ถึงแม้ว่าการวิเคราะห์หุ้นให้ได้อย่างแม่นยำอยู่ตลอดเวลานั้นเป็นเรื่องยากมากๆในระยะยาว แต่การพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการขาดทุนติดๆกันนั้นเป็นเรื่องที่ยากกว่ามากมาย นี่เป็นสิ่งที่นักเล่นหุ้นทุกคนต้องยอมรับที่จะอยู่กับมันให้ได้หรือไม่ก็ควรที่จะเดินออกจากตลาดไปเสีย

ความคาดหวังที่เกินจริงของนักเล่นหุ้น

บรรดานักเล่นหุ้นส่วนใหญ่ในตลาดโดยเฉพาะมือใหม่ๆนั้นมักที่จะประเมิณถึงโอกาสที่พวกเขาจะเกิดการขาดทุนติดๆกัน (Consecutive Losses) ต่ำกว่าความเป็นจริงไปอย่างมาก นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ว่าทำไมเราถึงเห็นคนขาดทุนอย่างหนักหรือไม่ก็กระโดดเปลี่ยนระบบการลงทุนไปมาอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจของเรื่องนี้ก็คือ ความจริงแล้วความผิดไม่ได้อยู่ที่ตลาดหุ้นหรือระบบการลงทุนใดๆเลย แต่มันอยู่ที่มุมมองของพวกเราต่างหาก

ทำไมน่ะหรือครับ? คำตอบของผมอยู่ในภาพด้านล่าง …

ตารางด้านล่างคือตารางที่ถูกคำนวณออกมาโดยหลักการทางคณิตศาสตร์ในเชิงสถิติที่จะแสดงให้เราเห็นถึงความน่าจะเป็นที่เราจะขาดทุนติดๆกันตามระดับต่างๆ “อย่างน้อย 1 ครั้ง” เมื่อเราได้ทำการซื้อขายหุ้นไปแล้วทั้งหมด 50 ครั้ง

0probability table

แกน Y (แนวตั้ง) คืออัตราความแม่นยำของระบบการลงทุน ส่วนแกน X (แนวนอน) คือขนาดของการขาดทุนติดๆกัน (Consecutive Losses)

การขาดทุนติดๆกันคือสิ่งที่นักเล่นหุ้นต้องเจอ 

เมื่อมองจากค่าที่ได้จากตารางในภาพแล้ว ผมเชื่อว่าหลายคนน่าจะเริ่มมองเห็นอะไรกันบ้างแล้วใช่ไหมครับ? นั่นก็เพราะหากมองตามความเป็นจริงแล้วเราทุกคนต่างก็รู้ดีว่าในระยะยาวแล้ว อัตราความแม่นยำในการวิเคราะห์หุ้นของคนส่วนใหญ่มักที่จะให้อัตราความแม่นยำออกมาไม่เกิน 50% เท่านั้น และนั่นทำให้การขาดทุนถึง 6 ครั้งติดกันภายใต้การซื้อขายที่ 50 ครั้งนั้นกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเลยทีเดียว! และนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลักการเล่นหุ้นแบบ Trend Following ที่คนส่วนใหญ่ใช้กันอยู่เลยด้วยซ้ำ เพราะจากอัตราความแม่นยำที่ราวๆ 30% กว่าๆของกลยุทธ์การเล่นหุ้นแบบนี้นั้น คนส่วนใหญ่จึงมีสิทธิที่จะเจอกับการขาดทุนติดๆกันถึง 10 ครั้งขึ้นไปได้อย่างง่ายดายมากๆโดยไม่รู้ตัวเลยทีเดียวนั่นเอง!!

