วิธีการเล่นหุ้นและวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค

Quadruple Moving Average ระบบเส้นค่าเฉลี่ยพารวย

Google+ Pinterest LinkedIn Tumblr

photo (2)

เมื่อวานได้มีโอกาสไปบรรยายในงาน Workshop ให้บรรดาผู้เข้าแข่งขัน The Stock Master ที่ทางบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวงจัดขึ้นมาในหัวข้อเรื่อง Size Does Matter หรือ Money Management สำหรับนักลงทุน ในวันนี้ก็เลยเอาระบบง่ายๆที่ผมนำไปใช้เป็น Model เพื่อทดสอบถึงผลกระทบจาก Position Size ในด้านต่างๆออกมาคุยกัน นั่นก็คือ Quadruple Moving Average System ครับ

จุดอ่อนของ Moving Average System แบบ 2 เส้น

ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงจะรู้จักระบบ Moving Average Crossover แบบ 2 เส้นกันดีอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม จะสังเกตุได้ว่าผมจะไม่ค่อยได้พูดถึงระบบแบบนี้สักเท่าไหร่นัก นั่นก็เพราะความจริงแล้วพวกมันค่อนข้างขาดความเสถียรและมี Drawdown ที่หนักหน่วงด้วยเหตุผลง่ายๆที่ว่า เส้นค่าเฉลี่ยแบบ 2 เส้นนั้นมีลักษณะเป็น Reversal System ซึ่งมีจุดอ่อนตรงที่มันให้สัญญาณในลักษณะที่เป็น Up – Down Trend เท่านั้น แต่ไม่สามารถระบุถึงช่วงเวลาที่ตลาดเป็น Sideway ออกข้างได้ มันจึงไม่มีตัวกรองแนวโน้มแบบ Built-in ในตัว เราจึงไม่สามารถที่จะลดความรุนแรงของ Drawdown ที่เกิดจาก Whipsaw ในช่วง Sideway และ Big Down Trend ลงมาได้สักเท่าไหร่นัก

ปิดจุดอ่อนของ Moving Average System

แนวคิดง่ายๆรูปแบบหนึ่งที่จะช่วยลด Drawdown ที่เกิดขึ้นในช่วง Sideway หรือ Down Trend ของระบบ Moving Average ที่ผมอยากจะแชร์ในวันนี้คือการแบ่งหน้าที่ของ Moving Average ออกเป็น 2 ลักษณะนั่นก็คือ

  1. ใช้สำหรับการให้สัญญาณ
  2. ใช้สำหรับการยืนยันแนวโน้ม

โดยให้ 2 เส้นที่ใช้ Parameter สั้นที่สุดจะเป็นตัวให้สัญญาณซื้อขาย (เมื่อเส้นเขียวเรียงตัวเหนือเส้นน้ำเงิน) และอีก 2 เส้นที่ยาวที่สุดจะเป็นตัว Confirm แนวโน้มในระยะยาวของมันว่ายังอยู่ในขาขึ้นใหญ่หรือไม่ (เมื่อเส้นแดงเรียงตัวเหนือเส้นดำ)

FOCUS Compare

ภาพที่ 1 แสดงให้เห็นถึงจำนวนสัญญาณการซื้อขายยิบย่อยที่ลดลงจากการ Filter แนวโน้มด้วยเส้น Moving Average ระยะยาว

พูดเป็นหลักการง่ายๆก็คือ เกิดสัญญาณซื้อเมื่อเส้นค่าเฉลี่ยทั้งสี่เส้นเรียงตัวกันลงไปจากค่าน้อยไปหามาก ส่วนสัญญาณขายนั้นเราจะใช้เพียงแค่ 2 เส้นสั้นตัดกันลงมาเป็นตัวให้สัญญาณเท่านั้น (เพราะเราต้องการหนีจาก Sideway และ Downtrend เราจึงไม่ต้องกรองถึงแนวโน้มอีกชั้น)

