บทสัมภาษณ์ MarK Douglas ทัศนคติแห่งการเก็งกำไร (ตอนที่ 3)

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

Mark douglas วันนี้ต่อเป็นตอนที่ 3 ของบทสัมภาษณ์ Mark Douglas เซียนหุ้นระดับโลกกันอีกครั้งนะครับ เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆกับแง่มุมทางจิตวิทยาการลงทุนของเขา เชิญคลิก! เข้าไปอ่านได้เลยครับ

 

Q: คุณกำลังจะบอกว่า ผลลัพธ์ของการซื้อ-ขาย หรือลงทุนทุกครั้งนั้น มันเหมือนกับการโยนเหรียญงั้นหรือ?

A: ใช่ครับ! และนี่คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ หรือไม่ยอมรับมัน ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะไม่มีปัญหาต่างๆในการเก็งกำไร หรือลงทุนของเขาอย่างที่เป็นอยู่เลยครับ

Q: ซึ่งถ้าหากว่าผลลัพธ์ของมันเหมือนกับการโยนเหรียญแล้วล่ะก็ เมื่อคุณเกิดแพ้ติดกันขึ้นมาหลายๆครั้ง มันจึงง่ายมากที่จะเริ่มรู้สึกหวั่นไหว ในการที่จะเสี่ยงครั้งต่อไปใช่ไหมครับ?

A: แน่นอนครับ และนี่คือสิ่งที่แยกนักเก็งกำไร หรือนักลงทุนชั้นยอด ออกจากคนทั่วๆไป เพราะพวกเขานั้นเข้าใจเป็นอย่างดีว่า การลงทุนซื้อ-ขาย แต่ละครั้งนั้น ผลลัพธ์ของมันไม่มีความเกี่ยวเนื่องกับการซื้อขายครั้งที่ผ่านๆมาเลย ซึ่งนั่นทำให้พวกเขาสามารถทำสิ่งต่างๆได้อย่างเหมาะสมครับ

ซึ่งในทางกลับกันแล้ว คนทั่วๆไปนั้นมักจะคาดหวังถึงผลลัพธ์ของการซื้อ-ขายครั้งต่อไป จากผลลัพธ์ในครั้งที่ผ่านๆมานั่นเอง นั่นหมายความว่า ถ้าคราวที่แล้ว หรือ สองสามครั้งที่แล้วพวกเขาขาดทุนล่ะก็ พวกเขาก็มักจะมองเห็นแต่ความเสี่ยง ในการลงทุนซื้อ-ขายครั้งต่อไปครับ แต่หากว่าครั้งที่ผ่านๆมา พวกเขามีกำไรล่ะก็ พวกเขาก็มักจะตกอยู่ในความรู้สึกเคลิบเคลิ้มไปกับกำไรของพวกเขา และแทบจะไม่ได้มองเห็นถึงความเสี่ยงของพวกเขาเลย ซึ่งนั่นจะทำให้เขาอาจเริ่มขุดหลุมฝังตัวเองขึ้นมา จากการที่พวกเขานั้นจะเริ่มเสี่ยงมากไป หรือซื้อ-ขายมากเกินไป(Over trade) เพราะพวกเขาเริ่มเชื่อว่า การลงทุนซื้อ-ขายครั้งต่อไปของพวกเขาจะไม่ขาดทุนนั่นเองครับ

 

Q: ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาทั้งหลาย จึงต้องมีระบบการลงทุน(Trading System)เข้ามาช่วยใช่ไหมครับ?

A: แน่นอน พวกเขาต้องการหนทางบางอย่าง ที่จะช่วยในการระบุอย่างชัดเจนว่า สิ่งไหนที่ได้ผลหรือไม่ได้ผลครับ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ พวกเขายังต้องมีทัศนคติที่เหมาะสม เพื่อที่จะนำระบบการลงทุนต่างๆ มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดด้วยครับ ซึ่งถ้าหากพวกเขาไม่มีทัศนคติที่เหมาะสมแล้วล่ะก็ พวกเขาก็จะทำสิ่งต่างๆอย่างสะเปะสะปะ หรือมั่วไปหมด และนี่คือสิ่งที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ในการที่จะได้มาซึ่งกำไรอย่างสม่ำเสมอ จริงไหมครับ?

