ช่วงนี้ตลาดหุ้นกลับมาอยู่ในช่วงขาลง ผมเห็นนักเล่นหุ้นหลายๆคนถกเถียงกันเรื่องที่ว่าควรจะคัทลอสหรือไม่คัทลอสดี แล้วถ้าไม่คัทจะมีผลดีผลเสียอย่างไรบ้าง ผมเลยขอวอรม์อัพโดยนำเรื่องเล่าสั้นๆเบาๆมาเล่าให้กับทุกคนได้อ่านกันสักหน่อย นั่นก็คือเรื่องราวและแนวคิดในการเดิมพันของนักคณิตศาตร์ชื่อดังอย่าง แบลส์ ปาสคาล (Blair Pascal) นั่นเองครับ

แนวคิดการเดิมพันของปาสคาล

ผมเชื่อว่าพวกเราหลายๆคนน่าจะรู้จักและคุ้นชื่อของปาสคาลจากในชั้นเรียนคณิตศาสตร์กันดีอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามสิ่งที่พวกเราหลายๆคนไม่ค่อยได้รู้กันก็คือ ในช่วงหลังๆของชีวิตนั้น เขามีชื่อเสียงของเขาในฐานะของผู้ที่เป็นหัวหอกในการถกเถียงกันระหว่างความเชื่อที่ว่า “God หรือพระเจ้านั้นมีอยู่จริงหรือไม่?” (คล้ายๆกับการถกเถียงว่าบุญบาปและนรกหรือสวรรค์นั้นมีอยู่จริงหรือไม่ในศาสนาพุทธ) ส่วนจะเกี่ยวอะไรกับเรื่องเล่นหุ้นขอให้อ่านต่อไปอีกนิด แต่นี่ก็คือสิ่งที่นำมาสู่หลักความคิดที่ชื่อว่าการเดิมพันของปาสคาลนั่นเองครับ (Pascal’s Wager)

แล้วอะไรคือสาระสำคัญของหลักการเดิมพันของปาสคาลน่ะหรือครับ?

สาระสำคัญก็คือการที่ปาสคาลได้ให้เหตุผลที่น่าสนใจเกี่ยวกับความเชื่อในเรื่องของพระเจ้าเอาไว้ว่า การตัดสินใจเชื่อที่ว่าพระเจ้ามีอยู่จริงนั้นเหมาะสมกว่าการที่จะเชื่อว่าพระเจ้าไม่มีอยู่จริงๆ!!

Blaise_pascalเขาได้เหตุผลเอาไว้ว่าในการดำรงชีวิตนั้น คุณสามารถเลือกที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อในพระเจ้าก็ได้ อย่างไรก็ตาม ความเชื่อในเรื่องความมีอยู่ของพระเจ้านี้ก็คล้ายๆกับเกมการเดิมพันอย่างหนึ่ง (เช่นเกมโยนเหรียญหัว-ก้อย) นั่นก็เพราะแล้วสุดท้ายพวกเราทุกคนก็ต้องตาย และแน่นอนว่าไม่มีใครสามารถที่จะรู้ได้จริงๆก่อนตายหรอกว่าสวรรค์หรือนรกหรือพระเจ้านั้นมีอยู่จริงหรือไม่ ดังนั้นแล้วมันจึงเป็นเกมการเดิมพันที่เสมือนกับว่าคุณจำเป็นต้องเล่นโดยไม่สามารถปฏิเสธได้

เมื่อมองในแง่ของเกมการเดิมพันแล้ว ทิศทางความเชื่อของคุณก็เหมือนกับเดิมพันคุณวางลงไป โดยหากว่าคุณเลือกที่จะเชื่อในพระเจ้านั้น (ทำความดี) เมื่อคุณตายลงไปหากพระเจ้าและนรกรวมถึงสวรรค์ไม่มีอยู่จริง คุณก็แทบไม่เสียอะไรเลย แต่หากว่าพระเจ้ามีอยู่จริงสิ่งที่คุณจะได้รับกลับมาก็คือการได้ใช้ชีวิตอย่างแสนสุขสบายอยู่บนสรวงสวรรค์

ในทางกลับกันนั้น หากคุณเลือกที่จะไม่เชื่อในพระเจ้านั้น (ทำความเลว) เมื่อคุณตายลงไปหากว่าพระเจ้าไม่มีอยู่จริงคุณก็ไม่เสียอะไรเลยเช่นเดียวกัน แต่หากว่าพระเจ้ามีอยู่จริงๆแล้วล่ะก็ … สิ่งที่คุณจะต้องเผชิญก็คือขุมนรกที่สุดแสนจะทรมาน และคุณยังจะต้องได้รับการลงโทษอย่างแสนสาหัสอีกด้วย

ดังนั้นเมื่อมองถึงความคุ้มค่าแล้ว การเลือกที่จะเดิมพันในฝั่งที่พระเจ้านั้นมีอยู่จริงจึงแสนที่จะคุ้มค่ากว่ามากเป็นไหนๆ เพราะในทางคณิตศาสตร์นั้นการเชื่อพระเจ้าให้ค่าคาดหวังที่เป็นบวกแทนที่จะเป็นลบเหมือนในฝั่งตรงข้ามนั่นเอง

ตัวอย่างการคำนวณค่าคาดหวังของ Pascal แบบง่ายๆ

EV = (Gain x Probability of win) + (Loss x Probability of loss)

เชื่อในพระเจ้า = (Heaven x 0.5) + (0 x 0.5) = 0.5 x Heaven

ไม่เชื่อในพระเจ้า = (0 x 0.5) + (Hell x 0.5) = 0.5 x Hell

นรกของนักเล่นหุ้นมีจริงหรือไม่!?

