(Video Clip หุ้น) อะไรคือการเดิมพันที่ดี!?

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

BrokeTheMovie

การรู้จักเสี่ยงเดิมพันลงไป ในเดิมพันที่ดีอยู่ตลอดนั้น เป็นพื้นฐานที่สำคัญของการเล่นหุ้นอย่างเป็นระบบเลยทีเดียว เนื่องจากระบบการลงทุน (Trading System) นั้น ถูกออกแบบมาให้แสดงศักย์ภาพภายใต้ชุด (Series) การเทรดจำนวนหนึ่ง โดยอยู่บนกรอบของเดิมพันที่ดี หรือมีความได้เปรียบทางสถิตินั่นเองครับ (Positive Expectancy) และนี่คือบางส่วนของแนวคิดจากสุดยอดเซียนหุ้นบางคนครับ

YouTube Preview Image
…………………………………………………………………………………….

นี่เป็น Video Clip ซึ่งนำมาจากบางส่วนของภาพยนต์ “Broke : The New American Dream” ซึ่งน่าดูมากๆครับ เพราะหนังเรื่องนี้เป็นหนังสารคดีเน้นหนักไปในทางของ Trend Following Style โดยได้สัมภาษณ์เซียนหุ้นระดับโลกไว้หลายคนเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น David Harding, Salem Abraham, Larry Hite และ Kevin Bruce หรือแม้กระทั่ง Harry Markowitz และ Vernon Smith เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ซึ่งตัวผมเองก็กำลังจะลองหามาชมดู เป็นอย่างไรจะมาเล่าให้ฟังถ้าได้ดูแล้วนะครับ หรือใครได้ดูแล้วก็เล่าให้ฟังหน่อยก็ดีครับ :)

ส่วนเรื่องของการเดิมพันที่ดี หรือมีค่า “Positive Expectancy” นั้นวันหลังจะหามาเล่าให้ฟังกัน ซึ่งเรื่องนี้ต้องค่อยๆเรียนรู้อย่างเป็นขั้นตอนไปครับ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของเรื่อง “Money Management” ครับ หากใครยังไม่รู้ จะได้รู้กันว่าทำไมเซียนหุ้นส่วนใหญ่เขาถึงพูดกันว่ามันสำคัญครับ น่าเสียดายที่ไม่ค่อยมีใครสนใจ ใครที่สนใจหรือมีความรู้ก็คอมเมนท์มาคุยกันได้นะครับ หาคนคุยด้วยได้น้อยจริงๆ เผื่อผมจะได้รู้อะไรเพิ่มเติมอีกด้วยครับ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม แมงเม่าคลับ.คอม นะครับ

  • zyril

    หากคุณย้อนกลับไปดูสถิติในการเล่น Poker คุณจะพบว่า… คนที่ได้เงินเยอะที่สุดนั้น กลับไม่ใช่คนที่ชนะบ่อยที่สุด และนี่คือจุดเด่นของเกมนี้ ซึ่งความจริงแล้ว… หากสังเกตให้ดี คนที่เล่นชนะน้อยที่สุดนั้น กลับเป็นคนที่ได้เงินเยอะที่สุดเมื่อเกมจบลง ซึ่งนั่นช่วยให้เราสรุปได้ว่า… การรู้จักยอมแพ้อย่างเหมาะสมนั้น หรือการรู้ว่า เมื่อไหร่ที่ควรถอยออกมานั้น… อาจเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดในการเล่น Poker ก็เป็นได้ และผมคิดว่านี่เป็นทักษะที่สำคัญที่สุดในการเล่นหุ้นเช่นกัน

