<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
		>
<channel>
	<title>Comments on: ทฤษฏีการสะท้อนกลับไปมาGeorge Soros : Reflexivity And Market Reversal</title>
	<atom:link href="http://mangmaoclub.com/reflexivity-1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://mangmaoclub.com/reflexivity-1/</link>
	<description>แบ่งปันความรู้ในการเล่นหุ้น</description>
	<lastBuildDate>Mon, 06 Feb 2012 17:53:00 +0000</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
	<item>
		<title>By: Mod</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/reflexivity-1/#comment-3986</link>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Mar 2011 23:35:14 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=955#comment-3986</guid>
		<description>คงต้องค่อยๆซึมซํบไป บางบทความที่ผมเคยอ่านตอนหัดเล่นก็ไม่เข้าใจ พอมันมีประสบการณ์ร่วมเข้ามานี่แบบซาบซึ้งกันเลยทีเดียว 55</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>คงต้องค่อยๆซึมซํบไป บางบทความที่ผมเคยอ่านตอนหัดเล่นก็ไม่เข้าใจ พอมันมีประสบการณ์ร่วมเข้ามานี่แบบซาบซึ้งกันเลยทีเดียว 55</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: chotima</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/reflexivity-1/#comment-3974</link>
		<dc:creator>chotima</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 27 Mar 2011 07:50:45 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=955#comment-3974</guid>
		<description>ขอบคุณคะ เพิ่งเข้ามาอ่าน อ่านยากแต่เข้าใจง่าย (แปลกดี)อาจเป็นเพราะอ่านหลายครั้งและเข้ามาอ่านบ่อยๆเวลามึนๆกับสถานการณ์</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ขอบคุณคะ เพิ่งเข้ามาอ่าน อ่านยากแต่เข้าใจง่าย (แปลกดี)อาจเป็นเพราะอ่านหลายครั้งและเข้ามาอ่านบ่อยๆเวลามึนๆกับสถานการณ์</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Mod</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/reflexivity-1/#comment-1158</link>
		<dc:creator>Mod</dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Sep 2010 09:51:59 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=955#comment-1158</guid>
		<description>ถ้าแปลแล้วยังงง ก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ สงสัยผมยังแปลไม่ค่อยดี ไว้คราวหน้าจะพยายามให้รู้เรื่องกว่าเดิมละกันครับ :D</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ถ้าแปลแล้วยังงง ก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ สงสัยผมยังแปลไม่ค่อยดี ไว้คราวหน้าจะพยายามให้รู้เรื่องกว่าเดิมละกันครับ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Mr.N</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/reflexivity-1/#comment-1151</link>
		<dc:creator>Mr.N</dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Sep 2010 08:03:36 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=955#comment-1151</guid>
		<description>ขอบคุณครับสำหรับ เรื่องราวเกี่ยวกับ Reflexivity ผมเป็นอีกคนที่สนใจทฤษฏีของ พ่อมดการเงินท่านนี้ แต่อ่านแล้วก็งงๆ เพราะใช้ศัพท์สูง หรืออาจเป็นเพราะแปลมาเป็นภาษาไทย เลยไม่รู้จะใช้ภาษาอย่างไรให้เหมาะสม...แต่ถ้าได้คนไทยที่แปลมาเป็นภาษาชาวบ้านน่าจะดีนะครับ....

ขอบคุณอีกครั้ง และจะติดตามต่อไปครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ขอบคุณครับสำหรับ เรื่องราวเกี่ยวกับ Reflexivity ผมเป็นอีกคนที่สนใจทฤษฏีของ พ่อมดการเงินท่านนี้ แต่อ่านแล้วก็งงๆ เพราะใช้ศัพท์สูง หรืออาจเป็นเพราะแปลมาเป็นภาษาไทย เลยไม่รู้จะใช้ภาษาอย่างไรให้เหมาะสม&#8230;แต่ถ้าได้คนไทยที่แปลมาเป็นภาษาชาวบ้านน่าจะดีนะครับ&#8230;.</p>
<p>ขอบคุณอีกครั้ง และจะติดตามต่อไปครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: ต้นข้าว</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/reflexivity-1/#comment-785</link>
		<dc:creator>ต้นข้าว</dc:creator>
		<pubDate>Sat, 01 May 2010 03:09:13 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=955#comment-785</guid>
		<description>อ่านแล้วก็ต้องนำมาปฎิบัติเพื่อเป็นการฝึกฝน ขอบคุณค่ะสำหรับบทความและComments ที่ดีค่ะ(กำลังทยอยอ่านค่ะ)</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>อ่านแล้วก็ต้องนำมาปฎิบัติเพื่อเป็นการฝึกฝน ขอบคุณค่ะสำหรับบทความและComments ที่ดีค่ะ(กำลังทยอยอ่านค่ะ)</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: mod</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/reflexivity-1/#comment-360</link>
		<dc:creator>mod</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 Jan 2010 03:32:36 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=955#comment-360</guid>
		<description>ไม่รกหรอกครับ หนังสือดีๆทั้งนั้นเลยครับ

ผมได้ลองซื้อมาอ่านแล้วนะครับสำหรับ Jeromes becomes a genius —- Eran Katz กับ Secrets of a Super Memory — Eran Katz ยอมรับว่าอ่านสนุกและได้อะไรดีๆเยอะมากครับแต่ยังต้องฝึกบ่อยๆจึงจะคล่องหน่อย

เรื่อง psychology of human misjudgement นั้นผมคิดไว้ว่าสักพักจะแปลมาลงให้คนอื่นได้อ่านกันด้วยครับ แต่ซีรี่ส์เก่าๆยังไม่จบเลย 55 

