จ้องมองตลาดหุ้น คุณกำลังจ้องมองตลาดหุ้นจนมากเกินไปหรือปล่าว?

จากเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นรอบๆโลกในช่วงเวลาที่ผ่านมาหลายๆอาทิตย์นั้น สิ่งหนึ่งที่ผมได้เห็นโดยทั่วไปตามเว็บบอร์ดต่างๆก็คือ มีหลายๆคนมักที่จะพูดกันโดยรวมว่า “สถานการณ์ช่วงนี้ไม่น่าไว้วางใจ มีความไม่แน่นอนสูง เราควรที่จะจ้องมองเอาไว้ให้ดี” นี่เป็นสิ่งที่ผมเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในตัวของมันเองพร้อมๆกัน และคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ที่จะนำมาแบ่งปันให้หลายๆคนได้อ่านกันครับ

อย่างแรกเลยก็คือ “สถานการณ์ช่วงนี้ไม่น่าไว้วางใจ มีความไม่แน่นอนสูง” คำถามของผมก็คือ “แล้วช่วงไหนที่ตลาดหุ้นมีความแน่นอนสูงบ้าง?”

หากเราลองทบทวนกลับไปในช่วงเวลาที่ผ่านมา เราจะสามารถเห็นได้ว่าแท้จริงแล้ว มันแทบไม่มีช่วงเวลาไหนเลยที่เราจะสามารถไว้วางใจกับตลาดหุ้นได้ (แม้แต่ช่วงที่หุ้นวิ่งขึ้นมาตลอด ก็ยังมีหลายๆคนต้องขายหมูกันยกเล้าเพราะใครๆก็ว่ากันว่ามันควรจะลงด้วยเหตุผลต่างๆนาๆ) เพราะตลาดหุ้นคือสิ่งที่มีความไม่แน่นอนสูงที่สุดประเภทหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อเรามองกันแบบวันต่อวัน นั่นจะเป็นสิ่งที่ทำให้หลายๆคนต้องมึนหัวกันไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว เพราะตลาดหุ้นมีตัวแปรอยู่มากมายหลายอย่าง ซึ่งส่งผลกระทบโดยเกิดขึ้นและดับไปอยู่ตลอดเวลา และเราก็ไม่สามารถที่จะล่วงรู้ได้อย่างแน่นอนในทุกๆรายละเอียดได้เลยว่าอะไร หรือใครคนใดจะทำสิ่งใดๆให้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ในเวลาต่อไป ดังนั้น บางทีแล้วเราอาจควรที่จะตัดคำว่า “ช่วงนี้” ออกจากประโยคที่ว่า “ตลาดหุ้นช่วงนี้ไม่น่าใว้วางใจ มีความไม่แน่นอนสูง” ก็เป็นได้ เพื่อที่จะดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาทจากตลาดหุ้นอยู่ตลอดเวลาแทนนั่นเอง มิเช่นนั้นแล้ว เราอาจจะต้องเจ็บปวดอย่างที่สุดในช่วงเวลาที่เราสบายใจอย่างที่สุดก็เป็นได้

อย่างที่สองคือเรื่องของการ “จ้องมองเอาไว้ดีๆ” คำถามของผมก็คือ “คุณแน่ใจแล้วหรือว่าการจ้องมองมันอยู่ตลอดเวลา หรือลุ้นจนตัวโก่งจะช่วยให้ผลการลงทุนของคุณดีขึ้นมาได้จริงๆ?”

ความจริงแล้วนี่เป็นความเข้าใจผิดอย่างหนึ่งของนักเล่นหุ้นส่วนใหญ่ เพราะอันที่จริงแล้วเราไม่สามารถที่จะควบคุมตลาดหุ้นได้เลยไม่ว่าเราจะจ้องมองมันบ่อยแค่ไหนก็ตาม ในทางกลับกันนั้น บางครั้งการจ้องมองมันเอาไว้อยู่ตลอดเวลา อาจเป็นสิ่งที่เป็นอันตรายอย่างมากขึ้นมาได้ โดยเฉพาะกับคนที่ไม่ได้เล่นหุ้นในช่วงสั้นหรือพวก Day Trader นั่นก็เพราะมันอาจจะกลายเป็นตัวสร้างความสับสน และดึงความสนใจของเราไปจากกลยุทธ์การเล่นที่ดีได้ หรืออาจทำลายสมาธิในการที่จะทำตามระบบของเราไปได้อย่างมากมายนั่นเอง