    สมมุติว่าเราเล่นโยนเหรียญด้วยความน่าจะเป็นที่ 60 % …ด้วยความน่าจะเป็นที่ 60 % คุณจะได้กำไรเท่ากับเงินที่วางลงไป สมมุติว่าคุณวางเดิมพันครั้งละ 10 ดอลล่าร์ ด้วยความน่าจะเป็นที่มันน่าจะออกหัวที่ 60 % คุณจึงพนันว่ามันจะออกหัว ด้วยความน่าจะเป็นที่ 60 % แต่คุณกลับแพ้ คุณจึงถามว่า “นี่เป็นการเดิมพันที่ดีไหม” ซึ่งบางคนจะบอกกับคุณว่า “มันก็ต้องเป็นการเดิมพันที่แย่สิ เพราะคุณเสียเงินไป” แต่ผมอยากจะบอกกับคุณว่า “ไม่ใช่ๆ นี่เป็นการเดิมพันที่ดีต่างหากหล่ะ” การที่คุณเสียเงินไป ไม่ได้หมายความว่า มันเป็นเดิมพันที่แย่สักหน่อย

    การเดิมพันนั้นแบ่งได้เป็น 4 ลักษณะ นั่นคือ “การเดิมพันที่คุณชนะ” “การเดิมพันที่คุณแพ้” และ “การเดิมพันที่แย่” กับ “การเดิมพันที่ดี” ซึ่งคุณอาจจะชนะ ในการเดิมพันที่แย่ก็ได้ หรือคุณอาจชนะ ในการเดิมพันที่ดีก็ได้ แต่ว่า !! …สิ่งสำคัญก็คือ คุณจะทำได้ดีกว่ามาก หากคุณเล่นแต่เดิมพันที่ดี

  • mod

    ขอบคุณมากครับ

  • Artis

    ขอบคุณมากครับ ผมอ่านแล้วคิดถึงทักษะหนึ่งของ Soros ที่ว่า….

    “Invest first, investigate later”

    Soros

    ข้างบนนี้เปน คำพิพากษา ไม่ใช่สมมุติฐาน

    สมมุติฐาน มาก่อนคำพิพากษา ส่วนสิ่งที่ก่อนสมมุติฐาน คือ สัณชาติญาณ
    ผมเคยลองใช้กับ MINT สร้างสมมุติฐานขั้นมา แล้ว Invest first, investigate later ลงทุนทีละน้อย คอยดูว่าสมมุติฐานของเราถุกหรือผิด บางทีก็สร้างสัมผัสขึ้นมา ขายก่อนแล้วค่อยซื้อ ถ้ามีคนรับมาก ผมถึงจะซื้อ
    คือ ซื้อไปแล้ว มีคนมารอซื้อต่อแน่ๆ การสร้างความรูสึกเกี่ยวตลาดขึ้นมานั้น ผมทำไม่บ่อยครับ
    ทำต่อเมื่อ ไม่แน่ใจเท่านั้น ถ้าอยากซื้อ ผมจะขายก่อน ถ้าอยากขาย ผมจะซื้อก่อน
    ที่สำคัญ ต้องแยกอารมณ์และความรูสีกของตนออกจากตลาดให้ได้
    ไม่ปล่อยให้ตันหาต่างๆ เข้ามาปน ไม่ปล่อยให้อัตตามาปะปนกับการตัดสินใจทางการลงทุนอย่างเด็ดขาด
    การที่ปราศจากอารมณ์ความรูสึกในการลงทุนนั้น ต้องอาสัยความมีวินัยอย่างมาก
    ต้องอาสัยความมั่นใจในตัวเองอย่างมากด้วยครับ
    อีกทั้งต้องเข้าใจว่าตลาดมีทั้งด้านที่มีเหตุผล และไม่มีเหตุผล
    และยังต้องยอมรับด้วยว่า เราไม่สามารถตัดสินใจได้ถุกต้องตลอดเวลา
    หากมีโอกาส ต้องฉกฉวยให้เต็มที่
    หากผิดพลาด ก็ยอมรับผิด สำคัญที่ต้องรูว่าเมื่อผิดแล้ว ต้องทำอย่างไรให้อยู่รอด

    แล้วนี่ละครับ …..

