ช่วงนี้เห็นมีกระแสว่าเงินน้อยให้เล่นรอบขยายพอร์ทไปก่อน พอพอร์ทใหญ่ขึ้นแล้วค่อยไปเล่นพื้นฐานหรือกินปันผล ผมว่าความคิดแบบนี้เป็นการดูถูกวิธีการทำกำไรของทั้งสองแนวทางมาก เพราะเหตุผลหลักๆที่คุณจะร่ำรวยได้จากแนวคิดทั้งสองรูปแบบนี้ไม่ใช่เรื่องของขนาดพอร์ท แต่เป็นความรู้ความชำนาญของตัวเราเองต่างหากครับ

อย่าใช้ขนาดของพอร์ทมาเป็นข้ออ้างในการเก็งกำไร

การเก็งกำไรไม่ได้เกิดมาหรือมีไว้เพื่อเป็นที่รองรับสำหรับคนที่พอร์ทเล็กเพียงอย่างเดียว มันเป็นวิธีการในการทำกำไรจากตลาดรูปแบบหนึ่ง ซึ่งไม่ว่าคุณจะพอร์ทเล็กหรือพอร์ทใหญ่ พวกมันก็มีกลยุทธ์ที่เอื้ออำนวยต่อขนาดพอร์ทของคุณแทบทั้งนั้น นอกจากนี้แล้ว หลักการเก็งกำไรก็ไม่เคยรับประกันเอาไว้เสียด้วยว่าคุณจะต้องรวยหรือไม่หมดตัวไปเสียก่อนหากว่าพอร์ทของคุณยังเล็กอยู่

ผมเห็นว่าความคิดหนึ่งที่อันตรายเป็นอย่างมากเลยก็คือ คนส่วนใหญ่มักที่จะคิดว่ามีเงินน้อยๆให้เล่นรอบก่อนแล้วพยายามอัดให้หนักเพื่อที่จะขยายพอร์ทสร้างความร่ำรวยให้เร็วที่สุดขึ้นไป นี่เป็นแนวคิดที่ “ท้าความตาย” เอามากๆ และยังละเลยถึงการให้ความสำคัญถึงเรื่องของ Money Management อีกด้วย เนื่องจากพวกเขาคิดว่า MM ไม่จำเป็นสำหรับพอร์ทขนาดเล็กนั่นเอง

แน่นอนว่า … ความคิดแบบนี้อาจทำให้คนที่พอร์ทเล็กอยู่แล้วหมดเอาตัวได้ง่ายๆเลยทีเดียวครับ!!

อย่างที่ผมเคยพูดไปบ่อยครั้งแล้วว่าการเป็นนักเก็งกำไรไม่ได้แปลว่าคุณต้องคิดอะไรฉาบฉวย มันคือศาสตร์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืนในตลาดได้เช่นเดียวกัน และเพื่อที่จะทำให้พวกเราเห็นภาพของมันอย่างชัดเจน ในคราวนี้ผมจะนำระบบการลงทุนแบบ Channel Breakout 55 – 20 วัน (Turtle2 Simplify) ซึ่งเป็นระบบที่พวกเราทราบกันดีว่ามีประสิทธิภาพและมีค่า Expectancy ที่เป็นบวกในระยะยาว มาทำการทดสอบแบบ Monte Carlo โดยการสุ่มเลือกหุ้นตามสัญญาณที่เกิดขึ้นในแต่ละวันเป็นจำนวน 1,000 รอบ (Test) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 – 2012  (เปรียบเสมือนตัวแทนของนักลงทุนจำนวน 1,000 คนที่ใช้ระบบการลงทุนเดียวกันแต่ต่างกันที่การเลือกหุ้นและ Position Size) โดยผมจะทดสอบกับพอร์ทขนาดเล็กที่ 100,000 บาท ในกรณีที่วาง Position Size แตกต่างกันมากๆ 2 กรณี นั่นก็คือการเข้าลงทุนแบบค่อยเป็นค่อยไปครั้งละ 5% และแบบแทงหวยหวังรวยทางลัดที่ 100% ให้ดูกัน

image

ภาพที่ 1 : ความถี่ของการกระจายตัวสะสมของผลกำไรจากการทำ Monte Carlo Analysis กับระบบ Turtle 2 ด้วยการวางหน้าตัก Position Size ที่ครั้งละไม่เกิน 5%