ยอมรับความจริงแล้วอยู่กับมันเสีย

ถึงแม้ผมอาจไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าการขาดทุนติดๆกันถึง 10 ครั้งจากการเทรด 50 ครั้งจะเป็นเรื่องที่เกินกว่าความคาดหวังของใครไปหรือไม่ … แต่ผมก็ยังมีข่าวร้ายอยู่อีกนิดนึงครับ นั่นก็เพราะธรรมชาติของความน่าจะเป็นในการเกิดการขาดทุนติดๆกันนั้นจะค่อยๆเพิ่มมากขึ้นตามจำนวนการเทรดหรือระยะเวลาในการเทรดของเราอีกด้วย (เช่นหากเรานึกไปข้างหน้าอีกสัก 100 สัก 1000 ครั้ง โอกาสของการเกิดการขาดทุนติดๆกัน 4-5 ครั้งจะกลายเป็นเรื่องธรรดาไปเลย) อย่างไรก็ตาม นี่คือ “ความจริง” ที่คุณควรจะต้องกล้ายอมรับมันให้ได้ และนั่นก็เพื่อที่คุณจะได้เตรียมใจรับมันว่าสักวันไม่ช้าไม่นานแล้วมันก็จะต้องมาถึง

จงจำไว้ว่าการขาดทุนติดๆกันไม่ใช่เรื่องของความซวยหรือความผิดพลาดของระบบอะไรทั้งสิ้น แต่มันคือสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นเป็นธรรมดาไป สิ่งที่คุณต้องทำก็เพียงแค่อย่าประมาทและพยายามควบคุมความเสี่ยงเอาไว้อยู่เสมอ จงคาดหวังในสิ่งที่มันจะต้องเกิดขึ้นตามความเป็นจริง แล้วผมก็เชื่อว่าโอกาสในการที่คุณจะขาดทุนอย่างหนักจากการขาดทุนติดๆกันย่อมจะน้อยลงไปอีกมากมาย ซึ่งนั่นก็รวมถึงโอกาสที่คุณจะเปลี่ยนระบบไปๆมาๆจนสะเปะสะปะเมื่อเจอการขาดทุนติดๆกันก็จะลดลงไปตามตัวอีกด้วย

คาดหวังว่าเราอาจจะต้องเจอกับสิ่งที่เลวร้ายที่สุด

เนื่องจากผมคิดว่านักเล่นหุ้นที่ดีต้อง expect for the worst อยู่เสมอ ดังนั้นก่อนจะจบบทความนี้ผมก็ขอฝากสมการง่ายๆที่จะช่วยให้เราพอจะประเมิณได้ว่า

“การขาดทุนติดๆกันที่ยาวนานที่สุด (Longest Consecutive Losses) ของเราจะอยู่ที่ประมาณกี่ครั้ง เมื่ออิงจากจำนวนของการเทรดและอัตราความแม่นยำที่เรามี?”

และมันก็คือสมการสั้นๆดังนี้ครับ

N = Log(Runs) / -Log(Prob)

<< โดยที่ >>

N = การขาดทุนติดๆกันที่ยาวนานที่สุด

Runs = จำนวนการเทรด

Prob = ความน่าจะเป็นในการขาดทุน

ยกตัวอย่างเช่น

สมมุติว่าระบบ Trend Following ระบบหนึ่งมีอัตราความแม่นยำอยู่ที่ราวๆ 30% โดยสำหรับในการเทรดอีก 100 ครั้งข้างหน้านั้น คำถามก็คือเราอาจจะเจอกับการขาดทุนติดๆกันที่ยาวนานที่สุดสักกี่ครั้ง?

N = Log(100) / –Log(1-0.3)

N = 2 / 0.154

N = 12.98 ——>> หรือมีความยาวของการขาดทุนติดกันที่มากที่สุดประมาณ 13 ครั้งนั่นเอง

เห็นไหมครับว่าง่ายๆเท่านี้ (ใช้เครื่องคิดเลขก็ได้) เราก็พอที่จะคาดการณ์คร่าวๆได้แล้วว่าเราอาจจะต้องเจอกับการขาดทุนติดๆกันที่ยาวที่สุดสักแค่ไหนภายในการเทรด 100 ครั้งข้างหน้า

ถึงแม้ว่าการขาดทุนติดๆกันนั้นอาจเกิดขึ้นได้บ่อยและยาวนานกว่าที่คุณคิด …

แต่ก็หวังว่าจะมีประโยชน์กับจิตวิทยาการลงทุนของทุกคนนะครับ

แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management

  • Unsign

    ความจริงที่น้อยคนนักจะเข้าใจ อิอิ..