หลังจากที่ได้เล่ามาถึงตรงนี้ หลายคนอาจเก็ทแล้ว แต่บางคนอาจยังสงสัยว่า … ผมจะเอาเรื่องนี้มาเล่าทำไม? และมันเกี่ยวกับเรื่องของการเล่นหุ้นอย่างไร??

คำตอบก็คือเกี่ยวแน่นอน!!

เพราะในการใช้ชีวิตอยู่ในตลาดหุ้นนั้น สิ่งที่แน่นอนที่สุดก็คือคุณจะต้องเจอกับทั้งช่วงเวลาที่ตลาดนั้นดีและร้ายสลับกันไปอยู่เสมอ คำถามก็คือคุณได้เตรียมรับมือกับสถานการณ์เหล่านั้นไว้ในรูปแบบไหนอย่างไรบ้าง? ซึ่งแน่นอนว่าแผนการณ์รับมือกับช่วงเวลาอันเลวร้ายในตลาดของคุณก็จะเป็นไปตามทิศทางความเชื่อในส่วนลึกของคุณนั่นเอง ดังนั้นแล้วคุณจึงมีทางเลือกในการเดิมพันหลักๆอยู่ 2 ทางนั่นก็คือ

1. คุณเลือกที่จะเชื่อว่าความเสี่ยงและความโหดร้ายของตลาดหุ้นนั้นมีอยู่จริง และคุณก็คงต้องมีบ้างที่จะโดนแจ๊คพ็อตเข้ากับหุ้นสักตัว หรือหลายๆตัวเข้าสักวันหนึ่งอย่างแน่แท้เมื่ออยู่ในตลาดนานขึ้นเรื่อยๆ

2. คุณเลือกที่จะเชื่อว่าตลาดหุ้นนั้นสวยงาม, มีเหตุผล และไม่ได้โหดร้ายอย่างที่คิด ซึ่งความรู้ความสามารถที่มีอยู่ของคุณนั้นจะต้องทำให้คุณสามารถหลบรอดจากความผิดพลาดและความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับคุณได้อย่างแน่นอน หรืออย่างน้อยที่สุดคุณก็คงจะไม่ใช่คนที่ซวยขนาดนั้น (มั้ง)

หากคุณเลือกข้อแรกนั้น สิ่งที่คุณต้องทำจะค่อนข้างยากลำบากต่อความรู้สึกอยู่พอสมควร นั่นก็คือการต้องพยายามควบคุมความเสี่ยงอย่างเหมาะสมไม่ให้โลภหรือโลภน้อยจนเกินไปอยู่ตลอดเวลา หรือไม่ก็ต้องรู้จักตัดขาดทุนออกไปซะหากว่าเกิดเหตุการณ์นอกกรอบที่คุณคาดคิดขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าถ้าหุ้นกลับเด้งวิ่งขึ้นไปต่อ คุณก็จะขาดทุนเพราะการคัทลอส และเสียโอกาสทำกำไรไปรวมถึงอาจต้องไปตามซื้อใหม่ แต่ถ้าหุ้นตกต่อคุณก็สามารถผ่อนหนักให้เป็นเบาหรือรอดตัวจากหุ้นที่คุณถืออยู่ไปได้

ในทางกลับกันแล้ว หากคุณเลือกข้อสองเพราะคุณมั่นใจ … ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยจากทั้งตลาดหุ้น, ตัวหุ้น หรือตัวคุณเองก็ตาม สิ่งที่คุณต้องทำนั้นก็ไม่มีอะไรมาก นั่นก็เพียงแค่ถือหุ้นจำนวนไม่กี่ตัวที่คุณมั่นใจไว้ และเมื่อเวลาที่ตลาดขาลงหรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันมาถึงคุณก็แค่ “ภาวนา”, “รอคอย” และ “คาดหวัง” ให้สถานการณ์กลับมาดีขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งถ้าตลาดกลับมาดีคุณก็อาจได้กำไรก้อนใหญ่อย่างสุขขี แต่ถ้าหุ้นของคุณไปแล้วไปลับไม่กลับมา คุณก็แค่ถึงเวลาต้องเดินออกจากตลาดไปเท่านั้นเอง

คำถามก็คือคุณเลือกที่จะเชื่อในข้อไหน!!??

