หุ้น Roland Barach หลุมพรางแห่งการเล่นหุ้น : ความรู้สึกผิดซึ่งเกิดมาจากคำว่า “ฉันควรจะ..”

 

 

หลังจากที่วันก่อนผมไม่สามารถที่จะอัพเดทบทความได้(เนื่องจาก Server ล่ม) วันนี้เลยลงให้ 2 ตอนรวดเลยครับ ถือเป็นของขวัญวันเกิดของผมเองเลยละกัน 55 โดยเป็นบทความที่แปลมาจากตอนหนึ่งของหนังสือหุ้น Mindtraps ที่พึ่งจะรีวิวไปนะครับ

Marvin ได้เริ่มต้นลงทุนในตลาดหุ้นมาเป็นเวลาสักพักแล้ว เขาได้พยายามศึกษาตลาดหุ้นอย่างหนักทีเดียว เขาอ่านหนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal ทุกๆวัน เขายังอ่านนิตยสารเกี่ยวกับตลาดหุ้นเช่น Barron’s และหนำซ้ำยังไม่เคยพลาดรายการทีวีซึ่งเกี่ยวกับธุรกิจและการเงินอีกด้วย และถึงแม้ว่า Marvin จะสามารถที่จะทำเงินจากตลาดหุ้นได้พอสมควรก็ตาม แต่เขากลับยังรู้สึกไม่สบายใจและไม่มีความสุขในการเล่นหุ้นอยู่ตลอดเวลา

เมื่อไหร่ที่หุ้นต่างๆเริ่มตกลง เขาจะรู้สึกฝืนใจในการที่จะช้อนซื้อพวกมัน เพราะเขากลับว่าพวกมันจะตกลงไปมากกว่าเดิม แต่เมื่อไหร่ที่หุ้นต่างๆเริ่มพากันวิ่งขึ้น เขาก็ไม่ได้ซื้อมันเช่นกัน เพราะเขาเชื่อว่าเขา “ควรจะ” ซื้อหุ้นในขณะที่มันยังมีราคาต่ำอยู่ และเมื่อไหร่ที่มันเริ่มวิ่งขึ้นไป มันก็สายเกินไปเสียแล้ว และเขาจะรู้สึกโกรธตัวเองอย่างมากที่เขาไม่ได้ซื้อมันเอาไว้ตั้งแต่แรก

รูปแบบพฤติกรรมของ Marvin ที่เกิดขึ้นซ้ำๆเสมอก็คือ เขาจะคอยมองหุ้นซึ่งค่อยๆตกลงมาสักพักหนึ่ง หลังจากนั้นความคิดที่จะซื้อหุ้นก็จะเริ่มวิ่งเข้ามาในหัวของเขา แต่เขาก็จะยังคอยรออย่างระมัดระวังให้มันลงไปที่จุดต่ำสุดเสียก่อน ซึ่งต่อมา หุ้นก็ได้ทำเช่นนั้นจริงๆ และเริ่มที่จะวิ่งขึ้นอีกครั้ง

แต่ในขณะนั้น Marvin กลับรู้สึกว่ามันช้าเกินไปที่จะเข้าซื้อหุ้นที่เขามองเอาไว้ เพราะเขาควรจะซื้อมันที่จุดต่ำสุดต่างหาก(หรือที่เรียกว่า Buy low, Sell High) หลังจากนั้น สิ่งที่เขาทำได้ ก็แค่เพียงมองหุ้นตัวนั้นวิ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็วถึงประมาณ 35%-50% หรืออาจจะมากกว่านั้น และเริ่มโทษตัวเองเป็นเวลาสักพักหนึ่ง ในการที่เขาไม่ได้ซื้อมันในวันที่มันทำจุดต่ำสุดนั่นเอง