สำหรับการ “จ้องมอง” ที่เหมาะสมนั้น ควรจะเกิดขึ้น ณ จุดที่เราได้วิเคราะห์และวางแผนเอาไว้เป็นอย่างดีแล้ว “ก่อน” ที่จะทำการลงทุนใดๆทุกครั้ง นอกจากนี้ สิ่งที่เป็นตัวกำหนดผลการลงทุนโดยรวมในระยะยาวของเรานั้น คือสิ่งที่เป็น “กระบวนการเบื้องหลัง” ของสิ่งต่างๆที่เรามักจะเห็นกันต่างหาก หรือพูดอีกอย่างก็คือ นักเล่นหุ้นที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ มักใช้เวลากว่า 80% หมดไปกับการวางแผนการเล่น, การค้นคว้าและออกแบบระบบการลงทุน (Sytem Design), การวางแผนการบริหารเงินทุน (Money Management), การวิเคราะห์และสรุปสถานการณ์ต่างๆ, การฝึกฝนจิตวิทยาการลงทุน หรือทำความเข้าใจและหาความรู้เพิ่มเติมที่จำเป็น เกี่ยวกับแนวทางการเล่นหุ้นของพวกเขา แทนที่จะเอาเวลามานั่งจ้องนั่งลุ้นหุ้นอยู่ทั้งวันโดยที่ไม่ได้เกิดอะไรขึ้นเบื้องหลังเลยนั่นเอง

หวังว่าสิ่งที่ได้เล่าให้ฟังเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับหลายๆคนไม่มากก็น้อยนะครับ แล้วเจอกันใหม่ครับ :)

แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management

  • chotima

    ขอบคุณมากคะ อ่านง่าย เข้าใจง่าย และลึกซึ้ง

    • Mod

      ขอบคุณครับ มาเมนท์แรกเลย :D

  • sehju

    ขอบคุณพี่มดที่กลายร่างเป็นเสือ สำหรับสิ่งดีๆ ที่มีให้กันเสมอครับ..

    • Mod

      ผมยังเป็นเม่าอยู่ครับ แต่แอบขี่เสือเท่านั้นเอง :D

      ขอบคุณที่ติดตามมาเรื่อยๆเช่นกันคับบ

  • kaweekit

    บทความนี้โดนผมมากครับ

    • Mod

      :D หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ อิอิ

  • Yingyos

    เยี่ยมครับ .. โดนใจมากตรงที่มีคนบอกว่า “ช่วงนี้ตลาดไม่แน่นอน”
    ผมเวลาเจอคนอื่นหรือนักวิเคราะห์พูดแบบนี้ ผมจะคิดในใจเสมอว่า
    แล้วเมิงรู้ได้ไง ว่ามันไม่แน่นอน แล้วเมิงรู้เหรอว่าเมื่อไหร่มันแน่นอน
    หลังจากนั้น ผมเลยพยายามหาระบบที่สามารถรองรับ ความไม่แน่นอนของตลาดมาตลอด
    จนได้มาเจอคุณมดนี่แหละครับ ที่ย้ำความเชื่อของผม ว่าไม่ได้คิดผิด

    • Mod

      55 ตลาดไม่เคยแน่นอนอยู่แล้วนะผมว่า จริงๆต่อให้ผมไม่ย้ำ มันก็จะย้ำความเชื่อของคุณ Yingyos เองแน่ๆ :D

      ผมเองเวลาได้ยินคนพูดกันว่าตลาดต้องอย่างนั้นอย่างนี้ ผมเองก็ได้แต่ถอนหายใจเหมือนกันครับ :)

      • tsunami2p

        พบเจอได้ตลอด ในหุ้น สินธร …

        จะไปว่าพวกเขาก็ไม่ได้นะครับ เพราะตลาดที่ดี ควรประกอบด้วยนักลงทุนหลายกลุ่มหลายความคิด ^^