… สำหรับใครที่ยังไม่เคยเห็นลักษณะผลตอบแทนของหุ้นแต่ละตัวในตลาด ยังไงลองดูข้อมูลด้านล่างนี้แล้วลองตัดสินใจด้วยตัวเองดูครับ!

image

ภาพการกระจายตัวของผลตอบแทนรายปี :  Distribution ของผลตอบแทนรายปี (วัดทุกสิ้นปี) จากหุ้นทุกตัวในตลาดตั้งแต่ตลาดหุ้นเปิด แสดงให้เห็นว่าถึงแม้โดยรวมแล้วค่าเฉลี่ย (Mean) ของผลตอบแทนจากหุ้นแต่ละตัวจะเป็นบวกอยู่ที่ราว 20% ต่อปี อย่างไรก็ตามจากตาราง Quantiles นั้นเราจะพบว่า 25% ของผลตอบแทนทั้งหมดมีค่าต่ำกว่า -24% นั่นหมายความว่าโดยเฉลี่ยแล้วในแต่ละปีคุณมีโอกาสที่จะเจ็บตัวหนักๆแบบคางเหลืองจากการถือหุ้นในตลาดได้ถึงราว 1 ใน 4 เลยทีเดียว ดังนั้นลองพิจารณาดูนะครับ ^_^ (*ค่า N = 8107)

ปล  1.  Pascal’s Wager ยังเป็นหัวข้อที่ถูกถกเถียงกันอยู่ว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ แต่ผมไม่ได้จะนำเสนอเรื่องของศาสนา แค่คิดว่าเรื่องนี้น่าสนใจกับหลักการเก็งกำไรและเล่นหุ้นดีเท่านั้นนะครับ

ปล. ผมหายไปเข้าถ้ำฝึกวิชาหุ้นและทำวิจัยมาเพิ่มเติม เดี๋ยวอาทิตย์นี้จะค่อยๆกลับไปไล่ตอบทั้งเมล์ทั้งบล็อกและ Q&A บอร์ดนะครับ ต้องขออภัยอย่างสูงต่อทุกคนด้วยครับ ^_^

  • Jeerawat Treepichetkul

    ผมเพิ่งเริ่มลงทุนซักปีนึงได้ครับ ชอบเวปนี้มาก ความรู้เยอะ ผมได้ความรู้จากที่นี่ไปเยอะเลย ตอนแรกแอบเสียดายว่าดูเวปจะเงียบไปนาน ตอนนี้ดีใจครับ เวปดีๆ แบบนี้อยากให้มีเยอะๆ อยู่ไปตลอด ขอบคุณมากๆ ครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ขอบคุณครับที่ตามอ่านแถมยังให้กำลังใจอีกต่างหาก :D

  • Unsign

    ปล. ผมหายไปเข้าถ้ำฝึกวิชาหุ้นและทำวิจัยมาเพิ่มเติม
    แสดงว่าฝึกวิชาสำเร็จแล้ว อิอิ… :D

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ยังไม่สำเร็จครับ เริ่มเหงาเลยมาเขียนๆหน่อย 55 วิชายังต้องฝึกต่อไปเรื่อยๆ ^_^

  • hia001

    คิดถึงใจจะขาด เเต่ขออ่านก่อนล่ะกันคับ

  • hia001

    มีเรื่องหนึ่งอาจจะไม่เกี่ยวกับบทความนี้ ผมเคยอ่านเจอ เรื่องเรือโนอา กับการป้องกันความเสี่ยง
    คือนักลงทุนเลือกที่จะสร้างเรือโนอา หรือจะ ทำนายฝน ถ้านักลงทุนเลือกทำนายฝนเเล้วเกิดทำนายผิดพลาดฝนตกหนักกว่าที่คิดนักลงทุนก็ต้องจมน้ำตาย เเต่ถ้าเลือกที่จะสร้างเรือโนอา
    ฝนจะตกเบาหรือหนัก นักลงทุนก็ยังมีชีวิตรอด เพราะได้สร้างเรือป้องกันความเสี่ยงไว้เเล้ว

    คืออย่าทำนายอนาคตของหุ้นว่าจะขึ้นหรือลง มองหาจุดคัลลอสก่อนที่จะซื้อ อย่างน้อยเราก็มีเรือโนอา

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      55 ขอบคุณมากครับ จริงๆเรื่องการตัดขาดทุนน่าจะหาเรื่องมาเปรียบเทียบได้อีกเยอะเลย ขอบคุณเรื่องดีๆอีกเรื่องครับ :D

  • Tora

    ขอบคุณครับพี่มด คิดถึงบทความพี่มากๆครับผม

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ขอบคุณครับ ไม่ได้เขียนนานๆก็แอบเหงาเหมือนกันครับ 55

  • V_Santi

    หายไปนานเลย คิดถึงจะแย่ หวังว่าคงสุขสบายดีเหมือนเดิมน่ะครับ ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ เช่นเคยครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ยังขี้เกียจและสบายดีเหมือนเดิมครับ ขอบคุณครับพี่สันติ :D

  • bnzong

    ดีใจที่มีบทความดีๆมาให้อ่านอีกแล้ว ขอบคุณครับพี่มด

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      เดี๋ยวจะเขียนให้อ่านอีกครับ :D

