ผมเชื่อว่าคุณสมบัติหนึ่งที่นักเล่นหุ้นชั้นเซียนทุกคนต้องมีก็คือความอึด … นั่นก็เพราะเกมการลงทุนไม่ใช่สิ่งที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบอยู่เสมอ และสิ่งที่มักจะแฝงอยู่ตามทางเดินของการลงทุนก็คือแรงฉุดกระแทกที่มักจะบีบคั้นหัวใจของพวกเราอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมันก็คือสิ่งที่เรียกว่า Drawdown นั่นเองครับ

“ถึงแม้ว่ามันจะมีช่วงเวลาที่คุณจะสามารถทำกำไรจากการลงทุนหรือจากการเก็งกำไรในตลาดหุ้นอยู่เสมอ แต่คุณก็ไม่สามารถที่จะทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอในทุกๆวันหรือทุกๆสัปดาห์ในแต่ละปี และจะมีแต่คนโง่ไร้สติเท่านั้นที่พยายามจะทำมัน เนื่องจากมันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถจะทำได้และไม่เคยเกิดขึ้นจริง”

Jesse Livermore ตำนานแห่ง Wallstreet

Drawdown คืออะไร?

ก่อนที่จะว่ากันถึงเรื่องของความอึดในการลงทุน ผมคงต้องพูดถึงมันสักนิดเผื่อว่าอาจมีเพื่อนๆบางคนที่ยังไม่เข้าใจหรืออาจเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อความหมายของ Drawdown กัน โดยหากจะพูดกันแบบง่ายๆสั้นๆแล้ว Drawdown ก็คือตัวบ่งชี้อย่างหนึ่งถึงความเสี่ยงในการลงทุนของเรานั่นเอง ซึ่งโดยทั่วๆไปแล้วมันก็คือตัวเลขที่ได้มาจากการวัดถึง “ระดับของการลดลงของเงินทุนจากจุดสูงสุด (Historical Peak) ที่เคยเกิดขึ้นมาตลอดระยะเวลาในการลงทุน” ดังรูปด้านล่างนี้

การลงทุน Drawdown

ความน่าสนใจของ Drawdown

ถึงแม้ว่าช่วงเวลาของ Drawdown ในการลงทุนนั้นจะสามารถเกิดขึ้นมาได้จากหลายๆสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นจากการขาดทุนติดๆกันหรือแม้กระทั่งการขาดทุนโดดๆครั้งใหญ่จนความเสียหายนั้นลึกมากๆ อย่างไรก็ตาม เหตุผลหลักๆของพวกมันก็คือการที่ระบบการลงทุนหรือวิธีการลงทุนของเรานั้นเกิดความ “ไม่ลงรอย” กับตลาดในช่วงเวลาหนึ่งๆ (ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมชาติ) นั่นทำให้ Drawdown กลายเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้อย่างสมบูรณ์ไม่ว่าคุณจะมีวิธีการลงทุน เพราะไม่มีใครรู้ว่าตลาดจะทำตัวหรือคิดอย่างไรอยู่ตลาดเวลา นี่จึงทำให้เรื่องของ Drawdown เป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนทุกคน โดยที่ประเด็นสำคัญหลักๆที่เราควรต้องคำนึงถึงอยู่เสมอเกี่ยวกับพวกมันก็คือ

  1. ความลึกของ Drawdown ที่เคยเกิดขึ้นและอาจเกิดขึ้นอีก
  2. ความยาวนานของ Drawdown ที่เคยเกิดขึ้นและอาจเกิดขึ้นอีก

ทำไมน่ะหรือครับ? … นั่นก็เพราะว่ามันคือตัวแปรสำคัญที่มักจะทำให้นักลงทุนหลายๆคนต้องเจ็บปวดจนถอดใจจากหลักการลงทุนที่ดีไปนั่นเอง

คุณอึดแค่ไหน?