สรุปว่าคอมเมนท์นี้ กลายเป็น Book Review ไปแล้ว 555 น่าสนใจทุกเล่มครับดีๆทั้งนั้น

ปล.ท่านพุทธทาสเป็นพระที่น่านับถือมากๆสำหรับผม ผมเคยหลงๆไปค้างคืนอยู่ที่สวนโมกข์ประมาณ 4-5 วัน รู้สึกว่าพลังธรรมะของท่าน ยังแผ่คลุมพื้นที่รอบๆแถวนั้นอยู่ไม่หายไปเลยทั้งที่ท่านมรณะภาพมานานแล้ว ผู้คนแถวนั้นก็นิสัยดีนะครับผมชอบ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่รกหรอกครับ หนังสือดีๆทั้งนั้นเลยครับ</p>
<p>ผมได้ลองซื้อมาอ่านแล้วนะครับสำหรับ Jeromes becomes a genius —- Eran Katz กับ Secrets of a Super Memory — Eran Katz ยอมรับว่าอ่านสนุกและได้อะไรดีๆเยอะมากครับแต่ยังต้องฝึกบ่อยๆจึงจะคล่องหน่อย</p>
<p>เรื่อง psychology of human misjudgement นั้นผมคิดไว้ว่าสักพักจะแปลมาลงให้คนอื่นได้อ่านกันด้วยครับ แต่ซีรี่ส์เก่าๆยังไม่จบเลย 55 </p>
<p>สรุปว่าคอมเมนท์นี้ กลายเป็น Book Review ไปแล้ว 555 น่าสนใจทุกเล่มครับดีๆทั้งนั้น</p>
<p>ปล.ท่านพุทธทาสเป็นพระที่น่านับถือมากๆสำหรับผม ผมเคยหลงๆไปค้างคืนอยู่ที่สวนโมกข์ประมาณ 4-5 วัน รู้สึกว่าพลังธรรมะของท่าน ยังแผ่คลุมพื้นที่รอบๆแถวนั้นอยู่ไม่หายไปเลยทั้งที่ท่านมรณะภาพมานานแล้ว ผู้คนแถวนั้นก็นิสัยดีนะครับผมชอบ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Anonymous</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/reflexivity-1/#comment-359</link>
		<dc:creator>Anonymous</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 Jan 2010 01:51:54 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=955#comment-359</guid>
		<description>ไม่น่าเกิดครับ เพราะเขียนไม่ค่อยรู้เรื่อง 5555555
 
  ขอบคุณท่านมด เอาเรื่องนี้มาลง ผมเลยมีเรื่องคุยบ้าง

  ช่วงปีใหม่ ผมได้รวบรวมหนังสือ ทุกเล่มเกี่ยวโยงกันหมด ผมอ่านเล่มละหลายรอบ นับเปนครั้งไมได้ เพราะวางอยู่ทั้วบ้าน เดินผ่านก็หยิบมาอ่าน ผมอ่านทั้งวัน อ่านหน้าละนิดละหน่อย ถ้านับครั้ง คงอ่านเล่มหนึ่งหลายร้อยรอบ ใครสนใจที่เกี่ยวกับเรื่อง reflexivity ต้องหาอ่านเอาไว้ ผมอาจผิดครับ อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น

  1. ศิลปการผูกมิตร และจูงใจคน

           ถ้าเก่งเรื่อง reflexivity แล้ว แต่ยังไม่กล้าพูดในที่ชุมชน อย่างนียังไม่เข้าใจดี   แต่เอาไปใช้ในทางที่ดี  มีคุณธรรม ไม่ได้ใช้เอาไปหลอกหลวงคนอื่น อย่างนักมายากลชั้นยอดเข้าหลอกคนดู แต่คนดูชอบ เพราะชอบหาทางจับผิดเขา เขาอ่านใจคนดูตลอด นั่นเป็นเรื่องดี ทำให้คนมีความสุข บางคนขาดทุนแล้วก็ยังมีความสุข เพราะไปติดกับดักเหมือนนั่งดูนักมายากล ติดไปนานๆ แล้วมันแก้ยาก เรื่อง reflexivity มันต้องเข้าใจจิตใจของตัวเองก่อน  แล้วเข้าใจคนอื่นได้เป็นอย่างดี มองในมุมของคนอื่นเสมอ อย่ามองมุมของเราอย่างเดียว  แล้วลองเอาไปใช้อ่านใจตลาด มองหลายๆ มุมครับ 

  2. การดับทุกข์ ---หลวงพ่อพุทธทาส

     จะทันความคิดตัวเองได้ ฝึกสมาธิประจำทุกวัน ฝึกไปนานๆ คราวนี้ เรทำอะไร เราฉลาดทันการตัดสินใจของเราเอง แรกๆ ทันร่างกายตัวเอง ทำอะไรก็ตะหนักรู้ไปหมด แล้วมันจะไปฉลาดทันความคิด เราทำอย่างนั้น เพราะว่ามีเหตุอย่างนี้ เราทันทุกอย่าง สุดท้ายไป ไปทันอารมร์ตัวเอง เห็นคนอื่นซื้อ ซื้อตาม ไม่ทีนอารมณ์ตัวเอง ฉลาดไม่ทันเวลา เพราะไม่ฝึกสมาธิ ฝึกมากๆ สติมันมาเร็ว มาทันเวลา เหตุผลที่ trader ต้องฝึกวิปัสสนาหรือกรรมฐาน

  3.  ท้าทายสมองซีกขวา

     สมองเราเรารับรู้ผิดเสมอ การอ่านเล่มนี้ทำให้ผมเปลี่ยนไปเลย  กลายเป็นคนยอมรับว่า เราผิดตลอดเวลา แต่ก่อน ทำอะไร คิดว่าตัวเองถูก อ่านอล้วนี้แล้ว โห....กรู้โง่อยู่น่านนน  55555  ทุกอย่างที่เราทำ แล้วลองดูซิว่า เราผิดพลาดไปตรงไหน ทำอย่างไรให้มันผิดบ้าง แล้วหลีกเหลี่ยงมัน   คราวนี้เวลาไปตักข้าว สติมันเลยมาทันทีว่า เราตักข้าวอยู๋ มันผิดแน่ มันผิดตรงไหน เรามาตักข้าวทำไม มันโยงกันหมดครับ 

  4.  ยิว---ของหม่อมราชวงคึกฤทธิ์ 

    Trader เก่งๆ ล้วนเป้นคนยิวเกือบทั้งหมด อย่าลืมอ่านประวัติศาสตร์ของคนยิวครับ ท่านเก่งเรื่องนี้ที่สุดแล้ว ปรัชญาและประวัติศาสตร์เหมือนน้ำ  การลงทุนก็เหมือนปลาครับ       
   
    5.  Jeromes becomes a genius ---- Eran Katz 
          
      มีแปลป็นไทยครับ หนังสือเกี่ยวกับคนยิว ลักษณะบุคคลิกอย่างใดที่เป้นคนยิว เรามองแต่สิ่งที่ trade เก่งๆทำ แต่อย่าลืมมองว่า พื้นฐานในวัยเด็กอย่างไร ทำให้เขาทำอย่างนั้น พื้นฐานการเลี้ยงดูในวัยเด็กของคนยิวมีความสำคัญอย่างมากครับ   
 