สถิติที่น่าสนใจ

  • 100% ของผลการทดสอบมีผลกำไรที่มากกว่า 500% หรือ 5 เท่าของเงินลงทุนเริ่มต้น
  • 99.20% ของผลการทดสอบมีผลกำไรที่มากกว่า 1000% หรือ 10 เท่าของเงินลงทุนเริ่มต้น
  • 2.90% ของผลการทดสอบมีผลกำไรที่มากกว่า 4000% หรือ 40 เท่าของเงินทุนเริ่มต้น

image

ภาพที่ 2 : ความถี่ของการกระจายตัวสะสมของผลกำไรจากการทำ Monte Carlo Analysis กับระบบ Turtle 2 ด้วยการวางหน้าตัก Position Size ที่ครั้งละ 100%

สถิติที่น่าสนใจ

  • 15.88% ของผลการทดสอบเกิดการขาดทุนขึ้น!
  • 8.46% ของผลการทดสอบขาดทุนมากกว่าครึ่งหนึ่ง (-50%) ของเงินลงทุนเริ่มต้น
  • 28.21% ของผลการทดสอบมีผลกำไรที่มากกว่า 1000% หรือ 10 เท่า
  • 6.06% ของผลการทดสอบมีผลกำไรที่มากกว่า 4000% หรือ 40 เท่า

การที่พยายามเก็งกำไรด้วยการเดิมพันอย่างหนัก ไม่ได้ช่วยเพิ่มโอกาสให้พอร์ทโฟลิโอของคุณโตขึ้นได้มากสักเท่าไหร่นัก

จากกราฟในทั้งสองตัวอย่างด้านบนนั้น เราจะเห็นกันได้อย่างชัดเจนแล้วว่าความเชื่อผิดๆที่ว่าหากคุณพอร์ทเล็กอยู่ให้มาเล่นเก็งกำไรแบบจัดเต็มๆหนักๆนั้น มันแทบไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลย มิหนำซ้ำมันยังทำให้ความน่าจะเป็นของผลตอบแทนย่ำแย่ลงอย่างมากด้วย

นั่นก็เพราะเมื่อคุณ Bet ทั้งพอร์ทหวังแบบรวยทางลัด คุณจะมีโอกาสขาดทุนในระยะยาวเพิ่มขึ้นจาก 0% เป็น 15.88% เลยทีเดียว และโอกาสที่คุณจะสามารถทำกำไรเหนือกว่าผลตอบแทนของตลาดที่ราวๆ 6 เท่าได้นั้นจะลดลงจาก 99.20% เหลือเพียง 28.21% เท่านั้น นอกจากนี้แล้ว ด้วยการเดิมพันจนหมดหน้าตักแบบฝันกลางวันของคุณนั้น คุณสามารถเพิ่มที่จะโอกาสสร้างผลตอบแทนอันสุดยอดจากระบบที่มากกว่า 40 เท่าได้มากขึ้นอีกเพียงราวๆ 3.16% เท่านั้นเอง

เหตุผลที่การพยายามเร่งผลกำไรโดยการเดิมพันอย่างหนักนั้นไม่ Work!