อย่างที่ผมได้กล่าวไปแล้วตั้งแต่ตอนต้นว่า ผมเชื่อว่าคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่นักลงทุนชั้นเซียนแทบทุกคนต้องมี (โดยที่พวกเขาจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม) ก็คือความอึด … ใช่ครับ! ไม่ใช่แค่วินัยแต่เป็นความอึด!! มันคือความอึดที่จะอดทนอยู่กับช่วงเวลาเลวร้ายเหล่านี้โดยไม่เสียศูยน์จากหลักการลงทุนที่ดีไป โดยสาเหตุที่ผมต้องถือว่ามันเป็นความลับของนักลงทุนชั้นยอดเหล่านี้ก็เพราะว่า

ถึงแม้ว่านักลงทุนส่วนใหญ่ (Mass) จะฉลาดหรือมีความรู้ดีสักแค่ไหน แต่พวกเขาก็มักประเมินถึงความรุนแรงและความยาวนานของ Drawdown ที่จะเกิดขึ้นในการลงทุนต่ำจนเกินไปเป็นอย่างมาก

นั่นทำให้พวกเขาประมาทหรือไม่เคยที่จะเตรียมตัวเตรียมใจไว้สำหรับความเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้นสักเท่าไหร่นัก และเมื่อช่วงเวลาที่ Drawdown ได้เข้ามาถึง ผลที่เกิดขึ้นก็คือ … อาการจุกกกกก!!! ความพะอืดพะอมจากการลงทุนในแบบที่พวกเราส่วนใหญ่รู้จักกันดีนั่นแหละครับ

Drawdown กับการลงทุนในรูปแบบต่างๆ

เพื่อที่จะช่วยให้หลายๆคนได้จินตนาการถึงผลกระทบของมันได้ดียิ่งขึ้น รูปและตารางด้านล่างที่เราจะได้เห็นกันต่อไปนี้นั้น จะแสดงให้เห็นถึงแง่มุมต่างๆของ Drawdown ซึ่งเคยเกิดขึ้นกับการลงทุนในรูปแบบต่างๆที่ผมเคยนำมาพูดถึงกันบ่อยๆนั่นก็คือ

image

กราฟแสดงการเติบโตของเงินทุนจากระบบการลงทุนในรูปแบบต่างๆตั้งแต่วันที่ 12/1/1990 – 30/12/2011 ด้วยเงินทุนเริ่มต้นที่ 1 ล้านบาท ซึ่งล้วนแต่ให้ผลตอบแทนทบต้น CAGR กว่า 25% ต่อปีขึ้นไป

  • Turtle System 2 - ตัวแทนของระบบ Trend Following กับหุ้นใน SET100
  • Mangmao Flow System - ซึ่งจะทำกวาดซื้อหุ้นใน SET100 เมื่อตลาดเป็นขาขึ้นและขายออกทั้งหมดพร้อมๆกันเมื่อเป็นขาลง
  • RS Rotational System - ซึ่งจะทำการสับเปลี่ยนตัวเล่นในทุกๆอาทิตย์ไปยังหุ้นที่แข็งแกร่งที่สุดในSET100 อยู่เสมอ

อย่างไรก็ตามในผลการทดสอบครั้งนี้นั้น ผลกำไรต่างๆจะไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่าไหร่นัก เพราะสิ่งที่ผมได้เก็บข้อมูลย้อนหลังไปกว่า 20 ปีและต้องการที่จะนำออกมาให้ดูกันก็คือค่าของ

  1. Average Drawdown - มูลค่าของ Drawdown โดยเฉลี่ยตลอดการลงทุน
  2. Maximum Drawdown - มูลค่าสูงสุดของ Drawdown ที่เคยเกิดขึ้น
  3. Average Drawdown Length - ระยะเวลาที่ Drawdown มักจะเกิดขึ้นโดยเฉลี่ย (bars)
  4. Maximum Drawdown Length - ระยะเวลาที่ Drawdown เคยเกิดขึ้นติดต่อกันนานที่สุด (bars)

เอาล่ะครับ! เราลองมาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง!?

