accomplishment-vs-perfectionism ลัทธิสมบูรณ์แบบนิยม และการเล่นหุ้น

ช่วงนี้ตลาดหุ้นได้กลับกลายเป็นขาลง หลังจากที่มันวิ่งขึ้นมาอย่างยาวนานเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตุได้ก็คือ คนจำนวนมากเริ่มติดหุ้นและปฏิเสธที่จะตัดขาดทุน ทั้งที่ได้วางแผนต่างๆเป็นอย่างดีก่อนที่จะเข้าเก็งกำไร บางคนเลือกที่จะหนีความจริงโดยพยายามหลอกตัวเองด้วยเหตุผลต่างๆนาๆ หรือทำเป็นไม่สนใจกับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นกับพอร์ทของพวกเขา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือว่าผิดมหันต์ในเชิงของจิตวิทยาการลงทุน และอาจกลายเป็นความผิดพลาดที่ยากจะแก้ไขในอนาคต ผมคิดว่าเหตุผลส่วนหนึ่งของพฤติกรรมเหล่านี้ มาจากความต้องการที่จะถูกต้องหรือสมบูรณ์แบบ (ในโลกที่ไม่เคยสมบูรณ์แบบและเป็นไปตามเหตุผลอยู่ตลอดเวลาของตลาดหุ้น) จึงได้นำเอาคำพูดที่น่าสนใจของ Tyler Bollhorn เจ้าของเวบ Stockscores.com มาฝากกันเอาไว้ครับ

Tyler Bollhorn

ลัทธิสมบูรณ์แบบนิยม : นักเก็งกำไรหลายคน พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะทำสิ่งต่างๆได้อย่างถูกต้องตลอดเวลา และหากว่าตลาดได้แสดงให้พวกเขาเห็นว่า สิ่งที่พวกเขาคิดนั้นผิดพลาดด้วยการขาดทุนที่เกิดขึ้นกับพวกเขา พวกเขาจะพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะทำทุกทางให้การขาดทุนนั้นกลับกลายเป็นกำไรขึ้นมา โดยที่พวกเขามักจะทำการเฉลี่ยขาดทุนกับหุ้นของพวกเขา หรือไม่ก็พยายามที่จะถือหุ้นเหล่านั้นต่อไป ถึงแม้ว่าราคาของมันจะตกลงมาเกินกว่าจุดตัดขาดทุนของพวกขาแล้วก็ตาม ด้วย “ความหวัง” ที่ว่า มันจะวิ่งกลับขึ้นมาและทำให้การขาดทุนของพวกเขากลับกลายเป็นกำไรอีกครั้ง สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า พวกเขากำลังไล่ตามหรือพยายามที่จะทำในสิ่งที่เป็นอุดมคตินิยม หรือพยายามที่จะสมบูรณ์แบบ ซึ่งจะทำให้พวกเขาลืมไปว่า การเก็งกำไรนั้นเป็นเรื่องของ “ความน่าจะเป็น” ซึ่งความพยายามที่จะสมบูรณ์แบบอยู่ตลอดเวลานั้น จะทำให้พวกเขาเกิดความล้มเหลวในการเก็งกำไรขึ้นในระยะยาว เนื่องจากในเวลาไม่ช้าไม่นานแล้ว จะต้องมีสักครั้งหนึ่งที่การความผิดพลาดและการขาดทุนของพวกเขานั้น จะไม่สามารถกลับมากลายเป็นกำไรให้กับพวกเขาได้ มิหนำซ้ำมันยังอาจนำมาซึ่งการขาดทุนครั้งยิ่งใหญ่อีกด้วย

วันนี้มีคำคมปิดท้ายบทความแถมให้ครับ :D

Geoffrey F. Fisher

เมื่อลูกพยายามที่จะสมบูรณ์แบบ ลูกจะพบว่ามันเป็นสิ่งที่ห่างไกลออกไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด

Geoffrey Francis Fisher องค์พระสันตปาปาแห่งแคนเทอเบอรี่

สุดท้ายนี้ ขอให้ “วินัย” จงอยู่คู่กับทุกๆคนที่อ่านเวบนี้เป็นประจำ ผมพยายามนำเสนอสิ่งเหล่านี้มาตลอด ด้วยความเชื่อที่ว่ามันคือสิ่งที่จำเป็นและสำคัญมากๆในการเล่นหุ้น เพราะไม่ว่าคุณจะรู้อะไรเป็นอย่างดีมากแค่ไหน มันจะหมดประโยชน์ไปในทันที ถ้าคุณไม่มี “วินัย” เพียงพอที่จะทำมันได้ โชคดีเฮงๆ เอาตัวรอดจากตลาดหุ้นขาลงกันได้ทุกคนครับ :)

แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management

  • tsunami2p

    บทความนี้ย้ำชัดเจนถึงความสำคัญของ “วินัย” ในการลงทุน
    ขอบคุณคุณ mod มากครับผม
    ู^ ^

    • mod

      ยินดีครับผม :D

  • RIT

    ขอบคุณครับ ผมว่าเทรดหุ้นมาก็เกือบจะ3ปีแล้ว ผมว่าวินัยสำคัญมากๆทุกวันนี้ มันก็ยังเป็นปัญหาของผมอยู่เหมือนกันครับว่าทำยังไง ที่ผมจะควบคุมให้ผมทำตามวินัยได้แบบเฉียบขาด เพราะส่วนมากผมชอบเลื่อน STOP ไปอีกหน่อย แต่ท้ายที่สุดผมก็ STOP มันก็เลยเสียหายไม่เยอะครับ

    • mod

      ผมก็ยังเป็นบ้างบางครั้งครับ แต่จริงๆปัญหานี้แก้ได้ชะงัก ถ้าเรามีระบบการขายที่เรา “เชื่อ” อย่างสุดใจ และมีกฏเกณฑ์ที่ชัดเจนมากๆ ไม่ให้ต้องมีเงื่อนไขหรือข้อโต้แย้งใดๆ นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำไมว่า คนที่ใช้ทฤษฏีการลงทุนยากๆหรือมีรายละเอียดเยอะๆมักเจ๊งหุ้น เพราะความชัดเจนหรือความง่ายในการปฏิบัติมันน้อยนั่นเอง … ยังไงลองจัดระบบขายให้ชัดที่สุดแบบไม่มีข้อโต้เถียง และให้เรียบง่ายที่สุดขึ้นมา ผมว่าน่าจะช่วยได้ระดับหนึ่งเลยนะครับ :D

  • บอย

    จิตวิทยาเป็นเรื่องที่ยากมาก คือเราต้องเชื่อในระบบของเรา เชื่อมั่นในมัน มันยากจริงๆ

    และต้่องเขาใจว่า มันไม่ได้สมบูรณฺ์แต่มันให้ผลตอบแทนที่เป็นบวก (สำหรับระบบที่ผ่านการทดสอบมากแล้วนะ)

    ฝากไว้ให้เพื่อนนักลงทุนครับ

    In actual practice, the most important psychological consideration is ability to stick to the system. To achieve this, it is important (1) to fully understand the system rules, (2) to know how the system behaves and (3) to have clear and supportive agreements between all parties that support sticking to the system.

    T T

    • บอย

      ลืมบอกผมเอามาจาก Link http://www.seykota.com/tribe/risk/index.htm

      • mod

        ขอบคุณที่นำสิ่งดีๆมาแบ่งปันไว้นะครับผม :D

    • mod

      ผมช่วยแปลไทยให้ เผื่อว่าเพื่อนๆบางคนไม่ถนัดเท่าไหร่

      ในการปฏิบัติหรือลงทุนจริงๆนั้น ปัจจัยทางจิตวิทยาการลงทุนที่สำคัญที่สุด คือความสามารถในการที่จะ “ทำตามระบบ” และในการที่จะทำสิ่งเหล่านี้ได้ สิ่งสำคัญก็คือ
      1) คุณต้องเข้าใจความหมายในกฏต่างๆของระบบเป็นอย่างดี
      2) คุณจะต้องเข้าใจถึงพฤติกรรมที่จะเกิดขึ้นของระบบการลงทุน
      3) คุณจะต้องทำให้ทุกๆคนที่มีส่วนสนับสนุนเงินทุนลงในระบบการลงทุนนั้นๆ เกิดความเข้าใจและยอมรับที่จะทำตามระบบเป็นอย่างดี

  • Mr.H

    ชอบบทความนี้ครับ ขอบคุณสำหรับบทความดีๆแบบนี้ ตามอ่านมาตลอดครับ เวบนี้ช่วยให้ผมตาสว่างในการเทรดหุ้นจริงๆ โดยส่วนตัวก่อนหน้านี้เคยพยายามจะคิดหาระบบเทรดที่มีความแม่นยำสูงๆ เคยคิดว่าซักวันนึงจะคิดระบบเทรดที่แม่นยำสูงถึง 80%ขึ้นไปให้ได้ แต่หลังจากพยายามอยุู่นานก็ยังไม่ประสบความสำเร็จซักที วันนึงได้อ่านเวบนี้เลยตาสว่างและเลิกตามหาระบบที่ดีเลิศแบบนั้น ทุกวันนี้ระบบที่ผมใช้เทรดอยู่ทดสอบแล้วทดสอบอีกก็มีความแม่นยำแค่เกือบๆ 60% พอใจแล้วครับ ทุกวันนี้ทำตามระบบอย่างเดียว ข่าวอะไรก็ไม่ฟัง สหรัฐจะมี QE 3 4 5 หรือเปล่าผมก็ไม่สน แบงค์ชาติจะขึ้นดอกเบี้ยหรือเปล่าก็ไม่แคร์ GDP จะขยายตัวเท่าไรไม่อยากรู้ทั้งนั้น ระบบส่งสัญญาณซื้อผมซื้อระบบส่งสัญญาณขายผมขาย แค่นั้น
    ปล.รอบนี้ผมหนีออกจากตลาดตอน 1022 จุดตามระบบ นอนดูหุ้นตกมาหลายวันแล้ว ถ้าไม่ทำตามระบบตอนนี้คงดูไม่จืดจริงๆ

