คนส่วนน้อยกับตลาดหุ้น

โลกของเรานั้นตกอยู่ภายใต้กฏของธรรมชาติอย่างหนึ่ง นั่นก็คือกฏที่ว่าทรัพยากรของคนส่วนใหญ่ซึ่งอ่อนแอกว่าจะถูกถ่ายเทไปยังคนส่วนน้อยที่มีความเหนือกว่าอยู่เสมอ แน่นอนว่ามันคือกฏซึ่งได้ควบคุมความเป็นไปของเม็ดเงินในตลาดหุ้นด้วยเช่นกัน ความลับอย่างหนึ่งก็คือความเหนือกว่าที่คนส่วนน้อยในตลาดหุ้นมีนั้นไม่ใช่เพียงแค่สิ่งที่พวกเขารู้ แต่มันคือ …

คนส่วนน้อยกับกฏของผลประโยชน์ในตลาดหุ้น

ตลาดหุ้นนั้นจะทำทุกอย่างให้คนส่วนใหญ่นั้นต้องขาดทุนและเจ็บปวดอยู่เสมอ นี่เป็นกฏข้อแรกที่ผมคิดว่าพวกเราทุกคนต้องตระหนักเอาไว้เลยทีเดียว คุณไม่สามารถที่ครอบครองเงินทุนหรือทรัพยากรของคนส่วนใหญ่ได้หากคุณยังคงเป็นส่วนหนึ่งของคนส่วนใหญ่อยู่ หนทางเดียวที่คุณจะอยู่รอดในตลาดได้ก็คือ … คุณต้องเป็นคนส่วนน้อยเท่านั้น และนั่นหมายถึงการที่คุณต้องรู้ว่าอะไรที่จะเป็นเส้นแบ่งระหว่างคนสองจำพวกนี้

ผลกำไรของคนส่วนน้อยมาจากความไร้เหตุผลของคนส่วนใหญ่

ว่ากันตามทฤษฎีแล้วผลกำไรของพวกเราทุกคนเกิดขึ้นจากความไร้ประสิทธิภาพของตลาดไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และเมื่อเราลองพิจารณาถึงปรากฏการณ์ ความไร้ประสิทธิภาพของตลาดต่างๆ (Market Anomalies)  ไม่ว่าจะเป็น Momentum Effect, Price Level Effect หรือแม้แต่ Value Effect ซึ่งถือเป็นช่องทางให้เราสามารถทำกำไรจากตลาดออกมาได้แล้วล่ะก็ เรื่องที่น่าสนใจอย่างหนึ่งเกี่ยวกับพวกมันก็คือ … พวกมันล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นโดยมีจุดร่วมบางอย่างที่เหมือนกันแทบทั้งสิ้น นั่นก็คือพวกมันเกิดขึ้นจากความกลัวหรือเกิดความโลภจนเกินพอดีของมนุษย์เรานั่นเอง

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นหรือ?

นั่นเพราะพวกมันคือธรรมชาติและกลไกของตลาดนั่นเอง ตลาดจะบีบบังคับให้คนส่วนใหญ่เกิดแรงผลักดันทางอารมณ์อย่างสุดโต่งอยู่เสมอ มันจะบีบอารมณ์ของคนส่วนใหญ่เสียจนไม่อาจที่จะทำสิ่งที่ควรทำได้ … ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าอะไรคือสิ่งที่เหมาะสมและควรต้องทำ!!

ลองสังเกตดูสิครับ คนส่วนใหญ่มักไม่กล้าซื้อหุ้นตอนทำ New High หรือตอนมัน Dip แบบสุดๆทั้งที่รู้ว่ามันคือกลยุทธ์ทีได้ผล ไม่กล้า Cut Loss เมื่อรู้ตัวว่าตัดสินใจผิดพลาด ไม่กล้าปล่อย Let Profits Run เมื่อเริ่มมีกำไร หรือแม้แต่ไม่สามารถอดทนรอในสิ่งที่พวเขาต้องการจริงได้ๆ สิ่งที่พวกเขาทำคือการวางรากฐานในการทำกำไรให้คนส่วนน้อยแทบทั้งสิ้น ความไร้เหตุผล (Irrational Behavior) ของคนส่วนใหญ่เหล่านี้คือแรงขับดันที่ทำให้ตลาดเกิดพฤติกรรมเดิมๆวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ตลอดเวลา และแน่นอนว่านี่ก็คือสิ่งหนึ่งที่ได้แยกคนส่วนน้อยออกจากคนส่วนใหญ่ด้วยเช่นกัน

