<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แมงเม่าคลับ.คอม</title>
	<atom:link href="http://mangmaoclub.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://mangmaoclub.com</link>
	<description>MangmaoClub.com เรื่องราวดีๆ เพื่อนักเล่นหุ้นทุกคน</description>
	<lastBuildDate>Thu, 06 May 2010 01:12:47 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>Update Soon..(Sorry my eye hurt)</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/eye-hurt/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/eye-hurt/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 06 May 2010 01:05:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[จิปาถะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=1442</guid>
		<description><![CDATA[
			
				
			
		

ช่วงวันสองวันนี้ ขอพัก update บทความก่อนนะครับ เมื่อวานโดนสันหนังสือที่เป็นกระดูกงูจิ้มตา อักเสบน้ำตาไหลทั้งวันเลย มองจอไม่ไหวครับ  


No related posts.


No related posts.]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fmangmaoclub.com%2Feye-hurt%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fmangmaoclub.com%2Feye-hurt%2F&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<h3><img class="size-thumbnail wp-image-1443 aligncenter" title="my_eye01 (1)" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/05/my_eye01-1-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></h3>
<h3><span style="font-weight: normal;">ช่วงวันสองวันนี้ ขอพัก update บทความก่อนนะครับ เมื่อวานโดนสันหนังสือที่เป็นกระดูกงูจิ้มตา อักเสบน้ำตาไหลทั้งวันเลย มองจอไม่ไหวครับ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </span></h3>


<p>No related posts.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/eye-hurt/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>22</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การจัดการความเสี่ยง Risk Management by Ed seykota(2)</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/risk-management-ed-seykota-2/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/risk-management-ed-seykota-2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 02 May 2010 17:57:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บริหารความเสี่ยง Money Management]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารเงินทุน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=1428</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากที่เริ่มมีเพื่อนๆบางท่านที่สนใจและอีเมล์มาคุยเรื่อง Money Management กับผมโดยอยากให้ทำการอัพเดทบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้เยอะขึ้น ผมจึงขอนำบทความต่อเนื่องในเรื่องของ Risk Management ตอนที่สองและตอนต่อๆไปมาทยอยลงต่อกันนะครับ


Related posts:<ol><li><a href='http://mangmaoclub.com/risk-management-ed-seykota/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การจัดการความเสี่ยง Risk Management by Ed Seykota(1)'>การจัดการความเสี่ยง Risk Management by Ed Seykota(1)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/optimal-risk-1/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร Determining Optimal Risk (1)'>การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร Determining Optimal Risk (1)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/optimal-risk-2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร Determining Optimal Risk (2)'>การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร Determining Optimal Risk (2)</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fmangmaoclub.com%2Frisk-management-ed-seykota-2%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fmangmaoclub.com%2Frisk-management-ed-seykota-2%2F&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p><strong><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/05/EdSeykotaCropped200.jpg"><img style="margin: 0px 10px 0px 0px; display: inline; border-width: 0px;" title="EdSeykotaCropped200" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/05/EdSeykotaCropped200_thumb.jpg" border="0" alt="EdSeykotaCropped200" width="154" height="204" align="left" /></a> การจัดการความเสี่ยง โดย </strong><strong>Ed Seykota (ตอนที่ 2)</strong></p>
<p>หลังจากที่เริ่มมีเพื่อนๆบางท่านที่สนใจและอีเมล์มาคุยเรื่อง Money Management กับผมโดยอยากให้ทำการอัพเดทบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้เยอะขึ้น ผมจึงขอนำบทความต่อเนื่องในเรื่องของ Risk Management ตอนที่สองและตอนต่อๆไปมาทยอยลงต่อกันนะครับ หากใครชอบหรือสนใจก็เข้ามาอ่านกันต่อได้เลย สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่านตอนแรก คลิ้กเข้าไปที่ Feature Article หรือดูบทความที่เกี่ยวข้องกันที่ด้านล่างของบทความได้เลยครับ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p><span id="more-1428"></span><span style="color: #ffffff;">หุ้น บริหารความเสี่ยง Money Management การบริหารเงินทุน</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff;">ขนาดของการเดิมพันที่เหมาะสม (Optimal Betting)</span></strong></p>
<p>จากตัวอย่างของเกมโยนเหรียญที่ผ่านมา เราได้อนุมานว่าเรามีโชคสม่ำเสมอที่ 50% (โยนออกหัว-ก้อยอย่างละครึ่ง) และเรามีอัตราจ่าย หรืออัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยง(Payoff)อยู่ที่ 2:1 โดยที่เราทำการเดิมพันการออกหัวของเหรียญทุกครั้ง โดยหากเราต้องการที่จะจัดการความเสี่ยงให้เหมาะสมนั้น เราต้องเรียนรู้วิธีที่จะบริหารเงินทุนหรือขนาดของการเดิมพันที่เหมาะสมเสียก่อน ซึ่งนี่เป็นปัญหาแบบเดียวกับที่ผู้จัดการกองทุนทั้งหลายต้องพบเจอเช่นกัน ผู้บริหารที่ดีนั้นจะตระหนักเป็นอย่างดีว่า <span style="text-decoration: underline;">เขาไม่สามารถทำอะไรได้มากมายเกี่ยวกับโชค(Luck)ที่จะเกิดขึ้นกับเขา หรืออัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยง(Payoff)ที่จะเกิดขึ้น ดังนั้น สิ่งสำคัญที่เขาจะจัดการเกี่ยวกับปัญหาข้อนี้ได้จริงๆคือการควบคุมเงินเดิมพันในแต่ละครั้งนั่นเอง</span> โดยต่อไปนี้เราจะเริ่มต้นเกมจำลองของเราด้วยเงิน 1000 ดอลลาร์</p>
<p><span style="color: #ffffff;">บริหารความเสี่ยง Money Management การบริหารเงินทุน หุ้น</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff;">ลางสังหรณ์ และ ระบบการลงทุน (Hunches and Systems)</span></strong></p>
<p>วิธีหนึ่งในการที่เราจะตัดสินใจเกี่ยวกับขนาดการเดิมพัน(Bet Size)ในแต่ละครั้งได้นั่นก็คือการใช้ลางสังหรณ์ ยกตัวอย่างเช่นเราอาจใช้ลางสังหรณ์ของเราแล้วเดิมพันลงไปด้วยเงิน 100 ดอลลาร์</p>
<p>ถึงแม้ว่าการตัดสินใจโดยอิงจากลางสังหรณ์ของเราเองนั้นจะเป็นที่นิยมโดยทั่วไป และเป็นสิ่งที่นักพนันส่วนใหญ่ในวงการชอบใช้มัน แต่มันกลับมีปัญหาในการนำมาใช้อยู่หลายอย่าง เช่น ในการตัดสินใจเกี่ยวกับขนาดของการเดิมพันแต่ละครั้งนั้น จะต้องอาศัยความใส่ใจของผู้เล่นในการที่จะได้มาซึ่งลางสังหรณ์ที่ถูกต้อง แล้วจึงนำมาแปลงเป็นขนาดการเดิมพันขึ้นมา และมันก็ยังอิงจากอารมณ์หรือความรู้สึกในขณะนั้นของผู้เล่นมากกว่าที่จะได้มาจากกระบวนการทางวิทยาศาสตร์</p>
<p><strong><span style="color: #ff0080;">ในการที่เราจะก้าวพ้นปัญหาจากการตัดสินใจโดยใช้ลางสังหรณ์ออกมาได้นั้น เราจึงอาจเลือกใช้การตัดสินใจหาขนาดการเดิมพันด้วยระบบแทน(Betting System)</span></strong> โดยคำว่าระบบนั้น ก็คือกระบวนการที่มีตรรกะที่ชัดเจนในการระบุถึงขนาดการเดิมพันที่แน่นอนในทุกๆครั้งออกมา</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ประโยชน์ของการหาขนาดการเดิมพันด้วยระบบที่เหนือกว่าการใช้ลางสังหรณ์นั้นมีอยู่หลายปัจจัย เช่น</span></p>
<p>1)เราไม่จำเป็นต้องใช้ความสามารถของผู้เล่น</p>
<p>2)ขนาดการเดิมพันทุกๆครั้งจะมีสัดส่วนเท่าๆกัน สามารถคาดการณ์ได้และมีความสม่ำเสมอ</p>
<p>3)สำคัญที่สุดก็คือ.. เราสามารถที่จะทำการทดสอบย้อนหลัง(Historical Simulation)ด้วยคอมพิวเตอร์ เพื่อปรับปรุงระบบในการหาขนาดการเดิมพันที่ดีที่สุดออกมาได้นั่นเอง</p>
<p>แต่ถึงแม้ว่ามันจะเป็นที่ยอมรับกันโดยกว้างขวางว่าการใช้ระบบนั้น มีข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าการใช้ลางสังหรณ์อยู่หลายประการก็ตาม แต่ก็ยังมีผู้จัดการกองทุนน้อยคนนัก ที่สามารถที่จะระบุแนวทางในการจัดการความเสี่ยงได้อย่างชัดเจนจนสามารถที่จะใช้คอมพิวเตอร์ในการทดสอบผลย้อนหลังขึ้นมาได้</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเกมโยนเหรียญของเรานั้น มันเป็นเกมที่มีความเรียบง่ายพอที่เราจะสามารถนึกภาพตาม และหาระบบการเดิมพันที่เหมาะสมกับมันได้โดยไม่ยากเกินไป และที่มากไปกว่านั้นก็คือ เราสามารถที่จะทดสอบระบบของเรา และทำการปรับปรุงตัวแปรของเราเพื่อหาการจัดการความเสี่ยงที่ดีที่สุดออกมาได้อีกด้วย</p>
<p><span style="color: #ffffff;">บริหารความเสี่ยง Money Management การบริหารเงินทุน หุ้น</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff;">ขนาดการเดิมพันแบบคงที่(Fixed Bet) และขนาดการเดิมพันแบบสัดส่วนคงที่(Fixed-Fraction Bet)</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff;"><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/05/Seykotagraphic1.gif"><img style="margin: 0px 0px 0px 10px; display: inline; border-width: 0px;" title="Seykota graphic" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/05/Seykotagraphic_thumb1.gif" border="0" alt="Seykota graphic" width="284" height="200" align="right" /></a></span></strong>ระบบการเดิมพันของเรานั้น จะต้องช่วยเราในการหาขนาดการเดิมพันออกมาได้ โดยวิธีหนึ่งที่จะระบุถึงขนาดของมันออกมาให้เป็นรูปธรรมก็คือ การกำหนดขนาดของเงินเท่าๆกันทุกครั้ง เช่น คราวละ 10 ดอลลาร์ ไม่ว่าที่ผ่านมาเราจะมีกำไรหรือขาดทุนมากเท่าไหร่ก็ตาม และนี่คือรูปแบบที่เรียกว่า <strong>“ขนาดการเดิมพันแบบคงที่ หรือ Fixed Bet System”</strong></p>
<p>โดยหากว่าเราเลือกที่จะใช้รูปแบบ Fixed Bet System นั้น เงินทุน 1,000 ดอลลาร์ของเรานั้น อาจจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงไปเรื่อยๆ จนถึงจุดที่ขนาดการลงทุนแบบ Fixed Bet ของเรานั้นกลายเป็นสัดส่วนที่มากเกินไป หรือน้อยเกินไปกับเงินทุนของเราที่เหลืออยู่ของเราก็ได้</p>
<p>เพื่อการแก้ไขปัญหาของขนาดการเดิมพันที่อาจไม่เหมาะสมกับเงินทุนที่เหลืออยู่ของเรานั้น เราจึงอาจเลือกที่จะกำหนดขนาดการลงทุนด้วยรูปแบบ <strong><span style="color: #ff8040;">“ขนาดการเดิมพันแบบสัดส่วนคงที่ หรือ Fixed-Fraction Bet System”</span></strong> แทน ยกตัวอย่างเช่น หากเรากำหนดขนาดการเดิมพันด้วยรูปแบบ Fixed Fraction ที่ 1% ของเงินทุนนั้น ด้วยเงินทุน 1,000 ดอลลาร์ ขนาดการเดิมพันของเราจะเท่ากับ 10 ดอลลาร์นั่นเอง(1% ของ 1,000) โดยต่อมานั้น ถึงแม้ว่าเงินทุนของเราจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงนั้น ขนาดการเดิมพันของเราก็ยังคงที่จะเป็นสัดส่วนที่เหมาะสมกับเงินทุนที่เหลืออยู่ของเราเช่นเดิม</p>
<p>สิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง จากการใช้รูปแบบ Fixed-Fraction Betting นั้นก็คือ เมื่อเราขนาดการเดิมพันของเรานั้นเป็นสัดส่วนที่คงที่กับเงินทุนที่เหลืออยู่ของเราตลอดเวลา ในทางทฤษฎีนั้น มันจึงไม่มีความเป็นไปได้ที่เราจะขาดทุนจนหมดตัวไม่เหลือแม้แต่แดงเดียว ดังนั้น เราจึงอาจพูดได้ว่า “ความเสี่ยงของการหมดตัว หรือ Risk of Ruin” ของเรานั้นจึงไม่มีเลย <span style="text-decoration: underline;">อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัตินั้น ความล้มเหลวอย่างย่อยยับในการลงทุนของเรานั้น มักมีผลมาจากปัจจัยทางจิตวิทยา นั่นก็คือจากระดับความสามารถในการทนต่อการขาดทุนของเราเอง(Uncle Point)เสียมากกว่า</span></p>
<p><span style="color: #ffffff;">บริหารความเสี่ยง Money Management การบริหารเงินทุน หุ้น</span></p>
<p><span style="color: #0080ff;"><strong>การจำลองและทดสอบขนาดของการเดิมพัน</strong></span></p>
<p>ในการที่เราจะทำการทดสอบระบบของการเดิมพันของเรานั้น เราสามารถที่จะทดสอบมันได้จากข้อมูลของผลที่เกิดขึ้นในอดีต ยกตัวอย่างเช่น เราได้ทำการโยนเหรียญทั้งหมด 10 ครั้ง และผลที่ออกมาคือ ออกหัว 5 ครั้ง และออกก้อยอีก 5 ครั้ง เราจะสามารถสร้างตารางเปรียบเทียบดังตารางตารางข้างล่างนี้</p>
<p><span style="color: #ffffff;">หุ้น บริหารความเสี่ยง Money Management การบริหารเงินทุน</span></p>
<div><img style="margin: 10px auto; display: block; float: none; border: 0px;" title="image" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/05/image_thumb.png" border="0" alt="image" width="350" height="286" /></div>
<p><strong>รูปที่ 2: ผลการทดสอบเปรียบเทียบรูปแบบ Fixed Bet กับรูปแบบ Fixed-Fraction</strong></p>
<p><span style="color: #ffffff;">หุ้น บริหารความเสี่ยง Money Management การบริหารเงินทุน</span></p>
<p>คุณจะสังเกตได้ว่า ระบบทั้งสองนั้นเกิดกำไรขึ้น 20 ดอลลาร์ในการโยนเหรียญครั้งแรกซึ่งออกหัว โดยในครั้งที่สองนั้นรูปแบบ Fixed bet ขาดทุนไป 10 ดอลลาร์ ในขณะที่รูปแบบ Fixed-Fraction ขาดทุนไปทั้งหมด 1% ของเงินทุน 1,020 ดอลลาร์ หรือเท่ากับ 10.20 ดอลลาร์ ซึ่งทำให้เหลือเงินทุนอยู่เท่ากับ 1,009.80 ดอลลาร์</p>
<p>และคุณจะเห็นได้อีกว่าผลกำไรของระบบทั้งสองแบบนี้มีความเท่ากันโดยประมาณ <span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #8000ff;">อย่างไรก็ตาม เมื่อเราทำการโยนเหรียญต่อไปเรื่อยๆ รูปแบบ Fixed-Fraction นั้นจะเกิดการเติบโตของเงินทุนในลักษณะของกราฟแบบกระทะหงาย(Exponential) และวิ่งสูงขึ้นไปได้มากกว่ารูปแบบ Fixed Bet ซึ่งมีการเติบโตของเงินทุนในลักษณะเส้นตรง(Linear)อย่างมาก</span></span></p>
<p>ข้อสังเกตสุดท้ายก็คือผลการเติบโตของเงินทุนเมื่อจบลงนั้น <strong>จะขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งของการเกิดหัว-ก้อย โดยไม่เกี่ยวกับว่าลำดับของการเกิดหัว-ก้อยจะเป็นอย่างไร</strong> โดยคุณสามารถทำการพิสูจน์มันได้โดยทำการเรียงลำดับใหม่ในกระดาษทดสอบของคุณเอง</p>
<p><span style="color: #ffffff;">บริหารความเสี่ยง Money Management การบริหารเงินทุน หุ้น</span></p>
<p>สำหรับตอนที่ 2 ของ Risk Management โดย Ed Seykota ก็จบเพียงเท่านี้ครับ จะทยอยลงเรื่อยๆซักอาทิตย์ละครั้งนะครับจะได้ไม่เบื่อกัน  เพราะพอเข้าใจดีกว่าเรื่องพวกนี้มันอาจค่อนข้างจะ Dry สักหน่อย แต่หากคิดว่าชอบหรือไม่ชอบ อยากอ่านหรือไม่อยากอ่านต่ออย่างไรก็ฝากความเห็นไว้ได้ครับ ขอบคุณครับแล้วเจอกันใหม่ที่ <a href="http://mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #ff0000;">แมงเม่าคลับ.คอม</span></strong></a> ครับ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>


<p>Related posts:<ol><li><a href='http://mangmaoclub.com/risk-management-ed-seykota/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การจัดการความเสี่ยง Risk Management by Ed Seykota(1)'>การจัดการความเสี่ยง Risk Management by Ed Seykota(1)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/optimal-risk-1/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร Determining Optimal Risk (1)'>การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร Determining Optimal Risk (1)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/optimal-risk-2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร Determining Optimal Risk (2)'>การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร Determining Optimal Risk (2)</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/risk-management-ed-seykota-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>18</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The New Concepts In Technical Trading Systems by Welles Wilder Jr.</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/the-new-concepts/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/the-new-concepts/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Apr 2010 17:58:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น และ วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือหุ้นดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์ุหุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=1394</guid>
		<description><![CDATA[“แนวคิดและระบบการลงทุนต่างๆที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ คือผลของการศึกษาวิจัยตลาดเป็นเวลานานหลายปี แนวทางการปฏิบัติต่างๆนั้นอยู่ในขอบข่ายการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค และผลลัทธ์ของมันก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน ไม่มีส่วนใดในหนังสือเล่มนี้ที่อ้างอิงจากแนวคิดและผลงานของผู้เขียนอื่นๆ สิ่งที่คุณจะได้พบในหนังสือเล่มนี้นั้น คือผลงานต้นแบบชิ้นแรกในตัวของมันเอง” Welles J. Wilder Jr.