คราวนี้ลองมาดูเหตุผลที่ทำให้ทุกอย่างย่ำแย่ลงกันดูบ้าง … สาเหตุที่มันไม่เวิรค์เลยก็คือ การเดิมพันจนหมดหน้าตักนั้นทำให้เกิด Drawdown ที่หนักจนเกินไป (ยากที่จะปีนกลับขึ้นมา) นอกจากนี้แล้วมันยังเป็นการปิดกั้นโอกาสในการกระจายความเสี่ยงและโอกาสของคุณออกไปด้วยนั่นเอง

เพื่อให้เห็นผลกระทบจากความหนักหน่วงของ Drawdown ที่เกิดขึ้นกับพอร์ทโฟลิโอของเรานั้น ลองเปรียบเทียบจาก Scatter Chart ที่ทำการจับคู่ระหว่างผลตอบแทนทบต้น CAGR และ Maximum Drawdown กันดูจากตารางทั้งสองด้านล่างกันดูนะครับ

image

ภาพที่ 3 : แผนภาพการกระจายตัวระหว่าง CAGR และ Maximum System Drawdown จากการทำ Monte Carlo Analysis กับระบบ Turtle 2 ด้วยการวางหน้าตัก Position Size ที่ครั้งละไม่เกิน 5%

image

ภาพที่ 4 : แผนภาพการกระจายตัวระหว่าง CAGR และ Maximum System Drawdown จากการทำ Monte Carlo Analysis กับระบบ Turtle 2 ด้วยการวางหน้าตัก Position Size ที่ครั้ง 100%

เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเส้นแนวโน้มของ Scatter Chart ทั้งสองตัวอย่างนั้นเป็นไปในทิศทางเดียวกัน หรือพูดง่ายๆก็คือ ผลตอบแทนทบต้น CAGR (แกน Y) จะค่อยๆลดลงไปตามความหนักหน่วงของ Maximum Drawdown (แกน X) ที่เกิดขึ้นนั่นเอง

โดยเราพบว่าจากการ Run Monte Carlo Testsing นั้น Max DD. ของการวาง Position Size ที่ 5% เป็นจำนวน 1,000 รอบจะอยู่ที่ราวๆ -45% ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงมากๆสำหรับหลายๆคนเลยทีเดียว แต่ในกรณีที่เราเดิมพันจนหมดหน้าตักในแต่ละครั้งนั้น พวกมันได้ส่งผลให้ระบบมี Max DD. ที่สูงกว่า –45% แทบทั้งสิ้น!

นี่หมายถึงสิ่งที่อันตรายและรุนแรงมากๆ ไม่ใช่แค่กับพอร์ทโฟลิโอของพวกเราแต่หมายถึงกับจิตใจของคนส่วนใหญ่ด้วย ลองนึกดูสิครับว่ามีใครสักกี่คนที่คุณรู้จักใจนิ่งพอที่จะเล่นตามระบบเดิมต่อไปทั้งที่เจอกับ Max DD. ที่สูงกว่า -50% กันบ้าง!? … มันไม่ใช่สิ่งที่คุ้มค่าและมีผลดีต่อจิตใจของเราสักเท่าไหร่เลยจริงไหมครับ!?

คำแนะนำสำหรับแมงเม่าพอร์ทเล็กๆที่กำลังหลงผิด

หากคุณกำลังคิดว่าพอร์ทของคุณนั้นเล็กอยู่และต้องการที่จะเข้ามาเก็งกำไรเพื่อทำให้พอร์ทของคุณโตขึ้นอย่างรวดเร็วอยู่แล้วล่ะก็ ผมบอกได้คำเดียวเลยว่าคุณกำลังคิดผิดมหันต์!! การเก็งกำไรหรือแม้แต่การใช้หลักการทาง Technical Analysis นั้นมี Limitation หรือ Trade-off ของมันอยู่เสมอ เมื่อคุณพยายามเร่งกระบวนการของมันจนเกินไป ความฉิบหายก็อาจจะอยู่ไม่ไกลจากคุณสักเท่าไหร่นัก