หลักฐานของผลกำไรจากการเป็นคนส่วนน้อย

ผมเชื่อว่าใครที่อยู่ในตลาดมาได้สักพักหนึ่งจะต้องเคยสังเกตเห็นได้ว่า แทบทุกครั้งที่หุ้นขึ้นคนที่ซื้อสุทธิก็คือนักลงทุนต่างชาติในขณะที่นักลงทุนรายย่อยจะขายออกมาตลอดทางอยู่เสมอ และเมื่อหุ้นลงเราก็จะได้เห็นในสิ่งที่กลับกันอยู่ร่ำไป สิ่งที่เกิดขึ้นนี้หมายความว่านักลงทุนส่วนใหญ่ (รายย่อย) คือผู้ที่คอยป้อนโอกาสในการทำกำไรและจำกัดการขาดทุนให้กับนักลงทุนส่วนน้อยใช่หรือไม่? และอะไรจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเราซื้อหุ้นในขณะที่คนส่วนใหญ่ (นักลงทุนรายย่อย) ขาย และขายหุ้นเมื่อคนส่วนใหญ่ซื้อ?

ภาพด้านล่างคือกราฟการเติบโตของเงินทุนจากระบบที่ได้พัฒนาขึ้นจากแนวคิดนี้ ซึ่งก็น่าที่จะพอเป็นคำตอบให้กับเราได้บ้างว่า การ Action ที่สวนทางกับสิ่งที่คนส่วนใหญ่ในตลาดทำจะมีประสิทธิภาพจริงๆอย่างที่ทฤษฏีข้อนี้ได้บ่งบอกเอาไว้หรือไม่

Fundlow_ Portfolio Equity

Mangmao Flow System : ภาพนี้แสดงให้เห็นถึง Equity เริ่มต้นที่ 1 ล้านบาท ของระบบการลงทุนที่ทำการเข้ากวาดซื้อหุ้นใน SET100 เมื่อยอดซื้อ-ขายสุทธิของรายย่อยในช่วงเวลาหนึ่งมีค่าเป็นลบ (ขายสุทธิ) และขายออกเมื่อค่าเป็นบวก (ซื้อสุทธิ) นี่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงพลังของการเป็นคนส่วนน้อยซึ่งอยู่คนละด้านกับคนส่วนใหญ่ได้เป็นอย่างดี

หนทางของการเป็นคนส่วนน้อยอาจไม่ยากอย่างที่คิด

แม้ว่าการจะเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของคนส่วนน้อยนั้นอาจดูเหมือนเป็นเรื่องที่ยากมากๆสำหรับหลายๆคน แต่ผมอยากจะบอกว่าความจริงแล้วการเป็นคนส่วนน้อยอาจไม่ยากอย่างที่พวกเราคิด เพราะกลยุทธ์ส่วนใหญ่ที่มีประสิทธิภาพในการที่จะทำกำไรจากตลาดนั้นมักเป็นสิ่งที่แทบไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรเลย (และไม่จำเป็นต้องซับซ้อนมากๆด้วยเช่นกัน) พวกมันเพียงแค่หากินจากความไร้เหตุผลของคนส่วนใหญ่ก็เท่านั้น นอกจากนี้แล้วพวกมันยังมักเป็นสิ่งที่เราเคยได้ยินกันแทบทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม พวกมันคือสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำไม่ได้ … เพราะมันยากที่จะทำ!! (ผมกำลังบอกใบ้ให้สำหรับคนที่อยากสร้างระบบการลงทุนที่มีประสิทธิภาพอยู่นะครับ) … พวกมันมักเป็นสิ่งที่ฝืนต่อความรู้สึก, บีบหัวใจ และเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดในการที่ต้องทำมัน แต่นี่ก็คือหนทางของการเป็นคนส่วนน้อยนั่นเอง ดังนั้นแล้ว สิ่งที่แยกคนส่วนน้อยออกจากคนส่วนใหญ่จึงไม่ใช่เพียงแค่สิ่งที่พวกเขารู้ แต่อยู่ในจิตใจของพวกเขาเองด้วยต่างหาก