Q: เอ้ะ!? ใครกำลังเป็นคนสัมภาษณ์ใครกันแน่ ?

A: แน่นอน คุณไงครับ! แต่ผมอยากจะบอกคุณว่าผมกล้าพนันกับคุณเลย ว่าถ้าคุณลองไปถามนักเก็งกำไรส่วนใหญ่ ว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการคืออะไร พวกเขาจะตอบคุณว่าพวกเขาต้องการได้กำไรอย่างสม่ำเสมอ เพราะพวกเขามักมองเห็นโอกาสในการทำกำไรอยู่ในทุกนาทีๆ หรือในทุกๆวันอยู่แล้ว และสิ่งที่พวกเขาต้องการจริงๆก็คือ การเติบโตของเงินทุนอย่างสม่ำเสมอ นั่นเองครับ

แต่เนื่องจากว่าพวกเขานั้น มักลงทุนซื้อ-ขายตามอำเภอใจอย่างไร้แผนการ และลืมคิดไปว่าหากพวกเขาไม่ทุ่มเท และใส่ใจในการพิจารณาว่าสิ่งไหนใช้ได้ หรือไม่ได้แล้วล่ะก็ มันก็จะไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาเลย สิ่งที่เขาจะได้รับกลับมาก็คือ เงินทุนที่มักจะเพิ่มๆลดๆ เหมือนกับฟันปลาขึ้นมาแทนครับ

Q: นั่นก็หมายความว่า นักเก็งกำไรหรือนักลงทุน มักสร้างผลลัพธ์ที่เขาไม่ต้องการขึ้นมา จากตัวของพวกเขาเองใช่ใหมครับ? นี่มันทำให้ผมคิดถึงสิ่งที่คุณได้เขียนเอาไว้ในหนังสือ The Discipline Trader ของคุณ เกี่ยวกับเรื่องที่ว่า ความกลัวจะมีผลทำให้เกิดสิ่งต่างๆ ที่เราไม่ต้องการขึ้นมาได้อย่างไร จริงๆครับ

A: สิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่มักไม่ได้ให้ความสนใจ เมื่อพวกเขาเริ่มต้นเข้ามาเก็งกำไรหรือลงทุนนั่นก็คือ พวกเขาไม่ได้คิดว่ามันมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของจิตใจ มากแค่ไหนนั่นเองครับ จริงๆแล้วตลาดนั้นไม่สามารถที่จะบังคับหรือไม่มีผลต่อคุณ ในการกำหนดมุมมองการรับรู้ หรือแปลความหมายของสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดของตัวคุณเองเลย แต่มันเกิดขึ้นมาจากกลไกทางจิตวิทยาในตัวคุณ ซึ่งจะคอยควบคุมการรับรู้ และแปลผลของสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในตัวของคุณเองครับ

และในฐานะที่คุณเป็นนักเก็งกำไร หรือนักลงทุนก็ตาม ถ้าหากว่าคุณต้องการที่จะทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอแล้วล่ะก็ สิ่งที่คุณจะต้องทำเพื่อให้เกิดกำไรที่สม่ำเสมอขึ้นมาก็คือ การควบคุมกระบวนการในการรับรู้ และแปลความหมายของสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น ในทางที่คุณจะสามารถทำสิ่งต่างๆได้อย่างเหมาะสม และไร้ความวิตกกังวลนั่นเองครับ

 

Q: ไร้ความวิตกกังวลงั้นหรือ? คุณจะสามารถไร้ความวิตกกังวล ในขณะที่เก็งกำไร หรือลงทุนหน่อยได้จริงๆหรือครับ?

A: ผมหมายถึงการไร้ความวิตกกังวล ในความหมายที่ว่า คุณนั้นรู้สึกสงบผ่อนคลายครับ เพราะถ้าหากจิตใจของคุณไม่สงบ หรือผ่อนคลายล่ะก็ คุณจะไม่สามารถมีสมาธิกับสิ่งต่างๆได้เต็มที่ครับ ไม่เช่นนั้นคุณจะก็จะเริ่มเสียสมาธิ และทำสิ่งที่ผิดพลาดต่างๆครับ

 

Q: ในมุมมองของคุณแล้ว มันมีตัวการหลักๆที่ทำให้เกิดความผิดพลาดในการเก็งกำไร หรือลงทุนขึ้นมาไหมครับ?