    กฎขอที่ 1 อย่าขาดทุน
    กฎข้อที่ 2 อย่าลืมกฎข้อที่ 1

    คำอธิบายที่อยู๋หลังกฎเหล่านี้เปนอย่างไร มันมีอะไรมากกว่านี้เยอะ
    นี่ต้องคิดถึง วอเรน บัฟเฟต
    เขาอธิบายว่าทำอย่างไร เอ้ยยยย ตัวเขาเองปีนี้ยังขาดทุนเลยนี่
    มีใครช่วยอธิบายให้ผมฟังหน่อยนะครับ ว่าสิ่งที่พูดข้างบนนี้ ทำอย่างไร
    สำหรับผม ถ้าไม่อยากขาดทุน ก็ไม่ต้องลงทุน…จบข่าวเลย 555555

    เมื่อวานไปตลาด ปิดจมุกกันหมด จะว่าไปจมุกคนไม่เคยลาพักเที่ยง จมุกไม่เคยลาพักร้อน จมุกไม่เคยลาหยุดเสาร์-อาทิตย์ ถ้ามันขอลาพักครี่งวัน ขาดลมหายใจเพียงครั้งเดียว เสร็จแน่….ไม่ว่าคนเราจะอาการหนักแค่ไหน มันไม่เคยหยุดทำงานเลย ร่างกายเราไม่เคยหยุด ต่างทำหน้าที่ของตัวเอง ถ้า “ขาดทุน” มันมีตัวตน มันก็ทำหน้าที่ของมัน หน้าที่ทำให้คนขาดทุน เหมือนจมุกทำหน้าที่หายใจ เหมือนตำรวจทำหน้าที่จับคนทำผิด เพื่อนผมโดนจับเรื่องขับรถ โดนแล้วทำโกรธใส่เขา หาว่าเขามาจ้องจับมัน ผมบอกไปว่า นั่นอาชีพเขา เขามีอาชีพจับคนผิด ไปว่าเขาทำไม “มรึงคิดว่า ตำรวจเขามายืนตีแบตกันข้างถนนหรือไง เขาจับคนชอบฝ่าไฟแดงอย่างมรึงนี่ละ ” นี่ถ้ายอมรับ ว่ามีคนคอยจับเราทำผิด เราจะได้ระวังกาย ใจ วาจา ของเราให้ดี จะได้ไม่ทำผิด

    ช่วงนี้ ไข้หวัดระบาด

    กฎข้อที่ 1 อย่าหายใจ
    กฎข้อที่ 2 อย่าลืมกฎข้อที่ 1

    ไม่ต่างอะไรจากลงทุนแล้วไม่ขาดทุน
    มีชีวิตแล้วไม่หายใจ
    มีนักบุญก็มีคนบาป
    มีเกิดก็มีตาย
    มีคนสวยก็มีคนไม่สวย
    มีกำไรก็มีขาดทุน
    ทุกอย่างล้วนเปนเหรียญสองด้าน
    ทุกอย่างล้วนต้องเปรียบเทียบ
    ไม่มีสิ่งใดไม่ยึดมั่นกับสิ่งอื่น
    ท่านแยกมันออกจากกันได้อย่างไร!!!

    ตื่นมาผมก็บอกกับตัวเองว่า “วันนี้เปนวันดีที่จะตาย ทุก ๆ วันเปนวันดีที่จะตายของผม วันนี้แล้วซินะ จงทำวันนี้ให้ดีที่สุดของชีวิต” ผมคิดอย่งนั้นจริงๆ

    เหมือนกับคำว่า “อย่าขาดทุน”
    ตื่นมาผมก็นึกเลยว่า จะขาดทุนเท่าไหร่
    ผมยอมรับมันทุกวัน
    ” ทุก ๆ วันเปนวันดีที่ผมจะขาดทุน!”

    ผมมองไปที่วันนี้จะขาดทุนเท่าไร ผมยอมรับเรื่องนี้ แล้วสบายใจมากว่าเยอะ ไม่มีใครไม่ทำผิด อยู๋ที่ว่าเราผิดแล้ว เราจะแก้อย่างไรต่างหาก ไม่มีใครไม่ขาดทุน ขาดทุนแล้ส จะทำอย่างไรให้อยู่รอด คิดไปสองสามขั้น ข้างหน้า ไม่ใช่หนีการขาดทุน ขอโทษนะครับ พุดก็พูดเถอะครับ ผมเปนคนพุดตรง ปากกับใจตรงกัน ถ้าใจหมา ปากก็หมาด้วย 555555 ผมว่า กฎนี้ stupid มาก ๆ ถ้ายอมรับโดยไม่รูจักคิด

    อาชีพนักลงทุนประจำอย่างผม ผมว่ามันหิน….