และนี่ก็คือผลการเติบโตเปรียบเทียบระหว่าง Double MA (MA5,MA25) และ Quadruple MA (MA5, MA25, MA50, MA75)โดยยังไม่ได้ Optimize ค่าที่ดีที่สุดของแต่ละเส้นออกมาครับ (ใช้ค่ามาตรฐานทั่วไปที่คนส่วนใหญ่ชอบใช้)

image

Double MA Quadruple MA
Profits 11,403,958 175,700,192
CAGR 11.84% 25.85%
Max DD. -66.02% -33.66%
%Win 32.07% 36.41%
Payoff Ratio 2.63x 3.03x
ภาพที่  2 และตารางที่ 3 แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่เหนือกว่าของ Quadruple Moving Average จากการ Backtest ด้วยเงินทุนเริ่มต้น 1 ล้านบาท (รวมค่าคอม) กับหุ้นในตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ปี 1990 – 2012 โดยเราจะเห็นได้ว่า Performance Ratio ที่สำคัญส่วนใหญ่จะดีขึ้นกว่าเดิมจากการที่ระบบตัดตัวเองไม่โดน Drawdown หนักๆจาก Whipsaw ในช่วง Sideway และ Big Down Trend นั่นเอง
.

ข้อสังเกตุที่น่าสนใจจากระบบการลงทุนแบบ Moving Average

บางคนอาจสงสัยว่าทำไมผมจึงใช้สัญญาณจากการเรียงตัวแทนที่จะเป็นการตัดกันของเส้นสั้นทั้ง 2 เส้นแรก … คำตอบก็คือ การรอให้เกิดการตัดกันของเส้นสั้นคู่แรกนั้นเป็นความพยายามที่ “เรื่องมาก” จนเกินไป เพราะโอกาสที่จะเกิดการตัดกันของ 2 เส้นสั้นในตลาดขาขึ้นใหญ่นั้นค่อนข้างที่จะน้อย ทำให้จำนวนการเทรดลดลงส่งผลให้จำนวนรอบของการทบกำไรลดลงไป

หุ้นที่มีแนวโน้มแข็งแกร่งนั้น เส้น MA คู่แรกของมันมักที่จะไม่ลงมาตัดกันอีกครั้งในขณะที่เป็นขาขึ้นใหญ่อยู่ นั่นเพราะหุ้นมันแข็งแรงเกินไปที่ MA เส้นสั้นจะถอยกลับลงมาอีกครั้ง ยกเว้นเสียแต่ว่ามันจะโดนเทขายจนเสียศูยน์มาก่อนหน้าเรียบร้อยแล้ว ผลก็คือคุณมักจะได้หุ้นที่มันเสีย Momentum มาแล้วจึงทำให้อัตรา Pay-off ของระบบโดยรวมลดลงนั่นเอง

หวังว่าจะได้ Idea เล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับระบบ Moving Average กันไปบ้างนะครับ สำหรับวันนี้ขอจบเท่านี้ก่อนแล้วกัน เหนื่อยมากๆเลยเพราะยุ่งๆทั้งวัน (แถมตื่นแต่เช้าแล้วก็ต้องไปเดินเล่นต่อจนดึก 55) แล้วไว้เจอกันบทความหน้าครับ ^_^

แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management

ถ้าเห็นว่าบทความไหนมีประโยชน์ เพื่อนๆสามารถที่จะนำบทความไปแปะเพื่อแบ่งปันได้โดยไม่มีปัญหา แต่ยังไงขอแรงช่วยลิงค์อ้างอิงกลับมาที่แมงเม่าคลับกันหน่อยนะครับ :D หมายเหตุ : สำหรับการแปะลิงค์ใน Pantip.com ช่วยใส่ Link ให้เป็น http://www.mangmaoclub.com เพื่อให้แปะลงไปได้โดยไม่ Error ขอบคุณครับ :)

