ช่วงนี้ตลาดขึ้นๆลงๆไม่มีแนวโน้มเป็นชิ้นเป็นอัน ผมเลยนำเอา Trading Performance และคัดเอาบทสัมภาษณ์บางส่วน ของ Charles Wright ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งกองทุน Fall River Capital LLC (ในปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Eco Capital Management, LLC) หนึ่งในกองทุนที่ลงทุนอย่างเป็นระบบแบบ Systematic Trading ที่สามารถสร้างผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (Risk-Adjusted Return) เอาชนะตลาดมาอย่างยาวนานมาให้อ่านกันครับ

ประวัติโดยสังเขปของ Charles Wright

Charles Wright เป็นใคร ทำไมผมจึงนำเอาบทสัมภาษณ์ของเขามาให้อ่านกันในวันนี้ พูดคร่าวก็คือเขาเป็นผู้ก่อตั้งกองทุน Fall River Capital LLC (ในปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Eco Capital Management, LLC) และเป็นผู้เขียนหนังสือ Trading as a business ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการลงทุนอย่างเป็นระบบเชิง Quantitative and Systematic Trading รวมไปถึงยังเป็นที่ปรึกษาของโปรแกรม TradeStation ซึ่งเป็น Backtesting Platform ตัวหนึ่งซึ่งเคยเป็นที่นิยมมากๆนั่นเองครับ อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของประสบการณ์ของเขาเท่านั้น เพราะความจริงแล้ว Wright ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชนมาก โดยเพื่อนๆที่สนใจสามารถไล่อ่านวีรกรรมของแกได้ในส่วนล่างนี้ครับ

Mr. Charles F. Wright serves as the Chairman and Vice President of QUÆSTUS & Co. Inc. Since October 1991, Mr. Wright is the Chairman and Co-owner of Questus & Co., Inc. He has been associated with Fall River Group since 1973. He served as the Chairman and a Principal of Fall River Capital, LLC, since 1999. He was a Founding Member of Fall River Capital, LLC. From November 2001 to October 2005, he served as Chairman and co-owner of Kilbourn Capital Management, LLC. From 1992 to 1997, he served as Chairman of Caribbean Communications Company Ltd. He occasionally performed consulting services for Tradestation Group Inc., after having served for over 10 yrs, following its recent sale to the Monex Group. Mr. Wright has been the Chairman of Fall River Group, Inc., since 1984. He has been a Member of Advisory Board at TMM, Inc. (New) since May 2012. He serves on the board of Prolitec, Inc. He served as a Director of Tradestation Group Inc., since June 2001. From 1984 to 1988, Mr. Wright was a member of the Chicago Mercantile Exchange. He served as editor of the System Trading and Development Newsletter, published by Omega Research, Inc. since 1998. He has taught several different trading seminars over the years, including System Trading and Development, and Trading as a Business. He served as president of the Private Industry Council of Milwaukee County from June 1996 to September 1997 In the non-profit sector, in 2005 he stepped down as chairman of Goodwill Industries of Southeastern Wisconsin and Metropolitan Chicago, after having served on its board for 24 years, and serves on the board of the Second Harvest Food Bank Foundation. He was commissioner of the Milwaukee Social Development Commission. He serves as President of Second Harvest Food Bank Foundation. He serves as Director of the Private Industry Council of Milwaukee County. He served on the board of the University School of Milwaukee and the Good Hope School in St. Croix, U.S. Virgin Islands. In the private sector, Mr. Wright served as a director of U-Line Corporation for over 20 years. He has been author of the book, Trading as a Business, published by Omega Research, Inc. since 1998. He is registered with the CFTC and the NFA as a Commodity Trading Advisor. Mr. Wright holds an M.B.A. degree from the Harvard University Graduate School of Business and a B.A. degree from the University of South Florida.