    วันไหนพอร์ตติดลบ กลับบ้านมานั่งจมอยู่กับมัน ยอมรับมัน แก้ไขอย่างไร ผืดตรงไหน จำไว้อย่าผิดอีก มันเรื่องของใจล้วนๆ ถ้ามันง่าย ๆ คงเหนคนอื่นมาทำอาชีพนี้เปนงานประจำกันหมดแล้ว ตลาดปิดการเคลื่อนไหวไปแล้ว ใจมันยังเคลื่อนไหวอยู่เลย ถามตัวเอง ตัวเรานี่มีทฤษฎีการลงทุนที่ยอดเยี่ยม แต่มี “ทฤษฎีชีวิต” ที่ถุกแล้วหรือยัง นี่เราแสร้งวิเคราะห์ไปต่างๆ นา ๆ แม้แต่ตัวเองบางทียังเชื่อ ความสำเร็จที่ผ่านมา ไม่ทำให้ทฤษฎีที่เรามีมันน่าเชื่อถือได้หรอก ผมไม่เคยเชื่อว่าทุกอย่างมันจะไม่เปลี่ยนแปลง มันเปนฉากหนึ่งของชีวิตเราเท่านั้น สิ่งที่ผมทำคือดุดซับสถานการณ์ ณ ช่วงใดช่วงหนึ่งเท่านั้น เพ่งพินิจในสิ่งที่ทำ ปัญญามันเกิดตรงนั้นละ ช่วงหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย

    ออ…..ช่วงเข้าป่า พรานสอนผม มีเรื่องหนึ่งมาเล่าให้ฟังครับ

    พรานเดินไป คุยกันเพลินๆ ทำท่าโยนมีดใส่ผม เราก็ทำท่าหลบ ไม่รับ มีดสปาตามันยาวขนาดไหน ท่านพอนึกออก ทำท่าแต่ไม่โยนครับ เดินไปอีกสักพัก หันกลับมาคุยกับผม ทำท่าโยนมีดให้ผมรับอีก ผมก้ตั้งท่ารับ เพราะเหนมีดใส่ฝักแล้ว แต่ไม่โยนครับ เราก็ทำท่ารอ แต่เขาไม่โยนนะ เขาเหมือนกับวา จะโยนแต่ไม่โยน คือไม่ตั้งใจโยน พอเราเผลอ ๆ เอาอีก ทำท่าโยนอีก คราวนี้ ผมไม่ตั้งท่ารับอีกแล้ว เพราะรู้แล้วว่า เขาไม่โยน พอผมไม่ทำท่ารับ พรานจึงหัวเราะออกมา ผมถามว่าทำไมพรานหัวเราะละ พรานบอกว่า เหนท่านไม่รับผมจึงหัวเราะ พรานจึงบอกว่า ทำอย่างนั้นไมได้ ถ้าอยู่ในป่า อย่าประมาทเด้ดขาด ถ้าท่านเชื่อว่า ผมไม่โยนแน่ๆ จึงไม่รับ ถ้าผมโยนจริง ๆ ละ ท่านเสร็จเลย

    มีดข้างบน ไม่ต่างอะไรจาก สมมุติฐานที่ว่า “อย่าขาดทุน” วันไหนท่านเลิกสงสัยในกฎข้อนี้ ไม่ยื่นแขนมารอรับแล้ว…….ท่านมีโอกาสหลงป่าทุนนิยมแน่ๆ !