Related posts:<ol><li><a href='http://mangmaoclub.com/interview-wilder/' rel='bookmark' title='Permanent Link: บทสัมภาษณ์เซียนหุ้นInterview with Master Trader : J. Welles Wilder'>บทสัมภาษณ์เซียนหุ้นInterview with Master Trader : J. Welles Wilder</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/rebecca/' rel='bookmark' title='Permanent Link: ปรับพื้นฐานวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค(Video Clip)Technical analysis with Rebecca'>ปรับพื้นฐานวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค(Video Clip)Technical analysis with Rebecca</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/robust-trading-2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การสร้างระบบการลงทุนที่ยั่งยืนและมั่นคง Robust Trading System (2)'>การสร้างระบบการลงทุนที่ยั่งยืนและมั่นคง Robust Trading System (2)</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fmangmaoclub.com%2Fthe-new-concepts%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fmangmaoclub.com%2Fthe-new-concepts%2F&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p><strong><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/TheNewConceptsInTechnicalTradingSystems4.jpg"><img style="margin: 0px 10px 0px 0px; display: inline; border-width: 0px;" title="หนังสือหุ้น The New Concepts In Technical Trading Systems" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/TheNewConceptsInTechnicalTradingSystems_thumb4.jpg" border="0" alt="หนังสือหุ้น The New Concepts In Technical Trading Systems" width="154" height="203" align="left" /></a> <span style="color: #ff0000;">หนังสือหุ้นน่าอ่าน : The New Concepts In Technical Trading Systems</span></strong></p>
<p>“แนวคิดและระบบการลงทุนต่างๆที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้นั้น คือผลของการศึกษาวิจัยตลาดเป็นเวลานานหลายปี แนวทางการปฏิบัติต่างๆนั้นอยู่ใสขอบข่ายการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค และผลลัพธ์ของมันก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน จุดประสงค์ในการเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา ไม่ใช่เพื่อความสนุกในการอ่าน แต่เพื่อช่วยเป็นเครื่องมือและดัชนีชี้วัดให้กับผู้อ่านเพื่อใช้กับการเก็งกำไรในตลาดต่างๆ ไม่มีส่วนใดในหนังสือเล่มนี้ ที่อ้างอิงแนวคิดจากผลงานของผู้เขียนท่านอื่นๆ สิ่งที่คุณจะได้พบในหนังสือเล่มนี้นั้น คือผลงานต้นแบบชิ้นแรกในตัวของมันเอง”</p>
<p style="text-align: right;"><strong><span style="color: #8000ff;">Welles J. Wilder Jr.</span></strong></p>
<p><span id="more-1394"></span></p>
<p><span style="color: #ffffff;">แนะนำหนังสือหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค วิธีการเล่นหุ้น</span></p>
<p>นี่คือคำนำที่ <strong>Welles Wilder</strong> ได้เขียนไว้ในหนังสือหุ้น <strong><span style="color: #8080ff;"><span style="color: #ff0080;">The New Concepts In Technical Trading Systems</span></span></strong> ของเขาตั้งแต่เมื่อเดือนมิถุนายนปี 1978 ครับ และผมคิดว่านี่น่าจะเป็นคำแนะนำหนังสือหุ้นเล่มนี้ที่ดีที่สุดที่ผมจะเขียน โดยปกติแล้วที่ผ่านๆมา ผมจะบรรยายไปเรื่อยว่าหนังสือหุ้นเล่มไหนเป็นอย่างไรๆ แต่สำหรับหนังสือหุ้นเล่มนี้ ผมคิดว่าเป็นหนังสือหุ้นเล่มที่คลาสสิคมากๆเล่มหนึ่ง ใครที่คิดจะใช้กราฟในการเก็งกำไรควรที่จะต้องมีเก็บไว้อ่านทุกๆคนอยู่แล้ว ดังนั้น ผมจึงทำการแปลบทนำส่วนหนึ่งที่ Wilder ได้เขียนไว้ในหนังสือเล่มนี้มาให้อ่านกันแทนนะครับ คิดว่าน่าจะมีประโยชน์พอสมควรเลยทีเดียวครับ</p>
<p><span style="color: #ffffff;">แนะนำหนังสือหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค วิธีการเล่นหุ้น</span></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">จิ๊กซอว์ที่หายไปของระบบการลงทุนทางเทคนิคส่วนใหญ่</span></strong></p>
<p>แผนการเก็งกำไรโดยใช้ Technical Analysis โดยส่วนใหญ่นั้น จะประกอบด้วยสองส่วนใหญ่ๆ นั่นกีคือ</p>
<p>1.ระบบการลงทุนที่อิงกับการวิเคราะห์ทางเทคนิค</p>
<p>2.รูปแบบและเทคนิคการบริหารเงินทุน</p>
<p>ระบบการลงทุนที่อิงกับการวิเคราะห์ทางเทคนิคส่วนใหญ่นั้น มักจะอยู่ในรูปแบบของ Trend-Following และผมเชื่อว่าระบบที่เป็น Trend Following นั้น คือแนวทางที่จะสร้างกำไรได้มากที่สุดเมื่อตลาดนั้นมีแนวโน้ม อย่างไรก็ตาม แนวทางแบบ Trend-Following นั้น ก็มักที่จะเกิดการคืนกำไรอย่างมากให้กับตลาด เมื่อตลาดได้เปลี่ยนแปลงเข้าสู่การเคลื่อนไหวแบบออกข้างหรือ Sideway</p>
<p>รูปแบบสไตล์การลงทุนแบบ Anti-Trend นั้น ก็มักที่จะทำกำไรได้ดีที่สุดเมื่อตลาดเข้าสู่ช่วง Sideway หรือในขณะที่ตลาดไม่มีแนวโน้ม อย่างไรก็ตาม กำไรที่ได้มาแต่ละครั้งนั้น มักจะน้อยกว่ารูปแบบแรก เนื่องจากมันทำการซื้อขายบ่อยครั้งกว่า และค่าคอมมิสชั่นจึงกลายมาเป็นปัจจัยสำคัญของต้นทุน และเมื่อไหร่ที่ตลาดได้เปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนไหวเข้าสู่ช่วงที่เป็นแนวโน้มนั้น ระบบการลงทุนแบบ Anti-Trend ก็มักที่จะไม่สามารถทำกำไรได้เช่นกัน</p>
<p><span style="color: #ffffff;">แนะนำหนังสือหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค วิธีการเล่นหุ้น</span></p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/welleswilder150x150.jpg"><img style="margin: 0px 0px 10px 10px; display: inline; border-width: 0px;" title="welleswilder-150x150" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/welleswilder150x150_thumb.jpg" border="0" alt="welleswilder-150x150" width="200" height="200" align="right" /></a> ในเวลาหลายๆปีที่ผ่านมา ผมได้ใช้เวลาไปอย่างมากมาย ในการที่จะพัฒนาและวิเคราะห์ถึงแนวคิดและเครื่องมือทางเทคนิคต่างๆ <span style="text-decoration: underline;">แต่ผมก็ยังไม่สามารถค้นพบระบบหรือเครื่องมือทางเทคนิค ที่สามารถทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอในทุกๆรูปแบบการเคลื่อนไหวของตลาดอยู่ตลอดเวลา</span></p>
<p><strong><span style="color: #ff8040;">ดังนั้น คำตอบหนึ่งจึงอยู่ที่การจัดระดับ Rating Scale ในแต่หุ้นแต่ละตัวหรือตลาดแต่ละตลาด เพื่อที่นักเก็งกำไรจะสามารถบ่งชี้ได้ว่า ตลาดในขณะนั้นกำลังอยู่ในช่วงที่ไม่มีแนวโน้ม หรือมีแนวโน้มขึ้นมา</span></strong> โดยแนวคิดนี้นั้นจะถูกอธิบายไว้อย่างละเอียดในบทที่ 4 นั่นก็คือ The Directional Movement Index</p>
<p>ยังมีองค์ประกอบต่างๆอีกหลายอย่างที่คุณควรจะนำมาพิจารณาร่วมกัน การเคลื่อนไหวของตลาดที่เป็น “แนวโน้ม” ที่มักจะให้กำไรสูงที่สุดนั้น มักจะเกิดขึ้นในตลาดที่มีความผันผวนสูงที่สุด(Volatile) นั่นก็คือ ตลาดที่มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วที่สุด และแนวคิดนี้ ก็ได้ถูกอธิบายไว้อย่างละเอียดเช่นกันในบทที่ 3 ชื่อ The Volatility Index นั่นเอง</p>
<p>แน่นอนว่า คุณควรที่จะต้องนำ Margin Requirement และค่า Commission มาพิจารณาอีกด้วย</p>
<p><span style="color: #ffffff;">แนะนำหนังสือหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค วิธีการเล่นหุ้น</span></p>
<p><strong><span style="color: #8000ff;">ปัจจัยทั้ง 4 อย่างที่ได้พูดถึงนั้น เราสามารถที่จะนำมาถ่วงน้ำหนักอย่างเหมาะสมได้ด้วย The Commodity Selection Index(CSI)</span></strong> เช่นกัน ซึ่งได้ถูกอธิบายไว้แล้วในบทที่ 9 โดยที่ Commodities ที่ให้ค่าสูงที่สุดใน CSI Scale นั้นจะหมายถึง</p>
<p>1)มีค่า Directional Movement ที่สูง</p>
<p>2)มีค่า Volatility หรือความผันผวนสูง</p>
<p>3)มี Margin Requirements ที่เป็นเหตุเป็นผลสำพันธ์กับ Volatility และ Directional Movement</p>
<p>4)มีค่า Commission ที่เหมาะสม</p>
<p><span style="color: #ffffff;">แนะนำหนังสือหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค วิธีการเล่นหุ้น</span></p>
<p>ดังนั้น จิ้กซอว์ที่หายไปของระบบการลงทุนที่อิงการวิเคราะห์ทางเทคนิคส่วนใหญ่นั้นก็คือ แนวคิดและวิธีการที่จะช่วยให้เราสามารถประเมินและตัดสินใจได้ว่า หุ้นหรือสินค้า Commodities ที่อยู่ในตลาด <strong><span style="color: #ff0080;">“ตัวใด”(Which)</span></strong> นั้น สมควรที่จะเข้าเทรดเมื่อเกิดสัญญาณซื้อ-ขายที่สุดนั่นเอง และคำตอบเหล่านี้ก็จะอยู่ที่บทของ The Commodity Selection Index นั่นเอง</p>
<p><span style="color: #ffffff;">แนะนำหนังสือหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค วิธีการเล่นหุ้น</span></p>
<p>และนี่ก็เป็นบทนำที่น่าจะช่วยให้ตัดสินใจได้ว่า เราควรจะหาหนังสือหุ้นเล่มนี้มาอ่านอย่างละเอียดดีหรือไม่นะครับ ตัดสินใจกันเอาเอง สิ่งที่เป็นจุดเด่นของหนังสือหุ้นเล่มนี้สำหรับผมแล้ว คือมันสอนแนวคิดและพาเราทำการคำนวณค่าดัชนีต่างๆออกมาพร้อมๆกันไปเรื่อยๆ ซึ่งมักจะหาไม่ได้จากเล่มอื่นๆครับ อีกทั้งระบบต่างๆที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้นั้น แทบจะเรียกได้ว่าเป็นพื้นฐานของระบบหรือเครื่องมือการวิเคราะห์ทางเทคนิคยอดนิยมของเราในทุกๆวันนี้เลยก็ว่าได้ครับ ถ้ามีเวลาว่างแนะนำให้อ่านครับ แล้วเจอกันใหม่ที่ <a href="http://mangmaoclub.com/"><span style="color: #ff0000;"><strong>แมงเม่าคลับ.คอม</strong></span></a> ครับ</p>
<p>ใครสนใจอ่านกดไปที่หน้า <a href="http://mangmaoclub.com/download"><strong><span style="color: #0000ff;">Download</span></strong></a> ได้เลยครับ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>


<p>Related posts:<ol><li><a href='http://mangmaoclub.com/interview-wilder/' rel='bookmark' title='Permanent Link: บทสัมภาษณ์เซียนหุ้นInterview with Master Trader : J. Welles Wilder'>บทสัมภาษณ์เซียนหุ้นInterview with Master Trader : J. Welles Wilder</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/rebecca/' rel='bookmark' title='Permanent Link: ปรับพื้นฐานวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค(Video Clip)Technical analysis with Rebecca'>ปรับพื้นฐานวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค(Video Clip)Technical analysis with Rebecca</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/robust-trading-2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การสร้างระบบการลงทุนที่ยั่งยืนและมั่นคง Robust Trading System (2)'>การสร้างระบบการลงทุนที่ยั่งยืนและมั่นคง Robust Trading System (2)</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/the-new-concepts/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คนแพ้ชอบถัวเฉลี่ยขาดทุนคนชนะชอบซื้อเพิ่มเมื่อมีกำไร &#8220;Losers Average Losers&#8221;</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/losers-average-losers/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/losers-average-losers/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Apr 2010 21:10:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บริหารความเสี่ยง Money Management]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น และ วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[จิตวิทยาการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[เซียนหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=1377</guid>
		<description><![CDATA[ภูมิปัญญาที่เฉียบแหลมในการเก็งกำไรนั้น ได้ถูกอธิบายอย่างง่ายๆไว้ในกระดาษที่แปะไว้บนผนังทำงานของ Paul Tudor Jones สุดยอดนักเก็งกำไรคนหนึ่งของโลกเอาไว้แล้ว นั่นก็คือ.. “คนแพ้ชอบถัวขาดทุน หรือ Losers Average Losers” นั่นเอง


Related posts:<ol><li><a href='http://mangmaoclub.com/optimal-risk-2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร Determining Optimal Risk (2)'>การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร Determining Optimal Risk (2)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/turtle-trader-11/' rel='bookmark' title='Permanent Link: เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า The Turtle Traders (11)'>เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า The Turtle Traders (11)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/optimal-risk-1/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร Determining Optimal Risk (1)'>การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร Determining Optimal Risk (1)</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fmangmaoclub.com%2Flosers-average-losers%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fmangmaoclub.com%2Flosers-average-losers%2F&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p><strong><span style="color: #0080ff">“คนแพ้ชอบถัวเฉลี่ยขาดทุน คนชนะชอบซื้อเพิ่มเมื่อมีกำไร” </span></strong></p>
<p>รูปผนังห้องทำงานของ <strong><span style="color: #ff0000">Paul Tudor Jones</span></strong> รูปนี้ได้บอกบางอย่างกับเราเอาไว้แล้ว นั่นก็คือ <strong>“คนแพ้ชอบถัวเฉลี่ยขาดทุน หรือ Losers Average Losers”</strong> นั่นเอง!</p>
<p><span style="color: #ffffff">วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Money Management การบริหารเงินลงทุน จิตวิทยาการลงทุน</span></p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/paultudorjones1.jpg"><img style="border-right-width: 0px; margin: 10px auto; display: block; float: none; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px" title="paul-tudor-jones" border="0" alt="paul-tudor-jones" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/paultudorjones_thumb1.jpg" width="470" height="323" /></a></p>
<p> <span id="more-1377"></span><span style="color: #ffffff">วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Money Management การบริหารเงินลงทุน จิตวิทยาการลงทุน</span>
</p>
<p>น่าเสียดายที่ <strong><span style="color: #0000ff">James K. Glassman</span></strong> นักเขียนของหนังสือพิมพ์ในคอลัมน์ Washington Post investing ได้หลงลืมที่จะคิดถึงมันไป จากการที่เขาเคยได้เขียนบทความเอาไว้ว่า</p>
<blockquote><p align="center"><strong>“หากคุณมีหุ้น Enron อยู่ในพอรท์ของคุณ แต่พลาดที่จะขายมันไปที่ราคา 90 ดอลลาร์หรือที่ราคา 10 ดอลลาร์แล้วล่ะก็อย่าได้รู้สึกผิดหรือลำบากใจเลย”</strong></p>
</blockquote>
<p>เช่นเดียวกับ <strong><span style="color: #0000ff">Alfred Harrison</span></strong> ผู้จัดการกองทุนของ Alliance Capital Management Holding LP, ซึ่งได้ถือหุ้นของ Enron เอาไว้เป็นจำนวนมาก โดยเขาได้กล่าวไว้ว่า</p>
<blockquote><p align="center"><strong>“โดยเบื้องต้นแล้ว มันเป็นหุ้นที่มีการเติบโตเป็นอย่างดี เราจึงซื้อถัวเฉลี่ยมันเรื่อยมา”</strong></p>
</blockquote>
<p><span style="color: #ffffff">วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Money Management การบริหารเงินลงทุน จิตวิทยาการลงทุน</span></p>
<p>ทั้ง Glassman และ Harrison นั้นทำผิดอย่างมหันต์เลยทีเดียว คุณมักจะพบว่าไม่ใช่แค่คุณจะรู้สึกแย่เพียงเท่านั้น แต่เงินของคุณจะค่อยๆลดลงไปเมื่อคุณทำการถัวเฉลี่ยขาดทุน ตัวของ Harrison นั้นได้ฝ่าฝืนกฎเหล็กของนักเก็งกำไรสไตล์ Trend Following อย่างรุนแรง และที่แย่ไปกว่านั้น ทั้งที่เขาเป็นผู้จัดการกองทุนซึ่งบริหารเงินทุนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนหลายๆคนนั้น เขากลับยอมรับมันมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการลงทุนอีกด้วย จงจำเอาไว้ว่า หากแนวโน้มกำลังอยู่ในขาลงนั้น มันไม่ใช่โอกาสในการซื้อ! แต่มันคือโอกาสในการขายหรือขาย Short ต่างหาก</p>
<p>โดยภูมิปัญญาที่เฉียบแหลมในการเก็งกำไรนั้น ได้ถูกอธิบายอย่างง่ายๆไว้ในกระดาษที่แปะไว้บนผนังทำงานของ Paul Tudor Jones สุดยอดนักเก็งกำไรคนหนึ่งของโลกเอาไว้แล้ว นั่นก็คือ….</p>
<blockquote><p align="center"><strong><span style="color: #ff0080">“คนแพ้ชอบถัวขาดทุน… Losers Average Losers”</span></strong></p>
</blockquote>
<p><span style="color: #ffffff">วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Money Management การบริหารเงินลงทุน จิตวิทยาการลงทุน</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff"><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/Paultudor.jpg"><img style="border-right-width: 0px; margin: 0px 0px 10px 10px; display: inline; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px" title="Paul tudor" border="0" alt="Paul tudor" align="right" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/Paultudor_thumb.jpg" width="154" height="209" /></a>ประวัติโดยย่อของ Paul Tudor Jones</span></strong></p>
<p>เขาเกิดในวันที่ 28 พฤษจิกายน ค.ศ. 1954 ที่มลรัฐ Memphis,Tennessee เขาคือผู้ก่อตั้งกองทุน Tudor Investment Corporation และเขาคือผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันที่ยิ่งใหญ่ซึ่งบริหารเงินทุนกว่าหลายพันล้านดอลลาร์ เขามีทรัพย์สินส่วนตัวโดยประมาณอยู่ที่ 3.3 พันล้านดอลลาร์ และได้ถูกจัดอันดับให้เป็นเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลกอันดับที่ 369 ในปี 2007 โดยนิตยสาร Forbes โดยจากรายงานล่าสุดนั้น ในปี 2006 เขาทำเงินได้ถึง 750 ล้านดอลลาร์ทีเดียว</p>
<p><span style="color: #ffffff">วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Money Management การบริหารเงินลงทุน จิตวิทยาการลงทุน</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff">สไตล์การเก็งกำไรและความเชื่อของเขา</span></strong></p>
<p>จากหนังสือ Market Wizards แนวคิดและความเชื่อของ Paul Tudor Jones ได้ถูกวิเคราะห์เอาไว้ดังนี้</p>
<p>-เขากล้าที่จะสวนกระแสซื้อหรือขายที่จุดวกกลับของตลาด เขาจะพยายามเทรดตามความเชื่อที่เขาคิดจนกว่าเขาจะเริ่มเปลี่ยนใจ <strong><span style="color: #ff8040">โดยเมื่อขาดทุนเขาจะเริ่มลดขนาดการลงทุนของเขาลงเรื่อยๆ</span></strong> และจะน้อยที่สุดเมื่อการเก็งกำไรของเขาประสบผลแย่ที่สุด</p>
<p>-เขาเชื่อว่าเขาเป็นผู้ที่มักจะเห็นโอกาสในตลาดได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อเขาเริ่มมีไอเดียเกี่ยวกับการลงทุน <strong><span style="color: #8000ff">เขาจะค่อยๆเริ่มลงทุนด้วยความเสี่ยงทีละน้อย</span></strong> จนกว่าที่เขาจะผิดพลาดติดๆกันหรือจนกว่าเขาจะเปลี่ยนแผนหรือความคิดของเขา</p>
<p>-เขาเป็นนักเก็งกำไรสไตล์ Swing Trader หรือเล่นรอบ เขาเชื่อว่ากำไรสูงสุดมาจากการซื้อได้ที่จุดวกกลับของแนวโน้ม และเขามักจะขายหมูบ่อยมาก แต่เขาก็สามารถซื้อหรือขายแถวๆจุดต่ำสุดและสูงสุดได้เช่นกัน</p>
<p>-เขาใช้เวลาในแต่ละวันส่วนใหญ่ในการทำให้เขามีความสุขและผ่อนคลาย <span style="color: #00ce67">เขาจะขาย Position ที่เขาถืออยู่ทิ้งหากว่าเขารู้สึกไม่สบายใจ และไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการเริ่มต้นใหม่ <strong>กุญแจสำคัญของการเก็งกำไรคือการเล่นเกมรับ ไม่ใช่เล่นเกมรุก</strong></span></p>
<p>-<strong>ห้ามถัวเฉลี่ยขาดทุน และต้องลดขนาดการลงทุนลงเมื่อผลออกมาแย่ และเพิ่มขนาดการลงทุนขึ้นเรื่อยๆเมื่อมีกำไร</strong></p>
<p>-เขามักตัดขาดทุนตามสัญชาติญาณของเขา โดยหากว่าราคาวิ่งมาถึงระดับนั้น เขาจะขายทิ้งไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เขาไม่เพียงแต่ตัดขาดทุนจากระดับราคาที่กำหนดไว้ แต่จากระยะเวลาที่ถือไว้หากไม่ได้กำไรอีกด้วย</p>
<p>-เขาจะตรวจสอบถึงความเสี่ยงโดยรวมในพอร์ทของเขาอยู่ตลอดเวลา</p>
<p>-เขาเชื่อว่าราคาเคลื่อนไหวนำหน้าปัจจัยพื้นฐาน</p>
<p>-เขาไม่เคยสนใจกับความผิดพลาดที่ได้เกิดขึ้น ถึงแม้ว่ามันจะพึ่งผ่านมาไม่ถึง 3 วินาที แต่เขาจะสนใจว่าเขาจะทำอะไรต่อไปนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป</p>
<p>-อย่าพยายามเป็นฮีโร่ อย่ามีอีโก้หรือทระนงตนเอง ต้องพยายามหมั่นตั้งคำถามกับตัวเอง และความสามารถของตนเองอยู่เสมอ <strong><span style="color: #ff0080">อย่าได้เหลิงคิดไปว่าเราคือสุดยอด และเมื่อไหร่ที่เผลอคิดไป นั่นจะเป็นหนทางสู่ความตายของเรา</span></strong></p>
<p><span style="color: #ffffff">วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Money Management การบริหารเงินลงทุน จิตวิทยาการลงทุน</span></p>
<p>พรุ่งนี้มาว่ากันต่อนะครับ ขอบคุณที่แวะมาคอมเมนท์เยี่ยมเยียนที่ <a href="http://mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #0080ff">แมงเม่าคลับ.คอม</span></strong></a> ครับ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>