ผมอยากบอกว่าไม่ว่าพอร์ทของคุณจะเล็กหรือใหญ่สิ่งที่คุณควรทำนั้นไม่ใช่การที่คิดแต่จะขยายพอร์ทอย่างรวดเร็วเพียงอย่างเดียว สิ่งที่คุณควรทำคือการทำในสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสมต่างหาก เพราะเมื่อคุณทำสิ่งที่ถูกต้องจนเป็นนิสัยแล้ว ความชำนาญและเชี่ยวชาญที่เกิดขึ้นจะค่อยๆส่งผลให้พอร์ทของคุณโตขึ้นเรื่อยๆเองอย่างเป็นลำดับ มันดีกว่าการมาหวังรวยทางลัดแล้วกลายเป็นนิสัยแย่ๆที่จะนำพาให้เจ๊งในภายภาคหน้าเมื่อพอร์ทโตขึ้นกว่าเป็นไหนๆ

อีกอย่างหนึ่งที่อยากจะเสริมไว้ก็คือ ไม่ว่าคุณจะใช้กราฟหรือใช้งบคุณก็ต้องรู้จักมองโลกตามความเป็นจริง กราฟไม่ใช่สิ่งวิเศษอะไรที่จะเสกให้คุณรวยขึ้นได้ในพริบตาเป็นร้อยๆ % ต่อปีเรื่อยๆ (ถ้าทำกันได้เรื่อยๆทุกคน ใครจะมาเล่นหุ้นให้คุณมาหาโอกาสทำกำไรจากพวกเขาครับ) ความรวยแบบแจ็คพ็อทแตกถือเป็นความน่าจะเป็นเพียงส่วนน้อยมากๆอย่างที่ตัวอย่างจากการทำ Monte Carlo Analysis ได้แสดงให้เห็นเอาไว้แล้ว

สุดท้ายนี้ผมอยากจะฝากไว้ว่าหากผลตอบแทนของคุณยังไม่ดีขึ้นตามที่หวัง อย่าพึ่งไปโทษว่ามันเป็นความผิดของแนวทางการลงทุนต่างๆไม่ว่าจะเป็นพื้นฐานหรือดูกราฟเลยครับ พยายามโทษตัวเราเองให้เยอะๆแล้วพัฒนาตัวเองให้มีความรู้ความเข้าใจในแต่ละสายวิชาให้มากขึ้นจะดีกว่า เพราะสุดท้ายแล้วผมเชื่อว่ามันก็จะวนกลับมาที่ตัวเราเองเสมอ ความไม่รู้จริงต่างหากที่เป็นอุปสรรคของตัวเราเองครับ!

แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management

  • Unsign

    ขอบคุณครับ  ^_^

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      สวัสดีคร้าบบ ^_^

  • TriZung

    มารออ่านทุกวันจันทร์ ครับ อิอิ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      โอ้ ขอบคุณครับผม :D

  • Champchav

    มันเหมือนกับการเล่น Poker โดย all in ทุกครั้ง ที่ได้ไพ่สูงกว่าระดับนึงที่เราตั้งใจไว้ ซึ่งผลที่ได้ก็ไม่ต่างอะไรจากการพนันเลยครับ ผมเคยทดสอบมาแล้ว

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      การ Bet หมดหน้าตักทุกครั้งไม่ใช่การพนันนะครับผมว่า  เพราะมันค่อนข้างชัวร์ว่าในระยะยาวเราจะแพ้แน่นอน 55

  • Tradetory

    บทความเยี่ยมครับ  ^_____^

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ขอบคุณครับพี่กอล์ฟ ^_^

  • http://www.welovetutoring.net/ AonzZung

    โดนใจผมมากบทความนี้ ขอบคุณคับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ขอบคุณ Comment ครับผม ดีใจที่โดนใจอีกแล้ว อิอิ

  • jilin22

    ขอบคุณครับพี่มด ^^

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ยินดีครับ เข้ามาเมนท์กันบ่อยๆเน้ออ :)

  • Piyawut La

    รับทราบพร้อมนำแนวคิดมาปฏิบัติครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      โย่ว ทราบแล้วเปลี่ยนครับผม ^_^

  • Prasertwanna

    ฅนเงินเดือนขอรับใว้ ครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ครับผม ค่อยๆทำกำไรไม่ต้องรีบร้อนจนเกิน Limit ไป :D

  • kadook

    ขอบคุณ บทความดีๆๆ ครับ โดนใจมาก แล้วจะนำไปเป็นแนวคิดในการลงทุนครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ยินดีครับผม

  • http://profiles.google.com/thapakorn Thapakorn Chan.

