หุ้น การพิจารณาระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเล่นหุ้น การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร ตอนที่ 2

มาต่อกันในตอนจบของการหาระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมกันครับ โดยวันนี้จะเป็นเรื่องการนำระบบการลงทุนมาทำการทดสอบในตลาดจริงๆ ซึ่งได้อธิบายถึงผลตอบแทน และตัวแปรต่างๆจากการใช้ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมไว้แล้วครับ คลิ้กเข้ามาอ่านกันได้เลยครับ

 

วิธีการเล่นหุ้น Money management การควบคุมความเสี่ยง การบริหารเงินทุน

ผลการทดสอบความร้อนระอุของ Portfolio หรือ Heat Test กับตลาดจริง

ในการที่จะทำการศึกษาผลของกลยุทธ์การวางเดิมพันในรูปแบบต่างๆอย่างจริงจัง เราจึงได้นำระบบการลงทุนของเรามาทำการทดสอบผลของมันในระดับ Heat ที่แตกต่างกันไป โดยการที่ปล่อยให้ระบบนั้นสามารถทำการซื้อ-ขายหุ้นทุกตัวที่มีสัญญาณได้ในเวลาพร้อมๆกัน โดยระบบจะทำการซื้อ-ขายเปลี่ยนตัวไปเรื่อยไปยังหุ้นที่มีสัญญาณต่อๆไป

ผลจากการทดสอบระบบจากฐานข้อมูลเป็นระยะเวลายาวนาน 12 ปีนั้น ทำให้เราต้องหวนกลับมาคิดถึงผลของการสุ่มโยนเหรียญที่ได้อธิบายเอาไว้แล้ว นั่นก็คือ ผลตอบแทนจะเพิ่มขึ้นไปตามระดับของ Heat จนถึงระดับหนึ่งก่อนที่ระดับของ Heat จะทำให้เกิดการขาดทุนที่มากเกินไป ผลของการทำ Heat Test ของระบบ ทำให้เราทราบว่าระดับความเสี่ยง Heat ของระบบของเราอยู่ที่ประมาณ 140%(หรือประมาณ 28% ต่อส่วนการลงทุนแต่ละส่วนทั้งหมด 5 ส่วน) โดน ณ ระดับความเสี่ยงขนาดนี้นั้น ระบบได้ให้ผลตอบแทนประมาณ 55% ต่อปี (สังเกตจากรูปที่ 4) โดยมีการลดลงของเงินทุนโดยเฉลี่ย(Average Drawdown)อยู่ที่ประมาณ 40% ต่อปี (สังเกตจากรูปที่ 5) และมีการลดลงของเงินทุนที่มากที่สุด(Maximum Drawdown)อยู่ที่กว่า 90% ของเงินทุน โดยในการนำระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมนี้ไปใช้ในการเก็งกำไรหรือลงทุนจริงๆนั้น แทบจะไม่มีใครที่จะสามารถทนแบกรับระดับความเสี่ยงขนาดนี้ได้ ดังนั้น นักเก็งกำไรส่วนใหญ่จึงยอมเลือกที่จะยอมให้กำไรนั้นลดลงเพื่อแลกกับระดับของ Drawdown ที่เกิดขึ้นมา

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม การทำ Heat Test นั้น ก็ช่วยให้เราสามารถที่จะวางแผนการเกี่ยวกับ “ขนาดของการเดิมพัน หรือ Bet Sizing” และทราบถึงระดับของผลตอบแทนและระดับของการลดลงของเงินทุน ก่อนที่เราจะเข้าทำการซื้อ-ขายจริงๆได้เป็นอย่างดี ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมากในการเก็งกำไรและการลงทุนนั่นเอง

 

วิธีการเล่นหุ้น Money management การควบคุมความเสี่ยง การบริหารเงินทุน

หนังสืออ่านเพิ่มเติม

The Encyclopedia of Technical Market Indicator โดย Colby, R.W. และ T.A. Meyers

The Market Wizards โดย Jack D. Schwager (Review)