  • HaBee

    ขอบคุณครับพี่มด กลับมาแล้ว เย้ ๆๆๆ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      กลับมาแล้วครับ ขอวอร์มอัพก่อนบทความแรก 55 ขอบคุณครับ

  • linux noy

    อ่านแล้วผมงงๆ ครับ
    ข้อ1. ทำไมถึงเลือกข้อแรกทั้ง 2 เหตุผลครับ แล้วจะใช้เหตุผลอะไรในการเลือกข้อ 2 ครับ
    ข้อ2. ในส่วนของตลาดหุ้น หากซื้อต้นปีขายปลายปีโดยเลือกเชื่อในข้อ 2 เฉลี่ยจะได้กำไร 20% ต่อปี แต่ก็จะมีโอกาส25%ที่ในแต่ล่ะปีจะขาดทุน 24% ผมเข้าใจแบบนี้ถูกป่าวครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      อ่านคำถามแล้วงงเหมือนกันครับ แหะๆ เอาเป็นว่าผมเดาคำถามเลยแล้วกันนะครับ

      1. ในส่วนของการ “เชื่อ” หรือ “ไม่เชื่อ” นั้น ปาสคาลเลือกที่จะเชื่อเพราะถ้าเลือกเชื่อว่ามีพระเจ้า หากว่าตายแล้วไม่มีพระเจ้าจริงๆเขาก็ไม่ได้เสียหายอะไรมากมาย แต่ถ้ามีเขาก็ได้เสพสุขบนสวรรค์ ในทางกลับกันแล้วถ้าเขาเลือก “ไม่เชื่อ” พอตายแล้วหากไม่มีพระเจ้าจริงๆเขาไม่เสียหาย แต่ถ้ามีพระเจ้าจริงๆเขาซวยขั้นเทพเพราะตามความเชื่อของศาสนาคริสต์นิกายที่เขานับถืออยู่ ว่าไว้ว่าถ้าใครทำไม่ดีไม่เชื่อพระเจ้าจะต้องโดนลงโทษในนรกอเวจีเมื่อตายลงครับ

      2. จากฐานข้อมูลในช่วงเวลาที่ผ่านมาหุ้นในตลาด (ไม่ใช่ SET index) ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยแล้วตกอยู่ที่ราว 20% ต่อปีครับ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าในแต่ละปีค่าเฉลี่ยมันจะอยู่ราวๆนี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหุ้นจะขึ้นทุกตัว มันจะมีตัวที่ทั้งขึ้นและลงผสมกันไป และ 1 ใน 4 ของหุ้นที่ให้ผลตอบแทนติดลบนั้นจะให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยที่แย่กว่า 24% ต่อปี และหากมองให้ลึกลงไปอีกหน่อยจะพบว่าราว 1 ใน 10 จะให้ผลตอบแทนที่ต่ำกว่า 50%

      ดังนั้นติ๊ต่างว่าถ้าเราเลือกหุ้นเข้ามาในพอร์ทสัก 10 ตัว (หรือซื้อหุ้นตามสัญญาณติดกันสัก 10 ตัว) มีโอกาสราว 2-3 ตัวที่เราหุ้นจะให้ผลตอบแทนต่ำกว่า -24% และอาจมีสักตัวของเราติดลบมากกว่า -50% ก็เป็นได้ การมองโลกแต่ในแง่ดีไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมาจึงค่อนข้างเสี่ยงมากพอควร โดยเฉพาะในตลาดหุ้น เพราะเวลาพอร์ทเรามันลงหนักๆมันจะเอากลับขึ้นมายากครับ

      • linux noy

        ต้องขอโทษด้วยครับที่ตั้งคำถามไม่ชัดเจน

        1. ตรงบรรทัดที่ว่า “หากคุณเลือกข้อแรกนั้น …..” และ “ในทางกลับกันแล้ว หากคุณเลือกข้อแรกเพราะคุณมั่นใจ….” เป็นการเลือกข้อแรกทั้งหมด ผมเลยสงสัยว่าถ้าจะเลือกข้อ 2 นั้น จะใช้เหตุผลอะไรในการเลือกครับ

        2. คล้ายๆ Max.trade DD. และ Max, System DD ที่เราต้องเจอ ใช่ไหมครับ

        ปล. อย่าเพิ่งรำคาญกันนะครับ ผมเรียนรู้ช้า T____T

        • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

          โอ้วว ผมพิมพ์ผิดเองต้องขอโทษด้วยครับ จริงๆต้องเป็นเลือกข้อสองถูกต้องแล้วครับ (แก้ในบทความแล้วครับ ขอบคุณมากที่ช่วยเตือน 55)

          ข้อ 2 ถ้าเราปล่อยไป Max Trade DD. มีโอกาสสูงขึ้นเยอะครับ และถ้าช่วงนั้นเราไม่มีหุ้นตัวอื่นในพอร์ทที่บวกช่วยดันอยู่ โอกาสที่การขาดทุนครั้งนั้นจะลากให้ระบบเกิด Max System DD. ก็เป็นไปได้ครับ ^_^

          • linux noy

            ชัดเจนเปลี่ยน!! ขอบคุณครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      อ่านคำถามแล้วงงเหมือนกันครับ แหะๆ เอาเป็นว่าผมเดาคำถามเลยแล้วกันนะครับ

