หลังจากอยู่ในตลาดมานานพอดู ผมเริ่มจะนึกย้อนกลับไปว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้เราเดินเข้ามาในตลาดและยังคงเลือกที่จะยืนอยู่ตรงนี้กันแน่? คิดไปคิดมาก็เลยเพ้อเจ้อไปเรื่อยจนได้ข้อมูลบางอย่างที่อยากจะนำมาออกมาแชร์ให้กับหลายๆคนในวันนี้สักหน่อยครับ ^_^

แรงดึงดูดของตลาด

หลังจากนั่งนึกทบทวนดูแล้ว ผมคิดว่ามันคงมีเหตุผลมากมายที่จะทำให้คนคนหนึ่งเดินเข้ามาในตลาดหุ้นพร้อมกับความนึกฝันบางอย่างของแต่ละคนเอง บางคนอาจถูกแรงดึงดูดเข้ามาโดยคิดว่ามันเป็นการลงทุนเพียงไม่กี่อย่างที่จะช่วยให้เอาชนะอัตราเงินเฟ้อได้ บ้างก็ว่าตลาดหุ้นคือที่ที่จะช่วยให้คุณหลุดพ้นพันธนาการของการเป็นลูกจ้างและค้นพบกับอิสระภาพทางการเงิน หรือไม่มันก็คือหนทางที่จะช่วยให้คุณได้เป็นเจ้าของกิจการโดยที่ไม่ต้องลงมือและน้ำพักน้ำแรงด้วยตัวของคุณเอง นอกจากนี้แล้วหากจะมองให้สนุกกว่านี้หน่อย บางทีแล้วตลาดหุ้นก็อาจเปรียบเสมือนกับสนามรบที่พิสูจน์ภูมิปัญญาและมันสมองของเรา หรือว่าอาจเปรียบเสมือนกับดินแดนที่มีขุมทรัพย์อันมีมูลค่ามหาศาลซ่อนเอาไว้อยู่ก็ได้ และเราก็มักเชื่อกันว่าตลาดหุ้นนั้นสามารถที่จะทำให้ใครก็ได้ที่มีฝีมือเพียงพอกลายเป็นมหาเศรษฐีได้ในเวลาอันรวดเร็วหากว่าเขาสามารถค้นพบลายแทงของมันออกมา

OK ครับ! แน่นอนว่าผมคงไม่สามารถที่จะจินตนาการและบอกเล่าเกี่ยวกับความคิด, ความเชื่อและความหวังที่แต่ละคนมีกับตลาดหุ้นได้จนครบถ้วนได้ อย่างไรก็ตาม ผมเองจะขอสรุปห้วนๆออกมาเลยแล้วกันว่าเหตุใดตลาดจึงสามารถที่จะสร้างความหวังและดึงดูดใจให้คนส่วนใหญ่ที่พอจะมีเงินทุนติดกระเป๋าเดินเข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งนั่นก็คงจะหนีไม่พ้นการที่ “ตลาดหุ้นมันมีทั้งเสน่ห์และดรามาในตัวของมันเองอย่างที่การหารายได้ในรูปแบบอื่นๆไม่มี” นั่นเอง

เสน่ห์ของตลาดหุ้น

หากจะถามว่าเหตุใดผมจึงพูดว่าตลาดหุ้นนั้นมีทั้งเสน่ห์อย่างที่การลงทุนประเภทอื่นๆไม่มี (อย่าลืมว่าในทางกลับกันมันก็มีมารยาและพิศสงอันร้ายกาจในตัวของมันเองอยู่เสมอเช่นเดียวกัน) ผมเองคิดว่านอกจากการที่มันจะ “ดูเหมือน” เป็นการทำเงินจำนวนมหาศาลโดยไม่ต้องลงแรง (พูดง่ายๆว่าหลับตารวย) และเหตุผลต่างๆที่ว่ามาในเบื้องต้นแล้ว ตัวอย่างหนึ่งซึ่งผมคิดน่าจะช่วยแสดงให้เราเห็นเสน่ห์ที่ดึงดูดใจของตลาดได้เป็นอย่างดี ก็คือสิ่งที่คุณกำลังจะได้เห็นในภาพด้านล่างนี้ ซึ่งมันช่วยแสดงให้เห็นถึงข้อมูลในเชิงสถิติของตลาดหุ้นไทยในช่วงเวลาที่ผ่านมากว่า 27 ปีของตลาดหุ้นไทยที่ผ่านมา