วิธีการเล่นหุ้น Money management การควบคุมความเสี่ยง การบริหารเงินทุน

กราฟข้อมูลจากการทำการทดสอบ Heat Test

clip_image002

รูปที่ 1 : สัดส่วนการเดิมพัน คือสัดส่วนส่วนร้อยละ Percentage ของเงินทุนทั้งหมดที่มีอยู่ในแต่ละครั้ง โดยที่เมื่อเหรียญออกหัวนั้น จะทำให้มีกำไรเป็น 200% ของเงินเดิมพันอยู่เสมอ และเมื่อเหรียญออกก้อยนั้นจะทำให้ขาดทุนเท่ากับเงินที่เดิมพันลงไป โดยผลสรุป(Total)นั้น คือผลของการสุ่มเหรียญ 1 รอบ(ออกหัวและก้อยอย่างละครั้ง จาก Probability ที่ 50%) โดยเราจะสังเกตเห็นได้ว่า เมื่อระดับความเสี่ยงนั้นมากเกินกว่า 25% แล้ว ผลกำไร-ขาดทุนโดยรวมจะเริ่มลดลง

clip_image004

รูปที่ 2 : กราฟลักษณะของระดับผลตอบแทนต่อระดับของ Heat ได้แสดงให้เราเห็นว่า ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมของการสุ่มโยนเหรียญนั้นอยู่ที่ 25% ของเงินทุนในแต่ละครั้ง ซึ่งก็คือ ณ จุดที่กราฟวิ่งขึ้นไปสูงที่สุดนั่นเอง

clip_image006

รูปที่ 3 : กราฟลักษณะของระดับ Drawdown ต่อระดับของ Heat โดยมีอัตราส่วนต่อรองอยู่ที่ 2:1 โดยกราฟได้แสดงให้เห็นว่าระดับของ Drawdown ที่เกิดขึ้นนั้นจะเพิ่มมากขึ้นตามระดับของความเสี่ยงนั่นเอง

clip_image008

รูปที่ 4 : ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมจากผลการทดสอบระบบการลงทุนจริงๆนั้น มีค่าอยู่ที่ประมาณ 140% โดยหากระดับของความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นกว่านี้ จะทำให้การขาดทุนแต่ละครั้งส่งผลกระทบมากเกินไป

clip_image010

รูปที่ 5 : เราจะสังเกตเห็นได้ว่า เมื่อระดับของ Heat เพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆ ระดับของ Drawdown จะวิ่งสูงขึ้นไปถึงกว่า 90% ของเงินทุน

วิธีการเล่นหุ้น Money management การควบคุมความเสี่ยง การบริหารเงินทุน

จบแล้วครับสำหรับเรื่องของการพิจารณาหาระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม หวังว่าคงจะช่วยจุดประกายและได้ประโยชน์กันไม่น้อยนะครับ เรื่องนี้จริงๆแล้วเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆในมุมมองของผม แต่กลับหาหนังสือภาษาไทยดีๆอ่านยากเหลือเกิน ถ้ามีวาสนาก็อยากเขียน หรือแปลออกมาดูสักครั้ง แต่คงต้องรอไปก่อน อิอิ แล้วพบกันใหม่ที่ แมงเม่าคลับ.คอม ครับ :)

วิธีการเล่นหุ้น Money management การควบคุมความเสี่ยง การบริหารเงินทุน
  • speedone

    เหมือนจะง่าย แต่เข้าใจยากดี -*- คงต้องอ่านหลายๆรอบ

  • marwasu

    ขอบคุณครับ

  • mod

    แรกๆอาจต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยนิดหน่อยครับ แต่ค่อยๆทำความเข้าใจไป พอเริ่มชินจะสนุกครับ แล้วจะมองอะไรๆเปลี่ยนไปในมุมใหม่ๆพอสมควรครับ คุ้มค่าเวลาแน่นอน

  • magic

    คุณมด วันนี้ยากอะ แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่า งง เง็ง ตรงไหนบ้าง

    ง่วงจัง เด๋วพรุ่งนี้ค่อยมาทำความเข้าใจใหม่

    ขอบคุณคร๊าบบบบ

  • rot

    วันนี้หิน นะครับ แต่ต้องพยายามทำความเข้าใจต่อไป
    ถ้าแปลหนังสือ ผมขออุดหนุน ด้วย
    ติดตามผลงานคุณมด ตลอดครับ
    ขอบคุณครับ

  • mod

    ไม่รู้ว่ายากไป หรือจริงๆผมแปลแล้วงง อิอิ

    เอาเป็นว่าถ้าสงสัยตรงไหน ผมอาจจะแปลตกหล่นบ้างถามไว้ได้นะครับ

    ถ้ามีข้อมูล หรือตอบได้จะช่วยตอบให้ครับ

    ตลาดหุ้นตกแบบนี้เป็นเวลาดีที่จะศึกษาอะไรเพิ่มเติม และผมเชื่อว่าการศึกษาเรื่อง MM แบบนี้น่าจะมีประโยชน์มากครับ จะได้เจ็บตัวน้อยลงและเล่นอย่างสบายใจขึ้นอีกมาก :)