    6. Secrets of a Super Memory  -- Eran Katz 
    เล่มนี้แปลเป็นไทยเหมือนกันครับ ฝึกใช้การมองภาพรวม สมองมันต้องฝึก ฝึกทุก ๆ วัน 
ผมลองปรับเข้ากับการ trade อย่างนี้ครับ  เราฝึกซ้อมในหัวบ่อยๆ ซ้อมจนเราไม่กลัว ไม่ติ่นเต้นที่จะเทรดหุ้น ใจมันนิ่งเพราะซ้อมในหัวทุกวันอยู่แล้ว  ผมคิดเรื่องกาการเทรดทุกเช้าก่อนที่ผมจะเทรดจริง ผมเทรดในหัว เทรดจนสมองมันจำได้ ถ้ามาอย่างเราทำอย่างนั้น เราคิแตรียมแผนไว้หมด เรื่องนี้โลกการลงทุนเขาเรียว่าเป้น decision tree  ผมเรียกว่า การจินตนาการซ้อมในหัว ซ้อมจนมันเคยชิน ซ้อมจนเห้นภาพทุกอย่างถ้ามัน มี a แล้วถ้ามันตามด้วย b โอกาสที่จะเกิด c มีแน่  ถ้ามันเกิดจริง มันต้องควบคลุมแรงเต้นหัวใจให้ได้ ผมใส่นาลิกาตรวจวัดแรงเต้นหัวใจตลอด ผมทำได้ไม่ตลอด แต่ถ้าเรากำหนดลมหายใจ มีสติให้มากที่สุด ตัดอารมร์ออกให้มากที่สุด ผมว่าผมทำได้ดีในระดับที่แรงเต้นกลับยไปที่ 50 ได้ เมื่อนั้นผมว่าโอเค เราพร้อมที่จะเข้าไปแข่งขันในเกมการลงทุนนี้ ถ้าแรงเต้นมันไมได้  มองทุกอย่างให้มันเป็นเรื่องตลก ผมว่ามันช่วยได้ มันทำให้แรงเต้นลดลงได้ทันที เรื่องอย่างนี้ท่านต้องลองกับตัวเอง แล้วหาให้ได้ว่าเรื่องไหนที่ทำท่านนิ่ง ได้ คนเรามันไม่เหมิอนกัน ถ้าเราเทรดในหัวจนชำนายได้ ผมพร้อมที่จะเทรดในเกมการแข่งขันจริงแล้ว เกมมันชนะกันตั้งแต่ก่อนที่เราจะเทรดแล้วครับ เหมือนที่ซุนวูบอก สงครามชนะแพ้ ร็ตั้งแต่ก่อนรบ ผมว่านั่นเป้นปรัชญาที่สุดยอดมาก แล้วเราเห็นคนที่เก่งๆ ทั้งหลายในทุกเอามาใช้ให้เกิดผลที่มหัศจรรย์อย่างมาก
    ผมนึกถึงคุณสมจิตร จงจอหอ เขาบอกว่าก่อนชกทุกครั้ง   “ผมจะจินตนาการถึงหน้าคู่ต่อสู้ว่าเขาทำอย่างไรบ้างผมเวที เราจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไร โดยการนอนหลับตาคิดถึงภาพการแข่งขันที่เราวาดไว้ ”

     7.  Sudoku

   นี้เกมครับ ฝึกในยามว่าง ว่างเมือ่ไหร่ ขึ้นรถไฟ ผมก็หยิบมาเล่น เล่นเมื่อเราสนุกกับมัน 10 นาที ถ้าไม่ชอบ อย่าไปเล่นมันครับ ถ้ามันเพลิน ผมเล่นไปเรือยๆ 2 ชม เล่นไป ถ้ามันเบื่อ 10 นาทีผมก้หยุด แต่ต้องรู้ตัวเองด้วยว่าเบื่อเพราะอะไร สนุกเพราะอะไร ทันตัวเองตลอดเวลา 

    8. วิชาสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยไม่เคยสอน

        เล่มนี้ ไม่ต้องอธิบายครับ แรงบันดาลใจที่สุดยอดทั้งนั้นครับ  

  9. Seeking Wisdom from darwin to Munger

     Munger เป้นคู่หูของ Warren Buffett
   ไม่มีแปลเป็นไทย แต่มีให้อ่านในอินเตอเนตหัวข้อ psychology of human misjudgement ผมอ่านมาหลายปีแล้ว เล่มนี้อ่านทุกวันก่อนนอน เพราะก่อนนอนต้องนั่งทบทวนว่าเราทำผิดอะไรบ้าง เรื่องนี้สำคัญอย่างมาก การนั่งจับผิดตัวเองทำให้เราก้าวหน้าได้เร็วมาก เพราะเราจะหาวิธีใหม่ๆ มาปรับปรุงตัวเองตลอด เรื่อง reflexivity บางทีผมยังชอบนึกว่าน่าจะเปลี่ยนชื่อเป้น psychology of human misjudgement มันเป้นเรื่องเดียวกันครับ เหมือนฝาแฝดเลยทีเดียว


   ผมติดมาแค่นี้..

   reflexivity ไมได้เป็นวิชา แตมันเป็นคณะ ถ้าเรียนต้อง  4 ปี เพราะมันมีอยู๋ในทุกอย่างรอบ ๆ ตัวเรา ถ้าเปนวิชา แยกได้ไม่หมดครับ ผมแยกได้ตามที่เขียนเอาไว้ รวแล้วหลายเล่มเลยทีเดียว 555555

1.   reflexivity in สามก๊ก
2.   reflexivity in family
3. reflexivity in Thai political
4.   reflexivity in economics
5. reflexivity in mathematics
6. reflexivity in physics
7. Guidlines for better reflexivity thinking
8.reflexivity in psychology
9.    reflexivity in stock markets

   