ที่มา : http://www.bloomberg.com

ผลงานของกองทุน Eco Capital Management, LLC (Fall River Capital)

ก่อนที่จะอ่านบทสัมภาษณ์ของเขากันนั้น ผมคิดว่ามันจะสนุกและให้แรงบันดาลใจขึ้นอีกเยอะเลยหากว่าเราได้รู้ภูมิหลังถึงฝีมือของเขากันสักหน่อย ดังนั้นผมจะขอใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งในการนำเอาผลการลงทุนของเขามาแสดงและอธิบายโดยคร่าวๆให้พวกเราได้อ่านกัน โดยที่ข้อมูลด้านล่างนี้นำมาจากเว็บ http://www.managedfutures.com ซึ่งเป็นผลงานล่าสุดของกองทุนที่เขาได้ร่วมวิจัยและก่อตั้งขึ้นมาครับ (รอสักครู่ให้กรอบด้านล่างโหลดขึ้นมานะครับ หลังจากนั้นสามารถเลื่อนดูได้เลย)

โดยสิ่งที่น่าสนใจจากผลตอบแทนจากโปรแกรม Global Opportunies ของกองทุน Eco Capital Management, LLC ซึ่งเป็นกองทุนแบบ Systematic Trading ในตลาด Futures นั่นก็คือ ถึงแม้ว่ามันจะให้ผลตอบแทนทบต้นโดยเฉลี่ยที่ 6.55% ซึ่งสูงพอๆกับดัชนี SP&500 Total Return (TR) แต่มันมีค่า Sharpe Ratio (Rf=2.5%) ที่ราว 0.43 ซึ่งสูงกว่า SP&500 TR หลายช่วงตัว นอกจากนั้นแล้ว Worst or Maximum Drawdown ยังต่ำเพียง -13.45% ในขณะที่ SP500 นั้นสูงถึง -50.95% เลยทีเดียว ดังนั้นเมื่อมองจากในแง่ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงและการเป็นกองทุนทางเลือกหรือ Alternative Investment Vehicle กับการลงทุนในตลาดหุ้น แล้ว กอง Global Opportunities จึงถือได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยจะสังเกตุได้จากค่า Correlation หรือค่าสหสัมพันธ์ซึ่งแสดงถึงความสอดคล้องกับดัชนี SP500 ที่ -0.11 ซึ่งหมายความว่าแทบไม่มีความสัมพันธ์ในทางเดียวกันเลย (เหมาะกับการนำมาไว้ในพอร์ทเพื่อกระจายความเสี่ยงเพิ่มเติม)

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อนๆสามารถอ่านและสอบถามเพิ่มเติมใน Comment ด้านล่างกันนะครับ เอาล่ะครับ เริ่มอยากอ่านบทสัมภาษณ์ของเขากันมากขึ้นหรือยัง ถ้าพร้อมแล้วก็อ่านด้านล่างต่อได้เลยครับ :D

บทสัมภาษณ์ Chales Wright ผู้ก่อตั้งกองทุน Fall River Capital

วันสัมภาษณ์ : February, 2007 โดย John F. Gallwas ผู้ก่อตั้ง Striker Securities

John Gallwas : ทำไมคุณถึงเลือกที่จะลงทุนอย่าง “เป็นระบบ” ครับ?

Charlie Wright : เพราะว่าการลงทุนอย่างเป็นระบบ (Systematic Trading) ช่วยให้เราสามารถขจัดอารมณ์และวิจารณญาณส่วนตัวออกไปจากการลงทุนได้เป็นอย่างดี ความคิดสร้างสรรค์และการวิเคราะห์ตัดสินใจของคุณจะถูกนำไปใช้ในช่วงเวลาของการออกแบบและค้นคว้าระบบการลงทุนเป็นหลัก และด้วยการทดสอบและวิจัยแทนที่จะเป็นการเผชิญกับอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน เมื่อคุณมีระบบการลงทุนที่อยู่ตัวแล้ว งานของคุณก็จะเหลือแค่เพียงพยายามซื้อขายให้ถูกต้องตามระบบไปเท่านั้น ความสามารถในการซื้อขายไปตามระบบนั้นจะไม่ถูกบดบังโดยอารมณ์ของคุณในแต่ละช่วงเวลาครับ