A: สิ่งที่เป็นตัวการสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ “ความกลัว” นั่นเองครับ เนื่องจากจิตใจของเรานั้นถูกออกแบบมาให้หลักเลี่ยงจากความเจ็บปวด จากกลไกทางจิตวิทยาที่อยู่ทั้งใต้จิตสำนึกของเรา และจิตสำนักของเราเอง และนี่คือตัวการใหญ่ตัวหนึ่งที่พวกเรามักจะมองข้ามมันไปครับ

Q: ยังไงครับ?

A: อย่างแรกเลยก็คือ ผู้คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจว่าความกลัวนั้น นอกจากจะทำให้จิตใจของเราอ่อนแอลงไป แต่มันทำให้มุมมอง หรือวิสัยทัศน์ของเราย่ำแย่ลงไปด้วย ความกลัวนั้นจะทำให้มุมมองของเราแคบลงไป ซึ่งจะมีผลต่อการรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เข้ามาในทุกๆช่วงขณะเวลานั่นเอง โดยความกลัวนั้น จะทำให้มุมของเราแคบลง และเพิ่งไปสู่สิ่งที่เรากลัวอยู่แต่เพียงอย่างเดียวครับ

จริงๆแล้วความกลัวของเรา คือกลไกทางธรรมชาติที่จะช่วยเตือนให้เรารู้ว่า มีความเป็นไปได้ที่เราจะต้องพบเจอกับความเจ็บปวด และเมื่อเราต้องการหลีกเลี่ยงจากความเจ็บปวดนั้น สิ่งที่เราจะทำคืออะไรล่ะ? มันก็คือการ จดจ่อไปกับการหาหนทางที่จะหลีกเลี่ยงจากความเจ็บปวดนั้นเอง เพื่อที่จะปกป้องตัวของเราครับ

Q: และนั่นจะทำให้กลไกการปกป้องตนเองของเรา เข้ามาควบคุมจิตใจของเราใช่ไหมครับ?

A: ถูกต้องครับ! ยิ่งในเรื่องของการเก็งกำไร หรือการลงทุนแล้ว มันยิ่งเป็นเรื่องที่อยู่ภายในจิตใจของเราเองขึ้นอีกครับ เนื่องจากจริงๆแล้วตลาดนั้น ไม่ได้สร้างข้อมูลที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดขึ้นมาด้วยตัวของมันเองเลย สิ่งที่มันสร้างขึ้นมาคือข้อมูลดิบ ซึ่งสามารถทำให้เรารับรู้มัน ในแนวทางที่เจ็บปวดขึ้นมา หรือในแนวทางที่พึงพอใจขึ้นมาควบคู่กันไป อยู่ตลอดเวลาครับ

Q: ซึ่งนั่นจะหมายความว่า?

A: นั่นก็จะหมายความว่า ทุกครั้งที่ตลาดขยับขึ้นมา มันสามารถสร้างความเจ็บปวดขึ้น หรือสร้างความพึงพอใจขึ้นมาก็ได้ครับ ยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่าผมอาจเข้าซื้อไป และตลาดเคลื่อนที่สวนทางกับผมลงมา ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ตลาดไม่ได้เคลื่อนที่สวนทางกับผมตลอดเวลา บางช่วงมันก็จะขยับไปในทิศทางที่ผมพอใจ หรือหวังเอาไว้ แต่ภาพรวมที่เกิดขึ้นก็คือ ตลาดนั้นอาจเคลื่อนที่สวนทางกับผม 4 ช่วงราคา ก่อนที่มันจะเด้งขึ้นมา 1 ช่วงราคานั่นเองครับ

Q: ซึ่งในสถานการณ์นี้ คุณกำลังถือหุ้นอยู่..