  หวังว่า คงมีประโยชน์บ้าง ขออภัยครับ ถ้าทำให้รกไปหน่อย

  ขอบคุณท่านมดสำหรับเว็บที่น่าอ่าน.....สวัสดีครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่น่าเกิดครับ เพราะเขียนไม่ค่อยรู้เรื่อง 5555555</p>
<p>  ขอบคุณท่านมด เอาเรื่องนี้มาลง ผมเลยมีเรื่องคุยบ้าง</p>
<p>  ช่วงปีใหม่ ผมได้รวบรวมหนังสือ ทุกเล่มเกี่ยวโยงกันหมด ผมอ่านเล่มละหลายรอบ นับเปนครั้งไมได้ เพราะวางอยู่ทั้วบ้าน เดินผ่านก็หยิบมาอ่าน ผมอ่านทั้งวัน อ่านหน้าละนิดละหน่อย ถ้านับครั้ง คงอ่านเล่มหนึ่งหลายร้อยรอบ ใครสนใจที่เกี่ยวกับเรื่อง reflexivity ต้องหาอ่านเอาไว้ ผมอาจผิดครับ อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น</p>
<p>  1. ศิลปการผูกมิตร และจูงใจคน</p>
<p>           ถ้าเก่งเรื่อง reflexivity แล้ว แต่ยังไม่กล้าพูดในที่ชุมชน อย่างนียังไม่เข้าใจดี   แต่เอาไปใช้ในทางที่ดี  มีคุณธรรม ไม่ได้ใช้เอาไปหลอกหลวงคนอื่น อย่างนักมายากลชั้นยอดเข้าหลอกคนดู แต่คนดูชอบ เพราะชอบหาทางจับผิดเขา เขาอ่านใจคนดูตลอด นั่นเป็นเรื่องดี ทำให้คนมีความสุข บางคนขาดทุนแล้วก็ยังมีความสุข เพราะไปติดกับดักเหมือนนั่งดูนักมายากล ติดไปนานๆ แล้วมันแก้ยาก เรื่อง reflexivity มันต้องเข้าใจจิตใจของตัวเองก่อน  แล้วเข้าใจคนอื่นได้เป็นอย่างดี มองในมุมของคนอื่นเสมอ อย่ามองมุมของเราอย่างเดียว  แล้วลองเอาไปใช้อ่านใจตลาด มองหลายๆ มุมครับ </p>
<p>  2. การดับทุกข์ &#8212;หลวงพ่อพุทธทาส</p>
<p>     จะทันความคิดตัวเองได้ ฝึกสมาธิประจำทุกวัน ฝึกไปนานๆ คราวนี้ เรทำอะไร เราฉลาดทันการตัดสินใจของเราเอง แรกๆ ทันร่างกายตัวเอง ทำอะไรก็ตะหนักรู้ไปหมด แล้วมันจะไปฉลาดทันความคิด เราทำอย่างนั้น เพราะว่ามีเหตุอย่างนี้ เราทันทุกอย่าง สุดท้ายไป ไปทันอารมร์ตัวเอง เห็นคนอื่นซื้อ ซื้อตาม ไม่ทีนอารมณ์ตัวเอง ฉลาดไม่ทันเวลา เพราะไม่ฝึกสมาธิ ฝึกมากๆ สติมันมาเร็ว มาทันเวลา เหตุผลที่ trader ต้องฝึกวิปัสสนาหรือกรรมฐาน</p>
<p>  3.  ท้าทายสมองซีกขวา</p>
<p>     สมองเราเรารับรู้ผิดเสมอ การอ่านเล่มนี้ทำให้ผมเปลี่ยนไปเลย  กลายเป็นคนยอมรับว่า เราผิดตลอดเวลา แต่ก่อน ทำอะไร คิดว่าตัวเองถูก อ่านอล้วนี้แล้ว โห&#8230;.กรู้โง่อยู่น่านนน  55555  ทุกอย่างที่เราทำ แล้วลองดูซิว่า เราผิดพลาดไปตรงไหน ทำอย่างไรให้มันผิดบ้าง แล้วหลีกเหลี่ยงมัน   คราวนี้เวลาไปตักข้าว สติมันเลยมาทันทีว่า เราตักข้าวอยู๋ มันผิดแน่ มันผิดตรงไหน เรามาตักข้าวทำไม มันโยงกันหมดครับ </p>
<p>  4.  ยิว&#8212;ของหม่อมราชวงคึกฤทธิ์ </p>
<p>    Trader เก่งๆ ล้วนเป้นคนยิวเกือบทั้งหมด อย่าลืมอ่านประวัติศาสตร์ของคนยิวครับ ท่านเก่งเรื่องนี้ที่สุดแล้ว ปรัชญาและประวัติศาสตร์เหมือนน้ำ  การลงทุนก็เหมือนปลาครับ       </p>
<p>    5.  Jeromes becomes a genius &#8212;- Eran Katz </p>
<p>      มีแปลป็นไทยครับ หนังสือเกี่ยวกับคนยิว ลักษณะบุคคลิกอย่างใดที่เป้นคนยิว เรามองแต่สิ่งที่ trade เก่งๆทำ แต่อย่าลืมมองว่า พื้นฐานในวัยเด็กอย่างไร ทำให้เขาทำอย่างนั้น พื้นฐานการเลี้ยงดูในวัยเด็กของคนยิวมีความสำคัญอย่างมากครับ   </p>
<p>    6. Secrets of a Super Memory  &#8212; Eran Katz<br />
    เล่มนี้แปลเป็นไทยเหมือนกันครับ ฝึกใช้การมองภาพรวม สมองมันต้องฝึก ฝึกทุก ๆ วัน<br />
ผมลองปรับเข้ากับการ trade อย่างนี้ครับ  เราฝึกซ้อมในหัวบ่อยๆ ซ้อมจนเราไม่กลัว ไม่ติ่นเต้นที่จะเทรดหุ้น ใจมันนิ่งเพราะซ้อมในหัวทุกวันอยู่แล้ว  ผมคิดเรื่องกาการเทรดทุกเช้าก่อนที่ผมจะเทรดจริง ผมเทรดในหัว เทรดจนสมองมันจำได้ ถ้ามาอย่างเราทำอย่างนั้น เราคิแตรียมแผนไว้หมด เรื่องนี้โลกการลงทุนเขาเรียว่าเป้น decision tree  ผมเรียกว่า การจินตนาการซ้อมในหัว ซ้อมจนมันเคยชิน ซ้อมจนเห้นภาพทุกอย่างถ้ามัน มี a แล้วถ้ามันตามด้วย b โอกาสที่จะเกิด c มีแน่  ถ้ามันเกิดจริง มันต้องควบคลุมแรงเต้นหัวใจให้ได้ ผมใส่นาลิกาตรวจวัดแรงเต้นหัวใจตลอด ผมทำได้ไม่ตลอด แต่ถ้าเรากำหนดลมหายใจ มีสติให้มากที่สุด ตัดอารมร์ออกให้มากที่สุด ผมว่าผมทำได้ดีในระดับที่แรงเต้นกลับยไปที่ 50 ได้ เมื่อนั้นผมว่าโอเค เราพร้อมที่จะเข้าไปแข่งขันในเกมการลงทุนนี้ ถ้าแรงเต้นมันไมได้  มองทุกอย่างให้มันเป็นเรื่องตลก ผมว่ามันช่วยได้ มันทำให้แรงเต้นลดลงได้ทันที เรื่องอย่างนี้ท่านต้องลองกับตัวเอง แล้วหาให้ได้ว่าเรื่องไหนที่ทำท่านนิ่ง ได้ คนเรามันไม่เหมิอนกัน ถ้าเราเทรดในหัวจนชำนายได้ ผมพร้อมที่จะเทรดในเกมการแข่งขันจริงแล้ว เกมมันชนะกันตั้งแต่ก่อนที่เราจะเทรดแล้วครับ เหมือนที่ซุนวูบอก สงครามชนะแพ้ ร็ตั้งแต่ก่อนรบ ผมว่านั่นเป้นปรัชญาที่สุดยอดมาก แล้วเราเห็นคนที่เก่งๆ ทั้งหลายในทุกเอามาใช้ให้เกิดผลที่มหัศจรรย์อย่างมาก<br />
    ผมนึกถึงคุณสมจิตร จงจอหอ เขาบอกว่าก่อนชกทุกครั้ง   “ผมจะจินตนาการถึงหน้าคู่ต่อสู้ว่าเขาทำอย่างไรบ้างผมเวที เราจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไร โดยการนอนหลับตาคิดถึงภาพการแข่งขันที่เราวาดไว้ ”</p>
<p>     7.  Sudoku</p>
<p>   นี้เกมครับ ฝึกในยามว่าง ว่างเมือ่ไหร่ ขึ้นรถไฟ ผมก็หยิบมาเล่น เล่นเมื่อเราสนุกกับมัน 10 นาที ถ้าไม่ชอบ อย่าไปเล่นมันครับ ถ้ามันเพลิน ผมเล่นไปเรือยๆ 2 ชม เล่นไป ถ้ามันเบื่อ 10 นาทีผมก้หยุด แต่ต้องรู้ตัวเองด้วยว่าเบื่อเพราะอะไร สนุกเพราะอะไร ทันตัวเองตลอดเวลา </p>
<p>    8. วิชาสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยไม่เคยสอน</p>
<p>        เล่มนี้ ไม่ต้องอธิบายครับ แรงบันดาลใจที่สุดยอดทั้งนั้นครับ  </p>
<p>  9. Seeking Wisdom from darwin to Munger</p>
<p>     Munger เป้นคู่หูของ Warren Buffett<br />
   ไม่มีแปลเป็นไทย แต่มีให้อ่านในอินเตอเนตหัวข้อ psychology of human misjudgement ผมอ่านมาหลายปีแล้ว เล่มนี้อ่านทุกวันก่อนนอน เพราะก่อนนอนต้องนั่งทบทวนว่าเราทำผิดอะไรบ้าง เรื่องนี้สำคัญอย่างมาก การนั่งจับผิดตัวเองทำให้เราก้าวหน้าได้เร็วมาก เพราะเราจะหาวิธีใหม่ๆ มาปรับปรุงตัวเองตลอด เรื่อง reflexivity บางทีผมยังชอบนึกว่าน่าจะเปลี่ยนชื่อเป้น psychology of human misjudgement มันเป้นเรื่องเดียวกันครับ เหมือนฝาแฝดเลยทีเดียว</p>
<p>   ผมติดมาแค่นี้..</p>
<p>   reflexivity ไมได้เป็นวิชา แตมันเป็นคณะ ถ้าเรียนต้อง  4 ปี เพราะมันมีอยู๋ในทุกอย่างรอบ ๆ ตัวเรา ถ้าเปนวิชา แยกได้ไม่หมดครับ ผมแยกได้ตามที่เขียนเอาไว้ รวแล้วหลายเล่มเลยทีเดียว 555555</p>
<p>1.   reflexivity in สามก๊ก<br />
2.   reflexivity in family<br />
3. reflexivity in Thai political<br />
4.   reflexivity in economics<br />
5. reflexivity in mathematics<br />
6. reflexivity in physics<br />
7. Guidlines for better reflexivity thinking<br />
8.reflexivity in psychology<br />
9.    reflexivity in stock markets</p>
<p>  หวังว่า คงมีประโยชน์บ้าง ขออภัยครับ ถ้าทำให้รกไปหน่อย</p>
<p>  ขอบคุณท่านมดสำหรับเว็บที่น่าอ่าน&#8230;..สวัสดีครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: mod</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/reflexivity-1/#comment-358</link>
		<dc:creator>mod</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Jan 2010 19:07:57 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=955#comment-358</guid>
		<description>ขอบคุณ คุณอามากครับ เข้ามาคอมเมนท์แต่ละทียังเฉียบคมอยู่เหมือนเดิม

