image ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร George Lane “บิดาแห่ง Stochastic” โดย Allen Sykora

 

เมื่อ George Lane ได้ย้อนหวนกลับไปคิดถึงวันวาน ขณะที่เขาเริ่มต้นชีวิตการเก็งกำไรของเขานั้น เขาพบว่าหลักการวิเคราะห์ด้วยปัจจัยพื้นฐานในขณะนั้น ดูเหมือนจะไม่สามารถนำมาบ่งชี้ถึงทิศทางของตลาดได้อย่างน่าเชื่อถือเท่าที่ควร และนั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นในการศึกษาและค้นคว้าของเขาเกี่ยวกับเรื่องของ Technical Indicator ขึ้นมา

วิธีการเล่นหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Stochastic

หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ได้ค้นพบกับแนวคิดในการวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือทางเทคนิคอย่างหนึ่งที่เรียกว่า “Stochastics” ซึ่งในขณะนี้มันได้กลายเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งซึ่งได้ถูกนำมาใช้กันมากที่สุดในการวิเคราะห์หุ้น อนุพันธ์และตราสารล่วงหน้าต่างๆ โดยมันได้ถูกนำมาใช้เพื่อวัดถึงแรงหรือ Momentum ของการเคลื่อนไหวของราคา ซึ่งจะทำให้นักเล่นหุ้นสามารถที่จะรู้ได้ว่า เมื่อไหร่ที่ตลาดส่งสัญญาณคล้ายว่าจะเกิดการกลับตัวนั่นเอง

“Stochastics” นั้นได้กลายเป็นเครื่องมือหลักในการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคาของ George Lane ตั้งแต่ที่มันได้ถูกสร้างขึ้นมาครั้งแรกเมื่อช่วงต้นๆของยุค 1950 อย่างไรก็ตามนั้น เขาก็ยังใช้หลักการวิเคราะห์ในรูปแบบอื่นมาช่วยด้วยอีกเช่นกัน เช่นวิชา Elliott Waves และระดับของสัดส่วน Fibonancci ต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะได้เกษียนตัวเองออกมาอยู่ในเมืองเล็กๆซึ่งห่างจาก Chicago ไปทางใต้ถึง 80 ไมล์อย่างเมือง Watseka แล้วก็ตาม เขาก็ยังคงติดตามข่าวสารของตลาดอยู่เป็นประจำ โดยเขามักจะใช้เวลาในช่วงเช้าเพื่อเทรดหุ้นหรือเก็งกำไร และเขาก็ยังคงเปิดคอรส์สอนการวิเคราะห์ทางเทคนิคอยู่เช่นเคย

ชีวิตของ George Lane นั้นเรียกได้ว่าเขาผูกพันอยู่กับการเก็งกำไรมาเกือบ 50 ปีเลยทีเดียว เขาเป็นคนง่ายๆสบายๆที่สามารถเล่าเรื่องราวในอดีตได้อย่างมีสีสันและชีวิตชีวาเลยทีเดียว

วิธีการเล่นหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Stochastic

10 ปีกับการใช้ชีวิตเป็น Floor Broker

George Lane นั้นได้ใช้ชีวิตการทำงานเป็น Floor Broker อยู่ถึง 10 ปี และเขาก็ยังเป็นเจ้าของและผู้ก่อตั้งบริษัท Broker ในท้องถิ่นที่ชื่อว่า Miller,Lane & Co., ซึ่งมีสาขาอยู่ถึง 41 สาขาเลยทีเดียว เขายังมีตำแหน่งเป็นหัวหน้านักวิเคราะห์ให้กับบริษัท Broker อีกถึง 2 แห่ง และเป็นนักเขียนหนังสือเกี่ยวกับการเก็งกำไร และได้ทำการเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อสอนวิธีการป้องกันความเสี่ยงหรือ Hedge ในตลาดล่วงหน้า(Future Market)ให้กับเหล่าชาวนาชาวสวนอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เขาเป็นและทำให้ทุกคนรู้จักเขานั่นก็คือ การที่เขาเป็น “บิดาแห่ง Stochastics” นั่นเอง George Lane ได้พูดเอาไว้ว่า “Stochastics คือเครื่องมือในการวิเคราะห์ ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากแนวคิดทาง Momentum ของการเคลื่อนไหวของราคานั่นเอง” และ “มันเป็นเครื่องมือที่ไม่ได้วิ่งตามราคา มันไม่ได้วิ่งตามปริมาณการซื้อขาย(Volume) หรืออะไรอย่างนั้น แต่มันเป็นเครื่องมือที่บ่งชี้ค่าไปตามความเร็วของการเคลื่อนไหว หรือที่เรียกว่า Momentum ของราคานั่นเอง ซึ่งหลักการก็คือว่า Momentum จะเกิดการเปลี่ยนแปลงก่อนที่ทิศทางของราคาจะเปลี่ยนไปนั่นเอง