แต่ในทางกลับกัน นักลงทุนที่ใช้วิจารณญาณของตนเองเป็นหลัก (Discretionary Trader) จะทำกำไรได้ดีที่สุดเท่าที่สภาวะจิตใจและอารมณ์ของเขาจะเอื้ออำนวยในแต่ละช่วงเวลาเท่านั้น และถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีหลักการในการลงทุนที่ชัดเจนระดับหนึ่ง แต่ถ้าในขณะนั้นเกิดข่าวสารในเชิงลบมากๆขึ้นมาในระหว่างวัน หรือพวกเขาเกิดปัญหาในชีวิตส่วนตัวอะไรขึ้นมาสักอย่าง หรือแม้กระทั่งเขาดันปารตี้และดื่มหนักจนเกินไปในวันก่อนหน้า วิจารณญาณของพวกเขาก็จะลดลงในระดับหนึ่งอย่างแน่นอน และนี่คือสิ่งที่การลงทุนอย่างเป็นระบบจะช่วยขจัดอุปสรรคต่างๆเหล่านี้ทิ้งไป การลงทุนจะช่วยขจัดตัวแปรที่ว่า “คุณรู้สึกอย่างไรบ้างในวันนี้?”

John Gallwas : คุณใช้ฐานข้อมูลย้อนหลังมากเท่าไหร่ในการทดสอบ, วิจัย และออกแบบระบบการลงทุนครับ?

Charlie Wright : เราใช้ฐานข้อมูลรายวัน (Daily Data) ย้อนหลังกลับไปจนถึงปี 1970 ซึ่งความยาวนานของฐานข้อมูลนั้นมีความสำคัญอยู่ 2 ประการหลักๆ อย่างแรกก็คือ ยิ่งคุณมีและใช้ฐานข้อมูลในการทดสอบย้อนหลังยาวนานเท่าไหร่ มันก็ยิ่งจะครอบคลุมเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจต่างๆมากขึ้นเท่านั้น ส่วนเหตุผลที่สองนั้นก็คือ มันจะช่วยให้คุณสามารถทำการทดสอบระบบการลงทุนด้วยวิธี Walk-Forward Backtesting ได้ยาวนานมากขึ้นเท่านั้น (Note : WFA คือวิธีการทดสอบการอยู่รอดและปรับตัวของระบบการลงทุนในฐานข้อมูลที่มันยังไม่เคยเจอ วันหลังว่างๆผมจะเล่าให้ฟังครับ) ยกตัวอย่างเช่น คุณสามารถที่จะทำการค้นคว้าวิจัยสิ่งต่างๆเต็มที่ได้ในช่วงทศวรรษ 1980 และนำตัวแปรและค่า Parameter ของระบบที่คุณได้ออกมา มาทำการทดสอบจริงๆอีกครั้งหนึ่งในช่วงทศวรรษ 1990 เพื่อที่จะวิเคราะห์ดูว่าระบบการลงทุนของคุณจะสามารถอยู่รอดได้จริงๆหรือไม่นั่นเอง

John Gallwas : คุณเผื่อค่า Slippage และ Commission ในการทดสอบมากน้อยแค่ไหน และมันสำคัญกับการทดสอบระบบการลงทุนสักแค่ไหนครับ?

Charlie Wright : เราเผื่อค่า Slippage หรือความคลาดเคลื่อนในการจับคู่สัญญารวมถึงค่าคอมมิสชั่นไว้ที่ราว $75 ต่อการซื้อขายหนึ่งสัญญา (Note 2: เขาพูดไว้หลายปีแล้วนะครับ) การเผื่อค่าเหล่านี้เอาไว้เป็นสิ่งที่สำคัญ เนื่องจากในที่สุดแล้วการเทรดก็คือธุรกิจอย่างหนึ่ง ดังนั้นต้นทุนทุกอย่างในการทำธุรกิจจะต้องถูกนำเข้าไปเป็นตัวแปรต้นทุนของแผนการณ์ทางธรกิจเสมอ และแน่นอนว่าค่า Slippage และค่า Commission นั้นก็ถือได้ว่าเป็นตัวแปรผกผันที่สำคัญที่สุดในธุรกิจการลงทุนเลยทีเดียวครับ

John Gallwas : คุณปรับค่า Parameter ที่ใช้ไปตามตลาดหรือสินค้าที่คุณลงทุนหรือไม่ครับ?