สำหรับใครที่อยากอ่านแง่คิดเกี่ยวกับ Reflexivity ที่คุณอา Anonymous เคยได้คุยๆกันไว้นั้น ลองเข้าไปอ่านได้จากกระทู้เก่าๆนะครับ เช่น

http://mangmaoclub.com/buy-strengt/

http://mangmaoclub.com/on-betting-and-broke-movie/ 

http://mangmaoclub.com/book-zen-in-the-market/

ผมเชียร์ให้อ่านขนาดนี้ ไม่รู้ว่าจะเกิด Reflexivity ขึ้นบ้างรึปล่าวนะครับเนี่ย อิอิ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ขอบคุณ คุณอามากครับ เข้ามาคอมเมนท์แต่ละทียังเฉียบคมอยู่เหมือนเดิม</p>
<p>สำหรับใครที่อยากอ่านแง่คิดเกี่ยวกับ Reflexivity ที่คุณอา Anonymous เคยได้คุยๆกันไว้นั้น ลองเข้าไปอ่านได้จากกระทู้เก่าๆนะครับ เช่น</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/buy-strengt/" rel="nofollow">http://mangmaoclub.com/buy-strengt/</a></p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/on-betting-and-broke-movie/" rel="nofollow">http://mangmaoclub.com/on-betting-and-broke-movie/</a> </p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/book-zen-in-the-market/" rel="nofollow">http://mangmaoclub.com/book-zen-in-the-market/</a></p>
<p>ผมเชียร์ให้อ่านขนาดนี้ ไม่รู้ว่าจะเกิด Reflexivity ขึ้นบ้างรึปล่าวนะครับเนี่ย อิอิ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Anonymous</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/reflexivity-1/#comment-356</link>
		<dc:creator>Anonymous</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Jan 2010 15:02:05 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=955#comment-356</guid>
		<description>ช่วงปีใหม่ ผมไปเดินห้าง น้องคนขายเสื้อยังรู้จักเรื่อง reflexivity ครับ...

