One way road จิตวิทยาการลงทุนนักเล่นหุ้นส่วนใหญ่มักตกเป็นเหยื่อของการพยากรณ์ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือ พวกเรามักจะเชื่อมันอย่างโงหัวไม่ขึ้นเมื่อคำพยากรณ์นั้นยืนยันตรงกันในสิ่งที่เราต้องการได้ยิน นี่ถือเป็นช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดในตลาดหุ้นอย่างหนึ่งเลยทีเดียว และมันคือจุดอ่อนทางจิตวิทยาการลงทุนที่พวกเรา … สร้างขึ้นมาเอง

หลุมพรางขอการพยากรณ์

คงต้องขออกตัวก่อนว่า ในความเป็นจริงแล้ว ผมคิดว่าการพยากรณ์นั้นไม่ใช่สิ่งที่ดีหรือไม่ดีที่แบ่งแยกกันอย่างชัดเจนเหมือนสีขาวกับสีดำ และอันที่จริงคำพยากรณ์จากรอบตัวเรานั้น (หรือจากตัวเรา) ก็อาจไม่ได้เป็นสิ่งที่อันตรายสักเท่าไหร่นัก แต่สิ่งที่อันตรายเกี่ยวกับมันก็คือ ทัศนคติของพวกเราที่เป็นผู้ “เสพ” มันเองต่างหาก โดยเฉพาะเมื่อเราเชื่อมันเกินครึ่งใจไปแล้วนั้น สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติในจิตใจของเรา ก็คือสิ่งที่เรียกว่า “One “Way Road” นั่นเอง

“One Way Road” (To The Hell)

ความอันตรายของ “One Way Road” ในตลาดหุ้นนั้น เกิดขึ้นเมื่อคุณเชื่อมั่นในบางสิ่งอย่างมากโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเมื่อมันมาจากคนหลายๆคน และมาจากข้อมูลหลายๆแห่งซึ่งยืนยันตรงกัน จนมันทำให้คุณหลงลืมที่จะมองโลกในอีกมุมหนึ่งไปโดยสิ้นเชิง (ลองนึกถึงวันที่ Dow และดัชนี้ทั่วโลกตกหนักๆดู ว่าในขณะนั้นมีความคิดสักแว่บหนึ่งสวนทางกันโดยสิ้นเชิงขึ้นมาบ้างไหม?)

ยกตัวอย่างเช่น เรามักสังเกตุได้อยู่บ่อยครั้งว่า เมื่อตลาดหุ้นเกิดการซบเซาหรือตกลงหนักๆ สิ่งที่กลายเป็นประเด็นที่คนส่วนใหญ่คิดก็คือ พวกเขามักจะรอเพื่อเข้าซื้อในราคาที่ต่ำกว่าในปัจจุบัน … และหากว่ามีบางสิ่งเกิดขึ้นไปในทางเดียวกับที่คิดเอาเพียงสักหน่อย นั่นก็จะกลายเป็นเพียงกลยุทธ์หลักอย่างเดียวที่พวกเขาได้เตรียมตัวเอาไว้ แต่ทันใดนั้นหากตลาดหุ้นดีดกลับขึ้นมาและวิ่งต่อไป … วิ่งต่อไป … และวิ่งต่อไปเรื่อยๆ จนได้แต่มองตาค้างแบบเสียดายสุดๆ กว่าที่พวกเขาจะรู้ตัว เขาก็กลายเป็นเหยื่อของมันไปเรียบร้อยแล้ว

มองโลกในแง่มุมที่ตรงข้ามกันอยู่เสมอ

คงไม่ต้องบอกว่านี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในตลาดหุ้น และมันจะยังคงเกิดขึ้นกับคุณต่อไป ตราบเท่าที่เรายังคงตกเป็นเหยื่อของ “One Way Road” ไม่เลิกรา ดังนั้นไม่ว่าคุณจะชอบฟังคำพยากรณ์จากนักวิเคราะห์, ชอบอ่านข่าวสารจากแหล่งข้อมูลใดๆ หรือแม้ว่าคุณจะยกย่องกูรูที่ออกมาฟันธงท่านใดสักแค่ไหน จงอย่าลืมที่จะเตรียม “แผนสำรอง” เผื่อเอาไว้ในอีกกรณีหนึ่งเสมอ

วิธีการเล่นหุ้น มองมุมกลับ

  • หากคุณคิดว่าหุ้นน่าจะลง … อย่าลืมคิดว่าถ้าไม่ตกแล้วจะทำอย่างไร วางแผนล่วงหน้ากับมันเอาไว้
  • หากคุณคิดว่าหุ้นน่าจะขึ้น … อย่าลืมคิดว่าถ้ามันตกแล้วจะทำอย่างไรเช่นกัน
  • และสุดท้าย อย่าลืมคิดว่าถ้ามันไม่ขึ้นและไม่ลง คุณจะทำอย่างไรกับมันด้วย