    ขอบคุณครับ สำหรับบทความ :)

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ขอบคุณ Comment เช่นกันครับ

  • Barrister19

    บทความยอดเยี่ยมมาก ได้ความรู้เยอะเลยครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ขอบคุณครับ จะได้เขียนอีกเรื่อยๆ

  • lung_tek

    ขอบคุณคุณมดครับ

    เหมือนเป็น Weekly Review ที่ต้องเข้ามาอ่าน MangmaoClub อย่างน้อยอาทิตย์ละครัง

    ปล.ยังรอ DVD งานสัมนาที่ผ่านมาอยู่นะครับ ^^

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      Weekly Review เลยเหรอครับ ดีใจจัง 55

      DVD น่าจะเสร็จไม่เกินสิ้นเดือนนี้ครับ ไกล้แล้วๆ ^_^

  • AP

    ขอบคุณสําหรับบทความดีๆครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ขอบคุณที่แวะมาเช่นกันครับ :D

  • Kojiro540

    ขอบคุณนะครับพี่มด เปิดหูเปิดตา และ ช่วยตักเตือนผม ได้มากเลยครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ได้ยินแค่นี้ก็ดีใจแล้วครับ ขอบคุณครับ :D

  • Zellzero

    เล่นตามน้ำใช่มั๊ยครับ ถูกทางให้ค่อยตาม ผิดทางก็คัท ถึงแม้จะผิดทางแต่ความเสียหายก็ไม่มาก

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      จริงๆประเด็นในบทความนี้ไม่เชิงเกี่ยวกับระบบหรือวิธีการนะครับ แต่เกี่ยวกับทัศนคติและการวางขนาดเงินลงทุนหรือ Position Size ในแต่ละครั้งว่าถ้ามากเกินไปแล้ว ไม่ว่าระบบไหนมันก็จะให้ผลเสียมากกว่าผลดีครับ ^_^ 

      • Zellzero

         แล้วระบบที่ mod เทสนี่การเข้าซื้อแต่ละไม้นี่คือ ซื้อตามทุกๆที่ break 20,55 หรือ ATR ครับ 

        • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

          เป็น Channel Breakout ที่ 55 วันและขายทิ้งเมื่อหลุด 20 วันครับ

  • Happyhito

    เป็นบทความที่เตือนใจ ได้เยี่ยมมากครับ…

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ขอบคุณครับบบ

  • http://www.welovetutoring.net/ AonzZung

    ผมว่าผมได้ข้อสรุปสั้นละๆจากบทความนี้ละนะ

    “ขนาด(พอร์ท)ไม่สำคัญ
    ไม่ต้องรีบค่อยๆทำ(Money Management)
    แต่ละครั้งไม่ต้องแรง(Position Sizing ที่เหมาะสม)”

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      3 คำสั้นๆ … อย่าหักโหม อิอิ

  • Grefizoni

    statistic false เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อนะฮะ เมื่อก่อนผมก็เกหมดหน้าตัก

    พอเล่นpokerบ่อยๆก็พอจะเข้าใจมากขึ้น กินตังค์คนอื่นไม่ยาก แต่รักษาเงินนี่น่ะสิยากกว่า

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ใช่ครับ ประเด็นคืนตลาดหุ้นมันค่อนข้าง Dynamic Statistic ถ้าไม่เผื่อดีๆเจอ Outlier เข้าไปก็จอดได้ง่ายๆ

  • Milligram9

    ได้เข้าใจทุกอย่างตามความเป็นจริงก็จากเว็บคุณModนี่ล่ะครับ 

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      แมงเม่าคลับชอบเปิดโปงความจริงตลาด 55