      น้องคนขายเอาของแพงตัวละ 1500 มาให้ดูก่อน จากนั้นค่อยๆ ทยอยเอาเสื้อตัวละ  900  800 และ  600 มาให้ดูตามลำดับ 


                         1500      900       800      600  
 

     คิดแล้วราคา 600 กับ 1500 ราคาต่างกันเกินเท่าตัว    

         &quot; ขอ 600 ตัวหนึ่งครับ &quot; 

     ผมตัดสินใจซื้อเสื้อ 600 ในที่สุด 

        พอกลับมาถึงบ้าน โดนเมียด่า เสื้อยืด 600 บาท ซื้อมาได้อย่างไร! 


         
    ช่วงงานฉลองเลี้ยงปีใหม่.....
  ผมไปลองวิชา reflexivity
         
   เอาเงิน 20 บาท กับปากกาด้ามพลาสติกแท่งหนึ่ง  ไปแจกให้เพือนๆ เลือกในงานเป็นของขวัญปีใหม่ครับ

   เงินสด 20 บาท   หรือ     ปากกาพลาสติก

     ผล.....จากทั้งหมด 10 คน --  8 คนเลือกเงิน 20 บาท อีก 2 คนเลือกปากกา

        ผมเลยเพิ่ม ปากกาพลาสติกอีก 1 แท่งแต่ด้ามจับสีทอง เข้าไปในตัวเลือก  

    เงิน 20 บาท        ปากกาพลาสติก       ปากกาพลาสติกด้ามจับสีทอง

             ผล....9 คนเลือกปากกาด้ามจับสีทอง แค่ 1 คนเลือกเงินสด!

           
           ปล.   ปากกาพลากติก 10 บาท 
                  ปากกาพลาสติกด้ามทอง 15 บาท        


           แม้กระทั้งขอทานบนสะพานลอย ยังเก่งเรื่อง reflexivity ครับ... 

    ผมไปวิ่งจตุจักรวันที่ 1 มกราคม 2553

  ไปเจอขอทานตาบอด 

     ผมไปคุยกับเขามาครับ

     แต่ก่อน...เขาขอทานบนสะพานลอยแถว อตก. คนให้เงินน้อย

     เขาเลยเขียนข้อความบางอย่าง และเปลี่ยนข้อความทุกวัน

   อย่างวันนี้ เขาเขียนว่า..

       &quot;วันนี้อากาศดี แต่ผมไม่มีโอกาสได้เห็น&quot;

    คนเดินผ่าน อ่านแล้ว เกิดการเปรียบเทียบ ว่าตนนั้นยัง  &quot;โชคดีที่มองเห็น&quot; 

     ผล....คนให้เงินกันมากขึ้น!

    ขอทานคนนี้เข้าใจเรื่อง &quot;reflexivity &quot; ดีเหลือเกินครับ... 


  555555555</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงปีใหม่ ผมไปเดินห้าง น้องคนขายเสื้อยังรู้จักเรื่อง reflexivity ครับ&#8230;</p>
<p>      น้องคนขายเอาของแพงตัวละ 1500 มาให้ดูก่อน จากนั้นค่อยๆ ทยอยเอาเสื้อตัวละ  900  800 และ  600 มาให้ดูตามลำดับ </p>
<p>                         1500      900       800      600  </p>
<p>     คิดแล้วราคา 600 กับ 1500 ราคาต่างกันเกินเท่าตัว    </p>
<p>         &#8221; ขอ 600 ตัวหนึ่งครับ &#8221; </p>
<p>     ผมตัดสินใจซื้อเสื้อ 600 ในที่สุด </p>
<p>        พอกลับมาถึงบ้าน โดนเมียด่า เสื้อยืด 600 บาท ซื้อมาได้อย่างไร! </p>
<p>    ช่วงงานฉลองเลี้ยงปีใหม่&#8230;..<br />
  ผมไปลองวิชา reflexivity</p>
<p>   เอาเงิน 20 บาท กับปากกาด้ามพลาสติกแท่งหนึ่ง  ไปแจกให้เพือนๆ เลือกในงานเป็นของขวัญปีใหม่ครับ</p>
<p>   เงินสด 20 บาท   หรือ     ปากกาพลาสติก</p>
<p>     ผล&#8230;..จากทั้งหมด 10 คน &#8212;  8 คนเลือกเงิน 20 บาท อีก 2 คนเลือกปากกา</p>
<p>        ผมเลยเพิ่ม ปากกาพลาสติกอีก 1 แท่งแต่ด้ามจับสีทอง เข้าไปในตัวเลือก  </p>
<p>    เงิน 20 บาท        ปากกาพลาสติก       ปากกาพลาสติกด้ามจับสีทอง</p>
<p>             ผล&#8230;.9 คนเลือกปากกาด้ามจับสีทอง แค่ 1 คนเลือกเงินสด!</p>
<p>           ปล.   ปากกาพลากติก 10 บาท<br />
                  ปากกาพลาสติกด้ามทอง 15 บาท        </p>
<p>           แม้กระทั้งขอทานบนสะพานลอย ยังเก่งเรื่อง reflexivity ครับ&#8230; </p>
<p>    ผมไปวิ่งจตุจักรวันที่ 1 มกราคม 2553</p>
<p>  ไปเจอขอทานตาบอด </p>
<p>     ผมไปคุยกับเขามาครับ</p>
<p>     แต่ก่อน&#8230;เขาขอทานบนสะพานลอยแถว อตก. คนให้เงินน้อย</p>
<p>     เขาเลยเขียนข้อความบางอย่าง และเปลี่ยนข้อความทุกวัน</p>
<p>   อย่างวันนี้ เขาเขียนว่า..</p>
<p>       &#8220;วันนี้อากาศดี แต่ผมไม่มีโอกาสได้เห็น&#8221;</p>
<p>    คนเดินผ่าน อ่านแล้ว เกิดการเปรียบเทียบ ว่าตนนั้นยัง  &#8220;โชคดีที่มองเห็น&#8221; </p>
<p>     ผล&#8230;.คนให้เงินกันมากขึ้น!</p>
<p>    ขอทานคนนี้เข้าใจเรื่อง &#8220;reflexivity &#8221; ดีเหลือเกินครับ&#8230; </p>
<p>  555555555</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Anonymous</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/reflexivity-1/#comment-355</link>
		<dc:creator>Anonymous</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Jan 2010 14:42:19 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=955#comment-355</guid>
		<description>ผมอีกความคิด ผิดถูกประการใด เอาไปลองเองครับ
 การทดลองเปรียบเทียบการเข้าใจเรื่อง reflexivity
 นี่ครับ เหรียญบามมาหนึ่งอัน
   จับมันตั้งกับโต๊ะแล้วทุบแล้วให้มันล้ม  ลองตั้ง 1 บาท 100 อัน เมื่อยหน่อยก็พักจิบกาแฟ ล้างหน้าล้างมือ มาตั้งใหม่ดูครับ   เห็นความสมดุลมีอยู๋จริงถึงตั้งได้ ไม่มีเอนล้ม  คิดว่าถ้าลองทุบโต๊  “ปัง”  สามัญสำนึกบอกว่า คงล้มแบบ random ออกหัว/ก้อย เท่ากับ 50/50  
มันคือ คุณสมบัติของ 1 บาท ที่ติดตัวมา