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @9aaf8560a4fbec608e89709b68383cf0:disqus บางคนเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าจิต :D

      • Unsign

        บอกไปก็ไม่ค่อยเชื่อ ความจริงที่ไม่ค่อยมีคนอยากฟัง สู้ฟันธงไม่ได้ 555 

        • http://mangmaoclub.com Mod

          @9aaf8560a4fbec608e89709b68383cf0:disqus  มันเจ็บก็ตรงนี้ๆๆๆ 555

  • http://www.facebook.com/people/Pathfinder-Way/100000246711732 Pathfinder Way

    แต่ก่อนผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรว่าทำไมการลงทุนเป็นระบบถึงให้ความสำคัญกับเรื่องระบบแค่ 10% ,Money Management 30% แต่ให้ความสำคัญกับ Psychology ถึง 60%  เลยทีเดียว

    ผมได้แต่เฝ้าค้นหาระบบที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดเป็นหลัก  ทั้ง Fundamental Stock Screener และ Mechanical Trading System  และถึงแม้ผมได้พบเจอระบบนั้นแล้ว ผมก็ยังลังเล สงสัยและไม่เข้าใจว่า ถ้าระบบนั้นๆดีจริงทำไม  คนส่วนใหญ่ยังขาดทุนอยู่…แต่หลังจากเข้ามาศึกษาบทความจาก Blog ของคุณมด  ที่อธิบายแนวคิด รวมทั้งได้ตอกย้ำด้วยข้อมูล support โดยเฉพาะผลการทดสอบให้หนักแน่นมากขึ้น…สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมเริ่มเข้าใจและเปลี่ยนวิธีการคิดของผมได้มากทีเดียว 

    บทความนี้เป็นอีกหนึ่งบทความที่ช่วยตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของ Psychology ได้อย่างชัดเจน  เป็นสิ่งที่ย้ำเตือนถึงความเป็นจริงที่เราอาจจะได้พบเจอข้างหน้า  และเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องอยู่ในแผนการที่วางไว้…เพราะถึงแม้ระบบของเราผ่านการออกแบบและทดสอบที่ให้ผลลัพธ์ดีเท่าไรก็ตาม แต่หากไม่เตรียมใจพบกับการขาดทุนติดกับถึง 10 ครั้ง   หรือแม้กระทั่ง เขอMax DD ตั้งแต่เริ่ม   มีหวังเราได้ถอดใจไปก่อนแน่ๆ

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ยามเช้าครับ :D

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @facebook-100000246711732:disqus  ขอบคุณที่แวะมาเมนท์เป็นกำลังใจให้เช่นกันครับ

      จริงๆเผื่อไว้สัก 10 อาจน้อยไปหน่อย เพราะชีวิตเราถ้ายังอยู่ในตลาดอีกนานอาจเทรดเป็น 1000 ครั้ง เผื่อใจไว้สัก 25 ครั้งผมว่ากำลังสวย :D

      • http://www.facebook.com/people/Pathfinder-Way/100000246711732 Pathfinder Way

        ขอบคุณครับ  ผมจะใส่ไว้ในแผน ว่าต้อง เผื่อใจ/เผื่อเงิน ไว้สำหรับเรื่องเหล่านี้ด้วย :D
        – Consecutive Losses  (25 ครั้งสำหรับ long term :D)- Max DD (ตามระบบที่ทดสอบ หรือ สถานการณ์พิเศษ ณ เวลานั้นๆ)- Equity curve stop loss- และ Sideways เป็น อีกเรื่องนึงที่ผมคิดว่าสำคัญ ไม่แพ้กัน คือเราจะยอมรับกับผลตอบแทนที่อาจไม่ไปไหนไกลในช่วง side way ของตลาดได้นานขนาดไหน…สังเกตได้จากจาก Equity curve ของ ระบบ Trend following  ที่คุณมดได้เขียนไว้ในหลายบทความ เราอาจจะเจอกับ side way ติดต่อกัน 4-5 ปีเลยทีเดียว