  • berno

    บทความดีมากครับ

    พอดีมีคนคอมเมนต์เรื่อง DVD เกือบลืมเลย
    รออยู่เหมือนกันครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      สิ้นเดือนนี้นะจะเรียบร้อยแล้วครับผม ^_^

  • Gerasit

    เห็นด้วยอย่างยิ่ง จากประสบการส่วนตัวที่เทรด ฟอเรก ซึ่งเราก็รู้ๆกันอยู่ว่า มีความผันผวนมากถึงมากที่สุด แต่ก็มี Leveage ให้เยอะด้วยเช่นกัน สำหรบโบรคต่างประเทศ บางโบรค อาจจะให้ถึง 1:1000 เลยทีเดียว นั้นหมายความว่า คุณสามารถ ใช้ต้นทุนน้อย และ เทรดจัดหนักได้ แต่ ผมเชื่อว่า ผมและคนอีกจำนวนมากที่เทรด ก็ต้องเคยติดกับดักอันนี้ ยอมรับว่า เมื่อก่อนก็เหมือนเทรดเดอร์นักพนัน ไม่เคยสนใจ เรื่อง MM เลย จัดเต็มจัดหนักตลอด เพราะต้องการสร้างพอร์ทให้โตแบบ เว่อๆๆ โดยไม่ทันได้ตั้งสติ คิดตามความจริงว่า มันทำได้รึเปล่า และมันเสี่ยงมากมั้ย จนผิดพลาด จนล้างพอร์ต เงินที่เก็บมาลงทุน กำไรที่เคยได้จาก หุ้นไทย ไม่มากไม่มาย แค่ หกหลักต้นๆ หมดไป โดยใช้เวลา ไม่ถึง สามเดือน เดือดร้อนทั้งตัวเองและครอบครัว T_T

    กว่าจะเข้าใจเรื่องนี้ ก็เมื่อกระสุนหมด หมดแบบหมดจริงๆ จะไปขอยืมใครมาเพื่อลงทุนต่อ ก็ไม่กล้า และคงไม่มีใครให้ยืมด้วย สุดท้ายก็ เข้าใจ เป็นนักลงทุน แต่ เงินทุนหมดไม่เหลือ มันก็ไร้ความหมาย จังหวะดีๆ ก็จะพลาดไป โดยได้แต่มองและนั่งเสียดาย 

    ตอนนี้ ต้องกลับมาทำงานประจำ และค่อยๆเก็บเงินเพื่อกลับไปลงทุนต่อ แต่ก็เข้าใจอะไรมากขึ้น และต่อไปนี้ ก็จะลงทุนอย่างมีระบบระเบียบ และ บริหารเงินทุน โดยควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่รับได้ จิตใจ ก็ดีขึ้น ความเครียด ความกดดัน จากการ อยากสร้างชื่อ อยากสร้างพอร์ท ก็หายไป 

    ปล.อย่าหวัง ว่าจะรวยจากการลงทุน ในเวลาชั่วข้ามคืนเลย ความเป็นจริงการจะประสบผลสำเร็จในการลงทุน ใช้เวลามากกว่า ที่คิดเยอะ มันก็เหมือนทำธุรกิจ กว่า บริษัทๆนึงจะ ยืนหยัด อยู่ได้ ก็ไม่ต่ำกว่า 3-5 ปี 

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ขอบคุณมากครับ อ่านแล้วอินมากเลย ผมว่าหลายๆคนต้องผ่านประสบการณ์แบบนี้ก่อนถึงจะเข้าใจได้จริงๆ ถือเป็นสิ่งที่มีประโยชน์สำหรับมือใหม่ๆอีกหลายๆคนมากเลยครับ วันหลังมาเขียนอีกนะครับ ชอบๆ ^_^

  • http://twitter.com/mprandy mprandy

    แม่นแท้เหลา .. :D

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      โอ้พี่หมอ ^_^

  • http://twitter.com/3dotts

    มีผลการทดสอบดีๆมาให้ดูอีกแล้ว ขอบคุณมากครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ยินดีครับผม :D