  • kindly

    บางคนอาจไม่เข้าใจทันที อาจเพราะยังไม่คุ้นเคยกับคำว่า heat, avg dd, max dd หรือเปล่าครับ

    ผมว่าคุณ mod เขียนได้เข้าใจดีแล้วนะครับ ว่างๆเจาะลึุก MM แต่ละแบบเลยก็ดีนะครับ : )

  • magic

    คุณมดแปลไม่ งง หรอก แต่คนอ่าน อ่านอารัยที่วิชาเกิน อ่า วิชาการ จะ เง็ง ค่ะ ;)

    แต่ตอนนี้พอเข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ

  • Mod

    โอเคครับ เดี๋ยวจะค่อยๆทยอยลงเรื่อง MM ต่อ ตลาดขาลงสำหรับผมนี่ งานน้อยดีจริงๆ อิอิ

    ระวังตัวกันด้วยนะครับทุกคน โอกาศเสียตังค์มีมากกว่าได้ตังค์เยอะเลยช่วงนี้

  • Audi

    ขอบคุณมากๆครับสำหรับสิ่งดีๆที่มอบให้ ผมเริ่มติดตามเว็บนี้ได้ประมาณ 2 อาทิตย์แล้ว ทำให้พัฒนาการเทรดของผมเพิ่มขึ้นมากเลย

    เรื่องนี้ผมเคยอ่านมานานมากแล้ว แต่จำไม่ได้ว่าที่ไหน แล้วผมก็ใช้อยู่จนถึงวันนี้ และผมก็สงสัยมาตลอดว่า ถ้าผมเพิ่มเปอร์เซ็นต์จาก …% ไปเป็น …….% ที่มากขึ้น มันจะเป็นยังไง ตอนนี้เข้าใจแล้วครับ ถึงจะไม่เข้าใจทั้งหมดทุกคำพูด แต่ว่าเข้าใจภาพรวม เดี๋ยวผมต้องไปลองทำการคำนวนดูแล้วล่ะครับว่าจะเป็นยังไง

    เป็นกำลังใจให้คุณมดมอบสิ่งดีๆให้กับสังคมต่อไปครับ

  • mod

    ขอบคุณมากครับ ฟังแล้วชื่นใจครับ ขอให้สามารถรักษาวินัยได้จนครบตลอดปีนะครับ

    ทำการบ้านได้ผลอย่างไร เล่าให้ฟังกันได้นะครับ

    เรื่องของ Heat Test เป็นเรื่องที่สำคัญเรื่องหนึ่ง แต่หากคิดว่าทำการทดสอบแบบชัดเจนไม่ได้ การควบคุมความเสี่ยงไว้ไม่เกิน 1-2% ในแต่ละเทรดนั้นเป็นสูตรที่ใช้ได้ค่อนข้างดีทีเดียวครับ อาจไม่ใช่สูตรที่ให้กำไรมากมาย แต่จะทำให้ Drawdown ที่จะเจอนั้นไม่สูงเกินจนสติแตกครับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าคุณ Audi ทนต่อความเสี่ยงได้แค่ไหนด้วย

    แล้วแวะมาเยี่ยมกันบ่อยๆนะครับ :)

  • Alekk

    จากรูปที่ 4 หมายถึงลงทุนโดยใช้เงินลงทุนมากกว่าเงินลงทุนจริง 40% ใช่ไหมครับ และระดับการลงทุนที่เหมาะสมคือ 25% ของพอร์ตสำหรับการลงทุนแต่ล่ะครั้ง ผมเข้าใจถูกไหมครับ
    ขอบคุณครับ

  • Calculus Fc

    รูปที่ 1 : สัดส่วนการเดิมพัน คือสัดส่วนส่วนร้อยละ Percentage ของเงินทุนทั้งหมดที่มีอยู่ในแต่ละครั้ง โดยที่เมื่อเหรียญออกหัวนั้น จะทำให้มีกำไรเป็น 200% ของเงินเดิมพันอยู่เสมอ และเมื่อเหรียญออกก้อยนั้นจะทำให้ขาดทุนเท่ากับเงินที่เดิมพันลงไป โดยผลสรุป(Total)นั้น คือผลของการสุ่มเหรียญ 1 รอบ(ออกหัวและก้อยอย่างละครั้ง จาก Probability ที่ 50%) โดยเราจะสังเกตเห็นได้ว่า เมื่อระดับความเสี่ยงนั้นมากเกินกว่า 25% แล้ว ผลกำไร-ขาดทุนโดยรวมจะเริ่มลดลง