        • http://mangmaoclub.com Mod

          @facebook-100000246711732:disqus  ถ้าเป็นระบบ TF ก็คงต้องทำใจว่าเก็บเล็กเก็บน้อยตอนไม่มี Trend ไปก่อนแล้วเดี๋ยวไปกินหนักๆเอาตอนมี Trend ล่ะครับ (ซึ่งจริงๆส่วนใหญ่คนเล่นหุ้นก็มักจะรวยถูก jackpot กันช่วงนี้เหมือนกัน 55)

      • Milligram9

         ถ้าเตรียมใจไว้ที่25ครั้ง ควรกำหนดความเสี่ยงครั้งละกี่เปอร์เซนต์ดีครับ ขอคำแนะนำด้วยครับ ขอบคุณครับ

        • http://mangmaoclub.com Mod

          @10af235417dfeaa9dd7cb43e1a49f2fc:disqus  จริงๆโดยทั่วไปกำหนด Fix Fraction ไว้ที่ 1% ผมว่ากำลังดีนะครับ มากสุดไม่ควรเกิน 2% ผมคิดว่า 3% ระบบต้องแม่นพอสมควรเพราะไม่งั้นเวลาโดน DD มันจะลึกจนทำใจรับยากอยู่ครับ

          • Milligram9

             สมมุตว่าตอนนี้ในพอร์ต มีหุ้นอยู่ 5ตัว ก็ควรคุมเสี่ยงไว้ที่ตัวละ0.2% หรือเปล่าครับ หรือว่า ตัวละ 1%  ในกรณีที่กำหนด Fix Fraction ที่1% ครับ

          • http://mangmaoclub.com Mod

            @10af235417dfeaa9dd7cb43e1a49f2fc:disqus ตัวละ 1% ครับ :D

          • Milligram9

             ขอบคุณครับ

  • http://twitter.com/mprandy mprandy

    เขียนได้ดีตล๊อด :D
    คนที่ใช้ system trade ส่วนใหญ่สนใจแต่ winning rate ในแง่มุม consecutive loss เป็นด้านที่คนไม่ให้ความสนใจเท่าไหร่

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @twitter-83117048:disqus  หวัดดีตอนเช้าครับพี่หมอ จริงๆไม่เป็น System trader ก็สนใจได้เหมือนกันนา :D

  • atinenawa

    เป็นตารางที่ amazing จริง ๆ  ทำให้ทัศนคติผมเปลี่ยนเลย ปกติ เราขาดทุน 2-3 ครั้งติดกันก็คิดว่าโชคร้ายแล้ว แต่พอได้ดูตารางนี้ การขาดทุน 2-3 ครั้งติดกันนี้ค่อนข้างปกติ เรียกว่าโชคดีได้เลยว่าเราขาดทุนแค่ 2-3 ครั้งติดกัน เหอะๆ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @11480e261aebdf6afd943f8cfb2f8e75:disqus  ใช่เลยครับ พอดูจากตารางจะเห็นว่า 7-8 ครั้งนี่ก็เบสิคมากๆที่จะเจอ :D

  • MegaMan

    ขอบคุณครับ 

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @804d8af9377bf9562514fb08678812fd:disqus :D

  • Boy123

    trend following โดยเฉลี่ยทั่วไป wining ratio อยู่แค่ 30% เองหรอครับพี่? …. พอดีพึ่งได้อ่านหนังสือ 
    trend following ของ Michael w Covel นึกว่า winning ratio จะสูงกว่านี้ซะอีก 

     – ขอบคุณมากครับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @84a9f2b3d57925a4b61b03f957e8fc24:disqus  ระบบ Trend Following โดยทั่วไป Win rate อยู่ราวๆ 30-40% ครับเรื่องธรรมดา เพราะตลาดมันมีช่วงเวลาของการ Trending ประมาณเนี้ยครับ แต่จุดเด่นของการเล่นหุ้นในแนวนี้จะอยู่ที่ Payoff ครับ

  • SL

    ิเยี่ยมคร้าบบบบบ
    และทำให้เตือนเราได้ว่า
    maxDDมีไว้ให้ทำลายไปเรื่อยๆ เพราะจำนวนการเทรดมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
    และหากเล่นfuturesโดยไม่เผื่อเงินให้leverageค่อยๆคลายลดลงตามเวลาและกำไรที่เพิ่มขึ้น
    ก็รับรองได้เลยว่า หาเรือไม่เจอแน่ครับ (shipหาย)
    อิอิ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @637806a4b3f3f3e0838aeaf7346c303c:disqus  ขอบคุณ ment พี่เสกครับผม :D

  • Boy123

    ขออนุญาติ รบกวนถามพี่มดเพิ่มเติมนะครับ เกี่ยวกับระบบลงทุนของพี่มด พอดีได้อ่านหลายๆบทความย้อนหลังของพี่ ในส่วนของคอมเม้นท์ที่พี่เคยคอมเม้่นท์เกี่ยวกับระบบลงทุน

    อยากสอบถามพี่มดว่า ระบบที่พี่ใช้แบบ typical ทั่วๆไป สำหรับตลาดหุ้นไทยปรกติ แล้ว
    – สัญญาณ ซื้อ พี่ใช้ราคาเบรคเอ้าท์ นิวไฮ ที่กี่วันหรอครับ? หรือว่าใช้สัญญาณอย่างอื่น?
    – สัญญาณขาย ใช้เทรลลิ่งสต็อปประมาณ 20% ใช่มั้ยครับ? แล้วคัทลอสที่ 20% ของเงินต้น(กรณีไม้แรกขาดทุน) ด้วยรึป่าวครับพี่ ?
    – ระบบของพี่ใช้สัญญาณเทคนิคพวก stochastic MACD EMA บอลลิงเจอร์แบนด์  ประกอบด้วยรึป่าวครับ?
    – ระบบที่พี่มดเทรดอยู่ คล้ายๆ เซียน trend following ที่อยู่ในหนังสือของ Covel ใช่มั้ยครับ คือเน้นเทรดตามเทรนด์ที่ long term ? (เห็น ตย.ในหนังสือของ Covel บาง position กินเวลาหลายปี ตราบที่เทรนด์ยังไปได้)

      ขอบคุณพี่มากๆครับ จะขอติดตามผลงานอย่างเหนียวแน่นครับ ^ ^

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @84a9f2b3d57925a4b61b03f957e8fc24:disqus 1. ผมใช้ 100 วันขึ้นไปอย่างน้อยครับ จริงๆจะใช้กี่วันก็ต้องไปลอง test และเลือก profile ที่เราต้องการเอาเอง

      2.สัญญาณขายและตัดขาดทุนผมไม่ใช่ Trailing Stop 20% ครับ เพราะมันไม่มีความยืดหยุ่นไปตามความผันผวนของราคาหุ้นครับ

      3.ระบบผมส่วนใหญ่อิงจาก Price เท่านั้นเองครับ

      4.ระบบหลักที่ผมใช้เป็น Long Term Trend Following ครับปล. ลองไล่อ่านตามบทความต่างๆที่ผมเขียนไว้ดูนะครับ ถ้าอ่านจนหมดน่าจะเห็นภาพชัดขึ้นอีกเยอะ :D

  • Neo_potato_th

    อ่านแล้วกระจ่างแจ้ง:D ขอบคุณครับ

  • http://twitter.com/3dotts

    Hope for the best and prepare for the worst..