Charlie Wright : ไม่เคยเลยครับ! เราตระหนักถึงความอันตรายของสิ่งที่เรียกว่าการจับรายละเอียดของฐานข้อมูลจนเกินพอดีเป็นอย่างมาก (Over-Optimizing) เนื่องจากถึงแม้ว่าเราจะพยายามไปปรับค่า Parameter ให้ลงรอยกับอดีตมากเท่าไหร่ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าในอนาคตค่า Parameter ที่เหมาะสมที่สุดกับตลาดนั้นๆจะยังคงมีค่าเท่านั้น ดังนั้นแล้วถ้าตัวแปรและค่า Parameter ของระบบที่ใช้อยู่ ไม่สามารถที่จะใช้ได้เป็นอย่างดีในภาพรวมกับทุกๆสินค้าหรือตลาดแล้วล่ะก็ เราก็จะไม่ใช้มันเลยครับ เรามีมุมมองว่าการใช้ค่า Parameter แตกต่างไปตามแต่ละสินค้าหรือตลาดนั้นคือกรณีตัวอย่างสุดคลาสสิคของการ Over-Optimization เลยทีเดียว และสิ่งที่รออยู่ก็คือหายนะในวันข้างหน้านั่นเองครับ

John Gallwas : ผลการลงทุนจริงๆของคุณเมื่อเปรียบเทียบกับผลจากการทดสอบย้อนหลังนั้นเป็นอย่างไรบ้างครับ?

Charlie Wright : ภายในช่วง 6 ปีที่ผ่านมานั้น ผลการลงทุนจริงๆของเรามีความสัมพันธ์ (Correlated) กับผลการทดสอบย้อนหลังสูงกว่า 90% เลยทีเดียวครับ เหตุผลที่มันไม่ใช่ 100% ก็เป็นเพราะว่าในการลงทุนจริงๆนั้น เราพบเจอกับผลกระทบของ Slippage และค่าธรรมเนียมที่น้อยกว่าที่เราเคยได้กำหนดเอาไว้ในการทดสอบย้อนหลังครับ

John Gallwas : อะไรคือข้อผิดพลาดที่คุณคิดว่าผู้ที่ออกแบบระบบการลงทุนส่วนใหญ่มักจะทำกัน?

Charlie Wright : พวกเขามักให้ความสนใจและตื่นเต้นไปกับเรื่องของจุดซื้อและจุดขาย ซึ่งแน่นอนว่านี่คือส่วนที่สนุกมากๆในการออกแบบระบบการลงทุน และพวกเราส่วนใหญ่ก็มักเชื่อกันว่าเราจะต้องค้นพบจุดซื้อจุดขายที่สุดยอดในการที่เราจะสามารถออกแบบระบบการลงทุนชั้นเยี่ยมขึ้นมาได้

อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงนั้น จุดซื้อและจุดขายอาจเป็นสิ่งที่มีน้ำหนักน้อยกว่าครึ่งในการออกแบบระบบเลยก็ว่าได้ เพราะในที่สุดแล้ว ผมอยากบอกว่ามันก็ไม่เหลือที่ว่างในการใช้ความคิดสร้างสรรค์กับมันสักเท่าไหร่หรอกครับ นั่นก็เพราะตลาดก็คือตลาด แนวโน้มก็คือแนวโน้ม ผลการวิจัยของเรานั้นบ่งชี้ให้เห็นว่าจริงๆแล้วนักลงทุนตามระบบส่วนใหญ่ก็เข้าซื้อขายในช่วงเวลาคล้ายๆกัน มันก็แค่ขึ้นอยู่กับคาบเวลา (Time Frame) ที่คุณเลือกใช้ลงทุนเท่านั้นเอง ดังนั้นเราจึงเชื่อว่าสิ่งที่แบ่งแยกนักลงทุนชั้นยอดออกจากนักลงทุนทั่วๆไปก็คือเรื่องที่ว่าพวกเขาจะจัดการกับสัญญาณการซื้อขายของเขาอย่างไร และพวกเขาจะจัดการกับความเสี่ยงรวมไปถึงความผันผวนโดยรวมอย่างไรต่างหากครับ!