    • mod

      ปล. คุณ Artist ท่าทางชอบอะไรลุยๆนะครับ ท่าทางจะเจออะไรมาเยอะจริงๆ

    • mod

      อ้อ อย่างผมเป็นชอบเล่นศิลปะป้องกันตัวมาตั้งแต่เด็กๆ สิ่งที่ทำให้ฝีมือพัฒนาขึ้นเยอะมาก คือตั้งแต่เรารู้ว่า “ต้องทำตัวไม่ให้แพ้ก่อน จึงจะชนะ” หลังจากนั้นผมจึงฝึกฝนทุกอย่างที่จะทำให้เราไม่เจ็บตัว เจอใครเก่งๆ เร็วๆ หรือหนักแค่ใหน เราก็เอาอยู่ ถึงไม่ชนะ เราก็ไม่เป็นไร ซึ่่งสิ่งนี้ผมนำมาปรับใช้กับการเล่นหุ้นได้ด้วยเช่นกัน และเป็นหลักการเดียวกันกับ กฏสำคัญๆข้อแรกของการใช้ Money Management อีกด้วย ขอบคุณครับ

  • mod

    โอ้ ยอดเยี่ยมมากๆจริงๆครับ นี่แหละคือปัญญาที่แฝงอยู่ในธรรมชาติจริงๆ สิ่งต่างๆย่อมให้กำเนิดซึ่งกัน ตายดับเกิดก็มา เกิดมาตายก็ดับ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เหมือนกับคำสอนของเต๋าเต็กเก็ง เรื่องต่างๆที่ยกตัวอย่างมาเขียนได้ดีจริงๆ อยากให้คนเข้ามาอ่านความคิดเห็นนี้กันเยอะๆ ผมชอบนะครับ มีอะไรแวะมาเล่าอีกนะครับ

    ปากไม่หมาเลยครับ ผมชิน ชีวิตจริงๆมันหมากว่านี้เยอะ ตรงดีผมชอบครับรับได้ไม่มีปัญหา จิตผมมันไม่ได้จับมันมารู้สึกว่ามันไม่ดีเลยครับ :)

  • Anonymous

    ผมต้องขอขอบคุณท่านมากกว่าสำหรับเรื่องดีๆ ที่ลงในเว็บนี้ โดยเฉพาะเพลงของ Seykota ผมชอบมากครับ

    ผมเคยไปเจอนักมวยท่านหนึ่งตอนไปเที่ยวเมืองจีน พอรู้ว่าผมมีอาชีพเป้นนักลงทุน ท่านก็ถามว่า “เปนคนกล้าได้กล้าเสียอย่างนี้เล่นหุ้นได้ไหม” กระผมก็เรียนตอบไปว่า ” ไม่ใช่เลย” ในตลาดหุ้น อย่าใจร้อน ถ้าร้อนนี่มีแต่เสีย นักลงทุนที่เก่งๆ ถึงต้องใจเย็น ต้องควบคลุมอารมณ์ตัวเองให้เก่ง ใครบอกคนเก่งต้องกล้าได้กล้าเสีย เข้าใจผิดแล้ว คนภายนอกมองแล้วคิดว่าเรามีนิสัยอย่างนั้น นั่นไม่เปนความจริง คนเก่งต้องรอดูจังหวะที่พอเหมาะ แล้วค่อยเข้าไปลงทุน ไม่ใช่เข้าทุกวัน หาจังหวะได้แน่ๆ แล้วค่อยเข้า นาน ๆทีค่อยปล่อยมัด ปล่อยทีแล้วน๊อคเลย ไม่ใช่ปล่อยตลอด อย่างนั้นน้ำหนักมัดไม่มี ไม่ใช่กล้าได้กล้าเสีย อย่างนั้นหมดตัวไปนานแล้ว

    ผมเรียนต่อไปว่า ถ้าเข้าตลาดทุกวันเหมือนท่านกวนน้ำในแก้วทุกวัน ตะกอนมันวนในแก้ว น้ามันก้ขุ่น ไม่เคยใส ถ้าปล่อยให้มันตกตะกอนบ้าง ท่านจะเหนน้ำใสในแก้ว สิ่งต่างๆ จะตกตะกอนหมด นั่นคิอเหตุผลที่ไม่ต้องเข้าทุกวัน อย่าให้แก้วน้ำของชีวิตการลงทุนมันแกว่งตลอด ไม่อย่างนั้นแล้ว ท่านจะไม่เหนน้ำใสตะกอนใจในแก้วของตนเองเลย

