wrong-wayวันนี้ผมจะขอพูดถึงเรื่องทางจิตวิทยาการลงทุนที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่หลายๆคนมักจะมองข้ามกันไป หรืออย่างน้อยก็อาจมองโลกในแง่ดีกันจนเกินไปก็เป็นได้ นั่นก็คือเรื่องของ Consecutive loss หรือการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมักจะเกิดขึ้นกับระบบการลงทุนของคุณ หรือกลยุทธ์การลงทุนต่างๆในช่วงที่ตลาดไม่เป็นใจนัก

การขาดทุนอย่างต่อเนื่องเกิดขึ้นเพราะอะไร?

การขาดทุนอย่างต่อเนื่องนั้นมักเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่โดยหลักๆแล้วมันมักเกิดขึ้นจาก 2 สาเหตุ นั่นก็คือจากตัวของคุณเอง หรือจากการที่ระบบของคุณไม่เกิดการลงรอยกับตลาดในช่วงนั้นๆ โดยในบทความนี้ผมจะขอพูดถึงจากสาเหตุหลังเพียงอย่างเดียวก่อน

การขาดทุนอย่างต่อเนื่องและการขาดทุน

มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ระบบของคุณจะต้องเกิดการขาดทุนอย่างต่อเนื่องขึ้นมา เนื่องจากระบบการลงทุนนั้นเปรียบเสมือนกับกรอบรูปที่มีความตายตัวในระดับหนึ่ง (Static) แต่ตลาดนั้นเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา (Dynamic) การลงรอยและไม่ลงรอยจึงเกิดเป็นวัฐจักรเกิดขึ้นสลับกันไปมา แต่สิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตุก็คือ การขาดทุนอย่างต่อเนื่องที่ติดต่อกันมากที่สุดนั้น (Max. Consecutive Loss) ไม่จำเป็นว่าจะต้องเกิดขึ้นพร้อมกับการที่พอร์ทของคุณลดลงไปอย่างมากที่สุดเสมอ (Max. Drawdown) อย่างไรก็ตาม ความเสียหายที่ร้ายแรงที่สุดคุณจะได้รับจากการขาดทุนอย่างต่อเนื่องนั้น อาจไม่ใช่ความเสียหายในด้านของตัวเงิน แต่มันมักจะเป็นความเสียหายด้านจิตใจเสียมากกว่า เนื่องจากมันจะมีผลกับ Ego ของเราโดยตรงเมื่อเราต้องผิดพลาดติดๆกัน (โดยเฉพาะคนที่ยังไม่มี Mindset ของการเป็นนักเก็งกำไรที่ดี) ดังนั้น นี่จึงเป็นสิ่งที่เราควรทำความเข้าใจและยอมรับกับมันให้ได้มากที่สุดก่อนที่จะใช้ระบบการลงทุนใดๆนั่นเอง

การขาดทุนอย่างต่อเนื่องที่มากที่สุดจากระบบการลงทุนรูปแบบต่างๆ

ในตารางข้างล่างนี้ ผมได้นำระบบการลงทุนแบบ Trend Following โดยทั่วๆไปหลายๆรูปแบบมาทำการทดสอบย้อนหลังไป 10 ปีกับหุ้นในตลาด และทำการเทรดแบบเป็น Portfolio เสมือนจริง โดยตั้งค่าการทดสอบในด้านต่างๆให้มีความไกล้เคียงกับความเป็นจริงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในการหาจำนวนการขาดทุนอย่างต่อเนื่องที่มากที่สุดของพวกมันออกมา เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมา จะได้ไม่ประมาทกันนะครับ แน่นอนว่าอาจมีคนเถียงว่ามันต้องมีตัวแปรหรือเงื่อนไขมากกว่านี้ นั่นเป็นสิ่งที่คุณต้องทำการเก็บข้อมูลและหาคำตอบกันเองต่อไปนะครับ ผมเพียงแค่นำข้อมูลโดยทั่วไปมาให้ดูเท่านั้นเอง :)

image

ภาพจากในตารางแสดงให้เห็นถึงอัตราการได้กำไรติดต่อกันมากที่สุดเป็นจำนวนครั้ง (Max. Consecutive Win) และการขาดทุนติดต่อกันมากที่สุดเป็นจำนวนครั้ง (Max. Consective Loss) โดยด้านล่างคือชื่อของระบบกลยุทธ์การเล่นพร้อมทั้งอัตราความแม่นยำ (Wining Ratio) ของพวกมัน

จงเตรียมพร้อมกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเอาไว้

คุณจะเห็นได้ว่าตัวเลขที่เกิดขึ้นของการขาดทุนติดต่อกันมากที่สุดนั้น ค่อนข้างที่จะมากเอาการ และอาจทำให้หลายๆคนต้องช็อคกันเลยทีเดียว (ในขณะที่การได้กำไรติดๆกันมากที่สุดกลับน้อยกว่าเป็นส่วนใหญ่) ทั้งๆที่ระบบพวกนี้ให้ผลตอบแทนทบต้นโดยเฉลี่ย 20%+- กันทั้งนั้น ดังนั้นมันจึงมีความจำเป็นอย่างมากที่คุณจะต้องทำความเข้าใจและยอมรับกับมันให้ได้ ก่อนที่คุณจะผูกความคิด,ความเชื่อและเงินของคุณลงไปกับระบบต่างๆเหล่านี้ ไม่เช่นนั้นแล้วสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ “ระบบอาจไม่พังแต่คุณอาจจะพังก่อน” ทั้งในแง่ของตัวเงินหรือจิตใจนั่นเองครับ

