ตัดปัญหาปล่อยไก่ขายหมูของคุณด้วยวิธีการเล่นหุ้นแบบ Pyramid !!


ตัดปัญหาปล่อยไก่ขายหมูของคุณด้วยเทคนิคการเล่นหุ้นแบบ Pyramid !!

ผมมักจะมีเพื่อนๆนักเล่นหุ้นมือใหม่หลายๆคนมักจะชอบเจอกับปัญหาที่ว่า ทำไมเวลามีหุ้นหุ้นก็ชอบตก เวลาขายไปแล้วหุ้นก็ชอบขึ้นเอาๆ…. ผมเข้าใจครับ แต่นี่เป็นกฏธรรมชาติในตลาดหุ้นอยู่แล้ว เพราะผมเชื่ออยู่อย่างนึงครับว่าตลาดหุ้นมีหน้าที่หลักคือ สับขาหลอกเรา นั่นเองๆ สับไม่สับเปล่าๆด้วยแถมมีเฉาะเราซะแผลเหวอะหวะไปตามๆกัน หึหึ…..:) ผมก็เคยโดนมามิไช่น้อยครับ เรามาดูวิธีแก้ปัญหากันดีกว่าครับ


เหตุผลเบื้องต้นง่ายๆก็คิดซะว่าถ้าคุณเป็นขาใหญ่ที่มีอำนาจเงินอยู่ในมือ เวลาคุณอยากซื้อหุ้นเยอะๆ คุณอยากให้ใครมาแย่งรึปล่าว หรือเวลาอยากจะขายหุ้นออกมาเยอะๆ อยากให้ใครมาขายแข่งหรือไม่ เพราะงั้นสิ่งแรกที่ต้องทำก็คือการเขย่าเอารายย่อยอย่างเราๆให้กระเด็นออกไปก่อน ให้ทางมันโล่งไงครับ และนี่ก็เป็นเพียงเทคนิคการเล่นหุ้นบางส่วนของ “ขาใหญ่” เท่านั้น! จริงๆยังมีวิธีอีกเยอะให้เราเจ็บตัว อิอิ

ถ้าเขาอยากจะลากหุ้นขึ้นก็ต้องทำให้เราขายหุ้นให้เขาก่อน แล้วค่อยดันขึ้นไป +_+ แล้วค่อยให้เรามารับปลายๆไม้อีกที ในทางกลับกันถ้าเขาอยากขายหุ้นก็ต้องทำให้เรามาคอยรับหุ้นซะก่อน จะได้ยัดใส่มือกันให้หมด แล้วพอรายย่อยขาดทุนจนทนไม่ใหว ขายออกมาเยอะแล้วค่อยไปรับคืน นี่แหละครับเกมของรายใหญ่!

การจะตัดปัญหาโดนสับขาหลอกจนหลังหักนั้นไม่ได้ต่างไปจากการเตะฟุตบอลซักเท่าไหร่นัก จะเห็นได้ว่ากองหลังที่ดีมักจะพยายามคุมระยะไม่เข้าเสียบพรวดพราด และนักเล่นหุ้นทั้งหลายก็ควรจะลองนำเทคนิคการเล่นหุ้นแบบนี้มาใช้ดูบ้างนะครับ เผื่อจะฟลุ้ค!…..ไม่เสียของ ไม่เจ็บตัว แถมได้กำไรอีกซะงั้น :)

วิธีนี้เรียกว่าการเล่นหุ้นแบบ Pyramid ครับ หัวใจหลักของมันคือการทยอยเข้าทยอยออก ไม่พรวดพราดครับ เป็นการป้องกันให้เกิด การเจ็บตัว หรือ โดนหลอกหลังหักให้น้อยที่สุด ในขณะเดียวกันก็เพิ่มโอกาศทำกำไรจากแนวโน้มที่ยังไปต่อนั่นเองครับ อ้อและอย่าลืมนะครับ ต้องทยอยไปในทางเดียวกับแนวโน้มนะครับ อย่า Buck The Trend !! ยิ่งขึ้นยิ่งซื้อ ยิ่งลงยิ่งขาย จำกันไว้ดีๆ