      1. ในส่วนของการ “เชื่อ” หรือ “ไม่เชื่อ” นั้น ปาสคาลเลือกที่จะเชื่อเพราะถ้าเลือกเชื่อว่ามีพระเจ้า หากว่าตายแล้วไม่มีพระเจ้าจริงๆเขาก็ไม่ได้เสียหายอะไรมากมาย แต่ถ้ามีเขาก็ได้เสพสุขบนสวรรค์ ในทางกลับกันแล้วถ้าเขาเลือก “ไม่เชื่อ” พอตายแล้วหากไม่มีพระเจ้าจริงๆเขาไม่เสียหาย แต่ถ้ามีพระเจ้าจริงๆเขาซวยขั้นเทพเพราะตามความเชื่อของศาสนาคริสต์นิกายที่เขานับถืออยู่ ว่าไว้ว่าถ้าใครทำไม่ดีไม่เชื่อพระเจ้าจะต้องโดนลงโทษในนรกอเวจีเมื่อตายลงครับ

      2. จากฐานข้อมูลในช่วงเวลาที่ผ่านมาหุ้นในตลาด (ไม่ใช่ SET index) ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยแล้วตกอยู่ที่ราว 20% ต่อปีครับ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าในแต่ละปีค่าเฉลี่ยมันจะอยู่ราวๆนี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหุ้นจะขึ้นทุกตัว มันจะมีตัวที่ทั้งขึ้นและลงผสมกันไป และ 1 ใน 4 ของหุ้นที่ให้ผลตอบแทนติดลบนั้นจะให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยที่แย่กว่า 24% ต่อปี และหากมองให้ลึกลงไปอีกหน่อยจะพบว่าราว 1 ใน 10 จะให้ผลตอบแทนที่ต่ำกว่า 50%

      ดังนั้นติ๊ต่างว่าถ้าเราเลือกหุ้นเข้ามาในพอร์ทสัก 10 ตัว (หรือซื้อหุ้นตามสัญญาณติดกันสัก 10 ตัว) มีโอกาสราว 2-3 ตัวที่เราหุ้นจะให้ผลตอบแทนต่ำกว่า -24% และอาจมีสักตัวของเราติดลบมากกว่า -50% ก็เป็นได้ การมองโลกแต่ในแง่ดีไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมาจึงค่อนข้างเสี่ยงมากพอควร โดยเฉพาะในตลาดหุ้น เพราะเวลาพอร์ทเรามันลงหนักๆมันจะเอากลับขึ้นมายากครับ ^_^

  • PAN

    ขอบคุณมากค่ะ เป็นบทความที่มีประโยชน์มากเลยค่ะ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ยินดีครับ ขอบคุณที่แวะมาทักทายเหมือนเดิม ^_^

  • jumb1101

    มาแว้ววววววววววววว :D

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      มาแย้ววววว :D

  • BV

    เย้ๆๆๆ น้องมดกลับมาแล้ว
    รอด้วยใจจดจ่อ อ่านความรู้ที่คนเปิดสอนตามตลาดทั่วไป…ไม่เคยเอายถึง (หรืออาจเพราะเขาเอง ก็เข้าไม่ถึงจุดนั้น) ^^

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      เดี๋ยวจะกลับมาพูดในเรื่องที่คนอื่นเขาไม่พูดกันต่อครับผม :D

  • วี

    คุณมดกลับมาแล้ว^^

    ว่าจะถามว่านอกจากหุ้นแล้ว คุณมดลงทุนในตลาดอะไรอีกบ้างครับ เพราะหลักการ Trend Following เนี่ยเน้นให้กระจายการลงทุนไปหลายๆ Market ถ้าลงแต่หุ้นเนี่ยฆ่าตัวตายชัดๆ ทีนี้ถ้าลงกะ TFEX มันก็มีปัญหาว่าสัญญาจะโดนปิดทุกๆสามเดือนอีก และสภาพคล่องที่ผมว่ายังน้อยเหลือเกิน เลยไม่รู้จะใช้ Trend Following กะมันยังไงดี

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ส่วนตัวหลักๆผมเล่นแต่หุ้นครับ Trend Following ใช้เล่นตลาดหุ้นไทยได้ ผมเทรดเป็นพอร์ทไม่ได้เล่นตัวเดียวครับ ช่วงตลาดขาลงระบบผมจะพาดีดตัวออกจากตลาดไม่มีสัญญาณครับ ถือว่าพักผ่อนหาความรู้หรือหาอะไรทำอย่างอื่นบ้างครับ ^^

      • วี

        อืมผมว่าเทรดเพียงตลาดเดียวไม่น่าจะใช่หลักการที่ถูกต้องนะครับ หัวใจของ Trend Following อย่างหนึ่งน่าจะเป็นการ diversify across various market มากกว่า ผมสมมตินะครับว่าต่อจากนี้ 20 ปี หุ้นไทยมีแต่ลงกับ sideway คุณมดจะทำยังไงครับเพราะทุนก็จมลงไปเรื่อยๆ(เข้าใจว่าเล่นแบบ long only อย่างเดียว) บางคนบอกว่าธรรมชาติของขาลงแรงแต่จบเร็วงั้นผมขอให้ลองดูตลาดนิกเกอินะว่าเขาเป็นขาลงมากี่ปีแล้ว หุ้นไทยจะเป็นแบบนั้นบ้างผมว่าก็ไม่ผิดกติกาอะไร