ระบบ AverageDD. MaxDD. MaxDD. Length  AverageDD. Length
Buy n Hold (BRK-A) -12.29% -51.47% 1,353 325.49
Turtle 2 SET100 -13.31% -53.42% 993 149.90
MangmaoFlow SET100 -10.91% -38.08% 1,000 155.81
ROC Rotational SET100 -13.95% -43.34% 1,174 181.00

ตารางแสดงค่า Drawdown ที่เกิดขึ้นในลักษณะต่างๆจากระบบ/วิธีการลงทุนในรูปแบบที่แตกต่างกันตั้งแต่วันที่ 12/1/1990 – 30/12/2011

ปล. ตารางด้านบนนี้ ผมได้เพิ่มเอาค่า Drawdown ซึ่งจะเกิดขึ้นหากว่าคุณทำการถือหุ้น Birkshire Hathaway Class A (BRK-A) ของ Warren Buffet เต็ม 100% ของพอร์ท เพื่อเป็น Benchmark ของ Performance จากผลการลงทุนจริงๆ แทนที่จะมาจากผล Backtest จากระบบการลงทุนในรูปแบบต่างๆ

จากตารางด้านบนนี้คุณคงจะเห็นกันได้อย่างชัดเจนแล้วว่า ถึงแม้ว่าผมจะเลือกเอาระบบการลงทุนหรือการลงทุนในลักษณะที่ให้ผลตอบแทนอย่างมหาศาลมาให้ดูกันนั้น แต่พวกมันก็ไม่ได้เป็นหลักประกันได้เลยว่าคุณจะไม่เจอกับ Drawdown ที่หนักหน่วงและยาวนานใดๆทั้งสิ้น ซึ่งอันที่จริงแล้ว ผมเชื่อว่ามันคือสิ่งที่เกินกว่าที่หลายต่อหลายคนได้คาดคิดไปเสียด้วยซ้ำ

image

การเติบโตของราคาหุ้น Birkshire Hathaway Class-A (BRK-A), Average Drawdown, Maximum Drawdown ตั้งแต่วันที่ 12/1/1990 – 30/12/2011

สำหรับการถือหุ้น Berkshire Hathaway (BRK-A) แบบ Buy and Hold นั้น หากมองเฉพาะแต่ Capital Gain แล้ว ถึงแม้ตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมาจะทำให้เงินทุนของคุณเติบโตขึ้นกว่า 15 เท่า (ซึ่งอาจถือว่าสูงมากๆสำหรับนักลงทุนหลายๆคน) แต่เมื่อเราลองมองไปยังค่าของ Drawdown ต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างการลงทุนนั้น ผมเองก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่าต่อให้คนส่วนใหญ่จะเชื่อมือ Warren Buffet สักแค่ไหน แต่จะมีสักกี่คนที่ศรัทธาเขาขนาดที่ทนกับแรงกดดันจาก Drawdown ที่เกิดขึ้นได้โดยไม่สูญเสียความเชื่อมั่นจนขายหุ้นทิ้งไป เพราะนั่นหมายถึงว่าพวกเขาต้องสามารถทนกับการนั่งดูมูลค่าของหุ้น BRK-A สูญหายไปกว่าครึ่งหนึ่งภายในช่วงเวลาสั้นๆในปี 2008 (MaxDD. – 51.47%) รวมถึงใจนิ่งขนาดที่จะทนไม่เห็นมูลค่าของมันเพิ่มขึ้นสูงกว่าเดิมหรือ Historical High ถึงราวๆ 5.4 ปีเลยทีเดียว (MaxDD. Length – 1353 bars/250 bars = 5.4)

ในส่วนของระบบการลงทุนต่างๆที่ผมเคยได้นำมันมาอ้างอิงถึงบ่อยๆนั้น (จากการที่ผิดคิดว่าเป็นระบบที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อนและปฏิบัติได้จริงสำหรับนักลงทุนรายย่อย) ถึงผลตอบแทนและค่า Drawdown ในมุมต่างๆจะดีกว่าตัวอย่างจากหุ้น BRK-A (แน่นอนล่ะครับ! ก็เพราะมันเป็นผล Backtest ในเชิงทฤษฏีเท่านั้น) แต่เราก็ยังจะเห็นได้ว่าตลอด 20 ปีที่ผ่านมาระบบทั้ง 3 ยังต้องเจอกับ MaxDD. ที่สูงกว่า 38% ขึ้นไปและ MaxDD. Length ที่ยาวนานกว่า 4 ปีเช่นกัน!!