    ถ้าแนวทางการลงทุนของเราดี เหมือนรถที่ดี แต่นักแข่งดันขับไม่เปน ไม่เอารถไปลอง ไม่เคยลองสนามแข่ง ก่อนแข่งแต่ละครั้ง ต้องนั่งเซตก่อนว่าวันนี้จะเข้าโค้งอย่างไร สนามวันนี้จะเปนอย่างไร รายละเอียดเรื่องตลาดมันเยอะ ต้องลองเอารถไปลองในสนาม ปรับให้เข้ากับสนาม ปรับใจตัวเองให้เข้ากับรถ ให้เข้ากับวิถีการลงทุนที่เราใช้

    ไปเที่ยวจีนครั้งนั้น ไกด์เล่าให้ฟังว่า ….”ฮ่องเต้จีนกระแทกตื้น 8 ลึก 2″ สูตรเด็ดท่านเมียเยอะ ผมเลยคิดไปว่า นี่เกี่ยวกับตลาดหุ้นอยู่บ้างไม่น้อย สูตรนี่เปนสูตรเอาชนะใจตนเองของท่าน แต่พอตื้น 8 แล้วลึก 2 สนมไม่คาดหวัง พอลงลึกแล้วเกินคาดหวัง critical mass ของสนมจึงเกิด พอครั้งต่อไปนานๆ นี่กลายเปน expectation ของสนม ตื้น 8 แล้วเดี่ยวมีลง ใจสนมรอตั้งแต่แรกแล้ว ใจสนมเกิด critical mass ตั้งแต่ตื้นครั้งที่ 1 แล้ว ฮ่องเต้ไมได้เสพกามอีกต่อไป ท่านทำให้สนม เสพ expectation ทั้งนั้น สนมกลายเปนคนติด expecatation กัน ที่บอกว่าคนติดบุหรี่อย่างนี้ไม่ถูก เขาติด expectation ต่างหาก ท่านก็เสพ expectation ในตลาดกันทั้งนั้น

    ถ้าเราเหนคนเคาะหุ้น ………..

    500
    500
    500
    500
    500
    500
    500
    500
    100000
    100000
    500
    500
    500
    500
    500
    500
    500
    500
    100000
    100000

    นั่นก็ตื้น 8 ลึก 2 เหมือนกัน!

    เหนอย่างนี้แล้วตามซื้อทันที เขาเล่นกับ expectation ของเราครับ
    ทันสติตัวเองให้ได้ สูตรนี้เอาไปใช้ค้าขาย ไปทำอะไรได้หลายอย่าง นอกเตียง ในเตียง ใช้ได้หมดครับ

    ขอบพระคุณมากครับ…….

    • mod

      อยากจะขอเสริมนิดหนึ่งว่า จริงๆแล้วการเล่นศิลปะป้องกันตัวนั้น ไม่ได้อาศัยความกล้าได้กล้าเสียเช่นกันนะครับ เพราะไม่อยากให้ใครเข้าใจผิดกับภาพลักษณ์ของมัน เพราะจริงๆแล้วมันมีความไกล้ชิดกับเรื่องจิตเป็นอย่างมาก หากเราศึกษาปรมารย์ในแต่ละศาสตร์ แต่ละแขนงเราจะเห็นสิ่งร่วมที่เหมือนกันได้คือ ความนิ่ง ความสงบ ความเด็ดขาด และจิตที่โปร่งใสมากๆ และทุกท่านเป็นคนที่มีความคิดอย่างลึกซึ้งมากๆด้วย

      ไม่ว่าจะเป็น อาจารย์อุเอชิบะของไอคิโด จิกาโรคาโนของยูโด โอทสุกะเซนเซของวโดริวคาราเต้ ของจีนก็มีอย่างท่านจางซานฟงปรมจารย์ไทเก็ก หรือท่านยิปมั่นครูมวยหย่งชุน ซึ่งเป็นอาจาย์ของบรุซลี และแม้แต่มวยปากัวที่ลุ่มลึกมากๆ หรือถ้าแม้แต่ในไทยนี้ก็ยังมีครูแปรงซึ่งสืบทอดมวยไชยา มรดกของไทยๆที่มีคุณค่ามากๆ นี่ผมไม่อาจจะยกตัวอย่างมาหมดได้เพียงแต่อยากจะบอกว่าจริงๆแล้วทุกศาสตร์ล้วนก่อกำเนิดควบคู่มากับแนวคิดและปรัชญาที่ลึกซึ้งมากๆครับ

