เห็นคนส่วนใหญ่ชอบพูดกันว่าไม่เห็นมีใครรวยจากการดูกราฟหรือใช้เทคนิค บทความนี้ขอเขียนเป็นข้อมูลให้กับคนที่ชอบพูดว่าเขา “ไม่เคยเจอกับนักเก็งกำไรหรือนักเทคนิคที่ประสบความสำเร็จ (ในระยะยาว)” ใครเจอที่ไหนก็ช่วยเอาไปแปะให้เขาอ่านหน่อยแล้วกันครับ ^_^

ถ้าการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคได้ผลจริง แล้วทำไมยังไม่เห็นมีนักเทคนิคคนใดประสบความสำเร็จสักคน?

ก่อนจะเข้าเรื่องขอให้ทำความเข้าใจกันสักนิดนึงก่อน นั่นคือผมคิดว่าคำว่า “ความสำเร็จ” อาจไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงเบอร์ 1 ของโลกนี้ก็ได้ และผมเห็นว่าเบอร์ 1 ไม่เคยมีอยู่จริง มันเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาเสมอ (ยกตัวอย่างเช่น นักเก็งกำไรนั้นเสียงดังมากๆในยุคของลิเวอร์มอร์) นอกจากนี้แล้วความสำเร็จยังอยู่ที่ Benchmark ในการวัดผลของแต่ละคนด้วย คุณไม่จำเป็นต้องมองแต่คนที่มีเม็ดเงินสูงสุดเพียงอย่างเดียว ผมคิดว่าผลของการลงทุนมันมีหลายมิติ และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงมีอัตราส่วนทางการเงินในหลายๆรูปแบบเพื่อวัดผลในการลงทุนของเรานั่นเองครับ

เอาล่ะครับ! หลังจากที่ผมลองนึกถึงนักเก็งกำไรชื่อดังต่างๆ รวมถึงลองค้นจากใน Google สักเพิ่มเติมอีกสักหน่อย รายชื่อของนักเก็งกำไรหลายๆคนก็เริ่มที่จะปรากฏขึ้นมาใน List ของผมจนเยอะพอสมควรแล้ว ไอ้ครั้นจะให้ผมเขียนถึงทุกคนก็คงไม่ไหว ในเบื้องต้นแล้วผมจึงขอเอาสัก 10 ชื่อเบิ้มๆตามมาตรฐานความร่ำรวยที่ได้รับการเปิดเผยก่อนแล้วกัน โดยในที่นี้ขอนำมาเฉพาะ Trader ที่มีหลักฐานว่าเขาใช้หลักการของ Technical Analysis หรืออาศัยสมมติฐานของค่าทางการเงินที่ได้จากการศึกษาข้อมูลสถิติในอดีตมาใช้พิจารณาในการเก็งกำไรกัน (เช่น ราคาหุ้น, ความผันผวนของหุ้น หรือผลตอบแทนของตลาด) ขาดตกอีกหลายๆชื่อไปต้องขอโทษด้วยครับ

นักเก็งกำไรในตำนานยุคเก่า

homma_munehisa

1. Munehisa Homma บิดาแห่งกราฟแท่งเทียน

Homma ผู้นี้เป็นตำนานของเหล่าผู้ใช้กราฟแท่งเทียน มีชื่อเสียงโด่งดังมากๆจากความเก่งกาจและร่ำรวยของเขาในช่วงศตวรรษที่ 17 โดยว่ากันว่าหากนำทรัพย์สมบัติที่ได้จากการเก็งกำไรของเขามาตีค่าออกเป็นมูลค่าของเงินในปัจจุบันแล้ว เขาจะมีทรัพย์สินอยู่ราวหนึ่่งแสนล้านดอลลาร์ (100 Billion) เลยทีเดียว สำหรับความยิ่งใหญ่ของเขานั้นว่ากันว่าชาวบ้านชาวเมืองแถวนั้นถึงกับเอาความสำเร็จของแกไปแต่งเป็นเพลงพื้นบ้านเลยทีเดียวครับ

Livermore หุ้น2. Jesse Livermore หมีใหญ่แห่ง WallSt.

ตำนานแห่ง Wallstreet ที่เคยเขย่าตลาดหุ้นจนได้รับฉายาว่า Boy Plunger โดยในช่วงที่ชีวิตของเขาประสบความสำเร็จนั้นเขามีทรัพย์สินอยู่ถึงราว 100 ล้านเหรียญ (หรือราว 2.3 Billion ในปัจจุบัน) แต่ด้วยปัญหาทางด้านสุขภาพจิตและชีวิตส่วนตัวที่รุมเร้า เขาจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายโดยเหลือทรัพย์สินติดตัวเพียง 5 ล้านเหรียญเท่านั้น อย่างไรก็ตามแนวคิดต่างๆของเขาได้กลายเป็นรากฐานสำหรับนักเก็งกำไรทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน

 

สุดยอดนักเก็งกำไรในยุคปัจจุบัน

james-simons3. James “Jim” Simon ผู้ก่อตั้งกองทุน Hedge Funds – Renaissance Technologies 

คุณลุงคนนี้ถือได้ว่าเป็นสุดยอด Trader และนักคณิตศาสตร์ของโลกคนหนึ่ง เพราะเขาได้เป็นผู้ร่วมคิดค้นทฤษฏี Chern-Simon Theory ไว้ในวงการคณิตศาสตร์เอาไว้ด้วย (ใครสงสัยว่ามันคืออะไรลองค้นใน Wikipedia ดูนะครับ) ฉายาของแกก็คือ “King of Quant” นั่นเอง

  • ทรัพย์สิน : 10.7 Billion
  • รูปแบบการลงทุน : High Frequency Trading (HFT)
  • สถิติที่น่าสนใจ  : ปัจจุบัน Medallion Fund มี CAGR ที่สูงกว่า 35% ต่อปี (หลังหักค่าบริหาร) มาตั้งแต่ปี 1990

 

Steve Cohen หุ้น4. Steve A. Cohen ผู้ก่อตั้งกองทุน Hedge Funds – SAC Capital

เขาคือเจ้าพ่อตลาดหุ้นและจ้าวแห่งศาสตร์ “Tape Reading” หรือการอ่านโวลุ่มการซื้อขายที่เกิดขึ้นในระยะสั้นถึงขนาดได้ฉายาว่าเป็น “Jesse Livermore” ในยุคปัจจุบันเลยทีเดียว น่าเสียดายว่าเขาเป็นคนที่เก็บตัวเป็นอย่างมากเราจึงไม่มีข้อมูลส่วนตัวหรือวิธีการเก็งกำไรของเขาสักเท่าไหร่นัก