Parallel Box Plots All Thai Stocks Yearly Returns by mangmaoclub

ภาพเสน่ห์ของตลาดหุ้น : แสดงให้เห็นถึงผลตอบแทนรายปีของหุ้นทุกๆตัวในตลาดในภาพรวม ในรูปแบบ Parallel Box Plots โดยข้อมูลที่ได้จากหุ้นแต่ละตัวจะวัดผลตอบแทนทุกสิ้นปี และวัดเฉพาะกับหุ้นที่มีการมีสภาพคล่องเพียงพอเท่านั้น (เท่าที่ผมจะมีข้อมูลที่จะนำมาเก็บรวบรวมและประมวลผลออกมาได้ และผมขอตัดแกน Y ให้สูงสุดไว้ที่ 500% เท่านั้นนะครับ หากใครมองไม่ค่อยเห็น ลองคลิ็กขวาแล้วกด Open in new tab ดูนะครับ)

รายละเอียดของแผนภูมิ Parallel Box Plots 

- สีเขียวแดง แสดงให้เห็นถึงปีที่ SET index ให้ผลตอบแทนเป็นบวกหรือติดลบ (แต่ไม่ได้หมายถึงว่าค่าเฉลี่ยของผลตอบแทน หรือค่า Mean ของหุ้นส่วนใหญ่ในตลาดจะต้องติดลบเหมือนกัน อย่าสับสนนะครับดูดีๆ)

- แกน X แนวนอนคือตัวเลขบอกช่วงเวลาตามปี ค.ศ. ของตลาดหุ้น ส่วนแกน Y แนวตั้งแสดงให้เห็นถึง % ผลตอบแทนรายปี

- สำหรับใครที่จำรายละเอียดการอ่าน Boxplot ไม่ค่อยได้แล้ว ตัว Body (ที่เป็นสีเขียวหรือแดง) แสดงให้เห็นข้อมูล 1st Quantile – 3rd Quantile หรือพูดง่ายๆก็คือ ข้อมูลตามลำดับผลตอบแทนต่ำไปสูงตั้งแต่ 25% แรกไปจนถึง 75% ของข้อมูลทั้งหมด (Percentile) โดยตัว Box จะบรรจุ 50% ของข้อมูลผลตอบแทนทั้งหมดเอาไว้

- ขีดสีดำๆกลางแท่งก็คือค่ามัธยฐานหรือ Median ของผลตอบแทนในแต่ละปี

- จุดสีเหลืองๆคือค่าเฉลี่ยหรือค่า Mean ของผลตอบแทนจากหุ้นในตลาด (ซึ่งมักไม่ตรงกับผลตอบแทนจาก SET index และมักมีค่าเหนือผลตอบแทนของ SET index)

- ส่วนจุดดำๆที่คุณเห็นมันอยู่ไกลๆจากตัว Body ก็คือข้อมูลที่เป็น Outlier หรือหุ้นที่ให้ผลตอบแทนแบบสุดโต่งในแต่ละปี

เอาล่ะครับ! หลังจากเกริ่นอยู่นานก็จะขอเล่าสักที … โดยหากว่าคุณสังเกตภาพนี้ดีๆผมเชื่อว่าคุณจะเข้าใจสาเหตุที่ว่าทำไมผมจึงบอกว่าตลาดหุ้นมันถึงมีเสน่ห์เสียเหลือเกินนัก คำตอบก็เพราะแค่คุณเริ่มมองไปที่ตัว Boxplot แต่ละแท่ง คุณก็จะเห็นได้ว่าพวกมันมีลักษณะหางยาวชี้นไปด้านบวก (เบ้บวก – Right Skew) ซึ่งนั่นหมายความว่าตลาดมีความโน้มเอียงที่จะให้ผลตอบแทนชนิดสุดโต่งหรือ Outlier ทางด้านบวกออกมาในแต่ละปีเรื่อยๆ โดยถึงแม้ว่า Benchmark ของตลาดอย่างดัชนี SET index จะให้ผลตอบแทนแบบขึ้นๆลงๆในแต่ละปีสลับๆกันไปบ้าง อย่างไรก็ตาม สิ่งทีน่าสนใจมากๆก็คือ

ถึงแม้ว่าในปีไหนก็ตามที่ตลาดเป็นขาลงหรือให้ผลตอบแทนติดลบออกมานั้น ตลาดก็ยังคงที่จะมีหุ้นบางส่วนที่ให้ผลตอบแทนที่เป็นบวก และบวกมากๆชนิดเป็น Outlier หรือเป็น Super Stock ที่ให้ผลตอบแทนเป็นเด้งๆอยู่เสมอ!