ในบางครั้งนั้น Marvin จะเข้าซื้อหุ้นด้วยความสับสน หรืออาจด้วยความฮึกเหิม แทนที่จะเข้าซื้อหุ้นในวันที่มันต่ำที่สุด แต่เมื่อไหร่ที่หุ้นที่เขาถืออยู่วิ่งขึ้นไปนั้น เขาก็จะพบกับอุปสรรคอีกอย่างขึ้นมา นั่นก็คือ แล้วเมื่อไหร่ที่เขาควรจะขายมันล่ะ? ในตอนนี้เขาได้ถือหุ้นอยู่ตัวหนึ่งซึ่งทำกำไรได้ถึงเท่าตัวแล้ว แต่เขาก็กลับรู้สึกฝืนใจที่จะต้องขายมันอีกเช่นเดิม เนื่องจากว่าราคาของหุ้นอาจจะวิ่งขึ้นไปมากกว่าเดิมก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น เขาได้เข้าซื้อหุ้นที่ราคา 20 ดอลลาร์ โดยต่อมามันได้วิ่งขึ้นไปถึง 40 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นกำไรที่มากทีเดียวสำหรับการลงทุนในตลาดหุ้น แต่ต่อมาหลังจากนั้นไม่นาน ราคาของหุ้นได้ตกลงมาถึง 35 ดอลลาร์ Marvin จึงเริ่มรู้สึกโกรธตัวเองอีกครั้งที่เขาไม่ได้ขายมันไปในราคา 40 ดอลลาร์นั่นเอง

ในตอนนี้เขาได้สาบานกับตัวเองว่า หากราคาหุ้นกลับไปถึง 40 ดอลลาร์อีกครั้ง เขาจะขายมัน!! แต่โชคร้ายเหลือเกิน เพราะเมื่อราคาของหุ้นวิ่งขึ้นไปอีกครั้ง มันไปถึงแค่ราคา 38 ดอลลาร์ และตกลงไปอีกครั้งที่ราคา 33 ดอลลาร์ โดยราคาของมันไปกองอยู่ที่ประมาณ 33 ดอลลาร์สักพัก นั่นทำให้ Marvin รู้สึกโกรธตัวเองอีกครั้ง ที่ไม่ได้ขายมันไปที่ประมาณ 35-38 ดอลลาร์นั่นเอง เมื่อมาถึงในตอนนี้ เขาได้สาบานกับตัวเองอีกครั้งว่า หากราคาหุ้นวิ่งกลับไปที่ 35 ดอลลาร์อีกครั้ง เขาจะขายมัน!! แต่สิ่งต่างๆก็เกิดขึ้นเหมือนเดิมอีกครั้งและหุ้นก็เริ่มไหลต่ำลงไปเรื่อยๆ จนในที่สุดต่ำกว่าที่ราคา 20 ดอลลาร์ ในตอนนี้ Marvin รู้สึกว่าเขาไม่ควรที่จะขายมันในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนของเขา ดังนั้น เรื่องนี้จึงจบลงด้วยการที่เขาจึงถือหุ้นที่ขาดทุนนั้นต่อไปอีกหลายปีทีเดียว

ทัศนคติซึ่งคอยบ่อนทำลายการเล่นหุ้นของ Marvin นั้นก็คือ

1.ฉันควรที่จะซื้อหุ้นที่จุดต่ำสุด

2.ฉันควรที่จะขายหุ้นที่จุดสูงสุด

สังเกตให้ดีว่า คำพูดที่เราใช้กันในที่นี้ก็คือ “ควรที่จะ” ซึ่งคล้ายๆกับคำว่า “ฉันต้อง” ซึ่งทำให้หลายๆคนต้องพบกับปัญหากันมามากมายแล้ว โดยผมคิดว่าวิธีการที่เราจะเข้าใจว่าคำว่า “ควรที่จะ” นั้น มีผลต่อเราอย่างไร คือการคิดถึงบัญญัติ 10 ประการนั่นเอง(Ten Commandments) โดยได้บัญญัติไว้ว่า “คุณไม่ควรที่จะฆ่า และคุณไม่ควรที่จะขโมย” ในตอนนี้คุณน่าจะเริ่มเห็นได้ว่า การใช้คำว่า “ควรที่จะ” นั้น มักจะมีความหมายสื่อไปในทางที่เรากำลังทำบางอย่างผิดไป หรือเรากำลังทำตัวไม่ดีนัก