  • http://profile.yahoo.com/SDSZGCVETGVO2AEEBZ2F53NEP4 Punlert

    ชอบประโยคนี้จังครับ 
    “เมื่อคุณพยายามเร่งกระบวนการของมันจนเกินไป ความฉิบหายก็อาจจะอยู่ไม่ไกลจากคุณสักเท่าไหร่นัก”

    เตือนสติได้ดีมากเลย 555
    ทุกครั้งที่โลภ จะนึกถึงประโยตนี้ของคุณมดนะครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      โอเคครับ ยินดีเลย :D

  • MegaMan

    ขอบคุณบทความดีๆครับ ^ ^
    อันนี้ ความโลภบังตาพาให้คิดผิดเลยครับ
    พอมีเยอะแล้วมันหลง… 

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      กำไรพอเพียง กินไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็พอร์ทโตแล้วครับบบบ หุหุ

  • jumb1101

    อ่านแล้วความโลภน้อยลงไปถนัดตาครับ :D

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      เยี่ยมเลยครับผม ^_^

  • hia001

    จากที่ผมอ่านมาหลายบทความอยู่เป็นปีๆ ผมรู้สึกว่าบทความเเปลอาจจะอ่านเข้าใจยากในบ้างคนหรือนักลงทุนหน้าใหม่ เเต่ผมก็เข้าใจว่าพี่ mod อาจจะไม่ใช่นักเเปลหนังสือนิยายโดยตรงอาจจะเเปลออกมาบ้างจุดที่เข้าใจยาก 

    เเต่ต้องบอกว่าบทความที่พี่ mod เเปลมา ไม่ได้หาอ่านกันได้ง่ายๆเลย ซึ่งเป็นความรู้ประสบการณ์ที่ต่อให้ผมอยู่ในตลาดหุ้นมาเป็น10ปี ก็ไม่อาจจะหาได้ 

    เเละที่สำคัญคนไทยส่วนใหญ่ชอบเข้าใจว่า VI เป็นนักลงทุนที่ประสบณ์ความสำเร็จมากที่สุด เเต่เเท้จริงเเล้วมีนักเก็งกำไรมากมายที่เก่งกาจเเละโด่งดังทั่วโลกที่ประสบความสำเร็จ  ผมเชื่อว่าถ้าไม่มีเหตุการณ์ปี2540 เชื่อว่าทุกวันนี้คนไทยก็คงไม่รู้จักนักเก็งกำไรอย่าง จอร์จ โซรอส เเน่นอน  เเท้จิรงเเล้วโลกเรามีนักเก็งกำไรที่ประสบความสำเร็จมากมายมาเป็นร้อยปีเเล้ว อย่างเช่น Charles Henry Dow จนชื่อเค้าถูกจารึกไว้ บนตลาดหุ้น Dow Jones 

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      หลังไม่ใช่บทความแปลแล้วนะครับ ผมเขียนเองเพราะอยากเขียนเรื่องมันส์ๆดู ถ้าอ่านเข้าใจยากอันนี้ต้องโทษฝีมือการเขียนผมแล้วแหะๆ ไว้จะค่อยๆปรับปรุงเพิ่มนะครับ

      ขอบคุณมากนะครับที่ตามอ่านมาเป็นปีๆ ^_^

  • Sohabas

    ขอบคุณบทความนี้มากๆครับ ชอบคำๆนี้ครับ

    ” พยายามโทษตัวเราเองให้เยอะๆแล้วพัฒนาตัวเองให้มีความรู้ความเข้าใจในแต่ละสายวิชาให้มากขึ้นจะดีกว่า เพราะสุดท้ายแล้วผมเชื่อว่ามันก็จะวนกลับมาที่ตัวเราเองเสมอ ความไม่รู้จริงต่างหากที่เป็นอุปสรรคของตัวเราเองครับ!”

  • Hao Chua

    ขอบคุณครับ จะติดตามผลงานคุณมดไปเรื่อยๆนะครับ