ผมคิดว่านี่เองอาจเป็นเหตุผลที่ว่าเหตุใดพวกเราจึงมึกที่จะมีความไฝ่ฝันในการทำกำไรก้อนโตในตลาดอยู่เสมอ (และมันก็ยังจะคงมีแมงเม่าบินเข้ามาในตลาดอย่างไม่หยุดไม่หย่อนไปอีกนานมากๆเลยทีเดียว)

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ ในบางปีที่ SET index ติดลบนั้น ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยของหุ้นในตลาดก็ยังกลับให้ค่าเฉลี่ยที่เป็นบวกเสียด้วยซ้ำ!! (สังเกตจากจุดสีเหลืองที่ผมมาร์คค่า Mean เอาไว้) นอกจากนี้แล้วเมื่อลองสังเกตุดีๆ คุณจะเห็นว่าหางของตัว Boxplot ก็ยังคงมีส่วนที่ทิ่มแทงลงมาต่ำกว่าระดับ 0% หรือพูดง่ายๆก็คือมีหุ้นให้ผลตอบแทนที่ติดลบอยู่เสมอแม้ว่าตลาดจะเป็นขาขึ้นเขียวขจีเพียงใดก็ตาม (โดยเฉพาะปีหลังๆที่ข้อมูลมีความสมบูรณ์ขึ้น) และนี่ก็คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าไม่ว่าอย่างไรเสีย เราก็ยังคงจะมีเรื่องให้เล่าเมาท์มันส์ฮา และมีดราม่าเศร้าๆเกิดขึ้นในตลาดได้อยู่เรื่อยไปเช่นกัน

กับดักของตลาดหุ้น

หลังจากได้พูดถึงเสน่ห์ของตลาดกันไปแล้ว ไหนๆก็ไหนๆผมเลยอยากจะขอพูดถึงความอันตรายในมุมกลับของมันอีกสักหน่อย นั่นก็เพราะอย่างที่ผมได้ชี้ให้เห็นไว้แล้วว่าในแต่ละปีนั้นตลาดหุ้นจะยังคงสร้าง Story เยี่ยมๆมาคอยดึงดูดใจพวกเราเอาไว้อยู่เสมอ แต่ในขณะเดียวกันตรงนี้ก็อาจกลายเป็น “กับดัก” หรือมารยาที่ตลาดได้วางล่อเอาไว้ให้คนที่รู้ไม่เท่าทันมันด้วยเช่นกัน! และนั่นจึงมักที่จะทำให้คนส่วนใหญ่นั้นมองตลาด “สวยงาม” จนเกินกว่าความเป็นจริงที่จะต้องเผชิญในตลาดไป (เรามักมองเห็นและจำได้แต่ Outlier ที่เกิดขึ้นกันเสียส่วนใหญ่)

ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้คนส่วนใหญ่มักตกอยู่ในวังวนของ Holy Grail และยอมแลกทุกๆอย่างเพื่อตามหาวิธีการซึ่งให้ได้มาเพื่อโอกาสเหล่านี้ โดยแทบไม่ได้คำนึงถึงเลยว่าโอกาสเหล่านี้นั้นเกิดขึ้นได้น้อยแค่ไหนเมื่อเทียบเป็นสัดส่วนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตลาด และยิ่งพอหน้ามืดขึ้นมาแล้วล่ะก็ พวกมันก็มักที่จะทำให้พวกเขามักไม่ได้คำนึงถึงความเสี่ยงที่จะตามมาจากการ “ทุ่มทุนสร้าง” ด้วยการเดิมพันก้อนใหญ่ลงไปในแต่ละครั้งเลยด้วยซ้ำ