      จริงๆแล้วอยากชวนคุยเรื่องหมากล้อมเสียด้วยซ้ำเพราะเป็นอะไรที่ลุ่มลึกและแฝงไปด้วยปัญญาให้เราอย่างมากมายจริงๆ ถึงแม้ผมจะดึงออกมาได้นิดหน่อย แต่ก็อยากจะแนะนำกับทุกๆคนโดยไม่อายที่จะโดนด่า

      สุดท้ายนี้ อยากให้เข้าไปดูคลิปของท่านอาจารย์ Mochida moriji ปรมาจารย์เคนโดที่เคยได้ระดับถึง 10 ดั้งคนเดียวจนเดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วนะครับ เหลือแค่ 8 สูงสุด อยากให้ลองดูตอนสุดท้ายๆของคลิป จะเห็นว่าไม่มีการใช้กำลัง หรือ ยัดเยียดฝืนอะไรเลยเป็นธรรมชาติมากๆ คลิปนี้ไม่ได้เตี๊ยมนะครับ และจะัยิ่งแปลกใจว่าคนแก่ขนาดนี้ รับมือกับคู่ฝึกที่เป็นผู้ที่มีฝีมืออย่างสูงมากๆได้อย่างไร โดยท่านก็ได้อธิบายไว้และมีแปลเป็นภาษาอังกฤษเอาใว้ให้แล้ว (ท่านใส่ชุดดำนะครับ คนใส่เสื้อขาวเป็นคู่ฝึกที่ระดับสูงมากๆเช่นกัน และยังหนุ่มแน่นอยู่ ระดับที่ว่าถ้าเป้นเราก็โดนฟาดหัวไม่รู้ตัวเลยครับ :) )

      http://www.youtube.com/watch?v=KaPxuwPhkDg

      ขอโทษที่นอกเรื่องนิดนึงนะครับ

  • Anonymous

    ดูแล้วคิดถึง มุซาชิ สมัยชอบอ่านตอนเด็ก ๆ ครับ

    หรือว่า…… นี่เท่ากับว่า ท่านได้ขจัดความคิดฟุ้งซ่านต่าง ๆ ให้หมดไปจากใจได้จนจิตใจนิ่งดุจบ่อน้ำที่สงบงันจนสามารถสะท้อนดวงจันทร์ได้อย่างสวบงาม จดจ่อกับสิ่งที่กำลังกระทำอยู่ในปัจจุบันขณะ จนกระทั่งการเทรดคือการฝึกสมาธิไปในตัว

    ผมเคยเจอเทรดเดอร์ท่านหนึ่ง บรรลุถึง “วิถีกระบี่ภาพสะท้อน” คือ แนวทางไม่แสดงงำประกายตนเอง โดยการ “สำรวมถ่อมตัว” เป็นหลัก ในขั้นนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเชิงลึกภายในจิตใจ ทำให้สามารถมองโลกในมุมมองใหม่ เปลี่ยนวิถีคิดของตัวเองไปอีกขั้น คือการถือเอา เป้าหมายทางจิตวิยญาณเป็นหลัก ดั่งอัศวินเจได ผสมผสานระหว่างนักรบกับนักพรต การฝีกคิดเหมือนเจไดไม่ต่างจากการปฎิบัติธรรม และการเทรดเป็นการแสวงหาธรรมฝึกจิตใจอย่างหนึ่งเช่นกัน

    ผมเคยเจออีกท่าน เทรดเดอร์ระดับปรมาจารย์ มีลักษณะภายนอกเหมือนคนสามัญธรรมดา แต่ความเป็นอยู่ไม่ต่างอะไรจากนักบวช รักสมถะ รักสันโดษ มีคุณธรรม เปรียบเหมือนนักรบ แต่ไม่ปรารถนาการฆ่าฟัน เพียงแต่ทำสงครามในสมรภูมิภายในตัวตน เป็นนักรบแห่งจิตวิญญาณและสามารถเปิด “พื้นที่ศักสิทธิ์” ในหัวใจของตนเอง

