วิธีการเล่นหุ้นจากเกษตรกรชาวเปรู1 บทเรียนและภูมิปัญญาจากเกษตรกรชาวเปรูสู่ตลาดหุ้น

ในบทความนี้ ผมได้นำเรื่องที่น่าสนใจอย่างหนึ่งจากคำนิยมของ Jare Diamon ที่ได้เขียนไว้ในหนังสือหุ้น The Invisible Hands : Top Hedge Fund Traders on Bubbles, Crashes and Real Money มาให้ได้อ่านกันครับ (สำหรับคนที่สงสัยว่าหนังสือหุ้นเล่มนี้มีเนื้อหาอย่างไรนั้น หนังสือหุ้นเล่มนี้เพ่งความสนใจไปยังความผิดพลาดและบทเรียนของเหล่าผู้จัดการกองทุน ที่ได้เกิดขึ้นในช่วงวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ปี 2008 โดยได้ลงบทสัมภาษณ์ของเหล่าผู้จัดการกองทุนที่เอาตัวรอดมาได้จากวิกฤติครั้งนั้น)

การกระจายความเสี่ยง เพื่อเพิ่มโอกาศและลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

ในส่วนคำนิยมของหนังสือเล่มนี้นั้น Jare Diamond ได้เปรียบเทียบถึงความเหมือนที่แตกต่างระหว่างผู้จัดการกองทุนกับเกษตรกรชาวเปรูในยุคเมดิวัล (ยุคกลาง) ในเชิงของการควบคุมความเสี่ยงออกมา เขาได้เล่าถึงวิธีการในการเพาะปลูกข้าวของบรรดาเกษตรกรชาวเปรู ที่ดูจะแปลกและเป็นปริศนาในเบื้องต้นที่เห็นนั่นก็คือ แทนที่พวกเขาจะทำการเพาะปลูกพืชผักลงในพื้นที่ส่วนใหญ่ทั้งหมดของพวกเขา แต่พวกเขากลับที่จะทำการเพาะปลูกเป็นแปลงเล็กๆหย่อมๆ รอบๆพื้นที่อยู่อาศัยของพวกเขาเอง (ผมไม่แน่ใจจริงๆว่าชาวนาไทย หรือภูมิปัญญาพื้นบ้านของเราก็มีทำแบบนี้กันหรือปล่าว ต้องขออภัยด้วยนะครับ :D)

แน่นอนว่าสิ่งแรกที่เราจะคิดออกนั้น วิธีการเช่นนี้ย่อมต้องทำให้เกิดความยากลำบาก ในการเก็บเกี่ยวผลผลิตของของพวกเขาขึ้นมาอย่างแน่นอน นอกจากนี้ มันยังจะทำให้ผลผลิตโดยรวมต่อปีของพวกเขาลดลงไปอีกด้วย (เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการปลูกข้าวในที่ดินผืนใหญ่ผืนเดียว) อย่างไรก็ตาม “กลยุทธ์การกระจายความเสี่ยง” ของพวกเขานั้น ได้ช่วยให้เกิดความปลอดภัย และลดความเสี่ยงในการที่พวกเขาจะต้องเผชิญกับความอดอยาก หากว่าหนึ่งในแปลงพืชผักที่พวกเขาเพาะปลูกเอาไว้เกิดล้มเหลวหรือเน่าเสียขึ้นมา (ซึ่งอาจเป็นผลมาจากหนู, แมลง, ขโมย, โรคติดต่อหรือสภาพอากาศก็ได้) และเนื่องจากการที่พืชที่พวกเขาปลูก (หลักๆคือมันฝรั่ง) ไม่สามารถที่จะเก็บเอาไว้ได้เกินหนึ่งปี ดังนั้น การที่พวกเขาจะเพาะปลูกพวกมันลงไปในพื้นที่ใหญ่ๆแห่งเดียวนั้น ก็ดูแทบจะไม่ต่างกับการ “เดิมพันหมดจนหน้าตัก” ในการลงทุนเลยทีเดียว ซึ่งนั่นหมายความว่าหากเกิดความผิดพลาดขึ้นมาล่ะก็ มันจะทำให้เกมจบลงในทันที