อย่าพึ่งเข้าใจผิดนะครับ!! ประเด็นคือผมเองไม่ได้บอกว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่คุณจะร่ำรวยมหาศาลอย่างรวดเร็วจากตลาดหุ้น  และมันก็ไม่ใช่ว่าคุณจะไม่มีโอกาสจับหุ้น Outlier แบบ Super Stock เจอบ้างเลย เพียงแต่ผมอยากบอกว่ามันมีโอกาสเป็นไปได้น้อยมากๆกว่าที่หลายๆคนคิดเอาไว้พอสมควร (แน่นอนครับว่าใครก็ต้องอยากเจอหุ้นแบบนี้ และผมก็ชอบที่จะลุ้นหุ้นในพอร์ทดูเหมือนกันเพราะมันทั้งสนุกดีและได้ตังค์ด้วย 55) อย่างไรก็ตามเราก็ไม่ควรที่จะปล่อยให้ความเชื่อและความฝันของเรากลืนกินความจริงจนมากเกินไปนัก เพราะเมื่อเรื่องราวของผลตอบแทนอันมหาศาลที่โผล่ขึ้นมาจากหุ้นบางตัวในตลาด บวกกับความโลภและความลำเอียงที่เรามักเห็นในสิ่งที่เราอยากจะเห็นของเราแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นก็มักที่จะบดบังสายตาของเราไปจากความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่อย่างง่ายดาย การลงทุนในตลาดหุ้นนั้นคงต้องมองทั้งสองด้าน และความจริงเชิงประจักษ์ก็คือเรื่องที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่คุณต้องยอมรับมันเอาไว้

“ตลาดหุ้นอาจดูมีเสน่ห์มากๆเมื่อเทียบกับการลงทุนหรือทำธุรกิจแบบอื่น แต่เมื่อตลาดหุ้นมีเสน่ห์ที่เย้ายวน มันก็ย่อมจะมีมารยาและอันตรายซ่อนอยู่ในตัวของมันเองอยู่เสมอ”

และนี่ก็คือทั้งหมดที่เอามาฝากเพื่อนๆ โดยเฉพาะมือใหม่ๆในวันนี้ครับ

ปล. ใครเห็นภาพ Boxplot ที่ผมไปขุดข้อมูลมาแล้วนึกอะไรออกอีกก็ช่วยแชร์กันได้เลยนะครับ ^0^

NOTE : หากว่าใครยังจำกันได้ในบทความที่แล้วเรื่อง การเดิมพันของปาสคาล นั้น เราจะเห็นได้ว่าจากสถิติผลตอบแทนรายปีของหุ้นที่ผ่านมาอย่างยาวนานนั้น จะมีเพียงราวๆ 10% ในแต่ละปีเท่านั้นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า 95% ต่อปี และนั่นหมายถึงโอกาสที่ค่อนข้างน้อยมากๆที่คุณจะยืนอยู่ตรงนั้น ยิ่งไปกว่านั้นแล้วมันจะยิ่งน้อยลงไปอีกมากหากว่าคุณต้องการที่จะเบิ้ลความร่ำรวยติดๆกันไปทุกปี ความฝันที่จะรวยในพริบตาจึงมักเป็นเพียงความฝันของคนส่วนใหญ่เท่านั้น! (ต่อให้คุณมีความสามารถในการเลือกหุ้นสูงกว่า random มากๆเช่น 50% ของการเลือกหุ้นของคุณจะได้หุ้นทำกำไรเป็นเด้งๆ แต่โอกาสที่คุณจะเลือกหุ้นทีละตัวแล้วจับหุ้นเด้งติดกันได้แค่ 3 ปี หรือสามรอบติดกันแค่จะลดเหลือเพียงแค่ 0.5^3 = 0.125 หรือเพียง 12.5% เท่านั้น และมันจะยิ่งน้อยลงเรื่อยๆตามจำนวนปีที่มากขึ้น … อ้ออย่าลืมว่าชีวิตจริงไม่ง่ายอย่างนี้นะครับ Smile with tongue out)

Parallel-Box-Plots-All-Thai-Stocks-Yearly-Returns-by-mangmaoclub_thumb.png

  • Unsign

    “คนส่วนใหญ่มักตกอยู่ในวังวนของ Holy Grail และยอมแลกทุกๆอย่างเพื่อตามหาวิธีการซึ่งให้ได้มาเพื่อโอกาสเหล่านี้”

    บางครั้งเพียงแค่ “ละ” การหา Holy Grail ก็อาจจะทำให้เราเห็นมุมมองอื่นๆเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลย
    แต่ก็แหละ คนมักไม่ทำกันหรอกมั้ง หลงเสน่ห์อยู่ 55

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      พี่จอนนอนดึกจังครับ สงสัยนั่งขุดระบบอยู่ :D

  • Mike Patthanodom

    อ่านแล้วโดนมากครับ พอร์ตหายไปกว่า 30% เพราะ ดื้ออยู่กับความเชื่อตัวเองว่าเจอ SuperStock ตอนนี้ตายสนิท ตอนนี้ก็ Money management สถานเดียวแล้วครับ อาจารย์ T T