<p>Related posts:<ol><li><a href='http://mangmaoclub.com/optimal-risk-2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร Determining Optimal Risk (2)'>การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร Determining Optimal Risk (2)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/turtle-trader-11/' rel='bookmark' title='Permanent Link: เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า The Turtle Traders (11)'>เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบเซียนเต่า The Turtle Traders (11)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/optimal-risk-1/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร Determining Optimal Risk (1)'>การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร Determining Optimal Risk (1)</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/losers-average-losers/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>14</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร George Lane &#8220;Father Stochastic&#8221; Part 2</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/george-lane-2/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/george-lane-2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Apr 2010 04:08:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น และ วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารเงินทุน]]></category>
		<category><![CDATA[บริหารความเสี่ยง Money Management]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=1363</guid>
		<description><![CDATA[George Lane นั้นบอกกับเราว่าเขารู้สึกว่าตนเองโชคดีมากๆ ที่ได้รู้จักกับตลาดและเรียนรู้เกี่ยวกับมันในช่วงเวลาที่เขาบอกว่า “ตลาดและสิ่งต่างๆยังคงเรียบง่ายอยู่” โดยในช่วงเริ่มต้นของการเก็งกำไรนั้น Lane ได้ตั้งคำถามในใจอยู่ตลอดเวลาว่า “มันต้องมีอะไรสักอย่าง อยู่ทีไหนสักแห่ง” ที่จะช่วยเขาในการวิเคราะห์และตัดสินใจในการเก็งกำไรได้ นอกจากเพียงการวิเคราะห์ทางปัจจัยพื้นฐานเท่านั้น


Related posts:<ol><li><a href='http://mangmaoclub.com/george-lane-1/' rel='bookmark' title='Permanent Link: ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร George Lane &ldquo;Father of Stochastic&rdquo;'>ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร George Lane &ldquo;Father of Stochastic&rdquo;</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/book-review-the-winning-investment-habits-of-warren-buffett-george-soros/' rel='bookmark' title='Permanent Link: แนะนำหนังสือหุ้น : The Winning Investment Habits of Warren Buffett &#038; George Soros'>แนะนำหนังสือหุ้น : The Winning Investment Habits of Warren Buffett &#038; George Soros</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/optimal-risk-1/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร Determining Optimal Risk (1)'>การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร Determining Optimal Risk (1)</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fmangmaoclub.com%2Fgeorge-lane-2%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fmangmaoclub.com%2Fgeorge-lane-2%2F&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/image3.png"><img style="border-right-width: 0px; margin: 0px 10px 10px 0px; display: inline; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px" title="image" border="0" alt="image" align="left" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/image_thumb3.png" width="160" height="188" /></a> <strong>ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร George Lane “บิดาแห่ง Stochastic” โดย Allen Sykora ตอนที่ 2</strong></p>
<p>George Lane บอกกับเราว่าเขารู้สึกว่าตนเองโชคดีมากๆ ที่ได้รู้จักกับตลาดและเรียนรู้เกี่ยวกับมันในช่วงเวลาที่เขาบอกว่า “ตลาดและสิ่งต่างๆยังคงเรียบง่ายอยู่” ก่อนที่ตลาดสินค้าโภคภันฑ์อื่นๆเช่น ตลาดถั่วเหลือง หรือสุกรจะเริ่มมีขึ้นมาด้วยซ้ำ และจากวันนั้นมา ตลาดต่างๆก็เริ่มที่จะมีความผันผวนที่มากขึ้นซึ่งทำให้เขาบอกกับเราว่า “ผมดีใจมากที่ผมไม่ได้เริ่มต้นในยุคนี้”</p>
<p> <span id="more-1363"></span><span style="color: #ffffff">วิธีการเล่นหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Money Management การบริหารเงินทุน</span>
</p>
<p>ในช่วงเริ่มต้นของการเก็งกำไรนั้น Lane ได้ตั้งคำถามในใจอยู่ตลอดเวลาว่า “มันต้องมีอะไรสักอย่าง อยู่ทีไหนสักแห่ง” ที่จะช่วยเขาในการวิเคราะห์และตัดสินใจในการเก็งกำไรได้ นอกจากเพียงการวิเคราะห์ทางปัจจัยพื้นฐานเท่านั้น</p>
<p>“การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน นั้นไม่ค่อยช่วยอะไรพวกเราเท่าไหร่นัก เนื่องจากมันใช้ได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ในการนำมาวิเคราะห์ปัจจัยในตลาดสินค้าโภคภันฑ์(Comodity Market)”</p>
<p><span style="color: #ffffff">วิธีการเล่นหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Money Management การบริหารเงินทุน</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff">การบริหารเงินทุน (Money Management) คือสิ่งที่ชี้ความเป็นความตายของนักเก็งกำไร</span></strong></p>
<p>Lane ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการบริหารเงินทุนหรือ Money Management เป็นอย่างมากในการเก็งกำไรให้ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อใช้ในการจำกัดการขาดทุน เพื่อไม่ให้มันกินกำไรที่ได้มามากเกินไป โดยเขาได้บอกเราว่า<span style="text-decoration: underline"> “เรามักจะสอนทุกๆคนที่เขามาเก็งกำไรในตลาดว่า พวกเขาไม่ควรที่จะสนใจว่าเขาจะทำกำไรได้มากเท่าไหร่จนเกินไป แต่พวกเขาควรที่จะสนใจว่าพวกเขาจะยอมขาดทุนได้มากเท่าไหร่ต่างหาก เพราะงานหลักๆในการเก็งกำไรนั่นก็คือการปกป้องเงินทุนของเราจากการขาดทุนนั่นเอง”</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff">การควบคุมการขาดทุนคือสิ่งที่สำคัญที่สุด</span></strong></p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #808080">“ความลับในการทำเงินในการเก็งกำไร คือการควบคุมขนาดการขาดทุนของคุณ เพราะคุณไม่มีความสามารถที่จะควบคุมจำนวนการขาดทุนของคุณได้หรอก แต่อย่างน้อยคุณก็ยังพอที่จะควบคุมขนาดของการขาดทุนของคุณได้ โดยคุณยังสามารถที่จะทำกำไรอย่างเพียงพอในการดำรงชีวิตของคุณ ถึงแม้ว่าคุณจะขาดทุนบ่อยกว่าได้กำไร หากว่าคุณนั้นรู้จักจำกัดขนาดการขาดทุนของคุณนั่นเอง”</span></strong></p>
</blockquote>
<p>Lane ได้เน้นย้ำให้เราฟังว่า <strong><span style="color: #ff8040"><span style="color: #800080">ทุกๆครั้งที่เขาทำการเข้า Take Position ในการเก็งกำไรนั้น เขาจะกำหนดคำสั่งจุดตัดขาดทุน(Stop&#160; Loss Order) ไว้ล่วงหน้า และเขาจะไม่ใช้การตัดขาดทุนตามอารมณ์ของเขา(Mental Stop)</span></span></strong> เพราะมันเป็นการง่ายที่เราจะขยับมันไปมา</p>
<p>เขาจะกำหนดจุดตัดขาดทุนที่แคบมากๆ โดยเขายังบอกกับเราว่าเขามักจะยอมขาดทุนได้ไม่เกิน 175 เหรียญต่อครั้งเมื่อเขาเก็งกำไรในตลาดพันธบัตรล่วงหน้า(Bond Future Contract) โดยเขาจะกำหนดจุดขาดทุนตามหลักการวิเคราะห์ทางเทคนิคของเขา โดยเขาบอกกับเราว่า <strong><span style="color: #ff0080">“เขาจะตัดขาดทุน ณ จุดที่ตลาดได้บอกว่าเขาคิดผิดไป”</span></strong> แทนที่จะเป็นการตัดขาดทุนจากระดับของการขาดทุนเป็นดอลลาร์(Dollar Stop)</p>
<p>ยกตัวอย่างเช่น หากเขาทำการซื้อ Long และตลาดได้วิ่งขึ้นไป และย่อตัวลงมาและวิ่งกลับขึ้นไปใหม่สูงขึ้นกว่าเดิม Lane จะยกจุดตัดขาดทุนไปไว้ที่จุดต่ำสุดที่เกิดขึ้นใหม่ ซึ่งในบางครั้งนั้นมันทำให้เขาต้องยกจุดตัดขาดทุนไปถึง 5-6 ครั้งภายในวันเดียว</p>
<p><span style="color: #ffffff">วิธีการเล่นหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Money Management การบริหารเงินทุน</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff">การบริหารหุ้นที่มีอยู่</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #ff8040">“ผมมักจะถือตามตลาดขึ้นไปเรื่อย ตราบที่ตลาดยังคงวิ่งขึ้นไป โดยการยกจุดตัดขาดทุนตามไป”</span></strong> เขายังบอกอีกว่า<span style="color: #ff8080"><strong> </strong></span><span style="text-decoration: underline">“ดังนั้น เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก ผมจึงไม่สามารถที่จะเกิดการขาดทุนขึ้นมาได้ เนื่องจากระดับของจุดตัดขาดทุนของผมนั้นสูงกว่าต้นทุนที่ผมมีอยู่ และนั่นก็เป็นจุดที่จะบังคับให้ผมทำกำไรเช่นกันหากมันกลับตัวลงมา”</span></p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #ff8040"><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/safetyfirst.jpg"><img style="border-right-width: 0px; margin: 0px 0px 10px 10px; display: inline; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px" title="safetyfirst" border="0" alt="safetyfirst" align="right" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/safetyfirst_thumb.jpg" width="150" height="201" /></a></span></strong>“นี่คือการรู้จักใช้การบริหารเงินทุน หรือ Money Management ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการเก็งกำไรเลยทีเดียว เพราะไม่ว่าไอ้หน้าโง่ที่ไหนก็สามารถที่จะเข้ามาเล่นเก็งกำไรได้ แต่คนที่อยู่รอดต้องรู้จักสร้างกฎขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเขาจากการขาดทุนที่จะเกิดขึ้นมา มีผู้คนมากมายซึ่งเข้ามาเก็งกำไรและสามารถทำเงินได้อย่างมหาศาล แต่พวกเขาก็มักจะต้องให้เงินคืนตลาดกลับไปมากกว่าที่เขาได้มา ดังนั้น คุณควรจะต้องสร้างทัศนคติในการเก็งกำไรว่า เมื่อคุณได้กำไรขึ้นมาแล้ว คุณจะต้องไม่ยอมให้ตลาดเอาเงินของคุณกลับไป”</p>
</blockquote>
<p>“อาชญากรรมที่ร้ายแรงที่สุดในการเก็งกำไร ที่พวกมือสมัครเล่นหน้าใหม่ๆมักจะทำลงไปนั่นคือการวิ่งเข้ามาในตลาด ทำกำไร และปล่อยให้กำไรกลายเป็นการขาดทุน หลังจากนั้นพวกเขาก็ต้องพบกับจุดจบและหันหลังให้ตลาดไป จงอย่าให้มันเกิดขึ้นกับคุณเป็นอันขาด”</p>
<p>Lane ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของ <strong>“วินัย”</strong> ในการลงทุนที่จะต้องรู้จักการ “ปล่อยให้กำไรวิ่งขึ้นไป หรือ Let Profits Run” เป็นสิ่งที่สำคัญมาก แทนที่จะพยายามรีบขายทำกำไรเร็วเกินไป โดยส่วนตัวของเขานั้นก็ได้ใช้หลักการของ Elliott Waves และระดับ Fibonacci มาช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย</p>
<p><span style="color: #ffffff">วิธีการเล่นหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Money Management การบริหารเงินทุน</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff">กราฟราคาและปริมาณการซื้อขายที่เกิดขึ้น</span></strong></p>
<p>ในการเก็งกำไรของเขานั้น Lane จะวิเคราะห์ตลาด จากกราฟราคาและปริมาณการซื้อขายเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นในตลาดขณะนั้น โดยเขาจะใช้ Stochastics และระดับ Fibonancci ร่วมกับเส้นแนวโน้มหรือ Trend line ในการวิเคราะห์ โดยเขามักจะใช้เส้นแนวโน้มจากราคาเฉลี่ยหรือ Moving Average ในช่วงระหว่าง 38-40 วัน ซึ่งถึงแม้จะไม่ได้สมบูรณ์แบบแต่เขาก็ได้กล่าวว่า “ถึงแม้มันจะไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่เส้นค่าเฉลี่ยนี้ก็มีความสำพันธ์กับการเคลื่อนไหวของราคา ในการที่จะหาระดับแนวรับในตลาดกระทิ้ง และแนวต้านในตลาดหมีได้เป็นอย่างดี”</p>
<p>Lane ยังได้ให้มุมมองกับเราอีกว่า <span style="text-decoration: underline">เขามองว่าเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคหลายอย่างในทุกๆวันนี้ แท้จริงแล้วนั้นสามารถใช้ในการวิเคราะห์ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม นักเก็งกำไรส่วนใหญ่นั้นไม่สามารถที่จะไล่ตามดูมันได้หลายๆอย่างๆในทีเดียว และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น</span></p>
<p>Lane มักที่จะรอสภาวะบางอย่างให้เกิดขึ้น ก่อนที่เขาจะเข้าทำการเก็งกำไร ยกตัวอย่างเช่น เขาจะรอให้เกิดรูปแบบราคาแบบ Double Top หรือ Double Bottom ขึ้นมาก่อน และเขาได้บอกกับเราอีกว่า “ Volume หรือปริมาณการซื้อขายที่เกิดขึ้นมานั้น มักจะเบาบางที่จุดต่ำสุดที่สองของ Double Bottom และคุณจะต้องจำไว้ว่า คุณไม่ควรที่จะเข้าซื้อขณะที่ปริมาณการซื้อขายยังมากกว่าเดิมอยู่”</p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #808080">“Stochastics ยังสามารถที่จะช่วยให้คุณเห็นการ Convergence ที่จุดต่ำสุดของตลาด และ Divergence ที่จุดสูงสุดของตลาดอีกด้วย โดยคุณยังสามารถที่จะวิเคราะห์จากรูปแบบของราคาที่เกิดขึ้นมา เช่น การวกกลับของราคารูปแบบต่างๆ มันมีรูปแบบเป็น 10อย่างในการซื้อและการขายเช่นกัน”</span></strong></p>
</blockquote>
<p><strong><span style="color: #0080ff">เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่น่าสนใจบางอย่างสำหรับตลาดหุ้นและฟิวเจอร์</span></strong></p>
<p>Lane นั้นใช้ Indicator ชนิดเดียวกันในการวิเคราะห์ทั้งสำหรับตลาดหุ้นและตลาดฟิวเจอร์ โดยเขาได้กล่าวว่า “เราไม่ได้พบความแตกต่างในการที่จะใช้มันในตลาดทั้งคู่เลย” เขายังบอกอีกว่า “กราฟราคานั้นเป็นเหมือนเรื่องโง่ๆในครั้งแรกที่คุณรู้จักมัน แต่หลังจากที่คุณได้เข้าใจว่ามันเกิดขึ้นและทำงานอย่างไรแล้ว มันก็จะกลายเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับคุณ”</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/LaneStochasticSchool.gif"><img style="border-right-width: 0px; margin: 0px 10px 10px 0px; display: inline; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px" title="LaneStochasticSchool" border="0" alt="LaneStochasticSchool" align="left" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/LaneStochasticSchool_thumb.gif" width="220" height="154" /></a> ในช่วงต้นๆของชีวิตการเก็งกำไรของ George Lane นั้น เขาได้เริ่มต้นช่วยงานกับโรงเรียนสอนการลงทุนอย่าง <strong><span style="color: #ff0080">Investment Educator</span></strong> ซึ่งถูกตั้งขึ้นมาในปี 1984 โดย Ralph Dystant ต่อมาเมื่อเจ้าของโรงเรียนต้องเข้าทำการรักษาโรคหัวใจที่เขาเป็น จึงทำให้ Lane ต้องช่วยสอนในชั้นเรียนอยู่ถึง 6 เดือนทีเดียว หลังจากนั้น เมื่อ Dystant ได้หายกลับมา เขาจึงได้ย้ายไปสอนในส่วนของการเก็งกำไรในตลาดโภคภันฑ์ ส่วน Dystant นั้นได้แยกไปสอนเกี่ยวกับการเก็งกำไรในตลาดหุ้นแทน และหลังจากที่เจ้าของโรงเรียนได้เสียชีวิตลง เขาจึงได้ทำการซื้อกิจการเพื่อเป็นเจ้าของต่อแทน</p>
<p>นับตั้งแต่วันนั้น Lane ยังคงดำเนินกิจการโรงเรียน Investment Educator เรื่อยมา ซึ่งอาจนับได้ว่าโรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนที่เปิดสอนเกี่ยวกับการวิเคราะห์ทางเทคนิคมานานที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยเขาได้ทำการสอนเกี่ยวกับการวิเคราะห์ทางเทคนิคร่วมกับภรรยาของเขาชื่อ Caire ซึ่งตัวของเธอเองก็เป็นนักเก็งกำไรเต็มตัวมาเกือบ 25 ปีแล้วทีเดียว โดยคุณสามารถหารายละเอียดเกี่ยวกับโรงเรียนแห่งนี้ได้ที่ <a href="http://www.Lanestochastics.com">www.Lanestochastics.com</a></p>
<p>และเมื่อเราได้ถามถึงงานอดิเรกของเขา lane ได้บอกกับเราว่า เขายังคงชอบที่จะมาที่ออฟฟิสของเขาตั้งแต่เช้า ถึงแม้ว่าในขณะนี้อายุของเขาล่วงเลยมาถึงวัย 80 กว่าๆแล้วก็ตาม โดยเขาบอกกับเราว่า “ผมมักจะเข้าออฟฟิสตั้งแต่เช้า ประมาณ 7.00 น. และผมจะเริ่มเทรดไปจนถึงเวลา 11.30 น. หลังจากนั้นผมก็จะไปทานข้าวกลางวันแล้วค่อยงีบหลับไป มันเป็นชีวิตที่รื่นรมย์มากๆ” โดยที่เขามักจะเก็งกำไรอยู่ในตลาด Treasury Bond,S&amp;P 500 และ Currency Future แต่ก็อาจจะเล่นอยู่ในตลาดทองคำ เงิน และข้าวสารบ้างในบางครั้ง</p>
<p><span style="color: #ffffff">วิธีการเล่นหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Money Management การบริหารเงินทุน</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff">พยายามเข้าหานักเล่นหุ้นที่มีประสบการณ์ที่มากกว่าเรา</span></strong></p>
<p>Lane ได้ให้คำแนะนำสำหรับนักเล่นหุ้นหรือนักเก็งกำไรมือใหม่เพื่อพัฒนาตนเองเอาไว้ว่า พวกเขาควรที่จะพยายามทำความรู้จักกับนักเก็งกำไรที่มีประสบการณ์ในตลาดมายาวนาน เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงจากหลุมพรางต่างๆที่กำลังรอพวกเขาอยู่</p>
<p><span style="text-decoration: underline">“ทุกๆคนที่เริ่มต้นเข้ามาเก็งกำไรในตลาดนั้นมักจะทำอะไรมั่วไปมั่วมา พวกเขาไม่รู้ว่าพวกเขาควรจะล่าอะไร หรือพวกเขามักไม่รู้ว่าพวกเขากำลังได้อะไรมาในขณะที่พวกเขามีมันอยู่ และโชคร้ายเหลือเกินที่มีขยะต่างๆอยู่มากมายซึ่งถูกมองว่ามันเป็นคำตอบในการเก็งกำไรที่ประสบความสำเร็จ เครื่องมือหลายๆอย่างมักจะช่วยแต่เฉพาะผู้ที่คิดค้นมันขึ้นมาประสบความสำเร็จ แต่มักจะไม่ช่วยอะไรกับคนอื่นๆเท่าที่ควร พวกเขา(นักเก็งกำไรมือใหม่)ควรที่จะพยายามหลีกหนีจากมันไป แต่พวกเขามักไม่เคยรู้”</span></p>
<p>“ดังนั้น ผมจึงคิดว่า สิ่งที่ฉลาดที่สุดสำหรับมือใหม่ คือการพยายามหาคนที่ประสบความสำเร็จ และมีประสบการณ์มากกว่าและรับฟังข้อแนะนำจากพวกเขา เพราะพวกเขานั้นได้ตัดสิ่งโง่ๆต่างๆออกไปจากการเก็งกำไรของพวกเขาแล้ว และพวกเขามักจะช่วยคุณได้เป็นอย่างดี และคุณยังสามารถที่จะเจอพวกเขาได้อยู่ ยังมีคนอีกหลายคนที่เขาสามารถที่จะช่วยให้นักเก็งกำไรมือใหม่รอดพ้นจากความตายในตลาดแห่งนี้ได้”</p>
<p style="text-align: center"><img style="border-bottom: 0px; border-left: 0px; margin: 20px auto; display: block; border-top: 0px; border-right: 0px" class="  aligncenter" border="0" alt="%K = 100 \frac{\text{closing price} - \text{price low}}{\text{price high} - \text{price low}}" src="http://upload.wikimedia.org/math/d/6/0/d60ff9bc0a291926c9cc6b91d7838131.png" width="297" height="46" /></p>
<p>และทั้งหมดนี้ก็คือบทสัมภาษณ์ของ George Lane ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไรครับ มีความเห็นอย่างไรคอมเมนท์กันไว้ได้นะครับ แล้วเจอกันใหม่ที่ <a href="http://mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #ff0000">แมงเม่าคลับ.คอม</span></strong></a> ครับ</p>