หนังสือ Trading as a business สุดคลาสสิค โดย Charles Wright ผู้ก่อตั้งกองทุน Fall River Capital

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจในความคิดอ่านของเขามากกว่านี้นั้น สามารถที่จะหาอ่านหนังสือที่ชื่อว่า Trading as a business เขียนโดย Charles Wright ตั้งแต่ปี 1998 เล่มนี้ผมว่าอ่านเป็นแนวทางเบื้องต้นได้ดีทีเดียว เสียอย่างเดียวว่ามันอาจจะเก่าไปหน่อย ดังนั้น หน้าตาและลูกเล่นต่างๆของโปรแกรม Trade Station ที่เขาใช้จึงอาจยังไม่ทันสมัยนัก แต่ก็รับประกันได้ว่าอ่านแล้วมีประโยชน์กับการลงทุนอย่างเป็นระบบ รวมถึงการสร้างระบบการลงทุนอย่างแน่นอนครับ (ผมอาสาเป็นหน้าม้าให้ Charlie Wright เองแล้วกัน เพราะถือเป็นเล่มหนึ่งที่ปูพื้นฐานความคิดด้านการลงทุนอย่างเป็นระบบแบบ Quantitative and Systematic Trading ตั้งแต่ช่วงแรกๆของผมเลยทีเดียวครับ)

ภาพ : หนังสือ Trading as a business โดย Charles Wright ฉบับ Original ในมือผม (อิอิ ยั่วกิเลศเพื่อนๆที่ชอบสะสมหนังสือหุ้นครับ)

  • SL

    อีกสักระยะ พอตลาดบ้านเราพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ
    returnก็คงdropลงไปเรื่อยตามกาลเวลา
    ทำจายยย =)
    ขอบคุณสำหรับบทความคับมด

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ถ้าพัฒนาขึ้นอีกเยอะๆ เดี๋ยวไปเล่นกลยุทธ์อื่นกันต่อครับพี่เสก :D

    • Ray

      ผมเคยคิดแบบนั้น แต่จากที่ปีที่ผ่านมาไปสแกนหุ้นอเมริกา ราคาหุ้นเวลามันวิ่งไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กก็มีไม้ยาวๆ อยู่เหมือนกัน ขนาดหุ้นมาร์เก็ตแคปใหญ่ๆยังวิ่งกันที30%+ในหนึ่งปี ระบบเทรดยังน่าสนใจเพียงแต่อาจปรับเปลี่ยนตามช่วงเวลาบ้าง. ผมขอเป็นนักลงทุนเกาะกูรูก็แล้วกันครับ :)

      • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

        ผมว่ากลยุทธ์ที่ดีและเสถียร น่าจะอยู่ไปได้เรื่อยๆถ้าโครงสร้างตลาดหรือจิตวิทยาในการทำกำไรจากกลยุทธ์นั้นไม่เปลี่ยนไปแบบสุดขั้ว แต่เมื่อมีคนปรับใช้เยอะขึ้นเรื่อยๆประสิทธิภาพคงจะด้อยลงบ้างเป็นเรื่องปกติ (คล้ายๆกับภาวะการแข่งขันทางธุรกิจ)

        ตัวอย่างเช่น Performance ที่ดร็อปลงของระบบ Short Term Turtle System ภายหลังโดน Published ออกมาตั้งแต่ช่วง 1986 ตอนนี้ระบบ Trend Following ที่เวิรค์หลักๆเลยจะกลายเป็นพวก Long Term Trend Following แทน เพราะ “ทำ” ยากกว่า รวมถึงเข้าใจและยอมรับได้ยากกว่า

        ส่วนบ้านเรานี่ผมว่าอีกหลายปีกว่าจะคนจะหันมาปรับใช้แนวทางแบบนี้กัน ยืนยันได้จากการเขียนบล็อกหุ้นเชิง Systematic Trading มาหลายปีครับ 55

  • Sak Mongkol

    หาซื้อหนังศือได้ที่ไหนครับ

  • Yong

    ขอบคุณครับมด กลับมาแล้ว :D

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      พึ่งหาเวลามาเขียนได้ครับพี่ยง :D

  • Chef Jakky

    ขอบคุณครับพี่มด