        ลองทุบแล้ว  ออกหัวมากกว่าก้อย 87/13  ผิดปกติแล้ว!  
 ไม่ได้ล้มลงไปสองด้านเท่า ๆ กัน  พิจารณาอีกครั้ง ที่แท้ โครงสร้างของ 1 บาท ไม่สมมาตรเลยมีแนวโน้มทำให้ออกหัวมากกว่าก้อย
            
           คราวนี้ทดลองปั่นใส่แรงกระทำตามกฎนิวตันข้อที่ 1 ลงใน  1 บาท ให้ค่อย ๆ หยุดไปเอง   
          เอ้ยยยย.....คราวนี้ 100 ครั้ง 1 บาทกลับออกก้อย/หัว  เท่ากับ  79/21 แม้เจ้า เกิดอะไรขึ้นนี้ ?  หรือว่าเรามีอคติ แต่ทำการทดลองด้วยความระมัดระวังแล้วนิ  แล้วทำไมไม่เป็นอย่างที่คิด


     ในขณะที่ไม่มีค่อยมีใครอยากรู้นักกับปัญหานี้ แต่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ 1 คน พบว่ามันน่าสนใจเหลือเกินกว่าที่จะให้การทดลองนี้ข้ามไปได้ ผมทำการทดลองซ้ำ ถ้าผมตอบได้ โลกจะเปลี่ยนแปลงไหมนะ ว่าแล้วไม่มีใครรู้ ลองใหม่ ผลออกมา  ปั่นแล้วปล่อยให้หยุดเอง  ผลออกมา ก้อย/หัว เท่ากับ  74/26  แจ่มเลยคราวนี้

           คราวหน้า ไปกินข้าวกับเพื่อนๆ ชวนพี่น้อง เล่น ถ้าใครทาย 1 บาท แล้วทายว่า ก้อย ท่านก็ทุบให้ 1 บาท ล้ม  แต่ถ้าทายว่า หัว  ท่านก็ปล่อยให้หยุดเอง อย่างนี้คงได้กินตังเป็นแน่แท้  อย่าลืมอิบไว้คนเดียวไม่บอกใคร 5555555

    
     ผลการทดลอง ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด  เรืองนี่สอนให้เข้าใจถึงเรื่อง Instinct ของคนครับ

     
          &quot; Invest first investigate later.&quot;     
         
                      George Soros
       
          ผมชอบนึกถึงประโยคนี้ แต่หาเหตุผลถอดรัหสไม่ค่อยได้  การเอาไปใช้โดยไม่ตั้งคำถามไม่ใช่วิสัย  การท่องจำเป็นอาขยานเหมือนสูตรคูณไม่ต่างอะไรจากเพื่อนผมที่โยน 1 บาทเวลาทำข้อสอบ แล้วปล่อยให้คะแนนที่ออกมาเป็นไปตามยะถากรรมของ 1 บาท    ถ้าเรากำลังหาความสมดุลของโชคชะตาจากการอ่านปรัชญาการลงทุนจากเซียนต่างๆ แล้วไม่เอามาทดลองตามจริตของเราเอง แทนที่ปรัชญาเหล่านี้จะเป็นพรมให้เราได้เดินตามอย่างมั่นคง  มันกลับเป็นว่า ความเชื่อในหลักการลงทุนเหล่านั้นโน้มอียงเป็นไปตามพรหมลิขิตซะมากกว่า  

       บางที Instinct ของเราก็ขัดแย้งกับความเป็นจริง แต่ Instinct ของ อ. Soros มันเป็นแบบเฉพาะตัว แต่เราสามารถเลียนแบบได้ ถ้าเรารู้จักว่ามันหมายถึงเช่นไร  การทดลอง 1 บาท ทำให้เข้าถึงโลกความเป้นจริงมากขึ้น   แค่ 1 บาท แต่เป็นเครื่องมือในการพิเคราะห์ประเด็นในการลงทุน แต่เราต้องเข้าใจสามัญสำนึกที่เป้นข้อเท็จจริงจากประสบการณ์ของเรา เพราะ Instinct มาจากสองทาง หนึ่ง คือ ประสบการณ์ สอง คิอ การทดลอง  ด้วยการทำสิ่งต่างๆ โดยปราศจากความกังวลและเปิดใจให้กว้าง 

        ในการดำเนินชีวิต การมองความจริงทางสถิติข้อมูลที่ถูกต้องมีประโยชน์ในการประเมิณความเสี่ยงอย่างมาก เราเสี่ยงกันทุกวัน  อยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไรก็เสี่ยงแล้ว คือ เสี่ยงเป็นโรคหัวใจและเสี่ยงต่อสุขภาพ แต่ถ้าละความสบาย เราก็ต้องเสี่ยงกับเรื่องอื่น ที่สำคัญเราต้องสอนสามัญสำนึกของเราเกี่ยวกับการคาดการณ์เรื่องความน่าจะเป็นใหม่เสียอีกด้วย เพราะสำหรับผมแล้ว คำว่า Instinct กับ คำว่า probability มันคือคำคำเดียวกัน แม้ instinct จะโกหกไม่เป็น แต่มันอาจลวงเราได้เพราะเราดันโกหกตัวเองจนสามัญสำนึกสับสน  อันที่จริง Instinct เป็นต้นกำเนิดของความงมงายทั้งปวง!  