วิธีการเล่นหุ้นจากเกษตรกรชาวเปรู2 สำหรับนักมานุษยวิทยาแล้ว สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือความเชี่ยวชาญของเกษตรกรชาวเปรู ในการใช้ “กลยุทธ์การกระจายความเสี่ยง” ของพวกเขานั่นเอง โดยจากผลการวิจัยของนักมานุษยวิทยานั้น พวกเขาได้พบว่า การเพิ่มขึ้นของจำนวนแปลงที่ดินในการเพาะปลูกพืชนั้น มีผลกระทบในเชิงลบต่อผลผลิตโดยเฉลี่ยในการเก็บเกี่ยวในแต่ละปี อย่างไรก็ตาม มันก็ให้ผลกระทบในเชิงบวกต่อความผันผวนที่เกิดขึ้นจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตมันฝรั่งของพวกเขาด้วยเช่นกัน (พูดอีกอย่างก็คือ การกระจายความเสี่ยงของพวกเขาทำให้ผลตอบแทนลดลง แต่ทำให้เกิดความผันผวนของผลผลิตโดยเฉลี่ยที่เก็บเกี่ยวได้ดีขึ้นมากๆ) นอกจากนี้แล้ว หลังจากที่นักมานุษยวิทยาได้ทำการคำนวณและวิจัยต่อไปอีก พวกเขาพบว่าเกษตรชาวเปรูส่วนใหญ่ มักที่จะทำการเพาะปลูกพืชผักของพวกเขาเป็นแปลงเล็กๆประมาณ 2-3 แปลงในที่ดินที่เหมาะสม เพื่อที่จะทำให้ความเสี่ยงที่พวกเขาจะต้องเผชิญกับความอดอยากลดลงเหลือแค่ศูยน์อีกด้วย

เราจะเห็นได้ว่าแท้จริงแล้วเกษตรกรชาวเปรูเหล่านี้ ไม่ได้มีเป้าหมายในการที่จะสร้างผลผลิตโดยเฉลี่ยในระยะยาวให้สูงที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่พวกเขากลับพยายามที่จะสร้างผลผลิตโดยเฉลี่ยในระยะยาวให้สูงที่สุด โดยไม่ลืมที่จะลดความเสี่ยงในการที่พวกเขาจะเกิดการอดอยากลงให้เหลือศูยน์ควบคู่กันไป อีกทั้งพวกเขายังคำนวณความเสี่ยงเผื่อเอาไว้ และให้พื้นที่ในการที่อาจเกิดความผิดพลาดขึ้นมาด้วย (Margin of Safety)

และนี่คือสิ่งที่ทำให้เราได้ตระหนักว่า จากภูมิปัญญาท้องถิ่นของเกษตรกรชาวเปรูที่เราได้เห็นกันไปนั้น ในทางเดียวกันแล้วมันช่างคล้ายกับศาสตร์และศิลปของการเล่นหุ้น/ลงทุนเป็นอย่างมาก นั่นก็เพราะสิ่งแรกที่สุดที่พวกเราควรจะต้องระลึกอยู่เสมอก็คือ มันเป็นเกมของความอยู่รอดเหนือสิ่งใด เช่นเดียวกับที่สุดยอดนักเก็งกำไรของโลก Gorge Soros เคยได้กล่าวเอาไว้ว่า “อยู่ให้รอดก่อน แล้วค่อยทำกำไรทีหลัง” (Survive First, Profits Later) นั่นเองครับ

ขอปิดท้ายด้วยแนวคิดเกษตรพอเพียง (เกษตรเชิงผสมผสาน) ที่ผมคิดว่าก็ละม้ายคล้ายกันอยู่ในเป้าหมายของการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการควบคุมความเสี่ยงพร้อมๆกันไปครับ (เพียงแต่อาจไม่ได้ปลูกเป็นหย่อมเล็กๆ เหมือนของเปรูเท่านั้นเอง) ขอชื่นชมในอัจฉริภาพของพระองค์ท่านจริงๆ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานด้วยกล้าวด้วยกระหม่อมขอเดชะ

YouTube Preview Image

แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management

  • tsunami2p

    ความพอเพียง สามารถนำมาใช้ในการลงทุนได้เป็นอย่างดี
    ขอบคุณครับ

  • บอย

    ขยันจัง

  • chotima

    ขอบคุณนะคะ อ่านแล้วถูกใจจัง

  • hongvalue

    ช่วงนี้มีบทความดีๆให้อ่านทุกวันเลยขอกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

  • Mod

    ช่วงนี้ผมมีเวลา + อารมณ์ก็เลยรีบแปลก่อนจะมอดครับ มาเป็นพักๆ 55 แล้วถ้าหนืดๆไปก็ไม่ต้องเดาเลยครับ นั่นแปลว่าผมหมดแรง หรือไม่มีเวลา ขอพักแป้บ ประมาณนั้นครับ 55

    • tsunami2p

      mod = มด
      mod = มอด
      โอ้วว เข้าใจตั้งชื่อ…
      ^^

      • Mod

        มันคล้องกันโดยบังเอิญ ถ้าจะชมต้องชมแม่แล้วล่ะครับ ว่ามองล่วงหน้าว่าลูกจะเป็น webmaster-Blogger 55