motion_momentum1_240x180

เขายังได้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบอีกเช่นว่า มันคล้ายกับการที่เมื่อปล่อยจรวดขึ้นฟ้าไปแล้ว ก่อนที่จรวดจะหักหัวกลับลงมานั้น เราจะเห็นว่ามันจะต้องเกิดการเคลื่อนไหวที่ช้าลงเสียก่อน โดยเขาได้พูดเอาไว้ว่า “การลดลงของ Momentum นั้น จะเกิดขึ้นก่อนที่วัตถุจะเปลี่ยนแปลงทิศทางของมัน” และเขายังบอกอีกว่า “มันเป็นเครื่องมือที่ช่วยบอกถึงการเปลี่ยนแปลงของทิศทางล่วงหน้า และนั่นคือหน้าที่ของมัน มันช่วยในการคาดเดาการเปลี่ยนแปลงทิศทางของราคา”

motion_momentum2_240

“มันกลายมาเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ที่วิเศษเป็นอย่างยิ่ง มันใช้ได้จริงและเชื่อถือได้ค่อนข้างมาก คุณยังสามารถใช้มันได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นกราฟแบบราย 3 นาที หรือรายวัน หรือรายสัปดาห์ก็ได้”

วิธีการเล่นหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Stochastic

Stochastics นั้นได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ George Lane และกลุ่มนักเก็งกำไรหลายๆคนที่ MidAmerica Commodity Exchange ได้นัดพบปะกันเพื่อพยายามที่จะช่วยกันค้นคว้าและสร้าง Indicator เพื่อช่วยในการเก็งกำไรของพวกเขา

Lane ได้บอกกับเราว่า “ด้วยเหตุผลบางอย่าง ผู้คนที่มารวมกลุ่มกันนั้นส่วนใหญ่จะเป็นชาวโปแลนด์และเชคโกสโลวาเกีย” “มีสมาชิกคนหนึ่ง ได้พาปู่ของเขาซึ่งเป็นขาวเชค(Czech)เข้ามา และปู่ของเขาก็ได้เห็นพวกเรานั้นกำลังพบกับปัญหาต่างๆในการค้นคว้า โดยเราได้พยายามที่จะค้นคว้ามันออกมาแต่ก็กลับยังไม่มีผลที่น่าพอใจขึ้นมา โดยเขาได้บอกกับเราว่าในประเทศของเขานั้นมีสูตรที่สามารถจะคำนวนได้ว่าต้องใช้หินปูนเท่าไหร่เพื่อที่จะนำมาผสมในการทำเหล็กขึ้นมา ดังนั้น ต่อมาเราจึงได้นำเอาสูตรนั้นมาทำการเปลี่ยนแปลงและพัฒนามันขึ้นมาและจบลงกลายเป็นเครื่องมือวิเคราะห์อย่าง Stochastics ขึ้นมา หลังจากนั้นเราก็ได้ค้นคว้าเกี่ยวกับมันและใช้มันในการช่วยตัดสินใจเรื่อยมา และมันก็ใช้ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว” George Lane ยังเล่าต่ออีกว่า “หลังจากนั้น ผมแทบไม่จำเป็นต้องทำงานเพื่อหาเงินใช้อีกเลยในชีวิตของผม เนื่องจาก Stochastics ช่วยให้ผมทำเงินได้เป็นอย่างดี”

นี่เป็นเวลาที่ล่วงเลยผ่านมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่เมื่อ Lane ได้สร้าง Stochastics ขึ้นมา ซึ่งตัวเขาเองนั้นก็ยอมรับว่าเขาจำไม่ได้แล้วว่ามันมีความเกี่ยวเนื่องระหว่างสูตรการผสมเหล็กกับตลาดได้อย่างไร และเขาก็ยังได้ทำการพัฒนามันอีกหลายต่อหลายครั้ง โดยเขาบอกกับเราว่า “ผมไม่ค่อยแน่ใจนักว่าเรายังเก็บข้อมูลของสูตรทางคณิตศาสตร์ที่เราคิดขึ้นมาเป็นครั้งแรกอยู่หรือไม่ แต่เราก็เริ่มต้นเดินมาจากตรงนั้น”

