการลงทุนกันอยู่แล้ว :D

      • tsunami2p

        สาธุ ขอให้เราอย่าแพ้ภัยตัวเองนะครับ
        เวลาที่เจอกับช่วงเวลาที่ลำบากใจที่จะทำตามระบบ ผมมักจะคิดในทางธรรมว่า สุดท้ายเราก็ต้องตายไปจากโลกนี้ ทรัพย์สินเงินทองที่ได้มาก็ติดตัวไปไม่ได้ เอาไปได้เพียงแค่บุญกรรมที่เราทำเท่านั้น
        ก็สบายใจขึ้น และยึดมั่นต่อระบบต่อไปได้ครับ

        • Mod

          ขอบคุณสำหรับแง่คิดครับ คนเล่นหุ้นนี่ชอบธรรมะกันจังเลย สงสัยเจอกับความไม่แน่นอนบ่อย 55

  • chotima

    บทความชิ้นนี้สั้น แต่อ่านแล้วเข้าใจง่ายอย่างรวดเร็ว ขออนุญาตอ่านความเห็นของท่านอื่นที่คุยกับคุณMOD นะคะ คงไม่ว่ากัน บางครั้งจะเข้ามาอ่านซำๆ เพราะได้ความรู้จากความเห็นและทำให้มองเห็นภาพออก ไม่ทราบว่าคุณMOD สามารถยกตัวอย่างเป็นตัวหุ้นเลยได้หรือปล่าว เวลาคุยกัน (ถ้าได้จะดีมากเลยคะ)ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความรู้นะคะ

    • mod

      จริงๆผมไม่ค่อยได้นำหุ้นเป็นตัวๆที่กำลังเกิดเหตุบางอย่างขึ้นมาพูดเท่าไหร่ ส่วนใหญ่แล้วจะรอให้เหตุการณ์ผ่านไปสักพักแล้วค่อยมาบอกเป็น study case มากกว่า เพราะไม่ค่อยอยากใบ้หุ้นโดยไม่ได้ตั้งใจน่ะครับ เพราะจากประสบการณ์ มันมักไม่ค่อยจบลงที่การเรียนรู้ มันจะจบลงที่การเคาะซื้อ-ขายตามกันไปเป็นกระแสๆมากกว่า :P (แต่ไม่เป็นไร วันหลังเดี๋ยวลองยกมาเป็น caseๆ ให้ดูก็ได้ครับ :) )