        • Mod

          ก็คงไม่ไปว่าเขาหรอกครับ จะไปสร้างศัตรูทำไม 55

          ถือว่าเราเปลี่ยนตลาดไม่ได้ และไม่จำเป็นต้องไปเปลี่ยน แค่เปลี่ยนตัวเราดูจะง่ายกว่าเยอะ :D

  • dragon

    ขอบคุณมากครับ…^^

  • Phisut

    ผมรักคุณครับ ^^

  • neo_potato_Th

    ขอบคุณครับ:D

  • Mod

    ขอบคุณทุกคนที่แวะมาเมนท์ด้วยนะครับ :)

  • Neogt86

    ขอบคุณสำหรับข้อเตือนใจดีๆ ครับ ช่วงนี้ผมก็มีแกว่งๆ ไปมั่งเหมือนกัน – -“

    • Mod

      สงสัยเล่นกับตลาดช่วงนี้เลยมึน 55

  • manoth1977

    เป็นเหมือนที่บทความว่าเลย ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ครับพี่เม่า ^^

    • Mod

      55 ตรงใจเลยว่างั้น :D

  • nongjan

    เห็นด้วยครับ ว่าเวลาส่วนใหญ่เราควรจะเอาไปฝึกฝนเรื่อง Money Management และ แผนการเข้าลงทุนจะดีกว่าไปนั่งเฝ้าตลาด (ถ้าไม่ใช่ day trade)

    • Mod

      ใช่ครับ นั่งดูจอถ้าใจไม่นิ่งยังไม่มั่นคงกับระบบเรา สักพักออกทะเลแน่ๆ prob สูงมาก 55

  • สุนทร

    ขอบคุณครับ

  • Anonymous

    ช่วงตลาดสวิง เลยได้ลองระบบMM ไปในตัว
    ปรับแต่งกันไปตามจังหวะ และโอกาส
    ถ้ามองกระดานเครียจไป เปลี่ยนมามองครอบครัวบ้างก็ดีเนาะ
    :)

  • http://setpulse.wordpress.com/ setpulse

    มองกระดานเครียจไป
    มองครอบครัว ก็ดีกว่าเนาะ

    • Mod

      นั่นสิครับ ผมเห็นหลายคนมาลงทุน บอกว่าเพราะไม่อยากทำงาน ปรากฏว่านั่งจ้องจอทั้งวันแล้วดันเครียดกว่าทำงานเสียอีก :D

  • Anonymous

    ที่เ้ค้าว่าพวกเทรดเดอร์ดัง ๆ นี่เค้าทำงานกันหนักมาก เคยอ่านหนังสืิอพวก market wizard นี่บอกว่าบางคนทำตั้งแต่เช้ายันค่ำ เสาร์อาทิตย์ก็ไม่หยุด จริง ๆ ที่เค้าว่าทำงานหนักนี่คือวัน ๆ เค้าทำอะไรกันเหรอครับ ยิ่งบางคนเทรดอยู่อย่างเดียว หรือบางคนใช้ระบบนี่ จริง ๆ แล้ว วัน ๆ เค้าทำอะำไรอะครับ

    ใครทราบรบกวนบอกหน่อยนะครับ ผมสงสัยมานานแล้วครับ

    • Mod

      เท่าที่เคยอ่านเจอหลายๆคนทำงานหนักในแง่ของการ Research วิจัย วิเคราะห์ตลาดล่วงหน้าก่อนที่ตลาดจะเปิดครับ ที่เค้าทำงานหนักกันมากๆส่วนใหญ่นั้นจริงๆแล้ว เมื่อเวลาไปสัมภาษณ์เขามักจะบอกว่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะเค้าแทบจะคิดเรื่องนี้ตลอดเวลาเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว (พูดอีกอย่างว่าอินมาก หรือไม่ก็เพลินมาก 55)