<p>Related posts:<ol><li><a href='http://mangmaoclub.com/george-lane-1/' rel='bookmark' title='Permanent Link: ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร George Lane &ldquo;Father of Stochastic&rdquo;'>ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร George Lane &ldquo;Father of Stochastic&rdquo;</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/book-review-the-winning-investment-habits-of-warren-buffett-george-soros/' rel='bookmark' title='Permanent Link: แนะนำหนังสือหุ้น : The Winning Investment Habits of Warren Buffett &#038; George Soros'>แนะนำหนังสือหุ้น : The Winning Investment Habits of Warren Buffett &#038; George Soros</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/optimal-risk-1/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร Determining Optimal Risk (1)'>การพิจารณาถึงระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมในการเก็งกำไร Determining Optimal Risk (1)</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/george-lane-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร George Lane &#8220;Father of Stochastic&#8221;</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/george-lane-1/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/george-lane-1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Apr 2010 01:00:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทสัมภาษณ์เซียนหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น และ วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[สอนเล่นหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=1344</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อ George Lane ได้ย้อนหวนกลับไปคิดถึงวันวาน ขณะที่เขาเริ่มต้นชีวิตการเก็งกำไรของเขานั้น เขาพบว่าหลักการวิเคราะห์ด้วยปัจจัยพื้นฐานในขณะนั้น ดูเหมือนจะไม่สามารถนำมาบ่งชี้ถึงทิศทางของตลาดได้อย่างน่าเชื่อถือเท่าที่ควร และนั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นในการศึกษาและค้นคว้าของเขาเกี่ยวกับเรื่องของ Technical Indicator ขึ้นมา


Related posts:<ol><li><a href='http://mangmaoclub.com/george-lane-2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร George Lane &ldquo;Father Stochastic&rdquo; Part 2'>ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร George Lane &ldquo;Father Stochastic&rdquo; Part 2</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/book-review-the-winning-investment-habits-of-warren-buffett-george-soros/' rel='bookmark' title='Permanent Link: แนะนำหนังสือหุ้น : The Winning Investment Habits of Warren Buffett &#038; George Soros'>แนะนำหนังสือหุ้น : The Winning Investment Habits of Warren Buffett &#038; George Soros</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/rsi-indicator/' rel='bookmark' title='Permanent Link: (Video Clip)วิเคราะหุ้นทางเทคนิคด้วย RSI Indicator'>(Video Clip)วิเคราะหุ้นทางเทคนิคด้วย RSI Indicator</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fmangmaoclub.com%2Fgeorge-lane-1%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fmangmaoclub.com%2Fgeorge-lane-1%2F&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/image2.png"><img style="border-right-width: 0px; margin: 0px 10px 10px 0px; display: inline; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px" title="image" border="0" alt="image" align="left" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/image_thumb2.png" width="164" height="190" /></a> <strong>ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร George Lane “บิดาแห่ง Stochastic” โดย Allen Sykora</strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p>เมื่อ George Lane ได้ย้อนหวนกลับไปคิดถึงวันวาน ขณะที่เขาเริ่มต้นชีวิตการเก็งกำไรของเขานั้น เขาพบว่าหลักการวิเคราะห์ด้วยปัจจัยพื้นฐานในขณะนั้น ดูเหมือนจะไม่สามารถนำมาบ่งชี้ถึงทิศทางของตลาดได้อย่างน่าเชื่อถือเท่าที่ควร และนั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นในการศึกษาและค้นคว้าของเขาเกี่ยวกับเรื่องของ Technical Indicator ขึ้นมา</p>
<p> <span id="more-1344"></span><span style="color: #ffffff">วิธีการเล่นหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Stochastic</span>
</p>
<p>หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ได้ค้นพบกับแนวคิดในการวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือทางเทคนิคอย่างหนึ่งที่เรียกว่า <strong><span style="color: #8000ff">“Stochastics”</span></strong> ซึ่งในขณะนี้มันได้กลายเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งซึ่งได้ถูกนำมาใช้กันมากที่สุดในการวิเคราะห์หุ้น อนุพันธ์และตราสารล่วงหน้าต่างๆ โดยมันได้ถูกนำมาใช้เพื่อวัดถึงแรงหรือ Momentum ของการเคลื่อนไหวของราคา ซึ่งจะทำให้นักเล่นหุ้นสามารถที่จะรู้ได้ว่า เมื่อไหร่ที่ตลาดส่งสัญญาณคล้ายว่าจะเกิดการกลับตัวนั่นเอง</p>
<p>“Stochastics” นั้นได้กลายเป็นเครื่องมือหลักในการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคาของ George Lane ตั้งแต่ที่มันได้ถูกสร้างขึ้นมาครั้งแรกเมื่อช่วงต้นๆของยุค 1950 <strong><span style="color: #ff0080">อย่างไรก็ตามนั้น เขาก็ยังใช้หลักการวิเคราะห์ในรูปแบบอื่นมาช่วยด้วยอีกเช่นกัน เช่นวิชา Elliott Waves และระดับของสัดส่วน Fibonancci ต่างๆ</span></strong> ซึ่งในปัจจุบันนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะได้เกษียนตัวเองออกมาอยู่ในเมืองเล็กๆซึ่งห่างจาก Chicago ไปทางใต้ถึง 80 ไมล์อย่างเมือง Watseka แล้วก็ตาม เขาก็ยังคงติดตามข่าวสารของตลาดอยู่เป็นประจำ โดยเขามักจะใช้เวลาในช่วงเช้าเพื่อเทรดหุ้นหรือเก็งกำไร และเขาก็ยังคงเปิดคอรส์สอนการวิเคราะห์ทางเทคนิคอยู่เช่นเคย</p>
<p>ชีวิตของ George Lane นั้นเรียกได้ว่าเขาผูกพันอยู่กับการเก็งกำไรมาเกือบ 50 ปีเลยทีเดียว เขาเป็นคนง่ายๆสบายๆที่สามารถเล่าเรื่องราวในอดีตได้อย่างมีสีสันและชีวิตชีวาเลยทีเดียว</p>
<p><span style="color: #ffffff">วิธีการเล่นหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Stochastic</span></p>
<p><strong>10 ปีกับการใช้ชีวิตเป็น Floor Broker</strong></p>
<p>George Lane นั้นได้ใช้ชีวิตการทำงานเป็น Floor Broker อยู่ถึง 10 ปี และเขาก็ยังเป็นเจ้าของและผู้ก่อตั้งบริษัท Broker ในท้องถิ่นที่ชื่อว่า Miller,Lane &amp; Co., ซึ่งมีสาขาอยู่ถึง 41 สาขาเลยทีเดียว เขายังมีตำแหน่งเป็นหัวหน้านักวิเคราะห์ให้กับบริษัท Broker อีกถึง 2 แห่ง และเป็นนักเขียนหนังสือเกี่ยวกับการเก็งกำไร และได้ทำการเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อสอนวิธีการป้องกันความเสี่ยงหรือ Hedge ในตลาดล่วงหน้า(Future Market)ให้กับเหล่าชาวนาชาวสวนอีกด้วย</p>
<p>อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เขาเป็นและทำให้ทุกคนรู้จักเขานั่นก็คือ การที่เขาเป็น “บิดาแห่ง Stochastics” นั่นเอง George Lane ได้พูดเอาไว้ว่า <strong><span style="color: #ff8040">“Stochastics คือเครื่องมือในการวิเคราะห์ ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากแนวคิดทาง Momentum ของการเคลื่อนไหวของราคานั่นเอง”</span></strong> และ “มันเป็นเครื่องมือที่ไม่ได้วิ่งตามราคา มันไม่ได้วิ่งตามปริมาณการซื้อขาย(Volume) หรืออะไรอย่างนั้น แต่มันเป็นเครื่องมือที่บ่งชี้ค่าไปตามความเร็วของการเคลื่อนไหว หรือที่เรียกว่า Momentum ของราคานั่นเอง <span style="text-decoration: underline">ซึ่งหลักการก็คือว่า Momentum จะเกิดการเปลี่ยนแปลงก่อนที่ทิศทางของราคาจะเปลี่ยนไปนั่นเอง</span>”</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/motion_momentum1_240x180.gif"><img style="border-right-width: 0px; margin: 10px auto; display: block; float: none; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px" title="motion_momentum1_240x180" border="0" alt="motion_momentum1_240x180" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/motion_momentum1_240x180_thumb.gif" width="246" height="186" /></a></p>
<p>เขายังได้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบอีกเช่นว่า มันคล้ายกับการที่เมื่อปล่อยจรวดขึ้นฟ้าไปแล้ว ก่อนที่จรวดจะหักหัวกลับลงมานั้น เราจะเห็นว่ามันจะต้องเกิดการเคลื่อนไหวที่ช้าลงเสียก่อน โดยเขาได้พูดเอาไว้ว่า <strong><span style="color: #ff8080">“การลดลงของ Momentum นั้น จะเกิดขึ้นก่อนที่วัตถุจะเปลี่ยนแปลงทิศทางของมัน”</span></strong> และเขายังบอกอีกว่า “มันเป็นเครื่องมือที่ช่วยบอกถึงการเปลี่ยนแปลงของทิศทางล่วงหน้า และนั่นคือหน้าที่ของมัน มันช่วยในการคาดเดาการเปลี่ยนแปลงทิศทางของราคา”</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/motion_momentum2_240.gif"><img style="border-right-width: 0px; margin: 10px auto; display: block; float: none; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px" title="motion_momentum2_240" border="0" alt="motion_momentum2_240" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/motion_momentum2_240_thumb.gif" width="252" height="300" /></a></p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #8000ff">“มันกลายมาเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ที่วิเศษเป็นอย่างยิ่ง มันใช้ได้จริงและเชื่อถือได้ค่อนข้างมาก คุณยังสามารถใช้มันได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นกราฟแบบราย 3 นาที หรือรายวัน หรือรายสัปดาห์ก็ได้”</span></strong></p>
</blockquote>
<p><span style="color: #ffffff">วิธีการเล่นหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Stochastic</span></p>
<p><span style="text-decoration: underline">Stochastics นั้นได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ George Lane และกลุ่มนักเก็งกำไรหลายๆคนที่ MidAmerica Commodity Exchange ได้นัดพบปะกันเพื่อพยายามที่จะช่วยกันค้นคว้าและสร้าง Indicator เพื่อช่วยในการเก็งกำไรของพวกเขา</span></p>
<p>Lane ได้บอกกับเราว่า “ด้วยเหตุผลบางอย่าง ผู้คนที่มารวมกลุ่มกันนั้นส่วนใหญ่จะเป็นชาวโปแลนด์และเชคโกสโลวาเกีย” “มีสมาชิกคนหนึ่ง ได้พาปู่ของเขาซึ่งเป็นขาวเชค(Czech)เข้ามา และปู่ของเขาก็ได้เห็นพวกเรานั้นกำลังพบกับปัญหาต่างๆในการค้นคว้า โดยเราได้พยายามที่จะค้นคว้ามันออกมาแต่ก็กลับยังไม่มีผลที่น่าพอใจขึ้นมา โดยเขาได้บอกกับเราว่าในประเทศของเขานั้นมีสูตรที่สามารถจะคำนวนได้ว่าต้องใช้หินปูนเท่าไหร่เพื่อที่จะนำมาผสมในการทำเหล็กขึ้นมา ดังนั้น ต่อมาเราจึงได้นำเอาสูตรนั้นมาทำการเปลี่ยนแปลงและพัฒนามันขึ้นมาและจบลงกลายเป็นเครื่องมือวิเคราะห์อย่าง Stochastics ขึ้นมา หลังจากนั้นเราก็ได้ค้นคว้าเกี่ยวกับมันและใช้มันในการช่วยตัดสินใจเรื่อยมา และมันก็ใช้ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว” George Lane ยังเล่าต่ออีกว่า “หลังจากนั้น ผมแทบไม่จำเป็นต้องทำงานเพื่อหาเงินใช้อีกเลยในชีวิตของผม เนื่องจาก Stochastics ช่วยให้ผมทำเงินได้เป็นอย่างดี”</p>
<p>นี่เป็นเวลาที่ล่วงเลยผ่านมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่เมื่อ Lane ได้สร้าง Stochastics ขึ้นมา ซึ่งตัวเขาเองนั้นก็ยอมรับว่าเขาจำไม่ได้แล้วว่ามันมีความเกี่ยวเนื่องระหว่างสูตรการผสมเหล็กกับตลาดได้อย่างไร และเขาก็ยังได้ทำการพัฒนามันอีกหลายต่อหลายครั้ง โดยเขาบอกกับเราว่า <strong><span style="color: #ff8000">“ผมไม่ค่อยแน่ใจนักว่าเรายังเก็บข้อมูลของสูตรทางคณิตศาสตร์ที่เราคิดขึ้นมาเป็นครั้งแรกอยู่หรือไม่ แต่เราก็เริ่มต้นเดินมาจากตรงนั้น”</span></strong></p>
<p>George Lane ได้เริ่มต้นการเก็งกำไรเมื่อหลายปีมาแล้ว ในขณะที่เขากับพ่อของเขาได้ทำงานเกี่ยวกับเภสัชกรรมที่คลีนิคแห่งหนึ่งในเขตอุตสาหกรรมของเมือง Chicago โดยที่ครอบครัวของเขาตัดสินใจที่จะเลิกกิจการเมื่อพ่อของเขาต้องการที่จะเกษียนตัวเอง โดย Lane ได้เล่าให้ฟังว่า ในขณะนั้นเขามีโอกาสได้พูดคุยกับเหล่า Broker เกี่ยวกับว่าทำไมพวกเขาถึงไม่ประสบความสำเร็จในธุรกิจเท่าที่ควร เขาเล่าให้เราฟังว่า “บริษัท Broker ได้รู้จักผม พวกเขาบางคนพูดว่า</p>
<p>“นี่ๆ ไอ้หนุ่ม ตอนนี้นายกำลังทำงานอะไรอยู่”</p>
<p>และผมบอกเขาว่า “ผมกำลังหางานทำอยู่”</p>
<p>เขาจึงถามกลับมาว่า “จะเป็นอย่างไร ถ้าเราส่งนายไปที่ New York เพื่อที่นายจะได้เป็นตัวแทน Broker ให้กับพวกเรา?”</p>
<p><span style="color: #ffffff">วิธีการเล่นหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Stochastic</span></p>
<p>หลังจากนั้น Lane จึงได้กลายมาเป็น Broker ในตลาดหุ้น แต่เขาก็ไม่ได้พอใจกับอาชีพนี้เท่าที่ควร และเขาได้เล่าว่า “มีอยู่วันหนึ่ง ผมได้ออกไปกินข้าวเที่ยงนอกออฟฟิสของผม และผมได้เดินไปยังตึกหลังหนึ่งเพื่อซื้อซิการ์ และในขณะที่ผมกำลังยืนอยู่ที่เคาเตอร์นั้น ผมได้ยินเสียงตะโกนกันดังลั่นไปมา จนผมนึกว่าอาจเกิดการพยายามฆ่ากันอยู่ก็ได้ ผมจึงได้วิ่งขึ้นบันไดไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น” เขาล่าต่อว่า “หลังจากนั้น <strong><span style="color: #ff8040"><span style="color: #ff0080">ผมพบว่ามีผู้ชายอยู่ในนั้นประมาณ 35-40 คนกำลังแหกปากและร้องตะโกนกัน และผมจึงได้รู้ว่า ผมกำลังอยู่ที่ Chicago Board of Trade นั่นเอง ผมจึงได้ถามชายคนหนึ่งแถวนั้นว่าพวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่ และเขาได้บอกกับผมว่า “มานี่สิไอ้หนู!” และเขาได้พาผมเข้าไปยังออฟฟิสของเขาและขายค่าสมาชิกให้ผมในราคา 25 เหรียญ และนั่นจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นการเป็นเทรดเดอร์ของผม</span></span></strong>”</p>
<p>Lane ยังได้เล่าต่ออีกว่า นั่นเป็นช่วงเวลาที่การเคลื่อนไหวของราคาข้าวโพด ซึ่งเป็นตลาดที่ร้องแรงที่สุดขณะนั้นยังมีราคาอยู่ประมาณแค่ 12 เซนท์เท่านั้นเอง เขาพูดว่า “ในขณะนั้น Margin ในการเทรดยังถูกมากๆ เนื่องจากการเคลื่อนไหวโดยเฉลี่ยต่อวันยังอยู่ที่ประมาณ 3/8 ถึง 5/8 เซนท์เท่านั้นเอง โดยคุณสามารถที่จะโยนเงินลงไปบนโต๊ะแค่ 20 เหรียญเพื่อเทรดข้าวโพดถึง 200,000 Bushel ได้เลยทีเดียว และถ้ามันวิ่งขึ้นไปแค่ 1/4 หรือ 3/8 เซนต์ นั่นก็ถือว่าคุณทำได้ดีมากแล้ว”</p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/image1.png"><img style="border-right-width: 0px; margin: 10px auto; display: block; float: none; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px" title="image" border="0" alt="image" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/image_thumb1.png" width="189" height="255" /></a></p>
<p><span style="color: #ffffff">วิธีการเล่นหุ้น การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค Stochastic</span></p>
<p>วันนี้ขอหยุดเพียงเท่านี้ก่อนครับ วันนี้เกริ่นๆน้ำๆก่อนเพราะเป็นช่วงแรกของบทสัมภาษณ์ครับพรุ่งนี้มาอ่านกันว่าเขาจะแนะนำอะไรให้กับเราในการเก็งกำไรครับ แล้วเจอกันใหม่ที่ <a href="http://mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #ff0000">แมงเม่าคลับ.คอม</span></strong></a> ครับ</p>


<p>Related posts:<ol><li><a href='http://mangmaoclub.com/george-lane-2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร George Lane &ldquo;Father Stochastic&rdquo; Part 2'>ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร George Lane &ldquo;Father Stochastic&rdquo; Part 2</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/book-review-the-winning-investment-habits-of-warren-buffett-george-soros/' rel='bookmark' title='Permanent Link: แนะนำหนังสือหุ้น : The Winning Investment Habits of Warren Buffett &#038; George Soros'>แนะนำหนังสือหุ้น : The Winning Investment Habits of Warren Buffett &#038; George Soros</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/rsi-indicator/' rel='bookmark' title='Permanent Link: (Video Clip)วิเคราะหุ้นทางเทคนิคด้วย RSI Indicator'>(Video Clip)วิเคราะหุ้นทางเทคนิคด้วย RSI Indicator</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/george-lane-1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>12</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จิตวิทยาการเดิมพัน Betting Psychology</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/betting-psychology/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/betting-psychology/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Apr 2010 01:37:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น และ วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[จิตวิทยาการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=1308</guid>
		<description><![CDATA[เรื่องเกี่ยวกับมุมมองเกี่ยวกับหลักแนวคิดในการเดิมพันหรือการพนันนั่นเอง ซึ่งตรงนี้ผมว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจว่า คนที่เขาเล่นกับความไม่แน่นอนหรือ Probability เป็นอาชีพนั้น เขามีวิธีคิดอย่างไรกับสิ่งที่ต้องเจอในชีวิตการเป็นนักเดิมพันของพวกเขาครับ