  • ทรัพย์สิน : 8.3 Billion
  • สไตล์การลงทุน : Tape Reading
  • สถิติที่น่าสนใจ : CAGR เฉลี่ยตั้งแต่ปี 1992 – 2008 อยู่ที่ราว 40% ต่อปี

 

Bruce Kovner หุ้น เทคนิค5. Bruce Kovner ผู้ก่อตั้งกองทุน Hedge Funds – Caxton Associate

เขาคือผู้เยี่ยมยุทธ์ในวงการ Global Macro Funds สายเลือด Trend Following ผู้เป็นลูกศิษย์ของ Micheal Marcus (ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของ Ed Seykota อีกทีหนึ่ง) ใครที่สนใจถึงแนวคิดหรือประวัติของเขาลองหาอ่านบทสัมภาษณ์ที่เคยถูกตีพิมพ์ไว้ในหนังสือ Market Wizard โดย Jack Schwager ได้เลยครับ

  • ทรัพย์สิน : 4.5 Billion
  • สไตล์การลงทุน : Global Macro – Trend Following
  • สถิติที่น่าสนใจ : ในช่วงยุค 80 กองทุนของเขามี CAGR ย้อนหลัง 10 ปีอยู่ที่ 87%/ปี

 

Paul Tudor Jones หุ้น6. Paul Tudor Jones ผู้ก่อตั้งกองทุน Hedge Funds – Tudor Investment Corperation

จากบทสัมภาษณ์ของเขาในหนังสือ Market Wizard เขาเชี่ยวชาญเทคนิคการเก็งกำไรแบบ Swing Trading เป็นอย่างมาก (เล่นสั้น – เล่นรอบ) เขาเป็นพวกชอบเล่นกับจุดกลับตัวของตลาด และเป็นถือเป็นนักเก็งกำไรที่มีความ Aggressive และมีสัญชาติญาณที่สูงเป็นอย่างมาก (แหกปากตะโกนตลอดเวลาว่างั้นเลย หุหุ)

  • ทรัพย์สิน : 3.4 Billion
  • สไตล์การลงทุน : Contrarian – Swing Trading
  • สถิติที่น่าสนใจ : กองทุนเคยมีผลตอบเฉลี่ยต่อปีสูงกว่า 99% ถึง 5 ปีติดกัน

 

david-shaw หุ้น7. David Shaw ผู้ก่อตั้งกองทุน Hedge Funds – D.E. Shaw&Co.

Computer Scientist ผู้นี้คือผู้ที่มองเห็นโอกาสสร้างความมั่งคั่งจากตลาดด้วยการบุกเบิกการเก็งกำไรในสไตล์ High Speed Quantiative Trading คนต้นๆของวงการตั้งแต่ช่วงปี 2001 เลยทีเดียว และเขายังเป็นบุคคลอีกคนหนึ่งที่ได้รับฉายาว่า “King Quant” โดยนิตยสาร Fortune Magazine โดยในปัจจุบันนี้ Shaw เริ่มหันเหตนเองไปทำ Research ในสาย Computaional Biochemistry ด้วยความชอบของตนเองอย่างเต็มตัวเรียบร้อยแล้ว

  • ทรัพย์สิน : 3 Billion
  • สไตล์การลงทุน : High Speed Quantiative Trading
  • สถิติที่น่าสนใจ : เขาเคยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประธานาธิบดีคลินตันและโอบามา

 

Stanley druckenmiller หุ้น8. Stanley Drunkenmiller – ผู้ก่อตั้งกองทุน Dunquesne Capital

ลูกหม้อคนสำคัญของ Gorge Soros ในยุค 90 ก่อนที่จะออกมาก่อตั้งกองทุนของเขาเอง วีรกรรมสำคัญของเขาก็คือการร่วมกันกับ Soros ถล่มธนาคารแห่งชาติของประเทศอังกฤษเสียจนเละด้วยการขายชอร์ททุบเงินปอนด์ในปี 1992 และโกยกำไรไปกว่า 1 Billion ไปในคราวเดียว เขามักใช้การอ่านกราฟมาช่วยในการหาจังหวะเวลาในการเดิมพัน และเชื่อในหลักของการรักษาเงินต้นและการทำโฮมรัน

  • ทรัพย์สิน : 2.5 Billion
  • สไตล์การลงทุน : Top-Down Trading
  • สถิติที่น่าสนใจ : กองทุนของเขามี CAGR ภายใน 12 ปีอยู่ที่ 37% ก่อนที่จะปิดตัวลง

 

David Harding หุ้น9. David Harding ผู้ก่อตั้งกองทุน – Winton Capital Management

เขาคือผู้ที่ประกาศว่าตนเองคือ “Systematic Trend Follower” หรือนักเก็งกำไรตามแนวโน้มตัวจริง โดยเขาจะทำการลงทุนอย่างเป็นระบบตามที่งานวิจัยของเขาได้บ่งชี้เอาไว้เท่านั้น และเขายังเคยให้สัมภาษณ์ต่อหน้าพิธีกรรายการทีวีของ CNBC ไว้ด้วยซ้ำว่า “ผมไม่รู้หรอกว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตลาด ผมไม่รู้ และผมไม่รู้จริงๆ เพราะผมไม่ได้มีญาณที่จะไปหยั่งรู้ได้!” … ไม่กลัวโดนถอนเงินออกจากกองทุนเลยน้าา อิอิ

  • ทรัพย์สิน : 1.3 Billion
  • สไตล์การลงทุน : Systematic Trend Following
  • สถิติที่น่าสนใจ : ตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1997 เขามีผลตอบแทนติดลบเพียงปีเดียว

 

John Henry หุ้น liverpool10. John W. Henry ผู้ก่อตั้งกองทุน J.W. Henry&Company และเจ้าของทีม Liverpool ในปัจจุบัน

John เริ่มต้นสะสมความมั่งคั่งมาจากการเป็นนักเก็งกำไรในตลาด Futures ก่อนที่จะเข้าเป็นเจ้าของทีม Boston Redsox และ Liverpool ที่แฟนบอลคนไทยหลายๆคนเป็นสาวกกัน เขาเป็นนักเล่นหุ้นแบบ Systematic Trend Following อีกคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากโดยใช้เวลาไม่นานนัก