เมื่อเราทำบางอย่างผิดพลาดไปนั้น แน่นอนว่าเราย่อมต้องรู้สึกละอายต่อมัน และเมื่อไหร่ที่คำว่า “ควรจะ” นั้นจะวิ่งเข้ามาในสมองของคุณนั้น คุณจะเริ่มรู้สึกละอายขึ้นมา ผมอยากให้คุณลองจินตนาการว่าคุณจะรู้สึกอย่างไร หากผมนั้นบอกกับคุณว่า “คุณควรที่จะพูดคุยกับภรรยาของคุณให้มากกว่านี้ และคุณควรจะทำอย่างนั้นให้บ่อยขึ้นอีกด้วย” ผลก็คือ คนส่วนใหญ่จะรู้สึกผิดหรือละอายขึ้นมาทันที เมื่อไหร่ที่พวกเขาถูกเตือนเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้

ปัญหาก็คือ การตัดสินใจเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดหุ้นของ Marvin นั้น ถูกครอบงำโดยอิทธิพลของคำว่า “ควรจะ” เป็นอย่างมากนั่นเอง โดยต่อไปนี้ เรามาพูดกันถึงขั้นตอนในการช่วยเหลือ และสร้างทัศนคติใหม่ๆให้กับเขากันครับ

สถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ราคาของหุ้นวิ่งขึ้นไป

ทัศนคติและมุมมอง

รู้อย่างนี้ผมควรจะซื้อมันเสียตั้งแต่แรก

การกระทำ

ไม่ได้ทำอะไรเลย มันสายเกินไปเสียแล้วที่จะซื้อหุ้นตัวนี้ เนื่องจากมันได้เริ่มวิ่งขึ้นมาแล้ว

ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

หุ้นนั้นสามารถที่จะทำการซื้อ-ขายได้ทุกเวลา ในเวลาที่ตลาดเปิดทำการ

การประเมินสิ่งต่างๆอย่างมีเหตุผล

จะมีใครบ้างที่รู้จริงๆว่า ราคาของหุ้นตัวไหนๆได้พบกับจุดต่ำสุด หรือจุดสูงสุดของมันแล้ว? เรารู้ว่ามันเกิดขึ้น หลังจากที่เหตุการณ์ต่างๆได้เกิดขึ้นมาแล้วทั้งนั้น ดังนั้น ผมจะไม่ตั้งเป้าหมายที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป เพราะผมจะรู้สึกผิดอยู่ตลอดเวลา หากผมนั้นยังคงยึดถือกับทัศคติเช่นนี้อยู่

ข้อสรุป

ผมนั้นจะได้ซื้อหุ้นแพงกว่าราคาที่จุดต่ำสุดของมันอยู่เสมอ และจะได้ขายหุ้นถูกกว่าราคาที่จุดสูงสุดของมันอยู่เสมอเช่นกัน ราคาของหุ้นที่เริ่มวิ่งขึ้นจาก Low ของหุ้นนั้น คือสัญญาณในการเข้าซื้อหุ้นของผม และราคาของหุ้นที่จุดสูงสุดนั้น จะไม่ใช่เหตุผลสำหรับการขายหุ้นของผมอีกต่อไป

แผนการเล่นหุ้นแบบใหม่

การตัดสินใจในการซื้อ-ขายหุ้นของผมนั้น จะขึ้นอยู่กับตัวแปรตัวอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการหาจุดต่ำสุดและจุดต่ำสุดของราคาหุ้น และผมจะใช้ระบบการลงทุนในการระบุถึงโอกาสในการซื้อ-ขายหุ้นของผม

จบแล้วครับ สำหรับ “หลุมพราง” ในการเล่นหุ้น ที่ผมได้นำมาแปลไว้ตอนนี้ วันนี้อาจจะไม่ค่อยได้เข้ามาดูนักเพราะเป็นวันเกิด เลยมีนัดทำบุญเยอะหน่อย อิอิ แต่ยังไงเดี๋ยวจะกลับมาดูและมาตอบให้สำหรับคนที่ยังสงสัย(ในกรณีที่ผมแปลไม่รู้เรื่อง 55) โชคดีในการลงทุนวันนี้กันทุกคนนะครับ แล้วพบกันพรุ่งนี้ที่ แมงเม่าคลับ.คอม ครับ สวัสดี