ความสามารถในการควบคุมตนเอง คือสิ่งที่แยกคนส่วนน้อยและคนส่วนใหญ่ออกจากกัน

คนส่วนน้อยที่อยู่ในตลาดได้อย่างยาวนานคือผู้ที่รู้จักใช้ประโยชน์จากอารมณ์ของคนส่วนใหญ่ นอกเหนือไปจากนี้แล้ว พวกเขายังเป็นคนที่สามารถจะควบคุมจิตใจของตนเองได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย (นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเขาจึงสามารถอยู่ในตลาดได้อย่างยาวนาน)

พวกเขาคือคนที่มีความมุ่งมั่น, อดทน และมีระเบียบวินัยในการลงทุนอย่างสูง พวกเขาคือคนที่เต็มไปด้วยพรแสวงในตัวและหัวใจ คนที่จะสามารถก้าวขึ้นเป็นนักลงทุนหรือนักเก็งกำไรระดับโลกล้วนแล้วแต่ต้องผ่านบททดสอบต่างๆมาอย่างโชกโชนทั้งสิ้น คุณไม่สามารถนอนอยู่เฉยๆแล้วจะกลายเป็นหนึ่งในคนส่วนน้อยเหล่านี้ได้ พวกมันล้วนเกิดขึ้นจากการเพียรศึกษาและพยายามฝึกฝนจนทำในสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่อาจทำได้ คนส่วนน้อยคือผู้ที่เข้าใจเป็นอย่างดีว่าตลาดจะทำทุกอย่างเพื่อทำให้อารมณ์อยู่เหนือการตัดสินใจที่มีเหตุผลของพวกเราไป มันจะล่อหลอกให้เราหลงทางเท่าที่จะทำได้ มันจะทำทุกอย่างที่ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องเจ็บปวด และมันจะทำทุกอย่างที่เป็นขวากหนามหรืออุปสรรคในการลงทุนของเราอยู่เสมอ เพราะงานหลักของตลาดก็คือการถ่ายเทเงินทุนของคนส่วนใหญ่ไปสู่คนส่วนน้อยให้มากที่สุด …

คนส่วนน้อยคือผู้ที่เคารพในกฎเหล็กข้อนี้เป็นอย่างดี และนั่นก็คือกฎว่าเราต้องสามารถทำในสิ่งที่คนอื่นไม่อาจทำ (แม้จะยากต่อความรู้สึก) เห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่อาจเห็น และเป็นในสิ่งที่คนอื่นไม่อาจเป็น เพราะมันคือหนทางในการอยู่รอดบนของห่วงโซ่อาหารของตลาดหุ้นนั่นเอง

แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management

  • pakorn

    ที่ 1 ลงไว้ก่อน 5555 

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @451533db8bd792bd221d4c3ea8577c2a:disqus เห็นอย่างนี้แล้วนึกสนุกน่าจะมีของรางวัลแจกนะครับเนี่ยสำหรับแฟนพันธ์แท้ที่ตอบเร็วมากๆ 55 ขอบคุณครับ ^_^

  • Firm

    คุณมดอธิบาย กลไกการทำงานของตลาดหุ้น ได้สุดยอดมาก   

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @889e41cb275de2f7341ae367293c7f05:disqus ขอบคุณครับ ถ้าชอบเรื่องพวกนี้ลองอ่านหนังสือพวก behavioral finance น่าจะสนุกนะครับ ^_^