  • ทรัพย์สิน : 1.1 Billion
  • สไตล์การลงทุน : Systematic Trend Following
  • สถิติที่น่าสนใจ : ในอดีตเขานำผลกำไรที่ได้จากการเก็งกำไรในรูปแบบของ Trend Following กว่า 700 ล้านเหรียญไปต่อยอดซื้อทีม Boston Redsox

 

* ผมพยายามยกมาให้มันครบๆเหล่าของแนวทางการใช้เทคนิคแต่ละแนวนะครับ ส่วนที่ว่า Soros ทำไมไม่ติดโผบ้าง เพราะเท่าที่เคยศึกษาแกไม่ได้ดูกราฟเท่าไหร่ครับ

** ขอขอบคุณที่มาของมูลค่าทรัพย์สินจากรายงานของนิตยสาร Forbes ในเดือนมีนาคม 2012

องค์ประกอบร่วมของนักเก็งกำไรที่ประสบความสำเร็จ

ขอแถมอีกนิดเนื่องจากว่าผมได้เคยศึกษาข้อมูลของนักเก็งกำไรระดับ Billionaire เหล่านี้มาบ้างจึงพอที่จะเห็นปัจจัยบางอย่างที่คล้ายๆกันดังนี้ครับ

  • พวกเขาล้วนแล้วแต่เป็น Self-Made Billionare
  • มักใช้ระบบการลงทุนในการซื้อขายโดยอัตโนมัติหรือใช้คอมพิวเตอร์ในการให้สัญญาณซื้อขาย
  • มีกฏในการเก็งกำไรที่ชัดเจนมากๆและปฏิบัติตามอยู่เสมอ
  • มีแนวทางหรือระบบการลงทุนเป็นของตนเอง (ค้นคว้าด้วยตนเอง)
  • ส่วนใหญ่ทำการ Backtest ทดสอบระบบการลงทุนของพวกเขาย้อนหลังเป็นอย่างดีเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะนำมาลองใช้จริงในตลาด
  • ตรวจสอบและประเมิณสุขภาพของระบบหรือผลการลงทุนของพวกเขาอยู่เสมอ
  • พวกเขามักเริ่มต้นด้วยการขาดทุนหนักๆในปีแรกๆก่อนที่จะกลับมาทำกำไรอย่างเป็นกอบเป็นกำได้
  • มักใช้ “ตัวคูณ” ในการสร้างความร่ำรวยด้วยการตั้งกองทุนของพวกเขาขึ้นมา
  • แต่ละคนมีแนวทางหรือระบบการลงทุนที่เหมาะสมกับจริตของตนเอง
  • หลักการรักษาเงินต้นคือกฏข้อแรก พวกเขาจะนึกถึงความเสี่ยง “ก่อน” เสมอ
  • มีการควบคุมอารมณ์หรือจิตวิทยาการลงทุนได้อย่างดีเยี่ยม
  • สิ่งสำคัญไม่ใช่กราฟ แต่เป็นความเข้าใจถึงความเสี่ยง, ผลตอบแทนและความน่าจะเป็น
  • … 9ล9

ถึงแม้ว่าสำหรับนักเล่นหุ้นไทยแล้วถึงมันดูจะยังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างห่างไกลในหลายๆมุม แต่ก็หวังว่าจะช่วยแก้ข้อกังขา, เป็นกำลังใจ และทำให้มองเห็นความเป็นไปได้ของความสำเร็จจากการใช้หลักการวิเคราะห์หุ้นในเชิงเทคนิคคัลกันบ้างแล้ว ใครบอกว่าไม่มีใครร่ำรวยจากการเก็งกำไรก็ช่วยฝากเอา Link แปะหน่อยละกันครับ ^_^

  • Unsign

    บางครั้ง สิ่งที่เราไม่เห็น ไม่ใช่ จะไม่มีนะ อิอิ …

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ผีหลอกแล้วครับบทความนี้ :D

  • pumpam

    ขอบคุณมากครับ สำหรับ บทความนี้เคยถามคำถามนี้กับตัวเองเหมือนกันครับว่ามีคนที่ประสบความสำเร็จทางด้านนี้ไหม 

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      จริงๆมีอีกเยอะนะครับ ในส่วนของพวกรายบุคคลก็เยอะครับ แต่มักรวยเท่าพวกตั้งกองทุนไม่ได้ ตัวคูณมันต่างกันครับ

  • P_dol

    ขอบคุณสำหรับการแบ่งปันความรู้ครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      มิเป็นไรครับ ^_^

  • champ

    ตื่นตาตื่นใจ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ขอบคุณคร้าบ

  • Boy

    ทุกคนที่ยกตัวอย่างมา เป็นนักเก็งกำไรทั้งหมดครับ … อย่างไรก็ตาม ผมไม่คิดว่า พวก Quant เป็นพวกที่ใช้กราฟ และการวิเคราะห์ทางเทคนิค เหมือน Trend follower  หรือนักเทคนิคทั่วๆไป  แต่ใช้คณิตศาสตร์ชั้นสูงอย่าง Cryptography  และอื่นๆ เขียนเป็นโปรแกรมอัตโนมัติ (HFT)   … พวก Quant นั้น ต่างจากนักเทคนิคที่ใช้กราฟชัดเจน ตรงที่ใช้คณิตศาสตร์ชั้นสูง และเท่าที่ตามดู เฮดจ์ฟันด์พวกนี้จะจ้างพวก PHD ทางคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ บางคนก็มีดีกรีรางวัลโนเบล  ( ใครที่สนใจเกี่ยวกับ Quant ลองอ่านหนังสือ The Quant  ของ scott patterson ได้  
    http://www.amazon.com/Quants-Whizzes-Conquered-Street-Destroyed/dp/0739385062) ผมอ่านจบแล้ว สนุกดี คนเขียนไม่ได้ลงลึกทางเนื้อหาคณิตศาสตร์มาก ใครอ่านก็เข้าใจได้ไม่ยาก แน่นอนว่ามีพูดถึุง จิม ไซมอน ในนั้นด้วย