    • mod

      ยินดีด้วยนะครับ ดูท่าจะกลายเป็น System Trader เต็มตัวแล้ว ขอบคุณที่แบ่งปันประสบการณ์ด้วยนะครับ ^_^

  • บอย (BOY)

    ถามนอกเรื่องหน่อย ซิ ทำไม ICON ผมมันต้องเป็นแบบนี้ สามารถเปลี่ยนเป็นแบบคนอื่นๆ ได้หรือเปล่า

    • mod

      นั่นสิครับ ผมเองก็ยังงงว่าคุณ Hong value เขาทำอย่างไรให้หน้าของเขาเป็นรูปอื่น 55 ขออภัยด้วยนะครับ ไม่รู้จริงๆ เดี๋ยวถ้าใครผ่านมาแล้วรู้วิธีช่วยบอกหน่อยละกัน :D

  • Gboy

    ถูกต้องครับ วินัยเป็นสิ่งสำคัญ และการซื้อหุ้นที่ติดตามมาตลอด โดยไม่ซื้อหุ้นที่ไม่ได้ติด
    เพราะเราไม่รู้จักนิสัยของหุ้นนั้น

    • mod

      มีคนเห็นความสำคัญของวินัยเยอะๆอย่างนี้ ก็ดีใจกับทุกคนด้วยครับ :D

  • Tattoo_Thai

    ขอบคุณมากครับสำหรับบทความดีๆ

    • mod

      ยินดีครับ :D

  • Tong

    ทำไมถึงยังมองว่าเป็นขาลงอยู่ล่ะครับ ?

    • mod

      ผมมองแนวโน้มระยะกลาง-ยาวครับ :)

  • mod

    แนวโน้มขึ้นอยู่กับวิธีการวัดและคาบเวลา กับ set ผมใช้กรอบราคา (Channel) ที่ 20 (+-5) วันครับ ผมไม่ได้มองหรือเดาอนาคต แต่ตอนนี้มันเป็นอย่างนั้นเองครับ ขึ้นวันเดียวไม่ได้ถือว่ากลายเป็นขาขึ้น แต่ถ้าสถานการณ์เปลี่ยนก็เปลี่ยนตามครับ :D

  • A

    บทความนี้สั้นๆแต่เข้ากับบรรยากาศรอบนี้ดีครับ ขอบคุณครับเสี่ย

    • Mod

      ขอบคุณที่แวะมาคอมเมนท์เช่นกันครับผม :D

  • youth

    ขอบคุณมากครับสำหรับข้อคิดดี ๆ มันพูดง่าย แต่ทำได้ยากมากต้องพยายามต่อไปครับ

    • Mod

      เอาใจช่วยครับ เรื่องทัศนคติถ้าไม่ blink ในทันที ก็ต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่อย่างไรเสียมันก็คุ้มค่า เพราะโลกของเราจะเปลี่ยนไปทันที มีความสุขในการเล่นหุ้นมากยิ่งขึ้น

      mark Douglas เคยพูดไว้น่าสนใจครับ เขาบอกว่า “วินาทีไหนที่คุณยังเชื่อว่ามันมีความแน่นอนในตลาดหุ้น คุณกำลังตกอยู่ในหลุมพรางที่น่ากลัวมากๆเลยทีเดียว” :D

  • BlueSky

    ผมว่าบทความนี้สั้นๆแต่คือหัวใจเลยครับ คือวินัย(จิตวิทยา)ในการลงทุน
    ก่อนผมจะลงทุนผมต้องมี 3 อย่างคือ
    1.ระบบที่เหมาะกับสิ่งที่ผมจะลงทุนคือระบบที่ให้ “ความน่าจะเป็น” ที่จะได้กำไรมากกว่าขาดทุน (ไม่จำเป็นว่าจะต้อง “ถูก” มากกว่า “ผิด”)
    อีกอย่างคือเราเข้าใจมันได้ง่ายๆ ผมไม่ชอบเอาสูตรที่ไม่เข้าใจมาใช้
    2.เงินลงทุนที่มากพอที่จะรับกับความผิดพลาดจากระบบ
    3.ความศรัทธาในระบบที่เราเลือกมาดีแล้ว ให้มันนำเรา และกำหนดเวลาให้เวลามันแสดงผลงาน