      • http://achikochi1234.blogspot.com/ Gade Ak

        เห็นภาพชัดเจนเลยครับ… คุณมดพอจะแนะนำชื่อหนังสือ (หรือ paper) ที่เกี่ยวกับ behavioral finance สักเล่มได้มั้ยครับ ^ ^

  • Fineng14

    เยี่ยมครับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @bdeb8fbb6921aa533f98aaf7bce5de96:disqus ขอบคุณครับ :)

  • radtanapan

    รอฟังชื่อหนังสือ behavioural finance ด้วยครับ :)

  • http://mangmaoclub.com Mod

    @6e50cc3df7f85be883a1234dab03cb80:disqus @719539f40497853b8e000e446c6e06db:disqus จริงๆผมก็อ่านไปเรื่อยนะครับ ดีบ้างไม่ดีบ้าง จบบ้างไม่จบบ้าง แต่เอาเป็นเล่มนี้ดีกว่าเพราะสั้นแล้วก็เหมาะกับบล็อกนี้ดีครับ :D 
    http://www.amazon.com/Behavioural-Technical-Analysis-introduction-behavioural/dp/1905641419/

  • Tsunami2p

    รอด้วยๆๆๆๆ
    ผมเคยเห็นอยู่เล่มนึงนานมาแล้ว แปลเป็นภาษาไทย เกี่ยวกับพฤติกรรมการลงทุนแนวๆจิตวิทยาอะครับ แต่ดันจำชื่อเรื่องไม่ได้
    สนุกดีนะครับ ผมชอบอ่านพวกแนวจิตวิทยามากเลย :p

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @a6a772ba443e13b15aaad8eae364aa51:disqus ใช่ครับ เพลินดีผมก็อ่านไปเรื่อย บางทีก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าไอ้ที่ reference จากในหัวมันมาจากใครหรือแหล่งไหนกันแน่ฟะ 55

  • neo

    แหล่มจริงๆครับผม สุโค่ยมากกกก

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @488d0452ac3de76076e2587c69ccaacf:disqus คนเมนท์ก็สุโค่ยเช่นกันครับ อิอิ

  • Sitthikornk

    คุณ mod ครับ  รูปกราฟที่แสดงนี่ใช้โปรแกรมอะไรทดสอบหรือครับ ? amibroker ?
     

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @7d6eb37ff931a6073b9e74c9dd5bba21:disqus โอ้ ว่าจะตอบแต่ลืมตอบไปได้ยังไงก็ไม่รู้ ขอโทษด้วยครับ ผมใช้ amibroker ครับ :)

  • pumpam

    คุณ mod ครับ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า คนส่วนใหญ่กำล้งไร้เหตุผล หรือควบคุมตัวเองไม่ได้เหรอครับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @c0e1afba8fdb40fae0f2ad9204c39a90:disqus พูดแบบตรงๆเราอาจรู้ได้ แต่เราไม่อาจรู้ว่ามันจะต่อเนื่องไปอีกหรือจบลงเมื่อไหร่นะครับ ความจริงแล้วมันก็คือสิ่งที่เราเห็นกันอยู่เป็นประจำไม่ว่าจะเป็นวงจร Boom/Bust, Momentum effect หรือแม้กระทั่งการเกิดแนวโน้มก็ตาม