George Lane ได้เริ่มต้นการเก็งกำไรเมื่อหลายปีมาแล้ว ในขณะที่เขากับพ่อของเขาได้ทำงานเกี่ยวกับเภสัชกรรมที่คลีนิคแห่งหนึ่งในเขตอุตสาหกรรมของเมือง Chicago โดยที่ครอบครัวของเขาตัดสินใจที่จะเลิกกิจการเมื่อพ่อของเขาต้องการที่จะเกษียนตัวเอง โดย Lane ได้เล่าให้ฟังว่า ในขณะนั้นเขามีโอกาสได้พูดคุยกับเหล่า Broker เกี่ยวกับว่าทำไมพวกเขาถึงไม่ประสบความสำเร็จในธุรกิจเท่าที่ควร เขาเล่าให้เราฟังว่า “บริษัท Broker ได้รู้จักผม พวกเขาบางคนพูดว่า

“นี่ๆ ไอ้หนุ่ม ตอนนี้นายกำลังทำงานอะไรอยู่”

และผมบอกเขาว่า “ผมกำลังหางานทำอยู่”

เขาจึงถามกลับมาว่า “จะเป็นอย่างไร ถ้าเราส่งนายไปที่ New York เพื่อที่นายจะได้เป็นตัวแทน Broker ให้กับพวกเรา?”

วิธีการเล่นหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Stochastic

หลังจากนั้น Lane จึงได้กลายมาเป็น Broker ในตลาดหุ้น แต่เขาก็ไม่ได้พอใจกับอาชีพนี้เท่าที่ควร และเขาได้เล่าว่า “มีอยู่วันหนึ่ง ผมได้ออกไปกินข้าวเที่ยงนอกออฟฟิสของผม และผมได้เดินไปยังตึกหลังหนึ่งเพื่อซื้อซิการ์ และในขณะที่ผมกำลังยืนอยู่ที่เคาเตอร์นั้น ผมได้ยินเสียงตะโกนกันดังลั่นไปมา จนผมนึกว่าอาจเกิดการพยายามฆ่ากันอยู่ก็ได้ ผมจึงได้วิ่งขึ้นบันไดไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น” เขาล่าต่อว่า “หลังจากนั้น ผมพบว่ามีผู้ชายอยู่ในนั้นประมาณ 35-40 คนกำลังแหกปากและร้องตะโกนกัน และผมจึงได้รู้ว่า ผมกำลังอยู่ที่ Chicago Board of Trade นั่นเอง ผมจึงได้ถามชายคนหนึ่งแถวนั้นว่าพวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่ และเขาได้บอกกับผมว่า “มานี่สิไอ้หนู!” และเขาได้พาผมเข้าไปยังออฟฟิสของเขาและขายค่าสมาชิกให้ผมในราคา 25 เหรียญ และนั่นจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นการเป็นเทรดเดอร์ของผม

Lane ยังได้เล่าต่ออีกว่า นั่นเป็นช่วงเวลาที่การเคลื่อนไหวของราคาข้าวโพด ซึ่งเป็นตลาดที่ร้องแรงที่สุดขณะนั้นยังมีราคาอยู่ประมาณแค่ 12 เซนท์เท่านั้นเอง เขาพูดว่า “ในขณะนั้น Margin ในการเทรดยังถูกมากๆ เนื่องจากการเคลื่อนไหวโดยเฉลี่ยต่อวันยังอยู่ที่ประมาณ 3/8 ถึง 5/8 เซนท์เท่านั้นเอง โดยคุณสามารถที่จะโยนเงินลงไปบนโต๊ะแค่ 20 เหรียญเพื่อเทรดข้าวโพดถึง 200,000 Bushel ได้เลยทีเดียว และถ้ามันวิ่งขึ้นไปแค่ 1/4 หรือ 3/8 เซนต์ นั่นก็ถือว่าคุณทำได้ดีมากแล้ว”

image

วิธีการเล่นหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Stochastic

วันนี้ขอหยุดเพียงเท่านี้ก่อนครับ วันนี้เกริ่นๆน้ำๆก่อนเพราะเป็นช่วงแรกของบทสัมภาษณ์ครับพรุ่งนี้มาอ่านกันว่าเขาจะแนะนำอะไรให้กับเราในการเก็งกำไรครับ แล้วเจอกันใหม่ที่ แมงเม่าคลับ.คอม ครับ