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ดีแล้วครับได้เรียนรู้ตั้งแต่แรกๆ จริงๆสถานการณ์ SET ช่วงที่ผ่านมาถือว่ายังไม่ได้ดุเท่าไหร่นะครับ คิดเสียว่าเราโดนตักเตือนแล้วกันครับ ^_^

      • pumpam

        หมายความว่ายังไงครับที่ว่า “จริงๆสถานการณ์ SET ช่วงที่ผ่านมาถือว่ายังไม่ได้ดุเท่าไหร่นะครับ ” แสดงว่า set ยังลงได้อีกเยอะเหรอครับ

        • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

          ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นครับ ผมเองก็ไม่รู้หรอกครับว่ามันจะลงหรือขึ้นเพราะมันเป็นเรื่องของอนาคต เพียงแต่ว่าถ้าเทียบความรุนแรงของการลงของหุ้นทั้งตลาดแล้ว ช่วงที่เราพึ่งผ่านกันมายังไม่ถือว่าโหดร้ายอะไรเมื่อเทียบกับช่วงที่มีวิกฤติเช่นตอน 2008 ครับ ดังนั้น ถือว่าอย่างน้อยบทเรียนเราก็ไม่โหดเท่ากับคนที่เข้ามาใหม่ๆตอนนั้นเลยครับ

  • pumpam

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆนะครับ ผมหยุดพักเรื่องหุ้นไปซักพักนึงครับช่วงตลาดเป็นขาลงจนถึงตอนนี้ไฟในการลงทุนหุ้นเกือบดับแต่โชคดีที่คุณมดมาเขียนบทความช่วงนี้พอดีพอได้อ่านแล้วก็เริ่มคึกคักอยากหาข้อมูลเสริมความรู้ตัวต่อแล้วครับ

    แล้วผมก็สงสัยด้วยครับว่า แล้วการไม่หา Holy Grail มันทำยังไงครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      จริงๆผมก็กลับมาเขียนช่วงขาลงแหละครับ ขาขึ้นตลาดดีๆคงมีเซียนๆเขียนบทความให้อ่านกันเยอะ 55

      ส่วนที่ถามมาผมว่าต้องเริ่มจากการอยู่กับความเป็นจริงก่อน เริ่มต้นได้ด้วยวิธีการหลายอย่างล่ะมั้งครับ อย่างผมจะมีวิธีการคือทำ Research เล็กๆน้อยๆตรงนั้นตรงนี้ไปเรื่อยครับ สักพักมันจะค่อยๆเห็นโน่นนี่ ปรับให้ความคาดหวังเรามันสอดคล้องกับสิ่งที่ตลาดเป็นอยู่ครับ

      • linux noy

        แบบนี้เรียก “คุณมด indicator” ได้ไหมเนี๊ยะ ถ้ามีบทความแสดงว่าตลาดเป็นขาลงอย่างชัดเจน อิอิ

        ปล. ขาขึ้นก็เขียนบทความได้ครับ ผมรออ่านอยู่ตลอด

        • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

          อย่าเอาเรื่องเขียนบล็อกผมมาเป็น Indi เลยครับ อิอิ ผมมันค่อนข้างจะ Indy ถ้าขี้เกียจหรืออู้ๆก็อาจหายไปดื้อๆ หรืออยากจะเขียนก็เขียนก็เขียนต่อเลยครับ 555

          ขาขึ้นรอบนี้พอดีเห็นคนเขียนบทความกันเยอะมากๆ ผมเลยหนีไปเก็บตกความรู้ต่อครับ :D

  • hia001

    ผมว่าคนส่วนใหญ่เข้าตลาดมาก็เพราะความโลภเป็นหลัก ใครที่เข้ามาตลาดหุ้นเเล้วบอกว่าฉันจะออมเงินผมไม่เชื่อหรอกคับ เพราะวิธีออมที่ปลอดภัยมีมากกว่านี้เยอะ เเละมันเป็นคำพูดที่หลอกตัวเองเเละผู้อื่นให้ฟังดูดี เเต่ในความเป็นจริงความโลภคับที่ทำให้เข้ามา เเต่เพียงว่ามีน้อยคนนักที่เข้ามาเเล้วอยู่ไปนานๆจะขจัดความโลภออกให้เหลือน้อยลงได้ ถ้ายังไม่เข้าใจจิตใจตัวเอง ก็ไม่มีวันเข้าถึงจิตวิทยาการลงทุนได้จริงๆหรอกคับ เพราะนักลงทุนทุกคนต่างก็บอกว่ารู้ว่าอะไรคือจิตวิทยา เเต่เข้าใจมันจริงๆมีน้อยมากๆ ตลาดหุ้นไม่เคยปราณีคนโลภที่เข้ามา