      ขอยกตัวอย่างในกรณีของการเกิดแนวโน้มที่ทอดยาวนะครับ เพราะเป็นเรื่องที่เราคุ้นกันดี การเกิดแนวโน้มนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากความล่าช้าในการซึมซับ/ตัดสินใจต่อข่าวสารที่เกิดขึ้นในตลาด ความล่าช้าที่จะยอมรับต่อการเปลี่ยนแปลงของข้อเท็จจริงตรงนี้เองที่เป็นเหตุทำให้ราคาไม่ได้เข้าสู่จุดที่มีเหตุผลในคราวเดียว เช่น บางคนอาจได้รับข้อมูลก็จริงแต่ไม่กล้าตัดสินใจเนื่องจากยังคงมี Bias ฝังอยู่กับอะไรบางอย่าง ในขณะที่บางคนอาจได้รับข้อมูลแต่ก็ยังไม่สามารถวิเคราะห์ได้ถึงผลกระทบของมันอย่างชัดเจน สิ่งเหล่านี้ทำให้เมื่อแนวโน้มเริ่มเกิดขึ้นเราจึงจะเห็นว่ามีคนเพียงไม่กี่กลุ่มที่เข้าไปยุ่งเกี่ยว โดยสำหรับคนส่วนใหญ่นั้นถึงแม้จะรู้หรือไม่รู้แต่ก็จะยังไม่เชื่อหรือลังเลใจที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยว พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้แนวโน้มค่อยๆเดินไปเรื่อยๆจนถึงจุดหนึ่งที่คนส่วนใหญ่เริ่มที่จะปรับตัวกับข้อเท็จจริงที่เปลี่ยนแปลงไปได้แล้ว เมื่อถึงคราวนี้ปฏิกริยาในมุมกลับก็จะเริ่มเกิดขึ้นและกลายเป็นตัวเร่งแนวโน้มจนทำให้เกิดเป็นจุดจบของมันหรือเป็นฟองสบู่ขึ้นมา

      สิ่งที่เกิดขึ้นในลักษณะนี้เราสามารถสังเกตุได้โดยการอ่านกราฟหรืออาศัยข้อมูลในเชิงสถิติมาจับก็เป็นได้ครับ เช่นเมื่อหุ้นเกิดการ Breakout ,ทำ All Time High หรือ Panic ขึ้นมา ซึ่งตรงนี้เราจะเห็นว่ากี่ครั้งๆคนส่วนใหญ่ก็จะกล้าๆกลัวๆและจะไปกล้าอีกทีก็เมื่อมันยืดขึ้นไปเป็นยอดดอยเรียบร้อยแล้ว :D

      ปล. อย่างไรก็ตามพฤติกรรมบางอย่างเหล่านี้ถึงแม้จะเกิดขึ้น แต่บางอย่างก็เป็นสิ่งที่ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะนำมาทำกำไรได้ในระยะยาว สำหรับพวก Market Anomalies ที่มีประสิทธิภาพในการทำกำไรและคนส่วนใหญ่รู้จักกันดีก็จะเป็นสิ่งที่เราเคยได้ยินกันบ่อยๆเช่น Momentum Effect, Value effect หรือ Calendar Effect ต่างๆอีกมากมาย ลองอ่านบทความเก่าๆดูนะครับ :D

  • http://twitter.com/3dotts

    ขอบคุณมากครับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @3dotts:twitter ขอบคุณที่่แวะมาเมนท์ทุกครั้งเช่นกันครับผม :D

  • Pawinvarasin

    ขอบคุณครับเตือนสติได้ดีมากๆ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @9c2c55c4fc85b61930d95aa7e55a14a2:disqus ยินดีครับผม :D

  • Savepoo

    อยากได้สูตรระบบ Mangmao Flow System บ้างครับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @70d191849c52b85ef53a1bb5cb0faed1:disqus เรื่องสูตรผมขอเก็บไว้ก่อนนะครับ (ยังไม่อยากเปิดสูตร public) แต่จริงๆแล้วถ้าเข้าใจก็นำไปเขียนได้ง่ายมากๆเลยครับ

      • Savepoo

        ลองแนะนำผมหน่อยครับ ส่งมาทางอีเมล์ก็ได้นะครับพอเป็นแนวทางครับ
        [email protected] ผมเคยเขียนแต่สูตรของ Metatrader4 ครับ

  • pumpam

    แล้วอย่าง set ในปัจจุบันถือว่าคนส่วนใหญ่กำลังไร้เหตุผลอยู่ไหมครับ หรือกำลังควบคุมตัวเองไม่ได้อยู่หรือป่าวครับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @c0e1afba8fdb40fae0f2ad9204c39a90:disqus จริงๆผมว่าคนส่วนใหญ่ก็ไร้เหตุผลกันอยู่ทุกวันแหละครับ 55 ขึ้นอยู่ว่ามันดีกรีไหนในแต่ละช่วงเท่านั้นเอง ^_^