อย่างนี้ถ้าจะให้มีวินัยทำตามระบบได้ตลอดเวลาและยาวนานผ่านร้อนผ่านหนาวขนาดนี้ ถ้าไม่เรียกว่าต้องใช้ความอึดแล้วจะเรียกว่าอะไรจริงไหมครับ ^_^

ความอึด … ความลับของการลงทุน

จากข้อมูลเบื้องต้นที่ที่ผ่านมานั้น เราคงจะเห็นกันได้อย่างชัดเจนแล้วว่าเรื่องของวินัยคงไม่ใช่สิ่งที่เพียงพอเสียแล้ว ความอึด!! คือส่วนสำคัญของสมการความสำเร็จในการลงทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าคุณจะเล่นสั้นเล่นยาวหรือเล่นตามระบบ Drawdown คือช่วงเวลาที่คุณต้องรู้จักอดทนกับมัน อย่าประเมินความรุนแรงและยาวนานของมันจนต่ำเกินไป (รวมถึงอย่าได้ประเมินความทรหดของคุณจนมากเกินไปด้วย)

จำไว้ว่า Drawdown ที่เกิดขึ้นนั้นมักจะยาวนานและหนักหน่วงกว่าที่เราคิดเสมอ ในเชิงความน่าจะเป็นแล้วยิ่งเราลงทุนไปอีกนานเท่าไหร่ก็ต้องถือว่า MaxDD. นั้น Not Yet To Come หรือยังมีโอกาสจะเกิดแรงกว่าเดิมอยู่ตลอดเวลาเสียด้วยซ้ำ เราจึงต้องแบกรับความเสี่ยงให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมเสมอทั้งทางระบบการลงทุนและจิตใจของเรา อย่ามองการลงทุนหรือการเก็งกำไรเป็นเรื่องของการรวยทางลัดแบบเท่ห์ๆเพราะมันไม่จริง (คนที่มองอย่างนี้ถ้าไม่ต้องการล่อแมงเม่าก็คงต้องเรียกว่าหลงผิด) แม้แต่นักลงทุน/กองทุนระดับโลกหลายๆกองก็ยังไม่ได้ทำกำไรได้ในทุกๆเดือนหรือทุกๆปี ทุกอย่างย่อมต้องใช้เวลาบ่มเพาะผลลัพท์ของมันด้วยกันทั้งสิ้น และนี่ก็คือเรื่องที่ผมอยากฝากไว้ให้กับทุกๆคนในบทความนี้ครับ

—————————————————————————————————————-
ขอบคุณทุกๆ Comment ในแมงเม่าคลับ ที่ทำให้ผมอ่านแล้วมีกำลังใจเขียนต่อครับ! Open-mouthed smile

  • Hturiva

    ดีใจที่เจอบทความดีๆเช้าวันจันทร์ครับ ผมก็กำลังต่อสู้กับ อ่านแล้วมีกำลังใจปกติขาดทุนสามครั้งติดก็เขวแล้วครับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @630f5dfaed3fe1078a3514cfc60fee17:disqus โอ้ 3 ครั้งเองครับ อย่าเพึ่งรู้สึก ให้คิดเผื่อสัก 15 ครั้งครับแล้วจะทำใจง่ายขึ้น

  • Unsign

    = อย่ามองการลงทุนหรือการเก็งกำไรเป็นเรื่องของการรวยทางลัดแบบเท่ห์ๆ =
    ชอบๆ 55 
    แต่เดี๋ยวนี้รู้สึกคนชอบ สั้นๆเร็วๆ 
    อึดๆ ดูเหมือนไร้อารมณ์ มันไม่มันส์เร้าใจ อิอิ …  

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @3f0aa167879f9c8f03bec20341790a7a:disqus โชคดีผมมีเรื่องอื่นไว้ให้เร้าใจแล้ว 55