  • hongvalue

    ถามความเห็นหน่อยครับจากประโยคนี้
    มีสองสิ่งที่คุณจะต้องเจอต่อไปเรื่อยๆ หากว่าคุณยังคงเป็นนักเดิมพันอยู่

    1.คุณจะต้องเจอกับการได้กำไรติดๆกัน
    2.คุณจะต้องเจอกับการได้ขาดทุนติดๆกัน

    ในกรณี่นี้เราควรจะลดขนาดของพอร์ตลงไหมครับหลังจากที่เรากำไรติดๆกันเช่นสมมุติมีเงิน 1 ล้านเล่นแล้วได้กำไรติดกันจนกลายเป็น 2.5 ล้านภายในครึ่งปี เราก็เล่นแค่ 1.5 ล้านเริ่มเหลือเงินสดไว้บ้างเพราะระบบเทรดหลังจากที่เรากำไรเยอะๆเราจะมีช่วง drawdown ที่รุนแรงหรือเปล่าครับ เพราะจากคลิปวีดีโอลูกแก้วบอกว่าเวลาพอร์ตเราโตเยอะๆมันก็จะตามมาด้วยก็ลงบ้างหรือเริ่ม sideway อะไรแบบนี้

    แต่มาคิดๆดูแล้วในทางกลับกันถ้าเราขาดทุนเยอะๆแล้วเราคิดว่ามันน่าจะตามาด้วยกำไรติดกันเยอะๆ ยิ่งเราขาดทุนเรากลับต้องยิ่งเล่นให้เยอะขึ้นหรือเปล่าครับ ผมว่ามันก็ดูขัดกันยังไงหรือเปล่าเพราะถ้ายิ่งขาดทุนยิ่งเล่นเยอะบางทีมันเหมือนกับว่าเรา average down หรือเปล่า

    ไม่ทราบว่ามีความเห็นอย่างไรบ้างครับ

    • http://mangmaoclub.com Admin

      ความเห็นผมนะครับ

      โดยปกติแล้วเทคนิค MM แบบ Fix Percentage มันก็จะทำให้ขนาดของ Bet เราลดลงในช่วงเจอกับ Losing Streak หรือเพิ่มขึ้นเมื่อเจอ Wining Streak อยู่แล้ว

      แต่การที่เราจะมองว่าเมื่อเราเจอกับ Winning Streak ติดๆกันแล้วเราจะลดพอร์ทลงก็สามารถทำได้ แต่ผมมองว่าการทำเช่นนี้มันจะสร้างปัญหาเรื่อง Bias ของเราขึ้นมาอีก เช่น เราจะรู้ได้อย่างไรว่ากำไรหรือขาดทุนติดกันบ่อยเกินไปแล้ว หรือการทำเช่นนั้น จะไม่เท่ากับว่าเรา Operate ในทางที่เราหยั่งรู้หรือคาดเดาอนาคต หรือว่า “ชะตา” ของเรามีความแน่นอนอย่างนั้นหรือไม่? มันจะไม่วนกลับมาหลูบเดิมที่เราหลุดมาแล้วหรือปล่าว?

      อย่าลืมว่าจุดหนึ่งของการใช้ MM ก็เพื่อที่จะทำให้ทุก investment นั้นมีค่าไม่แตกต่างกัน จากการที่เรายอมรับถึงความเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้กับตลาดและอนาคต

      คุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่ามันจะกำไรหรือขาดทุนบ่อยมากเกินไปแล้ว แล้วถ้าไม่เป็นอย่างที่คิด เช่น Losing Streak มาติดๆแล้วเราคิดว่า เฮ้ยจากสถิติดวงเรามันพอแล้ว เพิ่ม Size ดีกว่า!(คล้ายๆกับ Martingale นะผมว่า) แต่ถ้ามันยังขาดทุนติดๆกันอีก คราวนี้ Drawdown จะลึกมาก เอาขึ้นมาเท่าเดิมยากแน่ๆ