A: ใช่ครับ สมมุติว่าผมได้เขาซื้อไป แต่ภาพของตลาดโดยรวมนั้นกลับกลายเป็นขาลงขึ้นมา และโชคร้ายเหลือเกินที่การเด้งขึ้นมาในแต่ละครั้ง มันทำให้ผมตัดสินใจถือมันต่อไป เพราะช่วงที่ตลาดเด้งสวนขึ้นมานั้น ทำให้เกิดความหวังขึ้นมานั่นเองครับ และจุดนี้เองที่ความกลัวของผม จะเข้ามามีผลทำให้ผมจดจ่อความสนใจไปที่การเด้งขึ้นมาของตลาดแต่เพียงอย่างเดียว เนื่องจากผมได้ให้ความสำคัญกับการเด้งขึ้นมาของตลาดมากกว่าอย่าอื่น และทำให้ผมจะพยายามทำทุกสิ่งที่ทำได้ ที่จะบอกกับตัวเองว่าผมจะไม่เป็นอะไรครับ

Q: และนั่นจะทำให้คุณมองไม่เห็นความเป็นจริงใช่ไหมครับ?

A: ถูกต้องครับ เพราะผมมัวแต่จดจ่อไปกับการเด้งขึ้นมาของตลาด และถึงแม้ว่าตลาดยังจะเคลื่อนที่เป็นขาลงต่อไป ผมก็จะไม่อยากรับรู้มัน ว่ามันกำลังอยู่ในช่วงขาลงต่อไป ซึ่งในทางกลับกันแล้ว ผมกลับจะมอง หรือหวังว่าการเด้งขึ้นมาในแต่ละครั้งของตลาด จะกลายเป็นจุดต่ำสุดของมันครับ นั่นก็คือผมจะรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นกับตลาดในทางที่ว่า มันกำลังที่จะเปลี่ยนแนวโน้มกลับขึ้นมาแล้วนั่นเองครับ

เอาล่ะครับเดี๋ยวพรุ่งนี้มาอ่านกันต่อว่า เขาจะสอนอะไรกับเรากันต่อไปนะครับ แล้วเจอกันใหม่ที่ แมงเม่าคลับ.คอม นะครับ

  • http://www.candytreez.com/main jay

    ขอบคุณสำหรับบทความครับ
    ความกลัว ที่เกิดขึ้นจากภายในตัวเราเอง เป็นศัตรูที่สำคัญที่สุดในการลงทุน
    เห็นด้วยอย่่างยิ่ง

    • mod

      นี่เป็นเหตุผลว่า ทำไมทั้งๆที่เรามีระบบการเทรดที่มีค่า Positive Expectancy อยู่เยอะแยะไปหมด แต่ยังมีคนหมดตัวกันจริงๆครับ

  • Anonymous

    ขอบคุณมากครับ
    ภาษาท่านเก่งมาก ๆ
    อ่านแล้วเข้าใจ ไม่ติดเลย ถ้าคนแปลไม่เข้าใจในเรื่องที่เขียน แปลไม่ดีขนาดนี้
    ผมทำนายไว้ว่า ท่านต้องเป้นนักลงทุนที่มีชือเสียงในอนาคตเป็นแน่แท้

    ผมอ่านแล้วคิดถึงตอนไปฝึกนั่งสมาธิที่วัดที่สิงห์บุรีครับ เรื่องของการลงทุนกับสมาธิแยกกันไม่ออก เท่าที่ผมประสบมา ผิดถูกประการใด ไม่ทราบครับ แต่เจอมาอย่างนี้ ผมอาจผิดก็เปนไปได้
    จะว่าไป…. ศาสนาไม่ต่างจากตลาดหุ้น ถ้าไม่ใช่ความกลัว ศาสนาคงไม่เกิดเช่นกัน หลัง ๆ มีความโลภเข้าไปเกี่ยวข้องในศาสนา ศาสนากับการลงทุนจึงเกี่ยวพันกันในเรื่องของความโลภและความกลัว ท่านลองไปคิดดูว่าสวดมนไปทำไม ขอพรต่างๆ หรือไม่ ถ้าขอให้มีนั่นมีนี่ ท่านก็โลภ ถ้าขอให้มีสุขภาพแข็งแรง ท่านก็กลัวตาย อย่างนี้แล้ว การทีมีข้อสังเกตว่า ทำไมเซียนหุ้นบางท่านถึงสนใจในศาสนาจึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด

    บทสวดบางอย่างให้กำหนด “โกรธหนอ” เมื่อเราโกรธให้ท่องไปอย่างนี้ เมื่อเรา “หิว” ให้กำหนดว่า “หิวหนอ” ไปอย่างนั้น ช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา กระผมลองอดข้าวเหลือ 1 มื้อต่อวัน ส่วนอาหารนั้นจำกัดเหลือแต่เปนมังสวิรัติ ที่ทำนี้ไมได้ทำด้วยจุดประสงค์อะไรนอกจาก การชอบลองเท่านั้นเอง และสิ่งต่อไปนี้คือสิ่งที่กระผมจดบันทึกเอาไว้