  • Yingyos

    เยี่ยมครับ ระบบ MangmaoFlow SET100 ทำผลตอบแทนได้ดีจริงๆ มี max. DD น้อยกว่าเพื่อนด้วย ไม่รู้คุณมดพอจะให้ไอเดียคร่าวๆ ของระบบนี้ได้มั้ยครับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @ae41d670bbec451c93c8daf2af6fe86f:disqus ระบบนี้กวาดห้นตัวนำใน SET100 เวลาเป็นขาขึ้น พอเป็นขาลงหนีหมดครับ ง่ายมะ 55

  • jumb1101

    พอคนเราสุขมาก ๆ มักจะลืมเวลาที่มันเจ็บปวด บทความนี้เติอนสติได้ดีครับ :D

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @66072eab2895373a7bae31e85d300ea6:disqus พอเจ็บมากๆก็มักจะคิดถึงเวลากำไรเหมือนกัน :P

  • tomza

    เยี่ยมครับ แต่ผมฟังแล้วเหนื่อยๆ ยังไงไม่รู้ T_T

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @c1ac0d79cb2ec016d7569309ec0134f3:disqus เหนื่อยหน่อยแต่ความเป็นจริงมันอาจต้องขมๆหน่อย เหมือนยาอะครับ :D

  • Monsaki

    ขอบคุณคุณมดจริงๆ ที่เขียนบทความดีๆ ให้เราได้อ่าน ถึงแม้จะไม่ได้อะไรตอบแทน ผมขอเป็นกำลังใจให้คุณมด และผมก็เชื่อว่าสิ่งที่คุณมดได้ทำนั้น สิ่งดีๆ มันจะสะท้อนกลับมาหาคุณมด ยิ่งให้ก็ยิ่งได้ ผมขอขอบคุณจากใจจริง

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @bcca3433cf670d31a992f2dcbe16d716:disqus ขอบคุณครับ ^_^

  • igetpurse

    บทความนี้ มีการอิงกับ set 100 ค่อนข้างมาก
    ผมเลยสงสัยว่าการเลือกแบบนี้มันสะท้อนการเล่นจริง แค่ไหนครับ?
    เพราะถ้าเรา filter หุ้น ด้วย set100 ตอนนี้ ก็ไม่ใช่ set 100 ในอดีต

    ถ้าจะให้ถูกจริงๆ ก็จะต้องใช้ filter set 100 ที่ update ทุกๆ 6 เดือน
    ถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องที่สุดไม่ใช่หรอครับ?

    • วี

       อะคิดเหมือนผมเลยครับ ^^

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @igetpurse:[email protected]:disqus  ใช่ครับ ตอบไว้ด้านล่างแล้วนะครับ :D

  • S_kitchai

    ผมเองติดตามบทความของคุณ มด อ่านมาตลอด เริ่มทดลองกลั้นใจ ทำตามแค่ 2 อย่าง. เริ่มเดือน มค 55 นี่เอง
    1. Cut loss short
    2. Let’s profit run
    โดยใช้วิธีคัดเลือกหุ้นจาก Set100 เป็นหลัก (แอบลอกการบ้าน จากการทดลอง Backtest ของคุณมด แฮ่ๆ)
    เป็นครั้งแรกที่มีความสุข จาก Cut Loss หุ้นหลายตัวและอมยิ้ม ยามเห็นหุ้น ไม่กี่ตัวที่ Let profit run
    แต่ผลตอบแทนกลับเพิ่มอย่างช้าๆ มั่นคง กว่าเมื่อก่อน ที่ผลตอบแทนวูบวาบ ใจสั่นเสมอๆ