        ส่วนเรื่อง back test ผมว่ามันใช้ยืนยันได้แค่เป็น hypothesis rejection นะครับไม่ว่าจะ back test มาดีขนาดไหน รวมทั้งทำ walk forward test มาก็ตาม ถ้าระบบในอดีตทำเราเจ้งก้ reject ระบบนั้นไปเลย แต่ถ้าระบบนั้นทำได้ดีถึงแม้จะผ่านช่วงขาลงมาอย่างหนักผมว่าเราก็ไม่สามารถบอกได้หรอกว่าในอนาคตถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนั้นระบบจะเอาตัวรอดได้อีก(เพราะรายละเอียดยิบย่อยในตลาดไม่เคยเหมือนเดิม อย่างช่วงต้มยำกุ้งตลาดเรา cap cieling,floor ไว้ที่ 10% หนิครับ ตอนนี้ปาไป 30% แล้ว) ถ้าไปยึดติดกับผลเทสในอดีตมันก็เหมือนติดกับดักภาพลวงตามากกว่า

        • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

          ผมว่าจริงๆตามทฤษฎีก็ควรเป็นอย่างนั้นครับ ถ้าใครกระจาย Watch list และพอร์ทไปได้ทั่วโลกหรือหลายๆตลาดก็จะดียิ่งขึ้นครับ แต่ปัญหาอย่างหนึ่งคือมันมีต้นทุนค่อนข้างสูงและเงื่อนไขหลายๆอย่างที่ยังไม่อำนวย (ความรู้ + เงินทุน + เวลา + ช่องทาง + ความตั้งใจ ซึ่งต่อไปผมว่าเทคโนโลยีจะทำให้เรื่องนี้สะดวกขึ้นอีกเยอะ) และถ้าจะให้ได้ประสิทธิภาพจริงๆก็ต้องกระจายด้วยพอร์ทที่ใหญ่พอสมควรอีกเช่นกัน ที่ผ่านมาผมจึงกระจายแค่ในหุ้นไทยมาก่อนครับ ซึ่งก็ได้ผลดีพอสมควร แต่แน่นอนว่าเมื่อถึงจุดๆหนึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรสักอย่างก็คงจะต้องขยับขยายต่อไปอย่างนั้น เพราะเป็นทางทีมันควรจะเป็นอยู่แล้ว

          ที่เล่น Long only อย่างเดียวเพราะผมยังไม่เห็นว่าตลาดไทยมีระบบรองรับการ Short ที่ดีพอครับ จะให้เล่น Futures ก็มีอยู่ไม่กี่ตัว ส่วนเรื่องตลาดเป็นขาลงใหญ่นั้นก็ใช่ว่าจะหมดหวังเสียทีเดียว เท่าที่พอมีประสบการณ์เคยทดสอบดู Trend Following หลายๆระบบก็ทำกำไรได้ในช่วง SET เป็นขาลงใหญ่ 1994 – 2002 ได้ดีพอสมควรนะครับ (แม้กระทั่งปี 2008 ผมก็รอดมาได้ + มีกำไรติดมือมาอีกหน่อยจาก TF นี่แหละครับ) ถ้าไม่ได้ลงพรวดแบบไม่หายใจทั้งปีเหมือนปี 96 ติดกันทุกปีก็คงพอไหว แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นผมก็คงไม่ได้ตายคนเดียวแน่ๆ 55 (ซึ่งดูดัชนีนิคเคอิแล้วปีที่ TF ตายสนิทน่าจะเป็นช่วงปี 1990 กับ 2000 ไว้หาข้อมูลได้จะลองทดสอบดูอีกทีตามคำแนะนำครับ)

          ส่วนเรื่องการทำ Backtesting แน่นอนว่าจะเอาผลลัพท์มา Project ผลตอบแทนในอนาคต หรือจะหาคำมั่นสัญญาจากมันเลยคงเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าทำการทดสอบอย่างระมัดระวังก็เชื่อว่าจะสามารถช่วยลดภาพลวงตา และนำทางไปหาระบบที่มีความ “ถึกทน” ต่อสภาพตลาดที่ผันผวน (มีรายละเอียดยิบย่อยที่แตกต่างไป) ได้ดีพอสมควรครับ

          จะพูดว่ายึดติดกับการ Backtest ก็คงไม่ใช่ เพราะถ้าไม่อย่างนั้นก็ยังคิด Solution อื่นไม่ออกนอกจากใช้จินตนาการ + ความเชื่อ + เงินจริงๆโยนลงไปในตลาดเลยครับ :]