     – ขอบคุณ คุณมดที่โพสต์บทความดีๆให้อ่านตลอดนะครับ ^^ 

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ขอบคุณครับ ผมว่าบางทีเส้นแบ่งระหว่างนักเก็งกำไรในสายต่างๆมันค่อยๆบางลงทุกทีแล้วเหมือนกันนะครับ โดยเฉพาะในสายที่เป็น Systematic (เทรดระบบหรือใช้คอมพ์ดำเนินการ) เพราะไม่ว่าใครจะใช้สูตรคณิตศาสตร์, กราฟ หรืออะไรก็แล้วแต่เป็นตัวตั้งต้นในการทำ Model สุดท้ายตัวยืนยันในการตัดสินใจใช้ระบบใดๆก็จะไปจบอยู่ที่ผลทางสถิติต่างๆที่ได้มาจากการทดสอบแทบทั้งนั้น (ผมคิดว่า Stat เป็นสิ่งที่ Overlap กันของนักเก็งกำไรที่ทำ Model แทบทุกสายเลยเอามาลงครับ ^_^)

      หนังสือ The Quant ผมเคยอ่านดูคร่าวๆแล้วเหมือนกันแต่เล่มมันหนาเลยวางไว้ก่อนเพราะอันอื่นยังค้างหิ้งอยู่เลยครับ :D น่าเสียดายที่ไม่ลงลึกเท่าไหร่ แต่คิดว่าถ้าลงลึกจริงๆก็อาจอ่านไม่รู้เรื่องอยู่ดี 55

  • Xyz

    ทุกคนล้วนตั้งกองทุน และรวยจากกองทุนครับ ^_^ ยกเว้นสองคนแรก Homma รวยเพราะค้าขายไม่ใช่แค่เก็งกำไร ส่วน Livermore เค้ารวยและเก่งจริงครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ส่วนตัวคิดว่าการตั้งกองทุนเป็นการใช้ Leverage ในอีกรูปแบบนึงของคนพวกนี้ แล้วก็ทำให้เงินงอกดีมากๆ แต่ถ้าไปมอง Performance ของแต่ละคนก็ต้องยอมรับว่าเค้าเก่งจริงๆด้วยเหมือนกันครับ (โดยเฉพาะเมื่อคิดถึงเงินที่เขาต้องบริหารอยู่ในมือ ^_^)

  • http://twitter.com/3dotts

    คนสุดท้ายนี่ idol ผมเลย ขอบคุณพี่มดมากครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      แสดงว่าเป็นเด็กหงษ์ อิอิ

  • Tomza

    อืม ผม ขาวๆ กันแล้วทั้งนั้น ^^

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ถ้าไม่ใช่ entrepreneur แล้วเอาหุ้นเข้า IPO ในตลาดนี่ผมมองว่าจะหา Billionaire ที่วัยรุ่นยากมากๆเลยเหมือนกันนะครับ อิอิ

      • Tomza

        คุณมดคร้าบบ วันหลัง ขอตัวอย่างคนไทยบ้างนะคร้าบบบ (ต้องมีคุณมด idol ผมใน list แน่นอนนนนนนนนนนน) ^^

        • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

          ตัวอย่างคนไทยผมไม่ค่อยรู้น่ะครับ ไม่เห็นมีใครเปิดตัวเท่าไหร่ อีกอย่างบ้านเราผมว่าใช้ Technical กันงูๆปลาๆขาดหลักวิชาการก็เยอะ คงต้องรอเวลาให้ทุกอย่างมันเดินไปถึงจุดนั้นแบบต้นตำรับเขาบ้าง ส่วนตัวผมก็คงกระดึ้บไปเรื่อยๆตามเวลาเหมือนกันมั้งครับ 55

  • Tanakrit_kra

    จากบทความนี้ผมยิ่งมีความเชื่อมากขึ้้นว่า นักเก็งกำไร ที่ประสบความสำเร็จระยะยาวไม่มีอยู่จริง เพราะถ้าเกิดสามารถทำได้ในระยะยาวจริง ผลตอบแทน 35% ถึง 99% ต่อปีนั้นจะทำให้เป็นบุคลที่รวย จนนับเงินไม่ถูกแน่นอน ถ้าทำได้ติดต่อกัน 20-30 ปี การเก็งกำไรในมุมมองผม มันก็เหมิอน การเล่นการพนันบางอย่าง และหลักคิดและวิธีใช้ก็คือ การได้เปรียบของเจ้ามือ ใหญ่เท่านั้นเอง เหมือนมีโอกาสที่จะชนะมากกว่าแพ้ แต่ก็ไม่สามารถจะทำได้ตลอดไป  เพราะปัจจัยหลายอย่างเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และวิธีแต่ละวิธี มันก็ใช้ได้เพียง บางช่วงเวลาเท่านั้นเอง 

    • เทพเทคนิค

       เพราะฉะนั้นวิธีที่คุณคิด ก็ใช้ไม่ได้เช่นกันนะครับ และทุกวิธีการบนโลกใบนี้ก็ใช้ไม่ได้ทั้งหมดครับ

      เพราะตลาดเปลี่ยนไปตลอดเวลา คือคำตอบ แต่รู้ไว้นะครับ คนที่เป็นเทคนิค และเขาลงทุนแบบ VI นำข้อดีผสมผสานกัน จะเป็นเบอร์ 1 ของโลกในโอกาสถัดไป เพราะอีกไม่นาน คนที่เป็นเบอร์ 1 ในตอนนี้ก็ตายไปหมดแล้ว เขาไม่ใช้เทคนิคเพราะพวกเขาใช้ไม่เป็นครับ เขาเกิดในยุค Sixty หรืออาจจะเป็น แต่มาเป็นเอาตอนรวยมากๆแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะใช้เทคนิคอลต่อไปเพื่ออะไรอีก มันไร้สาระจริงๆครับ สำหรับคนเงินขนาดนั้น เพราะหากเป็นผม ผมก็ไม่ใช้แล้วครับ เคาะทีเดียวร่วง

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      @48c484e6e11630c48baabe8c02b74b02:disqus ไม่ลองเปิดใจดูบ้างหรือครับ ชีวิตมีเรื่องให้ตื่นเต้นค้นหาอีกเยอะเลย ^_^