    ขอบคุณคุณ มด มากครับ….วันหลังจะขอ share ผลงาน แห่งความอึด ให้ติชมนะครับ

  • S_kitchai

    ผมเองติดตามบทความของคุณ มด อ่านมาตลอด เริ่มทดลองกลั้นใจ ทำตามแค่ 2 อย่าง. เริ่มเดือน มค 55 นี่เอง
    1. Cut loss short
    2. Let’s profit run
    โดยใช้วิธีคัดเลือกหุ้นจาก Set100 เป็นหลัก (แอบลอกการบ้าน จากการทดลอง Backtest ของคุณมด แฮ่ๆ)
    เป็นครั้งแรกที่มีความสุข จาก Cut Loss หุ้นหลายตัวและอมยิ้ม ยามเห็นหุ้น ไม่กี่ตัวที่ Let profit run
    แต่ผลตอบแทนกลับเพิ่มอย่างช้าๆ มั่นคง กว่าเมื่อก่อน ที่ผลตอบแทนวูบวาบ ใจสั่นเสมอๆ

    ขอบคุณคุณ มด มากครับ….วันหลังจะขอ share ผลงาน แห่งความอึด ให้ติชมนะครับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @1584b894eb4a4a28404fe56b201056ec:disqus ขอบคุณครับ ยินดีมากเรยย :D

  • Milligram9

    ขอบคุณนะครับ

  • Sehju

    โอ้โห บทความนี้สุดยอดมากครับ คุณสมบัติของคนเล่นหุ้นที่จะประสบความสำเร็จได้นี่ เก่งอย่างเดียวไม่พอแน่ๆ ขอบคุณพี่มดครับ^^

  • วี

    ผมรู้สึกขัดใจนิด (จริงๆจะว่าไม่นิดก็ได้เพราะมันอาจจะเป็นช่องโหว่ร้ายแรงของระบบการลงทุนเลย)คือระบบการลงทุนหลายๆอันมีการอ้างอิงกับ SET100 บ่อยมากครับ ซึ่งหุ้นใน SET100 เนี่ยเราไม่มีทางรู้ล่วงหน้าเลยไม่ใช่เหรอครับว่าจะมีหุ้นตัวไหนบ้าง อย่างบางตัวเช่น PTL , JAS เงี้ยซึ่งในระบบมีการเซ็ตค่าให้เลือกจากหุ้นพวกนี้อยู่แล้วแต่ในสถาณการณ์จริงเนี่ยกว่าเราจะเอามันมาเข้าฟิลเตอร์มันก็วิ่งมาหลายเท่าแล้ว บางตัวเข้าปุ้บก็กลายเป็นยอดดอยเลยด้วยซ้ำ เลยไม่แน่ใจว่ามันจะใช้ได้ผลจริงๆหรอครับ ผมเคย simulate โดยกว้านซื้อหุ้นที่ ROC สูงสุด 15% โดยซื้อแบบกระจายๆ 10 ตัว(เพราะเอาเข้าจริงคงมานั่งคุมพอร์ตไม่ไหว) ของ SET ทั้งหมด ย้อนหลัง 25 ปียังได้ผลตอบทบต้นต่อปีประมาณ 23 – 25 % เอง (ซึ่งก็สูงมากๆแล้ว) แต่เห็นบางระบบของคุณมดให้ผลตอบแทนร่วม 45% ทบต้นต่อปีเลยทีเดียว เลยทำให้อึ้งมากครับ แต่พอเห็นคุณมดเลือกจาก SET100 ตลอดก็เลยอดขัดใจไม่ได้ครับว่ามันจะใช้ได้จริงหรอ รบกวนคุณมดลอง simulate แบบถ้าไม่เอาจาก SET100 แต่เอาจากทั้งตลาดแทนแล้วเอามาเทียบกันดูจะได้ไหมครับ

  • http://mangmaoclub.com Mod

    @igetpurse:[email protected]:disqus  ขอบคุณคุณ igetpurse และคุณวีที่ท้วงมานะครับ จริงๆการใช้ Universe เป็น SET100 กับบางระบบมันก็ไม่ได้สมจริงมากและถ้าจะให้สมจริงก็ต้อง update ทุก 6 เดือนอย่างที่คุณ igetpurse ว่าครับ แต่จุดประสงค์ผมคือเอามาอธิบายประกอบให้เห็นภาพว่า Universe ของตัวหุ้นมีอะไรบ้างเท่านั้นเอง เนื่องจากผมมองว่ามันได้กรองเอาหุ้นที่มี volume ที่เทรดได้จริงๆในระดับหนึ่งไว้แล้วและคนส่วนใหญ่ก็น่าจะรู้จักกันดีด้วย (แต่ระบบที่ใช้กับ SET100 ก็ดีๆก็มีเยอะนะครับ) ต้องขออภัยที่ทำให้ขัดใจครับ :P