          • วี

            ลองเสนอไอเดียน่ะครับ แต่ก็ติดขัดเรื่องเงิน + ความรู้ + ช่องท่างจริงๆแหละ ผมสงสัยว่าตลาดฟิวเจอร์ของฝรั่งเขาเหมือนบ้านเราหรือป่าว ถ้าแบบนี้พอเรอถือสัญญาจนหมดอายุแต่ระบบยังไม่บอกให้ขายเราก็ต้องซื้ออีกรอบเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มอีกสองเด้งน่ะสิ แบบนี้เขาจะ manage กันยังไงหว่า

          • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

            ใช้การทำ Contract Roll-Over เอาครับผม

  • ชาติ

    1.การแนะแนวคิดอย่างนี้ สมเด็จพระสังฆราชฯ องค์ปัจจุบันก็เคยทรงแนะนำไว้เช่นกัน แก่พวกหัวแข็ง หัวดื้อทั้งหลาย หรือพวกมีมิจฉาทิฎฐิอันแรงกล้า เพื่อเป็นอุบายให้เขา แล้วลองปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า แล้วจากนั้นผลการปฏิบัติจะทำให้เขาเกิดศรัทธาจริงๆ ขึ้นมา และหนุนให้เขาปฏิบัติไปเรื่อยๆ ไม่ย่อท้อ
    หรือแม้แต่พระพุทธองค์ก็ใช้อุบายนี้ก่อนแล้ว ดังแสดงในบทพระธรรมคุณที่ว่า “เอหิปัสสิโก” ซึ่งแปลเป็นเชิงท้าทายต่อผู้หัวแข็งทั้งหลายว่า “จงมาดู มาลองพิสูจน์เถิด”

    2.ปาสคาลนั้นโชคร้ายนัก เพราะเขาไม่พบพระพุทธศาสนา จึงเชื่อว่าไม่มีใครรู้จริงในเรื่องนรกสวรรค์ ขณะที่ชาวพุทธมีหลวงพ่อฤาษีลิงดำได้แนะแนวทางการพิสูจน์ไว้แล้วที่วัดท่าซุง ฉะนั้นพวกเราโชคดีกว่าเขามากหาประมาณมิได้

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ขอบคุณสำหรับความรู้เพิ่มเติมครับ

  • guy

    คุณมดยังคงเยี่ยมยอดเหมือนเดิมในมุมมอง และดูเหมือนจะเฉียบคมขึ้นเรื่อยๆ^^

    ” สมการคือนิรันดร์ครับ ถ้าปาสคาลรู้คิดว่าคงไม่เลือกข้างพระผู้เป็นเจ้าแน่ๆ หุหุหุ^^!! “

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      55 จนป่านนี้ก็ยังเถียงกันไม่จบไม่สิ้นครับ

  • witz j@

    ขอบคุณครับสำหรับมุมมองของความเชื่อนะครับ ผมว่าเจ้าความเชื่อมันจะสะท้อนจากชีวิตปัจจุบันนี้เอง เพราะเมื่อเราเชื่อว่า เราทำได้ เราก็จะทำได้ เราเชื่อว่าเราจะรวย เราก็จะรวย หรือถ้าเราเชื่อว่าไม่ไม่มีทางรวย เราก็จะไม่มีทางรวย ความเชื่อเปรียบเสมือนหางเรือที่คอยกำหนดทิศทางของชีวิต แต่ความเชื่อนี้ก็น่าสนใจนะครับ ว่ามันแยกออกมาเป็น ความเชื่อที่เกิดจากจิตสำนึก กับ ความเชื่อที่เกิดจากจิตใต้สำนึก หรือแม้แต่บางคนบอกว่า ยังมี ความเชื่อที่เกิดมาจากจิตเหนือสำนึก ก็ยังมีคนพูดถึง ซึ่งก็น่าสนใจ เข้าเรื่องดีกว่า 555+ผมสรุปว่า ถ้าเราได้อ่าน ได้ฟัง ถ้าเราเชื่อ เราก็จะเชื่อแค่ระดับ จิตสำนึก ซึ่งความเชื่อระดับนี้ ไม่อาจนำพา เจ้าของความเชื่อนั้นๆไปสู่เป้าหมายได้ ดังนั้นถ้าเราจะไปสู่เป้าหมายได้ เราจะต้องมีความเชื่อในระดับจิตใต้สำนึกให้ได้ ซึ่งวิธีการก็คือ นำความเชื่อระดับจิตใต้สำนึก ซึ่งได้มาจากการอ่าน การฟัง เดินทางไปกับเราด้วย ในระหว่างที่เดินไปหาเป้าหมาย หลังจากนั้นเมื่อเจอปัญหา ก็อย่า ล้มเลิก ให้เดินต่อไป เดินต่อไป เมื่อเรา ไม่ล้มเลิก และสามารถที่เดินต่อได้(ซึ่งต้องใช้ความอดทน ความพยามสูงมาก) แต่เมื่อเราถึงเป้าหมายจริงๆ ที่นี้แหละ ความเชื่อของคุณมันจะลงลึกไปในจิตใต้สำนึก และเมื่อความเชื่อลงไปจิตใต้สำนึกแล้ว เราก็จะเชื่ออย่างหมดจด หมดใจ ซึ่งความเชื่อจากจุดนี้ นี้เองจะนำพาคุณไปสู่เป้าหมายอันต่อไป พูดมาตั้งนาน 555 สรุปว่า เราควรตั้งเป้าหมายเล็กๆ จากเป้าหมายใหญ่ เพื่อให้จิตใต้สำนึกเราเชื่อว่าเราทำได้ จริงๆนั้นเอง
    ขอบคุณพื้นที่สำหรับความเพ้อเจ้อนะครับ ^___^