Related posts:<ol><li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-psychology-clip-2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: วิธีการเล่นหุ้น(Video Clip) Trading Psychology (Part 2)'>วิธีการเล่นหุ้น(Video Clip) Trading Psychology (Part 2)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-psychology-spiral/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การควบคุมสติในการเล่นหุ้นเมื่อขาดทุนติดๆกัน Consecutive losses and the trading psychology spiral'>การควบคุมสติในการเล่นหุ้นเมื่อขาดทุนติดๆกัน Consecutive losses and the trading psychology spiral</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-psychology-clip-1/' rel='bookmark' title='Permanent Link: จิตวิทยาการลงทุน(Video Clip)Trading Psychology : Part 1'>จิตวิทยาการลงทุน(Video Clip)Trading Psychology : Part 1</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fmangmaoclub.com%2Fbetting-psychology%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fmangmaoclub.com%2Fbetting-psychology%2F&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/problemLosing4.jpg"><img style="margin: 0px 10px 10px 0px; display: inline; border: 0px;" title="problemLosing" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/problemLosing_thumb4.jpg" border="0" alt="problemLosing" width="200" height="200" align="left" /></a> <strong>จิตวิทยาการเดิมพัน โดย Bodog Nation Staff</strong></p>
<p>วันหยุดสัปดาห์นี้เอาเรื่องเบาๆ เกี่ยวกับจิตวิทยาการลงทุนมาให้อ่านกันครับ ก่อนที่สัปดาห์หน้าผมจะลงเรื่องน่าสนใจอื่นๆต่อไป นี่ไม่ใช่บทความเกี่ยวกับการเล่นหุ้นโดยตรง แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับมุมมองและแนวคิดในการเดิมพันหรือการพนัน ซึ่งตรงนี้ผมว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจว่า คนที่เขาเล่นกับความไม่แน่นอนหรือ Probability เป็นอาชีพนั้น เขามีวิธีคิดอย่างไรกับสิ่งที่ต้องเจอเป็นประจำในชีวิตการเป็นนักเดิมพันของพวกเขาครับ</p>
<p><span id="more-1308"></span><span style="color: #ffffff;"> </span></p>
<p><span style="color: #ffffff;"> </span></p>
<p><span style="color: #ffffff;"> </span></p>
<p><span style="color: #ffffff;"> </span></p>
<p><span style="color: #ffffff;"> </span></p>
<p><span style="color: #ffffff;"> </span></p>
<p><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น หลักการเดิมพัน จิตวิทยาการลงทุน</span></p>
<p><span style="text-decoration: underline;">มีสองสิ่งที่คุณจะต้องเจอต่อไปเรื่อยๆ หากว่าคุณยังคงเป็นนักเดิมพันอยู่</span></p>
<p>1.คุณจะต้องเจอกับการได้กำไรติดๆกัน</p>
<p>2.คุณจะต้องเจอกับการขาดทุนติดๆกัน</p>
<p>ข้อแตกต่างระหว่างนักเดิมพันที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลวนั่นก็คือ มุมมองและการกระทำที่มีต่อการได้กำไรและขาดทุนติดๆกันเหล่านี้</p>
<p>ลองคิดว่าคุณได้กำไรติดๆกันอย่างต่อเนื่องดูครับ มันดูเหมือนว่าทุกสิ่งที่คุณทำมันช่างลงตัวเหลือเกิน เงินทุนของคุณเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และนั่นอาจทำให้คุณกำลังคิดว่าคุณจะออกจากงานมาลงขันตั้งกองทุนพนันเลยก็ได้</p>
<p><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น หลักการเดิมพัน จิตวิทยาการลงทุน</span></p>
<p><strong><span style="color: #ff0080;">โชคร้ายก็คือ..</span></strong> มันมักจะเป็นจุดที่ทุกอย่างจะเริ่มกลับตาลปัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากว่าคุณนั้นเชื่อว่าคุณมี “พรสวรรค์” และเกิดมาเพื่อเป็นเซียนพนันบนโลกใบนี้</p>
<p><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น หลักการเดิมพัน จิตวิทยาการลงทุน</span></p>
<p>ทำไมนะหรือ? ก็เพราะหลังจากที่คุณมีกำไรติดๆกันนั้น ขนาดของการเดิมพันของคุณจะเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ โดย ณ จุดนี้นั้น คุณมักจะเริ่มหาทางลัดและปฏิเสธการทำการบ้านและการวางแผนอย่างดีของคุณไป คุณจะเริ่มมั่นใจในสิ่งที่คุณเชื่อว่าพระเจ้าได้ให้คุณมา มากกว่าที่คุณจะเชื่อในหลักของสถิตินั่นเอง คุณจะเริ่มเดิมพันทุกอย่างที่ขวางหน้า และคุณเชื่อว่าคุณจะสามารถวางมือได้อย่างสวยงามในวงการนี้ในอนาคต และไปใช้ชีวิตสุดหรูอยู่บนเกาะเคย์แมนก็ได้</p>
<p>และสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาน่ะหรือ? คุณก็รู้ดี! คุณจะเจอกับการขาดทุนติดๆกัน ชนิดทีว่ามันอาจจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนต้องคำสาปเลยทีเดียว และนี่จะทำให้เงินของคุณเริ่มร่อยหรอ คุณจะเริ่มสูญเสียความมั่นใจที่จะวางเดิมพันลงไป หรือแย่ไปกว่านั้น คุณจะเริ่มหน้ามืดและพยายามเอาคืนเงินที่คุณเสียไปด้วยการเดิมพันแบบหมดหน้าตักในคราวเดียว</p>
<p><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น หลักการเดิมพัน จิตวิทยาการลงทุน</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff;">ออกมาจากวงจรอุบาทว์นี้เถอะครับ</span></strong></p>
<p>ถนนที่จะนำพาคุณไปสู่ความสำเร็จในฐานะของนักเดิมพันนั้น แท้จริงแล้วก็คือ.. ค่อยๆเล่น ค่อยๆไป ไปอย่างมั่นคง! อย่างไรก็ตาม สำหรับคนหลายๆคนนั้น การที่ต้องเจอกับการได้กำไรหรือขาดทุนติดๆกันสัก 3-4 ครั้งนั้น ก็อาจเพียงพอที่จะทำให้พวกเขาเริ่มจะเล่นออกจากแผนการที่วางเอาไว้ได้แล้ว ทั้งๆที่เมื่อมองจากมุมของสถิติศาสตร์แล้ว การได้กำไรหรือขาดทุนติดๆกันในระยะสั้นๆแบบนี้ เป็นเรื่องธรรมดาๆมากๆในหลักการกระจายตัวของผลทางสถิติเท่านั้น</p>
<p>เมื่อนำสิ่งที่เกิดขึ้นนี้มาไตร่ตรองดูให้ดีแล้ว หากว่าในอนาคตคุณต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้อีก คุณควรที่ถอยกลับมาคิด และเตือนตัวเองเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้</p>
<p><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น หลักการเดิมพัน จิตวิทยาการลงทุน</span></p>
<p><span style="text-decoration: underline;">เมื่อคุณได้กำไรติดๆกัน</span></p>
<p>-คุณไม่ได้เป็นอัจฉริยะ อย่าเหลิง</p>
<p>-จงอดกลั้นและหักห้ามใจเอาไว้ และคุณยังต้องทำการบ้านของคุณต่อไป</p>
<p>-สิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นไปได้ว่า คุณก็แค่โชคดี</p>
<p>-จงถ่อมตนเอาไว้</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">เมื่อคุณขาดทุนติดๆกัน</span></p>
<p>-คุณไม่ได้โดนสาป คิดบวกเอาไว้</p>
<p>-จงอดกลั้นและหักห้ามใจเอาไว้ โอกาสของคุณจะมาถึงในเวลาที่เหมาะสม</p>
<p>-สิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นไปได้ว่า คุณก็แค่โชคร้ายสักหน่อย</p>
<p>-เตือนตัวเองให้คิดบวกเอาไว้</p>
<p><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น หลักการเดิมพัน จิตวิทยาการลงทุน</span></p>
<p>ว่าแต่ว่า.. คุณรู้สึกบ้างไหมว่าเรื่องพวกนี้นั้น คุณเองเคยได้ยินมาบ่อยเหลือเกิน? โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากว่าคุณเป็นนักอ่านเรื่องเกี่ยวกับการพนันต่างๆ ผมมั่นใจว่าคุณจะต้องเคยได้ยินเรื่องพวกนี้ผ่านหูผ่านตามาบ้างแล้วอย่างแน่นอน</p>
<p>โดยเฉพาะหากว่าคุณนั้นเคยเล่นหุ้น คุณก็น่าจะรู้ซึ้งถึงความรู้สึกเมื่อราคาของหุ้นที่คุณถืออยู่หล่นวูบลงไปเป็นอย่างดี และคุณมักคิดอยู่อย่างเดียวนั่นก็คือ คุณจะทำอย่างไรที่จะขึ้นมาจากหลุมนั้นได้เสียที แต่นั่นไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องสักเท่าไหร่หรอก เนื่องจากมันไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่บอกให้คุณต้องรู้จักอดทนและตัดใจ แล้วรอโอกาสใหม่ๆที่จะเกิดขึ้นมาในตลาดหุ้นแทน</p>
<p><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น หลักการเดิมพัน จิตวิทยาการลงทุน</span></p>
<p>ความจริงแล้ว การที่เราจะสามารถบังคับตัวเอง ไม่ให้มีอารมณ์มาเกี่ยวข้องในการเดิมพันเลยแม้แต่น้อยนั้น เป็นสิ่งที่ไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน และหากว่าคุณไม่รู้สึกอะไรเลยจากการเดิมพันก้อนใหญ่ๆ คุณอาจจะไม่ใช่คนก็เป็นได้ แต่ยิ่งคุณเข้าใจถึงภาวะทางอารมณ์ของคุณ ว่ามันมักจะมีผลกระทบต่อการกระทำของคุณมากเท่าไร ผลการเล่นเดิมพันในระยะยาวของคุณก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้นครับ</p>
<p><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น หลักการเดิมพัน จิตวิทยาการลงทุน</span></p>
<p>ใครคิดอย่างไรบ้างก็คุยกันได้นะครับ เดี๋ยวผมกลับมาคุยแล้วเจอกันใหม่ที่ <a href="http://mangmaoclub.com/"><strong><span style="color: #ff0000;">แมงเม่าคลับ.คอม</span></strong></a> ครับ</p>


<p>Related posts:<ol><li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-psychology-clip-2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: วิธีการเล่นหุ้น(Video Clip) Trading Psychology (Part 2)'>วิธีการเล่นหุ้น(Video Clip) Trading Psychology (Part 2)</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-psychology-spiral/' rel='bookmark' title='Permanent Link: การควบคุมสติในการเล่นหุ้นเมื่อขาดทุนติดๆกัน Consecutive losses and the trading psychology spiral'>การควบคุมสติในการเล่นหุ้นเมื่อขาดทุนติดๆกัน Consecutive losses and the trading psychology spiral</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/trading-psychology-clip-1/' rel='bookmark' title='Permanent Link: จิตวิทยาการลงทุน(Video Clip)Trading Psychology : Part 1'>จิตวิทยาการลงทุน(Video Clip)Trading Psychology : Part 1</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/betting-psychology/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>More articles on the way!</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/more-articles-on-the-way/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/more-articles-on-the-way/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Apr 2010 23:38:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[จิปาถะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=1285</guid>
		<description><![CDATA[
			
				
			
		
 ทักทายกันอีกครั้ง สำหรับเพื่อนพี่ๆน้องๆที่เคยติดตามอ่าน แมงเม่าคลับ นะครับ ผมต้องขออภัยด้วย(ยกโทษให้ผมด้วยละกันครับ &#62;_&#60;) ที่จู่ๆก็หายไปเลยเป็นเดือนๆ จริงๆแล้วต้องโทษความขี้เกียจและความเลยตามเลยของผมเอง เนื่องจากในตอนนั้นตลาดเริ่ม “เหมือนจะ” เข้าสู่ช่วงแนวโน้มที่เป็นใจ ผมเลยมัวแต่ไปสาละวนกับการเทรด และมัวแต่ค้นคว้าสิ่งต่างๆเพิ่มเติม โดยอีกใจก็คิดว่าเดี๋ยวจะรีบกลับไปเขียนกลับไปตอบครับ แต่..

แต่แล้วไอ้ตัวขี้เกียจที่สิงอยู่ในร่างของผมมันก็แผลงฤทธิ์ครับ ผมเริ่มจะอู้ และแล้วมันกูดูจะเนิ่นนานไปเรื่อยๆ จนในที่สุดผมก็ได้ฤกดิ์ดีอีกทีก็คราวนี้แหละครับ สังเกตุว่าช่วงตลาดเป็นขาลงผมจะอัพบล็อกบ่อยๆ เพราะจะไม่ค่อยยุ่งมีเวลาเหลือเยอะ ช่วงไหนที่ตลาดขึ้นแล้วผมอาจหายหน้าหายตาไปสักพักก็ไม่ต้องตกใจนะครับ  
…..
กลับมาคราวนี้ผมได้ใช้เวลาในช่วงสงกราต์ที่ผ่านมาแปลบทความและวิดีโอเอาไว้หลายชิ้นทีเดียว น่าจะพออัพเดทไปได้อย่างน้อยอีกสักเดือนสองเดือนครับ ใครที่อยากตามอ่านโดยมีการแจ้งเตือนในอีเมล์ทุกๆอาทิตย์ก็ Click   ที่นี่ ได้เลยครับ
…..
ผมใช้เวลาพอสมควรในการปรับปรุงบล็อกแห่งนี้ใหม่(จนพังไปรอบหนึ่งทีเดียว ใจหายมากกกกก!! แต่โชคยังดีครับ พระเจ้าคงยังอยากให้ผมเขียนบล็อกต่อไปก็เป็นได้  ) โดยผมได้ใส่ Feature ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น Toolbar ที่เพื่อนๆจะเห็นอยู่ข้างล่าง อาจมีบางท่านรำคาญแต่ผมเห็นว่ามีประโยชน์เลยหยิบมาให้ลองใช้กัน สะดวกมากครับในการหาข้อมูลต่างๆในเวบ ETC.
…..
สุดท้ายนี้ อยากชวนให้มาร่วมเป็นเพื่อนกันทั้งใน  และ  นะครับ สะดวกอย่างไหนก็เล่นอันนั้นก็ได้ครับ ผมคิดว่าน่าจะดี เผื่อว่ามีอะไรจะได้คุยกัน หรือแบ่งปันกันได้ในหลายๆทางครับ
ขอบคุณมากที่แวะเข้ามาที่ แมงเม่าคลับ [...]


No related posts.]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fmangmaoclub.com%2Fmore-articles-on-the-way%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fmangmaoclub.com%2Fmore-articles-on-the-way%2F&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/im_back.jpg"><img style="margin: 0px 10px 0px 0px; display: inline; border-width: 0px;" title="im_back" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/im_back_thumb.jpg" border="0" alt="im_back" width="145" height="145" align="left" /></a> ทักทายกันอีกครั้ง สำหรับเพื่อนพี่ๆน้องๆที่เคยติดตามอ่าน <a href="http://mangmaoclub.com/" target="_blank"><strong><span style="color: #8000ff;">แมงเม่าคลับ</span></strong></a> นะครับ ผมต้องขออภัยด้วย(ยกโทษให้ผมด้วยละกันครับ &gt;_&lt;) ที่จู่ๆก็หายไปเลยเป็นเดือนๆ จริงๆแล้วต้องโทษความขี้เกียจและความเลยตามเลยของผมเอง เนื่องจากในตอนนั้นตลาดเริ่ม “เหมือนจะ” เข้าสู่ช่วงแนวโน้มที่เป็นใจ ผมเลยมัวแต่ไปสาละวนกับการเทรด และมัวแต่ค้นคว้าสิ่งต่างๆเพิ่มเติม โดยอีกใจก็คิดว่าเดี๋ยวจะรีบกลับไปเขียนกลับไปตอบครับ แต่..</p>
<p><span id="more-1285"></span></p>
<p>แต่แล้วไอ้ตัวขี้เกียจที่สิงอยู่ในร่างของผมมันก็แผลงฤทธิ์ครับ ผมเริ่มจะอู้ และแล้วมันกูดูจะเนิ่นนานไปเรื่อยๆ จนในที่สุดผมก็ได้ฤกดิ์ดีอีกทีก็คราวนี้แหละครับ สังเกตุว่าช่วงตลาดเป็นขาลงผมจะอัพบล็อกบ่อยๆ เพราะจะไม่ค่อยยุ่งมีเวลาเหลือเยอะ ช่วงไหนที่ตลาดขึ้นแล้วผมอาจหายหน้าหายตาไปสักพักก็ไม่ต้องตกใจนะครับ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p><span style="color: #ffffff;">…..</span></p>
<p><span style="color: #0080ff;"><strong>กลับมาคราวนี้ผมได้ใช้เวลาในช่วงสงกราต์ที่ผ่านมาแปลบทความและวิดีโอเอาไว้หลายชิ้นทีเดียว น่าจะพออัพเดทไปได้อย่างน้อยอีกสักเดือนสองเดือนครับ</strong></span> ใครที่อยากตามอ่านโดยมีการแจ้งเตือนในอีเมล์ทุกๆอาทิตย์ก็ <span style="color: #ff8040;"><strong>Click </strong></span><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/email_icon2.jpg"><span style="color: #ff8040;"> </span></a><a href="http://mangmaoclub.com/subscribe/"><img style="border: 0px initial initial;" title="รับข่าวสารจากแมงเม่าคลับ" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/email_icon21.jpg" border="0" alt="e-mail_icon2" width="65" height="51" /></a><span style="color: #ff8040;"><strong> ที่นี่</strong></span> ได้เลยครับ</p>
<p><span style="color: #ffffff;">…..</span></p>
<p>ผมใช้เวลาพอสมควรในการปรับปรุงบล็อกแห่งนี้ใหม่(จนพังไปรอบหนึ่งทีเดียว ใจหายมากกกกก!! แต่โชคยังดีครับ พระเจ้าคงยังอยากให้ผมเขียนบล็อกต่อไปก็เป็นได้ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /> ) โดยผมได้ใส่ Feature ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น <strong><span style="color: #ff0080;">Toolbar</span></strong> ที่เพื่อนๆจะเห็นอยู่ข้างล่าง อาจมีบางท่านรำคาญแต่ผมเห็นว่ามีประโยชน์เลยหยิบมาให้ลองใช้กัน สะดวกมากครับในการหาข้อมูลต่างๆในเวบ ETC.</p>
<p><span style="color: #ffffff;">…..</span></p>
<p>สุดท้ายนี้ อยากชวนให้มาร่วมเป็นเพื่อนกันทั้งใน <a href="http://www.facebook.com/pages/maeng-mea-khlb-baeng-pn-khwam-ru-ni-kar-len-hun/114684511887112"><img style="display: inline; border: 0px initial initial;" title="Mangmaoclub's Fan Page" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/facebooklogo.jpg" border="0" alt="facebook-logo" width="108" height="40" /></a> และ <a href="http://twitter.com/mangmaoclub"><img style="display: inline; border: 0px initial initial;" title="Mangmaoclub's Twitter" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/twitterlogo.jpg" border="0" alt="twitter-logo" width="87" height="44" /></a> นะครับ สะดวกอย่างไหนก็เล่นอันนั้นก็ได้ครับ ผมคิดว่าน่าจะดี เผื่อว่ามีอะไรจะได้คุยกัน หรือแบ่งปันกันได้ในหลายๆทางครับ</p>
<p>ขอบคุณมากที่แวะเข้ามาที่ แมงเม่าคลับ ครับ มีความเห็นหรือข้อแนะนำอย่างไรช่วยบอกกันนะครับ จะได้พยายามปรับปรุงครับ</p>
<p><span style="color: #ffffff;">…..</span></p>
<p><strong><span style="color: #ff8080;">* ปล. ใครที่เคยส่งคำถาม หรือคุยกับผมค้างใว้เมื่อครั้งก่อนๆ ผมต้องขอโทษที่ไม่ได้ตอบ และขอ Reset บทสนทนาเลยแล้วกันนะครับ เพราะตามไปตอบไม่ทันแล้ว แล้วคุยกันครับ <img src='http://mangmaoclub.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </span></strong></p>


<p>No related posts.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/more-articles-on-the-way/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>18</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ว่าด้วยเรื่องของการตัดขาดทุนและรักษากำไรด้วย Trailing Stop</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/trailing-stop/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/trailing-stop/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Apr 2010 22:39:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น และ วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[บริหารความเสี่ยง Money Management]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=1276</guid>
		<description><![CDATA[คนที่เข้ามาเก็งกำไรในตลาดหุ้นส่วนใหญ่นั้น เมื่อได้นำวิชาการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค(Technical Analysis) มาใช้นั้นมักจะเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับพยายามหาวิธีการซื้อหุ้น(Buy Signal)ที่มีความแม่นยำที่มากที่สุด หรือไม่ก็ให้กำไรสูงสุด แต่เราอาจไม่เคยรู้หรือเคยได้ยินว่า เมื่อเรามองถึงการเก็งกำไรในระยะยาวแล้ว การขายหุ้นนั้น จริงๆแล้วมักมีความสำคัญกว่าการเข้าซื้อเสียอีกครับ