แมงเม่าคลับ.คอม หนังสือหุ้นน่าอ่าน, วิธีการเล่นหุ้น, การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค, จิตวิทยาการลงทุน และการบริหารเงินทุน Money Management

  • jumb1101

    ถ้าลองเอา CAR ของแต่ละระบบมาเทียบให้ดูด้วยจะเป็นไงอ่ะครับ :D

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @66072eab2895373a7bae31e85d300ea6:disqus ไม่ได้เอามาลงให้ดูเพราะมันจะผิด point บทความไป แต่โดยรวมแล้วอยู่ราวๆเดียวกัย 20% กว่าครับ ลดหลั่นหรือเพิ่มขึ้นบ้างตามแต่ละระบบ อีกอย่างผมไม่อยากให้กระทบกับระบบที่ใครใช้อยู่ เดี๋ยวเถียงกันไม่จบ :D

  • jumb1101

    อ้อ ขอบคุณมากครับ เป็นจุดยืนที่มีเหตุผลดีทีเดียว :D

  • http://www.facebook.com/people/Varunyoo-Hehasook/100002514511508 Varunyoo Hehasook

    ค่าแกน Y คือจำนวนครั้งใช่ไหมครับ ไม่ทราบว่าคุณมดกำหนดรูปแแบบของ Portfolio เป็นแบบไหนครับ

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @facebook-100002514511508:disqus ใช่ครับแกนแนวตั้งคือจำนวนครั้งครับ ส่วนรูปแบบการกำหนด portfolio เป็นการซื้อหุ้นทีละ 10% ของ Total Equity (ถ้าเต็มพอร์ทก็ราว 10 ตัวครับ)

      • LPR

        แกน Y เป็นจำนวนครั้ง อย่าง PnT เนี่ย เกิดการขาดทุนต่อกันมากที่สุดได้ 30 กว่าครั้งต่อกันเลยหรือครับ
        Lossing Streak มันสูงขนาดนั้นเลยเหรอครับ

        และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ที่ยังได้กำไรสุทธิอยู่ เพราะว่าขาดทุนทีละน้อยๆ(มี SL) แต่ได้กำไรทีละมากกว่า(Let Profit Run) จนค่า Expectancy เป็นบวกใช่ไหมครับ

        • http://mangmaoclub.com Mod

          @9ef51f81e9304108d30e5f400944659b:disqus ใช่ครับ โดยปกติเท่าที่ผมเคยเก็บผลมา ระบบ Trend Following ส่วนใหญ่ max consecutive loss ค่อนข้างยาวนานครับ (แต่ไม่ได้แปลว่าไม่ดี) เป็น trade-off ที่ต้องยอมแลกในการจะใช้มัน เลยเอามาให้ดูเพราะหลายๆคนอาจคิดไม่ถึง แต่ถึงดูแล้วก็อาจไม่เชื่อก็ได้ :D
          ส่วนค่า expectancy ก็มาจากที่คุณ LPR ว่ามานั่นแหละครับ วินัยในการ cut loss, let profit run จึงจำเป็นมากๆครับ 

  • pakorn

    เยี่ยมครับ บทความนี้

  • Chotima

    ขอบคุณมากค่ะ ช่วงนี้ตลาดลงมาก คุณ MM ยังมี้น้ำใจหาอะไรมาให้อ่านอยู่เรื่อยๆ แก้เบื่อได้มากเลย ยังอุตส่าห์ไปให้กำลังใจเพื่อนๆใน FB อีกด้วย นี่แหละมิตรภาพที่แท้จริง…… หายากในสถานการณ์แบบนี้

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @59b96b635a49b028346cc8e713e19fce:disqus ขอบคุณนะครับ
      ผมเขียนบทความไว้เพราะอยากเป็นคำใบ้ว่าอย่าไปกลัวมากกับเรื่องผิด เพราะช่วงนี้ขาลงสัญญาณมันจะพลาดบ่อย จะได้ไม่เก็บมาเป็นอารมณ์กันและก็ไม่ติดหุ้น

      ที่พูดนี่ไม่ใช่ว่าเป็นเซียนขายไปตั้งนานแล้วนะครับ ผมก็รอ cut ตาม stop ผมเหมือนกัน 55

  • Tomza

    Oh my god นี่แสดงว่าเป็นผล test แบบเล่นหน้าเดียวสิเนี่ย Pnt Macd ที่เลือกมา ต่ำสุดๆ ทั้งน้านเลย T_T (เอ่อ ถ้าเล่น 2 หน้าผล test จะออกมาแย่ กว่า นี้เยอะไหมอะครับ คุณ Mod)

    • http://mangmaoclub.com Mod

      @c1ac0d79cb2ec016d7569309ec0134f3:disqus ต้องถามว่าผลอะไร ถ้าหมายถึง Consecutive Loss หรือ Winning% ไม่ค่อยต่างครับผม จะใช้ระบบ Trend Following ก็คงต้องทำใจหน่อยครับ แลกกับ Long Run อิอิ