Pyramid ที่ว่านี้ รูปร่างหน้าตาก็เหมือนกับ pyramid ใน Discovery channel น่านแหละครับ วิธีการเล่นก็เหมือนกับการสร้าง pyramid ของคนอียิปต์นั่นแหละครับ เริ่มโดยแบ่งเงินที่จะเทรดหุ้นเป็นเป็นขั้นๆ โดยฐานชั้นแรก ( หรือไม้แรกที่เราจะเทรด ) นั้นใหญ่ที่สุดครับ แล้วก็ไล่ลำดับเล็กลงๆๆ ไปเรื่อยๆครับ การเทรดหุ้นเป็น pyramid แบบนี้จะทำให้เมื่อตลาดเกิดอาการสับขาหลอก หรือ วกกลับ ต้นทุนของเฉลี่ยของเราจะต่ำกว่าราคาตลาดจริงๆอยู่หลายไม้ทำให้ เราไม่ลก มือสั่นขายผิดขายถูกเพราะ ขาดทุนไม่เยอะหรือกำไรหด นั่นเอง

ข้อดีอีกอย่างของการเล่นหุ้นแบบนี้คือ ไม้แรกของเราสามารถใช้เป็น หมากลองเชิง ในกรณีที่เราไม่ค่อยแน่ใจในการวิเคราะห์หุ้นของเรา หรือราคาหุ้นมันขยับไปไกลกว่าที่คิดแต่ดันอยาก

Jesse Livermore เซียนหุ้นผู้บุกเบิกวิธีการเล่นหุ้นแบบ Pyramid

Jesse Livermore เซียนหุ้นผู้บุกเบิกวิธีการเล่นหุ้นแบบ Pyramid

ได้ขึ้นมานะครับ และในทางกลับกัน อยากขายหุ้นแล้วขายไม่ทันแต่ก็กลัวมันตีกลับขึ้นมา ไอ้ครั้นจะไม่ขายก็กลัวจะติดหุ้นขึ้นมา เราก็สามารถใช้เทคนิค Pyramid ได้เช่นกันครับ

*จำไว้ว่าไม้แรกใหญ่สุดครับ เช่น ไม้แรก 1000 ไม้สอง 700 ไม้สาม 500 อย่างนี้นะครับ

หุ้นขึ้นก็ทยอยซื้อขึ้นไปเรื่อยๆ หุ้นลงก็ทะยอยขายขึ้นไปเรื่อยๆ อย่าลืม !!

(ย้ำกันอีกซักรอบนะครับ :))


สำรับวันนี้ก็หมดเท่านี้ครับ วิธีนี้ไม่ยากเลย ใช้ได้ทั้งคนถนัดพื้นฐาน หรือ วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค และช่วยตัดปัญหาใจโลเลไปได้เยอะแต่ที่สำคัญสุดคือ วินัยนะครับ มิเช่นนั้นเทคนิคการวิเคราะห์หุ้นดีเท่าไหร่ก็ ไร้ผลครับ ถึงแม้จะใช้เทคนิคการเล่นหุ้นแบบทยอยซื้อขาย แต่การตัดสินใจต้องเด็ดขาด ไม่ไช่ทยอยๆนะครับ !! ไม่งั้นจะติดหุ้นจนตัวเหนียวแกะไม่ออก หุหุ วันหลังจะผมจะลองโม้เรื่องราวเกี่ยวกับจิตวิญญาณของนักเล่นหุ้นให้ฟังต่อนะครับเมื่อมีโอกาศ เจอกันใหม่ที่ แมงเม่าคลับ.คอม ครับ