Related posts:<ol><li><a href='http://mangmaoclub.com/trailing-stop-simple/' rel='bookmark' title='Permanent Link: วิธีการเล่นหุ้นด้วย(Video Clip) Trailing Stop : The Simple and Effective way'>วิธีการเล่นหุ้นด้วย(Video Clip) Trailing Stop : The Simple and Effective way</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/george-lane-2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร George Lane &ldquo;Father Stochastic&rdquo; Part 2'>ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร George Lane &ldquo;Father Stochastic&rdquo; Part 2</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/rsi-indicator/' rel='bookmark' title='Permanent Link: (Video Clip)วิเคราะหุ้นทางเทคนิคด้วย RSI Indicator'>(Video Clip)วิเคราะหุ้นทางเทคนิคด้วย RSI Indicator</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fmangmaoclub.com%2Ftrailing-stop%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fmangmaoclub.com%2Ftrailing-stop%2F&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p><strong><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/Trendline_Trailing_Stop_by__.png"><img style="margin: 0px 10px 10px 0px; display: inline; border-width: 0px;" title="Trendline_Trailing_Stop_by_แมงเม่าคลับ_หุ้น" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/Trendline_Trailing_Stop_by___thumb.png" border="0" alt="Trendline_Trailing_Stop_by_แมงเม่าคลับ_หุ้น" width="244" height="113" align="left" /></a> ว่าด้วยเรื่องของการตัดขาดทุนและรักษากำไรด้วย Trailing Stop</strong></p>
<p>คนที่เข้ามาเก็งกำไรในตลาดหุ้นส่วนใหญ่นั้น เมื่อได้นำวิชาการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค(Technical Analysis) มาใช้นั้นมักจะเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับพยายามหาวิธีการซื้อหุ้น(Buy Signal)ที่มีความแม่นยำที่มากที่สุด หรือไม่ก็ให้กำไรสูงสุด แต่เราอาจไม่เคยรู้หรือเคยได้ยินว่า เมื่อเรามองถึงการเก็งกำไรในระยะยาวแล้ว การขายหุ้นนั้น จริงๆแล้วมักมีความสำคัญกว่าการเข้าซื้อเสียอีกครับ</p>
<p><span id="more-1276"></span></p>
<p>โดยเมื่อเราพูดถึงเรื่องของการตัดขาดทุนกันนั้น ผมพบว่าคนส่วนใหญ่ยังมีปัญหาเกี่ยวกับการตั้งจุดตัดขาดทุนของตนเองอยู่พอสมควร จะว่าไปแล้ว ปัญหานี้อาจไม่เกิดขึ้นโดยเหตุผลเพราะว่าเราไม่รู้ถึงวิธีหยุดการขาดทุนกัน แต่ผมมองว่า <span style="text-decoration: underline;">บางทีแล้ว การใช้ระบบการตัดขาดทุนที่ใช้อยู่นั้น อาจไม่เหมาะสมหรือเข้ากันกับสภาพจิตใจ และความเชื่อของแต่ละคนก็เป็นได้ครับ ปัญหาที่ตามมาจึงกลายเป็นการขาดวินัยในการลงทุนหรือเก็งกำไรที่เกิดขึ้นเสมอๆนั่นเอง</span></p>
<p>รูปแบบหรือระบบการตัดขาดทุนที่วันนี้ผมจะเขียนแนะนำนั้น <strong><span style="color: #ff8080;">ผมจะขอยกมาเฉพาะแต่จุดตัดขาดทุนที่จะเคลื่อนไปอย่างต่อเนื่องตามแนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น (Trailing Stop) นะครับ เพราะช่วยให้เราสามารถใช้จุดตัดขาดทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</span></strong> ทั้งในการตัดขาดทุน(Stop Loss) และปกป้องกำไร(Protect Profit)ครับ ทั้งนี้นั้น ขอให้นึกเสมอว่าไม่มี Sure Thing ในตลาดหุ้น อยากให้มองเป็นความน่าจะเป็นหรือ Probability เสียมากกว่า เนื่องจากเราไม่มีทางรู้ได้แน่ๆว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต และต่อให้รู้ ก็ใช่ว่าจะรู้ว่าเหตุการณ์นั้นๆจะส่งผลกระทบต่อตลาดหรือราคาหุ้นได้อย่างถูกต้องทุกครั้งครับ ดังนั้น เมื่อนำมาใช้ มองว่ามันคือการนำมาใช้เพื่อจำกัดการขาดทุนของเราให้น้อยกว่ากำไรที่เราหามาได้น่าจะดีกว่า เพราะจะทำให้ไม่รู้สึกเสียดายของหรือไม่กล้าตัดขายออกไป ซึ่งจะเป็นผลลบต่อพอร์ทในระยะยาวแน่ๆครับ</p>
<p><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น วิธีการตัดขาดทุนด้วย Trailing Stop รูปแบบต่างๆ</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff;">รูปแบบแรก Ruler Trailing Stop หรือใช้การวัดด้วยไม้บรรทัด</span></strong></p>
<p>รูปแบบการตัดขาดทุนแบบ Ruler Trailing Stop นี้ จะว่าไปแล้วก็น่าจะเป็นรูปแบบที่เก่าแก่ที่สุดยุคพระเจ้าเหาเลยก็ได้ครับ วิธีการนี้ผมค่อนข้างเชื่อว่ายุคนี้คงไม่มีใครนำมาใช้อีกแล้ว เพราะไม่สะดวกเอาอย่างมาก แต่ขอนำมาเล่าให้ฟังครับ</p>
<p>วิธีการก็คือ นำราคากราฟมา print ออกมา แล้วหาจุดสูงสุด-ต่ำสุดหรือ Trading Range ในช่วงคาบเวลาที่เราต้องการจะเก็งกำไรครับ เช่นหา High-Low ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา แล้วหาระยะห่างขอมันออกมา ผลที่ได้คือระยะที่เป็นเซนติเมตรหรือเป็นนิ้วครับ แล้วนำระยะความกว้างตรงนี้มาวัดจากจุดสูงสุดภายใน 3 เดือน(คาบเวลาที่เราเลือกเทรด) ไล่ขึ้นไปตามราคาของหุ้นเรื่อยๆครับ</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ข้อดี:</span></p>
<p>ระยะที่เราได้มาจะมีความผันแปรไปตามความผันผวน(Volatile) ของหุ้นแต่ละตัวครับ เช่นหากหุ้นเหวี่ยงไปมามากๆเราก็จะได้ระยะที่ค่อนขว้างกว้างกว่าหุ้นที่ผันผวนน้อยๆนั่นเอง</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ข้อเสีย:</span></p>
<p>มันขาดความสะดวกในการนำมาใช้อย่างแรงแน่นอนครับ อีกอย่างหนึ่งก็คือ ระยะที่วัดได้มานี้จะตายตัว ไม่อิงตามสภาพที่เปลี่ยนไปของตลาด หรือตามราคาของหุ้น เช่น หากว่าเราได้ระยะเท่ากับ 1 นิ้ว โดยระยะหนึ่งนิ้วนี้ ในวันที่เราวัด มันมีค่าเท่ากับ 1 บาท โดยราคาหุ้นขณะนั้นอยู่ที่ 10 บาท นั่นเท่ากับว่าเราตัดขาดทุนที่ 10% เมื่อเริ่มต้น แต่เมื่อราคาหุ้นขยับสูงขึ้นมากเรื่อย ระยะที่เราใช้อยู่จะทำให้เราตัดขาดทุนเร็วขึ้น เช่น เมื่อมันวิ่งไปที่ 20 บาท ระยะ 1 นิ้วที่เท่ากับ 1 บาท จะทำให้เราตัดขาดทุนที่ 5% แทนนั่นเองครับ</p>
<p><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น วิธีการตัดขาดทุนด้วย Trailing Stop รูปแบบต่างๆ</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff;">การตัดขาดทุนแบบ Dollar Stop หรือตามช่วงราคาที่เรากำหนดเอาไว้</span></strong></p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/Dollar_Trailing_Stop_by__.png"><img style="margin: 10px 0px; display: inline; border-width: 0px;" title="Dollar_Trailing_Stop_by_แมงเม่าคลับ_หุ้น" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/Dollar_Trailing_Stop_by___thumb.png" border="0" alt="Dollar_Trailing_Stop_by_แมงเม่าคลับ_หุ้น" width="504" height="231" /></a></p>
<p>การตัดขาดทุนแบบ Dollar Stop นี้ ค่อนข้างจะมีความคล้ายคลึงกับ Ruler Stop เป็นอย่างมากครับ ต่างกันตรงที่ เราไม่ได้วัดค่าเริ่มต้นจากไม้บรรทัดนั่นเอง โดยที่เราจะกำหนดไว้ที่ช่วงราคากว้างแค่ไหนนั้น ส่วนใหญ่แล้วค่อนข้างจะเป็นความเชื่อและความสบายใจส่วนตัวของแต่ละคน เช่นบางคนบอก 5 ช่องขาย บางคนบอก 10 ช่อง หรือบางคนบอกลงมา 10 บาทก็ขายครับ โดยวิธีใช้ก็คือ เมื่อเข้าซื้อแล้วก็กำหนดจุดตัดขาดทุนเริ่มต้นเอาไว้ เช่น หุ้นราคา 200 บาท เราก็ตั้งไว้ที่ 5 บาท หากวิ่งลงมามากกว่านี้ก็ขาย แต่หากหุ้นวิ่งขึ้นไปเรื่อยๆก็ยกขึ้นไปตามจุดสูงสุดของมันครับ</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ข้อดี:</span></p>
<p>วิธีนี้มีข้อดีตรงความง่ายในการใช้ โดยไม่ต้องวิเคราะห์อะไรมากครับ <strong><span style="color: #ff8040;">เหมาะกับการนำไปใช้กับคนที่เล่นหุ้นอยู่แค่ตัวเดียวและชินกับสภาพการเคลื่อนไหวของมัน</span></strong> โดยเท่าที่เห็นมักจะใช้ในการเล่นสั้นๆแบบ Day Trade หรือ Swing ครับ</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ข้อเสีย:</span></p>
<p>เช่นเดียวกับ Ruler Stop ครับ มันค่อนข้างตายตัวกับระดับราคา เพราะเมื่อระดับราคาของหุ้นเปลี่ยนไปสูง หรือต่ำลงเรื่อยๆ มันจะไม่อิงกับตลาด</p>
<p><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น วิธีการตัดขาดทุนด้วย Trailing Stop รูปแบบต่างๆ</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff;">การตัดขาดทุนแบบ Percentage Trailing Stop หรือตามร้อยละของราคา</span></strong></p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/Percentage_Trailing_Stop_by__.png"><img style="margin: 10px 0px; display: inline; border-width: 0px;" title="Percentage_Trailing_Stop_by_แมงเม่าคลับ_หุ้น" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/Percentage_Trailing_Stop_by___thumb.png" border="0" alt="Percentage_Trailing_Stop_by_แมงเม่าคลับ_หุ้น" width="504" height="231" /></a></p>
<p>วิธีการตัดขาดทุนในรูปแบบนี้นั้นมีคนนิยมใช้กันพอสมควร โดยเฉพาะผู้ที่ทำการลงทุนแบบผสมผสานระหว่าง Technical Analysis และ Fundamental Analysis แต่ทั้งนี้ เราก็สามารถนำมันมาประยุกต์ใช้กับการเล่นระยะสั้นและกลางได้เช่นเดียวกัน เพราะมีความง่ายรวดเร็วครับ ผมเห็นว่านักลงทุนและนักเก็งกำไรในตลาดหุ้นไทยส่วนใหญ่ก็มีใช้วิธีนี้กันเยอะเช่นกันครับ ทั้งนี้สามารถประยุกต์ใช้กับ Money Management ได้ง่ายๆเช่นกันตามสูตรนี้ เพื่อหา Position Sizing ที่เราควรซื้อ</p>
<blockquote><p>Position Size(%) = (% of Position Risk/% of Trailing Stop)*100</p></blockquote>
<p>โดย % of Position Risk คือ อัตราส่วนการขาดทุนที่เราจะยอมเสียของเงินทั้งพอร์ท และ % of Trailing Stop คือ ร้อยละที่เราต้องการจะตัดขาดทุน เช่น เราต้องการควบคุมความเสี่ยงต่อ Position หรือการลงทุนแต่ละครั้งที่ 2% โดยกำหนดจุดตัดขาดทุนที่ 10% ของราคาหุ้น เราจะได้สัดส่วนหุ้นที่ควรซื้อทั้งหมด = (2/5)*100 = 40% ของเงินทุนทั้งหมดนั่นเอง</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ข้อดี:</span></p>
<p>ง่ายต่อการใช้ และง่ายต่อการควบคุมความเสี่ยงที่เราต้องการเช่นกัน ใช้ร่วมกับการลงทุนแบบผสมผสานได้เป็นอย่างดี</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ข้อเสีย:</span></p>
<p>ไม่มีความยืดหยุ่นเท่าที่ควรในการเก็งกำไร เนื่องจากหุ้นแต่ละตัวย่อมมีความผันผวนต่างกัน หากเรากำหนดระดับความเสี่ยงน้อยเกินไป หุ้นจะหลุดมือเอาได้ง่ายๆ</p>
<p><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น วิธีการตัดขาดทุนด้วย Trailing Stop รูปแบบต่างๆ</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff;">การตัดขาดทุนแบบ High-Low หรือจุดสูงสุดและจุดต่ำสุด(Support-Resistant)</span></strong></p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/PeakThrough_Trailing_Stop_by__.png"><img style="margin: 10px 0px; display: inline; border-width: 0px;" title="Peak&amp;Through_Trailing_Stop_by_แมงเม่าคลับ_หุ้น" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/PeakThrough_Trailing_Stop_by___thumb.png" border="0" alt="Peak&amp;Through_Trailing_Stop_by_แมงเม่าคลับ_หุ้น" width="504" height="231" /></a></p>
<p>วิธีการตัดขาดทุนแบบนี้นั้น น่าจะมีพื้นฐานมาจากทฤษฏีดาวน์ หรือ Down Theory ที่ทุกคนรู้จักกันดี นั่นก็คือ การให้ความหมายของคำว่า ขาขึ้นนั้น คือการที่ราคาหุ้นสามารถทำจุดสูงสุดขึ้นไปเรื่อยๆ และขาลงนั้น คือการที่ราคาหุ้นจะไหลลงต่ำกว่าจุดต่ำสุดเดิมเรื่อยๆนั่นเอง ส่วนภาวะ Side way ก็คือการที่มันอยู่ในกรอบของจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดนั่นเองครับ</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ข้อดี:</span></p>
<p>วิธีการนี้นั้น <strong><span style="color: #ff8040;">จะทำให้เรามีหุ้นอยู่เมื่อตลาดเป็นขาขึ้นและเคลื่อนไหวออกข้าง และพอร์ทจะว่างอยู่เมื่อตลาดกลายเป็นขาลงเท่านั้น</span></strong> และเมื่อตลาดเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆเราจะไม่ต้องซื้อๆขายๆบ่อยเกินไปนั่นเอง วิธีการนี้ค่อนข้างเป็นที่นิยมเพราะมัน Dynamic ไปตามการเคลื่อนไหวของตลาด มักใช้กับพวก Trend Following ในระยะกลางๆถึงยาวครับ</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ข้อเสีย:</span></p>
<p>เนื่องจากใจของคนเรามันไม่เท่ากัน ดังนั้น <strong><span style="color: #ff8080;">เมื่อเราให้ความหมายหรือ Define ว่าจุดสูงสุดหรือต่ำสุดคือจุดไหนนั้น เรามักจะเห็นไม่ตรงกันครับ บางคนหุ้นทำ High เล็กๆ ก็นับเป็นจุดสูงสุดแล้ว ในขณะที่อีกคนไม่เห็นเป็นอย่างนั้น มันจึงไม่ค่อยมีความแน่นนอน หรือมีค่ากลางที่เอาไว้คุยกันได้</span></strong> วิธีการแก้ไขบางอย่างคือ การใช้ ZigZag Indicator เข้ามาช่วยดู โดยระบุว่าเราจะ Define มันว่าเป็นจุดสูงสุดหรือต่ำสุดเมื่อราคาวกกลับมากี่ % นั่นเอง ซึ่งช่วยให้สามารถคุยกันรู้เรื่องและทำ System Test ได้ด้วย</p>
<p><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น วิธีการตัดขาดทุนด้วย Trailing Stop รูปแบบต่างๆ</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff;">รูปแบบการตัดขาดทุนแบบ Channel Trailing Stop หรือทางเดินของราคา</span></strong></p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/Price_Channel_Trailing_Stop_by__.png"><img style="margin: 10px 0px; display: inline; border-width: 0px;" title="Price_Channel_Trailing_Stop_by_แมงเม่าคลับ_หุ้น" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/Price_Channel_Trailing_Stop_by___thumb.png" border="0" alt="Price_Channel_Trailing_Stop_by_แมงเม่าคลับ_หุ้น" width="504" height="231" /></a></p>
<p>วิธีการตัดขาดทุนแบบนี้ เท่าที่ทราบมีต้นกำเนิดมาจากการคิดค้นของ <strong><span style="color: #0000ff;">Richard Donchian</span></strong> ครับ โดยเขาได้จับแนวคิดนี้มาทำเป็น <strong>Donchian Channel System</strong> นั่นก็คือ การหาทางเดิน หรือกรอบของราคาอิงกับจุดต่ำสุดและสูงสุดภายในช่วงเวลาที่ต้องการ โดยระบบดั้งเดิมของ Donchian นั้น คือการหาจุดต่ำสุดและสูงสุด จากจำนวนวันที่ 20 วัน หรือ 4 อาทิตย์นั่นเอง โดย จะเข้าซื้อเมื่อ หุ้น Breakout จากกรอบบน และขายเมื่อหุ้น Breakdown จากกรอบล่าง <strong><span style="color: #8000ff;">ระบบการตัดขาดทุนแบบนี้สามารถใช้ได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เป็นที่นิยมกับเหล่า Trend Following ยุคเก่าเป็นอย่างมาก</span></strong> และนี่ก็เป็นระบบที่เป็นต้นแบบของเหล่า <strong>Turtle Trader</strong> ที่เป็นตำนนานและมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากครับ</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ข้อดี:</span></p>
<p>ทำให้หุ้นไม่หลุดมือเมื่อตลาดพักตัววิ่งอยู่ในกรอบ Sideway โดยมีความชัดเจนจากการการใช้ Parameter ของจำนวนวันที่กำหนด เราจึงไม่ผิดพลาดจาก Bias ของเราในการวัด High-Low ที่เรามองเห็นด้วยตา และมันยังยืดหยุ่นสอดคล้องไปตามสภาวะตลาดอีกด้วย</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ข้อเสีย:</span></p>
<p>เรามักจะเจอกับ False Signal บ่อยพอสมควรจากการใช้ Channel ครับ จากประสบการณ์ หากมัน Break แล้วย้อนทางกลับ ราคาหุ้นมักจะดีดกลับอย่างรวดเร็วและรุนแรง ซึ่งทำให้มีผู้คิดคุ้นวิธีการเล่นแบบสวนทางที่เรียกว่า Turtle Soup ขึ้นมาอีกด้วย ข้อเสียอีกอย่างก็คือ เมื่อราคาหุ้นวิ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็วนั้น กรอบล่างของมันมักจะตามราคาช้า และอาจไม่ทันเท่าที่ควร ทำให้สูญเสียกำไรไปส่วนหนึ่ง แต่ก็แลกมากับการที่มันช่วยให้เราถือหุ้น Let Profits Run ได้ยาวๆ และทำให้อัตราต่อรองหรือ Pay off ของเรามากขึ้นครับ</p>
<p><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น วิธีการตัดขาดทุนด้วย Trailing Stop รูปแบบต่างๆ</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff;">รูปแบบการตัดขาดทุนแบบ Trend line หรือเส้นแนวโน้ม</span></strong></p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/Trendline_Trailing_Stop_by__1.png"><img style="margin: 10px 0px; display: inline; border-width: 0px;" title="Trendline_Trailing_Stop_by_แมงเม่าคลับ_หุ้น" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/Trendline_Trailing_Stop_by___thumb1.png" border="0" alt="Trendline_Trailing_Stop_by_แมงเม่าคลับ_หุ้น" width="504" height="231" /></a></p>
<p>รูปแบบการตัดขาดทุนแบบ Trend line นี้เป็นรูปแบบที่นิยมและรู้จักกันมากอีกรูปแบบหนึ่งครับ มันถูกใช้อย่างแพร่หลายแต่มีข้อสังเกตอยู่อย่างหนึ่งคือ อ้างอิงจากหนังสือ <strong><span style="color: #0000ff;">The New Science of Technical analysis</span></strong> ของ <strong><span style="color: #0000ff;">Tom Demark</span></strong> ซึ่งเป็นนักค้นคว้าและวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคชื่อดังของอเมริกานั้น เขาได้ให้คำแนะนำว่า “เส้น Trend line นั้น ควรจะลากจากจุดต่ำสุดหรือสูงสุด ณ ช่วงเวลาล่าสุดย้อนกลับไปในอดีต” เนื่องจากมันจะช่วยทำให้เราได้สิ่งที่เป็นสภาวะที่เป็นปัจจุบันได้มากกว่าการลากจากอดีต และจุดที่เรากำหนดจะลากนั้น ควรที่เป็นจุด TD Point หรือเป็นจุดที่ต่ำกว่าวันก่อนหน้า(Previous day) และวันถัดมา(Post day) ในกรณีขาขึ้น และในขาลงนั้นก็ทำกลับกันนั่นเอง</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ข้อดี:</span></p>
<p><strong><span style="color: #ff8040;">มันทำให้เรามีหุ้นอยู่ในมือเมื่ออยู่ในขาขึ้น หรือขาลงเท่านั้น</span></strong> และง่ายต่อการใช้โดยการลากเอาด้วยตาของเรา และจะเปลี่ยนแปลงตามความเร็วของตลาดไปเรื่อยๆ</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ข้อเสีย:</span></p>
<p>เนื่องจากมันคือเส้นวัดแนวโน้ม หรือ Trend line มันจึงไม่อนุญาตให้เรามีหุ้นเมื่อหุ้นพักตัวในตลาด Side way เพราะมันจะหลุดเส้นแนวโน้มลงมา เราจึงอาจหุ้นหลดมือได้บ่อยกว่านั่นเองครับ</p>
<p><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น วิธีการตัดขาดทุนด้วย Trailing Stop รูปแบบต่างๆ</span></p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ในตอนนี้นั้น เราจะเริ่มเข้าสู่การใช้ Traling Stop ที่เป็น Mathematical Base หรือคำนวณมาด้วยตัวเลขตามหลักคณิตศาสตร์กันบ้าง โดยเริ่มจากระบบที่เก่าแก่ที่สุดกันครับ</span></p>
<p><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น วิธีการตัดขาดทุนด้วย Trailing Stop รูปแบบต่างๆ</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff;">รูปแบบการตัดขาดทุนโดย Moving Average(MA) หรือเส้นค่าเฉลี่ย</span></strong></p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/Moving_Average_Tradilng_Stop_by__.png"><img style="margin: 10px 0px; display: inline; border-width: 0px;" title="Moving_Average_Tradilng_Stop_by_แมงเม่าคลับ_หุ้น" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/Moving_Average_Tradilng_Stop_by___thumb.png" border="0" alt="Moving_Average_Tradilng_Stop_by_แมงเม่าคลับ_หุ้น" width="504" height="231" /></a></p>
<p>เส้นค่าเฉลี่ย MA นี้ เป็นวิธีการที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและยาวนานกันทีเดียว เนื่องจากมันเป็น Indicator รูปแบบแรกๆที่มีลักษณะเป็น Stop and Reverse(SAR) ในตัวของมันเอง แนวคิดอธิบายง่ายๆนั้นก็คือ การหาต้นทุนโดยเฉลี่ยภายในช่วงเวลาที่เราต้องการออกมา แล้วอนุมานว่า หากราคา ณ ปัจจุบันนั้นสูงกว่าต้นทุนเฉลี่ยอยู่นั้น แสดงถึงภาวะทางจิตวิทยาที่ดีอยู่ เนื่องจากคนยอมจ่ายแพงกว่าต้นทุนเฉลี่ยของวันที่ผ่านมาเรื่อยๆ ทั้งนี้ บางคนอาจใช้ MA ในรูปแบบที่ต่างกันไป บางคนอาจใช้ 2 เส้น หรือ 10 เส้นเป็นก๋วยเตี๋ยว 1 ชามเลยก็เป็นได้ <strong><span style="color: #ff8080;">แต่ทั้งนี้นั้น ต้องคำนึงถึงว่า หากเราใช้เส้น MA มากขึ้นเท่าไหร่ มันจะยิ่งช้ากว่าตลาด หรือมีการ Lag มากยิ่งขึ้น</span></strong> และเป็นการอิงกับการเกิดสภาวะหนึ่งๆที่มากเกินไป จนอาจทำให้ระบบรวนและไม่สามารถอยู่ในระยะยาวได้ดีเท่าที่ควร</p>
<p>เส้นค่าเฉลี่ย(ต้นทุน) หรือ Moving Average นั้น มีกันอยู่หลายรูปแบบพอสมควรเช่น Simple, Exponential, Weighted, Time Series, Triangular, Variable หรือแม้กระทั่ง Adaptive Moving Average (AMA) ซึ่งออกแบบมาให้ปรับสภาวะไปตามตลาด โดย <strong><span style="color: #0000ff;">Perry Kaufman</span></strong> ได้คิดค้นและเขียนไว้ในหนังสือของเขาชื่อ <strong><span style="color: #0000ff;">Trading System and Method</span></strong> นั่นเอง แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อนำมาทำการทดสอบนั้น ยังไม่เห็นผลความแตกต่างระหว่างเส้น MA ธรรมดา กับ AMA เท่าที่ควร ดังนั้น เลือกใช้ให้เหมาะกับสไตล์ของเราดีกว่า เช่นคนที่เล่นยาวๆหน่อยอาจใช้ SMA ธรรมดาๆ แต่หากใครเล่นสั้นลงมาหน่อยอาจพิจารณาการใช้ EMA เนื่องจากได้ถ่วงน้ำหนักให้มีความอ่อนไหวต่อปัจจุบันมากกว่าครับ</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ข้อดี:</span></p>
<p>ง่ายต่อการใช้ เหมาะกับการเล่นในหลายๆสไตล์ สามารถประยุกต์ใช้เป็นระบบต่างๆได้หลากหลายเช่น เมื่อใช้หลายๆเส้น ก็ทยอยซื้อขายเมื่อเส้นที่ Parameter น้อยกว่าตัดขึ้นมาเรื่อยๆ และทยอยขายเมื่อมันค่อยๆพากันตัดลง</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ข้อเสีย:</span></p>
<p>เนื่องจากมันเป็นค่าเฉลี่ย มันจึงช้ากว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆในตลาด ณ ปัจจุบัน เราจะสังเกตได้ว่าเมื่อมันให้สัญญาณซื้อ-ขายนั้น ราคามักจะขึ้นหรือลงไปพอสมควรแล้ว ทำให้ต้องเผื่อระยะและเผื่อใจในการที่หุ้นจะวิ่งสวนทางกับเราพอสมควร <strong>แต่อย่างไรก็ตาม มันเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นและคงทน Robust สูงรูปแบบหนึ่งครับ</strong></p>
<p><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น วิธีการตัดขาดทุนด้วย Trailing Stop รูปแบบต่างๆ</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff;">รูปแบบการตัดขาดทุนแบบ Parabolic SAR หรือแบบพาราโบลา</span></strong></p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/Parabolic_SAR_Trailing_Stop_by__.png"><img style="margin: 10px 0px; display: inline; border-width: 0px;" title="Parabolic_SAR_Trailing_Stop_by_แมงเม่าคลับ_หุ้น" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/Parabolic_SAR_Trailing_Stop_by___thumb.png" border="0" alt="Parabolic_SAR_Trailing_Stop_by_แมงเม่าคลับ_หุ้น" width="504" height="231" /></a></p>
<p>การตัดขาดทุนแบบ Parabolic Stop and Reverse นี้ ถูกคิดค้นขึ้นมาจาก <strong><span style="color: #0000ff;">William J. Welles Wilder</span></strong> ครับ โดยมีการเคลื่อนไหวของจุดตัดขาดทุนที่วิ่งไปตามแนวโน้มเรื่อยๆ ในรูปแบบของกราฟ Parabola หรือ French Curve นั่นเอง โดยอิงจากข้อสังเกตที่ว่า แนวโน้มของการเคลื่อนไหวของราคาที่แข็งแรงนั้น มักจะเกิดขึ้นเป็นรูปแบบของกราฟราคาแบบ Parabola นั่นเอง มันจึงค่อนข้างที่จะตามติดราคาอย่างไม่ห่างนัก โดยเมื่อสัญญาณเกิดการ Stop หรือ Reverse ในทางใดนั้น SAR จะเริ่มต้นค่าของมันที่ Significant Point (จุดต่ำสุดหรือสูงสุด) ของราคาล่าสุด แล้วเคลื่อนที่เป็น increment ไปในแต่ละวัน โดยมีวิธีการคำนวณสูตรดังเดิมดังนี้ :</p>
<blockquote><p>SARtomorrow=SARtoday+AF(EPtrade-SARtoday)</p></blockquote>
<p>โดยที่ AF คือ Acceleration Factor หรือตัวคูณความเร่งที่จะเพิ่มขึ้นบวกทบคราวละ 0.02 เมื่อราคาได้ทำจุดสูงสุดใหม่ในแต่ละวัน จนไปหยุดที่ 2.0 และ EP คือ Extreme Point (จุดต่ำสุดหรือสูงสุด) โดยหากขาขึ้นสัญญาณ long เราจะใช้จุดสูงสุด และทำกลับกันเมื่อเป็นขาลง หากใครสนใจรายละเอียดวิธีการคิดคำนวณเพิ่มเติม หาอ่านได้จาก <strong><span style="color: #0000ff;">New concept in Technical Analysis</span></strong> ที่เขียนโดย Wilder ได้ครับ หนังสือเล่มนี้ถือเป็นหนังสือตำนานเล่มหนึ่งของชาวเทคนิคทีเดียว เพราะเป็นงานที่ original ในยุคนั้นมากๆ โดยก่อนที่ wilder จะเขียนหนังสือเล่มนี้ ระบบเทรดที่เป็น Machanical มีใช้กันอยู่มีเพียงไม่กี่ชนิด เช่น <strong>Channel Trading System</strong> และ <strong>Moving Average Trading Sytem</strong> เพียงเท่านั้น</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ข้อดี:</span></p>
<p>เนื่องจาก Parabolic SAR จะวิ่งติดตามราคาขึ้นไปเป็น Parabolic curve มันจึงวิ่งตามไปกับราคาและแนวโน้มได้เป็นอย่างดี <strong><span style="color: #ff0080;">มันช่วยให้เราเก็บกำไรที่เรามีอยู่ได้ดีกว่ารูปแบบการตัดขาดทุนที่ผ่านๆมา</span></strong></p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ข้อเสีย:</span></p>
<p>เนื่องจากมันวิ่งตามขึ้นไปติดๆกับกราฟราคา มันจึงมักจะทำให้เสียของบ่อยๆ ในกรณีที่แนวโน้มเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้หวือหวา และในทางกลับกันนั้น <span style="text-decoration: underline;">มันจึงทำให้เกิดสัญญาณซื้อหรือขายที่เร็วเกินไปบ่อยๆ โดยวิธีแก้ปัญหานี้ อาจเป็นการใช้ร่วมกับระบบ Directional Movement โดยซื้อเมื่อ DI+ อยู่เหนือ DI- เท่านั้นครับ</span></p>
<p><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น วิธีการตัดขาดทุนด้วย Trailing Stop รูปแบบต่างๆ</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff;">รูปแบบการตัดขาดทุนแบบ Average True Range Trailing Stop หรือ Chandelier Stop</span></strong></p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/Wilders_Average_True_Range_Trailing_Stop_by__.png"><img style="margin: 10px 0px 0px; display: inline; border-width: 0px;" title="Wilder's_Average_True_Range_Trailing_Stop_by_แมงเม่าคลับ_หุ้น" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/Wilders_Average_True_Range_Trailing_Stop_by___thumb.png" border="0" alt="Wilder's_Average_True_Range_Trailing_Stop_by_แมงเม่าคลับ_หุ้น" width="504" height="231" /></a></p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/Chandelier_Trailing_Stop_by__.png"><img style="margin: 10px 0px; display: inline; border-width: 0px;" title="Chandelier_Trailing_Stop_by_แมงเม่าคลับ_หุ้น" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/Chandelier_Trailing_Stop_by___thumb.png" border="0" alt="Chandelier_Trailing_Stop_by_แมงเม่าคลับ_หุ้น" width="504" height="231" /></a></p>
<p>ผู้คิดค้นระบบนี้เป็นนาย Wilder เช่นเดิม รายละเอียดนั้นได้เขียนไว้หนังสือที่ได้กล่าวมาแล้ว โดยในยุคนั้น การกำเนิดขึ้นของแนวคิดการหาค่าความผันผวนแบบ Average True Range ถือเป็นความล้ำสมัยอย่างมาก โดยมีการอ้างอิงนำไปใช้กับระบบ Turtle Trading ในการหาจุดตัดขาดทุนและจุดซื้อเพิ่มของพวกเขาอีกด้วย โดยค่า True Range หรือความผันผวนนี้ จะหาจากการนำเอาค่าที่มากที่สุดที่เกิดขึ้นจา</p>
<p>1.ระยะจาก High ถึง Low ของวัน</p>
<p>2.ระยะจาก High ของวันถึง Close ของวันก่อนหน้า</p>
<p>3.ระยะจาก Low ของวันถึง Close ของวันก่อนหน้า</p>
<p>เมื่อหาออกมาได้แล้ว เวลานำมาใช้นั้นต้องเอามาหาค่าเฉลี่ยออกมา เนื่องจากความผันผวนในแต่ละวันมักไม่คงที่และมีระยะไม่แน่นอนนั่นเอง ค่าที่ได้ออกมาจะกลายเป็น Average True Range (ATR) โดยค่าที่ใช้กันในตอนเริ่มต้นโดย Wilder นั้น จะอยู่ที่ 7 วันครับ แต่ก่อนที่เราจะนำเอามาใช้ได้นั้นต้องทำอีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือ การคูณด้วยค่าคงที่ หรือค่า Constant ออกมา โดย Wilder ได้พบว่าการคูณด้วยค่าระหว่าง 2.8-3.1 จะใช้ได้ดีที่สุดในระยะยาว และมักใช้ค่ากลางที่ 3.0 ครับ <strong><span style="color: #8000ff;">(Cynthia Case นักเล่นหุ้นชั้นแนวหน้าคนหนึ่งเคยให้เหตุผลไว้ว่า เนื่องจากราคาของหุ้นจะเคลื่อนอยู่ในกรอบของค่าเบี่ยงเบนของมัน โดย 1 Constant นั้นจะเทียบเท่ากับ 1 Standard Deviation จากค่า Mean ของราคา ดังนั้น 3 Constant หรือ 3 Standard Deviation จะคลอบคลุมการเคลื่อนไหวของราคาแบบสุ่มเกือบทั้งหมด)</span></strong> ขั้นตอนสุดท้ายนั้น คือการเอาช่วงระยะของค่า ATR*Constant (เรียกว่า Average Range times Constant หรือ ARC) มาหักออกหรือบวกเข้าจากจุดต่ำสุดหรือสูงสุดของหุ้นในเวลาที่ผ่านมา เช่น หากหุ้นอยู่ในขาขึ้น เราจะทำการนำ Highest High ภายในช่วงเวลาที่เราต้องการเช่น 7 วันมาลบออกด้วย ARC เราก็จะได้ ATR Trailing Stop ออกมาครับ และสัญญาณจะเกิดการเปลี่ยนทาง หรือ Reverse เมื่อราคาได้ปิดหรือแตะลงไปต่ำกว่า(ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่เราวางไว้) Trailing Stop ของเรานั่นเองครับ</p>
<p>ส่วนที่มันถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า <strong>Chandelier Trailing Stop</strong> ก็เนื่องมาจากว่า มันถูกนำมาปรับปรุงโดย <strong><span style="color: #0000ff;">Chuck LeBeau</span></strong> นั่นเอง โดย LeBeau ได้ทำการปรับปรุงไม่ให้ค่าของ Trailing Stop มีการวิ่งย้อนกลับลงไปต่ำหรือสูงกว่าค่าเดิม ในกรณีที่ราคาหุ้นยังอยู่ในแนวโน้มนั้นๆ <strong><span style="color: #ff8040;">โดยเขาได้พบว่าค่า ARC นั้นมีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพอย่างมาก โดยสามารถใช้ตัวคูณ Constant ได้ตั้งแต่ 2.5 ถึง 4.0 เลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการให้มันแคบหรือกว้างตามความเหมาะสมกับสไตล์ของเรา</span></strong> โดยหากว่าแคบนั้นจะให้ Payoff ที่สูงขึ้นแต่จะมี Profitable Trade ที่น้อยลงเนื่องจากถูก Stop out บ่อยกว่า แต่หากเรากำหนดไว้กว้างจะเพิ่ม Profitable Trade ได้มากขึ้น แต่จะให้ Pay off ที่ต่ำกว่านั่นเอง</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ข้อดี:</span></p>
<p>Trailing Stop ชนิดนี้จะมีความยืดหยุ่นและปรับสภาพไปตามหุ้นแต่ละตัวได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมันอิงกับค่าความผันผวนของหุ้นแต่ละตัว มันช่วยให้เราสามารถ Let profits Run รวมถึงปกป้องกำไรได้ดีพอสมควรและ Minimize Risk ได้ทั้งยังมีความ Robust ที่สูง ถึงขนาดที่ในปี 2004 นั้น Van K. Tharp ได้ทำการทดลองใช้มันร่วมกับการเข้าซื้อแบบ Random หรือสุ่ม โดยผลที่ได้ก็คือ Trailing Stop แบบนี้สามารถที่จะทำกำไรได้ในระยะยาวเป็นอย่างดี</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ข้อเสีย:</span></p>
<p>จุดอ่อนของมันบางทีอาจอยู่ที่การหาค่า Constant ที่เหมาะสม และเนื่องจากมันจะวิ่งตามจุดสูงสุดไปเรื่อยๆ โดยค่า ARC หนึ่งนั้น ทำให้บางครั้งการเคลื่อนไหวของราคาที่รุนแรงในวันหนึ่งอาจทำให้เกิดสัญญาณขายที่ผิดพลาดได้ ทั้งที่หุ้นยังไม่ได้เป็นขาลงขึ้นมาจริงๆ อีกข้อสังเกตหนึ่งก็คือ เมื่อหุ้นเริ่มเข้าสู่ระยะ Sideway มันจะค่อยๆงวดขึ้นมาโดยไม่ได้อิงจากแนวรับและแนวต้านที่เหมาะสมครับ</p>
<p><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น วิธีการตัดขาดทุนด้วย Trailing Stop รูปแบบต่างๆ</span></p>
<p><strong><span style="color: #0080ff;">การตัดขาดทุนโดยการใช้แนวคิด Envelope และแนวคิดทางสถิติ</span></strong></p>
<p><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/Bollinger_Band_Trailing_Stop_by__.png"><img style="margin: 10px 0px; display: inline; border-width: 0px;" title="Bollinger_Band_Trailing_Stop_by_แมงเม่าคลับ_หุ้น" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/04/Bollinger_Band_Trailing_Stop_by___thumb.png" border="0" alt="Bollinger_Band_Trailing_Stop_by_แมงเม่าคลับ_หุ้น" width="504" height="231" /></a></p>
<p>การตัดขาดทุนรูปแบบสุดท้ายนี้ จะเริ่มมีการนำแนวคิดของการใช้หลักการทางสถิติมาใช้แทนค่าทางกลศาสตร์แล้วครับ โดยเมื่อพูดถึงหลักการแนวคิดแบบนี้นั้น ต้องอธิบายก่อนว่า ในเชิงของแนวคิดนี้นั้น เราต้องเข้าใจการให้ความหมายของสิ่งที่เป็น Random Movement ออกจากสิ่งที่เป็น Trend ให้ได้ก่อน พูดย่อๆก็คือ <span style="text-decoration: underline;">สิ่งที่เป็น Random Movement นั้นจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบของค่า 2 Standard Deviation ดังนั้นการเคลื่อนไหวที่เป็นแนวโน้มที่ชัดเจนคือการเคลื่อนไหวที่หลุดออกจากกรอบ 2 Standard Deviation ของค่ากลางของมันนั่นเอง</span></p>
<p>จุดเริ่มต้นของของแนวคิดนี้มาจากการสร้าง Envelope ให้กลายเป็น Trading Band ของ <strong><span style="color: #0000ff;">J.M. Hurst</span></strong> ที่เขาได้เขียนไว้ในหนังสือ <strong><span style="color: #0000ff;">The Profit Magic of Stock Transaction Timing</span></strong> ครับ โดยต่อมามันถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย โดยการนำเอาค่าเฉลี่ยของราคาหุ้นในช่วงเวลาหนึ่งออกมา ซึ่งจะถือว่าค่านี้คือค่า Mean ของราคาหุ้นในช่วงขณะนั้น แล้วทำการสร้างกรอบบนและกรอบล่างจากค่า Mean นี้ โดยมักนิยมใช้ค่าความกว้างเป็น 5% จากค่า Mean ของมันเอง โดยจะเป็นสัญญาณซื้อเมื่อราคาเบี่ยงเบนออกจากกรอบบน และสัญญาณขายเมื่อสัญญาณเบี่ยงเบนออกจากกรอบล่างของมันนั่นเอง</p>
<p>อีกเครื่องมือหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมมากเหลือเกินนั่นก็คือ การนำเอาค่า Mean มาสร้างเป็น <strong>Bollinger Band</strong> ออกมา โดยปกติเท่าที่เคยเห็นกันส่วนใหญ่นั้น นักเล่นหุ้นมักรู้จักวิธีการใช้มันอยู่ไม่กี่แบบ เช่น Squeeze Play นั่นคือเล่นเมื่อกรอบบีบเข้ามาแล้วระเบิดออก แต่มักไม่ค่อยรู้ว่ามันสามารถใช้เป็น Trailing Stop ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมันถูกสร้างมาจากค่า Standard Deviation จากค่า Mean นั่นเอง และกลยุทธ์นี้เรียกว่า <strong>Walking The Band</strong> ครับ โดยระบบจะทำการ Stop and Reverse เมื่อราคาหุ้นวิ่งเบี่ยงเบนออกไปจาก 2 Standard Deviation ของมันนั่นเอง เราจึงได้สัญญาณการขายเมื่อมันหลุดกรอบล่างออกมานั่นเองครับ</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ข้อดี:</span></p>
<p>ช่วยในการกรองภาวะของ Random และ Trending ออกจากกัน <strong><span style="color: #ff8040;">ช่วยให้เราเข้าถึงพฤติกรรมและสภาวะของตลาดได้ลึกยิ่งขึ้นในเชิงวิทยาศาสตร์และสถิติ ส่งผลให้มีความแม่นยำมากขึ้น</span></strong></p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ข้อเสีย:</span></p>
<p>วิธีการตัดขาดทุนในลักษณะนี้หลายๆรูปแบบ มีความซับซ้อนขึ้นในรายละเอียดของการสร้างและการแปลผลนำมาใช้ จึงควรทำความเข้าใจให้ดีเสียก่อน</p>
<p><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น วิธีการตัดขาดทุนด้วย Trailing Stop รูปแบบต่างๆ</span></p>
<p>และทั้งหมดนี้ก็เป็นแนวคิดเบื้องต้นว่าด้วยเรื่องของ <strong>Trailing Stop</strong> ที่เป็นที่นิยมและมีประสิทธิภาพครับ ลองนำไปเลือกและปรับใช้กันดูได้ตามความเหมาะกับนิสัยและความเชื่อของตนเองได้ ผมเชื่อว่าบางทีมันอาจทำให้คุณมีวินัยในการเทรดหุ้นได้ขึ้นเยอะครับ แล้วพบกันใหม่ที่ <a href="http://mangmaoclub.com/" target="_blank"><strong><span style="color: #ff0000;">แมงเม่าคลับ.คอม</span></strong></a> ครับขอบคุณทุกคนที่ทักทายเข้ามาล่วงหน้าครับ</p>