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      จริงครับ แต่ต่อให้เข้าใจก็ไม่ใช่ว่าจะยอมรับได้ หรือบังคับจิตใจได้ หรือบางคนชอบหลอกตัวเอง ซึ่งทำให้ไม่ผ่านด่านแรกสักที ผมเชื่อว่าเรื่องจิตวิทยานี่ขั้นแรกต้องกล้าชนกับความจริงทั้งภายในภายนอกก่อน ถ้ารับได้ไม่หลบไม่หนีไม่แก้ตัวก็จะเป็นขั้นต่อไป :D

  • linux noy

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ยินดีครับ :D

  • mprandy

    หล่ออออออออออออ

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      พี่หมอเอ็มหวัดดีคร้าบบบ

  • witz j@

    ขอบคุณครับ บทความนี้ทำให้ ผมมองว่ามันเปรียบเสมือน คุณมดขึ้นมาถึงยอดเขาแล้ว คุณมดก็มองลงมาดูวิว เราก็จะพบว่า ระหว่างทางอาจจะเจอขวากหนาม เจอความเหนื่อยล้า เกิดความท้อแท้ เกิดอาการอยากเดินกลับ แต่ทันทีที่คุณมดมาถึง และมองกลับลงไป เราจะรู้สึกได้ทันทีว่า คุณมดโชคดีนะที่ไม่ ล้มเลิกไปเสียก่อน เพราะวิวที่ยืนมอง ณ จุดนี้มันช่างวิเศษ จริงๆ ยินดีกับคุณมดด้วยนะครับ ที่ขึ้นไปถึงยอดเขาแล้ว ไม่นานเดี๋ยวผมจะตามไปนะครับ 555+

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      ผมแค่ตีนเขาครับ ถ้าอยู่ยอดดอยหนาวไปครับ 55 :P

  • kojiro540

    เพราะตลาด มันท้าทายเราตลอดเวลาครับ… และมันได้ทำให้เราค้นพบตัวตนของเราเรื่อยๆ ครับพี่มด :D

    • http://www.mangmaoclub.com/ Mod

      :D ความสนุกอย่างหนึ่งของตลาดก็คือเรื่องของการไล่จับ Outlier เนี่ยแหละครับ 55

  • Nigeria Custom

    คุณจำเป็นต้องกู้เงินที่จะจ่ายให้การเรียกเก็บเงินหรือการเริ่มต้นธุรกิจ? ส่งอีเมล์หาเราตอนนี้ :: [email protected]

    [email protected]ารรับรองโดยรัฐ บริษัท เงินกู้และเงื่อนไขเงินกู้ของเราและให้กำลังใจและราคาถูกมากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้คือ 1.5% ตอนนี้เราได้เริ่มต้นที่จะให้ข้อเสนอเงินกู้ปีใหม่กับผู้กู้อย่างจริงจังและเชื่อถือได้ที่สามารถชำระคืนเงินกู้ของเราเมื่อมีการกำหนดชำระคืน โปรดทราบว่าเราจะต้องกู้อย่างจริงจังที่จะใช้สำหรับการกู้ ..

    ขอขอบคุณและขอให้พระเจ้าคุ้มครอง ส่งอีเมล์หาเราตอนนี้ :: [email protected]

    ความนับถือ

    ผู้จัดการฝ่ายโฆษณา

  • Nigeria Custom

    คุณจำเป็นต้องกู้เงินที่จะจ่ายให้การเรียกเก็บเงินหรือการเริ่มต้นธุรกิจ? ส่งอีเมล์หาเราตอนนี้ :: [email protected]

    [email protected]ารรับรองโดยรัฐ บริษัท เงินกู้และเงื่อนไขเงินกู้ของเราและให้กำลังใจและราคาถูกมากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้คือ 1.5% ตอนนี้เราได้เริ่มต้นที่จะให้ข้อเสนอเงินกู้ปีใหม่กับผู้กู้อย่างจริงจังและเชื่อถือได้ที่สามารถชำระคืนเงินกู้ของเราเมื่อมีการกำหนดชำระคืน โปรดทราบว่าเราจะต้องกู้อย่างจริงจังที่จะใช้สำหรับการกู้ ..

    ขอขอบคุณและขอให้พระเจ้าคุ้มครอง ส่งอีเมล์หาเราตอนนี้ :: [email protected]

    ความนับถือ

    ผู้จัดการฝ่ายโฆษณา