    ตอนหิวนี่…

    ถ้าไปปฎิเสธท้อง ท้องยิ่งหิว มันฟุ้งไปหมด คิดไปต่างๆ ว่าจะเลิกอดอาหารแล้ว อยากกินข้าวเย็นอร่อยๆ อยากกินหมูปิ้งหน้าปากซอย จะทรมานตัวเองไปทำไม 555555

    ด้วยความที่ชอบทรมานตัวเองอยู่แล้ว อยางนี้เสร็จกระผม ถ้าไปร้องเพลง หยิบกีตามาเล่น Stair way to heaven ให้ลืมหิวนี่ แพ้มันเลย พลาดความลี้ลับไปเลย ปล่อยให้หิว ยอมรับว่าหิว ถ้าไม่รับรูว่าหิว ถ้าฝืนว่าไม่หิวนี่จบเลย ผิดหมดเลย ปล่อยให้เขาหิว แล้วคุยกับเขาดีๆ ยกมือไหว้เขาหนึ่งที ขอบคุณเขาหนึ่งที เรื่องขอบคุณนี่เอามาจากคนยิว ความลับเขา แต่เราเอามาใช้ ให้รูจักขอบคุณทุกอย่าง ผมเลยขอบคุณตัวหิว ผมเหนอยู่ในจินตราการระหว่างที่นั่งสมาธิตอนตี 4 ทุกเช้า เขาออกมาเต็มไปหมดเลย ตอนแรกคิดว่ามีคนเดียว ที่ไหนได้ ออกมาเต็มเลย ตัวโกรธ ตัวรัก ตัวหลง ตัวกาม ออกมาเปนอินฟินิตี ไม่มีหมด ผมจับเขาได้ทุกวัน เขาเปนอารมณ์ของเรา แต่ผมจับได้เปนตัว!

    วันหนึ่ง ผมเริ่มคุยกับเขา ขอบคุณเขา ตอนสวดมนต์ ผมเหนเขายกมือตาม เขาคุยได้ มีความรูสึก ถ้าคุยกับเขาดีๆ เขาคุยรูเรื่อง อย่างตัวหิว ผมก้ไปคุยว่า

    “ผมขอโทษนะ ผมไม่มีอะไรให้กิน ผมแค่อยากลองดูว่าอะไรจะเกิดขึ้น” ไม่ขัดแย้ง เขาก็จะดีด้วย อาหารหิวหายไปทันที

    อย่างเมื่อวาน…..

    มีคนขับรถปาดหน้า ผมจะโกรธนี่ เหนตัวโกรธมายืนรอเลย แต่ทันเขา เราก้บอกไปว่า…

    “ขอโทษนะครับ ผมไม่ตกหลุมพรางท่านหรอก” พูดจบเราก้หัวเราะกับตัวโกรธ เขาก็หายไป

    ไปลองท่องบทสวด เขาให้ท่องตามอายุ กระผมท่องไปจนชิน 41 ครั้ง พอเริ่มง่ายๆ คราวนี้ลอง 108 ครั้ง ครั้งแรกนี่ เกือบไม่รอด เพราะต้องใช้สมาธิอย่างมาก เพราะกระผมไม่ได้จด ท่องและจำในสมอง 41 ครั้งนี้ไม่ยาก เพราะทำทุกวัน พอเปลี่ยนเปน 108 นี่ อะไรบางอย่างมันเกิดขึ้น ตอนเกือบถึงนี่ รูสึกว่าอยากหยุด อยากยอมแพ้แล้ว แต่ไม่ยอมมัน ตัวขี้เกียจนี่ออกมาเลย ผมไม่เคยเหนหน้าพวกเขา พวกเขาเปนเงา ผมคุยกับเขา ผมเหนื่อยแต่อยากลองดู

    ” ท่านเข้าไปก่อน ผมขอโทษทำตามที่ท่านขอไมได้”

    ผมขอบคุณเขาทุกครั้ง!!!