    ที่ผ่านมาก็พอเอาตัวรอดมาได้ครับ
    ขอบคุณครับสำหรับบทความดีๆ

  • aric

    ขอบคุณมากครับ
    ตามอ่านบทความเสมอครับ

  • MAI

    ตัวผมก็มีปัญหาเรื่องวินัยในการเทรดหุ้นเช่นกัน เลยต้องใช้ยาแรงหันมาเทรดฟิวเจอร์สแทน เพราะของมันแรงจริงๆ ถ้าผิดทางขึ้นมา Gone With The Wind เลยครับ ปรากฏได้ผลชะงักนัก วินัยเคร่งทีเดียว
    พิมพ์ไปก็นึกถึงจุดที่แตกต่างระหว่างตอนเป็นฆราวาสกับสมณะ ตอนยังไม่บวชตั้งใจจะปฏิบัติตามศีลหรือระเบียบวินัยที่ตัวเองกำหนดขึ้นมาแค่ไม่กี่ข้อ ยังทำได้ยากเย็น พอครองผ้าเหลืองเท่านั้นล่ะ ศีลและวัตรปฏิบัติมีมากแค่ไหนก็ปฏิบัติตามได้ ถ้าเกิดทำอะไรแล้วสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้ศีลหรือจิตใจมัวหมอง จิตก็จะไหวตัวทันไม่ปฏิบัติตั้งแต่ต้นหรือหยุดการกระทำนั้นลงในทันทีเมื่อเริ่มต้นการกระทำไปแล้ว
    แต่พอสึกออกมาก็หย่อนไปตามสภาวะจิตใจและสภาวะโลก หลวงพี่ก็เตือนแล้วว่าสึกออกไปก็อย่าให้การบวชครั้งนี้ขาดทุนนะ ก็ขาดทุนจนได้
    การเทรดแบบไม่มีวินัย ถึงแม้บางครั้งจะได้กำไรเป็นตัวเงิน แต่ก็ยังขาดทุนด้านเวลาและจิตใจอยู่ดี
    ขอบคุณคุณ MOD ที่ช่วยสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องนี้ตลอดมาและตลอดไปครับ

  • ning

    what it will be ,will be,ตอนนี้ใช้การนั่งสมาธิและการปรับตารางชีวิตประจำวันที่simple and get on well ทำให้ไม่รู้สึกแย่ คือพอได้กำไรมากๆแล้ว เวลาเราได้กำไรน้อย มันรู้สึกธรรมดา หรือมีขาดทุนบางเวลาตลาดมันตรงข้ามกับเรา แต่จะไม่ค่อยเสียใจ นอกจากบอกตัวเองว่า ไม่มีอะไรแน่นอน เอาตัวให้รอดวันนี้ก่อน แล้วเราจะมีโอกาสในวันข้างหน้า ดีใจที่ได้รับความรู้ดีๆและคำแนะนำที่ดีมากๆ ช่วยให้ไม่ต้องลองผิดลองถูกเองนาน นอกจากเอาสิ่งเหล่านี้มาปรับให้เหมาะสมกับจิตใจตัวเองและระบบเพื่อที่จะได้มีวินัยที่ดีต่อๆไป หลักการทางธรรมะช่วยได้ดีในแง่มีสมาธิและสติ ทำให้เกิดปัญญา บางทีอะไรทีเรียบง่ายก็มีความสุขได้นะคะ ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงทดลองคะ ค่อยๆเปลี่ยนจากความคิดให้เกิดความเชื่อก่อน จากนั้นก็เป็นการปฏิบัติ พอเราทำได้อย่างงี้ทุกวัน เราจะไม่รู้สึกว่ายากเพราะมันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเราไปแล้ว ไม่ก็ไม่ขนาด routeen นะคะ เพราะจริงๆแล้วเราควรมีความยืดหยุ่นบ้างแต่ไม่สะเปะสะปะไปตามลมนะตามอำเภอใจ แล้วมันจะกลายเป็น Good habits and belong เราฟังดูเหมือนง่ายๆ แต่จริงๆแล้วมันต้องใช้เวลาสะสมมานานพอควร เอาใจช่วยทุกคนนะคะ รู้เร็ว คิดได้เร็ว ทำได้เร็ว ก็จะดีตัวตนเอง เพราะเหมือนคุณได้ย่อทุกอย่างมา การเห็นสัจธรรมแบบนี้หลายคนอาจว่า ปลงแล้วเหรอ แต่คนที่พูดอย่างงี้เค้าเลยยังต้องเหนื่อยกว่าเรา เกิด ก็มาแต่ตัว ตอนนี้เราแค่อยู่ทำหน้าที่ของเราให้ดี when your time come จะได้หลับอย่างไร้กังวล อาเมน อิอิ