      Curtis Faith หนึ่งใน Turtle เคยเล่าว่าเขาเคยมี Whipsaw ติดกันถึง 17 ครั้ง จากค่าเฉลี่ยที่ 6-7 ครั้ง แต่เขาพยายามรักษาวินัยเอาไว้ ลองคิดดูว่าถ้าเขามองว่า 10 ครั้งแล้ว นี่มันเกินค่าเฉลี่ยมาเยอะ เพิ่มขนาดการลงทุนดีกว่า ผลในรอบนั้นอาจทำให้เขาหมดตัวเลยก็ได้

      การใช้เทคนิค Re-investment นั้นแม้จะต้องก่อให้เกิด Largest Loss หลังจากที่เราอยู่ในจุด Peak ของเรา(เนื่องจากขนาดการลงทุนของเราจะใหญ่ที่สุด เพราะสัดส่วน % ของเงินทุนเราจะสูงที่สุดจากกำไรที่สะสมมา) แต่ Trade off ของมันคือ มันช่วย Compound ทำให้การเติบโตของพอรท์ไม่ใช่ Linear แต่เป็น Geometric Growth ครับ(เอาง่ายๆว่าโตแบบกราฟพาราโบลา) ช่องว่างการเติบโตจะยิ่งห่างกันไปเรื่อยๆถ้าเรา Re-investment ไปเรื่อยๆ ซึ่งเราคงต้องชั่งน้ำหนักแหละครับ มันไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้กับ การขาดทุนหนัก(เป็นจำนวนเงิน แต่ไม่ใช่ %)หากว่าเราจะ Re-invest ครับ :)

  • finniiee

    ขอบคุณมากๆครับ เรื่องสนุกมากเลยครับ จะรอติดตามตอนต่อไปนะคับ ^^

  • http://mangmaoclub.com Admin

    พรุ่งนี้ลงต่อให้จบครับ :)

  • magic

    เพิ่งรู้นะเนี่ยว่า Stochastics มันมาจากสูตรการทำเหล็ก

    การลดลงของ Momentum นั้น จะเกิดขึ้นก่อนที่วัตถุจะเปลี่ยนแปลงทิศทางของมัน

    ต่อไปเวลาดูอินดี้ตัวนี้จะได้เข้าใจให้มันถูกต้องไม่ถูกต้มซะที อิอิ

    ขอบคุณมากมายมากมายค่า

    คุณมด รีเทิร์นมาฟิตจัดจิง กว่าจะอ่านครบทุกเรื่อง เล่นเอาเหนื่อยเลย

    • http://mangmaoclub.com Admin

      ไม่ฟิตหรอกครับ พอดีว่างๆแล้วแปลทำเก็บเอาไว้ครับ เพียงแต่ไม่ได้เอามาแต่งองค์ทรงเครื่องลงบล็อกแค่นั้นเองครับ :)

      จุดเริ่มต้นในการศึกษาอินดิเคเตอร์ และแนวคิดของมัน ผมว่าอ่านงานของ Welles Wilder ชื่อ The New Concept in technical analysis ครับ ดีมากๆยังเป้นหนังสือในดวงใจผมอยู่ทุกวัน

      ก่อนที่ Wilder จะทำให้ระบบการซื้อขายเป็น Mechanical ขึ้นมานั้น มีระบบอยู่ไม่กี่อย่างในโลกเอง ตัวเขาเองบอกว่าเห็นแค่ Donchian Channel,Moving Average

      ดังนั้น จึงเป็นหนังสือที่เปลี่ยนโลก และเป็นพื้นฐานแนวคิดในการสร้างอินดี้ส่วนใหญ่ที่เราใช้เลยครับ

  • rot

    ขอบคุณครับ

    • http://mangmaoclub.com Admin

      ขอบคุณคอมเมนท์ครับ :)

  • http://www.candytreez.com/main jay

    เข้ามาอ่านทุกวัน ^^
    ขอบคุณมากครับ

    • http://mangmaoclub.com Admin

      มีอะไรก็แชร์ร่วมกันได้นะครับ :)

  • ต้นข้าว

    ขอบคุณค่ะ

    • http://mangmaoclub.com Admin

      ยินดีครับ ยังไม่นอนอีกหรือ อิอิ

  • M2m7799

    thankssss every body post here i read every day  thank again….

  • Witz j@

    ขอบคุณครับ ^_^