january-calendarใกล้จะปีใหม่เข้ามาทุกทีเมื่อพูดถึง January Effect แล้ว เชื่อว่าทุกคนก็มักที่จะนึกถึงภาพของตลาดหุ้นที่เขียวสดใสขึ้นมาในทันใด เพราะนี่ถือเป็นความเชื่อที่สืบต่อกันมาของนักเล่นหุ้นส่วนใหญ่เลยทีเดียว อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ใช่ปรากฏการณที่จะเกิดขึ้นในทุกๆปีตลอดเวลา ดังนั้น คำถามที่น่าสนใจก็คือมันมีอยู่จริงหรือไม่? และมันมีความน่าเชื่อถือเพียงใด? วันนี้ผมจึงได้ลองเก็บสถิติของมันมาให้ดูกันครับ

January Effect คืออะไร?

พูดง่ายๆแล้ว January Effect ก็คือความเชื่อที่ว่าตลาดหุ้นมักที่จะวิ่งขึ้นในช่วงเดือนมกราคม โดยเป็นผลกระทบจากการกว้านซื้อหุ้นของเหล่ากองทุนในช่วงต้นปี เนื่องจากในช่วงท้ายปีนั้นหลายๆกองทุนจะต้องทำการตบแต่งบัญชีให้เข้าที่ ซึ่งทำให้อาจมีการขายหุ้นออกมาในเดือนธันวาคมและกลับมาซื้อคืนในเดือนมกราคมต้นปีนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ช่วงระยะเวลาการดำเนินไปของ January Effect นั้นเป็นสิ่งที่ค่อนข้างคลุมเครือและให้ความหมายไม่ตรงกันสักเท่าไหร่นัก บางคนบอกแค่อาทิตย์เดียว บางคนบอกว่าเป็นเดือน บางคนบอกว่าเป็นไตรมาสเลยก็มี ดังนั้นในส่วนของสถิติตรงนี้ผมจะขอนับเพียง 1 เดือนเท่านั้นครับ

ซื้อหุ้นต้นเดือนมกราคมแล้วขายทิ้งปลายเดือนก็กำไรแล้ว … ง่ายๆแค่นี้หรือ?

จริงๆแล้วเรื่องนี้คงจะสรุปได้ยากมาก เนื่องจากแต่ละคนก็คงจะไม่ได้ซื้อหุ้นตัวเดียวกันทั้งหมด (รวมถึงจำนวนของหุ้นและการกระจายความเสี่ยงด้วย) ดังนั้นในส่วนนี้ผมจะขอนำสถิผลตอบแทนในแต่ละเดือนของ SET Index มาให้ดูกันเพื่อความเป็นสากลเสีย สิ่งที่พิเศษก็คือผมได้จัดทำผลตอบแทนในแต่ละเดือนออกมาให้ดูกันด้วย ส่วนผลสรุปจะเป็นอย่างไรเดี๋ยวไว้มาคุยกันต่อตอนท้าย ตอนนี้ลองไปดูที่ตารางกันก่อนเลยครับ

ตารางผลตอบแทนรายเดือนของดัชนี SET Index ตั้งแต่วันที่ 1/1/2518 – 1/1/2554 (รวม 36 ปี)

SET Index Monthly Return Since 2524

ความถี่ที่ SET Index ให้ผลตอบแทนที่เป็นบวกในแต่ละเดือน (30 เมษายน 2518 – 1 มกราคม 2554)

image

ความน่าจะเป็นของ January Effect

จากข้อมูลที่เราได้เห็นในตารางนั้นพบว่า SET Index ให้ผลตอบแทนที่เป็นบวกในเดือนมกราคมทั้งสิ้น 20 ครั้งจากทั้งหมด 35 ปี (54.14%) นี่แสดงให้เห็นว่าถึงแม้ทฤษฏีนี้จะมีตรรกะหรือเหตุผลมารับรองสักเท่าไหร่ก็ตาม แต่ความน่าเชื่อถือของ January Effect นั้นแทบจะไม่ต่างจากการสุ่มโยนเหรียญเลย! พูดง่ายๆก็คือว่าคนส่วนใหญ่ในตลาดหุ้นนั้นโดนหลอกจากตลาดอีกครั้งหนึ่ง พวกเราล้วนคิดไปเองจาก Bias ที่เรามักจะจำสิ่งที่เราอยากจำได้ก็เท่านั้น

นอกจากนี้แล้วเรายังจะเห็นว่า หากเราต้องการจะลุ้นว่าเดือนไหนหุ้นส่วนใหญ่จะวิ่งขึ้นไปจริงๆแล้วล่ะก็ เดือนที่น่าสนใจที่สุดจะไปอยู่ที่เดือนมิถุนายนแทนต่างหาก นั่นก็เพราะมันให้ผลตอบแทนที่เป็นบวกถึง 25 ครั้ง (69.44%) นั่นแปลว่าเราอาจจะต้องพูดกันใหม่กับตลาดหุ้นไทยว่า June Effect แทนก็ได้