37 Comments

  1. ขอบคุณครับ
    CAGR กับ MAXDD ดูดีเลยกับค่ามาตรฐาน

    ถ้าทำ Monte Carlo แล้ว MAXDD จะมากกว่านี้เยอะไหมครับ …

    • Monte Carlo คงจะ Max DD. มากกว่าครับ แต่ถ้าลองปรับ Parameter ดูดีๆแล้วลด Size ลงให้เหมาะสม ผมว่าระบบแบบนี้คนทั่วๆไปน่าจะชินมือครับพี่จอน ^_^

      • Idea เรื่อง MA อันนี้ดีมากเลย 
        ขอบคุณครับ …

        • นานๆทีจะชมทำตัวไม่ถูกเลย 55 ขอบคุณครับ

          • อ่านแล้ว ฮา ฮะๆๆๆๆ

  2. ขอบคุณครับ เดี๋ยวไปลองปรับดู

  3. ขอบคุณครับ เสียดายเมื่อวานไม่ได้ดูจนจบ :D

  4. Pathfinder Reply

    อ่าน blog คุณมด นี่่ได้ idea ต่อยอดอีกมากมาย  

    ต่อไปต่อมาได้มาหลายระบบ เลือกไม่ถูกเลย  ….ขอบคุณมากครับ :D

  5. กำลังคิดอยู่เลยครับ ว่าฟังของบัวหลวงมะวานไม่ค่อยชัด เยี่ยมไปเลยครับ

    • ขอบคุณครับ แต่เขียนที่พูดหมดคงไม่ไหวเหมือนกัน เอาเป็นว่าพอประทังไปก่อนแล้วกันนะครับ ^_^

  6. กำลังปวดหัวเรื่อง ระบบที่มีจุด buy ที่ MA ตัดกันพอดีเลย เจอ sideway แล้วเดี้ยงตลอด

    เด๊วลองเอาไอเดียนี้ไปเทสต่อดูดีก่า ขอบคุณครับ

  7. เยี่ยมครับ เมื่อวานก็นั่งฟัง On Air อยู่เหมือนกันแต่เข้าสายไป 15 นาที  แต่สงสัยว่าก่อนสัญญาณ MA จะปรับให้เรียงตัว ยังไงเส้นมันก็ต้องตัดกันก่อนไม่ใช่หรอครับ มันถึงจะเรียงตัวได้ 

    • ขออนุญาตมาคุยด้วยนะคับ ^_^

      มะกี้ผมเพิ่งไปลองเล่นๆมา สงสัยแบบคุณ Santi_V เช่นกัน
      เพราะก่อนที่มันจะเรียงตัว มันต้องตัดกันก่อน ดังนั้นเทรนด์มันจะเกิดขึ้นมาระยะนึงแล้ว
      กว่ามันจะเรียงตัวเสร็จ  และมันก็จะขึ้นกับจุดตัดของตัวที่ lagging ที่สุดนั่นก็คือ MA ตัวยาวสุดที่เราใช้(MA50,MA75,…)  ดังนั้นจุดซื้อจึง lag ตามไปด้วย

      แต่ก็อาจจะอย่างที่คุณ Mod บอกละมั้ง ถ้าเอา MA สองเส้นตัดก็มีความเสี่ยงจาก Drawdown และก็ Sideway 

      แต่ถ้าจะเอาชัวก็ MA 4 ตัวเรียงกัน แต่มันก็จะ lag แต่ DD ลดลง ลดความผิดพลาดจากการซื้อในช่วง Sideway

      แต่ละอันมันก็มี Trade off ของแต่ละระบบละนะผมว่า

      แต่ก็น่าลองเอามาเป็นจุด Marker นะ ทั้งสองแบบเลย -> MA 2 เส้นสั้นตัด = ระยะซื้อช่วงแรก -> MA 2 เส้นยาวตัด = ระยะซื้อช่วงที่สอง 

    • เมื่อแนวโน้มกลับตัวเส้นสั้นจะตัดเส้นที่ยาวกว่าขึ้นมาก่อน แต่ด้วยความที่มันเป็น 4 เส้น

      ในขาลงใหญ่เส้นสั้นกับกลางอาจตัดกันขึ้นมาแต่เส้นยาวกับยาวโคตรยังสามารถเป็นขาลงได้อยู่

