Money Management เพื่อนักเล่นหุ้น : คุมต้นทุน จำกัดความเสี่ยง!

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

Cut loss

สวัสดีครับ วันนี้ผมมีอีกแง่มุมหนึ่งเพื่อใครที่ยังไม่เคยฉุกคิดสนใจ ถึงการใช้ Money Management เข้ามาช่วยในการเล่นหุ้น แต่ใหนแต่ไร เรามักจะได้ยินคนส่วนใหญ่พูดถึงกันว่า Money Management ไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับนักเล่นหุ้นรายย่อย แต่ผมเห็นกลับกันว่า นี่เป็นความคิดที่ผิดที่สุดที่จะผิดได้ และสิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นความเชื่อของนักลงทุนส่วนใหญ่ไปแล้วด้วยว่า ความลับที่สำคัญที่สุดในการเล่นหุ้นอยู่ที่การเลือกหุ้นให้แม่นยำที่สุด ผมยอมรับว่าความแม่นยำเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่ตลาดหุ้นเป็น “ความน่าจะเป็น” ไม่มีทางที่เราจะถูกทางทุกครั้งแน่นอน มีคนพูดบ่อยๆว่า นักเล่นหุ้นทางเทคนิค “กำไรมา 9ครั้ง แต่ผิดครั้งเดียวเจ๊ง!” ผมมีวิธีแก้ครับ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

คำถามที่ควรถามนั้นไม่ได้อยู่ที่ว่า “จะเลือกหุ้นอย่างไรให้ แม่นๆ ?” แต่อยู่ที่ว่า “จะทำอย่างไรให้มีกำไรถึงแม้จะเลือกหุ้นได้ไม่แม่น ?” นี่คือสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่ผมเรียนรุ้จากการเล่นหุ้นก็คือ “เมื่อเก็งผิดต้องเจ็บตัวน้อย เมื่อถูกทางต้องได้เยอะ” นี่แหละครับสูตรง่ายๆแต่ได้ผลจริง แค่เราทำข้อแรกได้ นั่นคือเมื่อเก็งผิดเราต้องเจ็บตัวน้อย ผลรวมของกำไรและขาดทุนของเราจะเปลี่ยนไปทันที ผมมีตัวอย่างง่ายๆให้ดูนะครับ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

จากสถิติแล้วค่าเฉลี่ยความแม่นยำของนักเล่นหุ้นทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 62.5% (อ้างอิจจากหนังสือ Better Stock Trading ครับเรื่องจริงอาจน้อยกว่านี้ :)) นั่นหมายความว่า จากการเทรดหุ้น 16 ครั้งเรามักจะถูกประมาณ 10 ครั้ง สัดส่วนนี้ดูจะเข้าท่าอยู่นิดหน่อย หากเป็นนักเล่นหุ้นส่วนใหญ่ก็อาจจะพอใจ หากใครอยากได้กำไรเพิ่มก็จะพยายามหาความรู้ในการเลือกหุ้นเพิ่มเติม แต่นั่นเป็นการทำงานหนักแต่ไม่ฉลาดเท่าไหร่ครับ! เราสามารถทำกำไรเพิ่มเติมได้ โดยไม่ต้องเพิ่มความแม่นยำของเราขึ้นเลยแค่เพียงเรา ควบคุมต้นทุนและลดการขาดทุนจำกัดความเสี่ยงโดยรวมของ Portfolio จากการเทรดหุ้นในแต่ละครั้งลงไป โดยทำการประเมิณ Position Sizing หรือจำนวนหุ้นให้เหมาะสม เราจะสามารถเห็นผลความแตกต่างได้ทันทีอย่างในตารางนี้ครับ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

Money Management เพื่อการเล่นหุ้นง่ายๆ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

เริ่มเห็นแสงสว่างเล็กๆขึ้นกันบ้างหรือยังครับ สำหรับคนที่เชื่อว่า Money Management ไม่สำคัญขนาดที่ควรจะต้องใส่ใจ :) เราจะสามารถเห็นได้เลยว่า ยิ่งเราขาดทุนต่อครั้งเยอะเท่าไหร่ ผลรวมของกำไรขาดทุนจะยิ่งแย่ลงไป นี่ขนาดว่า เราเล่นถูกทางถึง 62.5% หรือเกือบ 3ใน4 ครั้ง หากแค่เราขาดทุนครั้งละ 10% ของ Portfolio เราจะขาดทุนอย่างมากมาย แต่เมื่อเราลดหรือควบคุมการขาดทุนในแต่ละครั้งขึ้นมา ในตัวอย่างจะเห็นว่า ถ้าเรากำหนดความเสี่ยงว่าเราจะขาดทุนไม่เกิน 2% ของ Portfolio ในการเทรดหุ้นแต่ละครั้ง ผลกำไรโดยรวมของพอร์ทจะดีขึ้นเรื่อยๆ นี่คงเป็นคำยืนยันที่ดีสำหรับคำพูดที่ว่า Cut loss short !!” จริงใหมครับ แล้วเจอกันใหม่ครั้งหน้าที่ แมงเม่าคลับ.คอม นะครับผม

  • passakorn

    ขอบพระคุณอย่างสูง สำหรับบทความดีดี

  • http://duunot.eu Andy Gloodt

    Thanks for this post. I almost definitely agree with what you are saying. I have been talking about this subject a lot lately with my father so probably this will get him to see my point of view. Fingers crossed!

  • chotima

    ขอบคุณคะ บทความสั้นกระทัดรัด อ่านง่ายและมีความหมาย

    • Mod

      ขอบคุณครับ :)

  • Wdtrade

    อ่านแล้วเห็นว่าบทความนี้โดนมากๆ เคยบอกญาติเราที่เทรดว่า MM นี้สำคัญมาก แต่เค้าไม่ค่อยสนใจ  พอเอาบทความ (ประกอบกับภาพ) ให้ดู ก็ค่อยๆคิดตามได้

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      MM มันเหมือนคลื่นใต้น้ำ มองไม่ค่อยเห็นแต่มีผลกระทบรุนแรงครับ :)

  • Pingback: หุ้น ไพ่ หวย ความเหมือนในความต่าง | Zappayheyra สัพเพเหระ()

  • Plan Thammatas

    แต่ถ้าใช้ risk น้อยๆ แบบนี้ จะเกิดการคัทต่อเนื่องเยอะขึ้น แล้ว MDD ละครับ MDD มันจะไม่บานเลยเหรอครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      Risk ในที่นี้คือ Portfolio Risk หรือความเสี่ยงของพอร์ท ไม่ได้ความเสี่ยงวัดจากราคาหุ้นครับผม (พูดง่ายๆว่าระยะห่างระหว่างราคา Entry กับ Stop จะมากน้อยแค่ไหน ต้องคำนวณขนาดการลงทุนไม่ให้ขาดทุนเกิน 2% เวลา Stop Out ครับ)