  • Flyyma

    ขอบคุณมากๆครับ

    เพราะอยากเป็นคนส่วนน้อย จึงต้องฝึกฝนตนเองคราบบ(อีกเยอะ 555)

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @b1cb79c0868dd9a80a1400d1c878ec1e:disqus ใช่ครับ ผมว่าอยากเป็นคนส่วนน้อยก็ต้องทุ่มเทพยายามอย่างที่คนส่วนใหญ่เขาไม่ทำกัน :)

  • Aric9043

    บทความน่าอ่านเช่นเคย ครับ
    เมื่อไหร่คุณมด จะรวบรวมบทความย้อนหลัง จัดพิมพ์เป็นรูปเล่ม ขาย ครับ รออุดหนุน ครับ
    เพราว่าเนื้อหาแนวนี้ ตลาดหนังสือไม่มีเลย

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @ddbf4199c24b5248252bcdfbf339ed1c:disqus ความจริงผมยังไม่ค่อยอยากรวบรวมเป็นเล่มเท่าไหร่ ผมชอบเวลาคนมาคอนเมนท์คุยกัน มันดูมี feedback ดีครับ ยังไงอ่านเล่นๆในนี้ไปก่อนนะครับ เดี๋ยวถ้าพร้อมเมื่อไหร่ผมจะรวมเป็นเล่มครับ :D

  • tumm008

    คุณมดครับ Amibroker Vs Metastock มีข้อดีข้อด้อยต่างกันยังงัยครับ แล้วระบบที่คุณมดทดสอบ ทำบนโปรแกรมอะไรเป็นส่วนใหญ่ แล้วความน่าเชื่อถือของข้อมูล ของ2 โปรแกรมนี้มีมากน้อยแค่ใหนครับ แล้วเลือกใช้เพียงตัวใดตัวหนึ่งๆได้หรือไม่ ถ้าจะเรียนรู้วิธีการใช้ Backtest เรียนรู้ได้จากที่ใหน อยากรู้มากครับ ขอบคุณครับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @800f63074694d205cb586632a14b7ce2:disqus  Metastock ใช้ Test หุ้นได้ทีละตัวครับ เหมือนกับว่าทั้งชีวิตเราเล่นแค่ตัวเดียววนไปวนมาด้วยจังหวะจากระบบของเรา ข้อเสียอีกอย่างคือมันช้ามากเวลาทำ backtest ครับ แต่ข้อดีของมันคือภาษาในการเขียนง่ายมาก และเหมาะเป็นโปรแกรมเริ่มต้นในการลองทำ backtest หรือเขียน Indicator ครับ

      Amibroker จะสามารถทำ Portfolio Test ได้ครับ คือมันจะจำลองเหมือนเราเล่นพอร์ทจริงๆด้วยหุ้นหลายๆตัวได้ในคราวเดียว มีความสามารถในการเขียนระบบ Money Management หรือการ Ranking ในกรณีที่เงินไม่พอซื้อหุ้น แล้วก็ทำ Walk Forward ได้ (สำคัญกับการทดสอบความ Robust มาก) ข้อเสียคือกราฟไม่สวยเท่า metastock แล้วก็เขียนโปรแกรมยากกว่าพอสมควรครับปล. metastock จะมีโปรแกรมเสริมคือ Tradesim ซึ่งเอาไว้ test เป็น portfolio ได้ มันเอาไว้ใช้ทำการ Test แบบ Montecarlo ได้แต่ Ranking ไม่ได้นะครับ

      ปล.2 เรื่องเรียนผมศึกษาจาก manual แล้วก็ครูพักลักจำจาก Internet มาเรื่อยๆครับ :D

      • tumm008

        ขอบคุณครับ เดี๋ยวไปลองดู พึ่งไปโหลด Manual Amibroker มา คุณมดมีอะไรแนะนำเพิ่มได้นะครับ จะได้เอามาลอง เช่นโปรแกรมเทรด หรือระบบเทรดง่ายๆที่เอามาแกะ เพื่อฝึกเขียนต่อ หรือเป็นแนวทางในการเขียนระบบของตัวเอง ขอบคุณครับ