<p>Related posts:<ol><li><a href='http://mangmaoclub.com/trailing-stop-simple/' rel='bookmark' title='Permanent Link: วิธีการเล่นหุ้นด้วย(Video Clip) Trailing Stop : The Simple and Effective way'>วิธีการเล่นหุ้นด้วย(Video Clip) Trailing Stop : The Simple and Effective way</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/george-lane-2/' rel='bookmark' title='Permanent Link: ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร George Lane &ldquo;Father Stochastic&rdquo; Part 2'>ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเก็งกำไร George Lane &ldquo;Father Stochastic&rdquo; Part 2</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/rsi-indicator/' rel='bookmark' title='Permanent Link: (Video Clip)วิเคราะหุ้นทางเทคนิคด้วย RSI Indicator'>(Video Clip)วิเคราะหุ้นทางเทคนิคด้วย RSI Indicator</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/trailing-stop/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>17</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เทคนิคการอ่านโวลุ่มในการเล่นหุ้น Tape Reading By Linda Bradford Raschke (2)</title>
		<link>http://mangmaoclub.com/tape-reading-linda-2/</link>
		<comments>http://mangmaoclub.com/tape-reading-linda-2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Feb 2010 18:26:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น และ วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[tape reading]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเล่นหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mangmaoclub.com/?p=1203</guid>
		<description><![CDATA[
			
				
			
		
เทคนิคการอ่านโวลุ่มในการเล่นหุ้น Tape Reading by Linda Bradford Rashcke (2)
 