      ผลตอบแทน 99% ต่อปีติดต่อกัน 20 – 30 ปีคงทำได้ยากมากๆครับยิ่งถ้าเงินก้อนใหญ่ขึ้นมากๆแล้วเลิกนึกไปได้เลยเพราะความจุตลาดคงไม่พอ แต่ 35% up ก็มี Simon ทำได้มาตั้งแต่ 1991 นับๆแล้วก็ 20 กว่าปีแล้วนะครับ ถามว่ารวยมั้ย 10.7 Billion ยังไม่ถือว่ารวยอีกหรือครับ T_T ผมว่านั่งนับเงินไม่หมดแล้วนะครับ ถ้าเขาตั้งกองทุนมานานกว่านี้ก็อาจจะติด Top 10 ของโลกไปแล้ว (กองทุนตั้ง 1982) นอกจากนี้คนอื่นๆเขาก็เก็งกำไรมานานเป็น 10-20 ปีทั้งนั้นครับ

      คุณเข้าใจหลักการเก็งกำไรผิดไปครับ โอกาสชนะหรือแพ้เป็นส่วนหนึ่งของสมการที่ทำให้เกิดผลกำไรในระยะยาวเท่านั้น มันคือเรื่องของ Expectancy ครับ นักเก็งกำไรเก่งๆทำตัวไม่ต่างจาก Casino คือรู้จักจัดการความน่าจะเป็นให้เป็นบวกกับเรา แต่จริงๆแล้วผมอยากบอกว่าไม่ว่าจะพื้นฐานหรือการเก็งกำไรหรือเดาสุ่ม สายไหนๆเมื่อยุ่งเกี่ยวกับตลาดหุ้นแล้วก็หนีเรื่องของความน่าจะเป็นไปไม่พ้นหรอกครับ ถ้ามีความเข้าใจที่ถูกต้องก็จะดีกับตัวเราเองครับ http://www.mangmaoclub.com/on-expectancy/

      วิธีการต่างๆใช้ได้เพียงช่วงเวลาเป็นคำกล่าวที่ถูกต้องแต่ไม่ครบครับ ขาดเรื่องของความเสถียรหรือ Robust ในระยะยาวเข้าไปด้วย เพราะหากวิธีการใดๆใช้ได้ตลอดเวลาหรือ Sync กับตลาดตลอดเวลา Equity Curve ที่ออกมาก็ควรจะเป็นเส้นตรงไม่มี Drawdown ใดๆเลยเนื่องจากลงรอยกับตลาดตลอด http://www.mangmaoclub.com/dave-druz-on-robustness/

      แต่สิ่งที่เราเห็นกันก็คือทุกวิธีการมี Drawdown ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนหรือการเก็งกำไร แต่จะต่างกันตรงที่ Edge ของวิธีการใดจะมีความเสถียรหรือกลับมาใช้งานได้เรื่อยๆในระยะยาว (แม้ไม่ใช่ตลอดเวลา) ซึ่งปรากฏการณ์ตรงนี้ส่วนใหญ่จะมีจุดตั้งต้นมาจากความไร้ประสิทธิภาพของตลาด หรือเขาอาจจะเรียกว่า Market Anomalies ครับ มีทั้งสำหรับคนที่ใช้ Fundamental และ Technical ลองอ่านดูนะครับ  http://www.mangmaoclub.com/market-inefficiencies/

      ปล. หลายๆบทความในเว็บผมก็เคยเอา Market Anomalies ในเชิงต่างๆมาทดสอบให้ดูไปแล้วว่าในระยะยาวมันให้ Edge ที่สามารถจะเอาชนะผลตอบแทนของ SET index ได้อย่างขาดลอยอยู่หลายชนิด ถ้าเปิดใจก็ลองหาอ่านดูได้ครับ

  • http://gosouththai.com/ @Shaen

     ขอบคุณครับ เพิ่งดู MoneyBall
    เจอ John W. Henry เกี่ยวข้องอีก ที่นิยม Systematic เอามาใช้กับกีฬาด้วย
    แบบนี้แฟนลิเวอร์พูลแบบผม พอได้รู้จักแนวคิดเค้า กลับมาชอบเลย จากที่เฉยๆ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      @shaenpd:disqus ผมยังไม่ได้ดูเลยอะครับ วันหลังต้องไปหาดูหน่อยแล้ว แหะๆ :P
      เรื่องของการใช้คณิตศาสตร์กับกีฬานี่เห็นมีอยู่หลายชนิดเลยนะครับ แต่เมืองไทยไม่ค่อยเห็นคนพูดถึงกันหรือว่างบประมาณสนับสนุนเรายังไม่พอก็ไม่รู้ T_T

  • เชื่อหรือไม่

    เหมือนคนที่ไม่เชื่อว่าผีมีจริง แต่ไม่รู้ตัวว่าวันนึงตนเองก็ต้องกลายเป็นผี ถึงวันนั้นค่อยเชื่อ อิๆ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      55 กลายเป็นเรื่องผีไปซะแล้ว แต่ไม่เป็นไรผมชอบฟัง The Shock อยู่เหมือนกัน 55

  • Pan

    ขอบคุณค่ะคุณมด ชอบประเด็นที่คุณมดนำมาเขียนทุกครั้งเลยค่ะ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ขอบคุณที่แวะเข้ามาทักกันนะครับ :D

  • BOY

    นำข้อมูล มาเผยแพร่  ช่วยให้หลายๆคน มีกำลังใจ,เลือกทางที่ตนเชื่อและถนัด
      – ยากที่จะแนะนำหมูให้บินไปหากิน  ดังนั้นต้องปล่อยให้หมูหากินอย่างหมู
     –  ยากที่แนะนำต้นไม้ให้เดินไปหากินไกลๆ 
    ขอให้โชคดี เป็นของคนขยันศึกษา,ฝึกฝน   

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ชอบประโยคสุดท้ายจังครับ คนจะเก่งเก่งที่คน ต้องฝึกตนเพียรพยายาม ^_^