  • Kadook

    อ่านคำตอบที่คุณมด ตอบแล้วนึกถึงตัวเอง ขอบคุณสำหรับบทความดีๆๆ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @4a51b47b89fdc5a0d06a69483b734edc:disqus ความลังเลใจที่เกิดขึ้นแบบนี้ต้องค่อยๆฝึกฝนไปนะครับสู้ๆ :)

  • jumb1101

    Patient Patient Patient

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @66072eab2895373a7bae31e85d300ea6:disqus คนป่วย คนเจ็บ คนใข้ ป่าวครับ อิอิ 55 :P

  • Jaruwat_chai

    TradeSim version หลังๆนี่ทำ Ranking ได้แล้วครับ
    แต่ก็สนับสนุน และ ชอบ Amibroker มากกว่า
    เหตุผลอีกอย่างคือ  Amibroker ราคาถูกกว่ามากเลย

  • Jaruwat_chai

    แอบอ่านบทความของมดมาโดยตลอด

    เขียนดีมากๆครับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @524e3428108bf5407340b7fc6583afa8:disqus ขอบคุณครับพี่จา ^_^

  • Neo_potato_th

    ผมคิดว่าจุดแบ่งของคน2 กลุ่มคือ  consistency ในการทำตามระบบครับไม่ว่าระบบนั้นจะเป็น fundamental technical หรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่ง key word อันนี้กว่าจะสร้างขึ้นมาได้จำเป็นต้องมี mindset ที่ถูกต้องและจำเป็นต้องมีประสบการณ์ในตลาดซักระยะหนึ่ง

    ps. ผมว่ากราฟ amibroker สวยกว่านะครับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @a09daad2cb34379cc49d152ab2ce68a4:disqus โอเคครับ ความสวยงามคงมีหลายมุมมอง ผมไม่น่าคิดไปเอง อิอิ :D

  • Soravut

    ซื้อทองแ่ท่งเกร็งกำไรไว้10บาท กู้เงินมาช่วงทองราคาลงอยู่ที่ 24,900 บาท ได้อ่านบทความนี้แล้ว ผมน่าะอยู่จำพวกคนส่วนใหญ่ใช่ไหมครับ เพราะขี่หลังเสือแล้วลงไม่ได้

  • Sarawuth

    ทฎษฎีผลประโยชน์นี้คุ้นๆของ วาเลน บัฟเฟต รึเปล่าครับที่คุณ พิชัย จาวาล กำลังหลงไหลอยู่ในตอนนี้
    ผมก็กำลังสนใจทฎษฎีนี้อยู่เหมือนกัน แนะนำเพิ่มเติมหน่อยครับ

  • Sarawuth

    ถ้าจากทฎษฎีนี้ ทองจะต้องร่วงลงมา และ ดอลล่าจะกลับมาแข็งค่าอีกครั้ง ส่วนสำหรับเงินบาทจะอ่อนค่าได้ถึง 35 บาทเลย

  • Rachot P

    ชอบบความนี้มากครับ ชอบคุณครับพี่มด

  • Hturiva

    อยากอ่านบทความใหม่จังครับ

  • Dumpdumpdump3

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ

  • BB-695
  • http://value.exteen.com/ patty

    “พวกมันเกิดขึ้นจากความกลัวหรือเกิดความโลภจนเกินพอดีของมนุษย์เรา
    นั่นเอง”

    เมื่อไรที่ขาดสติปล่อยให้กิเลศครอบงำจิตอะไรก็เกิดขึ้นได้ มาร์เก็ตติ้งโทรมาบอกว่าให้ซื้อขึ้นแน่ ตัดสินใจใน 2 วินาที ซื้อเลย…. ในขณะที่จะซื้อมือถือซักเครื่องคิดแล้วคิดอีก

  • Pingback: Mangmao Flow System | LiberteMan()