      ในช่วง Sideway เส้นสั้นกับเส้นกลางอาจตัดกันขึ้นมา แต่เส้น กลาง ยาว ยาวโคตรอาจยังไม่เรียงตัวเหนือกันก็ได้ครับ

      ด้วยเหตุนี้มันเลยเป็น Trend Filter ไปในตัว คือทุกเส้นหรือแนวโน้มทุกระยะต้องเป็นขาขึ้นทั้งหมด

      ส่วนเรื่อง Lag เป็นเรื่อง Trade-Off ธรรมดาๆครับ ^_^ ระบบกินคำใหญ่ระยะยาวส่วนใหญ่ก็เป็นงี้ทั้งนั้นครับ

  8. ผมเคยเอา MACD มาซ้อนกันสามตัว ผลออกมาไม่คุ้มค่าเหนื่อยเลย :-(

    • ^_^ บางทีถอดๆออกมาบ้างก็อาจจะดีกว่าครับ

  9. ต้องปรับเส้นยังไงคับ ใน Metastock ปรับไม่ได้อะครับ

    • ลากลงมาให้ครบสี่เส้น แล้วแต่ละเส้นปรับค่า Properties ด้วยคลิกขวาเอาก็ได้ครับ

  10. ผมใช้เทคนิคเดียวกันเลยครับ เพียงแต่ใช้ 6 เส้น แต่ลดเวลาลงไม่ได้เป็นวันครับ
    เยอะเส้นไปหรือเปล่าครับ ใช้มานานแล้ว performance ก็โอเคครับ

    • มันตอบยากมากโดยไม่ได้เห็นระบบหรือเห็น Performance metric ต่างๆนะครับ เอาเป็นว่าถ้าใช้ดีก็ใช้ไปเถอะครับผม 55

  11. บทความดีๆ จัดมาอีกแล้ว ขอบคุณครับ
    วันที่ไปสัมมนาของ hongvlaue บังเอิญได้พบคุณมดอีก ผมก็ได้ข้อคิดมาปรับๆ ระบบต่อ
    เสียดายครับ ถ้าคุณมดพูดในงานด้วย ก็จะเป็นงานรวม 3 เซียน ฮก ลก ซิ่ว 55+  ไม่ใช่
    ฮง มด ชิณณ์ .. เป็นสุดยอด 3 เซียนที่ผมทึ่งมากๆ ครับ

    • ผมไม่ใช่เซียนแถมพื้นฐานผมไม่กระดิกมานานแล้วครับ ให้คุณชินคุณฮงเค้าเหมากันถูกต้องที่สุดแล้วครับ อิอิ

  12. เก่งจริงๆ ครับ
    อ่านเว็บนี้ได้ความรู้ก้เยอะ จนไม่รุ้จะเอาอะไรไปใช้แล้ว
    ได้ดู DVD The super trend แล้ว สุดยอดจริงๆ

    • ขอบคุณมากสำหรับกำลังใจครับผม ^_^

  13. รบกวนถามพี่มดหน่อยครับ scale in อย่างไรครับระบบนี้

    • ยังไม่ได้ลองทำกับระบบนี้เลยครับ ลองใช้ Breakout ช่วยน่าจะได้ ^_^

  14. Fredz_kungz Reply

    สงสัยนิดนึงครับคุณมด ถ้าเส้นสั้นตัดเส้นกลางลงมาให้ขาย และยังไม่ตัดเส้นยาวและยาวมาก แต่เส้นสั้นกลับตัดเส้นกลางขึ้นไปอีกครั้งแบบนี้ถือเป็นสัญญาณซื้ออีกครั้งใช่ไหมครับ

    ขอบคุณสำหรับบทความครับ

  15. Somchat_sk55 Reply

    ผมเห็นว่า ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ “ไม่เหมาะ” จะใช้ให้สัญญาณ “เข้า” (long/short) เลย เพราะว่ามันช้าเกินไป (ซึ่งการวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นเรื่องการช่วงใช้โอกาสหรือนาทีทอง) แต่มันเหมาะที่จะ