January Effect กับตลาดในปัจจุบัน

เหตุผลหนึ่งที่ผมได้เก็บสถิติย้อนหลังไปถึง 36 ปีนั้นไม่ได้เป็นเพราะว่าผมอยากจะเหนื่อยขึ้นกว่าเดิมสักเท่าไหร่ แต่นั่นเป็นเพราะอย่างน้อยที่สุดแล้ว หากเราต้องการความน่าเชื่อถือทางสถิติที่เกิดขึ้น Sample Size ของมันก็ควรที่จะมากกว่า 30 ครั้งอย่างที่ผมเคยได้เขียนไว้แล้วในบทความที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามผมคิดว่าหลายๆคนก็อาจสงสัยว่าแล้วในปัจจุบันผลของมันมีความโน้มเอียงไปทางไหนอย่างไรบ้าง ตารางข้างล่างจึงเป็นการ Focus ลงไปในช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา

ตารางผลตอบแทนรายเดือนของดัชนี SET Index ตั้งแต่วันที่ 1/1/2544 – 1/1/2554 (รวม 10 ปี)

SET Index Monthly Return Since 2544-2554

ความถี่ที่ SET Index ให้ผลตอบแทนที่เป็นบวกในแต่ละเดือน (1 มกราคม 2544 – 1 มกราคม 2554)

image

January UNeffect

หากลองสังเกตดูเราจะเห็นได้ว่าในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมานี้ความถี่ของการเกิด January Effect นั้นลดน้อยลงเหลือเพียง 5 ใน 10 ครั้ง (50%) เท่านั้น โดยเฉพาะในช่วง 4 ปีหลังของการทดสอบ (หากนับปีนี้ 2011 จะรวมเป็น 5 ครั้ง) SET Index กลับให้ผลตอบแทนเป็นลบในเดือนมกราคมติดต่อกันมาตลอด นี่อาจเป็นเป็นไปได้ว่าจากการที่เมื่อทุกคนรับรู้ต่อปรากฏการณ์นี้แล้ว จึงได้พยายามเริ่มต้นเข้ากว้านซื้อหุ้นในช่วงเดือนธันวาคมแทนนั่นเอง (เราจะเห็นได้ว่าในเดือนธันวาคมนั้น SET Index ให้ผลตอบแทนเป็นบวกถึง 8 ใน 10 ครั้งเลยทีเดียว) แต่ไม่ว่ามันจะเป็นไปด้วยเหตุผลอันใดแล้ว เราก็อาจพอที่จะสรุปได้ว่าปรากฏการณ์ January Effect ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานั้นอาจสิ้นมนต์ขลังของมันลงไปแล้วก็เป็นได้

ธันวาคม … เดือนที่เหมาะแก่การซื้อหุ้น?

ก่อนจะจบบทความนี้ ถึงแม้ว่าผมจะไม่อาจที่จะรับประกันต่อกำไรขาดทุนของทุกๆคนได้ก็ตาม แต่ผมก็คิดว่าน่าสนุกดีถ้าเราจะลองหาประสิทธิภาพจากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือนกันดูบ้าง โดยจากสถิติที่ผ่านมานั้นเราจะสังเกตกันได้ว่าเดือนที่มีน้ำหนักหรือมีความ Robust ในลำดับต้นๆก็คือเดือนเดือนธันวาคม และจากสมมุติฐานของคนทั่วๆไปที่เชื่อว่าพลังของเดือนที่สำคัญนั้นมีผลทำให้หุ้นส่วนใหญ่วิ่งขึ้น ผมจึงได้ลองทดสอบโดยทำการสุ่มเข้าซื้อหุ้นในกลุ่ม SET 100 เฉพาะในช่วงต้นเดือนธันวาคมและขายออกในช่วงปลายเดือน ตั้งแต่วันที่ 1/1/2544 – 1/1/2554 (พูดง่ายๆคือ 10 ปีหรือซื้อขายทั้งหมด 10 ครั้ง) โดยกำหนดขนาดการลงทุนที่ไม้ละ 5% ของพอร์ทมูลค่าเริ่มต้นที่ 1 ล้านบาทดูว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร และนี่คือผลของมัน … แล้วเจอกันใหม่บทความหน้าครับ

SET 100 December Effect Random Entry

*** ผมของการสุ่มเลือกตัวหุ้นจะไม่คงที่ แต่จากการสุ่มหลายๆครั้งแล้วพบว่ามันให้ผลตอบแทนทบต้นอยู่ที่ราวๆ 3%+- หากเราเลือกที่จะซื้อหุ้นเฉพาะแต่ในเดือนธันวาคมของแต่ละปี ***

แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management

  • Unsign

    :D

  • Tsunami2p

    หุหุ ผมเพิ่งไล่เปิดดูกราฟ SET ย้อนหลังเพื่อดู Jan. Effect ก่อนหน้าบทความนี้จะออกมาไม่ีกี่วันเอง อิอิ จัยตรงกานนน

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @a6a772ba443e13b15aaad8eae364aa51:disqus 55 สรุปว่าคิดไปเองกัน :D