  • Pan

    คุณมดคะ อัพเดตบ่อยๆนะคะ
    ช่วงไหนไม่ได้อ่าน แล้วมันเหงาอ่ะค่ะ

    ถ้าช่วงไหนไม่มีบทความ คุณมดเปิดห้องแบบชวนคุยเรื่อยเปื่อยก็ได้นะคะ

    • Mod

      555 แสดงว่าผมเริ่มมีแฟนคลับเสพย์ติดเวบบ้างแล้ว ดีใจจัง ไม่ต้องห่วง ยังไงผมตั้งเป้าว่าจะอัพอย่างน้อย 1-2 บทต่อสัปดาห์ให้ได้ครับ จะพยายามทำ ขอบคุณครับ :D

  • ต้นข้าว

    ตั้งเป็น KPI เลยนะค่ะ แฟนคลับต้องวัดผลแล้ว อิอิ

    • Mod

      จ้ากกกส์ จะวัด performance ผมกันเลยทีเดียวหรือนี่ 55

  • Kaew

    ดีมากๆเลย ขอบคุณครับ :D

    • Mod

      ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเช่นกันครับ :)

  • Nun

    เข้าใจเปรียบเทียบจริงๆ สุดยอด
    ขอบคุณสำหรับน้ำใจที่มีแต่ให้ของคุณมดครับ

    • Mod

      ผมว่าอะไรหลายๆอย่างในโลกนี้มันก็คล้ายกันเยอะดีนะครับ ต่างกันตรงเสื้อผ้าหน้าผมเท่านั้นเอง 55 ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์ครับ :)

  • AP

    ขอบคุณครับ
    ตามอ่านตลอดครับ

    • Mod

      ขอบคุณมากๆครับเช่นกันครับ :)

  • dragon

    อ่านบทความ คุณ มดบ่อยๆ รู้สึกเหมือนการลงทุนมันเป็นเรื่องปรัชญา หรือสัจธรรม ซึ่งใช้ได้กับทุกอย่างในชีวิตที่เป็นการลงทุน นะครับ ไม่ว่า จะเป็นเรื่องของการลงทุน เงินทอง เวลา
    บทความที่แล้วก็เป็นเรื่องการวางแผนอีก ไม่น่าเชื่อนะครับ ว่าตลาดหุ้นจะสอนอะไรเราได้หลายๆอย่าง ความคิด มุมมอง เปลี่ยนไปเรื่อยๆนะครับ ขอบคุณมากครับ

    • Mod

      ใช่ครับ ผมว่าตลาดหุ้นเป็นที่ๆให้สัจธรรมเราได้มากๆเลย เพราะมันเป็นที่ๆเปลี่ยนแปลงและไม่แน่นอนอยู่เสมอ ผมเห็นเทรดเดอร์หลายๆคนพูดถึงศาสนาพุทธนิกายเซนกันไว้เยอะมาก ลองหาอ่านเพิ่มเติมจากพี่กูเกิ้ลก็ได้นะครับ :D

  • dragon

    อ่านบทความของคุณ มดแล้ว ความคิด มุมมองของผม เปลี่ยนไปเรื่อยๆนะครับ
    ขอบคุณมากครับ

  • victory

    ขอบคุณ มากครับสำหรับทุกบทความ ผมติดแล้วครับ
    ต้องมาคลิ้กดูทุกวัน ชอบ ครับ

  • pit.phunglom

    บทความน่าสนใจเลยทีเดียว

    • Mod

      ขอบคุณครับ

  • Neogt86

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ครับ :D

  • Futions

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ

  • http://setpulse.wordpress.com/ setpulse

    คุณมดไม่สนจัดสัมนาบ้างหรือครับ แฟนคลับน่าจะเยอะ
    รวมเป็นสโมสรจริงๆ ไว้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน จัดเวิร์คช๊อบเล็กๆ
    น่าจะเปลี่ยนบรรยากาศได้

    ผมจองหนึ่งที่นะครับ :)

    • Mod

      ดูความเป็นไปได้อยู่ครับ แต่จริงๆแล้วแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันทางนี้ก็พอได้ แต่ยังไงถ้ามีโอกาสที่เหมาะสมจริงๆ ผมจะลองดูนะครับ :)

  • http://set-financial-academy.blogspot.com boyles

    ดีๆครับ เป็นแฟนคลับด้วยครับ 555 ชอบจริงตรง ห้ามคิดเรื่องการทำกำไรสูงสุดอย่างเดียว เพราะเราต้องคำนวณเรื่อง risk อย่างรอบคอบเพื่อการอยู่รอด เหมือนกันจริงๆ สรรพสิ่ง ^^

    • Mod

      trade off นี่เกิดขึ้นเสมอกับทุกๆอย่างบนโลก สิ่งที่เหมาะสมกับเราอาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดในสายตาคนอื่นก็ได้ :)

  • aric

    ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ครับ

    • Mod

      ยินดีครับ ว่างๆแวะมาแสดงความเห็นกันอีกได้นะครับ :D

  • Pingback: การเก็งกำไร กับ การปลูกต้นไม้ | Pulse of SET()