  • เทพเทคนิค

    ไม่ใช่อะไรหรอกนะครับ คุณมด ผมเห็นมาเยอะครับ ที่บอกว่าเทคนิคไร้สาระ ผมก็ถามกลับไป มันไร้สาระยังไง คนเหล่านั้นก็ตอบกลับมาเหมือนกันหมดเลยครับ “คนประสบผลสำเร็จอันดับต้นๆของโลกยังไม่ใช้แล้วเราจะเชื่อใครระหว่างคนประสบความสำเร็จกับบุคคล Noname ที่ใช้ เทคนิคอลหาเช้ากินค่ำ” ผมก็เลยถามกลับไปว่า แล้วคิดว่าชาตินี้คุณทำตามอย่างเขาแล้วคุณจะรวยได้เท่าเขาไหม เขาก็เงียบ ผมก็ถามต่อ แล้วตอนนี้คุณมีเงินมากเท่าเขามั้ย ที่จะถือยาวได้ทั้งชีวิตโดยไม่คิดจะขาย จนสุดท้ายผมถามเขาว่า แล้วคุณเข้าตลาดมาเพราะสิ่งใด??  เขาก็เงียบ ผมเลยตอบแทนไปให้ครับ ว่า “เพราะคุณต้องการกำไรไง” อย่างน้อยผู้ที่จะติว่าเทคนิคใช้ไม่ได้จริง ควรรู้ให้จริงเสียก่อน ว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆหรือไม่ หากคุณรู้จนแตกฉาน แล้วคำตอบคือไม่ อันนั้นคือตัวจริงครับ

     

  • Potato01

    กลายเป็นกระทู้ล่อเป้าไปแล้วครับ :) จริง ๆ วิธีไหนมันก็ดีด้วยกันทั้งนั้นแหละครับ ถ้ามันสามารถทำกำไรได้ขึ้นอยู่กับคนที่ใช้มากกว่า อย่าพยายามไปเปรียบเทียบว่าวิธีไหนดีกว่ากันเลย จริง ๆ ที่สำคัญมากกว่า คือวิธีไหนเหมาะกับตัวเรามากกว่า พยายามหาให้เจอก่อนดีกว่าครับ ดีกว่าไปวิ่งหาวิธีการที่ดีที่สุด  แต่ละคนเงินทุน ไม่เท่ากับ นิสัยก็ไม่เหมือนกัน วิธีที่คนประสบความสำเร็จอย่างมากใช้ เราก็อาจใช้ไม่ได้ เพราะปัจจัยหลายอย่างที่ไม่เหมือนกัน มันคงใช้วิธีแบบเดียวกันไม่ได้หมดหรอกครับ ทุกวิธีผมว่ามันประสบความสำเร็จได้เหมือน ๆ กันหมดแหละครับ ขึ้นอยู่กับคนที่ใช้ ลองเปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ ไปเรื่อย ๆ ดีกว่าครับ ^_^

    ปล. แม้แต่โหราศาสตร์ เค้ายังใช้กันทำกำไรได้เลย น่าจะลึกลับมากกว่า เทคนิคคัลอีกนะครับ ^^
    แต่ที่คุณมด ยก ๆ มานี่สุดยอดทั้งนั้นเลยครับ ด้วยเงินทุนขนาดนั้นแต่สามารถทำกำไรได้แบบนั้น ถ้าบอกว่าฟลุคคงไม่น่าจะใช่นะครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ครับผม รองเท้าสวยที่ใส่ไม่ได้ก็คงไม่มีประโยชน์สักเท่าไหร่เนอะ ^_^ เห็นด้วยครับว่าถนัดหรือชอบทางไหนก็เดินไปทางนั้นน่าจะดีกว่า บางทีคนเราก็เกิดมาเพื่อเป็นตัวเราเนี่ยแหละ อิอิ  

  • MegaMan

    ผมไปอ่านความเห็นใน pantip
    คนส่วนใหญ่ที่ยืนยันว่าตัวเองเป็น VI
    จะต่อต้านการวิเคราะห์ทางเทคนิคแทบทั้งนั้น
    บอกว่า เป็นพวกเล่นสั้นบ้าง ถ้าเล่นtfexก็บอกว่าเป็นการพนันบ้าง

    ทั้งๆที่พวกอ้างว่าเป็นVIเค้าไปซื้อที่ราคาต่ำผิดปกติ ไม่ขายจนกว่าพื้นฐานจะเปลี่ยน
    อะไรคือการพนัน อะไรเสี่ยง กว่ากันลองประเมินกันดูครับ

    มนุษย์เราก็คิดกันแปลกๆนะครับ อะไรก็ตามที่ผิดจากเรา มักจะต่อต้านไว้ก่อน
    ผมว่าแทนที่จ้องจะปฎิเสธ
    น่าจะไปหาว่าอะไรทำให้นักเทคนิค ยังมีชีวิตให้เห็นอยู่ทุกวันนี้คงเกิดประโยชน์กว่า

    VIตัวจริง กำไรได้จริงผมว่ามีนะ แต่พวกแอบอ้างก็แยะ

    ว่าแต่การลงทุน มันแบ่งค่ายกันแค่นี้จริงๆเหรอเนี่ย 555
    พิมพ์ยาวเลยครับ ประเด็นมันโดนใจน่ะครับ^ ^

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ผมก็ไม่เข้าใจว่าจะทะเลาะหรือ Bluff กันไปทำไมเหมือนกัน 55

  • FDBJ_Botia

    แล้วมีใครรวยเพราะใช้่แนวผสมผสาน

  • FDBJ_Botia

    พิมพ์ตกครับ รีบเกินไป

    แล้วมีใครรวยเพราะใช้แนวผสมผสานไหมครับ

    • เทพเทคนิค

      คุณว่า อาจารย์นิเวศน์ เคยแอบดู macd บ้างไหมครับ

      หากคุณไม่รู้ ผมก็ไม่รู้ครับ เพราะมันคือเทคนิคไงครับ บางทีมันก็เป็นความลับนะ

      ลองเปิดใจดูนะครับ เป็น VI แต่ให้เข้าซื้อเวลาราคามันตกมากๆ แล้วเกิดสัญญาณกลับตัวจึงเริ่มเข้าซื้อ ผมว่าถึงแม้มันจะลงต่อ แต่ก็ยังดีกว่าพวกที่ไม่รู้อะไรเลย เห็นลงมาก็วิ่งเข้าใส่โครมๆ เด๋วนี้ผมว่าขาใหญ่เขาก็รอให้รายย่อยนำนะครับ อย่าคิดแต่ว่าขาใหญ่จะนำตลาดเสมอ บางทีไม่ใช่นะครับ

    • เทพเทคนิค

       เสี่ยยักษ์ครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      พวกสาย CANSLIM ไงครับ ลองหาอ่านๆดูในเว็บนี้ก็ได้ครับ

