(Video Clip) กุญแจสำคัญในการเล่นหุ้น

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

กุญแจที่สำคัญที่สุดในการเก็งกำไร(เล่นหุ้น) ที่หลายๆคนมักมองข้ามไป คืออะไร? พบกับคำตอบในคลิปนี้ครับ

YouTube Preview Image

หลักข้อแรกในการเล่นหุ้นให้ได้กำไรในระยะยาวนั้น อยู่ที่อะไร?

บางคนอาจมองว่ามาจากการวิเคราะห์ให้แม่นยำ บางคนอาจมองว่ามาจากการพยายามติดตามข่าวสารต่างๆตลอดเวลา หรือบางคนอาจมองว่า… ต่างๆนาๆกันไป แต่ที่จริงแล้ว การเก็งกำไร หรือเล่นหุ้นนั้นมีทั้งได้และเสีย ดังนั้นคนที่ทำกำไรได้มากกว่าขาดทุนต่างหาก จึงจะเป็นผู้ชนะในระยะยาว ซึ่งนี่เป็นหลักการที่เซียนหุ้นทุกคนได้เคยกล่าวเตือนเราเอาไว้แล้วทั้งนั้น และนั่นก็คือ หลักของการรักษาเงินทุน หรือ (Preservation of capital) นั่นเองครับ แล้วเจอกันใหม่ที่ แมงเม่าคลับ.คอม ครับ

“Survive first, Profit later”

“อยู่ให้รอดก่อน แล้วค่อยทำกำไร”

จอร์จ โซรอส

  • zyril

    การทำกำไรนั้นไม่ใช่เป้าหมายที่สำคัญที่สุด ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญกว่านั้น และสิ่งที่สำคัญกว่าการทำกำไรก็คือ การรักษาเงินทุนของคุณเอาไว้ การรักษาเงินทุนของคุณเอาไว้คือสิ่งที่สำคัญกว่า ! ผมจะยกตัวอย่างจากคำพูดของเซียนหุ้นบางคนให้คุณฟัง และคนที่พูดไว้ได้ดีคนหนึ่งก็คือ Paul Tudor Jones… Paul Tudor Jones คือเซียนหุ้นคนหนึ่งซึ่งเคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ในหนังสือ The Market Wizards ซึ่งเขียนโดย Jack Schwager เมื่อปี 1989 ตัวของ Paul Tudor Jones นั้น โด่งดังขึ้นมาจากการที่เขาเป็นผู้จัดการกองทุน เพียงไม่กี่คนที่สามารถทำกำไรได้มากกว่า 100% ติดต่อกันถึง 5 ปี มากกว่า 100% ติดต่อกันในเวลา 5 ปีเชียวนะครับ ซึ่งในช่วงกลางปี 80 นั้น หากคุณลงทุนในกองทุนของเขา 4 ปีเงิน $ 1,000 จะกลายเป็นเงินถึงประมาณ $ 17,500 เขาคือคนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในตลาดหุ้นเลยทีเดียว แต่ถึงแม้ว่าเขาจะประสบความสำเร็จอย่างมากก็ตาม คำแนะนำของเขากลับดูง่ายดายเหลือเกิน เขาพูดว่า “อย่าคิดแต่จะทำกำไร แต่คิดว่าจะรักษาเงินทุนของคุณไว้ได้อย่างไร” แน่นอนครับ ! การทำกำไรนั้นสำคัญ แต่การรักษาเงินทุนเอาไว้นั้น สำคัญกว่า

    Steven Waugh อดีตกัปตันทีมคริกเก็ตของออสเตรเลียนั้น เคยถูกถามไว้ว่า อะไรคือคำแนะนำที่ดีที่สุดของคุณ? เขาพูดง่ายๆ ว่า “อย่าบุกมากเกินไป” ซึ่งสิ่งที่ Waugh ต้องการที่จะบอกก็คือ… “อย่าคิดแต่จะทำแต้ม แต่จงป้องกันให้ดีก่อน” แน่นอนการทำคะแนนนั้นสำคัญ แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญกว่า นั่นคือการรักษาแต้มของเราไว้ ! เช่นกันครับ การทำกำไรนั้นสำคัญ แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคือ… รักษาเงินทุนเริ่มต้นของคุณเอาไว้ ถ้าคุณเสียมันไป คุณจะไม่มีเงินไว้ทำกำไรอีกเลย ซึ่งผมต้องเสียใจกับคุณด้วย คุณควรต้องเปลี่ยนทัศนคติของคุณใหม่ จากการมองโลกในแง่ดีเกินไปในเรื่องของความเสี่ยง จงเล่นเกมรับ ! รักษาเงินทุนของเราเอาไว้ จงตั้งจุดตัดขาดทุนเอาไว้ ! ต้องจัดสรรเงินทุนของเราให้เหมาะกับความเสี่ยง และจัดการกับความเสี่ยงของเราให้ดี