แผนการณ์ต่างๆเหล่านี้นั้น ควรที่จะถูกเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าและมีความชัดเจนในตัวของมันเอง มีลำดับขั้นตอนการปฎิบัติเอาไว้ในทุกกรณีที่ว่าไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้ว มันควรที่จะตอบคำถามของคำว่า “อย่างไร” ให้ได้อยู่เสมอ (เช่นหากดัชนี้และหุ้นวิ่งขึ้น ผมจะซื้อมันที่ราคา XX เป็นจำนวน YY หุ้น ที่ราคาเปิดของวันถัดไป แต่หากมันกลับดีดลง ผมก็จะขายมันออกไปที่ราคา XX เป็นจำนวน YY หุ้น ที่ราคาเปิดของวันถัดไปเช่นกัน แต่หากไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมจะทำตามเงื่อนไขข้อแม้ 1, 2 หรือ 3 ) นอกจากนี้แล้ว คุณก็ควรพยายามอยู่กับปัจจุบันและความเป็นจริงให้มากที่สุด เพื่อที่จะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของ “One way road” จนบ่อยจนเกินไปด้วย

หากว่าคุณทำได้เช่นนี้แล้ว ผมก็เชื่อว่าคุณจะอ่านคำพยากรณ์ได้อย่างสนุก มีความสุขลุ้นระทึกไปกับมัน ไม่ต้องมีดราม่าเวลาหยิบมาคุยกัน และไม่ต้องกลายเป็นเหยื่อของกับดักที่เราสร้างมันขึ้นมาเองครับ

แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management

  • Gobkung

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ เข้ามาอ่านทีไรได้ความรู้ดีๆกลับไปตลอดเลยครับ :D

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @b4c0d9b8edd2eccdf54aba7176855870:disqus ผมก็ขอบคุณที่เข้ามาเมนท์ครับ เข้ามาอ่านทีไรก็ได้กำลังใจกลับมาทุกทีเหมือนกัน :D

  • bkk

    ขอบคุณครับ สำหรับบทความดีๆ ครับ

  • Halogen

    บทความนี้ดีมากครับ ขอบคุณมากครับ

  • Yingyos

    ขอบคุณครับ สำหรับบทความดีๆ เสมอ

  • http://twitter.com/mrhigh1 amornsita

    คุณ Mod มีบทความดีๆอีกแล้ว ขอบคุณมากครับ ^^

  • Tsunami2p

    Always fabulous article! It allies with the situation where I am facing with. Especially colleagues surrounding me came into the stock market and look forward to seeing articles from Analysists, I always tell them not to believe in those articles too much because I think no one can predict markets precisely. Moreover, I also believe that investors must have their stop loss for each time they open both buying and selling position.

    Again, I thanks to you a lot for publishing useful and productive articles. May all goodnesses you have made make you healthy, wealthy and lucky in your trade.

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @70be3b14983b727fb75476d80e8001f9:disqus กับดักของมือใหม่ก็คือคำว่า Expert Guru จริงๆ อิอิ

      คุณ Tsunami2p ไปเที่ยวเมืองนอกอยู่หรือครับ ภาษาอังกฤษมาเป็นดุ้นๆเลย อิอิ ขอบคุณมากสำหรับคำอวยพรนะครับ ขอให้รวยๆเฮงๆสุขภาพดีเช่นกันครับ :D

  • Mr.H

    เคยอ่านเจอในเวบนี้แหละ แต่บทความไหนไม่แน่ใจ เค้าบอกว่าการเทรดหุ้นแบบเทคนิค หลักคิดพื้นฐานข้อนึงก็คือ ไม่มีใครรู้อนาคต เพราะอนาคตเป็นสิ่งที่ทำนายไม่ได้ เราแค่เทรดไปตามแผนที่วางไว้ และทำตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด เราแค่ต้องตอบให้ได้ว่า เราจะซื้อเมื่อไร ซื้อแล้วขึ้นเราจะทำยังไง ซื้อแล้วตกเราจะทำยังไง ซื้อแล้วราคาไม่ไปไหนเราจะทำยังไง แค่นั้น   โดยส่วนตัวแล้วสำหรับนักเทรดหุ้นด้วยเทคนิค ผมมีความเห็นว่าคำทำนายใดๆในตลาดหุ้นล้วนเป็นเรื่องที่ไม่มีประโยชน์ เพราะแท้จริงแล้วมันก็เป็นแค่ข่าวนึงที่รวมเข้าไปในกราฟแล้วเพราะฉนั้นทำตามกราฟไป

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @6af7c1cae4a58a1743d124170a783fc5:disqus หลักการแบบ Trend Following มันหักดิบอารมณ์มนุษย์เราไปหน่อย เลยใช้ยากมังครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการยอมรับว่าตัวเอง “ไม่รู้” :D