  • เทพเทคนิค

    เอานะครับผมไมต้องการจะให้เป็นประเด็นต่อไป ผมอยากจะบอกว่าทุกเทคนิคดีทั้งนั้น แต่ที่ออกมาบอกแบบนี้เพียงแค่ไม่อยากให้มองด้านใดด้านหนึ่งแล้วยึดติดมากเกินไป เพราะ VI แท้ๆ เขาคือตัวจริง เก่งจริง กำไรจริง
    แต่ในตอนหลังๆมานี้ VI จำเป็นค่อนข้างเยอะ แล้วคนส่วนใหญ่คือไม่ได้เป็นมหาเศรษฐี ดังนั้นการอยากเป็น VI แต่ไม่มองข้ามสิ่งเล็กน้อยไป มันอาจจะช่วยให้เขาเหล่านั้นได้กำไรมากขึ้นได้ ขอให้โชคดีนะครับ ใคร ใคร่เรียนรู รู้ นะครับ บายครับ

  • เทพเทคนิค

    ขออภัยคุณมดไว้ ณ.ที่นี้นะครับ ผมไม่น่าเข้ามาเลย T_T

    • MegaMan

       ผมชอบแนวคิดของคุณ เทพเทคนิคนะครับ
      มาแบ่งปันประสบการณ์กัน
      อย่างน้อยๆ ก็เป็นประโยชน์กับผู้ใหม่ในเทคนิคอล(แบบผม) ^ ^

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      จะรีบไปไหนครับ ไม่เห็นต้องขอโทษอะไรผมเลย comment box มีเอาไว้คุยกันอยู่แล้ว แวะมาคุยกันอีกนะครับ ^_^ พอดีผมอยู่ข้างนอกพึ่งเปิดดู comment เลยไม่ได้ร่วมวงต่อ มันพิมพ์ไม่ถนัดน่ะครับ แหะๆ

  • bank

    ขอบคุณคุณมดครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ^_^ ขอบคุณสำหรับกำลังใจเช่นกันครับ

  • Akarapong W

    เหมือนคุ้นๆว่า คุณมด ก็ไม่ได้ทำงานประจำนิครับ อันนี้ก็น่าจะพอยืนยันได้แล้วมั้งครับว่ามันใช้ได้ผล

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      มานั่งคิด … ตัวผมเองไม่ได้ใช้ข้อมูลอย่างอื่นนอกจาก OHLCV มาหลายปีแล้วเหมือนกันนะครับเนี่ย จะบอกว่าเป็นผีในสายตาคนอื่นก็น่าจะพอได้มั้งครับ แต่ก็ยินดีเป็นนะครับ ^_^ 

      • Unsign

        OHLCV เป็นข้อมูลที่เท่าเทียมกันจริงๆ ไม่มีใครเหลื่อมล้ำใคร 55

        • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

          แบบว่าต้องมองทะลุ Matrix ของ OHLCV เข้าไปให้ได้มั้งครับพี่จอน 55

  • Neo_potato_th

    ขอบคุณคุณ mod  มากครับ
    ผมว่าทางไหนก็สำเร็จได้ทุกทางขอให้มีวินัยก็พอแล้ว

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ครับ ทำได้ทางไหนก็ทำไปเถอะครับ ผมว่าเล่นให้ได้ในแบบของเรานี่มันเจ๋งกว่าการเป็นสิ่งที่ใครเขาอยากจะเป็นกันอีกนะครับ :D

  • Boy123

    ผมเคยตามความคิดคนเก่งๆในเมืองไทยหลายคน อย่าง  คุณฮง (Hongvalue)  พี่สุมาอี้ (คุณนรินทร์ โอฬารกิจอนันต์)  ดร.นิเวศน์  … อยากบอกว่า ไม่มีใครปฏิเสธ การวิเคราะห์ทางเทคนิคเลยว่าใช้ไม่ได้  แต่บางคนอาจไม่ได้ใช้ เพราะไม่เหมาะกับลักษณะนิสัย หรือไม่เชี่ยวชาญ 

     เพราะฉะนั้น ประเด็นเรื่องการวิเคราะห์ทางเทคนิค กับการวิเคราะห์ทางพื้นฐานนั้น ไม่ควรเอามาเปรียบเทียบกันว่าวิธีไหนดีกว่า บางคนใช้เทคนิคเพียวๆ ก็รวยได้ บางคนใช้ปัจจัยพื้นฐานอย่างเดียวก็รวยได้เหมือนกัน หรือบางคนใช้ทั้งสองอย่าง ก็รวยได้เช่นเดียวกัน

     สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่ว่าจะใช้วิธีไหนรูปแบบใด ต้องรู้ให้ลึก รู้ให้จริงต่างหาก …เพราะถ้าคุณใช้ปัจจัยพื้นฐาน แต่ไม่รู้เรื่องพื้นฐานธุรกิจ หรือหลักการลงทุน ก็พังได้เหมือนกัน … หรือถ้าบอกว่าเป็นนักเทคนิค แต่อ่านสัญญาณจากเทคนิคไม่แม่น ตีความผิด เพราะเจอ Noise และ Fault signal ก็เจ๊งได้เหมือนกันครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      จริงๆสำหรับคนที่เข้าใจในสิ่งที่ตนเองทำผมว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อยู่แล้ว เพราะเราย่อมรู้ตัวเราดีกว่าใคร (ยกเว้นมือใหม่ที่กำลังเรียนรู้แล้วโดนโปรแกรมมาผิดๆ) 

      ส่วนใหญ่ที่เห็นมักจะเป็นพวกที่ยัง “ไม่ถึง” มากกว่า ส่วนกูรูเก่งๆบางคนก็อาจมีบ้าง อันนี้ก็คงเป็นปมส่วนตัวของแต่ละคนไป ผมก็คงจะไปห้ามใครไม่ได้หรอกครับ บทความนี้ก็แค่ชี้เป้าให้ได้เห็นนักเก็งกำไรที่ถึงฝั่งแล้วเท่านั้นเองครับ ^_^

  • Autoerotic_golf

    ผมมองว่า การลงทุนหุ้น ควรจะศึกษาทุกแนวทาง และสามารถใช้ได้ทุกแนวทางนะ
    เพราะมันจะทำให้ได้เงินเร็วและลดความเสี่ยงได้เยอะมาก

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหามครับ สิ่่งที่เหมือนแตกต่างจริงๆแล้วอาจจะไกล้กันมากอย่างที่เราคาดไม่ถึงเลยก็ได้ :D