หลังจากผมหยุดพักไปในช่วงตรุษจีน วันนี้เรามาว่ากันต่อถึงหลักการในการอ่านโวลุ่มจากบิด-ออฟเฟอร์หรือที่เรียกกันว่า Tape Reading กันต่อครับ วันนี้อ่านกันยาวๆไปเลย ถ้ามีความเห็นอย่างไรก็แนะนำเข้ามาได้นะครับ

วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค
การตอบสนองของตลาด (Market Response)
วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค
“การศึกษาต่อการตอบสนองของตลาดในรูปแบบต่างๆ จะช่วยให้เรามีแนวทางในการวิเคราะห์ทางเทคนิคซึ่งมีความสมบูรณ์ที่มากขึ้น”
-Rollo Tape(Richard Wyckoff), 1910

วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค
เทคนิคข้อที่สองในการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคานั้นก็คือ การอ่านการตอบสนองของตลาดในสภาวะต่างๆ หรือพูดอีกอย่างก็คือ การคาดการณ์ถึงพฤติกรรมที่จะเกิดขึ้นมานั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น หากว่าตลาดนั้นอยู่ในช่วงที่มีความผันผวนน้อยมากๆ และได้เริ่มวิ่งทะลุออกไปจากกรอบของมัน เราอาจจะคาดหวังถึงพฤติกรรมของตลาดว่ามันควรจะเริ่มเกิดความเร่งในการเคลื่อนไหวของราคาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และไม่ควรที่จะพบกับแรงต้านอย่างรวดเร็วนั่นเอง หรืออีกตัวอย่างก็คือ หากเราต้องการที่จะทำกำไรจากทิศทางหลักของการเคลื่อนไหวของราคาล่ะก็ หากว่าราคาของหุ้นนั้นเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็วในตลาดที่มีแนวโน้มอย่างชัดเจนแล้วเกิดการหยุดพักลงมาอย่างบางเบา เราสามารถที่จะคาดการณ์ได้ว่าราคาของหุ้นนั้นจะกลับมาวิ่งต่อในทิศทางเดิมของแนวโน้มหลักอีกครั้ง เมื่อไหร่ที่เรานั้นรู้ว่าเราควรที่จะคาดหวังพฤติกรรมอะไรจากมันนั้น มันจะเป็นการง่ายขึ้นในการที่จะวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคา เพื่อที่จะดูว่ามันทำตัวอย่างที่เราหวังเอาไว้หรือไม่นั่นเอง
ยกตัวอย่างเช่น ตลาดนั้นตกลงมาอย่างรุนแรงหลังจากเกิดข่าวร้ายขึ้นหรือไม่? เมื่อหุ้นพักตัวมันสามารถหาแนวรับเจออย่างรวดเร็วหรือไม่หลังจากที่มันวิ่งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง? มันวิ่งไปเจอกับตอ..หรือกำแพงแนวต้านแล้วหล่นกระแทกลงมาหรือไม่ แนวต้านนี้แข็งแกร่งแค่ไหน? และสิ่งเหล่านี้คือตัวอย่างของการคาดหวังการตอบสนองของตลาดในสถานการณ์ต่างๆนั่นเอง
จริงๆแล้ว Tape Reading นั้น ก็เหมือนกับการเล่นเทนนิส แล้วมองดูว่าคู่ต่อสู้ของคุณนั้นตีลูกบอลกลับมาอย่างไรนั่นเอง
ส่วนสำคัญอย่างหนึ่งในการที่จะเรียนรู้พฤติกรรมของการเคลื่อนไหวของราคา และการเก็บสะสมประสบการณ์สำหรับความเป็นนักเล่นหุ้นหรือเก็งกำไรนั้นก็คือ การเรียนรู้ว่าเรานั้นควรที่จะคาดหวังถึงสิ่งใดนั่นเอง หลังจากนั้นคุณจึงเรียนรู้ต่อไปว่าอะไรคือสิ่งที่มักจะเกิดขึ้นจากการตอบสนองของตลาด มันจะง่ายมาขึ้นในการที่จะคาดหวังถึงการตอบสนองซึ่งมักจะเกิดขึ้นในอัตราส่วนที่มากกว่า เช่นมองหาสิ่งที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆประมาณ 70% [...]


Related posts:<ol><li><a href='http://mangmaoclub.com/tape-reading-linda-1/' rel='bookmark' title='Permanent Link: เทคนิคการอ่านโวลุ่มในการเล่นหุ้น Tape Reading By Linda Bradford Raschke'>เทคนิคการอ่านโวลุ่มในการเล่นหุ้น Tape Reading By Linda Bradford Raschke</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/raschke-on-stops/' rel='bookmark' title='Permanent Link: วิธีการเล่นหุ้น(Video Clip) Linda Raschke On &#8220;Stops&#8221;'>วิธีการเล่นหุ้น(Video Clip) Linda Raschke On &#8220;Stops&#8221;</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/tape-reading/' rel='bookmark' title='Permanent Link: ต้นกำเนิดการดู Bid-Offer การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคแบบ Tape reading !'>ต้นกำเนิดการดู Bid-Offer การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคแบบ Tape reading !</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fmangmaoclub.com%2Ftape-reading-linda-2%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fmangmaoclub.com%2Ftape-reading-linda-2%2F&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p><strong><span style="color: #0000ff;"><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/02/TickertapeMachine.jpg"><img style="margin: 5px; display: inline; border: 0px;" title="หุ้น Tickertape Machine" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/02/TickertapeMachine_thumb.jpg" border="0" alt="หุ้น Tickertape Machine" width="142" height="142" align="left" /></a>เทคนิคการอ่านโวลุ่มในการเล่นหุ้น Tape Reading by Linda Bradford Rashcke (2)</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;"> </span></strong></p>
<p>หลังจากผมหยุดพักไปในช่วงตรุษจีน วันนี้เรามาว่ากันต่อถึงหลักการในการอ่านโวลุ่มจากบิด-ออฟเฟอร์หรือที่เรียกกันว่า Tape Reading กันต่อครับ วันนี้อ่านกันยาวๆไปเลย ถ้ามีความเห็นอย่างไรก็แนะนำเข้ามาได้นะครับ</p>
<p><span id="more-1203"></span></p>
<p><strong><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค</span></strong></p>
<p><strong>การตอบสนองของตลาด (Market Response)</strong></p>
<p><strong><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค</span></strong></p>
<blockquote><p><span style="color: #808080;"><strong>“การศึกษาต่อการตอบสนองของตลาดในรูปแบบต่างๆ จะช่วยให้เรามีแนวทางในการวิเคราะห์ทางเทคนิคซึ่งมีความสมบูรณ์ที่มากขึ้น”</strong></span></p>
<p style="text-align: right;"><span style="color: #808080;"><strong>-Rollo Tape(Richard Wyckoff), 1910</strong></span></p>
</blockquote>
<p><strong><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค</span></strong></p>
<p>เทคนิคข้อที่สองในการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคานั้นก็คือ การอ่านการตอบสนองของตลาดในสภาวะต่างๆ หรือพูดอีกอย่างก็คือ การคาดการณ์ถึงพฤติกรรมที่จะเกิดขึ้นมานั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น หากว่าตลาดนั้นอยู่ในช่วงที่มีความผันผวนน้อยมากๆ และได้เริ่มวิ่งทะลุออกไปจากกรอบของมัน เราอาจจะคาดหวังถึงพฤติกรรมของตลาดว่ามันควรจะเริ่มเกิดความเร่งในการเคลื่อนไหวของราคาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และไม่ควรที่จะพบกับแรงต้านอย่างรวดเร็วนั่นเอง หรืออีกตัวอย่างก็คือ หากเราต้องการที่จะทำกำไรจากทิศทางหลักของการเคลื่อนไหวของราคาล่ะก็ หากว่าราคาของหุ้นนั้นเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็วในตลาดที่มีแนวโน้มอย่างชัดเจนแล้วเกิดการหยุดพักลงมาอย่างบางเบา เราสามารถที่จะคาดการณ์ได้ว่าราคาของหุ้นนั้นจะกลับมาวิ่งต่อในทิศทางเดิมของแนวโน้มหลักอีกครั้ง เมื่อไหร่ที่เรานั้นรู้ว่าเราควรที่จะคาดหวังพฤติกรรมอะไรจากมันนั้น มันจะเป็นการง่ายขึ้นในการที่จะวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคา เพื่อที่จะดูว่ามันทำตัวอย่างที่เราหวังเอาไว้หรือไม่นั่นเอง</p>
<p>ยกตัวอย่างเช่น ตลาดนั้นตกลงมาอย่างรุนแรงหลังจากเกิดข่าวร้ายขึ้นหรือไม่? เมื่อหุ้นพักตัวมันสามารถหาแนวรับเจออย่างรวดเร็วหรือไม่หลังจากที่มันวิ่งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง? มันวิ่งไปเจอกับตอ..หรือกำแพงแนวต้านแล้วหล่นกระแทกลงมาหรือไม่ แนวต้านนี้แข็งแกร่งแค่ไหน? และสิ่งเหล่านี้คือตัวอย่างของการคาดหวังการตอบสนองของตลาดในสถานการณ์ต่างๆนั่นเอง</p>
<p><strong><span style="color: #8000ff;">จริงๆแล้ว Tape Reading นั้น ก็เหมือนกับการเล่นเทนนิส แล้วมองดูว่าคู่ต่อสู้ของคุณนั้นตีลูกบอลกลับมาอย่างไรนั่นเอง</span></strong></p>
<p>ส่วนสำคัญอย่างหนึ่งในการที่จะเรียนรู้พฤติกรรมของการเคลื่อนไหวของราคา และการเก็บสะสมประสบการณ์สำหรับความเป็นนักเล่นหุ้นหรือเก็งกำไรนั้นก็คือ การเรียนรู้ว่าเรานั้นควรที่จะคาดหวังถึงสิ่งใดนั่นเอง หลังจากนั้นคุณจึงเรียนรู้ต่อไปว่าอะไรคือสิ่งที่มักจะเกิดขึ้นจากการตอบสนองของตลาด มันจะง่ายมาขึ้นในการที่จะคาดหวังถึงการตอบสนองซึ่งมักจะเกิดขึ้นในอัตราส่วนที่มากกว่า เช่นมองหาสิ่งที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆประมาณ 70% แทนที่จะเป็น 30% นั่นเอง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม <strong><span style="color: #ff8080;">การตอบสนองที่ผิดไปของตลาดนั้นก็สามารถที่จะกลายเป็นกลยุทธ์ในการทำกำไรที่ดีได้เช่นกันเมื่อมันเกิดขึ้น ในบางครั้งแล้ว สัญญาณที่ถือเป็นสัญญาณหลอกอาจสามารถทำกำไรให้คุณได้มากกว่าสัญญาณที่เป็นจริงก็ได้</span></strong> ยกตัวอย่างสัญญาณหลอกเช่น เมื่อราคาของหุ้นนั้นเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆของแนวรับ-แนวต้าน หรือที่เรียกว่า รูปแบบสามเหลี่ยม (Classic Triangle Pattern) เรานั้นมักคาดหวังที่จะเห็นว่าเมื่อราคาของมันทะลุออกไปในทางใดทางหนึ่งนั้นควรที่จะมีการซื้อ-ขายตามมาอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม หากว่าราคาของหุ้นได้ทะลุตกลงมานิดหน่อย แล้ววกกลับขึ้นไปพร้อมกับโวลุ่มและโมเมนตัมที่เพิ่มขึ้น และวิ่งทะลุกรอบแนวต้านขึ้นมาล่ะก็ บางทีจุดกลับตัวที่ยิ่งใหญ่อาจกำลังเกิดขึ้นแล้วก็ได้ และมันอาจจะทำให้ราคาหุ้นยังจะวิ่งขึ้นไปอีกพอสมควรนั่นเอง</p>
<p>เคล็ดลับเล็กๆน้อยอย่างสุดท้ายนั่นก็คือ การมองไปที่ราคาในภาพของ “ระดับ” ของราคาต่างๆเช่น S&amp;P ได้วิ่งมาถึงระดับ 1100 แล้ว หรือระดับ 1060 คือจุดต่ำสุดของรอบ โดยที่ทุกๆ 10 หน่วยนั้นหมายถึงระดับราคาหนึ่งระดับนั่นเอง คุณควรใช้เลขกลมๆในการที่จะเป็นจุดอ้างอิงสำหรับแต่ละระดับ แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าคุณควรที่จะซื้อ-ขายตามตัวเลขเหล่านี้ มันเป็นเพียงวิธีการหนึ่งในการจัดระเบียบของข้อมูลต่างๆที่เกิดขึ้นซึ่งเหล่านักเก็งกำไรมืออาชีพได้ฝึกฝนกันโดนสัญชาติญาณนั่นเอง</p>
<p><strong><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค</span></strong></p>
<p><strong>แนวรับ-แนวต้าน</strong></p>
<p>นักเล่นหุ้นซึ่งมีความฉลาดหลักแหลมนั้นจะจดจำจุดต่ำสุด-สูงสุดของราคาหุ้นในวันก่อนหน้าได้เป็นอย่างดี และเขานั้นก็ยังรู้ถึงจุดต่ำสุด-สูงสุดของหุ้นในวันนี้อีกเช่นกัน นอกจากนี้เขายังสนใจเกี่ยวกับราคาเปิด ซึ่งสามารถที่จะบอกให้เราทราบได้ว่าเมื่อเปิดตลาดนั้น แรงซื้อหรือแรงขายเป็นผู้ที่ควบคุมตลาดอยู่</p>
<p><strong><span style="color: #ff8000;">จุดต่ำสุด-สูงสุดของวันก่อนหน้า และราคาเปิดของวันนี้นั้นมีผลอย่างมากต่อจิตวิทยาการลงทุนของนักเล่นหุ้นในตลาด และเป็นจุดซึ่งเป็น “แนวรับ-แนวต้าน” ที่สำคัญที่สุดจุดหนึ่งที่คุณควรที่จะรู้เอาไว้</span></strong> และโดยการที่คุณเพิ่งสมาธิและให้ความสำคัญไปยังพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของราคาใกล้ๆระดับเหล่านี้นั้น จะช่วยให้คุณสามารถลดงานในการอ่านโวลุ่ม บิด-ออฟเฟอร์ของคุณออกไปได้มากทีเดียว เพราะหลายต่อหลายครั้งนั้น ตลาดจะเปิดเผยสิ่งต่างๆออกมาก็ต่อเมื่อมันเข้าใกล้ระดับที่สำคัญนี้นั่นเอง</p>
<p>ระดับของจุดต่ำสุด-สูงสุดของวันก่อนหน้านั้นมักที่จะอยู่ในระดับหนึ่งในกรอบของราคา คุณควรพยายามที่จะหาทางขายทำกำไรทันทีเมื่อราคาแตะระดับเหล่านี้ในตลาดที่เคลื่อนที่อยู่ในกรอบแคบๆหรือ Side Way Market แต่ในตลาดซึ่งมีแนวโน้มที่ชัดเจนนั้น ราคาของหุ้นมักที่จะวิ่งทะลุระดับเหล่านี้ไปสักพักก่อนที่จะเริ่มพักตัวลงมา และเมื่อตลาดนั้นมีแนวโน้มที่แข็งแกร่งมากๆล่ะก็ ราคาเปิดของมันก็มันจะกลายเป็นระดับที่สำคัญที่สุดขึ้นมาทันที</p>
<div class="wp-caption alignright" style="width: 248px"><a href="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/02/tickertape5.jpg"><img style="border: 0pt none; margin: 5px; display: inline;" title="หุ้น tickertape 5" src="http://mangmaoclub.com/wp-content/uploads/2010/02/tickertape5_thumb.jpg" border="0" alt="หุ้น tickertape 5" width="238" height="179" align="right" /></a><p class="wp-caption-text">Ahhh ....&quot;Whooooooooooooshh&quot;</p></div>
<p>หากว่าเรานั้นมองไปที่จุดต่ำสุด-สูงสุดของวันก่อนหน้า และราคาเปิดในมุมมองของแนวรับ-แนวต้านนั้น เราก็สามารถที่จะมองไปที่การเคลื่อนไหวของราคาที่เกิดขึ้นว่า มันได้เคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็วและพลุ่งพล่านหลังจากที่มันได้ข้ามผ่านระดับเหล่านี้ไปได้หรือไม่ <strong><span style="color: #0080ff;">อะไรคือพฤติกรรมของความ “พลุ่งพล่าน” ของราคาหุ้นน่ะหรือ? มันเป็นสิ่งที่ฉันมักจะเรียกเอาเองว่า “วูชชชช” ซึ่งคล้ายกับว่าราคาได้วิ่งไปอย่างรวดเร็วราวกับว่ามันพึ่งมีชีวิตขึ้นมาเป็นครั้งแรกไงล่ะ</span></strong> โดยที่มันมักที่จะวิ่งขึ้นไปหลายช่วงราคาอย่างรวดเร็วโดยไม่มีแรงสวนลงมาสักช่องเดียว เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นนั้น ราคาของหุ้นมักที่จะพักตัวลงมานิดเดียวเพียงชั่วครู่ แล้วตามมาด้วยการวิ่งไปอย่างรวดเร็วและพลุ่งพล่านที่มากขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง ซึ่งหากว่าคุณลองวัดหรือเก็บสถิติรูปแบบการเคลื่อนไหวแบบ <strong>“วูชชชชชชช”</strong> ที่เกิดขึ้นนี้ล่ะก็ คุณจะพบว่าราคาของหุ้นมักที่จะพักตัวแล้ววิ่งไปต่อมากถึง 2 ใน 3 ครั้งเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าไม่เลวเลยสำหรับการที่จะทำให้คุณมี “กำไรคาดหวัง หรือ Expectation ที่เป็นบวกได้” จากเพียงแค่คุณพยายามมองหาการเคลื่อนไหวในรูปแบบง่ายๆนี้</p>
<p><strong><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #ff0080;">เมื่อกล่าวโดยสรุปแล้ว Tape Reading นั้น ไม่ใช่การวิเคราะห์ไปถึงออเดอร์ที่ผ่านเข้ามาในทุกๆครั้ง (นั่นจะกลายเป็นงานที่หนักทีเดียว) แต่มันคือการเฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและพลุ่งพล่านอย่างผิดปกติ โวลุ่มที่เข้ามาอย่างผิดปกติ หรือแม้กระทั่งสังเกตอาการของราคาหุ้น ณ ระดับที่สำคัญต่างๆ</span></strong> การเคลื่อนไหวของหุ้นแต่ละรอบที่ขึ้นหรือลงนั้น มีผลต่อการคาดคะเนถึงการเคลื่อนไหวในรอบต่อไปเช่นกัน <span style="text-decoration: underline;">หน้าที่ของเราคือการเฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวของราคานั้นว่ามันจะเกิดขึ้นได้หรือไม่นั่นเอง</span></p>
<p>Tape Reading นั้นถือเป็นหัวใจอย่างหนึ่งสำหรับผู้ที่เล่นหุ้นในรูปแบบ Swing Trading เลยทีเดียว เมื่อเราต้องการที่จะวิเคราะห์ถึงการเคลื่อนไหวในระยะสั้นนั้น การใช้อินดิเคเตอร์อาจกลายเป็นสิ่งที่ช้าเกินไปขึ้นมา</p>
<p>ท้ายที่สุดนี้ นักเล่นหุ้นและนักเก็งกำไรทุกคนจึงควรที่จะรู้สึกถึงความเป็นอิสระ จากการที่พวกเขาสามารถที่จะใช้การอ่านกราฟเพื่อที่จะวางแผนการลงทุนของเขา และสามารถที่จะบอกได้ว่าสิ่งที่เขาทำอยู่ขณะนี้นั้นมันผิดหรือไม่จากการที่เขาสามารถอ่านบิด-ออฟเฟอร์ หรือใช้ Tape Reading ได้เป็นอย่างดีนั่นเอง</p>
<p><strong><span style="color: #ffffff;">วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค</span></strong></p>
<p>ในที่สุดก็จบแล้วนะครับสำหรับบทความ Tape Reading โดย Linda Bradford Raschke หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคน และผมก็ต้องขอบคุณเธอไว้ในที่นี้ด้วย แล้วแวะเข้ามาอ่านบทความดีๆที่ <a href="http://mangmaoclub.com/" target="_blank"><strong><span style="color: #ff0000;">แมงเม่าคลับ.คอม</span></strong></a> กันได้ใหม่นะครับ ใครมีความเห็นเป็นอย่างไรก็คอมเมนท์ไว้ได้ ผมอยากฟังความเห็นและประสบการณ์ของท่านอื่นๆเช่นกัน และผมจะพยายามตอบทุกความเห็นให้ครับ วันนี้สวัสดีครับ</p>


<p>Related posts:<ol><li><a href='http://mangmaoclub.com/tape-reading-linda-1/' rel='bookmark' title='Permanent Link: เทคนิคการอ่านโวลุ่มในการเล่นหุ้น Tape Reading By Linda Bradford Raschke'>เทคนิคการอ่านโวลุ่มในการเล่นหุ้น Tape Reading By Linda Bradford Raschke</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/raschke-on-stops/' rel='bookmark' title='Permanent Link: วิธีการเล่นหุ้น(Video Clip) Linda Raschke On &#8220;Stops&#8221;'>วิธีการเล่นหุ้น(Video Clip) Linda Raschke On &#8220;Stops&#8221;</a></li>
<li><a href='http://mangmaoclub.com/tape-reading/' rel='bookmark' title='Permanent Link: ต้นกำเนิดการดู Bid-Offer การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคแบบ Tape reading !'>ต้นกำเนิดการดู Bid-Offer การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคแบบ Tape reading !</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mangmaoclub.com/tape-reading-linda-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>16</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