    ระบบที่ผมทำไว้ใช้ส่วนตัวก็ไม่ได้ใช้ SET100 เป็น Universe แต่ใช้ SET เลย เพราะผมถือว่ามันควรจะ Robust ตั้งแต่ต้นทางโดยไม่อิงกับ Universe ครับ

    เรื่องให้ simulate จาก SET เลย บางระบบที่เคยเขียนไว้อาจจะแย่กว่าครับ เพราะผมว่าระบบจริงๆแล้วมันไม่ใช่แค่กฏการเทรด แต่เป็น model + data แต่ถ้าระบบมัน Robust จริงๆเอามาเล่นใน SET มันมักจะให้ผลตอบแทนดีกว่า SET100 อีกครับ เพราะ Universe มันกว้างกว่า (มีโอกาสให้เล่นอยู่เยอะกว่า) 
    เรื่องผลตอบแทนทบต้น 45% ต่อปีส่วนใหญ่ที่ผมเอามาลงจะเป็นผล 10 ปีย้อนหลังถ้าเป็น 20 ปีระบบส่วนใหญ่ 20% up ก็ดีมากแล้วอย่างที่ว่าครับ แต่ไม่ใช่ว่าจะมีระบบที่สูง 40% up ไม่ได้นะครับ (ผมเชื่อว่าเซียนซุ่มหลายๆคนในนี้ก็มีของตัวเองอยู่) อย่างในภาพข้างล่างนี้ก็เป็นระบบหนึ่งของผม Test ตั้งแต่ปี 1984 CAGR ราวๆ 60% up แต่เวลามาใช้จริงๆผมก็ทำไม่ได้หมดหรอกครับ market limit หรือ human error ก็มีอยู่บ่อยๆครับ แบบว่าบังคับตนเองได้ไม่เก่งเท่า Number Crunching ^_^ 

    • วี

      อืมเป็นเช่นนี้เอง ขอบคุณมากครับ

    • วี

        ผลตอบแทน 60%  o_o สุดยอดเลยครับ ไม่ทราบว่ามีหลักคิดยังไงอะครับ แล้วที่
      simulate นี้คือตัดหุ้นที่ไม่มี liquidity
      ออกไปมากน้อยขนาดไหนอะครับเพราะถ้า annual rate
      ทบต้นขนาดนั้นเรื่อยๆคาดว่าไม่กี่ปีระบบน่าจะตันแล้วนะครับ(แทบไม่เหลือหุ้น
      ให้ซื้อได้โดยไม่กระเทือนราคา)
      แล้วเป็นการใช้บัญชีแบบมาจินผสมด้วยหรือป่าวครับ

      ผมขอแชร์วิธีที่ผมพอจะคิดออกละกันครับ คือผมลอง simulate แบบง่ายๆอะครับคือตัดเรื่อง liquidity อะไรพวกนี้ออกไปให้หมดแล้วเอาหุ้นทุกตัวมาคิด เอาหุ้นที่ ROC มากสุดมา 10 ตัวแบบกระจายๆเข้าพอร์ต ถือ 6 เดือนแล้ว rollout ใหม่ ใช้หลักตัดขาดทุน , รักษากำไร และการซื้อคืนเมื่อหุ้นดีดตัวจากราคาที่ตัดขาดทุนมาระดับนึง (อันนี้ตัวเลขชัดๆคงแล้วแต่วิจรณญาณของแต่ละคน) แล้วพบว่าได้ผลตอบแทนย้อนหลังดังนี้ครับ

      Max Drawdown:8.07 %
      Annual compound interest rate:23.64 %
      Calmar ratio:2.93
      Win/Loss ratio:0.60
      Avg Win/Loss return:4.78