  • Komkrit011

    เดี๋ยวนี้ ช่วง4-5 ปี ที่ผ่านมา ธันวา LTF เค้าซื้อกัน และขายตอนเดือน มกรา หรือเปล่า ครับ  ผลจึงออกมาแบบนั้น 

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @3f8bf5aa914e6b15009d189903b3f497:disqus ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าสาเหตุของมันคืออะไรครับ ต่างเวลาต่างวาระเหตุผลยิบย่อยในแต่ละปีมันเต็มไปหมดเหมือนกัน ต้องให้ท่านอื่นๆช่วยไขหน่อย :D

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @3f8bf5aa914e6b15009d189903b3f497:disqus ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าสาเหตุของมันคืออะไรครับ ต่างเวลาต่างวาระเหตุผลยิบย่อยในแต่ละปีมันเต็มไปหมดเหมือนกัน ต้องให้ท่านอื่นๆช่วยไขหน่อย :D

      • ZODIT

        ผมคิดว่าน่าจะเป็นสถาณการณ์หรือเหตูการณ์หางสังคมหรือการเมืองที่มีผลต่อเศรษฐกิจหรือป่าวครับเพราะยิ่งปีหลังๆการเมืองยิ่งดูเดือดเเลัไม่แน่นอน

  • Akarapong W

    อันนี้ก็บังเอิญครับ แต่บัวหลวงก็ทำแบบเดียวกันเลยครับ

    BLS.กลยุทธ์ประจำสัปดาห์: กองทุน RMF และ LTF ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยอย่างไรเราได้ศึกษาว่ากองทุน RMF และ LTF จะส่งผลกระทบต่อต่อผลตอบแทนตลาดหุ้นไทยอย่างไร โดยเฉพาะในเดือนธ.ค. ซึงผลจากศึกษาในปีนี้สร้างความประหลาดใจให้เรา การคาดการณ์ผลตอบแทนของเดือนธ.ค.นั้นถือว่าท้าทายอย่างมาก……

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @836c0c98e52cefc9183feaa5cef0c5f6:disqus วันหลังสงสัยต้องหาประเด็นใหม่ไม่ให้ซ้ำใคร อิอิ :D

  • Fredz

    ขอบคุณครับ

    นั่งอ่านบทความพี่เกือบหมดเวบ้ว

    ผมอยากใช้ระบบเทรดบ้างครัับ พี่ใช้โปรแกรมกราฟของอะไร พอจะแนะนำได้ไหมครับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      หลักๆก็ใช้ Amibroker, Metastock นั่นแหละครับ :)

  • นักสืบจิ๋ว

    อันที่จริงผม เคยทำเรื่องนี้ย้อนหลังเหมือนกันครับ แต่ว่าไม่ได้เป็นเชิงstat ผมแค่นั่งเช็คง่ายๆซื้อธันวา ขายมกราคม สุดท้ายผมมองว่าเราคิดกันไปเองว่าจะต้องมีกองทุนมาซื้อ โดยภาพรวมแล้วผมมองว่ามันเสี่ยงพอๆกับโยนเหรียญนั่นล่ะครับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @ad0897e4ae4eebdc6a4b398a846f0cae:disqus  มันคงเป็น Story ที่เขาคงจะเอาไว้เล่นกันอีกหลายปีแหละนะครับ :D

  • Mo

    ขอบคุณมากๆครับพี่มด น่าสนใจอีกแล้ว:)

  • boyles

    เห็นด้วยเลยครับ ที่บอกว่า January effect สิ้นมนต์ขลังไปแล้ว ความคิดเห็นส่วนตัวคิดว่าในช่วงเดือน Dec นอกจากจะมีเรื่อง กองทุน LMF LTF แล้ว ปกติช่วงปลายเดือนพฤศจิกา หุ้นไทยก็ไม่ค่อยลง และจากสถิติที่ผมเก็บในช่วงเดือน DEC ของอเมริกาก็เป็นเดือนที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด คิดเป็น 76% ในรอบหลายๆปีหลังเช่นกัน ก็เลยคิดว่า ปัจจัยในประเทศ และนอกประเทศ ทำให้ Dec เป็นเดือนที่ลงยาก  เดาๆเอานะครับ

    ส่วน January effect ผมว่าช่วงหลังๆ เงินในประเทศ เป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดมากกว่า เคยอ่านที่ไหนไม่รู้ เขาบอก ต่างประเทศลงเพียงแค่ 30 % แต่ให้ดูเอาไว้เป็นจิตวิทยา เพราะแต่ก่อนดู Fund flow ตามฝรั่งได้เพราะ เทียบเป็นสัดส่วนแล้วเกิน 50 % ในเงินลงทุนนี้ แต่เดี๊ยวนี้สัดส่วนเปลี่ยนไป ทำให้ฝรั่งไม่ได้กำหนดทิศทาง อย่างชัดเจน ดังนั้น January Effect จึงเปลี่ยนไป เช่นกัน อันหลังนี้อ่านมากจากเซียนหุ้นสักคนจำไม่ได้แล้ว ^^ 

  • เอ

    ขอบคุณครับ เยี่ยมเช่นเคย

  • Pingback: SET WrapUp I: Pure Technical | POOMCHARN()