  • speedone

    HBD ครับ

  • jinpin

    สุขสันต์วันเกิดครับ

  • BlueSky

    สุขสันต์วันเกิด ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงครับ

    ขอบคุณครับสำหรับบทความดีๆ

  • http://plamuek76.blogspot.com/ plamuek76

    HBD ครับ ^^

  • marwasu

    ขอบคุณสำหรับความรู้และสุขสมหวังวันคล้ายวันเกิดครับ

  • magic

    HAPPY BIRTHDAY KHA

    ขอให้…คุณมด…สบายกายสบายใจ

    ร่ำรวยและมีความสุขจากการลงทุนค่า :)

  • rot

    H B D ครับ ขอบคุณครับ

  • http://set-financial-academy.blogspot.com boyles

    สุขสันต์วันเกิดครับ มีความสุขมากๆนะครับ

  • mod

    ขอบคุณทุกคนมากครับ เพิ่งจะกลับมาดู ยาวเลยวันนี้ ขอให้ทุกคนมีความสุขเยอะๆด้วยเช่นกัน วันนี้ขอพรไม่ได้เกี่ยวกับตัวเองเลย (พระเอกจัด 55)

    ปล.วันนี้ทำอะไรได้แต่เลข 9 แฮะ เสี่ยงเซียมซีก็เลข 9 กลับมาเมนท์ก็เลข 9 สงสัยจะก้าวหน้า(คิดเข้าข้างตัวเองเอาไว้เยอะๆ ตามกฏของแรงดึงดูด เห็นคนเค้าบอกมา 55)

  • teerayut

    สุขสันต์วันเกิดครับ ขอให้สุขภาพแข็งแรง คิดสิ่งใดขอให้สมหวังครับ

  • mod

    ขอบคุณอีกครั้งครับ

  • http://forexnectura.blogspot.com necturaman

    สุขสันต์วันเกิดครับ มีความสุขมากๆ นะครับ
    บทความมีประโยชน์มากครับ

  • mod

    ขอบคุณอีกครั้งครับ :)

  • http://www.candytreez.com/main jjj

    HBD
    ขอบคุณสำหรับบทความครับ

  • mod

    ขอบคุณครับ แล้วจะหาบทความดีๆมาลงให้อ่านเรื่อยๆกันครับ

  • auuu

    HBD ย้อนหลังครับ ช้าไปหน่อย หุหุ
    ขอบคุณ สำหรับความเสียสละ
    ในการหาบทความดีดี และแปลให้
    พวกเราได้อ่านกัน

  • mod

    ขอบคุณที่แวะมาอวยพรย้อนหลังครับ :)

  • guteform

    สุขสันต์วันเกิดครับพี่ ขอให้มีความสุข สุขภาพร่างกายแข็งแรง เผยแพร่ความรู้ให้กับผู้ที่สนใจศึกษาต่อไปนะครับ

  • chotima

    อ่านบทความนี้แล้ว นั่งอมยิ้มอยู่คนเดียว เพราะช่างเหมือนตัวเองเหลือเกิน อิอิ บางครั้งรู้สึกสับสน และกังวลเล้กน้อย (เข้าข้างตัวเอง)เวลาหุ้นที่เราเลือกซื้อกำไรมันวิ่งโดยเราปล่อยให้มันวิ่งไปเรื่อยๆจนทำกำไรถึง 100%(มันมีความคิดว่าดูซิว่ามันจะไปถึงไหน)และแล้วมันก็ลงมาเรื่อยๆจนเหลือ 90% และ 80% คราวนี้ช้าไม่ได้แล้ว เลยจัดการซะ และก็เกิดคำว่าควรจะขายมันตั้งแต่ 3วันก่อนหน้านี้ในสมองทันที ขอบคุณมากคะสำหรับบทความดีๆและช่วยเตือนสติให้เสมอ จะอวยพรวันเกิด มันก็ล่วงเลยมาหลายวันแล้ว แต่มาช้าดีกว่าไม่มาใช่มัยคะ ขอให้คุณแมงเม่ามีความสุขมากๆ มีสุขภาพแข็งแรง มีเงินมากมาย และที่สำคัญ ขอให้คิดอะไรสมความปรารถนาทุกๆอย่าง (วันนี้เขียนยาวเลย)

  • Romee

    HBDครับ ขอใก้ผลบุญแห่งการให้ของคุณมด นำพาความสุข มายังตัวคุณมดตลอดไปครับ

  • Oui6124511

    HBD ครับ ขอให้มีความสุขมากๆนะครับ