  • Randomwalk

    คุณมดสนใจตั้งกองทุนเองไหมครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ณ ตอนนี้ยังไม่มีความคิดนะครับ ผมแฮ้ปปี้กับเวลาชีวิตที่เหลือเฟือแบบนี้มากกว่าครับ ^_^

      • Nutt776

        อย่างน้อยอย่าเบื่อเขียนบลอกละกันคับ

        vi บางสายก็คือเก็งกำไรแหละคับ
        เพียงแต่ใช้องค์ประกอบต่างกันมาเดา งบ และกำไร
        เพื่อไปเก็งราคาเป้า

        ไม่ว่าวิธีไหน ก็ถึงนิพพานดได้
        แต่ไม่มีคำว่า easy money ในทุกหนทาง

        • Nutt776

          price = value+discount or premium

          ส่วนตัวผมว่า ชำนาญด้านใดด้านหนึ่งก็หาเงินได้
          แต่ชำนาญทั้งสองด้าน
          น่าจะเติมเต็มกันและกัน
          เพราะราคาไม่จำเป็นต้องวิ่งหา value ตลอดเวลา
          การรู้แต่ value อาจติดล๊อคเวลา
          technical น่าจะช่วยลดความเสี่ยง และทำให้ turnoverสูงขึ้น

          roce=margin x turnver

        • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

          “vi บางสายก็คือเก็งกำไรแหละคับ เพียงแต่ใช้องค์ประกอบต่างกันมาเดา งบ และกำไรเพื่อไปเก็งราคาเป้า”

          เห็นด้วยครับ เดี๋ยวนี้เห็น VI แบบจิตวิญญาณจริงๆน้อยมากเลย ส่วนใหญ่ก็หวัง Capital Gain กันทั้งนั้น ^_^

  • Pingback: Performance ของนักเก็งกำไรที่มักถูกเรียกว่าผีพนัน! | แมงเม่าคลับ.คอม()

  • Pingback: TrendyStock()

  • Etm_552

    ยอดเยี่ยมครับ

  • Q

    ชอบๆๆๆ

  • sutin

    เทคนิคอล ยากไปสำหรับผม พื้นฐานก็ยากพอกัน.. มนุษย์เงินเดือน โชคดีที่เรียนมาทาง Database เก็บข้อมูลเองทุกวัน เล่นมาหลายปี ตั้งแต่ปี 52 ลองผิดลองถูก ส่วนใหญ่ผิด เสียหายไปเยอะ ปรับแนวคิด ปรับโปรแกรมไปเรื่อยๆ ได้ๆเสียๆ ฟลุ๊คซะส่วนใหญ่ตอนได้ ส่วนใหญ่เสียแหละ.. จนมาเดือนที่แล้ว เปลี่ยนแนวคิดใหม่ ทำระบบตามแนวคิด เก็บข้อมูลนาทีละ 1 รอบ กำไรอื้อ คัทน้อยมาก เข้าซื้อปิด ขายอีกวัน ถือไม่เกิน 2 วันถ้าดอย เล่นวันละตัว รอบเดียว.. แต่เดือนนี้โดน cei กะ bsm เด้งไม่ถึงเป้า เอาแต่ลง ตัดสินใจคัทเจ็บลึก แต่ดีที่ยังกำไร .. ผมอยากบอกว่า ถ้างบเก็ง 8 หมื่น ไม่เกินแสน .. 20-40 % ต่อเดือน เป็นไปได้ครับ .. หวังว่าระบบล่าสุดนี้จะเสถียรไปเรื่อยๆละกัน ไม่งั้นต้องมาปรับความคิดใหม่ ทำระบบใหม่ เหนื่อยดีครับแต่ก็สนุก ..555

  • Attaphon NineO

    แนะนำครับเทรดค่าเงินกับ Exness Broker
    เปิดบัญชี Forex ใหม่ เริ่มต้นได้ตั้งแต่ 1$ ครับ *** https://www.exness.com/a/s0ame05b ***
    – ทำการฝากถอนเงินได้ง่าย รวดเร็ว ปลอดภัย รองรับการฝากถอนผ่านธนาคารออนไลน์ของไทย เช่น กสิกร กรุงไทย ไทยพาณิชย์ กรุงเทพ หรืออื่นๆ และ E-Currency ยอดนิยมต่างๆ เช่น Webmoney, Momeybooker ฯ
    – เงินฝากเแรกเข้าในระดับที่ต่ำสุดสำหรับบัญชี Mini ก็คือ: 1 เหรียญสหรัฐ การถอนเงินสามารถถอนได้ทันที
    – การฝากและการถอนเงินแบบไม่มีค่านายหน้า ฝากและถอนเงินได้มากกว่า 35 วิธี และมีค่าคอมมิชชั่น 0%
    – ช่วงกว้างของราคาที่แคบ: ตั้งแต่ 0.1 จุดในบัญชี Mini และ Classic จาก 0.0 จุดในบัญชี ECN
    – เลเวอเรจ 1:2000 (ล่าสุดมีระบบเลเวอเรจแบบไม่จำกัด) มีคู่สกุลเงินมากกว่า 120 คู่
    – มีความมั่นคงสูง และคนไทยนิยมมาก มีการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง รองรับ EA ทุกรูปแบบ ฟรีบริการ VPS hosting
    – สะดวกสะบายด้วยระบบต่างๆ ที่ทันสมัย บริการ Live Support ตลอด 24 ชั่วโมง
    – คำสั่งซื้อขายสมบูรณ์ตั้งแต่ 0.1 วินาที สร้างรายได้รายวันง่ายๆ 20 -30 $ หรือหลายร้อยเหรียญด้วย Forex ซึ่งทำกำไรได้ดีกว่าการเล่นหุ้น
    – แพลตฟอร์มสำหรับการซื้อขายบนมือถือ Metatrader 4, Metatrader 5 และซื้อขายบนเวป WebTerminal MT4
    – แนะนำวิธีการสมัคร เทคนิคซื้อ-ขาย ฝาก-ถอน และอื่นๆ ทุกขั้นตอนสนใจสมัครคลิ๊กที่นี้ *** https://www.exness.com/a/s0ame05b **
    สำหรับสมาชิกที่สมัครผ่านลิ้งสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ >>> [email protected] <<< ไม่มีค่าสมัครหรือค่าบริการใดๆทั้งสิ้น