  • Shaba

    พอทายถูกสักครั้งก็แห่ตามกันไป…จบที่ตายหมู่
    แล้วก็เลิก  แล้วก็มีสำนักใหม่ เซียน เทพ ใหม่เกิดขึ้นมา
    พอทายถูกสักครั้งก็แห่ตามกันไป…จบที่ตายหมู่
    แล้วก็เลิก  แล้วก็มีสำนักใหม่ เซียน เทพ ใหม่เกิดขึ้นมา…ไปเรื่อยๆ

    ต้องขอบคูณบทความดีๆ ที่ช่วยเตือนสติไม่ให้หลง ไม่ให้เหลิงครับ

     

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @c6a681149125629cc59f9af04b2c105b:disqus กูรูก็มีวงรอบของชีวิต (Life Shelf) เหมือนกัน 55 :D

  • vichai jenyavanija

    คำพยากรณ์ กระทู้ หรือข่าวหุ้น จะเป็นสิ่งที่นักลงทุนทั้งหลายจะเข้าไปอ่านมากที่สุดกว่ากระทู้ใดๆ เมื่อก่อนก็เป็นเดินตามหลังเขาไม่มีโอกาสเห็นอะไรข้างหน้าเลยตกเหวไปเพราะคนหน้าเขาเห็นก่อนเรา การอ่านข่าวหุ้นจะอ่านจบเร็วแต่เวลากรองนี่สิจะนานมาก ผมไม่เคยเชื่อข่าวหรือการพยากรณ์ แต่จะทำนายด้วยตัวเองเป็นการฝึกหัดเอาให้มีประสพการณ์ เช่นมีหุ้นอยู่เช่น10ตัว ก็จะเขียนลงไปเลยว่าพรุ่งนี้ตัวไหนบ้างที่จะขึ้น ลง หรือ ออกข้าง โดยอาศัยเทคนิคเข้ามาช่วยการตัดสินใจและจากการที่เรากรองข่าวเอง หุ้นในพอร์ทจะคุ้นเคยพยากรณ์ได้ง่าย แต่ถ้าอยากจะให้ดีต้องทำกับตัวที่ไม่มีอยู่ในพอร์ตด้วย 

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @7c6f0b1e16a424812ed26dc1dceb2334:disqus ทำ Trading Journal ของตัวเองแบบนี้ ผมเชื่อว่าต้องเห็นอะไรดีๆหลายๆอย่างกับตัวของเรา ในด้านของจิตวิทยาการลงทุนแน่ๆเลยใช่ไหมครับเนี่ย? :D

  • jumb1101

    ถ้าทำนายถูกบ่อยมาก ๆ ก็ยิ่งยึดติดกับคำทำนายมาก ยิ่งมั่นใจในคำทำนายมาก ถ้าครั้งที่มั่นใจที่สุดผิดทีเดียวก็แย่เลย 

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @66072eab2895373a7bae31e85d300ea6:disqus มันถึงได้เจ๊งกันระนาวไงครับ บางทีผมก็เซ็งนะเวลามีคนชอบพูดว่าเล่นกราฟได้ทีละนิดๆ เสียทีเดียวหายหมดเลย (ใครใช้ให้ทำตรงกันข้ามฟะ 55)

  • pakorn

    สมัยก่อนผมชอบทำนาย แต่เดี๋ยวนี้ไม่เคยทำนาย รอแค่สัญญาณ เต่า 1 และ 2 พร้อมกับ MM 

  • http://www.facebook.com/moomheng ตี๋ หย่าย

    ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ที่นำมาให้อ่านครับผม 

  • ตั้ม

    อ่านครบสักที่ ขอขอบพระคุณสำหรับความรู้ดีๆ ผมไม่มีอะไรตอบแทนครับนอกจากคำขอบคุณ ขอให้คุณพระคุ้มครอง

  • Lover

    ไฟล์ bollinger เสียคับ

  • ตั้ม

    คุณมดผมมีเรื่องอยากให้ช่วยหน่อยครับ
    สูตรในการคำนวน Position sizing เนี่ยถ้าผมเล่น Commodity มันจะสั่งซื้อขายเป็น Lots เช่น 0.1 Lot แล้วคราวนี้ผมก็ใช้ Leverage 1:500 มั้ง เพราะทุกครั้งที่ราคาขยับ 0.01$ แล้วสั่ง 0.1 Lot กำไรหรือขาดทุนจะ ขยับ ทีละ 5$ ถ้า 1 Lot จะเท่ากับ 50 $ ต่อ 0.01$  Broke ผมคิด มาร์จินใว้ที่ 250$ ต่อ  0.1 Lot มีเงินลงทุนขั้นต้นที่ 5000$ จะคำนวนยังงัยให้อยู่ในกรอบ สมมติผมไม่อยากเทรดเกิน 0.9lot ต่อครั้ง ถ้าเกิดมันคำนวนออกมาได้เกินผมอยากให้มันถ่วงน้ำหนักกับ Max Lot 0.9 เนี่ย งงใหม แฮ่ะๆ

  • http://www.facebook.com/people/Tew-Wuttinun/100000233507994 Tew Wuttinun

    ชอบคำนี้จิงๆ
    ทัศนคติของพวกเราที่เป็นผู้ “เสพ”