 ผมขอเดาว่านั่นคือเคล้ดลับของ reflexivity ครับ           
    
    มั่วครับ เจ้านายยยย

    สวัสดีครับ.....</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ผมอีกความคิด ผิดถูกประการใด เอาไปลองเองครับ<br />
 การทดลองเปรียบเทียบการเข้าใจเรื่อง reflexivity<br />
 นี่ครับ เหรียญบามมาหนึ่งอัน<br />
   จับมันตั้งกับโต๊ะแล้วทุบแล้วให้มันล้ม  ลองตั้ง 1 บาท 100 อัน เมื่อยหน่อยก็พักจิบกาแฟ ล้างหน้าล้างมือ มาตั้งใหม่ดูครับ   เห็นความสมดุลมีอยู๋จริงถึงตั้งได้ ไม่มีเอนล้ม  คิดว่าถ้าลองทุบโต๊  “ปัง”  สามัญสำนึกบอกว่า คงล้มแบบ random ออกหัว/ก้อย เท่ากับ 50/50<br />
มันคือ คุณสมบัติของ 1 บาท ที่ติดตัวมา</p>
<p>        ลองทุบแล้ว  ออกหัวมากกว่าก้อย 87/13  ผิดปกติแล้ว!<br />
 ไม่ได้ล้มลงไปสองด้านเท่า ๆ กัน  พิจารณาอีกครั้ง ที่แท้ โครงสร้างของ 1 บาท ไม่สมมาตรเลยมีแนวโน้มทำให้ออกหัวมากกว่าก้อย</p>
<p>           คราวนี้ทดลองปั่นใส่แรงกระทำตามกฎนิวตันข้อที่ 1 ลงใน  1 บาท ให้ค่อย ๆ หยุดไปเอง<br />
          เอ้ยยยย&#8230;..คราวนี้ 100 ครั้ง 1 บาทกลับออกก้อย/หัว  เท่ากับ  79/21 แม้เจ้า เกิดอะไรขึ้นนี้ ?  หรือว่าเรามีอคติ แต่ทำการทดลองด้วยความระมัดระวังแล้วนิ  แล้วทำไมไม่เป็นอย่างที่คิด</p>
<p>     ในขณะที่ไม่มีค่อยมีใครอยากรู้นักกับปัญหานี้ แต่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ 1 คน พบว่ามันน่าสนใจเหลือเกินกว่าที่จะให้การทดลองนี้ข้ามไปได้ ผมทำการทดลองซ้ำ ถ้าผมตอบได้ โลกจะเปลี่ยนแปลงไหมนะ ว่าแล้วไม่มีใครรู้ ลองใหม่ ผลออกมา  ปั่นแล้วปล่อยให้หยุดเอง  ผลออกมา ก้อย/หัว เท่ากับ  74/26  แจ่มเลยคราวนี้</p>
<p>           คราวหน้า ไปกินข้าวกับเพื่อนๆ ชวนพี่น้อง เล่น ถ้าใครทาย 1 บาท แล้วทายว่า ก้อย ท่านก็ทุบให้ 1 บาท ล้ม  แต่ถ้าทายว่า หัว  ท่านก็ปล่อยให้หยุดเอง อย่างนี้คงได้กินตังเป็นแน่แท้  อย่าลืมอิบไว้คนเดียวไม่บอกใคร 5555555</p>
<p>     ผลการทดลอง ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด  เรืองนี่สอนให้เข้าใจถึงเรื่อง Instinct ของคนครับ</p>
<p>          &#8221; Invest first investigate later.&#8221;     </p>
<p>                      George Soros</p>
<p>          ผมชอบนึกถึงประโยคนี้ แต่หาเหตุผลถอดรัหสไม่ค่อยได้  การเอาไปใช้โดยไม่ตั้งคำถามไม่ใช่วิสัย  การท่องจำเป็นอาขยานเหมือนสูตรคูณไม่ต่างอะไรจากเพื่อนผมที่โยน 1 บาทเวลาทำข้อสอบ แล้วปล่อยให้คะแนนที่ออกมาเป็นไปตามยะถากรรมของ 1 บาท    ถ้าเรากำลังหาความสมดุลของโชคชะตาจากการอ่านปรัชญาการลงทุนจากเซียนต่างๆ แล้วไม่เอามาทดลองตามจริตของเราเอง แทนที่ปรัชญาเหล่านี้จะเป็นพรมให้เราได้เดินตามอย่างมั่นคง  มันกลับเป็นว่า ความเชื่อในหลักการลงทุนเหล่านั้นโน้มอียงเป็นไปตามพรหมลิขิตซะมากกว่า  </p>
<p>       บางที Instinct ของเราก็ขัดแย้งกับความเป็นจริง แต่ Instinct ของ อ. Soros มันเป็นแบบเฉพาะตัว แต่เราสามารถเลียนแบบได้ ถ้าเรารู้จักว่ามันหมายถึงเช่นไร  การทดลอง 1 บาท ทำให้เข้าถึงโลกความเป้นจริงมากขึ้น   แค่ 1 บาท แต่เป็นเครื่องมือในการพิเคราะห์ประเด็นในการลงทุน แต่เราต้องเข้าใจสามัญสำนึกที่เป้นข้อเท็จจริงจากประสบการณ์ของเรา เพราะ Instinct มาจากสองทาง หนึ่ง คือ ประสบการณ์ สอง คิอ การทดลอง  ด้วยการทำสิ่งต่างๆ โดยปราศจากความกังวลและเปิดใจให้กว้าง </p>
<p>        ในการดำเนินชีวิต การมองความจริงทางสถิติข้อมูลที่ถูกต้องมีประโยชน์ในการประเมิณความเสี่ยงอย่างมาก เราเสี่ยงกันทุกวัน  อยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไรก็เสี่ยงแล้ว คือ เสี่ยงเป็นโรคหัวใจและเสี่ยงต่อสุขภาพ แต่ถ้าละความสบาย เราก็ต้องเสี่ยงกับเรื่องอื่น ที่สำคัญเราต้องสอนสามัญสำนึกของเราเกี่ยวกับการคาดการณ์เรื่องความน่าจะเป็นใหม่เสียอีกด้วย เพราะสำหรับผมแล้ว คำว่า Instinct กับ คำว่า probability มันคือคำคำเดียวกัน แม้ instinct จะโกหกไม่เป็น แต่มันอาจลวงเราได้เพราะเราดันโกหกตัวเองจนสามัญสำนึกสับสน  อันที่จริง Instinct เป็นต้นกำเนิดของความงมงายทั้งปวง!  </p>
<p> ผมขอเดาว่านั่นคือเคล้ดลับของ reflexivity ครับ           </p>
<p>    มั่วครับ เจ้านายยยย</p>
<p>    สวัสดีครับ&#8230;..</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>