      (จริงๆผมลองตัดเรื่อง การขายเพื่อรักษากำไรทิ้งแล้วพบว่าได้ผลตอบแทนทบต้นสูงกว่านี้อีกนะคือประมาณ 29% เลยทีเดียว แต่ที่เลือกวิธีนี้เพราะให้ Calmar ratio ที่สูงกว่าครับเพราะเป็นตัวสำคัญเวลาจะใช้ leverage)

      ซึ่งถ้าเปิดบัญชี margin แล้วใช้ leverage แบบ 3:1 ก็จะได้ max drawdown ที่ประมาณ 25% และ Annual rate ที่ประมาณ 70% เลย

      ซึ่งแน่นอนครับว่าเป็นการคิดแบบง่ายๆเวลาใช้จริงไม่มีทางทำได้แบบนี้แน่นอนและผมก็ไม่ได้ใช้บัญชีมาจินอยู่แล้ว(จริงๆผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่องค่าใช้จ่ายของบัญชีมาจินเท่าไหร่นะครับ ยังไม่ได้หักดอกเบี้ยที่ต้องเสียด้วยซ้ำ) เลยแค่อยากเอามาแชร์ไอเดียเฉยๆอะครับ(จริงๆแค่ผลตอบแทนทบต้นเกิน 10% ต่อปีผมก็พอใจแล้ว ^_^ จะว่าไปที่ลองมานั่งคิดๆวิธีนู้นวิธีนี้ดูนี่เพราะเป็นความสนุกส่วนตัวมากกว่าครับ)

  • Boy123

    ถ้าระยะยาว 20 ปีขึ้นไป  ได้เฉลี่ยทบต้นเกิน 20% / ปี  …ก็อยู่ระดัีบเดียวกับบัฟเฟต์แล้วจิครับ ^ ^

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @84a9f2b3d57925a4b61b03f957e8fc24:disqus ใช่ครับ แต่ความจริงแล้วยากเพราะเงินทุนที่โตขึ้นมันจะข้อจำกัดเยอะขึ้นไม่เหมือนผลเพียวๆจากการทดสอบครับ

  • picklife

    พี่มดครับ ถ้าดูจากข้อมูลตรงนี้ ก็เท่ากับว่าการถือยาวกับการใช้ระบบ(ที่ยกตัวอย่าง)ก็ไม่ค่อยต่างกันเลยปะครับ
    1.ในแง่Returnก็ไม่ได้ต่างกันมาก
    2.ในแง่Drawdownก็ไม่ต่างกันมาก

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @12870eb66e45b11d64dfa72aefa13634:disqus  ถ้าตามตัวอย่างก็ไม่ค่อยต่าง เพราะผมยกระบบธรรมดาที่คิดว่าคนทั่วไปใช้คล้ายๆกันมาให้ดูครับ ถ้าปรับหน่อย max DD. และ Return ก็จะดีขึ้นได้ แต่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าเล่นสั้นหรือเล่นบ่อยๆ Human Error จะเยอะกว่า อยู่เฉยๆครับ

  • MegaMan

    ขอบคุณครับ บทความดีๆกลับมาแล้ว ^ ^ 

    • http://mangmaoclub.com Mod

      กลับมาแล้วครับ จะพยายามอัพเดททุกอาทิตย์จนกว่าจะหมดแรงอีกรอบ 55

  • tiger25

    Drawdown=Crisis=Crucial Time.   ถ้าได้จุดต่ำสุด  คงทน(รวย) อย่างเดียว  เช่นปี 2440/2551

  • Pingback: ต้นทุนที่จำเป็นสำหรับการ “ทบต้น” | แมงเม่าคลับ.คอม()

  • Pingback: ต้นทุนที่จำเป็นสำหรับการ “ทบต้น” « ชีวิตนี้สั้นนัก..หัวเราะกันให้เยอะๆ()

  • Witz j@

    ขอบคุณครับ ^_^ ความอึด ใช่แล้ว ต้องอึด 55+

  • Woody spaceexplorer

    ชื่นชมผู้เขียนมากครับ การศึกษาเรื่องหลักทรัพย์ของคุณเป็น contribution ที่สำคัญกับวงการนี้เสมอมา