      นอกนั้นขึ้นอยู่กับสไตล์การลงทุนด้วยครับ อย่างถ้าเป็น Day Trader แล้วไม่มองจอนี่ก็ไม่ควรเป็นเลย แต่ถ้าสไตล์อื่นก็อาจจะหนักไปในแง่อื่นๆมากกว่าครับ

  • Mr.H

    ขอแชร์มุมมองบ้างนะครับ ผมไม่ใช่เทรดเดอร์ชื่อดัง แต่เป็นคนที่เทรดด้วยระบบ(กราฟเทคนิค)ล้วนๆคนนึง แม้ผมจะมีระบบเทรดแน่นอนอยู่แล้ว แต่ด้วยความที่ระบบเทรดของผมก็เหมือนๆกับระบบเทรดทั่วๆไป คือ มันจะมี false signal มีอยู่ช่วงนึงที่ผมพยายามหาตัวกรอง false signal ของระบบ ช่วงนั้นผมจำได้ว่าผมใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน ทุกวันผมจะใช้เวลาประมาณวันละ 5-6 ชม.ทำวิจัยและทดสอบเครื่องมือต่างๆที่จะนำมาใช้ในการกรอง signal จนในที่สุดก็ได้เครื่องมือในการกรองมาชุดนึงร่วมๆกับวิธีการ money management ซึ่งก็ช่วยกรอง false signal ออกไปได้ในระดับนึงที่ยอมรับได้ แม้ไม่ทั้งหมด ผมไม่แน่ใจนะว่าคนที่เทรดหุ้นด้วยระบบทุกคนใช้เวลามากน้อยแค่ไหนในการออกแบบตัวกรองสัญญาณ หรือบางคนอาจจะไม่เสียเวลาในการทำเรื่องพวกนี้เลยก็ได้ แต่ตามความเข้าใจของผม ผมมองว่าคนที่เทรดด้วยระบบมักจะมีงานทำไม่หยุด งานที่ว่าก็คือการพัฒนาระบบเทรดให้ดีขึ้นเรื่อยๆ(ไม่ใช่การเปลี่ยนระบบนะครับ ใช้ระบบเดิมนั่นแหละแต่ทำให้มันฉลาดขึ้น)

    • Mod

      น่าจะคล้ายๆกันครับ ผมเองก็ไม่ได้ twist ระบบแบบหน้ามือหลังมือ แต่ค่อยๆแก้ให้มันถูกใจไปทีละจุดเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ทิ้ง Concept ตั้งต้นของมันไป เรื่องๆอย่างนี้ never ending process นะผมว่า มันเป็นความสุขที่เราได้ใช้เวลากับมัน บางทีลองทำโน่นนี่ดูตั้งนานแต่ไม่ work ก็เลิกทำ ไม่ได้รู้สึกว่าเสียเวลาอะไร เพราะอย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าไม่ควรจะใช้มัน แถมยิ่งทำให้รู้ว่าไอ้ที่ใช้อยู่น่ะดีแค่ไหน สร้างความมั่นใจขึ้นได้อีกด้วยครับ

  • Anonymous

    ขอบคุณสำหรับคำตอบครับ
    ขอถามต่อนิดนึงนะครับ เรื่องการพัฒนาระบบเท่าที่ผมเคยทำมามันจะดีขึ้นถึงระดับหนึ่ง หลังจากนั้นถ้าผมเพิ่มอะไรไปมันมักจะแย่ลงหรือไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่ เลยอยากรู้ว่าถ้าเรามีเวลาว่างเยอะ ๆ นี่เราจะทำไงให้ระบบของเราดีขึ้นหรือตัวเราเองเทรดเก่งขึ้นบ้างครับ

    ปล. เมื่อก่อนผมเคยเขียนมาขอคำแนะนำเรื่องระบบ แล้วได้คำแนะนำจากคุณ Mod ตอนนี้ผมเทรดดีขึ้นแล้ว ขอขอบคุณคุณ Mod มาก ๆ ครับ

    • Mod

      ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป้าหมายหรือผลตอบแทนที่ต้องการของคุณไม่มีชื่อเป็นอย่างไร เลยอาจจะช่วยไม่ได้มากเท่าไหร่ แต่ความเห็นของคุณ Mr.H ก็ตอบไว้ดีมากๆแล้วด้วย