    1.ใช้ยืนยันแนวโน้มว่าเรามาถูกทางหรือเปล่า หรือ แนวโน้มยังคงอยู่หรือเปล่า หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ น่าจะใช้ให้สัญญาณออกดีกว่า (กลุ่ม trend follow)

    2.นำมาประกอบการดูจุดสูงสุด ต่ำสุดใหม่เพื่อวิเคราะห์สภาพตลาด แล้วเลือกกลยุทธ์ทำกำไร

    และถ้าหากเราดูการคำนวณของ indicator แทบทุกตัวจะเห็นว่ามีการใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ปนอยู่ด้วยทั้งสิ้น ไมว่าจะเป็น MACD STO Paraboric ADX Bollinger Band RSI ROC Keltner Channal ฯลฯ ยกเว้น ระบบแท่งเทียน และระบบแนวรับแนวต้าน (ผมเลือกสองระบบนี้ แต่ไม่ได้แปลว่ามันไม่มีข้อจำกัด ส่วนระบบแท่งเทียนนั้น ผมเห็นว่าการทดสอบในเว็บไซต์นี้ในบทความก่อนหน้า ไม่น่าจะสมบูรณ์ หรือ ระบบนี้คอมพิวเตอร์ไม่น่าจะใช้ทดสอบเพื่อหาสถิติได้ เพราะมันเป็นนำหลักไปพิจารณาในแต่ละครั้ง  ไม่ใช่การตามทำอย่างทื่อๆ ตรงๆ อย่างคอมพิวเตอร์)  ด้วยเหตุนี้จึงเป็นอย่างที่คุณมดว่า เรื่อง lag แทบจะเป็นกับเครื่องมือทุกตัว

    แต่อย่างไรก็ตามหากระบบนี้ หากเราใช้ระบบนี้ด้วยความอดทน (รอคอย ไม่ซื้อขายเมื่อ sideway หรือไม่ชิงขายก่อน แม้มันจะลงมาสักเท่าไหร่ เพราะเส้นค่าเฉลี่ยยังไม่ตัดกัน หรือ ไม่ซื้อขายบ่อยๆ ที่ timeframe เล็ก ที่มุ่งไปที่ timeframe ใหญ่ระดับวันขึ้นไป) และรู้จักช่วงใช้โอกาสให้เกิดประโยชน์สูงสุด นั่นคือ ซื้อให้หนักให้มาก เพราะแน่ใจว่าตลาดมีแนวโน้มแน่แล้ว หรือ กลยุทธ์ทยอยซื้อของ ลิเวอร์มอร์ นั่นเอง ตรงนี้แม้เราจะเข้าช้ากว่าด้วยระบบนี้ เราก็ยังสามารถทำกำไรมหาศาลได้  หากใช้ดังนี้เห็นว่าน่าจะอุดช่องว่างของระบบนี้ได้

     

    • @e26a3204678d7effa644bec1ce670aa4:disqus ความจริงผมเองเป็นพวกเล่นกับ Price Action มากกว่า เรื่อง Indicator ไม่ค่อยได้สนใจเท่าไหร่ครับ แต่คิดว่าหลายๆคนเวลามอง Price มักจะมีมุมมองต่างกันไปจากอคติและ Time Frame ของแต่ละคน ผมก็เลยเอาระบบนี้มาแนะนำให้เพราะคุ้นกันดีอยู่แล้ว
      เรื่อง Lag เป็นเรื่องที่ต้องแลกมากับ MA อย่างที่ว่าครับ เป็น Trade-off ของเครื่องมือ ถ้าใครไม่พอใจก็ต้องไปหาที่ถูกใจต่อ ส่วนเรื่องทดสอบระบบหรือสัญญาณนั้น ผมเห็นว่าถ้าความคิดเราชัดเจนมันจะเขียนได้ไกล้เคียงที่สุดครับ

Write A Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.