    เขาบอกผมว่า….”เงินเป็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น การทดสอบทฤษฎีปรัชญาของตนเอง และ การฝึกสมาธิเพื่อทดสอบอารมณ์ตัวเองเป็นจุดหมายสำคัญมากกว่า”

    เขายังเปรยอีกว่า อาชีพเทรดเดอร์ที่บริหารกองทุนป้องกันความเสี่ยง ต้องเป็นคนที่ลึกลับซับซ้อน อย่าออกสื้อโดยเด็ดขาด ต้องเป็นนักคิดที่ชัดเจน มั่นใจตนเอง และพูดในสิ่งที่ขัดแย้งกันเสมอ นั่นเพื่อลับสมองตลอดเวลา ถามตัวเองเสมอว่า “ทำไม ทำไม ทำไม” สิ่งที่เห็น “คืออะไร” ตีความหมายทางนามธรรมให้มากที่สุด แล้วจะเอาไปใช้ทางรูปธรรมได้มากเท่านั้น

    ท่านสอนอีกว่า ต้องมีความปรารถนาจะเข้าใจทุกสิ่งที่บิดเบือนจากความเป็นจริง แต่เครื่องมือในการทำความเข้าใจกับสิ่งภายนอกต้องได้รับความสนใจในการทำความเข้าใจเช่นกัน สิ่งนั้นคือ จิตใจของตัวเราเอง

    “การฝึกกลยุทธ์การเทรดอย่างเดียวทำให้มีจิตใจที่หยาบกระด้าง แต่ฝึกทางใจอย่างเดียวทำให้อ่อนแอ เราต้องปรับให้กลมกลืนกัน”

    ขอบคุณครับ วันนี้ถือว่าโชคดีมากที่ได้เจอเว็บนี้ สักวัน คงได้เจอกันอีก สวัสดีครับ………

    • mod

      :) ผมคงยังต้องฝึกฝนอีกยาวไกลครับ กว่าจะได้จิตใจที่ไร้อคติขนาดนั้น ไม่ว่าจะเป็นทั้งชีวิต หรือในตลาดหุ้น เรื่องที่เล่ามาให้ฟังนั้นน่าสนใจเป็นอย่างมากครับ คุณอาเป็นคนที่เห็นอะไรมาเยอะจริงๆ ผมคงต้องขอคำชี้แนะในวันข้างหน้าต่อไปด้วย ต้องขอบคุณมากๆที่เข้ามาเล่าเรื่องราวดีๆให้ฟัง ผมยังอยากฟังอยู่อีกหลายเรื่องนะครับ จะได้เป็นการขัดเกลาจิตใจในการเทรดของผมไปด้วย

      ผมชอบนะครับ “เงินเป็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น การทดสอบทฤษฎีปรัชญาของตนเอง และ การฝึกสมาธิเพื่อทดสอบอารมณ์ตัวเองเป็นจุดหมายสำคัญมากกว่า” ผมเชื่อว่าหากเรา Focus ไปที่กาีรเล่นให้ดี ให้ถูกต้องเงินก็จะค่อยๆใหลตามมาเอง เพราจริงๆเคยทำ System test กับระบบหลายๆตัวที่ลองเขียนขึ้นมาเองกับ Set ก็ดูแล้ว Expectancy สบายๆเลย ขนาดเป็นการเทรดแบบ End of Day นะครับ ที่เหลือคงต้องอยู่ที่ Money Management และการควบคุมจิตใจของตนเองต่อไปแล้ว

      ขอบคุณมากนะครับ อยากให้แวะเข้ามาบ่อยๆครับ

  • Pingback: แนะนำหนังสือหุ้น Zen in the market | แมงเม่าคลับ.คอม()

  • Pingback: คุยกัน กับ ปรัชญาหุ้น | BIG MOVE CLUB()