    นี่คือประโยคต่อไปที่คุณควรจะจำไว้จาก Ed Seykota เซียนหุ้นอีกคนซึ่งได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้ เขาบอกไว้ว่ามี 3 สิ่งที่สำคัญในการเก็งกำไร โดยจากผลการลงทุนในช่วง 16 ปีของเขาหรือตั้งแต่ประมาณปี 73 ถึงประมาณปลายปี 80 นั้น กองทุนของเขาทำผลงานได้อย่างเยี่ยมยอดมาก โดยการเติบโตขึ้นถึง 250,000% นี่เป็นผลงานที่น่านับถือมากๆ แต่คำแนะนำของเขานั้น ง่ายเหลือเกิน เขาบอกว่ามีอยู่ 3 สิ่งที่สำคัญในการเก็งกำไร นั่นคือ “ตัดขาดทุน ตัดขาดทุน และตัดขาดทุน !!”

    ผมมีอีกประโยคที่น่าสนใจ “การตัดขาดทุน คือกุญแจสำคัญในการทำกำไร” นั่นหมายความว่าการจะทำกำไรให้ได้นั้น คือการไม่ปล่อยให้เราขาดทุนมากเกินไป นี่เป็นลักษณะที่สำคัญของนักเก็งกำไรที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งคุณยังจะได้ยินต่อไปเรื่อยๆ นี่เป็นเพียงบางส่วนจากการให้สัมภาษณ์ของพวกเขาในหนังสือ The Market Wizards ซึ่งผลการลงทุนของพวกเขาบางคนนั้น แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำได้ ผมค่อนข้างโชคดีมากที่ได้รู้จักกับเซียนหุ้นท่านหนึ่งที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้ในหนังสือ The Market Wizards เขาคือ Mark D. Cook ซึ่งไม่น่าเชื่ออีกว่า เขานั้นเป็นเพื่อนสนิทกับ Marty Schwartz เซียนหุ้นระดับโลกอีกคน เขาบอกกับผมว่า “Marty คือคนที่แพ้เก่งที่สุดที่คุณเคยเจอ” ผมอยากให้คุณลองคิดดูดีๆ สักครู่ สมมุติว่าคุณเป็นนักเล่นหุ้น และถามผมว่า “อะไรคือคำแนะนำที่ดีที่สุด?” และผมบอกว่า “ผมอยากให้คุณเป็นคนที่แพ้เก่งที่สุด” คุณอาจจะต่อยผมแล้วเดินจากไปก็ได้… “ผมต้องการให้คุณเป็นคนที่แพ้เก่งที่สุดครับ” ในการเก็งกำไรนั้น คนที่แพ้เก่งที่สุดต่างหาก… จะกลายเป็นผู้ชนะในระยะยาว Mark Cook บอกกับผมว่า เขารู้จักเพื่อนคนนี้ดีที่สุด… “เขาเป็นคนที่ตัดขาดทุนได้เก่งที่สุด เท่าที่ผมได้เคยพบมา โดยไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย !” เขาคือสุดยอดที่ผมเคยเจอ และสำหรับผู้ถูกสัมภาษณ์ไว้ในหนังสือคนอื่นๆ นั้น คำแนะนำของพวกเขาก็ง่ายๆ เช่นกัน นั่นคือการเรียนรู้ที่จะตัดขาดทุน

    สิ่งสำคัญที่สุดในการทำกำไร คือการไม่ปล่อยให้ขาดทุนมากจนเกินไป พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้ฉลาดไปกว่าคุณบางคนเลย… มีใครบ้างไหมที่เคยขาดทุนในห้องนี้? ผมคิดว่าทุกคนคงจะยกมือขึ้นใช่ไหมครับ พวกเราเคยขาดทุนกันมาแล้วทั้งนั้น แน่นอน มันไม่มีความสุขแน่ๆ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด… คือการเรียนรู้ที่จะตัดขาดทุน พวกเราทุกคนรู้ดีว่าเมื่อเราขาดทุน และปล่อยให้มันแย่ลงไป เช่น 12% หลังจากนั้นกลายเป็น 30%, 40%, 50% คุณรู้ไหม มันไม่ง่ายเลยนะที่จะตัดขาดทุนออกมา การตัดขาดทุน ณ จุดนั้นไม่ง่ายเลย การตัดขาดทุนที่ง่ายที่สุด คือต้องตัดตั้งแต่แรกครับ ดังนั้น จงใช้โอกาสที่คุณมี…