    ถ้าไม่มีพวกเขา ผมจะไม่มีทางมาได้ไกลถึงขนาดนี้

    สักแปปปปป……

    มีอะไรบางอย่างออกมาครับ เหมือนคนเรามี “อะไรบางอย่าง ” สำรองชั้นที่ 2 อยู่ด้วย มันออกมายามตอนฉุกเฉินเท่านั้น พอเลยจุดนี้แล้ว “อะไรบางอย่าง” อีกชั้นออกมาเลย เปนขั้นที่ 3 คราวนี้ลืม 108 ไปเลย ไปครั้งที่ 199 แล้ว เมื่อถึงตรงนี้แล้ว เราจะรู้ว่าตัวมหัศจรรย์หมายถึงอะไร มันไมได้อยู่ที่ไหนเลย มันอยู๋ในตัวเรานี่เอง เพียงแต่เขาไม่เคยออกมา พอเขาออกมา ผมจับได้ทัน เรื่องนี้ทำให้ย้อนคิดถึงตอนว่ายน้ำ ตอนที่เราเหนื่อยมาก ๆ ถ้าฝืนว่ายไปเรื่อย ๆ สักพักจะข้ามจุดนี้ไปได้ แล้วเราจะไม่เหนื่อยแล้ว วันนั้นผมว่ายเกือบ 5 กิโล ซึ่งปกติแค่ 1 กิโลก็จะตายอยู่แล้ว นี่ได้ค้นพบอะไรบางอย่างเพราะความเพียรนั่นเอง

    ผมเคยเหนมาหลายตัวแล้ว แต่ตัวล่าสุดที่เหนเมื่อล่าสุด เปนตัวที่เรียกว่า “ตัวหลงตน” ผมคิดว่าตนเก่ง ให้รางวัลตนเองด้วยการยกตนพิเศษว่าคนอื่น นี่เปนหลุมพรางสำหรับคนที่ประสบความสำเร็จในหลายๆ ด้าน ผมได้ตกลงไป เขาขุดรอไว้แล้ว ตอนท้ายๆ ของความสำเร็จนี่ถ้าใครมาถึงจะเหนเขา ก่อนที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนทิศให้ผมไปเจอความล้มเหลว ผมโชคดีที่เหนเขาออกมา วันนั้นนั่งตอนตี 4 ผมจับเขาได้ ผม invert ทันที ผมบอกเขาว่า ผมโง่ ผมไม่รู้อะไรเลย แค่นั้นเอง พอเขาหายไป ขนลุกทันที!

    ยังมีตัวต่างๆ ในชีวิตเราที่ผมไม่เคยเหนอีกมาก อย่างที่บอกครับ พวกเขาเปน อินฟินิตี แต่ผมยังไม่เคยรูจักเขาเท่านั้นเอง กาลเวลาเท่านั้น กาลเวลาเท่านั้น

    คิดถึงพระพุทธเจ้าที่เคยบอกก่อนท่านปรินิพพานว่า “อย่าประมาท”

    วันนี้ผมพึ่งเข้าใจแล้ว!!!!

    ขอบพระคุณครับที่ให้โอกาสผมระบายเขียน วันนี้ต้องกล่าวคำว่า สวัสดีแล้วครับ! …….

    • mod

      ขอบคุณมากจริงๆที่เขียนเล่าประสบการณ์ดีๆให้ฟัง ซึ่งในเรื่องที่ท่านกล่าวมานั้น ผมยังไม่มิอาจจะถกเถียงอย่างมีสาระได้อย่างเท่าเทียมเลยจริงๆครับ

      สำหรับตัวผมเองนั้น เมื่อพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของจิต การฝึกจิตนั้น ก็เคยพอผ่านมาบ้างเรื่อยๆในชีวิต อย่างที่ผมบอกว่าผมเคยฝึกฝนศิลปะป้องกันตัวมานั้น ย่อมหลีกหนีไม่ได้จากเรื่องของจิตและสมาธิเลย แต่จากความเข้าใจของผม จิต ประเภทนี้คือการฝึกจิตในการเคลื่อนใหวแปลเปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลา

      ไม่ใช่แค่ต้องทำจิตให้นิ่งไม่หวั่นใหว แต่ยังต้องรักษามันเอาใว้ตลอดเวลาภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ เพราะถ้าหลุดเมื่อไหร่เท่ากับเจ็บเมื่อนั้น เหมือนในตลาดหุ้นเช่นกันครับ จากประสบการณ์ที่ผมสำผัสได้ในขณะช่วงที่เคยศึกษาและคลุกคลีกับมันหนักๆนั้น

      ในจุดหนึ่งของช่วงเวลาขณะต่อสู้อยู่นั้น ผมคิดว่าบางทีผมอาจจะเคยได้สำผัสกับคำว่าจิตว่าง มาบ้างก็ได้ มันไรซึ่งความกลัว ความโกรธ ความคิด ความอยากเอาชนะ ความเหนื่อย ทุกอย่างมันเกิดขึ้นของมันเอง เราไม่ได้คาดเดา เราแค่ทำไปตามสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาิติ และปล่อยให้มันใหลผ่านไปด้วยตัวของมันเอง เตะเป็นแค่เตะ หมัดเป็นหมัด ไม้ดาบ เป็นแค่ไม้ ไม่มีอะไรที่เราจินตนาการเกี่ยวกับมันให้จิตเราต้องกังวลใจแม้แต่น้อย และเมื่ออยู่ในสภาวะนี้จะทำให้การกระทำทุกอย่างของเราเหมาะสมลงตัวจริงๆ แถมยังมีความปิติสุขขึ้นมาอีกด้วย นอกจากนี้สิ่งหนึ่งที่ผมเคยรู้สึกอย่างพิเศษ ซึ่งอาจจะคิดไปเองรึปล่าวก็ไม่แน่ใจ แต่คำว่าอำนาจจิตนั้นดูเหมือนจะมีอยู่จริง เหมือนกับเราสามารถอ่านใจคู่ต่อสู้ หรือแม้กระทั่งส่งจิตไปข่มให้เขากลัว หรือผ่อนจิตให้เขา สบายใจหรือเผลอใจได้เช่นกัน แต่ภาวะที่ดีที่สุดก็คือภาวะที่ว่าง ไร้จากความคิดที่มาจากสมอง หรือจิตที่ฟุ้งซ่านของเราเอง

      และนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมมีความสนใจใน เรื่องของภาวะจิต ขึ้นมาอย่างมากมายเช่นกัน ผมไม่ใช้คำว่าศาสนา เพราะผมไม่อยากเอาคำว่าความเชื่อมาปนด้วย หรือ แม้กระทั่งพิธีกรรมต่างๆด้วยเช่นกัน

      เวลานึกถึงเรื่องของจิต หรือศึกษาด้านจิตวิทยาการลงทุนนั้น ผมก็มักจะอดนึกมามองย้อนกลับไม่ได้ว่า สิ่งที่ฝรั่งเขาพูดเขาสอนกันที่แท้ก็เป็นสิ่งที่ คนเอเชีย อย่างเราสอนกันมานมนาน ผ่านศาสนาต่างๆเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น พุทธ์ เซน หรือเต๋า คริสต์ เนื้อในของมัน ถ้าเราเปิดใจจริงๆ ผมก็เห็นว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งเดียวกัน แต่เรียกต่างกันตามสัญลักษณ์ หรือชื่อที่คนเราใช้เรียกมันเท่ามังครับ

      และขอบคุณมากสำหรับคำทำนาย ผมจะขอรับมันใว้เป็นกำลังใจต่อไปนะครับ

      คุณกับคุณอา Artist นี่ยิ่งทำให้ผมเชื่อที่เขาวิจัยกันว่า นักเล่นหุ้นเก่งๆนี่ ส่วนใหญ่ จะเป็นผู้ที่มีความเป็นนักปรัชญาจริงๆ และมี EQ สูงๆจริงๆ ขอบคุณมากครับ

  • Futions

    “ควบคุมความกลัวไว้ให้ได้”

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ

  • http://www.facebook.com/kilermax1 มะนาว ผู้ชายดีๆมีมั้ยเอ่ย

     สังหารส่วนเกินหน้าท้อง ขับไสบั้นท้ายเกินขนาด
    ตัดขาดไขมันส่วนเกิน ลดปัญหาเวลาเดิน”พุงแซงนม”
    … เพราะ  ” ผู้ ห ญิ ง ”  หยุดสวยไม่ได้  …
    CLICK….www.ผอมสวย.lady4slim.com