  • มือใหม่หัดขาย

    ขอบคุณมากๆครับ

    ว่าเเต่ผมมีคำถามอะครับ ว่าทำไม การเล่นหุ้น เเบบ Pyramid
    ทำไมถึงห้าม Buck The Trend ครับ ?
    อย่างเช่น ถ้าราคาหุ้นมันเริ่มขึ้น ผมกลัวว่าภายหลังจากที่ผมขายมันจะขึ้อีก ผมเลยทะยอยขายทีละล็อต วิธีการเล่นเเบบนี้ มันผิดหลัก หรือจะเกิดความเสี่ยงมากขึ้น ยังไงครับ

    ขอบคุณครับ

    • Mod

      ความเห็นผมจริงๆแล้วระบบการขาย (Exit) มันไม่มีอะไรที่เรียกว่าดีหรือไม่ดีอย่างตายตัวนะครับ

      ระบบขายก็ควรจะสอดคล้องกับระบบซื้อ ถ้าระบบซื้อเราเป็น Trend การขายก็ควรเป็น Trend ถ้าเป็น anti-trend ผมก็คิดว่าควรจะ anti-trend เหมือนกัน

      แต่บางครั้งเราก็อาจจะ twist มันได้ โดยการใช้ profit target เพื่อเป็นการทยอยขายออกในบางส่วนเพื่อเซฟกำไรไว้หน่อย (แต่ก็ไม่ควรจะรีบตัดกำไรจนเกินไป)

      หากถามว่าผิดหลักการมั้ย ถ้าเล่นแบบ trend following ก็อาจจะดูใจเสาะไปนิดนึงที่ไม่กล้าปล่อยไหล เพราะเล่น trend ก็ควรเชื่อในแนวโน้มมากๆหน่อย ส่วนความเสี่ยงก็คือ คุณอาจเสียโอกาสทำกำไรที่แพงกว่าการขาดทุนอย่างมากก็ได้ (หากว่าผลเทรดกลายเป็นขาดทุน) เช่นคุณกลัวว่าคุณจะขาดทุน 10 บาท แต่หากคุณกล้าปล่อยวิ่งแล้วหุ้นมันไป คุณอาจจะได้ 100 ก็ได้ นั่นแปลว่าคุณจะเสียต้นทุนทางโอกาสไปมากมายเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเล่นแบบ Trend following เนี่ย น้ำหนักกำไรของทั้งปีส่วนใหญ่แทบจะมาจากการเทรดเพียง 2-3 ครั้ง ถ้าพลาดไปทีก็อาจทำให้ระบบขาดทุนหรือตื้อไปเลยก็ได้ครับ

      ปล.ทั้งนี้ไม่ว่าคุณจะใช้ระบบการขายแบบไหน สิ่งแรกที่ต้องดูคือ กำไรต่อความเสี่ยงที่คุณต้องลงทุนไปมันคุ้มหรือไม่ หากว่าเป็น profit target แต่ให้ Reward:Risk = 3:1 แต่ช่วยให้ผลเทรดเป็นกำไรสัก 60% มันก็ยังมี Expectancy เป็นบวกอยู่ดี ก็ไม่ถือว่าเสียหายอะไร ดังนั้นลองคำนวณคร่าวๆถึงสมการเหล่านี้ดูก่อนดีกว่าครับ :)

  • Chotima

     ขอบคุณสำหรับบทความนี้ค่ะ ทุกวันนี้ก็ใช้วิธีนี้กับการเทรดหุ้นของตัวเอง ทยอยซื้อ ทยอยขาย มันลดpressureได้เป็นอย่างดีทีเดียว (บทความของคุณแมงเม่า เยอะมากๆๆๆ อ่านกี่ปีถึงจะหมดนะเนี่ย) ขนาดทยอยเข้ามาอ่านนานกว่า 6 เดือนแล้วยังไม่หมดอีก  ขอเป็นกำลงใจให้เขียนต่อไปนะค่ะ เพราะมันมีประโยชน์มาก

  • http://twitter.com/picklife picklife

    Pyramid ต่างจากBuck to Trendยังไงหรอครับ?พี่?
     

  • Witz j@

    ชอบครับ ^__^

  • Lordthairoyal

    เราจะต้องแบ่งเป็นกี่ไม้ครับ