    ผมอยากจะเพิ่มเติมอีกหน่อยครับว่า… การขาดทุนครั้งใหญ่ๆ นั้น เริ่มจากการขาดทุนน้อยๆ มาก่อนทั้งนั้น มันเริ่มจากจุดเล็กๆ มาก่อนทั้งนั้นเลย มันจึงง่ายที่สุดที่จะตัดขาดทุนตั้งแต่แรกๆ …ขอให้ตัดขาดทุนได้อย่างไม่ลังเลใจนะครับ

  • mod

    ขอบคุณมากครับ

  • anatarsia

    เท่าที่ดูนั้น การรักษาเงินต้นนั้นสำคัญจริง แต่วิธีการที่เราจะ cut loss นี่ก็ต้องเลือกเหมือนกัน เพื่อให้เหมาะกับลักษณะการเทรดของแต่ละคนไป แต่สำหรับผมแล้ว การ cut loss ที่ 2-3% นั้นเห็นว่าเหมาะที่สุด เพราะ แก้คืนเงินต้นได้ง่ายกว่า
    ถ้ามี ไอเดีย การ cut loss ดีๆ ก็แนะนำเพิ่มเติมกันนะครับ

    • mod

      เห็นด้วยครับ มันควรต้องถูกกับสันดานของแต่ละคนไปด้วย

      แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ค่อนข้างสับสนเมื่อเห็นคำแนะนำให้ Cut loss ที่ 2%-3% ก็คือ เขาไม่เข้าใจว่ามันเป็น 2%-3% ของราคาหุ้น หรือของ Portfolio ครับ ซึ่งจริงๆแล้วเราควรตั้งเป้าตรงนี้ไว้กับ Portfolio ของเราว่าไม่ให้เกิน 2%-3% ทีนี้ปัญหาก็จะเกิดขึ้นมาว่าก็จะงงกันว่า แล้วถ้าจุดคัทลอสในกราฟมันเกือบ 7%-8% ของราคาเลยนะ ทีนี้ก็ต้องมาว่ากันด้วยการคำนวน Position Sizing อีกทีเพื่อให้ “ขนาดการลงทุน” เหมาะสมขึ้นมาอีกครับ

      แนะนำสูตรง่ายๆสำหรับคนยังไม่รู้ก็คือ มูลค่าการขาดทุนที่ต้องการจะเสีย(บาท)/ส่วนต่างของราคาที่ต้องการจะขาย เช่น เราไม่อยากเสียเกิน 10,000 ต่อครั้งในการเล่น แต่ราคาซื้อคือ 15 และจุดตัดขาดทุนคือ 13 บาท ดังนั้น เราจะควรซื้อหุ้น 10,000/2 = 5,000 หุ้นเท่านั้นครับ

      ส่วนจริงๆแล้ว ถ้าถามว่า % การเสียแต่ละครั้งควรจะอยู่ที่เท่าไหร่นั้น เท่าที่ผมพอรู้ อันนี้ต้องไปดู Expectancy ของระบบเราว่ามีค่าเท่าไหร่ด้วยครับ หรือหาจากสูตรนี้ก็ได้ครับ
      %Risk= [(A+1)P-1]/A
      โดยที่ A=สัดส่วนของการได้กำไรโดยเฉลี่ยต่อครั้ง/ขาดทุนโดยเฉลี่ยต่อครั้ง average Reward/Risk นั่นเอง
      P=ร้อยละ% ของความถูกต้องหรือ Profitable Trade

      แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ นอกจากระดับ Risk ที่เหมาะสมทางคณิตศาสตร์แล้ว คุณต้องคิดถึงใจคุณด้วยว่าทนใหวไหมกับ Drawdown ที่จะเกิดขึ้นระหว่างการลงทุน ไม่ใช่ว่า สูตรบอกว่าเสี่ยงได้ 10% ของพอร์ตต่อครั้ง แต่ใจไม่นิ่งที่ระดับความเสี่ยงขนาดนี้ก็ไม่ควรครับ เพราะถึงเวลาจริงๆจะเอาไม่อยู่ ไม่กล้าคัทครับ ขาดทุนติดกันสักสามสี่ทีใจก็แป้กแล้ว

      ผมว่าเรื่องนี้พูดกันยาวจริงๆนะครับเรื่อง Money Management นี่ แต่ไม่ได้ยากเกินไป ผมก็รู้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น วันหลังจะแปลลงมาเก็บใว้ให้อ่านๆดูกันนะครับ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ

  • Pingback: หลักข้อแรกในการเก็งกำไร Protect Your Money First | BIG MOVE CLUB()