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ขอบคุณครับ ความเชื่อเป็นตัวกำหนดการกระทำจริงๆครับ บางคนไปไม่ถึงไหนเพราะแค่ไม่เชื่อว่าตัวเองทำได้ทั้งที่น่าจะมีศักยภาพกว่าหลายคน เรื่องแบบนี้บางทีก็สอนกันทันทีเลยไม่ได้ ต้องค่อยๆบ่มเพาะมาจนมันอยู่ในกระดูกอย่างที่ว่าครับ ^_^

  • watcharin

    บทความดีมากเลยครับ ขอบคุณที่แบ่งปัน

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์เช่นกันครับ

  • SL

    ผมคิดเหมือนปาสคาลเรย อิอิ ปัจจุบันจึงหมั่นทำบุญ
    แต่งงสมการตรงlogicการเลือกจับheaven=0 กะ hell=0ในสมการทั้งสอง
    เพราะการทำบุญบางท่านทำเพราะอยากทำ ก็ถือว่า loss=0 ได้
    แต่บางท่าน การทำดีละเว้นความชั่วอาจจะยากลำบาก การทำบาปมันง่ายและสุขสบาย
    ดังนั้นlossของการต้องเชื่อว่ามีพระเจ้าของบางท่านจึงไม่เป็น 0

    บ่นไปเรื่อย สรุป งง ตัวเอง อิอิ
    แต่ดีใจที่กลับมาแล้วนะครับมด =D

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      เหตุผลของพี่เสกคล้ายๆกับที่เขาเถียงๆกันอยู่เลยครับ จริงๆมีหลายความเห็นแต่ผมเลือกเอาสมการง่ายที่สุดมาเพื่อกันผม งง เอง 55

  • mprandy

    คุณชายมดดดดดดดด :D

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ขอบคุณพี่น้องเนยที่แวะมาเหมือนเดิมครับ :D

      • mprandy

        แหะ ๆ … น้องเนยกราบคุณชายฮะ :D

  • นำรัฐ

    สอบถามพี่มดครับว่า ถ้าเราต้องการทำ Back test ต้องใช้โปรแกรมอะไรที่ใช้งานง่าย และ หาได้จากไหนครับ ราคาเท่าไหร่ครับ (เคยหาอ่านไนเว็ปอื่นๆแล้วงงครับ เลยสอบถามจากพี่มดโดยตรงเลยดีกว่า ขอบคุณล่วงหน้านะครับ)

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      Amibroker ดูจะคุ้มค่าที่สุดสำหรับรายย่อยแบบเราๆในนาทีนี้ครับ รายละเอียดลองหาอ่านๆดูใน Q&A นะครับ พอดีผมยังไม่ได้กลับไปตอบเลยครับ รบกวนช่วยค้นๆหน่อยเดี๋ยวก็เจอครับ

  • wiwat

    ขอบคุณครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ยินดีครับผม

  • Mike Patthanodom

    ขอบคุณมากครับ อ่านแล้ว เข้าใจง่ายสุดๆ จะตั้งใจศึกษาจากพี่มดต่อไป
    มือใหม่อยู่ครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ข้อดีของคนเข้าใจอะไรช้าอย่างผมอาจอยู่ที่การเขียนให้คนเข้าใจได้ก็ได้ สงสัยต้องลองไปทบทวนดูซะแล้วเรา ขอบคุณครับ อิอิ

  • Bank

    ขอบคุณ สำหรับบทความครับพี่มด

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ยินดีครับๆ

  • Pingback: เสน่ห์ของตลาดหุ้น | แมงเม่าคลับ.คอม()

  • phongsathorn

    สวัสดีคุณมด ครับ
    ผมขอถามเกียวกับเรื่องโปรแกรมการทำงานการซื้อ-ขาย หุ้น ครับ
    ไม่ทราบมีข้อมูลเพิ่มยังไงให้บ้างครับ ช่วยแจ้งให้ด้วยครับ
    ที่ [email protected]
    ขอบคุณครับ

  • sakkatouch sanguandeekul

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ติดตามอ่าน บทความดีๆของคุณมดมานานแล้วครับ ขอเป็นกำลังใจให้คุณมดผลิตบทความดีๆออกมาเรื่อยๆครับผม

    ขอฝากบทความเรื่องการลงทุนไว้เผื่อใครสนใจนะครับ

    Trading Psychology Part 1 จิตวิทยาการลงทุน http://goo.gl/oww75b
    ระบบเทรด จิตวิทยาการลงทุน part 2 การยึดมั่นในระบบเทรดอย่างถูกต้อง goo.gl/dtE9eJ