      หากให้เดาผมคิดว่าคุณอาจยังรู้สึกว่าระบบนี้ยังขาดเหลืออะไรสักอย่างสำหรับคุณไป อาจเป็นการที่มันยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการให้เราได้ยอย่างเต็มที่ก็ได้ บางทีแล้วสิ่งที่ต้องค้นคว้าให้ลึกขึ้นก่อนอีกที อาจเป็นตัวเราเองก็ได้ หลังจากนั้นเราน่าจะได้คำตอบที่พอใจว่าเราควรจะทำอะไรต่อไปครับ :D

  • Mr.H

    ไม่แน่ใจว่าถามผมหรือเปล่านะครับ แต่ขออนุญาตแชร์มุมมองเพิ่มเติม การพัฒนาระบบเทรดให้ดีขึ้นเป็นเรื่องของความพึงพอใจและความชอบนะครับอย่างบทความของคุณมดหลายบทความก็ย้ำว่า trader ทุกคนควรมีระบบเทรดของตัวเองโดยเป็นระบบที่เราชอบและเชื่อมัน เพราะเราจะสามารถทำตามมันได้อย่างไม่ลังเลและนั่นจะเป็นที่มาของการเทรดได้เก่งขึ้นตามมา ยกตัวอย่างตัวผมเองเป็นพวก trend follower แบบชนิด hardcore ไม่ชอบซื้อขายบ่อยๆ ถ้าเป็นขาขึ้นใหญ่ๆผมอยากได้ระบบที่ซื้อตั้งแต่ตอนเริ่มขาขึ้น จนถึงปลายขาขึ้น จะต้องซื้อแล้วถือนานเป็น 4-8 เดือนผมก็ไม่ว่า ขอให้ขายแล้วตลาดมันปรับฐานจริง เพราะฉนั้นผมก็จะมุ่งหาตัวกรองระบบจำพวกขจัด false signal ออกไป เพื่อจะได้ไม่ต้องเข้าซื้อบ่อยๆ และถ้าเป็นขาขึ้นใหญ่ๆจะต้องไม่ขายแล้วซื้อกลับบ่อยๆ(ตลาดยังไม่จบขาขึ้น) สรุปง่ายๆการพัฒนาระบบเทรดต้องขึ้นอยุ่กับความชอบของเราเป็นหลัก ต้องตั้งโจทย์ให้กับตัวเองชัดๆแล้วก็วิจัยพัฒนาระบบเพื่อตอบโจทย์ของเรา

    • Mod

      เยี่ยมมากเลยครับความเห็นนี้ เห็นด้วยตามนั้น ผมเองก็เล่นแค่แนวเดียว ไม่จำเป็นต้องเล่นตลอด แต่ก็ยังสามารถทำผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาดได้อย่างมีความสุขอยุ่นะครับ

      ปล. ผมคิดว่านอกจากผลตอบแทนสูงสุดแล้ว เรายังควรที่จะต้องหาจุดสมดุลย์ระหว่างผลตอบแทนและความสุขในการลงทุนด้วยครับ :)

  • Anonymous

    ขอบคุณมากครับ

  • http://set-financial-academy.blogspot.com boyles

    เป็นเลยครับ จองสะจนปวดตาเลยครับ แต่ไม่ได้เป็น day trader นะครับ เห็นด้วยครับ เอาเวลาไปพัฒนาตัวเองดีกว่า ^^

    • Mod

      ระวังตาจะเสียโดยไม่จำเป็นนะครับ ผมเล่นคอมมากๆนี่มึนหัวออกบ่อยๆเลยครับ :D

  • http://set-financial-academy.blogspot.com boyles

    ขอบคุณครับ ^^ พอดีเล่นหุ้น แล้วเล่นเกมส์ด้วยอีก – -!

    • Mod

      โอโห แสดงว่าโปรมากเลยนะครับ เล่นเกมไปด้วยเนี่ย 555
      ของผมจะเป็นแนวออกไปหาไรทำเรื่อยเปื่อยมากกว่า :D

  • Futions

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