    ได้ครั้งละ 2 เสียทีละ 1 โอกาส .5

    มีสนามให้เล่นด้วยหรอคับ ถ้ามีจริงผมเป็น อภิมหาเศรษฐีเลยนะคับ

    หรือว่า อ.แสดงวิธีการใช้เครื่องมือสร้าง มอนิเตอร์ อ่ะคับ

    • mod

      ไม่เกินจริงไปหรอกครับ เวลาเล่นหุ้นก็เกิดขึ้นเยอะ คำว่าอัตราต่อรอง 2 ต่อ 1 ไม่จำเป็นต้อง 200% ต่อ 100% อย่างเดียว อาจเป็น –> เวลาได้ได้ 10% เสียๆ 5% ด้วยความแม่นยำ 50% แทนก็ได้ครับ

      ระดับความเสี่ยงที่ 25% คือความเสี่ยงของเงินทุนที่เรานำไป bet ครับ โดยในตัวอย่างนั้น สำหรับค่า expectancy ในระดับนี้ การ bet โดยรับความเสี่ยงทีละไม่เกิน 25% ของเงินทุนคือ Maximum point ถ้าเกินกว่านี้กำไรจะหดจากจุด climax หรืออาจเจ๊งได้เลยครับ :)

  • Calculus Fc

    เล่นหุ้นกับโยนเหรียญ เหมือนกันหรอคับ โอกาส .5 เหมือนกันหรอคับ

    • mod

      จริงๆเรื่องนี้เป็นการแสดงโมเดลของการแบกรับความเสี่ยงสุงสุดของระบบนะครับ ไม่จำเป็นว่าต้องโอกาศ 50% เมหือนกัน

      แต่ถ้าพูดตามตรง winning % ของคนส่วนใหญ่แย่กว่านั้นครับ ถ้าเทรดไปนานๆแล้วจะเห็น หรือถ้าแม่นมากก็อาจจะมี Reward-Risk Ratio ไม่สูงลดหลั่นกันไป เนื่องจากระบบหรือแนวการเล่นที่ให้ winning% สูงมักเป็นระบบเล่น sideway ซึ่งตลาดส่วนใหญ่มักทำตัวแบบนั้น (ตามผลวิจัยทางวิชาการเขาว่าประมาณ 70%)

      แต่ถ้าเป็นระบบ Trend following มักจะให้ต่ำกว่า 40% แต่จะมี Reward-Risk Ratio ที่มากหน่อยครับ (5:1 ขึ้นไปเสียส่วนใหญ่)

  • ning

    Excellent !! ต้องบอกว่ายิ่งเข้ามาอ่านและศึกษาลองทำดูแล้ว ขอบอกว่าจิตไม่หลุดอีกต่อไป 555 only wait and you will see when it’s right time coming,be patient,and be happy :D
    Practise ,practise,and more practise.
    อาจจะดูยากและรู้สึกเหนื่อยและหนายในตอนแรกๆ แต่ผลตอบแทนคุ้มค่าทั้งเงินและใจเรา

  • Trust

    ครั้งแรกที่เห็นบทความนี้อ่านไม่เข้าใจ ผ่านไปราว 6 เดือนศึกษาเรื่อง Money Management มากขึ้น และเพิ่งกลับมาอ่านดู เพิ่งเข้าใจแจ่มแจ้ง 55

  • Trust

    ขอถามความเข้าใจครับ

    สมมติมีพอร์ตการลงทุน 1,000,000 บาท และมีการถือหุ้น 10 ตัว ตัวละ 100,000 บาท แต่ละตัวมีจุดตัดขาดทุนที่ 10% ถ้าพลาดทั้ง 10 ตัวและต้องตัดขาดทุน เงินส่วนที่ หายไปคือ 10% ของพอร์ต

    คำถามคือ อย่างนี้เรียกว่า Heat 10% ใช่มั้ยครับ เพราะพอร์ตนี้มี heat อยู่ 100,000 บาท หรือ 10% ซึ่งคิดมาจาก 10%x100,000 x 10 ตัว

    Heat ที่ดี ไม่ควรเกิน 25% เด็ดขาด ตามสถิติข้างบน เพราะเกินกว่านี้ พอร์ตจะเสี่ยงเกินไปไม่คุ้มที่จะเสี่ยง
    และทางปฏิบัติจริง Heat 25% ก็ยังถือว่าเยอะไป อาจจะต้องปรับให้ลดลงต่ำกว่านี้อีก

    ผมเข้าใจถูกรึเปล่าครับ

  • yuttana

    มาอ่านแล้วครับ